(ภาคต่อ) จบดราม่า เพื่อนเจ้าสาวไม่ใส่ซอง! ล่าสุดเจ้าสาวปล่อยวาง ไม่ได้โกรธ เพราะเข้าใจว่างานแต่งไม่จำเป็นต้องใส่ซองก็ได้

อังคารคลุมโปง RECAP

(ภาคต่อ) จบดราม่า เพื่อนเจ้าสาวไม่ใส่ซอง! ล่าสุดเจ้าสาวปล่อยวาง ไม่ได้โกรธ เพราะเข้าใจว่างานแต่งไม่จำเป็นต้องใส่ซองก็ได้

20 เม.ย. 2026

(ภาคต่อ) จบดราม่า เพื่อนเจ้าสาวไม่ใส่ซอง!

ล่าสุดเจ้าสาวปล่อยวาง ไม่ได้โกรธ

เพราะเข้าใจว่างานแต่งไม่จำเป็นต้องใส่ซองก็ได้


        'คุณแพนด้า' (นามสมมติ) อายุ 34 ปี สายที่ 11  ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวที่เคยเข้ามาเล่าในรายการเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 กับ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่เพื่อนเจ้าสาวไม่ได้ใส่ซองงานแต่ง แถมซองที่คนอื่นฝากมาก็มาไม่ถึงมือเรา 

           ความคืบหน้าล่าสุด 'คุณแพนด้า (นามสมมติ)' ได้เล่าว่า "ปล่อยวางค่ะ ไม่ได้ไปทวง จริง ๆ ก็ปล่อยไปนานแล้วตั้งแต่ที่รู้เรื่อง แต่เมื่อเห็นว่ามีการถกเถียงกันในโซเชียลเรื่อง ไปงานแต่งงานจำเป็นต้องให้เงินใส่ซองหรือไม่ เลยนึกขึ้นได้อีกครั้งว่าเพื่อนเราเคยไม่ใส่ซองให้เราเหมือนกัน ก็เลยอยากลองมาแชร์เรื่องราว หลังจากที่โทรมาปรึกษา ก็ทำให้เราเข้าใจเพื่อนมากขึ้นว่า การเป็นเพื่อนเจ้าสาวไม่จำเป็นต้องใส่ซองก็ได้นะ และเราก็ไม่ได้โกรธเพื่อนด้วย ตอนเจอกันก็คุยกันปกติ ไม่ได้คิดอคติที่เขาไม่ใส่ซองให้เรา"

           สุดท้ายคุณแพนด้าขอฝากว่า การที่มาเล่าให้ฟังในรายการนี้ แค่อยากมาแชร์ประสบการณ์เท่านั้น ไม่ได้จริงจังอะไร เห็นว่าบางคอมเมนต์ มีการแสดงความคิดเห็นในทางลบ อยากให้เปิดใจ เข้าใจเรื่องราวให้มากก่อนแสดงความคิดเห็น

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin 

related อังคารคลุมโปง RECAP

ลูกสาวโทรปรึกษา คุณพ่อติดเหล้าหนัก จนเป็นโรคตับอ่อนอักเสบ ปกติพ่อเป็นคนใจดีมาก แต่พอดื่มเหล้าพ่อก็เปลี่ยนเป็นคนละคน พ่อเคยเลิกดื่มเหล้ามา 6 เดือน แต่ตอนนี้กลับไปดื่มเหมือนเดิม... มันหนักจนหนูเป็นโรคซึมเศร้า ควรทำยังไงให้คุณพ่อรักตัวเองดีคะ?

21 เม.ย. 2023

ลูกสาวโทรปรึกษา คุณพ่อติดเหล้าหนัก จนเป็นโรคตับอ่อนอักเสบ ปกติพ่อเป็นคนใจดีมาก แต่พอดื่มเหล้าพ่อก็เปลี่ยนเป็นคนละคน พ่อเคยเลิกดื่มเหล้ามา 6 เดือน แต่ตอนนี้กลับไปดื่มเหมือนเดิม... มันหนักจนหนูเป็นโรคซึมเศร้า ควรทำยังไงให้คุณพ่อรักตัวเองดีคะ?

