นอนอยู่ดี ๆ ก็รู้สึกเย็น ๆ ที่นิ้ว ลืมตาขึ้นมาก็เห็นว่ามีผีดูดนิ้วอยู่! โดนดูดอยู่ 2 วัน ต้องทำบุญให้ถึงจะยอมไป พอมาคิดดูอีกที ก็จำได้ว่าเก็บนางกวักใส่กระเป๋าเดินทาง ทุกวันนี้ยังเก็บไว้แล้วบอกผีตนนั้นว่า “อยู่ด้วยกันไปเลยนะ ช่วยทำมาหากินกันไปเลย”

อังคารคลุมโปง RECAP

นอนอยู่ดี ๆ ก็รู้สึกเย็น ๆ ที่นิ้ว ลืมตาขึ้นมาก็เห็นว่ามีผีดูดนิ้วอยู่! โดนดูดอยู่ 2 วัน ต้องทำบุญให้ถึงจะยอมไป พอมาคิดดูอีกที ก็จำได้ว่าเก็บนางกวักใส่กระเป๋าเดินทาง ทุกวันนี้ยังเก็บไว้แล้วบอกผีตนนั้นว่า “อยู่ด้วยกันไปเลยนะ ช่วยทำมาหากินกันไปเลย”

14 มิ.ย. 2023

       รายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (6 มิถุนายน 2566) ครั้งนี้มีสายจาก ‘คุณอั้บ’ นักร้องนำวง WHAT’S UP มาส่งต่อประสบการณ์ชวนขนหัวลุกให้ ‘ดีเจเจ็ม’ และ ‘ดีเจแนน’ ได้ฟังกัน     เรื่องราวครั้งนี้เกี่ยวกับหญิงปริศนาที่มาดูดนิ้วคุณอั้บตอนกลางคืน ถ้าพร้อมแล้วก็ไปตามอ่านกันเลย!

       ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว คุณอั้บพึ่งเริ่มเดินสายเล่นดนตรีกลางคืนได้ใหม่ ๆ มีวันหนึ่งเขาเหนื่อยมากหลังจากไปเที่ยวเกาะกูดและแสดงคอนเสิร์ตที่ระยองมา พอกลับมาที่ห้อง คืนนั้นเขาก็หลับเป็นตาย ทว่าขณะที่นอนหงายอยู่ คุณอั้บก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่างเย็น ๆ อยู่ที่นิ้วกลางกับนิ้วนางข้างขวา พอลืมตาขึ้นมาก็ปรากฎให้เห็น ผู้หญิงผมยาว ตัวดำทั้งตัว เห็นแต่เพียงดวงตาสีขาว กำลังก้มดูดนิ้วของเขาอยู่!

       คุณอั้บเป็นคนไม่กลัวผี (ถึงขั้นที่ว่าสามารถกล่าวทักทายผีได้เลย) เขาจึงสบถด่าใส่ผีตนนั้นไปว่า “เห้ย มึงหื่นหรอ!” คุณอั้บเหนื่อยมากและไม่ต้องการให้ผีตนนี้มารบกวนเวลานอน จึงบอกกับผีตนนั้นไปว่าว่าเขาไม่กลัวเธอหรอก เมื่อผีเงยหน้ามองคุณอั้บ สีหน้าของเธอไม่ได้ดูดุร้ายแต่กลับดูเป็นมิตร เขาใช้เวลายื้อยุดอยู่กับเธอประมาณ 5-10 นาที  เพื่อให้เลิกดูดนิ้ว ตอนนั้นคุณอั้บไม่สามารถขยับตัวซีกขวาได้เลย และผีตนนี้ก็ยังดูดนิ้วเขาต่อไป สุดท้ายคุณอั้บก็พูดกับเธอไปว่า “ถ้าขยับตัวได้ จุดธูปแช่งจริง ๆ ด้วย แต่ถ้าเกิดเอาจนตาย ไปเจอกันตอนเป็นผี” พอพูดเช่นนี้ผีตนนั้นก็หายตัวไป และลำตัวด้านขวาก็เริ่มขยับได้อีกครั้ง คุณอั้บจึงนอนต่อ

       เช้าวันถัดมา คุณอั้บแทบจะลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไปแล้ว กระทั่งถึงเย็นวันนั้น ขณะที่กำลังจะต้องออกไปทำงานข้างนอก คุณอั้บก็นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้... คุณอั้บเริ่มสงสัยกับตัวเองว่าเขาฝันไปหรือเป็นเรื่องจริงกันแน่ จากนั้นก็ลองพูดลอย ๆ ขณะยืนแต่งตัวในห้องว่า “เห้ย ตัวเมื่อคืนน่ะ ถ้ามีจริง ๆ คืนนี้มาอีก เดี๋ยวจะรอ” และพูดต่อด้วยว่าจะยังไม่ทำบุญไปให้ เพราะไม่แน่ใจว่าผีที่เขาเจอมามีจริงรึเปล่า จากนั้นก็ออกไปทำงานตามปกติ

       ในคืนนั้นเอง คุณอั้บก็ลืมเรื่องที่ตัวเองได้พูดไปตอนเย็นเสียสนิท เขากลับมานอนอนที่ห้องเช่นเคย หลังจากที่ได้ไปสังสรรค์กับเพื่อนเล็กน้อย แต่เมื่อนอนไปได้สักพัก เขาก็รู้สึกแน่นที่ท้องมาก ๆ เมื่อลืมตาตื่นขึ้น ก็เห็นผีผู้หญิงคนเดิมอีกครั้ง เธอมองหน้าของเขาอยู่ สองมือประสานใต้คาง และเอาเท้ากดไปที่ท้องของคุณอั้บ เรียกได้ว่าแทบจะนั่งอยู่บนตัวคุณอั้บเลยก็ว่าได้! เมื่อเห็นดังนั้นจึงรับรู้ได้ว่าผีที่เห็นน่าจะมีตัวตนจริง เขาจึงพูดกับเธอว่า “โอเค เดี๋ยวทำบุญไปให้ ไปนะ” จากนั้นผีตนนั้นก็ยิ้มแล้วหายไป

