"ร้านเช่าหนังสือวราสาส์น : สายใยแห่งการอ่านในยุคดิจิทัล"

Travel & Hotel

"ร้านเช่าหนังสือวราสาส์น : สายใยแห่งการอ่านในยุคดิจิทัล"

26 ก.พ. 2025

    ใจกลางย่านราชเทวี-พญาไท ซึ่งเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดนิ่ง มีร้านเช่าหนังสือเล็กๆ ที่ยังคงยืนหยัดผ่านกาลเวลาและกลายเป็นพื้นที่แห่งความทรงจำของใครหลายคน ร้านนั้นคือ "ร้านเช่าหนังสือวราสาส์น" ที่เต็มไปด้วยชั้นหนังสือเรียงรายและกลิ่นหนังสือเก่าที่อบอวลต้อนรับผู้มาเยือน

วราภรณ์ เชฎฐาวิวัฒนา เจ้าของร้านวัย 70 ปี เล่าถึงจุดเริ่มต้นของร้านที่หยั่งรากมาจากความรักการอ่านตั้งแต่วัยเด็ก เธอเติบโตมาในครอบครัวที่มีวัฒนธรรมการอ่านเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ด้วยความใกล้ชิดกับหนังสือที่พ่อของเธอถ่ายทอดให้ เธอจึงหลงใหลการอ่านตั้งแต่วัยเยาว์ พอเข้าสู่วัยทำงาน แม้จะต้องทำงานหนักจนได้ฉายา "หญิงเหล็ก" แต่ความรักในหนังสือก็ยังคงอยู่ ทำให้เธอตัดสินใจเปิดร้านเช่าหนังสือเพื่อสานต่อความหลงใหลนี้

การเปิดร้านหนังสือในช่วงที่ผู้คนเริ่มหันเหไปหาความบันเทิงรูปแบบใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ด้วยความมุ่งมั่นและใจรัก วราภรณ์และสามีได้ร่วมมือกันสร้างร้านเช่าหนังสือแห่งนี้ขึ้นมา พวกเขาตระเวนหาซื้อหนังสือจากบ้านต่าง ๆ ประกาศรับซื้อและค่อย ๆ สะสมหนังสือจนกลายเป็นคลังหนังสือขนาดใหญ่ที่มีหนังสือหลายหมื่นเล่ม

แม้ว่าโลกจะหมุนไปอย่างรวดเร็ว แต่ร้านเช่าหนังสือวราสาส์นยังคงรักษาเสน่ห์และกลิ่นอายของความคลาสสิกไว้ได้อย่างมั่นคง ความอบอุ่นของร้านและความใส่ใจของเจ้าของร้านดึงดูดลูกค้าประจำให้กลับมาเสมอ บางคนแวะมาหาหนังสือที่เคยอ่านในวัยเด็ก บางคนมาเพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับหนังสือเล่มโปรด ร้านนี้จึงเปรียบเสมือนศูนย์กลางของชุมชนเล็กๆ ที่คนรักการอ่านมารวมตัวกัน

ในยุคดิจิทัลที่การอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นที่นิยม ร้านเช่าหนังสือวราสาส์นยังคงมีเสน่ห์ในแบบที่เทคโนโลยีไม่อาจแทนที่ได้ กลิ่นหนังสือเก่า การสัมผัสหน้ากระดาษ และความทรงจำที่เชื่อมโยงกับหนังสือเล่มโปรดคือสิ่งที่ทำให้ลูกค้าหลายคนยังคงแวะเวียนมา แม้จะมีความท้าทายมากมาย แต่ร้านเช่าหนังสือแห่งนี้ยังเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันไว้อย่างงดงาม