“น้องแคท (นามสมมุติ)” อายุ 18 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (19 เม.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น – ดีเจอ้อย” เกี่ยวกับปัญหาคุณพ่อติดเหล้าหนักมาก “น้องแคท (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘คุณพ่อของหนูติดเหล้าหนักมาก และตอนนี้พ่อก็เป็นโรคตับอักเสบด้วย คือ ตั้งแต่โตมาหนูเห็นพ่อกินเหล้ามาตลอด เวลาพ่อเมาเขาก็จะเปลี่ยนไปเป็นอีกคนนึงเลย ปกติพ่อจะเป็นคนใจดี น่ารักมากๆ แต่พอกินเหล้าพ่อก็เปลี่ยนไปเป็นคนก้าวร้าว เจ้าอารมณ์เลย พ่อดื่มเหล้าทุกวัน เมาทุกวัน ไม่จำเป็นต้องมีเพื่อนนั่งดื่ม เขาก็สามารถดื่มได้ พ่อจะดื่มมาจากข้างนอก เพราะถ้าดื่มในบ้านเขาจะทะเลาะกับแม่เลี้ยง แล้วจะปฏิเสธว่าไม่ได้ดื่ม มีทุกแบบเลยทั้งเดินไม่ตรง พูดไม่รู้เรื่อง หรือแม้กระทั่งนอนกองอยู่หน้าบ้าน มันหนักมากจนถึงขั้นที่หนูเป็นโรคซึมเศร้าเลย เพราะพ่อทำร้ายร่างกายทั้งหนูและแม่เลี้ยงเลย ตอนที่พ่อหายเมา เขาก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกคนเคยพูดกับพ่อหมดเลย ทั้งญาติหนู ยายหนู แม้กระทั่งจิตแพทย์ที่หนูไปหาหมอเรื่องโรคซึมเศร้า ตอนแรกเขาก็ตกใจที่หนูเป็นโรคซึมเศร้า แต่ขนาดไปหาจิตแพทย์พ่อก็ยังเมาอยู่เลย ส่วนใหญ่หนูจะเป็นคนเรียกรถฉุกเฉินมารับพ่อไปโรงพยาบาล แล้วหนูก็จะไปเฝ้าเขา ทั้งพ่อและแม่ทำงานกันหมดเลย ซึ่งตอนนี้พ่อก็ยังทำงานได้ แต่เขาก็เคยเกือบจะโดนไล่ออกมาหลายครั้งแล้ว ก่อนหน้านี้พ่อเคยหยุดเหล้ามาได้ 6 เดือนแล้ว วันนั้นที่พ่อบอกปวดท้องหนัก หนูก็เลยเรียกรถฉุกเฉินแล้วตามไปที่โรงพยาบาล คุณหมอก็วินิจฉัยว่าพ่อเป็นตับอ่อนอักเสบ ช่วงนั้นคือโรคซึมเศร้าของหนูดีขึ้นมากๆ หนูจะเข้ามหาลัยปี 1 และต้องย้ายไปอยู่หอด้วย ตอนแรกที่รู้ว่าต้องไปอยู่ข้างนอกบ้าน หนูก็ดีใจ แต่พอรู้ว่าพ่อป่วย หนูก็ตัดสินใจเลือกมหาลัยใกล้บ้าน เพื่อที่จะได้กลับมาเยี่ยมคุณพ่อบ่อยๆ แต่ตอนนี้พ่อก็กลับมากินเหล้าเหมือนเดิมทุกวัน แต่ไม่ได้หนักเหมือนเมื่อก่อน และไม่ได้ทำร้ายร่างกายหนูกับแม่เลี้ยงแล้ว หนูก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงเลือกเหล้ามากกว่าเลือกหนู หนูอยากรู้ว่าหนูจะทำยังไงให้คุณพ่อรักตัวเอง ไม่ต้องรักหนูก็ได้ หรือถ้ามันเป็นไปไม่ได้ หนูจะทำใจยังไงดี? 3 ดีเจให้คำปรึกษากับ “น้องแคท (นามสมมุติ)” ว่า ‘อยากให้น้องแคทสู้ต่ออีกสักตั้ง เพราะพ่อเคยหยุดกินได้ถึง 6 เดือน และตอนนี้ก็ไม่ได้ดื่มหนักเท่าเดิม มันแปลว่ามาไกลจากจุดเริ่มต้นแล้วนะ อย่างน้อยก็ให้กำลังใจตัวเองบ้าง ถ้าเรายังเป็นคนที่สามารถคุยกับพ่อได้ ในช่วงเวลาที่เขาไม่เมา เราก็เปิดใจคุยกับเขาไปเลย ลองคุยทีละขั้นก่อน อาจจะไม่ต้องคุยในเชิงดราม่าก็ได้ ค่อยๆทำให้มันดีขึ้น แล้วก็ชื่นชมและขอบคุณคุณพ่อ ทั้งปลอบ ทั้งชม ทั้งดุบ้าง เพื่อจะประครองกันไป การสื่อสารก็ยังสามารถใช้ได้อยู่นะ เพียงแต่แคทต้องใจเย็นมากพอเหมือนกัน ณ วันนี้เขาอาจจะอยู่ในภาวะช่วยตัวเองไม่ได้หรือตัดสินใจตัวเองไม่ได้เวลาที่เขาอยากกินเหล้า เราต้องหาตัวช่วยให้เขา คือเขาต้องบำบัด แต่จะทำยังไงถึงจะให้เขาบำบัดได้ เราอาจจะต้องหาวัน เวลา และโอกาสในการคุยกับเขา ซึ่งเราคนเดียวอาจจะเอาไม่อยู่ เราอาจจะต้องจับมือหลายคนช่วยๆกัน มานั่งล้อม คุยกับเขาอย่างจริงจัง พาเขาไปสู่การบำบัดให้ได้ ไม่อยากให้แคทรู้สึกว่าเรามีส่วนทำให้พ่อเป็นแบบนี้ ตอนนี้หนูดูแลชีวิตตัวเองให้ดี ให้โอเค อย่าโทษตัวเอง เรื่องบางเรื่องเราไม่ใช่ตัวเขา เราไปแทนเขาไม่ได้ ไปนั่งในหัวใจ ในสมองเขาแล้วสั่งว่าห้ามกินเหล้า มันทำไม่ได้อยู่แล้ว อย่าเอาทุกเรื่องมาอยู่ในความรับผิดชอบของตัวเองทั้งหมด เขาตัดสินใจเลือกแบบนั้นให้กับชีวิตเขาแล้ว ถ้าวันหนึ่งเขายังมีสติที่อยากจะแก้ไข สุดท้ายเขาจะทำมันเอง เราทำได้แค่เป็นคนซัพพอร์ตเขาเหมือนที่หนูทำอยู่ทุกวันนี้ มันดีมากๆแล้ว...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เราชอบอยู่คนเดียว แต่ก็เหงาอยากมีคนใหม่ แต่ถ้าเรามีแฟน ก็กังวลเรื่องลูกอีก จะจัดการกับความคิดที่ขัดแย้งกันในใจแบบนี้ยังไงดีคะ