       วันต่อมาคุณอั้บก็ได้ไปทำบุญให้เธอตามสัญญา และคิดว่า ที่ผ่านมาเขาก็อยู่ห้องนี้มานาน ยังไม่เคยเจออะไร ตอนไปเที่ยวก็ไม่เคยทำตัวลบหลู่สถานที่ แล้วผีตนนี้มาจากไหนกัน? จนคุณอั้บมาเก็บกระเป๋าเดินทาง เขาก็ถึงบางอ้อว่า มีนางกวักรูปหนึ่งอยู่ในกระเป๋าตัวเอง จึงนึกขึ้นมาได้ว่า เคยไปเที่ยวแล้วได้สิ่งนี้กลับมา ก่อนจะเก็บไว้ในกระเป๋าวางไว้ใต้เบาะ แล้วนั่งทับเธอมาตลอดทาง!

       “อยู่ด้วยกันไปเลยนะ ช่วยทำมาหากินกันไปเลย” คุณอั้บบอกกับนางกวักตนนี้ จนทุกวันนี้คุณอั้บก็ไม่ได้เจอเธออีกเลย และที่น่าแปลกส่งท้ายคือ ห้องของคุณอั้บซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุนั้น ไม่เคยมีใครมาอยู่อีกเลย นับแต่เขาย้ายออกไป พอเขาย้ายกลับมาเจ้าของตึกก็บอกกับเขาว่าไม่มีใครอยู่ที่นี่มา 5 ปีแล้ว…

(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

ฟังเรื่องหลอนแบบเต็ม ๆ ได้ที่

               

related อังคารคลุมโปง RECAP

เรื่องหลอนบนนถนน 332 คืนเปลี่ยวที่ต้องขับรถคนเดียว พอเหลียวไปมองกระจกหลังก็เจอ...เข้าอย่างจัง!

17 พ.ย. 2023

เรื่องหลอนบนนถนน 332 คืนเปลี่ยวที่ต้องขับรถคนเดียว พอเหลียวไปมองกระจกหลังก็เจอ...เข้าอย่างจัง!

เรื่องสยองบนถนนหมายเลข 332 นี้มาจาก ‘คุณนิว’ ที่ได้โทรเข้ามาเล่าให้แฟนรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (14 พฤศจิกายน 2566) ฟังพร้อมกับ ‘ดีเจมดดำ’, ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ ถ้าปิดไฟแล้ว ก็ตามไปอ่านพร้อมกันเลย! เรื่องราวสยองขวัญเรื่องนี้เกิดขึ้นกับคุณนิว คุณนิวเล่าว่าในสมัยก่อนเขามักจะใช้ถนนเส้นหมายเลข 332 ในการเดินทางไปยังพัทยาจังหวัดชลบุรีเป็นปกติ ด้วยความที่สะดวกสบาย ไม่ต้องเจอไฟจราจรหลายต่อ และเป็นเส้นทางที่เร็วสำหรับการเดินทาง ในคืนหนึ่ง เขามีนัดกับรุ่นพี่เพื่อไปตีแบดมินตันที่สนามในตัวเมืองพัทยา ตอนประมาณ 3 ทุ่ม จนเวลาล่วงเลยไปถึงเที่ยงคืนกว่า เขาจึงตัดสินใจว่าถ้าทำธุระส่วนตัวเสร็จจะกลับบ้านทันที ซึ่งคุณนิวเลือกใช้ถนนเส้นเดิมในการกลับบ้านคือ ถนนเส้น 332 ในระหว่างทางที่คุณนิวขับรถมาเรื่อย ๆ ในหัวก็มีเรื่องความคิดผุดขึ้นมาว่า ‘จะมีอะไรโผล่มามั๊ย’ เช่นเรื่องเล่าของคุณยายสปีชที่หลาย ๆ คนเคยได้ยิน แต่ความคิดในหัวตอนนั้นก็คิดแค่ว่ามันคงเป็นแค่เรื่องเล่า จึงไม่ได้คิดอะไรมากและขับรถต่อไป เมื่อขับมาถึงโค้งหนึ่ง คุณนิวก็ได้บังเอิญเจอผู้หญิงคนหนึ่งใส่ชุดสีขาวผมยุ่งเหยิงยืนอยู่ข้างทาง ตอนนั้นไม่ได้เชื่อเรื่องเล่าผีบนถนนเส้นนี้อยู่แล้ว จึงเข้าใจว่าเธอคงเป็นแค่คนไร้บ้าน แต่จังหวะที่ขับรถผ่านนั้น คุณนิวบังเอิญไปสบตากับเธอ และเห็นว่าเธอก็กำลังกรอกตาตามรถมาอย่างติด ๆ ด้วยความสงสัยจึงหันไปมองกระจกหลังทันที จังหวะนั้นเขาถึงกับต้องเหยียบคันเร่งให้เร็วขึ้น เพราะสิ่งนั้นกำลังวิ่งตามรถมาอย่างติด ๆ ! เขากลับไปมองกระจกหลังอีกครั้ง ผู้หญิงคนนั้นเหมือนจะทิ้งระยะห่างไปแล้ว แต่ไม่นาน จากที่เธอวิ่งตามด้วยสองขา กลายเป็นว่าเปลี่ยนมาวิ่งสี่ขาแทน! ตอนนั้นคุณนิวตกใจกลัวจนสุดขีด รีบตัดสินใจตะโกนออกไปว่า “กูไม่กลัว! ไม่ต้องมาหลอก!” จากนั้นก็หันไปมองกระจกหลังอีกทีปรากฏว่า เธอยืนนิ่ง ๆ แล้วหายไป ขณะเดียวกันนั้นรถของคุณนิวก็ทิ้งระยะห่างออกไปเช่นเดียวกัน! เมื่อคุณนิวกลับมาถึงที่บ้านจึงได้โพสต์เรื่องนี้ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ไม่นานน้องที่รู้จักก็ได้มาแสดงความคิดว่าเคยประสบพบเจอเรื่องราวนี้เช่นเดียวกัน และคุณนิวคิดว่าเรื่องนี้ ที่ทุกคนยังเจอเรื่องสยองขวัญนี้อยู่ก็เพราะผู้หญิงคนนั้นยังคงหาตัวตายตัวแทนให้มารับใช้กรรมแทนเธอนั่นเอง.(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