วราภรณ์เชื่อว่าร้านเช่าหนังสือมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการอ่าน เธอเล่าว่า "หนังสือเล่มหนึ่ง คนอ่านได้เป็นร้อยเป็นพัน เป็นวิทยาทานที่เราต้องการเผยแพร่" แม้ว่าร้านเช่าหนังสือจะให้ผลตอบแทนไม่สูงนัก แต่เธอยังคงยืนหยัดทำด้วยความสุขที่ได้เห็นคนเข้ามาหยิบหนังสือและได้แบ่งปันความรู้ให้กับเยาวชน

นอกจากการให้บริการเช่าหนังสือ วราภรณ์ยังจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอ่านเป็นประจำ เช่น การจัดมุมอ่านฟรีสำหรับเด็กๆ หรือการลดราคาหนังสือในโอกาสพิเศษ เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงหนังสือได้ง่ายขึ้น เธอมองว่าการปลูกฝังนิสัยรักการอ่านตั้งแต่วัยเยาว์จะช่วยเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์และจินตนาการ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิต

วราภรณ์มีมุมมองที่ชัดเจนต่ออนาคตของการอ่าน แม้เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน แต่เธอเชื่อว่าหนังสือมีคุณค่าในแบบที่ดิจิทัลไม่สามารถทดแทนได้ เธอมองว่าการอ่านหนังสือช่วยสร้างสมาธิ กระบวนการในการคิด และการเชื่อมโยงอารมณ์กับเนื้อหาได้มากกว่า เธอหวังว่าความรักในการอ่านจะถูกส่งต่อไปยังคนรุ่นใหม่ผ่านประสบการณ์ที่จับต้องได้ เช่น การพลิกหน้ากระดาษและการแบ่งปันความรู้ระหว่างกัน

นอกจากนี้ เธอยังเน้นว่าร้านเช่าหนังสือเป็นพื้นที่ที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงความรู้ ด้วยราคาที่จับต้องได้ ทำให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถมีโอกาสอ่านหนังสือดีๆ ได้ วราภรณ์เชื่อว่าการส่งเสริมการอ่านในชุมชนเล็กๆ สามารถสร้างผลกระทบในวงกว้างและช่วยพัฒนาสังคมให้ก้าวหน้า

การดำเนินร้านเช่าหนังสือในยุคนี้เต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและจำนวนผู้อ่านที่ลดลง วราภรณ์พยายามปรับตัวอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นการขยายประเภทหนังสือให้หลากหลาย หรือการสร้างความสัมพันธ์อันอบอุ่นกับลูกค้าประจำ ร้านวราสาส์นจึงไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจ แต่เป็นพื้นที่ที่รวบรวมความรักและความมุ่งมั่นในการรักษาวัฒนธรรมการอ่าน

ทุกๆ ปีในวันเด็ก วราภรณ์จะเปิดให้เด็กๆ อ่านหนังสือฟรี เพื่อปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน แม้เด็กที่เข้าร้านจะลดน้อยลง แต่เธอก็ยังคงยึดมั่นในความตั้งใจนี้ เพราะเชื่อว่าการอ่านจะช่วยสร้างอนาคตที่ดีให้กับสังคม เธอหวังว่าภาครัฐจะมีนโยบายสนับสนุนร้านเช่าหนังสือขนาดเล็กเช่นนี้ เพื่อรักษาสังคมแห่งการเรียนรู้และเสริมสร้างวัฒนธรรมการอ่านให้คงอยู่ต่อไป

ร้านเช่าหนังสือวราสาส์นจึงไม่ใช่แค่ร้านเช่าหนังสือธรรมดา แต่เป็นพื้นที่แห่งความทรงจำและความรักการอ่าน ที่เปิดโอกาสให้คนทุกวัยได้เข้ามาสัมผัสเสน่ห์ของหนังสือ และเป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นและใจรักที่ไม่เสื่อมคลายของเจ้าของร้านผู้เปรียบเสมือน "หญิงเหล็ก" ที่ต่อสู้เพื่อความสุขเล็กๆ ของตัวเองและเพื่อแบ่งปันความสุขนี้ให้กับผู้อื่น