19 มี.ค. 2026

เราชอบอยู่คนเดียว แต่ก็เหงาอยากมีคนใหม่ แต่ถ้าเรามีแฟน ก็กังวลเรื่องลูกอีก จะจัดการกับความคิดที่ขัดแย้งกันในใจแบบนี้ยังไงดีคะ

เราชอบอยู่คนเดียว แต่ก็เหงาอยากมีคนใหม่แต่ถ้าเรามีแฟน ก็กังวลเรื่องลูกอีกจะจัดการกับความคิดที่ขัดแย้งกันในใจแบบนี้ยังไงดีคะ ‘คุณดิว (นามสมมติ)’ อายุ 42 ปี สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (18 มีนาคม 2569) ได้ส่งเรื่องเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นโสดมานาน ส่วนลูกก็เริ่มโต ใจอยากมีคนใหม่ แต่ก็ยังไม่กล้า โดย ‘คุณดิว (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “เราเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว อาศัยอยู่ที่อเมริกา เลิกกับสามีมาได้หลายปีแล้ว มีลูกด้วยกันหนึ่งคน ซึ่งตอนนี้ลูกได้อยู่กับเรา ส่วนพ่อของลูกจะมาหาลูกบ้างเป็นบางครั้ง อย่างมากก็สัปดาห์ละครั้ง ในตอนที่เราเลิกกับสามีใหม่ ๆ ตอนนั้นลูกของเรามีอายุประมาณ 9 ขวบ ซึ่งเราเองก็อยากโฟกัสกับการเลี้ยงลูกให้เต็มที่ อยากมีเวลาให้ลูกเยอะ ๆ เลยเป็นสาเหตุที่เราไม่ได้ออกเดต หรือคุยกับใครใหม่เลยตั้งแต่เลิกกับสามี ปัจจุบันลูกของเรามีอายุประมาณ 14 - 15 ปีแล้ว เริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น มีโลกส่วนตัวมากขึ้น ติดเพื่อน เริ่มไม่ใช้ชีวิตอยู่กับเราเท่ากับเมื่อก่อน เราเองก็เริ่มมีความรู้สึกเหงา เราทำงานอยู่ที่บ้านเป็นประจำค่ะ ปกติแล้วเวลาว่างที่เหลือจากการทำงาน เราก็จะเล่นกับลูกตลอด แต่ช่วงหลังนี้ เราได้แต่เล่นกับน้องหมาในบ้าน หรือนอนดูซีรีส์คนเดียวแทน บางครั้งเราก็โทรไปหาเพื่อน หรือหาเวลาไปนั่งเล่นด้วยกันกับเพื่อน ๆ แต่ด้วยความที่ทุกคนอยู่ต่างเมืองกัน เราเลยไม่ค่อยมีเวลาว่างที่จะได้มาเจอกันบ่อย ๆ จุดเปลี่ยนในชีวิตคือสิ้นปีที่ผ่านมา เราเดินทางกลับไทยเป็นเวลา 3 อาทิตย์ แต่ลูกไม่ได้กลับมากับเรา ด้วยความที่เขาอยากที่จะอยู่เที่ยวกับเพื่อนที่อเมริกา เราจึงให้ลูกไปอยู่กับพ่อของเขา ในตอนที่เรากลับมาถึงเมืองไทย เราได้ไปเที่ยวสังสรรค์กับเพื่อน ๆ มันเลยทำให้เรารู้สึกสนุกมาก แต่เมื่อเรากลับมาที่อเมริกา เรากลับรู้สึกเหงา และโดดเดี่ยว บวกกับที่ลูกมีโลกส่วนตัวมากขึ้น เราเลยเริ่มมีความคิดที่อยากจะหาใครสักคนมาอยู่กับเรา เพื่อน ๆ ก็เชียร์ให้ลองไปเดตสักครั้ง เพราะเราเองก็โสดมาเป็นเวลา 5 ปีแล้ว แต่เราก็ได้แต่ย้อนกลับมาถามตัวเองว่าเราอยากมีแฟนจริง ๆ หรอ ในเมื่อเราชอบอยู่คนเดียว เรารู้สึกสบายใจที่ไม่ต้องแต่งหน้าเพื่อเอาใจใคร แต่อีกมุมหนึ่ง เราก็คิดว่าถ้ามีเพื่อนสักคน