เรื่องเล่าจากคุณเคน 'ออฟฟิศโซนหลอน' I อังคารคลุมโปง X เต๋อ ฉันทวิชช์ - เสือ พิชย [ 3 ธ.ค. 2567 ]

15 ธ.ค. 2024

เรื่องเล่าจากคุณเคน 'ออฟฟิศโซนหลอน' I อังคารคลุมโปง X เต๋อ ฉันทวิชช์ - เสือ พิชย [ 3 ธ.ค. 2567 ]

รายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (3 ธันวาคม 2567) ที่ผ่านมา มีเรื่องเล่าจาก ‘คุณเคน’ ที่ทำเอา 3 ดีเจ ‘ดีเจมดดำ’ ‘ดีเจแนน’ ‘ดีเจโซเซฟ’ จะเป็นอย่างไรไปอ่านกันเลย!!! ‘คุณเคน’ เล่าว่าย้อนกลับไปเมื่อ 11 ปีก่อน เรื่องนี้เกิดขึ้นที่ออฟฟิศกลางใจเมืองย่านราชประสงค์ คุณเคนเข้าไปทำงานโดยที่ไม่เคยรู้ว่ามีเหตุการณ์พื้นถล่มที่ตึกนี้มาก่อน เนื่องจากตอนที่เกิดเรื่อง คุณเคนไม่ได้อยู่ประเทศไทยจึงไม่ทราบเรื่อง เมื่อกลับประเทศไทยก็ได้เข้าทำงานที่ตึกแห่งนี้ ออฟฟิศของคุณเคนอยู่ชั้นที่ 16 ส่วนชั้น 17-20 จะเป็นร้านอาหาร (ปัจจุบันร้านอาหารไม่มีแล้ว เหลือเพียงร้านอาหารที่มีไว้เฉพาะงานอีเว้นท์เท่านั้น) คุณเคนมีตำแหน่งเป็นเซลล์ที่จะคอยดูแลทุกอย่างของการจัดงานเลี้ยงของบริษัทนี้ ในช่วงแรก ๆ ที่เข้ามาทำงานนั้น คุณเคนจะนั่งทำงานอยู่ห้องใน ห้องในคือห้องที่มีหลายคนนั่งอยู่รวมกัน รอบข้างจะแบ่งเป็นห้องส่วนตัว ส่วนตรงกลางจะมีฉากกั้นเพื่อให้เป็นสัดส่วน ลักษณะงานนั้นจำเป็นต้องอยู่ออฟฟิศดึก ๆ เป็นประจำ ส่วนใหญ่ก็ต้องอยู่คนเดียว ช่วงแรกคุณเคนไม่รู้สึกถึงความผิดปกติใด ๆ แต่พอเริ่มมืด เวลา 2 ทุ่มกว่า ทุกคนในออฟฟิศกลับบ้านกันหมดแล้ว ในชั้นนี้ทั้งเงียบและมืด คุณเคนก็มักจะได้ยินเสียง ก๊อกแก๊ก ก๊อกแก๊ก ก๊อกแก๊ก และเสียงกระดาษหล่น คุณเคนสงสัยอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงติดสินใจเดินเข้าไปดู สิ่งที่เห็นก็คือกระดาษหล่นจริง ๆ แต่ดูจากรูปการณ์แล้วน่าจะเป็นไปได้ยาก เพราะกระดาษที่วางอยู่มันจะหล่นลงจากโต๊ะได้อย่างไร คุณเคนทำเพียงแค่สงสัยแต่ก็ไม่ได้กลัวอะไรจึงกลับไปนั่งทำงานต่อ เป็นแบบนี้อยู่หลายคืน บางคืนเขาก็มักจะได้เสียงโทรทัศน์เปิด แต่เมื่อเดินออกไปดูก็เห็นว่าโทรทัศน์ปิดอยู่เสียอย่างนั้น เมื่อทำงานไปได้ระยะหนึ่ง คุณเคนได้ย้ายที่นั่งไปอยู่โซนนอกห้อง แต่ก็ยังคงต้องนั่งทำงานอยู่คนเดียวดึก ๆ ดื่น ๆ เช่นเคย ขออธิบายเพิ่มเติมว่าโต๊ะของแผนกบัญชีจะมีเครื่องคิดเลขที่เอาไว้ให้แผนกคิดคำนวณเป็นเครื่องคิดเลขแบบเสียบปลั๊ก ในวันหนึ่ง น่าจะมีคนในออฟฟิศเสียบปลั๊กทิ้งไว้ เพราะอยู่ ๆ เครื่องคิดเลขก็พิมพ์จนกระดาษออกมาจากเครื่องคิดเลขคล้าย ๆ มีคนกำลังใช้งานอยู่! คุณเคนนั่งมองเครื่องคิดเลขที่กำลังทำงานและคิดว่า ‘เครื่องจะหยุดทำงานตอนไหน’ ผ่านไปสักพักก็ยังไม่หยุด เขาจึงพูดออกมาว่า “มึงหยุดนะ คนจะทำงาน” เครื่องคิดเลขก็ยังไม่หยุด เขาจึงตัดสินใจเดินไปถอดปลั๊กออก หลังจากนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น แต่ที่น่าตกใจก็คือ อยู่ ๆ ก็มีเสียงคุยกันผ่านช่องเพดาน! ซึ่งคุณเคนอยู่ที่ออฟฟิศคนเดียว ในตอนนั้นเป็นเวลาประมาณ 5 ทุ่ม เขาก็คิดว่ามันคงไม่มีใครมาคุยกันเวลานี้แน่นอน เมื่อเดินไปดูทั่วออฟฟิศก็ไม่เจออะไรแต่สิ่งที่ได้ยินเป็นเสียงพูดคุยที่ไม่ใช่ภาษาไทย ไม่ใช่ภาษาที่เข้าใจได้ จากนั้นก็พยายามหาต้นเสียงแต่ก็หาไม่เจอความหลอนยิ่งทวีคูณมากขึ้น เมื่อคืนหนึ่ง คุณเคนอยู่ชั้น 16 ข้างบนเป็นชั้น 17 ที่เอาไว้จัดงานบ่อย ๆ อยู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงมีคนขนของอยู่ข้างบนชั้น 17 ดัง ตึ้งตั้ง ๆ !!! คุณเคนไม่ได้กลัวแต่ตอนนั้นเขารู้สึกว่ามันรบกวนสมาธิการทำงานมาก