 วราสาส์น

  • Facebook : วราสาส์น
  • สถานที่ตั้ง : 68, 56 ซ. เพชรบุรี 5 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
  • แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/xFktv6YTGV5fboRWA
  • เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 12:30-20:30 น. (ปิดทุกวันอาทิตย์)


 

ผู้เขียน : จิตรกร ปะวะโข

ภาพ : เบญญาภา แนบเนียน


 

related Travel & Hotel

แจก 9 พิกัด เล่นน้ำวันสงกรานต์

26 มี.ค. 2025

แจก 9 พิกัด เล่นน้ำวันสงกรานต์

ใครที่กำลังมองหาสถานที่เล่นน้ำในช่วงวันปีใหม่ไทย หรือวันสงกรานต์ แอดมินมี 9 พิกัดเล่นน้ำวันสงกรานต์ยอดฮิตมาแจกเพื่อน ๆ กัน จะมีที่ไหนกันบ้างมาดูกันเลยถนนข้าวสารถนนสีลมสยามสแควร์ถนนบันทัดทองสามย่านมิตรทาวน์เอ็ม ดิสทริกไอคอนสยาม12 ท่าน้ำเจ้าพระยาราชดำเนิน-สนามหลวง

Tagi. Sabaai House แฟล็กชิปสโตร์แห่งแรกในไทย บ้านของคนรักของกุ๊กกิ๊กใจกลาง centralwOrld

29 ก.ค. 2026

Tagi. Sabaai House แฟล็กชิปสโตร์แห่งแรกในไทย บ้านของคนรักของกุ๊กกิ๊กใจกลาง centralwOrld

