พิกัดสถานที่เดท วันวาเลนไทน์นี้หวานเจี๊ยบ

Travel & Hotel

พิกัดสถานที่เดท วันวาเลนไทน์นี้หวานเจี๊ยบ

06 ก.พ. 2025

เมื่อถึงเดือนกุมภาพันธ์แบบนี้ กลิ่นของความรักก็หอมฟุ้งอบอวลสุดๆ สำหรับคนมีคู่ที่กำลังมองหาสถานที่เดทกับแฟนหรือคนคุยในวันวาเลนไทน์ปีนี้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ของเราให้หวานมากยิ่งขึ้น วันนี้มัดรวมพิกัดสถานที่เดทมาฝากทุกคน มีหลากหลายสไตล์ให้ได้เลือก บอกเลยว่าแต่ละที่ถ่ายรูปออกมาสวยมาก จะมีที่ไหนบ้างไปดูกันเลยจ้าา

หอศิลป์ กรุงเทพ ฯ

เริ่มต้นด้วยสถานที่แรกกับสถานที่เดทสุดฮิตที่เหมาะสำหรับคู่รักที่ชอบงานศิลปะ อยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพ ฯ ค่ะ เดินทางง่าย นั่งบีทีเอสมาก็ได้นะไม่ต้องห่วงรถติด ด้านในสามารถถ่ายรูปกันได้แบบชิค ๆ ที่นี่มีหลายชั้น พื้นที่กว้างมาก คนไม่เยอะมากทำให้ไม่รู้สึกแออัด ชอบตรงไหนก็แวะถ่ายรูปกันก่อน นอกจากที่นี้ที่นี่ยังมีงานศิลปะแบบหลากหลาย หมุนเวียนมาจัดแสดงให้เราได้ชมกันด้วยเดินดูงานศิลปะไปคุยกันไปเพลิน ๆ คือฟินมาก

  • พิกัด : BTS สนามกีฬาแห่งชาติ
  • ค่าเข้าชม : เข้าชมฟรี
  • เวลาเปิด - ปิด : อังคาร-อาทิตย์ (ปิดวันจันทร์) เวลา 10:00-20:00 น.

 

Asiatique The Riverfront


ถัดมาเป็นสถานที่ที่ให้บรรยากาศแบบสุดชิล แหล่งท่องเที่ยวและช้อปปิ้งติดริมน้ำเจ้าพระยา เดินทางง่ายสุด ๆ สามารถมาได้ทั้งตอนกลางวันและตอนกลางคืน ด้านในถูกแบ่งออกเป็นหลายโซนมีทั้งร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง และมีที่นั่งให้พักผ่อนชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยากันแบบเพลิน ๆ จุดไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดก็คือชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่นั่นเอง มาที่นี่นอกจะจะได้บรรยากาศที่สุดแสนโรแมนติกแล้ว ยังได้อิ่มท้อง และจะได้รูปถ่ายหวาน ๆ กลับไปอย่างแน่นอนค่ะ

  • พิกัด : (ถนนเจริญกรุง)
  • ค่าเข้าชม : เข้าชมฟรี
  • เวลาเปิด - ปิด : เปิดทุกวัน 11.00-24.00 น.

 

MOCA Museum


พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัยโมค่า ด้านในแต่ละชั้นจะมีคอนเซ็ปต์ในการจัดแสดงแตกต่างกัน มีทั้งงานศิลปะของไทยรวมไปถึงงานศิลปะที่ได้รับอิทธิพลจากต่างประเทศ และที่โมค่ามีการตกแต่ง การจัดแสง ไม่ว่าจะเป็นแสงไฟหรือแสงธรรมชาติที่ทะลุผ่านกำแพงคือลงตัวมากเลยค่ะ ออกเดทแบบสายอาร์ตที่นี่ก็คือหวานไปอีกแบบนะ 

  • พิกัด : (ตรงข้าม ม.เกษตร)
  • ค่าเข้าชม : เข้าชมฟรี
  • เวลาเปิด - ปิด : อังคาร - อาทิตย์ (ปิดวันจันทร์) เวลา 10.00-18.00 น.