เพราะเขาอยากรีบทำงานให้เสร็จ เมื่อข้างบนเสียงดังไม่หยุดก็เกิดความโมโห จึงกดลิฟต์ขึ้นไปที่ชั้น 17 เพื่อจะต่อว่า แต่แล้วก็ไม่มีใครอยู่บนชั้น 17 เลย! คุณเคนคิดว่าตนคงโดนหลอกแล้วเป็นแน่ จึงรีบกลับลงมาทำงานต่อให้เสร็จ หลังจากนั้นผ่านไป เป็นช่วงที่คุณเคนกำลังจะลาออก ตอนนั้นเขากำลังเดินไปเข้าห้องน้ำ ห้องน้ำที่ออฟฟิศจะแบ่งแยกห้องน้ำชายหญิง ห้องน้ำผู้ชายจะอยู่ข้างในสุด ส่วนห้องน้ำหญิงจะอยู่ก่อนถึงห้องน้ำผู้ชาย ตอนนั้นดึกมากแล้ว เขาจึงเข้าห้องน้ำผู้หญิง เพราะมีห้องหนึ่งที่มีสายชำระ จึงเลือกที่จะเข้าห้องนั้น และคิดว่าคงไม่มีใครมาเข้าห้องน้ำแล้ว แต่เขากลับได้ยินเสียงคนเดินอยู่บริเวณหน้าห้องน้ำ ซึ่งโดยปกติแล้วบริเวณหน้าห้องน้ำจะมียามคอยเฝ้าตรวจตรา และจะมีห้องแคนทีนอยู่ใกล้ ๆ ห้องน้ำ ซึ่งห้องแคนทีนนี้บางทียามก็มักจะมากินข้าว ทำให้คุณเคนไม่แน่ใจว่าใช่ยามหรือเปล่า จึงนั่งเงียบเพื่อฟังเสียงว. ตอนแรกเขาได้ยินเสียงว. สักพักเสียงว.และเสียงเดินก็ค่อย ๆ ไกลออกไป แต่ก็ยังได้ยินเสียงเดินอยู่บริเวณข้างหน้าแต่ไม่มีเสียงว. พอเสียงเดินหายไปสักพัก น้ำในตรงอ่างล้างมือก็เปิดเอง ซึ่งเป็นระบบเซนเซอร์ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันทำให้คุณเคนหลอนสุด ๆ จนเขาคิดในใจว่าถ้ามาจริงขออีกรอบหนึ่ง มันก็มาจริง ๆ ตามที่ใจเขาคิดแต่มันแรงขึ้น! เหมือนกับว่ากำลังโกรธที่คุณเคนไปท้าทาย คุณเคนบอกว่าตอนนั้นเขาขนลุกไปทั้งตัว บรรยากาศตรงนั้นเปลี่ยนไป รู้สึกเย็นยะเยือก คุณเคนรู้สึกอึดอัดจนทนไม่ไหวและอยู่ไม่ได้ จึงเก็บของแล้วรีบออกจากออฟฟิศทันที อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องที่ยามเล่าให้คุณเคนฟัง ยามเล่าว่า เขาต้องมานอนเฝ้าของที่ชั้น 17 ขณะที่กำลังนอนอยู่ ก็มีผู้หญิงใส่ชุดไทย มารำไทยอยู่ตรงหน้า! อีกเรื่องเล่าหนึ่งเป็นเรื่องเล่าของลูกค้า คุณเคนบอกว่ามีลูกค้าที่เคยมาที่ชั้น 18 ซึ่งชั้นนี้จะมีห้อง Private อยู่ แต่ต้องเดินผ่านโซน Outdoor และต้องเดินขึ้นบันไดเพื่อที่จะไปถึงห้อง Private คุณเคนเล่าว่า ลูกค้าเคยเห็นคนยืนอยู่ข้างในห้องมืด ๆ ยืนจ้องมาที่ลูกค้าที่กำลังนั่งกินข้าวกันอยู่ ลูกค้าก็สงสัยว่าคนนั้นคือใคร จึงบอกกับพนักงานให้ขึ้นไปดู แต่พอพนักงานมองไปที่ห้องนั้น พนังงานกลับไม่เห็นใครยืนอยู่! คุณเคยทิ้งท้ายว่าใครมาที่นี่ก็จะโดนกันเกือบทุกคน อย่างเช่นคนที่ดูแลตึกที่ต้องมาทำงานในช่วงเช้า ประมาณ 7 โมงครึ่ง ก็มักจะไม่เปิดไฟเวลาเดินดูตึก พอจะเข้าห้องน้ำ ก็ไปเปิดไฟแล้วเข้าห้องน้ำเลย เขาจะทำแบบนี้เป็นประจำ และมักจะรู้สึกว่ามีคนเดินตาม มีคนเปิดไฟตามทางเดินให้ อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยมีใครรู้คือ คนที่อยู่มานานก่อนที่จะสร้างชั้น 17 – 18 ขึ้นมา ชั้น 19 จะมีการสร้างเพดานที่เอาไว้เก็บชนวน คนที่อยู่มาแรก ๆ บอกว่า เขาเคยรู้มาว่าคนที่มาทำงานที่นี่เป็นช่างไฟ มากัน 3 คน เพราะตอนเข้ามาก็มีการเซ็นชื่อเพื่อเข้ามาในตึก แต่ตอนออกเขากลับเจอแค่ 2 คน เขาพยายามเดินตามหาอีกคนที่หายไป แต่พยายามหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ โทรศัพท์ก็ติดต่อไม่ได้ จึงคิดว่าน่าจะกลับบ้านหรือมีเหตุจำเป็นที่จะต้องกลับ ส่วนช่างไฟอีก 2 คนก็เก็บของกลับ ปรากฏว่าช่างไฟอีก 2 คนก็หายไปด้วย จนเขาได้กลิ่นแปลก ๆ ที่ชั้น 19 ปรากฏว่ากลายเป็นศพเสียชีวิตอยู่ตรงนั้น สันนิษฐานว่าอาจโดนไฟดูดตาย(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