ใครแพ้ของกุ๊กกิ๊ก สีสันสดใส และไอเทมดีไซน์น่ารัก เตรียมใจเสียทรัพย์ไว้ได้เลย เพราะ Tagi. แบรนด์ไลฟ์สไตล์จากประเทศจีน มาเปิด Tagi. Sabaai House แฟล็กชิปสโตร์แห่งแรกในประเทศไทย แล้วที่ centralwOrldแค่หน้าร้านก็ดึงดูดสายตา ส่วนด้านในยิ่งเดินเพลิน เพราะเต็มไปด้วยของใช้ที่ทั้งน่ารักและใช้งานได้จริง เหมาะทั้งซื้อให้ตัวเองและเลือกเป็นของขวัญรู้จัก Tagi. แบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่อยากเติมจินตนาการให้ทุกวันTagi. เป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์จากประเทศจีน ก่อตั้งขึ้นในปี 2019 โดยชื่อของแบรนด์มาจากคำว่า “Timely Access of Gripping Imagination” ซึ่งสื่อถึงการเข้าถึงจินตนาการที่น่าหลงใหลได้ในทุกช่วงเวลาแนวคิดของแบรนด์เชื่อว่า ความสุขและแรงบันดาลใจไม่จำเป็นต้องเกิดจากเรื่องใหญ่เสมอไป แต่อาจซ่อนอยู่ในช่วงเวลาเล็ก ๆ หรือข้าวของธรรมดาที่เราใช้อยู่ในชีวิตประจำวันTagi. จึงนำของใช้ใกล้ตัวมาเติมสีสัน คาแรกเตอร์ และลูกเล่นสนุก ๆ ให้กลายเป็นไอเทมที่ทั้งน่ารักและใช้งานได้จริง พร้อมถ่ายทอดตัวตนของแบรนด์ผ่านจินตนาการ ความอบอุ่น ศิลปะ ความประหลาดใจ และความรู้สึกฮีลใจที่ทำให้เราอารมณ์ดีได้ตั้งแต่แรกเห็นTagi. ขายอะไรบ้าง เดินเข้าร้านเดียวมีให้เลือกแทบทุกหมวดพอเดินเข้ามาภายใน Tagi. Sabaai House สิ่งแรกที่อยากบอกคือของเยอะมาก และแต่ละโซนก็เต็มไปด้วยสินค้าสีสันสดใสที่ชวนให้หยิบขึ้นมาดูสินค้าที่มีจำหน่ายภายในร้านมีตั้งแต่ กระเป๋า พวงกุญแจ กระติกน้ำ แก้วน้ำ ร่ม เคสโทรศัพท์ กิ๊บติดผม เครื่องเขียน ตุ๊กตา เสื้อผ้า ไปจนถึงของใช้และอุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยงแต่ละชิ้นไม่ได้โดดเด่นแค่หน้าตาเท่านั้น เพราะยังออกแบบให้เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าดีไซน์นุ่มนิ่ม เคสโทรศัพท์ที่มาพร้อมลูกเล่นต่าง ๆ กระติกน้ำและแก้วน้ำสีสันสดใส หรือพวงกุญแจคาแรกเตอร์น่ารักที่หยิบไปห้อยกับกระเป๋าก็ช่วยเพิ่มความสดใสได้ทันทีใครกำลังมองหาของแต่งโต๊ะทำงาน ของขวัญให้เพื่อน หรือไอเทมใหม่ไว้เพิ่มสีสันให้ชีวิตประจำวัน ร้านนี้ถือว่ามีตัวเลือกให้เดินดูได้เพลินมากของทุกชิ้นหยิบมาลองใช้ได้ พร้อมพนักงานคอยแนะนำอย่างเป็นกันเองอีกหนึ่งความดีงามที่ทำให้การเดินร้านนี้สนุกขึ้น คือ สินค้าทุกชิ้นภายในร้านสามารถหยิบขึ้นมาลองสัมผัสและทดลองใช้งานได้จะลองถือกระเป๋า ลองกางร่ม หยิบแก้วน้ำหรือกระติกน้ำขึ้นมาดูขนาด ไปจนถึงลองจับเคสโทรศัพท์เพื่อเช็กวัสดุและรายละเอียดต่าง ๆ ก็ทำได้แบบสบาย ๆ ช่วยให้เราได้เห็นทั้งดีไซน์ ฟังก์ชัน และการใช้งานจริงก่อนตัดสินใจซื้อนอกจากนี้ พี่ ๆ พนักงานภายในร้านยังให้บริการอย่างเป็นกันเอง พร้อมคอยแนะนำสินค้าและตอบคำถามแบบไม่กดดัน บรรยากาศจึงให้ความรู้สึกเหมือนเดินเลือกของอยู่บ้านเพื่อนมากกว่าการมาช้อปปิ้งแบบจริงจังใครที่เลือกไม่ถูก อยากรู้ว่าสินค้าชิ้นไหนเหมาะกับการใช้งานแบบไหน หรือกำลังมองหาของขวัญให้ใครอยู่ ก็สามารถสอบถามพี่ ๆ พนักงานได้เลยTagi. Sabaai House บ้านแสนสบายของช้างน้อย Ellyแฟล็กชิปสโตร์แห่งแรกในประเทศไทยของ Tagi. ใช้ชื่อว่า “Tagi. Sabaai House” โดยตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 โซน Eden ศูนย์การค้า centralwOrldคอนเซปต์ของร้านมาในแนวคิด “Weaving a Home in Bangkok” หรือการถักทอบ้านหลังใหม่ขึ้นมาในกรุงเทพฯ โดยมี Elly ช้างน้อยสีชมพู คาแรกเตอร์ของแบรนด์ เป็นตัวแทนของนักเดินทางที่มาตกหลุมรักประเทศไทย ก่อนจะสร้างบ้านหลังใหม่ที่เต็มไปด้วยความสุข ความอบอุ่น และจินตนาการการออกแบบภายในร้านจึงผสมผสานงานหัตถกรรมไทย วัสดุจากธรรมชาติ กลิ่นอายแบบเอเชียตะวันออก และวิถีชีวิตของผู้คนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าไว้ด้วยกันเมื่อเดินเข้ามาจึงได้ทั้งความสดใส ความอบอุ่น และความผ่อนคลาย เหมือนกำลังแวะมาเที่ยวบ้านเพื่อนที่ตกแต่งทุกมุมไว้อย่างน่ารักสำหรับใครที่ชอบของน่ารัก ชอบแต่งโต๊ะทำงาน กำลังมองหาของขวัญ หรืออยากได้ของใช้ที่มีทั้งดีไซน์และฟังก์ชัน Tagi. Sabaai House ถือเป็นอีกหนึ่งร้านที่น่าแวะมากพิกัดTagi. Sabaai House ชั้น 2 โซน Eden ศูนย์การค้า centralwOrld