SEA LIFE Bangkok Ocean World

จับมือแฟนมาท่องโลกใต้น้ำใจกลางเมือง เดินทางง่าย สะดวกมาก ที่นี่รวบรวมสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล มีสัตว์ทะเลมากมาย บรรยากาศดี ได้สัมผัสกับการให้อาหารปลากระเบนจมูกวัวอย่างใกล้ชิด จุดไฮไลท์ของที่นี่ก็คืออุโมงค์กระจกขนาดใหญ่ให้เราได้เดินลอดชมปลาที่ว่ายวนอยู่รอบ ๆ ด้วยนะ ให้บรรยากาศที่เหมือนเรากับหวานใจได้อยู่ใต้ท้องทะเลลึกด้วยกันเลยค่า ใครอยากมีโมเมนต์น่ารัก ๆ กับแฟน ต้องมาที่นี่รับรองว่าหัวใจพองโต 

  • พิกัด : (BTS สยาม)
  • ค่าเข้าชม : ราคาบัตรผู้ใหญ่ 590 บาท เด็ก 490 บาท (คนไทย)
  • เวลาเปิด -ปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 น. - 20.00 น. (เข้าชมรอบสุดท้ายเวลา 19.00 น.)

ท้องฟ้าจำลอง

ต่อมาเป็นสถานที่สุดว้าวสำหรับใครที่อยากมีโมเมนต์นอนจับมือดูดาวกับคนรักต้องที่นี่เลยค่ะ โรแมนติกมาก แถมแอร์เย็นฉ่ำให้ฟีลเหมือนเราท่องอวกาศไปด้วยกัน มีกิจกรรมให้เราได้เรียนรู้ด้วยนะ ถ่ายรูปกันได้แบบเพลิน ๆ มาที่นี่นอกจากจะได้ความรู้ ความสนุก ได้รูปถ่าย และที่สำคัญยังได้สวีทกันอีกด้วยน้า

  • พิกัด : (ฺBTS เอกมัย)
  • ค่าเข้าชม : ราคาบัตร ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 30 บาท 
  • เวลาเปิด - ปิด : เปิดให้บริการวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น. หยุดวันจันทร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

Chocolate Ville


เอาใจคนคลั่งรักกับหมู่บ้านที่ถูกเนรมิตรให้กลายเป็นสีชมพูสุดแสนโรแมนติกแบบหวานกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว มีความคิ้วท์สุด ๆ เหมาะกับการจับมือแฟนมาเดินถ่ายรูปกันแบบหวานกรุบมากเลยค่า จะถ่ายตรงไหนก็สวยไปหมด เพราะที่นี่เขาตกแต่งไว้ปังมาก นอกจากนี้ยังมีอาหารและเครื่องดื่มให้เราแวะพักหายเหนื่อย เป็นอีกหนึ่งสถานที่เดทที่คู่รักไม่ควรพลาดเลยน้า

  • พิกัด : (เกษตร - นวมินทร์)
  • ค่าเข้าชม : ค่าบัตรผ่านประตู 
  •  Regular Day 120 บาท  สำหรับวันทั่วไป 
  •  Peak Day 150 -180บาท  สำหรับวันหยุดนักขัตฤกษ์, เทศกาล และวันพิเศษ 
  • เด็กอายุ 5 ขวบหรือต่ำกว่า เข้าฟรี
  • เวลาเปิด - ปิด :  เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 14.00 น. ถึง 00.00 น.