ไปไหนมาไหนด้วยกันมันก็คงจะดี แต่อีกมุมหนึ่งก็คิดว่าอยู่โสดแบบนี้มันก็ดีแล้ว เหมือนเรามีความคิดมากมายเต็มไปหมด เราชอบอยู่คนเดียว แต่ก็เหงาอยากมีเพื่อน แต่ถ้าเรามีแฟนเราก็กังวลเรื่องลูกอีก เราจะจัดการกับความคิดที่ขัดแย้งกันในใจแบบนี้ยังไงดีคะ หรือว่ามีตัวเลือกอื่นในชีวิตไหม ที่เราสามารถใช้ชีวิตกับความรู้สึกที่ชอบอยู่คนเดียว แต่อีกใจก็อยากมีใครสักคนหนึ่งบ้าง” เริ่มต้นที่ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ถ้าเป็นเรา จะไม่คิดมาก Go with the flow ปล่อยตัว ปล่อยใจ ไปตามสถานการณ์ ไม่อยากให้ไปกำหนดกฏเกณฑ์ในชีวิต บางอย่างถ้ามันยังไม่มีคำตอบ ก็จะไม่ไปคิดมากกับมัน ปล่อยให้ชีวิตค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป แล้วสักวันหนึ่ง อาจจะมีทางเลือกสักทางที่มันเหมาะกับเรา ทุก ๆ อย่างมันต้องใช้เวลา ประสบการณ์ในชีวิตที่ผ่านมาจะสอนเรามากขึ้น” ทางด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “นี่คือช่วงเวลาที่เราจะได้สนุกกับชีวิต มันเหมือนเป็น Holiday ของเรา เชียร์ให้ลองออกเดตดูสักครั้ง แต่ไม่ต้องกดดันตัวเองว่าจะต้องหาให้ได้ เพราะชีวิตเราดีอยู่แล้ว แม้ว่าในบางมุมการมีคู่ชีวิต การมีเพื่อนมันก็อาจจะดีกว่า อยากให้ลองเดตโดยที่ไม่คาดหวังกับชีวิต ถ้าวันหนึ่งเราได้เจอกับคนที่ทำให้เรารู้สึกดีที่มีเขา มากกว่าการอยู่คนเดียว ก็ไปต่อ แต่ไม่อยากให้ปิดกั้นตัวเอง มันไม่มีคำว่าสายสำหรับการเริ่มต้นใหม่” ทางด้านของ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “เข้าใจว่าเวลาที่เราจะเริ่มเดตกับใครสักคน เรามักมีความรู้สึกกลัว ยิ่งเราอยู่คนเดียวมานานมากแล้วมันจะทำให้เรากลัวมากขึ้น เราสามารถลองเดตสักครั้งโดยที่ไม่ต้องคาดหวัง ไม่ต้องตั้งเป้าหมายว่าเราจะต้องมีใครสักคนให้ได้ แต่ถ้าวันหนึ่งที่เราได้เจอใครสักคนที่เราถูกใจ เราก็แค่เปิดโอกาส อีกทางเลือกหนึ่งนอกเหนือจากเรื่องนี้ อยากให้เราลองหาเป้าหมายอื่น ๆ ให้กับชีวิต เช่น การที่เราจะลดน้ำหนัก หรือทำกิจกรรมบางอย่างที่เราอยากทำ อะไรก็ตามที่เรารู้สึกว่าเราไม่มีโอกาสที่จะได้ทำ ในตอนที่เราอยู่กับลูก เมื่อเราได้ลองทำแล้ว จะเป็นการเปิดโอกาสให้กับตัวเองได้เจอสังคมใหม่ ๆ นี่คือช่วงเวลาของเรา”เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ดีเจอึ้งทั้งห้อง สาวโทรปรึกษา หัวหน้าแฟน ชอบเอางานมาอ้างแล้วชวนแฟนเราไปเที่ยว ล่าสุดทนไม่ไหวแล้วเพราะ หัวหน้าชวนไปทริปส่วนตัวที่ต่างประเทศ บอกแฟนเราว่า 'เงินเดือนตั้ง 2 หมื่น ไปต่างประเทศ หมื่นห้าเอง ไปไม่ได้หรอ?'