คู่รักเดินหลงเข้าไปในป่าจนเจอกระท่อมจึงหยุดพัก แต่กลับเจอ 2 ลุงนายพรานประหลาดหลอกผีจนวิ่งหนีไป! สักพักเจ้าหน้าที่ก็ตามมาที่กระท่อม พบว่า 2 ลุงนายพรานคือนักโทษหนีคดี สุดท้ายแล้ว ดันเป็นสองลุงนายพรานนั่นแหละ ที่โดนผีหลอก!

04 ก.ย. 2023

คู่รักเดินหลงเข้าไปในป่าจนเจอกระท่อมจึงหยุดพัก แต่กลับเจอ 2 ลุงนายพรานประหลาดหลอกผีจนวิ่งหนีไป! สักพักเจ้าหน้าที่ก็ตามมาที่กระท่อม พบว่า 2 ลุงนายพรานคือนักโทษหนีคดี สุดท้ายแล้ว ดันเป็นสองลุงนายพรานนั่นแหละ ที่โดนผีหลอก!

จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อกลุ่มวัยรุ่นเข้าไปกางเต็นท์ในอุทยานแห่งหนึ่ง แล้วดันมีคู่รักเดินหลงหายเข้าไปในป่า เจ้าหน้าที่ระดมกำลังเร่งค้นหา สุดท้ายก็ไปเจอสองลุงนายพรานที่ทำตัวน่าสงสัยในกระท่อมกลางป่า เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อนั้น ‘พี่แจ็ค The Ghost Radio’ ได้นำความหลอนกลางป่าลึกมาเล่าไว้ในรายการ ‘อังคารคลุมโปงX’ (29 สิงหาคม 2566) ที่ผ่านมาแล้ว ตามไปอ่านพร้อมกันเลย!พี่แจ็คบอกว่าผู้ที่นำเรื่องเล่ามาถ่ายทอดคือ ‘คุณวิน’ ซึ่งมีพี่ชายชื่อว่า ‘พี่ชาติ’ ทำงานอยู่ที่อุทยานแห่งชาติแห่งหนึ่ง พี่ชาติเล่าว่าต้องย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว ทางผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่อุทยานได้รับแจ้งจากกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 5-6 คนที่เข้าไปกางเต็นท์ในอุทยานว่าเพื่อนในกลุ่มหายไป เจ้าหน้าก็สอบถาม ทางกลุ่มวัยรุ่นก็บอกว่า พวกเขามาเที่ยวกันหลายคน มี 2 คนที่เป็นแฟนกัน ชื่อว่า ‘ต้น’ และ ‘แอน’ ตัวผู้หญิงอย่างแอนอยากจะไปทำธุระส่วนตัวจึงขอให้ต้นไปด้วยกัน แต่เวลาผ่านไปสักพัก ทั้ง 2 คนก็ไม่มีวี่แววจะกลับมา เพื่อนในกลุ่มช่วยกันเรียกหาเท่าไหร่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ พวกเขาจึงรีบออกมาเพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับเรื่อง ก็ขอให้กลุ่มวัยรุ่นพาไปที่จุดสุดท้ายที่ยังเห็น 2 คนนั้น เมื่อเดินตามเข้าไปยังเส้นทางที่ทั้ง 2 คนใช้เดินเข้าไปในป่าก็เจอกับจุดตัดที่เป็นหน้าผาข้างล่างเป็นน้ำ จึงคิดว่าน่าจะมีความเป็นไปได้ที่ 2 คนนี้อาจจะพลาดลื่นตกลงไปในน้ำ เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังค้นหาบริเวณน้ำข้างล่างด้วย แต่หาอย่างไรก็หาไม่เจอ ผู้ใหญ่บ้านจึงถามเจ้าหน้าที่ว่ารัศมีที่จะลอยออกไปมันจะไปที่ไหนได้บ้าง ไปทางหมู่บ้านได้หรือไม่ เจ้าหน้าที่จึงบอกว่าทางที่น้ำไหลไปนั้นไม่ใช่ทางหมู่บ้านมันเป็นทางเข้าป่า แต่จะมีจุดหนึ่งที่มีกระท่อมอยู่ข้างในป่า ไม่แน่ว่าทั้ง 2 คนนั้นอาจจะไปอยู่ที่นั่นก็เป็นได้ จึงแบ่งกำลังออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกยังค้นหาในรัศมีเดิม อีกกลุ่มจะมีพี่ชาติ ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ออกค้นหาตามทางที่ไปกระท่อมเมื่อตัดภาพกลับมายังฝั่งผู้สูญหายอย่างคุณแอนและคุณต้น ทั้ง 2 