 

related Travel & Hotel

"ร้านเช่าหนังสือวราสาส์น : สายใยแห่งการอ่านในยุคดิจิทัล"

26 ก.พ. 2025

"ร้านเช่าหนังสือวราสาส์น : สายใยแห่งการอ่านในยุคดิจิทัล"

ใจกลางย่านราชเทวี-พญาไท ซึ่งเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดนิ่ง มีร้านเช่าหนังสือเล็กๆ ที่ยังคงยืนหยัดผ่านกาลเวลาและกลายเป็นพื้นที่แห่งความทรงจำของใครหลายคน ร้านนั้นคือ "ร้านเช่าหนังสือวราสาส์น" ที่เต็มไปด้วยชั้นหนังสือเรียงรายและกลิ่นหนังสือเก่าที่อบอวลต้อนรับผู้มาเยือนวราภรณ์ เชฎฐาวิวัฒนา เจ้าของร้านวัย 70 ปี เล่าถึงจุดเริ่มต้นของร้านที่หยั่งรากมาจากความรักการอ่านตั้งแต่วัยเด็ก เธอเติบโตมาในครอบครัวที่มีวัฒนธรรมการอ่านเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ด้วยความใกล้ชิดกับหนังสือที่พ่อของเธอถ่ายทอดให้ เธอจึงหลงใหลการอ่านตั้งแต่วัยเยาว์ พอเข้าสู่วัยทำงาน แม้จะต้องทำงานหนักจนได้ฉายา "หญิงเหล็ก" แต่ความรักในหนังสือก็ยังคงอยู่ ทำให้เธอตัดสินใจเปิดร้านเช่าหนังสือเพื่อสานต่อความหลงใหลนี้การเปิดร้านหนังสือในช่วงที่ผู้คนเริ่มหันเหไปหาความบันเทิงรูปแบบใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ด้วยความมุ่งมั่นและใจรัก วราภรณ์และสามีได้ร่วมมือกันสร้างร้านเช่าหนังสือแห่งนี้ขึ้นมา พวกเขาตระเวนหาซื้อหนังสือจากบ้านต่าง ๆ ประกาศรับซื้อและค่อย ๆ สะสมหนังสือจนกลายเป็นคลังหนังสือขนาดใหญ่ที่มีหนังสือหลายหมื่นเล่มแม้ว่าโลกจะหมุนไปอย่างรวดเร็ว แต่ร้านเช่าหนังสือวราสาส์นยังคงรักษาเสน่ห์และกลิ่นอายของความคลาสสิกไว้ได้อย่างมั่นคง ความอบอุ่นของร้านและความใส่ใจของเจ้าของร้านดึงดูดลูกค้าประจำให้กลับมาเสมอ บางคนแวะมาหาหนังสือที่เคยอ่านในวัยเด็ก บางคนมาเพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับหนังสือเล่มโปรด ร้านนี้จึงเปรียบเสมือนศูนย์กลางของชุมชนเล็กๆ ที่คนรักการอ่านมารวมตัวกันในยุคดิจิทัลที่การอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นที่นิยม ร้านเช่าหนังสือวราสาส์นยังคงมีเสน่ห์ในแบบที่เทคโนโลยีไม่อาจแทนที่ได้ กลิ่นหนังสือเก่า การสัมผัสหน้ากระดาษ และความทรงจำที่เชื่อมโยงกับหนังสือเล่มโปรดคือสิ่งที่ทำให้ลูกค้าหลายคนยังคงแวะเวียนมา แม้จะมีความท้าทายมากมาย แต่ร้านเช่าหนังสือแห่งนี้ยังเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันไว้อย่างงดงามวราภรณ์เชื่อว่าร้านเช่าหนังสือมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการอ่าน เธอเล่าว่า "หนังสือเล่มหนึ่ง คนอ่านได้เป็นร้อยเป็นพัน เป็นวิทยาทานที่เราต้องการเผยแพร่" แม้ว่าร้านเช่าหนังสือจะให้ผลตอบแทนไม่สูงนัก แต่เธอยังคงยืนหยัดทำด้วยความสุขที่ได้เห็นคนเข้ามาหยิบหนังสือและได้แบ่งปันความรู้ให้กับเยาวชนนอกจากการให้บริการเช่าหนังสือ วราภรณ์ยังจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอ่านเป็นประจำ เช่น การจัดมุมอ่านฟรีสำหรับเด็กๆ หรือการลดราคาหนังสือในโอกาสพิเศษ เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงหนังสือได้ง่ายขึ้น เธอมองว่าการปลูกฝังนิสัยรักการอ่านตั้งแต่วัยเยาว์จะช่วยเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์และจินตนาการ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิตวราภรณ์มีมุมมองที่ชัดเจนต่ออนาคตของการอ่าน แม้เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน แต่เธอเชื่อว่าหนังสือมีคุณค่าในแบบที่ดิจิทัลไม่สามารถทดแทนได้ เธอมองว่าการอ่านหนังสือช่วยสร้างสมาธิ กระบวนการในการคิด และการเชื่อมโยงอารมณ์กับเนื้อหาได้มากกว่า เธอหวังว่าความรักในการอ่านจะถูกส่งต่อไปยังคนรุ่นใหม่ผ่านประสบการณ์ที่จับต้องได้ เช่น การพลิกหน้ากระดาษและการแบ่งปันความรู้ระหว่างกันนอกจากนี้ เธอยังเน้นว่าร้านเช่าหนังสือเป็นพื้นที่ที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงความรู้ ด้วยราคาที่จับต้องได้ ทำให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถมีโอกาสอ่านหนังสือดีๆ ได้ วราภรณ์เชื่อว่าการส่งเสริมการอ่านในชุมชนเล็กๆ สามารถสร้างผลกระทบในวงกว้างและช่วยพัฒนาสังคมให้ก้าวหน้าการดำเนินร้านเช่าหนังสือในยุคนี้เต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและจำนวนผู้อ่านที่ลดลง วราภรณ์พยายามปรับตัวอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นการขยายประเภทหนังสือให้หลากหลาย หรือการสร้างความสัมพันธ์อันอบอุ่นกับลูกค้าประจำ ร้านวราสาส์นจึงไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจ แต่เป็นพื้นที่ที่รวบรวมความรักและความมุ่งมั่นในการรักษาวัฒนธรรมการอ่านทุกๆ ปีในวันเด็ก วราภรณ์จะเปิดให้เด็กๆ อ่านหนังสือฟรี เพื่อปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน แม้เด็กที่เข้าร้านจะลดน้อยลง แต่เธอก็ยังคงยึดมั่นในความตั้งใจนี้ เพราะเชื่อว่าการอ่านจะช่วยสร้างอนาคตที่ดีให้กับสังคม เธอหวังว่าภาครัฐจะมีนโยบายสนับสนุนร้านเช่าหนังสือขนาดเล็กเช่นนี้ เพื่อรักษาสังคมแห่งการเรียนรู้และเสริมสร้างวัฒนธรรมการอ่านให้คงอยู่ต่อไปร้านเช่าหนังสือวราสาส์นจึงไม่ใช่แค่ร้านเช่าหนังสือธรรมดา แต่เป็นพื้นที่แห่งความทรงจำและความรักการอ่าน ที่เปิดโอกาสให้คนทุกวัยได้เข้ามาสัมผัสเสน่ห์ของหนังสือ และเป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นและใจรักที่ไม่เสื่อมคลายของเจ้าของร้านผู้เปรียบเสมือน "หญิงเหล็ก" ที่ต่อสู้เพื่อความสุขเล็กๆ ของตัวเองและเพื่อแบ่งปันความสุขนี้ให้กับผู้อื่นวราสาส์นFacebook : วราสาส์นสถานที่ตั้ง : 68, 56 ซ. เพชรบุรี 5 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/xFktv6YTGV5fboRWAเวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 12:30-20:30 น. (ปิดทุกวันอาทิตย์)ผู้เขียน : จิตรกร ปะวะโขภาพ : เบญญาภา แนบเนียน

เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 ครั้งที่ 44 งานเดียวเที่ยวครบทั้งประเทศ กิน เที่ยว ช้อป ครบจบในที่เดียว

28 มี.ค. 2026

เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 ครั้งที่ 44 งานเดียวเที่ยวครบทั้งประเทศ กิน เที่ยว ช้อป ครบจบในที่เดียว

“เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569” หรือ Thailand Tourism Festival ครั้งที่ 44เป็นอีเวนต์ท่องเที่ยวระดับประเทศที่รวบรวมเสน่ห์ของไทยทั้ง 5 ภูมิภาคมาไว้ในที่เดียวอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร วัฒนธรรม สินค้าท้องถิ่น หรือแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยว ไฮไลต์สำคัญของงานในปีนี้คือการจัดโซนแบบ immersive ที่ทำให้ผู้เข้าชมรู้สึกเหมือนได้ “เดินทางจริง” ผ่านแต่ละภูมิภาค ภายใต้แนวคิด “สุขทันที ที่เที่ยวไทย”ไฮไลต์โซนในงาน เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 หนึ่งในจุดเด่นของงานคือการแบ่งพื้นที่ออกเป็นโซน ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค พร้อมกิจกรรมและประสบการณ์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนโซนภาคเหนือ – เสน่ห์ล้านนาและวัฒนธรรมดั้งเดิม โซนภาคเหนือถูกออกแบบให้เต็มไปด้วยบรรยากาศแบบล้านนา ทั้งการตกแต่งไม้ งานคราฟต์ และกลิ่นอายของวิถีชีวิตชุมชนไฮไลต์ในโซนนี้ ได้แก่กาดพื้นเมือง จำลองตลาดเหนืองานหัตถกรรม เช่น ผ้าทอ เครื่องเงิน งานไม้อาหารเหนือ เช่น ข้าวซอย น้ำพริกหนุ่ม ไส้อั่วกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมและการแสดงพื้นบ้านเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมโซนภาคอีสาน – สีสันความม่วนซื่นและอาหารรสจัดโซนอีสานโดดเด่นด้วยความสนุกสนานและความเป็นกันเอง พร้อมสีสันที่สะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่นไฮไลต์ในโซนนี้ ได้แก่อาหารอีสาน เช่น ส้มตำ ลาบ น้ำตกเวทีหมอลำและการแสดงพื้นบ้านสินค้าชุมชน เช่น ผ้าไหม เครื่องจักสานบรรยากาศงานวัดแบบอีสานโซนนี้ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับความนิยมสูงในทุกปีโซนภาคกลาง – วัฒนธรรมผสมผสานความร่วมสมัยภาคกลางสะท้อนความหลากหลายทั้งในด้านวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์ไฮไลต์ในโซนนี้ ได้แก่อาหารไทยต้นตำรับและสตรีทฟู้ดงานศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัยแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจทั้งความคลาสสิกและความทันสมัยโซนภาคตะวันออก – ไลฟ์สไตล์ทะเลและคาเฟ่โซนนี้เน้นการท่องเที่ยวแบบพักผ่อนและไลฟ์สไตล์ไฮไลต์ในโซนนี้ ได้แก่อาหารทะเลสดและเมนูร่วมสมัยคาเฟ่และมุมถ่ายภาพแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลกิจกรรมเชิงไลฟ์สไตล์เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบชิลและการถ่ายภาพโซนภาคใต้ – เสน่ห์ทะเลและวัฒนธรรมเข้มข้นโซนภาคใต้ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของทะเลและวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างชัดเจนไฮไลต์ในโซนนี้ ได้แก่อาหารใต้ เช่น แกงเหลือง ข้าวยำ โรตีการแสดงวัฒนธรรมภาคใต้วิถีชีวิตชุมชนชายทะเลสินค้าพื้นเมืองและงานคราฟต์เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจวัฒนธรรมและอาหารรสเข้มข้นโซนกิจกรรมพิเศษ และไฮไลต์เพิ่มเติมในงานนอกจากโซนภูมิภาคแล้ว ภายในงานยังมีพื้นที่กิจกรรมอื่น ๆ ที่น่าสนใจโซนอาหารรวมทั่วไทยรวมเมนูเด่นจากแต่ละภูมิภาค ทั้งอาหารพื้นบ้านและสตรีทฟู้ดเป็นหนึ่งในโซนที่ได้รับความนิยมสูงและมีผู้เข้าชมจำนวนมากโซนสินค้า OTOP และของดีท้องถิ่นรวบรวมสินค้าชุมชน งานหัตถกรรม และของฝากจากทั่วประเทศพร้อมโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะในงานโซนถ่ายภาพและแลนด์มาร์กจำลองมีการจำลองสถานที่ท่องเที่ยวและจัดมุมถ่ายภาพหลากหลายรูปแบบเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียโซนเวทีการแสดงและกิจกรรมมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากแต่ละภูมิภาค รวมถึงกิจกรรมบนเวทีและนิทรรศการช่วยเพิ่มประสบการณ์ให้กับผู้เข้าชมตลอดทั้งวันโซนท่องเที่ยวแบบยั่งยืนส่งเสริมแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนมีการจัดจุดคัดแยกขยะและรณรงค์ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสรุปไฮไลต์ เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 44 เป็นงานที่รวบรวมประสบการณ์การท่องเที่ยวไทยไว้ในที่เดียวอย่างครบถ้วน ทั้งด้านอาหาร วัฒนธรรม การช้อปปิ้ง และกิจกรรมความบันเทิง งานนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหาแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยว สัมผัสวัฒนธรรมไทยในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย และใช้เวลาเพียงวันเดียวก็สามารถสัมผัสความหลากหลายของประเทศไทยได้อย่างครบถ้วนข้อมูลงาน เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 44 ปี 2569จัดโดย ททท. เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศวันที่: 25 – 29 มีนาคม 2569เวลา: 10.00 – 21.00 น.สถานที่: ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (Hall 1–4 ชั้น G)เข้าชมฟรีตลอดงาน