14 พ.ย. 2023

ดีเจอึ้งทั้งห้อง สาวโทรปรึกษา หัวหน้าแฟน ชอบเอางานมาอ้างแล้วชวนแฟนเราไปเที่ยว ล่าสุดทนไม่ไหวแล้วเพราะ หัวหน้าชวนไปทริปส่วนตัวที่ต่างประเทศ บอกแฟนเราว่า 'เงินเดือนตั้ง 2 หมื่น ไปต่างประเทศ หมื่นห้าเอง ไปไม่ได้หรอ?'

“คุณบี (นามสมมติ)” อายุ 24 ปี สายที่สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (8 พ.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย กับปัญหาที่หัวหน้าแฟนชอบชวนแฟนไปเที่ยว จนคุณบีและแฟนอึดอัด โดย “คุณบี (นามสมมติ)” เริ่มเล่าว่า ‘ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา หัวหน้าของแฟน เขาชอบชวนแฟนเราไปข้างนอกหลังเลิกงาน จนวันนี้ไม่ไหวแล้ว เพราะเขาชวนแฟนเรา ถามว่า “ไปต่างประเทศกันไหม” ไปส่วนตัวที่ไม่ได้เกี่ยวกับบริษัท แต่ไปกันเป็นทีม 5 คน ซึ่งแฟนก็ไม่ได้อยากไป ปฏิเสธไปแล้วว่า “ไม่ไป ไปไม่ได้จริงๆ ต้องเก็บตังไปเที่ยวกับแฟนนะ” เขาก็แบบ “ทำไมล่ะ มีเงินเดือนตั้ง 20,000 ไปต่างประเทศแค่ 15,000 เองไปไม่ได้หรอ นี่ก็ไปกันหมดเลยนะ ถ้าไม่ไปครั้งนี้พี่จะตัดหางปล่อยวัดแล้วนะ” ที่ผ่านมาก็ปฏิเสธตลอดว่า ไปไม่ได้จริงๆ แฟนรออยู่ที่บ้าน แฟนทำกับข้าวรอแล้ว วันนั้นที่ไม่ไหวจริงๆ บอกให้เขาโทรเคลียร์กับหัวหน้า เพราะหนูไม่ไหวแล้วทำไมต้องมาชวนบ่อยขนาดนี้ แฟนหนูเป็นของหนู ไม่ใช่ของเขา หนูก็ไม่ได้อยากให้แฟนหนูไปกับเขา หนูก็เลยบอกให้เขาโทรเคลียร์กันเลยได้ไหม ตอนแรกเขาไม่ยอมโทร แล้วหนูก็บอกว่า “ถ้าไม่โทรวันนี้ก็เลิกกันไปเลย” เขาก็เลยยอมโทร แล้วหัวหน้าเขาก็บอกว่า “ทำไมล่ะ พี่ก็ให้ใจเราไปแล้วนะ พี่ก็คิดว่าเราจะให้ใจพี่บ้าง” แล้วตอนที่คุยกันก็มีคำถามที่หนูเอ๊ะ ถามมาได้ยังไง คือเขาบอกว่า “จะเลือกเขาหรือว่าจะเลือกแฟน” แฟนหนูก็เลยบอกว่า “เลือกแฟน” เขาก็บอกว่า “ทำไมล่ะ หาตรงกลางไม่ได้หรอ” แฟนหนูเขาบอกว่า “หัวหน้าคนนี้เขาเป็นคนที่โดนอวยมาตลอดชีวิต” บางครั้งเขาก็มีชวนคนอื่นไปกันบ้าง บางครั้งก็ชวนไปกันสองคน แล้วเขาก็พูดว่า “ถ้าอย่างงั้นก็ไม่ต้องทำงานกับพี่นะ ไปทำงานกับคนอื่น” แล้วเขาก็บอกว่า “ถ้าไปทำงานกับคนอื่นอะ พี่ก็จะเขียนใบลาออกเลยนะ” แฟนหนูก็บอกว่า “เนี่ยผมเขียนไปแล้ว เพราะผมทะเลาะกับแฟน ผมไม่อยากมีปัญหากับแฟน” เขาก็บอกว่า “ก็เขียนสิ เดี๋ยวพี่เขียนให้ พี่ก็จะออกด้วย” อยากจะถามว่าหนูใจแคบไหม ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เอาอย่างนี้นะบี ถ้าประโยคที่บีพูดกับพี่ บีไม่ได้โกหก เพราะว่าการที่ใครจะมาพูดอะไรแบบนั้นอะ มันประสาทมันไม่ใช่คนปกติ ถ้าบีไม่ได้โกหกพี่ในรูปประโยคอะ ก็คือหัวหน้าประสาท ผิดปกติ ไปต่างประเทศอย่างงี้ ไม่ต้องไป ไปต่างประเทศใช้เงินนะ มีเงินอยู่ 20,000 ไปต่างประเทศ 15,000!! ค่าเช่าบ้าน ค่าโทรศัพท์ ค่าเน็ต ไม่ต้องจ่ายเลยหรือไง ตอบสั้นๆ ไปเลย ไม่ไป ไม่มีเงิน แล้วเดินหนี ต่อให้คุณแฟนมีเงินเดือน 50,000 ก็ตาม ไม่มีสิทธิ์บอกว่าแค่ 15,000 เอง ให้ความคิดเห็นเหมือนกันคือ ไม่ต้องไป ไม่ไปแล้วรอดูว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าคนนี้กลั่นแกล้งเราในหน้าที่การงาน ไปหาหัวหน้าใหญ่บอกว่ามันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ก่อนออกก็บอกว่า อีบ้า’ ต่อมาเป็น “ดีเจเติ้ล” ได้บอกว่า ‘ถ้าที่บีพูดมา ก็ปสด. มีความผิดปกติ ก็คือต้องได้รับการรายงาน พี่แนะนำให้ลองคุยกับหัวหน้าที่เป็น Top เจ้าของบริษัท เพราะว่านี่มันส่งผลกับการทำงาน อันนี้เป็นบ้าแล้ว บีไม่ต้องสงสัยในตัวเอง บีปกติแล้ว ไม่ต้องไป ไม่มีเงิน เก็บเงินไว้ไปเที่ยวกับบี เคลียร์ก่อนลองคุยกับหัวหน้าก่อน แต่ถ้าหัวหน้าเป็นบ้าเหมือนกันอีก พี่ว่า ออกเถอะ ปีเดียวเอง อันนี้ดูเอาแต่ใจมากเลย พูดอะไรไม่มีเหตุผลเลย’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาพร้อมอุทานขึ้นมาทันทีว่า ‘โอ้ย อีบ้า!! ไม่ให้กูทำอะไรอย่างอื่นเลยหรอ เงินเดือนไม่มีรายจ่ายเลยมั้ง ประโยคที่พูดออกมาแต่ละประโยค จะเงินเดือนเท่าไหร่ มันก็ต้องเข้าใจว่าเงินเดือน 20,000 อ่ะ 15,000 มันใช้เลยไม่ได้ ถ้าเขาเป็นคนปกติไม่ว่าเขาจะเงินเดือนเท่าไหร่เขาต้องเข้าใจ แต่ละประโยคที่หลุดออกมาคิดว่าตรรกะเขาคงบิดไปแล้ว หรือบางทีการเป็นทนายมันต้องเชื่อมั่น ในสิ่งที่ยึดถือว่าโจทก์พูดแบบนี้คือถูก ฉันก็ต้องยึดมั่นตรงนี้ นี่คือตรรกะของฉันว่าลูกความฉันถูก คราวนี้เพี้ยนไปเลย ไม่สนสี่สนแปดอะไรเลย ให้ความคิดเห็นคือ ไม่ต้องไป บริษัทกฎหมายอื่นๆ ที่ดีมีเยอะแยะ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