โรงแรม คิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ด้วยการเปิดตัวชุดขนมไหว้พระจันทร์ Kimpton Mooncake 2023

20 ก.ค. 2023

โรงแรม คิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ด้วยการเปิดตัวชุดขนมไหว้พระจันทร์ Kimpton Mooncake 2023

โดยในปีนี้ยังได้ ศิลปินชาวไทยอย่าง “ จี๊ป ” คงเดชะกุล ศิลปินผู้ที่เคยวาดภาพประกอบในนิตยสารมากมาย รวมทั้งเคยร่วมงานกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Rimowa และ BMW มาเป็นผู้ดีไซน์แพ็คเกจบรรจุขนมไหว้พระจันทร์ในปีนี้แพ็คเกจบรรจุของขนมไหว้พระจันทร์ปีนี้มีทั้งกล่องใส่ขนมและกระเป๋าผ้าโดยภาพวาดลวดลายได้บอกเล่าให้สอดคล้องกับปีกระต่ายโดยเล่าเรื่องราวของกระต่ายบนดวงจันทร์ขนฟูผู้ภักดีของแม่นางฉางเอ๋อ เทพธิดาแห่งดวงจันทร์ตามนิทานปรัมปราของจีน โดยผสมผสานกับสัญลักษณ์แทนความมั่งตามความเชื่อจีน เช่น ดอกโบตั๋น ต้นไม้สวรรค์ และลวดลายของดอกไม้อ่อนช้อยสีสันสดใสบนกล่องและกระเป๋าให้ผู้ที่ได้รับไปสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้รสชาติของขนมไหว้พระจันทร์ของ Kimpton Mooncake ประกอบไปด้วย 4 รสชาติ ได้แก่ ไส้เม็ดบัวและไข่แดงแบบดั้งเดิม, ไส้ทุเรียนยอดนิยมตลอดกาล, ไส้ครีมคัสตาร์ดเข้มข้น และไส้แครนเบอร์รีรสหวานอมเปรี้ยว บรรจุแบบแยกชิ้นในกล่องสีชมพูดสดคาดเขียวมะนาวโดดเด่ดสามารถสั่งจองตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 14 สิงหาคม 2566 ในราคาพิเศษกล่องละ 2,088 บาทสุทธิ หลังจากนั้นตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคมถึง 29 กันยายน 2566 สามารสั่งได้ในราคาเต็ม 2,488 บาทสุทธิ สามารถมารับสินค้าได้ที่โรงแรม ตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคมเป็นต้นไปสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่โทร. 02 056 9999 อีเมลไปที่ taste.kimptonmaalai@ihg.com หรือเข้าไปที่เว็ปไซต์ https://www.kimptonmaalaibangkok.com/th/kimpton-mooncake/

