วันนี้ CHILL ON ขอพาทุกคนย้อนวันวานกลับไปเที่ยวสถานที่ที่น่าจะอยู่ในความทรงจำวัยเด็กของใครหลาย ๆ คน อย่าง ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ สถานที่ที่เราเคยมาเที่ยวกับครอบครัวตั้งแต่เด็ก ๆ และหลังจากเงียบเหงาไปพักใหญ่ ตอนนี้บรรยากาศของที่นี่ก็เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง จากกระแสไวรัลและพลังของชาวเน็ตที่ช่วยกันพูดถึงและชวนคนกลับมาเยี่ยมน้อง ๆ กันมากขึ้น
วันนี้พวกเราเลยอยากพาทุกคนมาอัปเดตกันว่า ถ้ากลับมาเที่ยวฟาร์มจระเข้สมุทรปราการในตอนนี้ จะมีอะไรให้เดินเล่น ดูโชว์ และเจอน้องสัตว์อะไรกันบ้าง ตามพวกเรามาเลย!

พวกเรามาถึงกันช่วงประมาณ บ่ายโมง ซึ่งเป็นจังหวะที่ใกล้จะเริ่มการแสดงจระเข้พอดี เลยรีบไปซื้อตั๋วกันก่อน โดย บัตรเข้าชมสำหรับคนไทย ผู้ใหญ่ราคา 100 บาท และสามารถเข้าชมโซนต่าง ๆ รวมถึงการแสดงภายในฟาร์มได้โดยไม่มีค่าเข้าชมโชว์เพิ่มเติม
พอผ่านประตูเข้ามา ใครที่ไม่อยากเดินไกลก็มีบริการ รถกอล์ฟให้เช่า สำหรับขับเที่ยวภายในสวน ส่วนพวกเราวันนี้ขอเลือกเป็นสายลุย เดินเก็บบรรยากาศกันไปเรื่อย ๆ เพราะอยากดูให้ทั่วทุกมุม
เริ่มต้นด้วยโชว์จระเข้ ฟีลเดิมที่พากลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง
จุดแรกของเราคือ การแสดงจระเข้ ซึ่งวันที่ไปเป็นวันธรรมดา คนจึงไม่ได้แน่นเท่าช่วงเสาร์-อาทิตย์ ทำให้พวกเราสามารถเลือกที่นั่งกันได้ค่อนข้างสบาย

สิ่งที่ทำให้รู้สึกเซอร์ไพรส์คือ บรรยากาศของการแสดงยังคงให้ความรู้สึกคล้ายกับที่เราเคยมาดูตอนเด็ก ๆ มีทั้งการสาธิตใกล้ชิดกับจระเข้ รวมถึงช่วงที่ผู้แสดงนำมือและศีรษะเข้าไปใกล้ปากจระเข้ เรียกเสียงฮือฮาจากคนดูได้ตลอดโชว์
ต่อด้วยโชว์ช้าง และได้เจอ “สมรักษ์-แบงค์” ตัวจริง
หลังจากดูโชว์จระเข้จบ พวกเราก็เดินต่อไปยัง การแสดงช้าง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ตั้งใจมาดูมาก ๆ เพราะวันนี้เราจะได้เจอกับ น้องสมรักษ์และน้องแบงค์ ช้างที่กำลังถูกพูดถึงบนโลกออนไลน์

พอได้เห็นตัวจริงก็คือเอ็นดูมาก บรรยากาศรอบลานการแสดงดูคึกคักขึ้นทันทีเมื่อมีคนมานั่งรอดูน้อง ๆ กันเยอะ

ภายในโชว์จะมีทั้งการแสดงเดี่ยวของช้างแต่ละตัว รวมถึงกิจกรรมที่ชวนผู้ชมลงไปร่วมสนุกเป็นอาสาสมัครด้วย ใครเป็นสายกล้าลองลงไปเล่นกับน้องได้เลย ส่วนพวกเราวันนี้ขอรับบทกองเชียร์ นั่งส่งเสียงเชียร์น้อง ๆ อยู่ข้างลานแทน
เดินเล่นต่อ เจอน้องสัตว์ตลอดทาง
ดูโชว์กันครบแล้วก็ถึงเวลาเดินสำรวจโซนต่าง ๆ ภายในสวนสัตว์กันต่อ ระหว่างทางจะได้เจอกับสัตว์หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ลิงชิมแปนซี ฮิปโป นกกระจอกเทศ เสือ หมีขอ สิงโต คาปิบารา และน้องสัตว์อีกหลายชนิด

