เมื่อต้องมานอนคนเดียวที่คอนโดเก่า เขาฝันเห็นเธอ... เธอคนนั้นที่ผูกพันธ์ด้วยสัญญาใจ ทุกครั้งที่นาฬิกาบอกเวลา 5.40 น. เธอจะมาอยู่ข้างเตียงเขา ด้านหลังเขา หรือไม่ก็บนหัวของเขา! แม้จะบวชให้แต่ก็ยังไม่หายไป..!

อังคารคลุมโปง RECAP

เมื่อต้องมานอนคนเดียวที่คอนโดเก่า เขาฝันเห็นเธอ... เธอคนนั้นที่ผูกพันธ์ด้วยสัญญาใจ ทุกครั้งที่นาฬิกาบอกเวลา 5.40 น. เธอจะมาอยู่ข้างเตียงเขา ด้านหลังเขา หรือไม่ก็บนหัวของเขา! แม้จะบวชให้แต่ก็ยังไม่หายไป..!

09 มิ.ย. 2023

‘คุณเคน’ สายจากทางบ้านได้โทรเข้ามาเล่าประสบการณ์ชวนขนหัวลุกขณะฝันให้ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ ฟังในรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ ที่ผ่านมา (30 พฤษภาคม 2566) หากชวนคนมาอยู่เป็นเพื่อนเรียบร้อยแล้ว ปิดไฟแล้วไปอ่านพร้อมกันเลย!

คุณเคนเล่าว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นในปี 2017 ช่วงนั้นเขากำลังจะย้ายที่ทำงาน จึงต้องรีบหาที่พักใหม่โดยด่วน สุดท้ายก็ได้คอนโดเก่าย่านอ่อนนุช  แม้ว่าคอนโดนี้จะอยู่ในซอยลึกและดูท่าไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก แต่คุณเคนก็จำเป็นต้องอยู่เพราะใกล้ถึงวันที่จะต้องเริ่มทำงานใหม่แล้ว ช่วงแรกที่เข้ามาอยู่ ตัวคุณเคนก็ไม่ได้รู้สึกอะไร ผ่านไปประมาณเดือนกว่า ๆ คุณเคนก็เริ่มได้ยินเสียงคนเดินลงส้นเท้าดังมาจากด้านบนเพดานตอนดึก ๆ  ทั้งที่เขาอาศัยอยู่ชั้นบนสุดของตึก! แต่คุณเคนก็นึกขึ้นได้ว่า ที่จริงแล้วยังมีห้องที่อยู่สูงขึ้นไปจากเขาอีกห้องหนึ่ง เขาไม่มั่นใจว่ามันคือห้องแม่บ้านหรือห้องอะไร จึงลองไลน์ไปถามเจ้าของตึกดู นั่นเป็นครั้งแรกที่คุณเคนรู้สึกได้แล้วว่ามีอะไรบางไม่ชอบมาพากล เพราะเจ้าของตึกตอบเขากลับมาว่าห้องข้างบนคุณเคนเป็นห้องโล่ง ไม่มีใครอยู่แม้แต่คนเดียว..

เมื่ออาศัยอยู่ที่ห้องนี้ได้เกือบ 2 เดือน คุณเคนก็เริ่มฝันแปลก ๆ เขาฝันว่าตัวเองไปอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่ง กำลังนอนคุดคู้อยู่บนเตียง แล้วมีคนนอนอยู่ข้าง ๆ  เป็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังนอนงอตัวและมีผ้าห่อไว้ เธอยังมีเสียงหายใจ ในตอนนั้นคุณเคนคิดว่าเธอกำลังเล่นกับเขาอยู่และไม่ได้รู้สึกอะไรมาก แต่แล้วสักพักหนึ่ง ก็รู้สึกว่าเหมือนมีมือปริศนายื่นเข้ามาจับมือเขาเอาไว้! คุณเคนรู้สึกตกใจจนสะดุ้งขึ้นจากเตียง ตอนแรกคิดว่าตัวเองตื่นแล้ว เพราะบรรยากาศรอบตัวเหมือนจริงมาก ๆ แต่เขาก็ขยับตัวไม่ได้ และจู่ ๆ ก็มีอีกมือหนึ่งโผล่มาจับตัวเขาอีกครั้ง!

ไม่นาน คุณเคนก็ตื่นขึ้นมาจากฝันได้ในที่สุด (รึเปล่านะ?) เขาสังเกตเห็นว่าตัวเองมีเหงื่อซึมเล็กน้อย กำลังนอนงอตัวอยู่ ลำตัวหันตะแคงไปทางซ้าย และเอามือทั้งสองข้างสอดเข้าไประหว่างขา ท่านอนนี้ไม่ใช่ท่านอนปกติของเขา เมื่อหันมองนาฬิกาก็เห็นว่าตอนนั้นเป็นเวลา 05.20 น. จึงลุกขึ้นจากเตียง ไปห้องน้ำ ในใจพยายามปลอบตัวเองว่ามันไม่น่าจะมีอะไร ก่อนที่จะกลับมานอนต่อ แต่ผ่านไปได้อีกสักพัก คุณเคนก็ได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเริ่มร้องไห้อยู่ เธอก้มหน้า มีผมยาวปะบ่า ห่มผ้าสีตุ่นทรงกระบอกแขนยาวและนุ่งกระโปรงลากยาวถึงตาตุ่ม เหมือนชาวบ้านสมัยก่อนที่คุณเคนเห็นในละครเขาใส่กัน เธอนั่งทับโคมไฟอยู่ตรงนั้น ด้านขวาบนตรงข้างหัวเตียงคุณเคน!

“มันน่าจะไม่ใช่คนแล้วแหละ” คุณเคนคิดในใจ แต่ด้วยความที่เขาเป็นคนไม่กลัวผี จึงลองถามผู้หญิงคนนั้นไปว่าเธอเป็นใคร แต่เธอไม่ยอมตอบ กลับร้องไห้หนักกว่าเดิม ส่งเสียงโหยหวนไปทั่วห้อง ตอนนั้นคุณเคนกลัวมาก ๆ แต่ก็พยายามถามเธอต่อ “เราเคยทำให้เธอเสียใจหรอ ทำไมถึงมานั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้” หลังจากนั้นภาพที่คุณเคนเห็นก็ถูกตัดไป!