เดินเข้าไปหาที่ทำธุระส่วนตัวกันในป่าที่ทั้งรกทั้งชื้นท่ามกลางแสงสลัว ทำให้เกิดอุบัติเหตุลื่นตกลงไปในน้ำ เป้ที่สะพายมาด้วยก็หลุดและไหลไปตามน้ำ ทั้งคู่พยายามกระเสือกกระสนเอาตัวรอดเพื่อขึ้นจากน้ำและพยายามจะเดินกลับไปทางเดิม แต่เพราะตรงนี้เป็นพื้นที่ป่า เดินยังไงก็หลงทิศ จนกระทั่งเจอกระท่อมร้าง เมื่อเปิดเข้าไปก็มีข้าวของที่ไม่ได้ใช้มานานแล้ว ทั้งคู่จึงตกลงกันว่าจะพักอยู่ที่นี่ก่อนเพราะเวลามืดแล้ว แต่คุณแอนที่เป็นผู้หญิงก็กลัว ทั้งเรื่องของสัตว์ป่าและคุยกันว่า “คืนนี้เราจะเจอผีมั้ย?” สิ้นเสียงนี้ประตูกระท่อมก็เปิดอ้าทันที! ร่างของผู้ชายกำยำหน้าตาดุดันมีอายุลักษณะคล้ายนายพรานก็ปรากฏตัวขึ้น เขาเดินเข้ามาแล้วถามว่า “พวกมึงเป็นใคร! เข้ามาในกระท่องนี้ได้ยังไง!” ทั้งสองตกใจกลัวและรีบเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง เมื่อเล่าจบ ‘ลุงดำ’ นายพรานคนนั้นก็บอกว่า “ตอนแรกนึกว่าเป็นโจรเข้ามาขโมยของ เห็นเงาตะคุ่ม ๆ ก็เลยเดินตามมาดู” เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ลุงดำจึงอาสาพาทั้งสองไปส่งในตอนเช้า จากนั้นก็บอกว่าจะไปหาอะไรมาให้กิน และบอกทิ้งท้ายไว้ว่า “ถ้าลุงออกไป ไม่ว่าจะได้ยินเสียงอะไร ห้ามทัก ห้ามเปิดประตู ห้ามทำอะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้ตัวเองเป็นอันตรายเด็ดขาด เพราะนอกจากสัตว์แล้ว.. ที่นี่ผีดุมาก!” จากนั้นลุงดำก็ออกจากกระท่อมไป ทั้งสองคนสงสัยว่าทำไมลุงดำต้องย้ำเรื่องผีขนาดนี้ จึงพยายามคุยกันเพื่อให้เกิดความผ่อนคลาย แต่ไม่นาน ประตูกระท่อมก็เปิดออกมาทันทีอีกครั้ง! เป็นลุงดำที่เปิดประตูเข้ามา ลุงดำยืนค้างนิ่งอยู่อย่างนั้น ทั้งคู่ตกใจสบถกันไปคนละทาง แต่ลุงดำกลับพูดขึ้นมาว่า “พวกมึงเป็นใคร เข้ามาในนี้ได้ยังไง ใครอนุญาตให้เข้ามา!” คุณต้นและคุณแอนสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้นจึงบอกไปว่า “เดี๋ยว ๆ เมื่อกี้พวกเราก็เจอลุงแล้วไง ลุงบอกว่าให้พวกเราอยู่ตรงนี้ก่อน พรุ่งนี้เช้าลุงจะไปส่ง แล้วลุงก็ออกไปหาอะไรมาให้พวกเรากินไง” แต่พอคุยไปคุยมา ลุงที่เดินเข้ามาก็บอกว่า “มึงเจอละ คนที่พวกมึงเจอคือพี่ชายข้าชื่อดำ ไอ้ดำน่ะมันตายไปนานแล้ว! บ้านหลังนี้ก็เป็นบ้านของดำด้วย เขาเป็นคนหวงบ้านมาก แต่คงไม่เป็นไรหรอก เขาคงพยายามจะช่วยแหละ ไม่ต้องกลัว ๆ” ถามไถ่ไปมาก็ได้ความว่าลุงคนนี้ชื่อ ‘ลุงแดง’ ตอนเช้าลุงจะพาไปส่ง ส่วนตอนนี้ให้รออยู่ในกระท่อม ลุงจะออกไปหาอะไรมาให้กิน และย้ำกับทั้งคู่ว่า “ห้ามเปิดประตู ล็อคประตูไว้ด้วย ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด ได้ยินเสียงอะไรก็ห้ามทัก เพราะที่นี่ผีดุมาก” พูดเหมือนกันเป๊ะ! เมื่อลุงแดงออกไป ทั้งคู่ก็ล็อคประตู ระหว่างนั้นก็คุยกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ทันไรประตูก็เปิดออกอีกครั้ง! เป็นลุงแดงที่ถือจานข้าวเข้ามา “อ่ะนี่ เอาข้าวมาให้” ทั้งคู่ก็บอกว่า “ตกใจหมดเลยลุง ขอบคุณละลุงแดงที่เอาข้าวมาให้” ลุงได้ยินก็ตกใจแล้วบอกว่า “แดงไหน! ข้าชื่อดำ! แดงมันไข้ป่าตายไปแล้ว! โดนมันหลอกแล้ว” (พี่แจ็คเล่าเสริมอีกว่าลุงแดงและลุงดำเป็นฝาแฝดกัน ถ้าไม่เห็นในที่สว่างก็คล้ายกันมาจนแยกไม่ออก) คุณแอมและคุณต้นได้ยินเข้าก็งงหนักมากกว่าเดิม จึงบอกไปว่า “ลุง! ขอโทษนะคะ พวกเราไม่อยู่ละดีกว่า” ทั้งคู่รีบออกมาจากกระท่อมหลังนั้น แต่ก็เจอลุงนายพรานยืนอยู่หน้ากระท่อม! เหตุการณ์ตอนนี้คือมีลุงคนนึงยืนอยู่หน้ากระท่อม และอีกคนอยู่ข้างในกระท่อม ทั้งคู่ยืนเถียงกันไปมาว่า “มึงจะมาแย่ง 2 คนนี้ไปจากกูไม่ได้ กูเห็นก่อน กูจะเอามันไปอยู่ด้วย!” ลุงในกระท่อมก็บอกว่า “กูก็ไม่ยอมเหมือนกัน กูจะกินมัน!” คุณแอมและคุณต้นได้ยินก็ตกใจวิ่งเตลิดหายไป พร้อมกับเสียงหัวเราะของลุงทั้งสองคน!หลังจากคุณแอมและคุณต้นหายลับเข้าไป ลุงดำก็บอกกับลุงแดงว่า “แดง มึงไปเอากระเป๋าที่มึงเก็บไว้มา” ปรากฏว่าทั้งสองคนนี้เป็นโจรฝาแฝดที่สะกดรอยตามมายังกระท่อมและแอบฟังว่าคุณแอมและคุณต้นคุยอะไรกัน เมื่อได้ความว่าเป็นคนหลงทาง ซ้ำยังกลัวผี และในกระเป๋าที่พวกตนเก็บได้นั้นมีของมีค่าอยู่จึงออกอุบายหลอกเหยื่อ ระหว่างที่กำลังรื้อกระเป๋าอยู่นั้น ก็มีเสียงกลุ่มคนเดินมา เป็นเสียงของเจ้าหน้าที่กับผู้ใหญ่บ้านนั่นเอง ลุงแดงกับลุงดำก็รีบเอากระเป๋าไปซ่อนไว้ใต้แคร่ในกระท่อมแล้วออกมาต้อนรับหน้าตาเฉย ผู้ใหญ่บ้านก็เอ่ยทักไปว่า “อ้าว มาได้ยังไง ทำงานอยู่ในเมืองไม่ใช่เหรอ กระท่อมนี้เป็นของพ่อข้า ไม่เคยเข้ามาเลยนะ” ลุงทั้งสองก็ตอบกลับว่า “พวกเราอยากมาดูว่ากระท่อมที่นี่มันเป็นยังไง ก็เลยพากันมา” จากนั้นผู้ใหญ่บ้านก็เอารูปของคุณแอมและคุณต้นให้สองลุงดู ลุงทั้งสองรีบปฏิเสธทันทีว่าไม่เคยเห็น แต่เจ้าหน้าที่ก็เห็นพิรุธเหล่านั้น จึงเข้าไปค้นในกระท่อมก็เจอกระเป๋าที่ซ่อนไว้ จึงถามไปว่า “นี่มันกระเป๋านักท่องเที่ยวชัด ๆ ไปเอาของแบบนี้มาจากไหน?” สองลุงอึกอักและบอกว่า “พวกเราเก็บได้จากน้ำ ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นของใคร ไม่ได้ทำอะไร ไม่ได้ขโมยใครมานะ” ผู้ใหญ่บ้านจึงบอกให้นายพรานทั้งสองคนช่วยเจ้าหน้าที่ค้นหาคนหายเพราะทั้งสองเชี่ยวชาญพื้นที่บริเวณนั้นมาก ระหว่างนั้นก็มีเสียงวอ (วิทยุสื่อสาร) บอกว่า “เจอ 2 คนที่หายแล้ว เจออยู่ในน้ำ น่าจะเสียชีวิตไปหลายวันแล้ว” ลุงนายพรานสองคนก็มองหน้ากันเลิ่กลัก เจ้าหน้าที่เห็นความผิดปกติอีกครั้งก็เค้นถามว่า “ทำไมต้องตกใจด้วย ไหนบอกไม่รู้จักไง” สุดท้ายสองลุงนายพรานก็ยอมเปิดปากว่า ที่จริงแล้วนั้น ลุงแดงและลุงดำหนีคดีมาจากในเมือง ระหว่างเดินทางมากบดานที่กระท่อมก็เห็นกระเป๋าลอยน้ำอยู่จึงหยิบขึ้นมา แล้วก็เห็นชายหญิงคู่นั้นเดินโซซัดโซเซมาที่กระท่อมจึงสะกดรอยตามมา จากนั้นก็แอบฟังและออกอุบายทำผีหลอกเพื่อที่จะเอากระเป๋า สรุปแล้ว สิ่งที่ลุงแดงลุงดำหลอกคือผี!อาจเป็นเพราะคุณแอนและคุณต้มเสียชีวิตโดยที่ไม่รู้สึกตัว ทำให้ลุงแดงและลุงดำหลอกผีสำเร็จ แต่สุดท้ายแล้วตนเองกลับเป็นฝ่ายโดนผีหลอกต่างหาก หลังจากนั้นสองลุงนายพรานก็ถูกจับเนื่องคดีที่ติดตัวมา..(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