หลายจุดจะมีอาหารสำหรับสัตว์จำหน่าย ใครอยากลองให้อาหารน้อง ๆ ก็สามารถซื้อจากจุดที่กำหนดไว้ได้เลย

ส่วนเรื่องเส้นทางไม่ต้องกลัวว่าจะเดินหลง เพราะภายในสวนจัดเส้นทางค่อนข้างชัด มีป้ายบอกทางอยู่เป็นระยะ และลักษณะเส้นทางจะพาเดินวนกลับมาได้เรื่อย ๆ
ถ้าเดินไปสักพักแล้วเริ่มเมื่อย นอกจากรถกอล์ฟแล้ว ที่นี่ยังมี รถไฟพาชมรอบสวน ให้บริการด้วย สามารถซื้อตั๋วได้บริเวณชานชาลา เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับครอบครัวที่มีเด็กหรือผู้สูงอายุ
มาฟาร์มจระเข้ทั้งที ต้องแวะบ่อจระเข้
เดินไปเรื่อย ๆ ก็มาถึงอีกหนึ่งจุดที่พลาดไม่ได้ เพราะมาถึงฟาร์มจระเข้ทั้งทีก็ต้องมาดู บ่อจระเข้ขนาดใหญ่ กันสักหน่อย

ที่นี่มีจระเข้จำนวนมาก หลายตัวตัวใหญ่มากจนพอได้มาเห็นใกล้ ๆ แล้วแอบกลัวเหมือนกัน พื้นที่บ่อค่อนข้างกว้างและมีสะพานไม้ให้เดินชมได้รอบบริเวณ ทำให้สามารถมองเห็นจระเข้ได้จากหลายมุม
ใครอยากลองให้อาหารจระเข้ก็สามารถซื้ออาหารจากจุดจำหน่ายที่จัดไว้ได้ โดยบริเวณทางเดินและจุดชมต่าง ๆ จะมีแนวกั้นเพื่อความปลอดภัย รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ตามจุดต่าง ๆ ด้วย
เหนื่อยแล้ว แวะคาเฟ่ก่อนกลับ
หลังจากเดินกันแทบทั่วฟาร์ม ความเหนื่อยก็เริ่มมา พวกเราเลยปิดท้ายด้วยการแวะ คาเฟ่บริเวณใกล้ทางออก ซึ่งภายในมีทั้งขนม เครื่องดื่ม และของที่ระลึกให้เลือกซื้อ

และแน่นอนว่าเราก็ไม่รอด เพราะสุดท้ายได้ ตุ๊กตาน้องช้างและจระเข้ กลับบ้านมาด้วย บอกเลยว่าน่ารักจนอดใจไม่ไหวจริง ๆ
สำหรับใครที่อยากได้ภาพความทรงจำแบบใกล้ชิด ทางฟาร์มยังมีบริการถ่ายรูปกับสัตว์บางชนิด เช่น เสือและงูขนาดใหญ่โดยมีค่าบริการ 100 บาทต่อ 1 รูป เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เหมาะกับคนที่อยากมีรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกจากทริปนี้
จากสถานที่ในความทรงจำ สู่การกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
การได้กลับมาที่ ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ อีกครั้ง เหมือนได้ย้อนกลับไปเจอความทรงจำในวัยเด็ก ทั้งบรรยากาศ ความสนุก และช่วงเวลาที่เคยมากับครอบครัว
วันนี้ที่นี่เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง CHILL ON เลยอยากชวนทุกคนที่กำลังหาที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ลองแวะมาเยี่ยมน้อง ๆ และสัมผัสบรรยากาศกันดู เพราะการกลับมาเที่ยวสถานที่เดิมในวันที่เราโตขึ้น อาจทำให้ทริปครั้งนี้มีความหมายมากกว่าที่คิด
ข้อมูลสำหรับคนอยากตามรอย
- พิกัด: ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ
- เปิดทุกวัน: 08.00–18.00 น.
- ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 100 บาท / เด็ก 50 บาท / ต่ำกว่า 80 ซม. ฟรี
- สอบถาม: 062-517-4464