เขาพบว่าตัวเองยืนอยู่หน้าบ้านไม้หลังหนึ่ง เขารู้สึกได้ว่าน่าจะเป็นแถวอ่อนนุช แต่มีท้องร่อง ส่วนที่ตัวบ้านเป็นลักษณะพื้นยกสูง มีต้นไม้รายล้อม ณ ตอนนั้น คุณเคนสัมผัสได้ว่าผีตนนี้พยายามให้เขาเห็นอะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นในบ้าน เขารู้สึกถึงตัวเองในคราบของเจ้าของบ้านกำลังทำร้ายผู้หญิงผู้นั้น สิ่งนี้น่าจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้เธอมานั่งร้องไห้ข้าง ๆ เขา คุณเคนบอกให้เธอหยุดภาพที่เกิดขึ้น “เราไม่อยากเห็นภาพ เราอยากคุยกับเธอ” ทันใดนั้นภาพของบ้านที่เขาเห็นก็ตัดกลับมาที่ห้องนอนบนคอนโดดังเดิม

“เราทำอะไรให้เธอมาก่อน เราไม่รู้จริง ๆ เราขอโทษ” คุณเคนพูดกับผู้หญิงคนนั้น “แล้วเราจะทำยังไงให้เธอยกโทษให้เราได้บ้าง” ผู้หญิงคนนั้นก็ยิ่งร้องไห้หนักเข้าไปใหญ่ คุณเคนบอกว่าตอนนั้นรู้สึกกลัวที่สุดเท่าที่ในชีวิตเคยกลัวมา และยังรู้สึกอีกว่าเธอพยายามสื่อสารกับเขา แต่เขาไม่สามารถได้ยินสิ่งที่เธอพูดออกมาได้ ได้ยินเพียงแต่เสียงร่ำไห้ของเธอ คุณเคนบอกเธอว่าจะทำบุญทำสังฆทานไปให้ แต่เสียงร้องก็ยังไม่หยุด สุดท้ายเขาจึงพูดกับเธอว่า “เดี๋ยวเราบวชให้เธอนะ” เธอก็หยุดร้องไห้ทันที และในช่วงเวลาเดียวกันก็มีเสียงพูดแหบแห้งดังข้างหูคุณเคน ก่อนที่คุณเคนจะเริ่มลืมตาตื่นขึ้นมาอีกที คราวนี้คุณเคนตื่นจากฝันแล้วจริง ๆ ในสภาพที่เหงื่อโชกไปทั้งตัว แม้แอร์ในห้องจะเย็นมากก็ตาม เขาหันไปดูนาฬิกาตอนนั้นประมาณ 05.40 น.

ดีเจเจ็มถามคุณเคนว่า สุดท้ายแล้วสามารถจับใจความอะไรจากเสียงแหบแห้งที่ได้ยินข้างหูหรือไม่ คุณเคนตอบกลับมาว่า ขณะที่พยายามจะสื่อสารกับผู้หญิงคนนี้ เขาสัมผัสได้ว่าเขาเคยทำให้เธอเสียใจมาก ๆ มาก่อน เขาคงเคยสัญญากับวิญญาณปริศนานี้ว่าจะรักแต่เพียงเธอเพียงผู้เดียว แต่แล้วเขาก็ผิดสัญญาเธอ เขากับเธอเคยอยู่บ้านหลังนั้นด้วยกัน บ้านที่เขาเห็นในฝัน หลังจากนั้นเป็นต้นมา ทุกช่วง 05.40 น. คุณเคนก็จะพบเจอกับเหตุการณ์แบบเดิมอยู่เป็นประจำ

แต่แล้วก็มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในคืนอังคารคืนหนึ่ง เมื่อคุณเคนตัดสินใจไม่วิดีโอคอลให้คนรู้จักมาอยู่เป็นเพื่อนเหมือนเคย เขาสวดมนต์ เวลาขณะนั้นใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว เมื่อคุณเคนเริ่มแผ่เมตตา เขาพูดในใจว่า “เราขอโทษนะ” ทันใดนั้น เปรี้ยง! ไฟทั้งตึกก็ดับลง! เหลือเพียงแสงฟ้าแลบแกมเสียงฟ้าร้องจากข้างนอก แล้วฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมา คุณเคนยังคงพยายามเปิดบทสวดมนต์บนคอมพิวเตอร์ต่อไป ณ ขณะนั้นมีเพียงแสงไฟจากหน้าจอคอมฯ อยู่ท่ามกลางบรรยากาศที่มืดสนิทของห้อง คุณเคนกล่าวว่า “เป็นวันที่ผมสติแตกที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต”

หลังจากนั้น คุณเคนก็ไม่สามารถทนอยู่ที่คอนโดได้อีกต่อไป จึงต้องย้ายกลับมาที่บ้าน แต่บางครั้งในเวลาเดิมช่วงประมาณ 05.40 น. เขาจะเห็นผู้หญิงคนนั้นมานั่งตรงหัวเตียง หรือไม่ก็บนหัวของเขา..!  นอกจากนี้ยังมีอีกหลายครั้งที่เขารู้สึกเหมือนมีมืออะไรบางอย่างมาจิกไหล่ให้เจ็บจนตื่น หรือไม่ก็เอาหน้ามาแนบหลังโอบตัวเขาไว้อย่างใกล้ชิด แต่ก็ไม่เห็นรอยอะไรเมื่อตื่นขึ้นมา เมื่อเจอแบบนี้บ่อย ๆ เข้า คุณเคนก็รู้สึกไม่ไหวแล้ว เพราะตอนนั้นมีอะไรบางอย่างมาทำให้เขาลืมตาไม่ได้! ทันทีที่เธอสอดแขนเขามาใกล้ เขาก็บีบมือของเธอทันที แต่มือนี้กลับมีลักษณะท้วมกว่ามือก่อนที่เขาเคยสัมผัสมาก และมือนั้นก็บีบตอบกลับเขาด้วย!