ถนนทรงวาด สถานที่เที่ยวมาแรงอันดับ 1 ในกรุงเทพที่พลาดไม่ได้

14 ก.ค. 2025

ถนนทรงวาด สถานที่เที่ยวมาแรงอันดับ 1 ในกรุงเทพที่พลาดไม่ได้

ถนนทรงวาด สถานที่เที่ยวมาแรงอันดับ 1 ในกรุงเทพที่พลาดไม่ได้ เที่ยวทรงวาด ถนนย่านชุมชนสุดฮิตใกล้เยาวราช กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านขนม ขนมเก่าแก่ ร้านขายของฝาก และมุมถ่ายรูปสุดชิคสุดถนนภาพจาก ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตและการท่องเที่ยวของผู้คนสมัยนี้ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ บางครั้งก็สนใจเทรนด์ใหม่ ๆ กันอย่างเนืองแน่น แต่ในขณะเดียวกันเทรนด์เก่า ๆ ที่เคยได้รับความนิยมในอดีต ก็กลับมาเป็นกระแสใหม่ได้อยู่เรื่อย ๆ สังเกตได้จากทั้งแฟชั่น การกิน การเที่ยว ยกตัวอย่างถนนทรงวาดที่กำลังได้รับความนิยมมากในยุคนี้ เหล่าวัยรุ่นยุคใหม่ได้ทำการแห่กันไปตามร้านอาหาร ถ่ายรูป เดินเที่ยวกันอย่างหนาแน่น ถือเป็นย่านเก่าแก่ใจกลางกรุงเทพฯที่กำลังกลายเป็น แลนด์มาร์กใหม่ของนักเที่ยวสายอาร์ตและสายกล้อง ที่ต้องมาเช็กอินให้ได้สักครั้ง ด้วยความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมยุคเก่า ความคึกคักของชุมชนจีน-ไทย และการฟื้นฟูพื้นที่ด้วยคาเฟ่สุดชิค ร้านค้าสร้างสรรค์ และกิจกรรมศิลปะร่วมสมัย วันนี้ Chill on กินเที่ยว จะมาแนะนำมุมถ่ายรูป คาเฟ่ และสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับถนนทรงวาด"ถนนทรงวาด" ชุมชนไทยที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ใกล้เยาวราชและตลาดน้อย ถนนทรงวาด ตั้งอยู่บริเวณฝั่งพระนคร ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เชื่อมต่อระหว่างถนนเยาวราชกับถนนเจริญกรุง โดยหากนั่ง MRT มาลงสถานีวัดมังกรแล้วเดินเข้ามาไม่ถึง 10 นาที คุณจะพบกับถนนสายเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของอดีต ตั้งแต่ตึกแถวสไตล์ชิโนโปรตุกีส หัวมุมซอยที่ยังคงความดิบของเมืองเก่า ไปจนถึงร้านค้าเก่าแก่ที่ดำเนินกิจการมาหลายรุ่น นอกจากนี้ ถนนเส้นนี้ยังมีประวัติความเป็นมาน่าสนใจ เพราะในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางการค้าริมน้ำที่มีความคึกคักไม่แพ้ท่าเรือคลองเตย เรียกได้ว่าเป็น "ย่านธุรกิจริมเจ้าพระยา" ที่มีบทบาทอย่างมากในช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้น และแม้เวลาจะเปลี่ยน แต่เสน่ห์ของถนนทรงวาดยังคงอยู่ไม่เสื่อมคลายภาพจากแนะนำจุดถ่ายรูปน่าสนใจในถนนทรงวาด