เรื่องเล่าจากคุณทันเดอร์ ‘เรือเที่ยวสุดท้าย’ l อังคารคลุมโปง X ใหม่ รอเรน [ 3 มิ.ย.2568 ]

08 มิ.ย. 2025

เรื่องเล่าจากคุณทันเดอร์ ‘เรือเที่ยวสุดท้าย’ l อังคารคลุมโปง X ใหม่ รอเรน [ 3 มิ.ย.2568 ]

‘คุณทันเดอร์’ ได้เข้ามาเล่าเรื่องราวสุดหลอนที่ตัวเองได้เจอเมื่อต้องเลิกงานดึก เป็นเหตุให้เขาได้เจอกับผีบนเรือ เรื่องราวทั้งหมดจะจบลงอย่างไร สามารถติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X’ (3 มิถนายน 2568) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ ในเรื่องที่มีชื่อว่า ‘เรือเที่ยวสุดท้าย’ ที่เชื่อว่าทำเอาหลายคนอาจจะไม่กล้านั่งเรืออีกเลย เมื่อประมาณ 5 ปีก่อน คุณทันเดอร์ต้องทำงานกะดึก วันนั้นฝนตกหนักมากจนต้องรอฝนหยุดก่อนจะได้กลับบ้าน แต่พอนึกได้ว่าใกล้ถึงเวลาเรือเที่ยวสุดท้ายแล้ว จึงตัดสินใจรีบฝ่าฝนไปที่ท่าเรือ พอไปถึง เรือกำลังจะออกพอดี เขาจึงรีบกระโดดขึ้นเรือได้แบบทันเวลา บนเรือนั้นมีคนนั่งอยู่ไม่กี่คน คุณทันเดอร์เลือกไปนั่งแถวท้ายเรือ ใกล้ ๆ กับคุณป้าคนหนึ่ง ไม่นาน เรือก็แวะจอดที่ท่าเพื่อรับผู้โดยสารใหม่ เขาสังเกตเห็นว่ามีคนรออยู่ประมาณ 5 คน หนึ่งในนั้นเป็นนักศึกษาหญิงคนหนึ่ง ยืนเท้าเปล่า ตัวเปียกฝน เธอดูไม่เหมือนคนทั่วไปตรงที่.. เธอไม่ขึ้นเรือ ที่แปลกกว่านั้นคือ เธอหันมามองคุณทันเดอร์ สายตาของเธอนิ่งและว่างเปล่าจนน่าขนลุก พอเรือเริ่มออกจากท่า เธอก็ยังมองมาเหมือนเดิม ก่อนจะค่อย ๆ ย่อตัวลง คลานออกมาจากหลังคาท่าเรือจนถึงขอบบันได แล้วจู่ ๆ ก็ทิ้งตัวลงไปในน้ำ สิ่งที่น่าตกใจกว่านั้นคือ ทุกคนบริเวณนั้นกลับไม่มีใครแสดงท่าทีตกใจเลยแม้แต่น้อย เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น คุณทันเดอร์เริ่มมั่นใจว่าตัวเองเจอดีเข้าให้แล้ว จึงเลือกที่จะไม่พูดอะไรออกมา ไม่นาน ฝนก็ตกหนักขึ้น เขาเริ่มได้ยินเสียง ‘จ๋อม...จ๋อม...’ จากข้างเรือ พอหันไปดู ก็เห็นมือซีดขาวโผล่ขึ้นมาจับกาบเรือ มือนั้นค่อย ๆ เลื่อนเข้ามาใกล้ เขาพยายามไม่สนใจ แต่แล้วน้ำก็สาดเข้าหน้า จึงหันไปมอง ก็เห็นผู้หญิงคนนั้นขึ้นมานั่งคุกเข่าอยู่บนกาบเรือ ก้มหน้ามองเขา มือของเธอเอื้อมมาจับแขน แล้วบีบแน่นขึ้นเรื่อย ๆ จากนั้นก็ค่อย ๆ เอื้อมมาจับแก้ม มือของเธอเย็นเฉียบเหมือนเนื้อแช่แข็ง ก่อนจะพูดว่า... “อยู่ตรงนี้” คุณทันเดอร์หลับตาภาวนาในใจว่าจะทำบุญให้เธอ พอลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เธอก็หายไปแล้ว หลังจากขึ้นจากเรือ คุณทันเดอร์ต้องต่อรถกลับ ขณะที่นั่งรถ ทุกครั้งที่รถขับข้ามสะพาน เขามักจะเห็นผู้หญิงคนนั้นยืนอยู่ริมสะพานเงียบ ๆ จ้องมองรถที่แล่นผ่านไป จนกระทั่งกลับไปทำงานและต้องใช้เรืออีกครั้ง เมื่อเรือใกล้จะถึงท่าเดิม เขาเห็นนักศึกษาคนเดิมยืนอยู่ที่เดิมในสภาพเปียกโชกเหมือนเดิม คราวนี้คนบนเรือลุกขึ้นมามุงดูอะไรบางอย่าง และได้ยินเสียงพูดว่า “จอดท่านี้ไม่ได้ ต้องไปจอดที่อื่น” ขณะที่เรือกำลังแล่นออกมาจากท่า เขาเห็นทีมกู้ภัยกำลังช่วยดึงร่างของหญิงสาวคนหนึ่งขึ้นจากน้ำ เป็นร่างนักศึกษาผู้หญิงคนเดียวกับที่เขาเห็นมาตลอด ขณะที่เรือแล่นออกไปไกล เขามองเห็น “เธอ” คนเดิม ยืนอยู่ริมฝั่ง มองดูร่างไร้วิญญาณของตัวเอง แล้วกระโดดลงน้ำอีกครั้ง... 2–3 วันต่อมา ได้ยินข่าวมาว่า นักศึกษาหญิงคนนั้นเสียชีวิตจากการทะเลาะกับแฟน ฝ่ายชายเผลอพลั้งมือทำให้เธอตาย แล้วนำศพไปโยนทิ้งคลอง เขาคิดว่าสิ่งที่เขาเจอคือวิญญาณของนักศึกษาผู้หญิงคนนั้นที่มาขอความช่วยเหลือ(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

album
efm
-

-