ต่อมา คุณเคนต้องไปบวชตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ เขาพบว่าสิ่งนี้ช่วยได้มาก เพราะแม้ตอนนี้วิญญาณของผู้หญิง​จะยังคงวนเวียนไปมาหาสู่กับคุณเคนเรื่อย ๆ แต่จำนวนครั้งก็ลดลง เมื่อบวชเสร็จ คุณเคนเคยไปขอคำปรึกษาจากพระสายปฏิบัติรูปหนึ่งว่า เหตุใดตนถึงต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้ด้วย วิญญาณเหล่านั้นคือใครกัน คำตอบที่ได้จากพระรูปนั้นคือ “ไม่ต้องรู้หรอกว่าเขาคือใคร แต่คุณรู้ว่าเขาคือใคร” หมายความว่า ตัวคุณเคนเองรู้อยู่แล้วว่าพวกเขาเหล่านั้นเป็นใคร แต่ไม่มีเรื่องจำเป็นที่จะต้องไปขุดค้นเรื่องราวที่ผ่านมาแล้ว ขอเพียงให้คุณเคนตั้งใจใช้ชีวิตทำดีต่อไปก็พอ ดีเจแนนถามคุณเคนด้วยความสงสัยว่า แล้วตกลงคุณเคนรู้จริงหรือว่าพวกเขาเหล่านั้นเป็นใคร คุณเคนเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่เขาบอกว่าเมื่อผู้หญิงคนนั้นมาร้องไห้ให้เขาเห็น เขาสัมผัสได้ว่าเหตุการณ์ในฝันที่เขาเห็นคงเกิดจากสัญญาใจที่ตนคงเคยสร้างไว้ และสัญญาใจนี้แหละที่เป็นเหตุที่ทำให้วิญญาณเหล่านั้นแวะเวียนมากหาเป็นประจำทุกช่วง 05.40 น. ของวัน บ้างก็มาเป็นร่างธรรมดา บ้างก็โครงกระดูก.. เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่มาหาเขาเป็นคนเดิมหรือไม่

ส่วนตัวคุณเคนเชื่อว่าชาติภพและคำสาบานมีจริง เขาโทรมาเล่าเรื่องราวของตนให้ฟังครั้งนี้เพื่อที่จะบอกกับคนฟังว่า “ถ้าชาติภพมีจริง คำสัญญามีจริง คำสาบานมีจริง ความผูกพันธ์ทางความรู้สึกมันมีจริง อย่าทำแบบนี้กับใครครับ” เรื่องนี้เอาทำเอา ดีเจทั้ง 2 ขนหัวลุกไปตามกัน แถมยังทิ้งข้อคิดดี ๆ ไว้ในตอนท้ายของเรื่องด้วย

(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

ฟังเรื่องหลอนแบบเต็ม ๆ ได้ที่

 

related อังคารคลุมโปง RECAP

เรื่องเล่าจากคุณเเรก 'ทฤษฎีเจอผี' I อังคารคลุมโปง X หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ - อ๊อฟ อัครพล [7 ม.ค. 2568]

10 ม.ค. 2025

เรื่องเล่าจากคุณเเรก 'ทฤษฎีเจอผี' I อังคารคลุมโปง X หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ - อ๊อฟ อัครพล [7 ม.ค. 2568]

รายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (7 มกราคม 2568) พบกับ ‘คุณแรก’ สายแรกของปี ที่นำเรื่องสุดระทึกอย่าง ‘ทฤษฎีเจอผี’ เรื่องราวหลอนปนความสนุกที่เล่าต่อกันในมหาวิทยาลัย เรื่องนี้จะทำให้ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ ขนลุกขนาดไหน ไปอ่านกันเลย! ‘ทฤษฎีเจอผี’ เป็นเรื่องราวที่ ‘คุณแรก’ ได้ฟังมาจากน้องฝึกงาน เป็นเรื่องเล่าของเหล่านักศึกษาในมหาวิทยาลัยซึ่งรุ่นพี่ก็ได้เล่าให้ฟังมาอีกที เรื่องนี้เริ่มต้นที่กลุ่มนักศึกษาในคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ นักศึกษาคนหนึ่งชื่อ ‘เจอร์รี่’ (นามสมมุติ) เป็นลูกครึ่งไทย-อเมริกัน พ่อของเขาเป็นทหารเก่าไปต่อสู้ที่เวียดนามและมีประสบการณ์เกี่ยวกับปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ จึงมักจะนำมาเล่าให้เจอร์รี่ฟังตั้งแต่เด็กทำให้เจอร์รี่สนใจในเรื่องนี้มาตลอด ซ้ำยังชอบเก็บเรื่องราวเกี่ยวกับผีมาจดในสมุดบันทึกของตัวเอง เมื่อเจอร์รี่เข้ามาเรียนในคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ เขาก็ได้พบกับเพื่อนสนิทสองคนที่สนใจเรื่องผีเหมือนกัน ทั้งสามมักจะสงสัยว่าตึกของคณะมีผีหรือไม่ เพราะตึกนั้นค่อนข้างเก่า อีกทั้งรุ่นพี่ก็มักจะเล่าเรื่องผีให้ฟังอยู่บ่อยครั้ง นอกจากนี้ เจอร์รี่ยังได้สนิทกับ ‘ลุงสม’ (นามสมมุติ) ภารโรงของตึก เจอร์รี่ที่อยากรู้เรื่องผีจึงถามลุงสมว่า เจอร์รี่ : ตึกของเรามีผีไหม? ลุงสม : ทำไมเด็กฝรั่งอย่างแกถึได้สนใจเรื่องผี? เจอร์รี่ : ผมอยากเห็นผีจริง ๆ ลุงสม : ถ้าลุงทำให้เห็นผีได้ แกจะเชื่อไหม ? เจอร์รี่รู้สึกขำเพราะไม่เชื่อที่ลุงพูด แต่ก็รู้สึกสนใจ จากนั้นลุงสมก็พูดต่อขึ้นมาว่า ลุงสม : เมื่อก่อนลุงเป็นหมอผี ถ้าแกอยากเห็นจริง ๆ ไปซื้อกาแฟร้อนมา เดี๋ยวลุงจะทำให้เห็น เจอร์รี่ไม่รอช้า รีบไปซื้อกาแฟตามลุงบอกมาให้ทันที เมื่อลุงได้ของที่ต้องการ ลุงก็นำผงบางอย่างที่อยู่ในกระปุกเล็ก ๆ เหยาะลงไปในกาแฟ และบอกให้เจอร์รี่ดื่ม เจอร์รี่ได้แต่สงสัยว่าผงนั้นคืออะไร แต่ก็กินเข้าไปด้วยความอยากรู้ หลังจากนั้นเจอร์รี่ได้ถามว่า “แล้วยังไงต่อล่ะลุง” ลุงบอกว่า “เดี๋ยวลุงเอาหมวกกันน็อคมาให้” และเตือนว่า “ถ้าเห็นอะไรแล้วก็บอกลุง..” หลังจากดื่มกาแฟแก้วนั้น เจอร์รี่ก็ไปทำกิจกรรมตามปกติจนเสร็จ เขาเดินไปที่รถมอเตอร์ไซค์เพื่อไปเอาหมวกกันน็อคที่เก็บไว้ใต้เบาะ พอไขกุญแจเปิดเบาะขึ้นมา เจอร์รี่ก็ต้องช็อคกับภาพที่เห็น เพราะหมวกกันน็อคมีศีรษะคนอยู่ในนั้น! เจอร์รี่ตกใจแล้วอุทานว่า “ว้าว โคตรเท่!” และเรียกเพื่อนมาดู แต่เพื่อนกลับบอกว่าไม่เห็นอะไรเลย.. วันรุ่งขึ้น เจอร์รี่ไปเล่าทุกอย่างให้ลุงสมฟัง ลุงสมจึงอธิบายว่า ผงที่ใส่ลงไปในกาแฟคือ ‘ผงเถ้ากระดูกผี’ ซึ่งจะช่วยเปิดประสาทให้เจอร์รี่สามารถมองเห็นผีได้ ส่วนหมวกกันน็อคคือหมวกที่ลุงสมสะสมมา เป็นของที่ได้มาจากอุบัติเหตุของคนที่เสียชีวิต เจอร์รี่รู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะเขาชอบเรื่องผี ลุงสมจึงชักชวนเขาไปบ้านของตน เจอร์รี่จึงชวนเพื่อนไปด้วยกัน เมื่อไปถึงบ้านลุง เจอร์รี่ก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่ได้เห็น เพราะมีของบูชาจำนวนมาก และสิ่งที่สะดุดตาคือ ‘หม้อดิน’ เจอร์รี่จึงถามลุงว่า “มันคืออะไรครับ?” ลุงตอบว่า “ลุงเลี้ยงผีไว้ตั้งแต่สมัยหนุ่ม ๆ ในหม้อใบนี้คือผีตายโหงทั้งนั้น” และยังเล่าอีกว่าเมื่อก่อนตนนั้นรับจ้างทำไสยศาสตร์ แต่หลังจากเป็นนักการภารโรงก็ไม่ค่อยได้ทำแล้ว จะทำก็ต่อเมื่อมีคนมาจ้าง เมื่อได้ยินเรื่องราวต่าง ๆ รวมทั้งสิ่งของที่อยู่ในบ้านของลุง เจอร์รี่และเพื่อนก็เชื่อสนิทใจ ว่าลุงนั้นเป็นหมอผีจริง ๆ ไม่นานหลังจากนั้น ทางมหาวิทยาลัยก็ได้ให้นักศึกษาจัดกิจกรรมภายในคณะ เจอร์รี่จึงคิดจะทำบ้านผีสิง เจอร์รี่ได้ว่าจ้างลุงสม 6,000 บาท เพื่อทำให้คนที่เข้ามาได้เห็นผีจริง ๆ ลุงสมตอบรับและบอกให้เจอร์รี่ไปต้มน้ำหวานไว้ข้างหน้าทางเข้าเพื่อจะใส่ผงที่เสกลงไป และเตรียมน้ำมนต์ที่ทางออก เพื่อให้ทุกอย่างจบลงที่ห้องนี้ นอกจากนี้ลุงสมได้กำชับและเตือนไว้ว่า ห้ามเปิดหม้อดินเพราะถ้าเปิดจะทำให้ผีหลุดออกมา แล้วลุงก็เขียนอักระไว้ตามประตู-หน้าต่างเพื่อกันวิญญาณออกจากห้องนี้ เมื่อกิจกรรมเริ่มขึ้น กลุ่มแรกที่เข้าไปเป็นรุ่นพี่ เจอร์รี่ได้ให้พวกเขากินน้ำหวานที่ทางเข้า พร้อมบอกว่า “พี่ค่อย ๆ เดินไปนะ พอถึงตรงออกให้เคาะประตูทางออก แล้วจะเปิดประตูให้” หลังจากที่พวกรุ่นพี่เข้าไป เจอร์รี่ได้สับสวิตช์ไฟเพื่อสร้างบรรยากาศให้น่ากลัวขึ้น สักพัก เสียงวี๊ดว้ายก็ดังออกมาจากห้อง พร้อมกับเสียงตะโกนว่า “ผีหลอก! ผีหลอก!” สาเหตุเกิดจากการที่เจอร์รี่แหกกฎไปเปิดหม้อที่ลุงห้ามไว้ เพราะอยากให้น่ากลัวขึ้นอีกและอยากให้บ้านผีสิงที่เขาสร้างเป็นที่จดจำว่าโหดที่สุด ในขณะนั้น รุ่นพี่ก็ยังคงกรี๊ดกร๊าดโวยวาย เคาะประตูทั้งทางเข้าและทางออก แต่เจอร์รี่ก็ยังไม่ยอมเปิด จนกระทั่งมีรุ่นพี่คนหนึ่งกลัวมาก ถึงขั้นกระโดดถีบหน้าต่างจนพังและปีนออกจากห้องที่อยู่ชั้นสองลงมาข้างล่าง ส่วนรุ่นพี่คนอื่นก็พากันเคาะประตูเสียงดังมากจนเจอร์รี่ต้องยอมเปิด พอเปิดออกมา พวกเขาก็วิ่งกรูกันออกมาจนทำให้น้ำมนต์ที่ตั้งไว้หกจนหมด! ทำให้ไม่มีใครได้กินน้ำมนต์ หลังจากนั้นนักศึกษาในคณะก็เห็นผีกันเกือบทั้งตึก เพราะผีหลุดออกจากห้อง! เมื่อรู้ว่ามีเหตุการณ์ผีหลุดเกิดขึ้น กลุ่มเจอร์รี่และเพื่อนที่ทำบ้านผีสิงก็เงียบกริบ เพราะรู้ว่าพวกตนเป็นต้นเหตุ พวกเขาไม่ยอมบอกใคร แต่แอบไปบอกลุงสมว่า “เดี๋ยวผมมาจ้างเพิ่มนะ ลุงช่วยเก็บผีไปให้หน่อย ตอนนี้มันเฮี้ยนมาก” ลุงสมตอบรับว่า “ได้ เดี๋ยวลุงจัดการเอง” เช้าวันรุ่งขึ้น ลุงสมมาทำงานตามปกติและรอที่จะทำตามที่รับจ้างมาในคืนนี้ ระหว่างนั้น เขายืนตัดต้นไม้อยู่หน้าตึก แต่แล้วก็มีรถเก๋งคันหนึ่งขับผ่านหน้าตึกอย่างช้า ๆ แต่เมื่อใกล้ถึงก็เหยียบคันเร่งจนชนลุงสมกระเด็น ส่งผลให้ลุงสมเสียชีวิตคาที่! ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ช่วยกันล็อคตัวคนขับ ปรากฏว่าเป็นนักศึกษาผู้หญิง เมื่อตำรวจมาสอบปากคำ ก็พบว่า นักศึกษาผู้หญิงคนนี้แค้นที่แฟนของเธอเคยจ้างลุงสมให้ทำคุณไสยให้สาวอื่นมาหลง จนสุดท้าย แฟนก็นอกใจ นักศึกษาหญิงคนนี้จึงตั้งใจมาทำร้ายลุงสมให้เจ็บตัว แต่ไม่คิดว่าลุงสมจะเสียชีวิต สุดท้ายแล้ว ก็ไม่มีใครมาเก็บผี และกลุ่มนักศึกษาที่กินน้ำผสมเถ้ากระดูกก็เห็นผีหลอกจนอยู่ไม่ได้ นอกจากนี้ตึกก็เฮี้ยนขึ้นมาก นิมนต์พระมาทำพิธีแต่ก็ยังอยู่ไม่ได้ ส่วนเจอร์รี่ต้องดรอปเรียนไปบวชเพราะทนเห็นผีไม่ไหว เรื่องนี้ทำเอาดีเจทั้งสองคนขนลุกไปตามกัน ถือว่าเป็นการเปิดประเดิมเรื่องแรกของปีในอังคารคลุมโปงที่ดีทีเดียว!(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