โลกกลมเกิ๊นนน!! สาวสองโทรปรึกษา ไม่เชื่อในรักแท้ของ LGBTQ+ จนมาเจอผู้ชายคนนี้ ดีทุกอย่าง แล้วเขาก็นัดหนูไปกินข้าว และพาน้องชายมาด้วย สุดท้าย หนูจำได้ว่าน้องชายของเขา คือคนที่หนูเคยเล่นแอปด้วย และนัดมีอะไรกันมาหลายครั้งแล้ว...

03 เม.ย. 2023

โลกกลมเกิ๊นนน!! สาวสองโทรปรึกษา ไม่เชื่อในรักแท้ของ LGBTQ+ จนมาเจอผู้ชายคนนี้ ดีทุกอย่าง แล้วเขาก็นัดหนูไปกินข้าว และพาน้องชายมาด้วย สุดท้าย หนูจำได้ว่าน้องชายของเขา คือคนที่หนูเคยเล่นแอปด้วย และนัดมีอะไรกันมาหลายครั้งแล้ว...

“คุณไอซ์ (นามสมมุติ)” อายุ 30 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (29 มี.ค.66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม โดย “คุณไอซ์ (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘ขอท้าวความก่อนว่า หนูเป็นสาวประเภทสองและยังโสดอยู่ หนูไม่เชื่อเรื่องความรักเลยว่าจะเกิดขึ้นกับเพศทางเลือกหรือ LGBTQ อย่างหนู และหนูก็ใช้ชีวิตโสดมาเรื่อยๆ ถ้าเหงาก็มีการโหลดแอปหาคู่มาเล่นเพื่อคลายความเหงา แต่วันนึงความรักมันก็ได้เกิดขึ้นกับหนู ซึ่งหนูก็ได้เปิดใจให้ผู้ชายคนหนึ่ง เขาเป็นรุ่นพี่ที่ทำงาน เขาก็เข้ามาจีบ เหมือนเขาเป็นคนที่มาเปิดประตูหัวใจของหนู ทะลายกำแพงความโสดของเราลง ให้เรากล้าที่จะคบกับใครสักคนมากขึ้น และเรื่องราวมันก็ดีมาก คบกันมาเรื่อยๆ สักระยะนึง ตัวหนูเองจะเป็นคนไม่ถามเรื่องส่วนตัว เรื่องการเป็นอยู่อะไรต่างๆของฝั่งผู้ชายเลย คือหนูจะไม่ยุ่ง ไม่ไปสืบหาอะไรทั้งสิ้น หนูรู้แค่ว่าเขาดีกับหนู หนูดีกับเขา แต่พอระยะเวลานานเข้าเขาก็อยากให้หนูรู้จักกับทางบ้านเขา ก็เริ่มจากเขานัดหนูไปทานบุฟเฟ่ต์ที่ห้างกับน้องชายเขาก่อน พอไปถึงร้านบุฟเฟ่ต์ หนูเห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน ผู้ชายคนนี้หนูรู้สึกคุ้นมาก แล้วเขาก็เดินมานั่งที่โต๊ะกับหนูกับแฟนของหนู หนูก็เลยรู้ว่า ผู้ชายคนนี้เป็นน้องชายของแฟน ซึ่งเขาเคยคุยกับหนูในแอพหาคู่และนัดเจอแล้วมีอะไรกัน ทั้งหนูและน้องชายเขาก็สตั้นกันไป ต่างคนต่างตกใจ น้องเขาก็ตกใจมากที่หนูเป็นแฟนพี่ชาย มันเหมือนเป็นละคร แต่ไม่ใช่ มันคือเรื่องจริง ที่เคยนัดมีอะไรกัน มันไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แต่เป็นตลอดระยะเวลาที่หนูโสด 1 – 2 เดือน ก่อนที่จะมาเจอพี่ชายของเขา หลังจากนั้น หนูก็เฟดตัวออกมาจากแฟนหนูเลย หนูไม่สามารถทำลายความรู้สึกของพี่เขาได้ เพราะเขาดีกับหนูมาก เขาไม่เคยทำให้หนูเสียใจ และหนูก็ไม่ได้มีการติดต่อกับน้องเขาด้วย มันก็เลยเป็นคำถามกับพี่เขาว่าเขาทำอะไรผิด