Exclusive Talk with “Jeff Satur” ถึงเบื้องหลังเพลง “Dum Dum”

Chill Talk

Exclusive Talk with “Jeff Satur” ถึงเบื้องหลังเพลง “Dum Dum”

“เจฟ ซาเตอร์” (Jeff Satur) กลับมาอีกครั้งกับซิงเกิ้ลล่าสุด "Dum Dum" เพลงที่ให้ความรู้สึกแตกต่าง บอกเล่าเรื่องราวการก้าวข้ามความเจ็บปวด ผ่านเนื้อหาอันเข้มข้น และเมโลดี้ที่ติดหูทันทีที่ได้ยิน วันนี้เราจึงได้ชวนเจฟมาพูดคุยถึงตัวตนอีกด้านที่เล่าผ่านเพลงนี้กัน

 

ช่วยเล่าคอนเสปของเพลง Dum Dum ให้ฟังหน่อย

จริง ๆ คอนเสปของเพลงนี้ มันคือความรื่นเริงท่ามกลางความเจ็บปวด ผมรู้สึกว่ามันคือเพลงที่เล่าถึง toxic relationship ที่มันควรจะจบลงได้แล้ว แต่มันยังไม่จบ จนเรารู้สึกว่าเราพอแล้ว แล้วหลังจากนี้เราก็แค่เอ็นจอยกับความเจ็บปวด ไม่ได้รู้สึกอะไรเท่าไหร่แล้ว”

เพลงนี้ใช้เวลาทำนานมั้ย

“ประมาณ 2 เดือนครับ”

เจฟทำเพลงอกหักมาตลอดเลย แต่เพลงอื่นจะมาเวย์เศร้า ทำไมเพลงนี้ถึงเลือกเล่าออกมาในเวย์ที่แตกต่าง

“มันเป็นเวย์อะไรไม่รู้ (หัวเราะ) เป็นเวย์โกรธ เพลงด่าอะไรแบบนี้ ผมก็แต่งตามฟีลผม รู้สึกอยากเล่าอะไรตอนนั้นก็แต่งมันออกมา เรารู้สึกว่าเวลาเราเจออะไรมา เราก็จะเก็บมาเล่าในเพลง แล้วก็ถ่ายทอดมันออกไป”

ได้ใช้ประสบการณ์ส่วนตัวใส่เข้าไปในเพลงมั้ย

“ก็ใส่ประสบการณ์ส่วนตัวนั่นแหละครับ แต่คือจะบอกก็ไม่ได้ไง เดี๋ยวเขารู้ (หัวเราะ) ผมก็ใส่ทั้งหมดนั่นไป แล้วในทุก ๆ คำพูด มันก็ออกมาจากสิ่งที่เคยเจอมา”

ชอบท่อนไหนที่สุดในเพลง แล้วทำไมถึงชอบท่อนนี้

“จริง ๆ เพลงนี้มันก็เริ่มมาจากท่อนดึมดึมเนี่ยแหละ แล้วค่อยแต่งท่อนอื่นต่อ ผมชอบอันนั้นก่อน มองว่ามันควรจะเป็นเพลงได้ และไม่ควรจะเป็นภาษาอะไรเลย มันควรจะเป็นดึมดึมเนี่ยแหละ แล้วหลังจากนั้นก็เลยกลายเป็นทั้งเพลงขึ้นมา ถ้าให้เลือกว่าชอบท่อนไหนที่สุด ก็น่าจะเป็นท่อนนี้”

ทำไมถึงตัดสินใจใส่ดนตรีไทยอย่างพิณเข้าไปในเพลงด้วย

“อย่างที่บอกว่าเพลงนี้ต้องการความดิบมาก ๆ แล้วการที่ใส่ดนตรีพื้นบ้าน มันเหมือนเป็นการดึงรากเง้าของมนุษย์ออกมา คนไทยส่วนมากน่าจะเคยได้ยินซาวน์นี้ ก็เลยรู้สึกว่ามันเหมาะที่จะใช้เครื่องดนตรีนี้”

ช่วยเล่าเรื่องราวของ MV นี้ให้ฟังหน่อยได้มั้ย

“สตอรีของเอ็มวีมันจะเป็นเรื่องของการแก้แค้น ซึ่งการที่เราจะหลุดออกมาจากความเจ็บปวดได้มันจะมีสองชอยส์ ก็คือการที่เราให้อภัยเขาไปเลย หรือไม่เราก็แก้แค้น ซึ่งเอ็มวีจะเล่าถึงสองเรื่องนี้ แต่ว่ามันจะจบยังไง อยากให้ทุกคนไปดูแล้วก็ติดตามกัน”