Epic time ถ่ายรายการผีที่ต้องไปนอนบ้านคนอื่น จนทีมงานเจอดี วิ่งหนีแทบไม่ทัน

09 ก.พ. 2024

Epic time ถ่ายรายการผีที่ต้องไปนอนบ้านคนอื่น จนทีมงานเจอดี วิ่งหนีแทบไม่ทัน

เรื่องนี้ ‘คุณทับทิม’ ได้นำมาเล่าให้แฟนรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (6 กุมภาพันธ์ 2567) ฟังพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ เป็นเรื่องที่เกิดในรายการ ‘Epic Ghost Camp’ อีพีที่เป็นบ้านของน้องสตรีมเมอร์คนหนึ่ง ซึ่งทางเจ้าของบ้านได้มีการชักชวนด้วยตัวเอง เพราะมั่นใจว่าบ้านของตัวเองโหดที่สุด ตั้งแต่รายการนี้ไปถ่ายทำมา เรื่องราวนี้จะเป็นอย่างไร ไปอ่านกันเลย โดยเรื่องนี้ที่คุณทับทิมได้นำมาเล่าเป็นประสบการณ์จากรายการ Epic Ghost Camp EP ที่ไปถ่ายทำที่บ้านของ ‘คุณต้น’ (นามสมมติ) สตรีมเมอร์คนหนึ่ง โดยรายการนี้ พิธีกรหลักคือ ‘คุณเอก’ และ ‘คุณทับทิม’ ยูทูปเบอร์จากช่องดังอย่าง Epic Time จะเข้าไปรับฟังเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในบ้านกับเจ้าของบ้านก่อน ส่วนทีมงานจะอยู่ข้างนอกไม่ได้เข้าไปฟังด้วย เพื่อป้องกันการเตี้ยม นอกจากนี้รายการยังให้ทีมงานไปนอนตรงจุดที่มีเรื่องราวต่าง ๆ ในบริเวณบ้าน ด้วยการจับฉลากอีกด้วย เมื่อเริ่มถ่ายทำ คุณต้นก็เล่าเรื่องหลอนให้คุณเอกและคุณทับทิมฟังว่า สิ่งที่เกิดกับบ้านหลังนี้คือ เวลาอยู่คนเดียวมักจะได้ยินเสียงเหมือนกับมีคนกำลังเดินขึ้นลงบันได อธิบายเพิ่มเติมว่าบ้านหลังนี้จะมี 1 ห้อง ที่เป็นห้องนอนสำหรับทีมงานของคุณต้น และเล่าให้ฟังอีกว่า วันหนึ่งมีทีมงานคนหนึ่งนอนหลับอยู่ในห้องตามปกติ อยู่ ๆ ก็เจอเงาสีดำ รูปร่างคล้ายกับกุมารทอง แต่ไม่เห็นใบหน้า มายืนอยู่ข้าง ๆ ซึ่งก่อนหน้าที่ทางทีมงานของคุณต้นจะเจอดี ตอนเช้าได้มีการท้าทายว่า “ถ้าบ้านหลังนี้มีผีจริง ๆ คืนนี้ขอเจอหน่อย อยากเจอ” ที่พูดไปแบบนั้นเพราะทีมงานคนอื่นได้เจอกันหมดแล้ว เหลือเขาคนเดียวที่ยังไม่เคยเจอ และสุดท้ายก็ได้เจอดีเข้าจริง ๆ คุณต้นยังเล่าเรื่องที่เคยเกิดขึ้นกับตัวเองอีกว่า ขณะที่เขากำลังนั่งเล่นเกมอยู่คนเดียว อยู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูแบบรัว ๆ “ปึง ปึง ปึง!” ครั้งแรกเขาก็ไม่ได้สนใจ เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าบ้านตนเองมีอะไรบางอย่างอยู่ จึงนั่งเล่นเกมต่อ เวลาก็ผ่านไปไม่ถึง 20 วินาที เขาก็ได้ยินเสียงเคาะประตูอีก ครั้งนี้เคาะเสียงดังมาก “ปึง ปึง ปึง!!” จนประตูสั่น เขาจึงตัดสินใจวิ่งไปเปิดประตู แต่กลับไม่พบอะไรเลย! และอีกเหตุการณ์ที่หนักที่สุดตั้งแต่เคยเจอมาในบ้านนี้ก็คือ คุณแม่ของคุณต้นถูกผีเข้าสิง! ซึ่งเป็นผีกุมารทองที่คุณแม่เป็นคนเลี้ยงไว้เอง คุณต้นเล่าลักษณะตอนที่คุณแม่ถูกเข้าสิงว่า “คุณแม่มีอาการเสียงเปลี่ยนไป เป็นเหมือนกับเสียงของเด็ก และก็มีแรงเยอะผิดปกติ ขนาดผู้ชายจับ 4 คนจับยังไม่อยู่” เมื่อเล่าเรื่องหลอนกันพอสังเขป ทางรายการก็ให้ทีมงานเข้าไปในบ้าน เพื่อจับสลากเลือกจุดที่จะนอน เพื่อให้แต่ละคนได้จุดที่นอนแตกต่างกันไป ซึ่งคุณทับทิมก็ได้นอนด้วย เป็นจุดที่ต้องนอนในห้องของทีมงานที่เคยเจอกุมารทอง แต่สุดท้ายคุณทับทิมก็ไม่เจออะไร ทางด้านทีมงาน ก็มีทีมงานคนหนึ่งเขามีสัมผัสที่หก ได้ไปนอนอยู่หน้าห้องของทีมงานคุณต้น ซึ่งอยู่ตรงทางขึ้นลงบันได จุดนี้เป็นจุดที่เจอดีเยอะมาก อันแรกคือ จุดที่ทีมงานนอน ด้านบนจะมีหิ้งพระ ข้างหิ้งพระก็จะเป็นแจกันดอกบัว ทีมงานคนนี้ก็กวาดสายตาไปรอบ ๆ ห้อง จังหวะที่สายตามองขึ้นไปเห็นหิ้งพระ ดอกบัวที่อยู่ในแจกันขยับเอง ทั้งที่แจกันก็ยังตั้งอยู่นิ่ง ๆ ในขณะที่กำลังพักกล้อง อยู่ดี ๆ ทีมงานคนเดิมก็มีอาการแปลก ๆ ยืนเอาหลังพิงกำแพงแล้วก็ค่อย ๆ รูดตัวลงไปกับกำแพง พร้อมกับเอามือปิดหน้า คุณเอกที่ดูผ่านมอนิเตอร์ เห็นท่าทางอาการเริ่มไม่ค่อยดี จึงใช้วอไปถามทีมงานคนนี้ว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งทางทีมงานก็ตอบว่า “มีผู้ชายตัวเล็ก ๆ มานั่งชันเข่าอยู่ข้าง ๆ” จากนั้นทีมงานคนเดิมก็เห็น ผู้ชายตัวเล็กคนเดิม ไปนั่งห้อยขาลงมาจากตู้เสื้อผ้า คุณเอกก็ได้มีการวอถามซ้ำอีกว่า “ยังเห็นอยู่ไหม เขาไปหรือยัง” ทีมงานก็เงยหน้าขึ้นไปมอง แล้วก็ตอบว่า “ยังอยู่ค่ะ” ต่อมามีเหตุการณ์ที่ทีมงานคนเดิมวิ่งลงบันไดพร้อมกับกรี๊ดเสียงดังมาก ทุกคนที่ยังนอนตามจุดต่าง ๆ ก็ตกใจ และกลัวว่าทีมงานคนนี้จะตกบันได ก็ได้มีการมารวมตัวกันที่กลางบ้าน ทีมงานคนนี้ก็เล่าให้ฟังว่า ‘จังหวะที่กำลังเดินลงบันใดมาข้างล่าง เขามองไปตรงชานพักบันไดกลางบ้าน ด้านซ้ายจะเป็นหน้าต่างระบายอากาศ เขาเห็นเป็นเหมือนผู้หญิง ผมยาว ๆ อยู่ข้างนอก เขาตกใจจึงวิ่งกรี๊ดลงมา’ ซึ่งทีมงานอีกคน ที่นอนอยู่บริเวณด้านล่าง เป็นผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด จึงสาธิตให้ดูว่า ‘เห็นทีมงานคนนี้หันหน้าออกไปที่หน้าต่าง แล้วก็ตกใจกรี๊ดแล้วก็วิ่งลงมา’ หลังจากคลิปนี้ได้เผยแพร่ออกไป ก็มีคอมเมนต์จากแฟนคลับว่า นาทีที่ 25.53 เห็นเงาหน้าผู้หญิงที่หน้าต่าง ซึ่งจังหวะนั้นเป็นจังหวะที่ทีมงานคนที่เห็นเหตุการณ์กำลังสาธิตอยู่ พอทีมงานคนที่สาธิตเดินจากบันไดมาถึงข้างล่าง หน้าของผู้หญิงก็หันออกไปแล้วก็หายไปแล้ว(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

เดจาวูสุดหลอนในวัยเด็ก ฝันเห็นคนเสียชีวิต พอตื่นขึ้นมาเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงเหมือนในฝันเป๊ะ!

24 พ.ย. 2023

เดจาวูสุดหลอนในวัยเด็ก ฝันเห็นคนเสียชีวิต พอตื่นขึ้นมาเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงเหมือนในฝันเป๊ะ!