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 รวมหนังสือทุกแนว โปรแรง เช็คอินครบในที่เดียว

26 มี.ค. 2026

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 รวมหนังสือทุกแนว โปรแรง เช็คอินครบในที่เดียว

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชั้น LG (ฮอลล์ 5–8)ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2569และนี่คืออีเวนต์ที่คนรักการอ่านห้ามพลาด ไม่ว่าคุณจะเป็นสายอ่านนิยาย สายสอบ หรือสายสะสมหนังสือหายาก ภายในงานนี้มีให้เลือกแบบจุใจ ตั้งแต่หนังสือดังที่ถูกนำไปสร้างเป็นซีรีส์วายยอดฮิต หนังสือเก่าหายากที่นักอ่านตามหา ไปจนถึงหนังสือเตรียมสอบยอดนิยม รวมถึงหนังสือแปลจากต่างประเทศ ทั้งจีน ญี่ปุ่น และตะวันตก ที่คัดมาแล้วว่าอ่านสนุกและน่าสนใจ สายการ์ตูนและนิยายวัยใสก็ห้ามพลาด เพราะมีทั้งการ์ตูนในตำนานอย่าง “ขำหัวเราะ” และ “ครอบครัวตึ๋งหนืด” รวมถึงนิยายรักใส ๆ จากแจ่มใส ที่หลายคนคุ้นเคย เรียกได้ว่าเดินงานเดียว ได้ย้อนวัยและเติมคลังหนังสือแบบเต็มอิ่ม ภายในงานมีการจัดโซนอย่างเป็นสัดส่วน เดินง่าย ไม่ต้องกลัวหลง และสำหรับใครที่อยากวางแผนการเดิน สามารถซื้อแผนที่บูสภายในงานได้ในราคาเพียง 5 บาท ช่วยให้ช้อปได้ครบทุกโซนแบบไม่พลาดร้านเด็ด อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือซุ้มถ่ายรูปและจุดเช็คอินภายในงาน ที่จัดไว้หลากหลายมุม เหมาะมากสำหรับสายคอนเทนต์ ไม่ว่าจะสายรีวิว สาย Vlog หรือสายถ่ายรูปลงโซเชียล ก็สามารถเก็บภาพบรรยากาศงานไปแชร์ได้แบบจัดเต็ม ไฮไลต์สำคัญยังคงเป็นโปรโมชั่นจัดหนัก ทั้งส่วนลดพิเศษ และการขายแบบบุฟเฟ่หนังสือ ที่บอกเลยว่ายิ่งซื้อยิ่งคุ้ม เหมาะกับสาย “ซื้อก่อน อ่านทีหลัง” แบบสุด ๆ และแน่นอนว่าของดีมีจำนวนจำกัด ใครมาก่อนได้ก่อน ช้าอาจพลาดเล่มที่อยากได้โดยไม่รู้ตัว ถ้าใครกำลังหาที่เดินเล่นช่วงนี้ หรือยังไม่รู้จะไปไหนดี ลองแวะมางานนี้ได้เลย เพราะงานจัดยาวหลายวัน เดินได้เรื่อย ๆ แบบไม่ต้องรีบ จะมาเดินชิล ๆ หรือมาจัดหนักกวาดหนังสือกลับบ้านก็ฟินได้เหมือนกัน ถ้าคุณกำลังมองหางานหนังสือ 2569 ที่ครบที่สุด คุ้มที่สุด และรวมหนังสือทุกแนวไว้ในที่เดียว งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 คือคำตอบ เตรียมตัวให้พร้อม แล้วไปช้อปให้จุใจกันได้เลยสถานที่: ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชั้น LG (ฮอลล์ 5-8)วันที่: 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2569เวลา: 10:00 – 21:00 น.

อาณาจักรแห่งนักล่าสายคีบตุ๊กตา "Taisa Catch Space"

12 มี.ค. 2024

อาณาจักรแห่งนักล่าสายคีบตุ๊กตา "Taisa Catch Space"

ใครคิดว่าแน่ ใครคิดว่าเจ๋ง ในเรื่องสายคีบ ต้องรีบพุ่งตัวไปที่ "Taisa Catch Space" อาณาจักรของนักล่าสายตู้คีบตุ๊กตา ใครอยากไปฝึกฝีมือ หรือไปทดสอบสกิล ต้องไปลอง"Taisa Catch Space" แหล่งเช็คอินแห่งใหม่ของคนที่ชื่นชอบในการคีบตู้ตุ๊กตา ที่ส่งตรงมาจากไต้หวัน ตั้งอยู่ที่โครงการนวพาร์ค ให้เหล่าบรรดานักล่าทั้งหลาย ได้มาทดสอบฝีมือ แล้วขนตุ๊กตา และขนมกลับบ้านกัน พร้อมแล้วไปลุยกันเลยเข้ามาด้านในก็จะพบกับตู้คีบตุ๊กตามากมาย ทั้งตัวเล็ก ตัวใหญ่ คิวท์ ๆ ทั้งน้าน สายตุ๊กตา ต้องไม่พลาด นอกจากมีตุ๊กตาให้ได้คีบแล้ว ยังมีของกินไม่ว่าจะเป็น มาม่า น้ำดื่ม ขนม รวมไปถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบพกพา กระติกน้ำ ลำโพงบลูทูธ ก็มีน้า คีบกันเพลิน ๆ ละทีนี้ใครเป็นสายคีบตุ๊กตา และชอบการลุ้น บอกเลยว่าต้องไปพลาดที่จะไปทดสอบฝีมือที่ "Taisa Catch Space" กันน้า ร้านตั้งอยู่ในโครงการนวพาร์ค เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 15.00 น. - 24.00 น. คีบกันยันเที่ยงคืนกันไปเลยยยย