เราเห็นใน MV ตัวละครเจฟมีหลายตัวเลย แต่ละตัวนี่สื่อถึงอะไร

“แต่ละตัวจะสื่อถึงสิ่งที่ไม่เหมือนกัน ผมจะบอกยังไงดี ถ้าบอกไปมันก็จะสปอยล์เหมือนกันนะ (หัวเราะ) แต่ว่าชื่อมันจะบอกแทนประมาณนึง อย่าง SUNSHINE ก็คือแสงอาทิตย์ MOONSHINE ก็คือแสงจันทร์ แล้ว LOVE DIE ก็เป็นเหมือนความรักที่มันตายไปแล้ว ผมจะเล่าตัว LOVE DIE ละกัน มันก็จะเหมือนคนที่โดนกระทำมา จนรู้สึกว่าความรักมันสิ้นสุดลงแล้ว SUNSHINE ก็เหมือนเป็นอีกมุมนึงที่มีแต่ความสุดโต่ง ไปสุดในทุกทาง ส่วน MOONSHINE ก็เป็นอีกด้านนึงของ SUNSHINE เหมือนเป็นร่างอวตารของ SUNSHINE ซึ่งก็จะ represent อีกแบบนึง แต่ผมก็อยากให้ตีความกันเองมากกว่า เพราะว่ามันตีความได้ค่อนข้างหลากหลายมาก ๆ”

แล้วรอยสัก SUNSHINE MOONSHINE LOVE DIE ก็คือได้แรงบันดาลใจมากจากตัวละครใน MV หรือเปล่า

“เปล่าครับ จริง ๆ คือเขียนคำมาก่อน แล้วค่อยได้ตัวละครมา”

เจฟชอบซีนไหนที่สุดใน MV

“ชอบซีนสุดท้ายที่สุดเลย ที่เป็นซีนที่ขำกับกล้อง ถ้าเคยฟังเพลง Comedy มันจะมีท่อนที่บอกว่า รู้สึกว่าชีวิตมันคือเรื่องตลก ซีนนี้มันก็เหมือนกับการพูดคำนั้น แต่ว่าใช้เป็นแอคชันแทน”

แล้วรู้สึกว่าซีนไหนยาก หรือว่าท้าทายเรามากที่สุด

“ซีนบู๊ครับ เพราะว่าไม่มีเวลาซ้อม มันมีแค่ไปนั่งหน้าเซต แล้วก็จำคิว แล้วก็ต้องถ่ายเลย ซึ่งมันค่อนข้างจะเป็น long take เหมือนกัน มันก็เลยเป็นซีนที่ยากสุด ต้องจำให้เร็วที่สุด ในเวลาที่จำกัดมาก ๆ”

เพิ่งจะมีคอนเสิร์ตแรกของตัวเองไปด้วย รู้สึกยังไงบ้าง

“สนุกมาก แล้วก็ดีเท่าที่มันจะดีได้ในโมเมนต์นั้น ผมมีความสุขมากในทุก ๆ โชว์ แล้วก็รู้สึกว่าครั้งหน้าก็อยากจะทำให้มันเจ๋งกว่านี้”

แสดงว่าจะมีครั้งหน้าใช่มั้ย

“ก็คิดว่าอยากจะมีอีกครั้งนึงนะครับ”

เราจะได้เห็นอัลบั้มเต็มจากเจฟช่วงไหน

“น่าจะปลายปีนี้ ไม่ก็ต้นปีหน้าครับ พยายามอยู่ครับ”

แล้วเราจะได้เห็นเพลงรักที่สมหวังจากเจฟบ้างมั้ย

“ก็คงมีแหละ เดี๋ยวผมไปขุดเรื่องมาเล่าแล้วกัน (หัวเราะ)”

อยากบอกอะไรถึงคุณวันเสาร์มั้ย

“ขอให้ทุกคนมีความสุขเหมือนเดิม ขอให้มีวันที่ดี แล้วก็ขอบคุณที่ซัพพอร์ตมาโดยตลอด ไม่ว่าเพลงผมจะแปลกแค่ไหนก็ตาม เพราะผมทำออกมาก็ไม่เหมือนกันสักเพลง ขอบคุณที่ยังฟัง แล้วก็ตั้งใจฟังมากด้วยนะ มีการตีความกันด้วย ขอบคุณไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ขอบคุณมากครับ”

ให้เจฟฝากผลงานหน่อย ทั้งเพลงนี้ และผลงานในอนาคต

“ก็ขอฝากดึมดึมด้วยนะครับ ฟังได้ในสตรีมมิงแล้วก็ YouTube นะครับผม แล้วในอนาคตก็จะมีเพลงที่ผมก็ไม่รู้ว่ามันจะออกมาเป็นแบบไหน แต่เชื่อว่าทุกคนน่าจะตื่นเต้นกับมันเหมือนที่ผมตื่นเต้น ส่วนงานแสดงก็จะมี Wuju Bakery ซึ่งเดี๋ยวจะไปถ่ายกันในเร็ว ๆ นี้ ที่ประเทศเกาหลี ก็จะหายไปหนึ่งเดือน ผมเชื่อว่ามันจะมีอะไรให้ตื่นเต้นเรื่อย ๆ แต่ผมยังบอกไม่ได้ไง แต่ก็อยากให้รอติดตามกันครับ”

you may also like

album

0
0.8
1