ระหว่างทางไปน้ำตกเผลอนอนหลับในรถ จึงฝันเห็นเหตุการณ์​คนเสียชีวิตในสถานที่ที่กำลังจะไป ปรากกฎว่า พอไปถึง.. เหตุการณ์เหมือนในฝันดันเกิดขึ้นจริง! เรื่องนี้ ‘NICECNX’ ได้นำมาเล่าให้แฟนรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (21 พฤษจิกายน 2566) ฟังพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘ตัวตายตัวแทน’ เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ไปอ่านกันได้เลย! คุณไนซ์เล่าว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของทีมงานใกล้ตัว นามสมมติว่า ‘พี่หนึ่ง’ ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับชีวิตคุณไนซ์พอสมควร เพราะทุกคนล้วนเคยเกิดเหตุการณ์ ‘เดจาวู’ แต่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับพี่หนึ่งถือว่าแรงมาก ๆ เพราะพอเดจาวูเสร็จ เหตุการณ์ก็เกิดขึ้นจริงในอีกประมาณ 10 นาทีต่อมา เรื่องมีอยู่ว่าในตอนเด็ก พ่อกับแม่พาพี่หนึ่งไปเที่ยวน้ำตก เป็นน้ำตกที่มีหลายชั้น ซึ่งในน้ำตกจะมีชั้นนึงที่เป็นวังน้ำวน พี่หนึ่งชอบไปเล่นที่ชั้นนี้มาก ขณะเดินทางไปน้ำตก ด้วยความเป็นเด็กจึงนอนหลับในรถตามปกติ แต่แล้วก็ฝันว่า พอไปถึงน้ำตก กำลังจะลงเล่นน้ำ คนที่อยู่บริเวณนั้นอย่างพ่อค้าแม่ค้าวิ่งแตกตื่นกันมา พ่อกับแม่จึงถามไปถามคนแถวนั้นว่า “เกิดอะไรขึ้น อันนี้น้ำตกเปิดตามปกติรึเปล่า?” พ่อค้าแม่ค้าก็ตอบว่า “มีเด็กผู้หญิงจมน้ำ ไม่รู้เสียชีวิตรึเปล่า เพราะยังหาร่างไม่เจอ หากันมาเป็นชั่วโมงแล้ว อาจจะไม่รอดแล้วมั้ง” จากนั้นในฝันก็ตัดภาพเห็นพี่หนึ่งถึงน้ำตก เดินงัวเงียลงจากรถเพราะพึ่งตื่น เป็นจังหวะที่เขากู้ศพขึ้นมาพอดี พี่หนึ่งจึงชะเง้อดู เห็นเป็นเด็กผู้หญิงหน้าหมวย ใส่ชุดแขนสั้นสีฟ้า ผมประบ่า เป็นศพที่ถูกกู้ขึ้นมาจากในน้ำ จนในที่สุดก็สะดุ้งตื่น เป็นจังหวะเดียวกับรถใกล้จะถึงน้ำตกพอดี พอรถจอด พ่อกับแม่ก็ลงไปจากรถ แล้วคนก็วิ่งแตกตื่น แล้วหลังจากนั้นก็มีการพบศพคนเสียชีวิตเหมือนกับในฝัน! นั่นเป็นเหตุการณ์ชวนขนหัวลุกที่หนึ่งไม่เคยลืม นอกจากนี้ คุณไนซ์ยังเสริมอีกว่า จริง ๆ แล้วตอนแรกน้ำตกมีชื่ออีกชื่อหนึ่ง แต่พอมีนักท่องเที่ยวมาเสียชีวิตซ้ำเยอะ ๆ เขาจึงตั้งชื่อตามและเปลี่ยนชื่อมาเรื่อย ๆ ในมุมหนึ่งอาจเป็นเพราะสถานที่อันตราย แต่ว่าถ้าลองมุมอีกมองอาจจะเป็นการหาตัวตายตัวแทนก็เป็นได้...(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

ไปขอเนื้อคู่ที่ไต้หวัน แต่ดันโดนตามกลับมาจับ...ถึงประเทศไทย! สิ่งนี้คือคำใบ้สู่รักแท้หรือเพียงแค่ประสบการณ์ขนหัวลุกส่วนบุคคล

30 มิ.ย. 2023

ไปขอเนื้อคู่ที่ไต้หวัน แต่ดันโดนตามกลับมาจับ...ถึงประเทศไทย! สิ่งนี้คือคำใบ้สู่รักแท้หรือเพียงแค่ประสบการณ์ขนหัวลุกส่วนบุคคล