ทำไมหนูถึงต้องเดินออกมาจากเขาทั้งๆที่เขาก็ OPEN ในเรื่องของการที่หนูเป็น LGBTQ เพราะเขาก็ไม่ได้รังเกียจอะไร เขาก็งงกับตัวเองว่าเขาทำอะไรผิด หนูก็เลยบอกเขาว่า พี่ไม่ผิด แต่เราน่าจะไม่เหมาะกันตอนนี้ผ่านมา 5 เดือนแล้ว แต่หนูกับพี่เขายังเป็นเพื่อนกันอยู่ในเฟซบุ๊ก ก็ยังมีการกดไลก์ให้กันอยู่ หนูก็เคยโพสต์ประมาณว่า ทำไมโชคชะตาไม่เข้าข้างเรา ทำไมเราเจอเรื่องดีๆ แล้วเราต้องมีเรื่องแบบนี้ ทำให้เราต้องเดินออกมา เขาก็มากดหน้าเศร้า ทุกวันนี้ก็ยังคิดถึงเขาอยู่ แต่เขาโทรมาหนูก็ตัดสายทิ้ง อยากถามพี่ๆว่าจากเหตุการณ์นี้ ถ้าหนูเดินออกมาจากเขาโดยที่หนูไม่ได้บอกเหตุผล ไม่บอกความจริง ไม่สามารถที่จะพูดความจริงในเรื่องนี้ให้เขาฟังได้ จนมันเป็นคำถามในใจเขา หนูผิดมั้ยหรือว่าหนูทำถูกแล้ว? 3 ดีเจก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เรื่องนี้ไม่มีใครผิด แต่มันเป็นเรื่องของความซวยจริงๆ ถ้าให้แนะนำอยากจะให้ไปบอกเหตุผลกับเขา เผื่อจะได้ เพราะถ้ามันไม่ได้ขึ้นมายังไงก็เสมอตัว อย่างน้อยเราและเขาก็จะได้มูฟออนเร็ว ไม่ค้างคาใจกัน ยังไงก็แยกย้ายกันเหมือนเดิม แต่ถ้าเกิดบอกไปแล้วเขาโอเคก็นัดเจอเขาข้างนอกได้ ไม่ต้องเข้าบ้านเขา ไม่ต้องไปเจอน้องเขา ถ้าคบกันรอดเราก็แยกออกมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน 2 คน แต่ถ้าคบกันแล้วไม่รอดก็แยกย้าย ที่แนะนำให้บอกเพราะไม่อยากให้สร้างปมหรือความรู้สึกแย่กับคนๆหนึ่งที่เขารู้สึกว่าไม่ดีตรงไหน ผิดอะไร เขาจะพยายามหาอะไรที่มันเป็นการโทษตัวเอง เราบอกเขาเพื่อให้เขารู้ว่าเขามีค่านะ แต่มันดันบังเอิญเกิดเรื่องไม่คาดคิดแบบนี้ขึ้นมา บางทีจากปัญหาที่เราแบกไว้ 100% เราอาจจะแบ่งไปให้เขา 50 ก็ได้ ที่เหลืออีก 50 ไปคิดต่อ แล้วถ้าช่วยกันคิดแล้วได้คำตอบว่าเราคงไปต่อกันไม่ได้จริงๆ คำตอบของไอซ์มันจะชัดเจนเลย ถ้าบอกเหตุผลมันจะชัดเจนกับความสัมพันธ์ของ 2 คนนี้เลยว่ามันจะไปในทิศทางไหนต่อ แล้วมันจะกลายเป็นว่า 2 คนจะช่วยกันเลือกทางของตัวเอง โดยที่ไม่ได้ทิ้งบาดแผลไว้ให้ใครข้างหลังไม่อยากให้คิดมาก ไม่ว่าไอซ์จะเลือกทางไหน บอกหรือไม่บอก ถ้าในอุดมคติการที่เราได้บอกอะไรโดยไม่ค้างคามันก็ดี แต่ในโลกความเป็นจริงมันก็มีบางเคสที่หนักใจเหลือเกินในการที่จะบอกแล้วก็เลือกที่จะหายไปเงียบๆ พอเวลาผ่านไปต่างคนต่างมีชีวิตของตัวเองวันนั้นจะรู้แค่ว่าเราอย่าไปรู้เลย จังหวะนั้นก็แค่ไม่ใช่ สุดท้ายเราจะเรียนรู้เองว่าถ้าไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ เหตุผลมันเป็นแค่ส่วนประกอบก็เท่านั้นเอง...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-