วันนี้ ‘ดีเจเจ็ม’ และ ‘ดีเจแนน’ รับหน้าที่จัดรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (6 มิ.ย. 66) เช่นเคย คนที่โทรมาเล่าเรื่องราวในครั้งนี้ชื่อว่า ‘คุณแบงค์’ เขามาพร้อมกับภารกิจตามหารักแท้ ซึ่งต้องแลกมากับเรื่องเขย่าขวัญในค่ำคืนนี้ ถ้าพร้อมแล้วไปอ่านกันเลย! เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา คุณแบงค์อาศัยอยู่ในคอนโดที่พึ่งสร้างขึ้นใหม่ เขามั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าสถานที่แห่งนี้ ‘คลีน’ ซึ่งหมายความว่า ไม่น่าจะมีอะไรน่ากลัวอาศัยอยู่ เขากับน้องสาว 1 คนพักด้วยกันที่ห้องบนชั้น 14 ของตึก ด้วยความที่คอนโดแห่งนี้อยู่ในตัวเมืองและคุณแบงค์เองก็นอนอยู่ฝั่งข้างที่ติดผ้าม่าน เขาจึงสามารถเห็นบริเวณภายในห้องตอนกลางคืนผ่านแสงที่ส่องผ่านเข้ามา ในคืนหนึ่งขณะที่คุณแบงค์กำลังนอนหลับอยู่ เขาฝันว่ามีอะไรบางอย่างกำลังจะบุกเข้ามาในห้อง ได้ยินเสียงเหมือนมีคนวิ่งบนหลังคา ทุบห้อง ข่วนห้อง คล้ายพยายามจะทำให้เขากับน้องกลัว และมันก็ได้ผลจริง ๆ ในฝันน้องสาวบอกให้แกล้งหลับกัน เพื่อหลอกตัวอะไรก็ตามที่กำลังพยายามจะพังเข้ามาในห้อง แล้วพอเขาข่มตาหลับลง ‘มัน’ ก็ได้เข้ามาในห้อง! เขาสัมผัสได้ถึงสิ่งนั้นที่ลอยผ่านตัวเขาไปมา แล้วสักพักหนึ่งก็มีเหมือนเศษผ้าปาดผ่านหน้าเขาไป ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นแส้หางม้า ทันใดนั้นน้องสาวคุณแบงค์กรีดร้องและพูดขึ้นว่า “มีอะไรไม่รู้มาจับอวัยวะเพศ” คุณแบงค์รับรู้ว่ามีมือเล็ก ๆ นุ่ม ๆ มาจั๊กจี้ที่รักแร้ของเขาและในเวลาต่อมาก็มาตะครุบอวัยะเพศของเขา! คุณแบงค์ตกใจจนตื่นขึ้นจากฝัน ณ ขณะนั้นห้องทั้งห้องของเขาก็เปลี่ยนจากสีดำมืดเป็นสีแดงเหมือนกับห้องเชือด ตัดภาพไปด้านซ้ายของเขา ฝั่งที่เป็นผ้าม่าน เขาเห็นลิงหน้าสีแดงสดกำลังแหวกม่านโผล่หัวของมันเข้ามา ระหว่างเขากับลิงตัวนี้อยู่ห่างกันเพียงเมตรเดียวเท่านั้น เขาไม่รู้จะทำอะไรจึงได้แต่นอนนิ่ง ๆ อยู่ประมาณ 10 นาที ก่อนจะเริ่มตกตะกอนทางความคิดกับตัวเองได้ว่า ไม่ว่าสิ่งนี้จะเป็นคน ผี ปีศาจ สัตว์ประหลาด หรืออะไรก็แล้วแต่ มันก็ไม่น่าจะใช้ของไทยแน่นอน! “หรือว่าจะเป็นของที่เราเอาเข้ามา” คุณแบงค์คิดกับตัวเอง พอเขาเริ่มตั้งสติได้ จึงขยับตัวสะบัดผ้าม่านและผ้าห่ม สักพักห้องของเขาจากสีแดงก็กลับกลายเป็นความมืดดังเดิม หน้าของเจ้าจ๋อที่เขาเห็นก็ค่อย ๆ เลือนหายไปตามลำดับ ดีเจแนนถามคุณแบงค์ว่าน้องสาวของเขาเห็นเหมือนกับที่เขาเห็นด้วยรึเปล่า คุณแบงค์จึงตอบกลับว่าตอนแรกเขาคิดว่าน้องน่าจะเห็นด้วย แต่พอถามถึงเรื่องลิงตัวนี้ตอนเช้า น้องสาวของเขากลับตอบว่า เธอนั้นหลับอยู่ตลอดเวลาไม่รู้เรื่องอะไรเลย เหมือนกับว่าสิ่งที่คุณแบงค์เห็นและประสบพบเจอในค่ำคืนนั้น มีเพียงแต่เขาคนเดียวที่สัมผัสถึงได้ ดีเจทั้งสองพยายามสอบถามคุณแบงค์ต่อว่า แล้วคุณแบงค์พอจะทราบที่มาที่ไปของลิงตัวนี้หรือไม่ คุณแบงค์ก็บอกว่าเมื่อเขากลับมาย้อนนึกดูแล้วก็พบว่าคืนนั้น เขาได้เอาวัตถุมงคลชิ้นหนึ่งสอดไว้ใต้หมอนก่อนนอน ย้อนไปเมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา คุณแบงค์พึ่งจะเลิกกับแฟน ประจวบเหมาะกับจังหวะที่เขาไปเที่ยวที่ไต้หวันกับเพื่อนพอดี เขาเดินทางไปวัดหนึ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องการขอพรเกี่ยวกับความรัก สิ่งที่เขาได้กลับมาจากวัดในวันนั้นคือด้ายแดง ขณะที่เขาไปขอพรเขาก็สัมผัสได้ถึงความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่แห่งนี้ เช่นเดียวกันกับเพื่อนของเขา เพื่อนของเขาได้ขอพรว่า หากแฟนคนที่อยู่ด้วยกันในปัจจุบันเป็นคนที่ใช่จริง ก็ขอให้คบกันไปตราบนานเท่านาน แต่ถ้าไม่ใช่คู่กันจริงก็ขอให้เลิกกันโดยเร็วที่สุด แล้วหลังกลับจากไต้หวันได้สองสัปดาห์ เพื่อนของเขากับแฟนก็เลิกกัน... คุณแบงค์ได้อธิษฐานขอคนรักพร้อมบอกชื่อที่อยู่ของตนไปด้วย เขาเลยสันนิษฐานน่าจะเป็นเรื่องนี้นี่เองที่ทำให้เทพท่านมาหาเขาตอนกลางคืน เขาคิดว่าท่านน่าจะมาหาเขาเพื่อ ‘ดูตัว’ อย่างไรก็ตาม เขาก็รู้ในภายหลังว่าวัดแห่งนั้นที่เขาไปไหว้ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับไต้หวันเลย แต่ทั้งเพื่อนที่เป็นหมอดูที่เป็นเพื่อนของเขามีข้อเสนอว่า ลิงตัวนี้อาจมาในลักษณะของการเป็นคำใบ้บอกถึงเนื้อคู่ของเขา และเมื่อลองตรวจตามปีนักษัตร เขาสามารถวิเคราะห์ได้เบื้องต้นว่าอาจเป็นคนอายุ 19 หรือ 31 ปี แต่เรื่องนี้คุณแบงค์ก็ไม่ได้ปักใจเชื่อในทันทีว่ามันเป็นเหมือนที่เขาคิดไว้ คงต้องรอดูกันไปเรื่อย ๆ(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)ฟังเรื่องหลอนแบบเต็ม ๆ ได้ที่

album
efm
-

-