ถ้าใครกำลังมองหามุมถ่ายรูปใหม่ ๆ ที่ให้ความรู้สึก เท่ คลาสสิก และมีสไตล์ บอกเลยว่าคุณมาถูกที่แล้ว เพราะการถ่ายรูปทรงวาด เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมยอดฮิตที่หลายคนติดใจ ด้วยมุมต่าง ๆ ที่จัดจ้านในแบบสตรีทและวินเทจผสมกันอย่างลงตัว ความจริงแล้วถนนทรงวาดเป็นถนนที่ไม่ว่าจะเป็นส่วนไหน ก็สามารถถ่ายรูปให้ออกมาดูเก๋ได้ ด้วยกลิ่นอายชุมชนเก่าที่มีอารยธรรมต่าง ๆ มากอย่างยาวนาน ส่งผลให้ทั้งโซนถนนทรงวาดมีสไตล์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร แต่สำหรับใครที่อยากได้ไอเดียในการถ่ายรูป ให้ทุกคนรู้ว่านี่คือถนนทรงวาดแบบตะโกนน เราก็มีมาแนะนำเหมือนกันป้าย I wanna bangkok - จุดเช็กอินสุดจึ้ง ไม่ว่าใครก็ต้องหยุดถ่ายรูปกับป้ายตรงทางม้าลายจุดนี้ซุ้มประตูเก่าและซอยแคบสไตล์ฮ่องกง - ได้ฟีลเหมือนเดินอยู่ในภาพยนตร์เก่า โทนสีซีเปียและเงาตึกเรียงรายเหมาะกับการถ่ายพอร์เทรตตึกแถวโบราณพร้อมป้ายจีน - ป้ายภาษาจีนแดงสดที่ตัดกับตึกสีซีดให้อารมณ์วินเทจสุด ๆกำแพงกราฟฟิตี้และศิลปะริมถนน - งานอาร์ตจากศิลปินท้องถิ่นและนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ ถูกผสมผสานเข้ากับกำแพงเก่าได้อย่างน่าสนใจริมแม่น้ำเจ้าพระยา - ท่าเรือเก่า ๆ ที่มีแสงอาทิตย์ยามเย็นตกกระทบกับน้ำ สร้างภาพที่สวยงามและมีเรื่องราวร้าน Oyster Things - ร้านขายของฝากสุดชิคสไตล์วินเทจ ที่เพิ่งมาเปิดสาขาใหม่ที่ถนนทรงวาดภาพจากแนะนำคาเฟ่ทรงวาด เยาวราช และตลาดน้อย อีกสิ่งที่ทำให้ถนนสายนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวฮิตในชั่วข้ามคืนก็คือ การเกิดขึ้นของคาเฟ่ทรงวาดที่ทั้งรสชาติดี บรรยากาศเก๋ และคอนเซ็ปต์โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นการรีโนเวตตึกเก่าให้กลายเป็นคาเฟ่ หรือการผสมผสานระหว่างกลิ่นอายวินเทจกับความมินิมอลสมัยใหม่ แน่นอนว่าถนนทรงวาด ตลาดน้อย และเยาวราช เป็นถนนที่อยู่ในย่านเดียวกัน คาเฟ่ที่จะแนะนำต่อไปนี้จึงอยู่ทั้งในแถบ 3 สถานที่นี้Mother Roaster - คาเฟ่ชื่อดังจากตลาดน้อยที่มาเปิดสาขาใหม่ในทรงวาด ตัวร้านเป็นตึกเก่า 3 ชั้น เสิร์ฟกาแฟดริปแบบคลาสสิก รสเข้มข้น และมีเบเกอรี่อบสดใหม่Woodbrook Bangkok - คาเฟ่ริมแม่น้ำที่มองเห็นวิวเจ้าพระยาและสะพานพุทธ ตัวร้านตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้และกระจก ให้แสงธรรมชาติเข้ามาเต็มที่Hong Sieng Kong - คาเฟ่-แกลเลอรีสุดเก๋ในบ้านจีนโบราณที่เปิดให้เข้าชมและถ่ายรูปได้ เสิร์ฟกาแฟพรีเมียมและเมนูขนมไทยฟิวชันLocal Boys Coffee - คาเฟ่สไตล์วินเทจ โทนของร้านเป็นสีส้ม-ดำ เหมาะกับคนที่ชื่นชอบบรรยากาศหม่น ๆ กลิ่นอายเก่าเล็กน้อยเอฟ วี - คาเฟ่ที่เอาบ้านเก่ามารีโนเวททำใหม่เป็นคาเฟ่ มาพร้อมกับเมนูขนมไทยโบราณ ใครที่เบื่อเมนูขนมคาเฟ่แบบเดิม ๆ แนะนำร้านนี้เลยBad Poutine - คาเฟ่ที่มีการตกแต่งหน้าร้านสุดเก๋ มีอาหารแคนาดารสชาติดี เลือกท็อปปิ้งได้ร้านอื่น ๆ ที่น่าสนใจในถนนทรงวาดSongViet at SongWat - ร้านอาหาร street food สัญชาติเวียดนาม รสชาติดี พอร์ชันไม่ใหญ่มาก สามารถสั่งมาทานร่วมกันเพื่อน ๆ ได้กู่หลงเปา - ร้านซาลาเปาโบราณ ที่มีทั้งซาลาเปาแบบนึ่ง แบบอบ ขนมจีบ และชาไทยรสชาติเข้มข้น จะซื้อกลับบ้านหรือนั่งกินหน้าร้านก็ไดอี-กา - ร้านอาหารไทย ที่มีจำหน่ายทั้งอาหารคาวหวาน หรือจะแวะมาดื่มเครื่องดื่มให้สดชื่น ก่อนไปตะลุยถนนทรงวาดกันต่อโรงกลั่นเนื้อ - ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ และเนื้อตุ๋น น้ำซุปมีส่วนผสมของสมุนไพรต่าง ๆ ส่งกลิ่นหอมยาจีนภาพจากข้อควรรู้ เตรียมตัวก่อนไปถนนทรงวาดอากาศประเทศค่อนข้างร้อน หากเลือกเดินช่วงบ่าย ควรพกพัดลมพกพา ผ้าเย็น หรือไอเท็มที่ช่วยบรรเทาอากาศร้อน เนื่องจากทั้งสองข้างทางไม่ได้มีที่หลบแดดให้หลบมากนักร้านอาหารที่ถนนทรงวาดอัดแน่นเต็มสองข้างทาง ตั้งแต่ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขนม ควรเตรียมท้องให้พร้อมทานของอร่อย แบ่งท้องให้พอสำหรับการทานอาหารหลาย ๆ ร้านวันเสาร์-อาทิตย์ เป็นวันหยุดที่คนค่อนข้างเยอะ ควรเตรียมแผนในการเดินเที่ยวให้พร้อมว่าต้องไปร้านไหนบ้าง จะได้ไม่เสียเวลาในการหาและต่อแถวหลีกเลี่ยงการไปเที่ยงทรงวาดช่วงหน้าฝน เนื่องจากเป็นสถานที่เที่ยวที่ต้องเดินทางและเป็นถนนกลางแจ้ง การเลือกเที่ยวในหน้าฝนจึงอาจไม่เหมาะนักสายถ่ายรูป ควรฟิตติ้งชุดให้พร้อมกับมุมที่ต้องการถ่าย มุมถ่ายรูปฮิต ๆ อาจต้องอาศัยจังหวะเวลาในการเข้าไป เนื่องจากมีคนหนาแน่นอยู่ตลอดเวลาหลีกเลี่ยงการเข้าไปถ่ายรูปในพื้นที่ส่วนบุคคล เนื่องจากถนนทรงวาดเป็นชุมชนเก่า มีผู้พักอาศัยมากมาย อีกทั้งร้านค้าหลายร้านก็เป็นที่พักอาศัยเช่นกันภาพจากสรุป ถนนทรงวาดไม่ใช่แค่ถนนสายเล็ก ๆ ในเมืองเก่า แต่เป็นโลกอีกใบที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของอดีตที่ยังมีชีวิตในปัจจุบัน ไม่ว่าคุณจะเป็นสายกล้อง สายคาเฟ่ สายอาร์ต หรือแค่คนที่ชอบเดินดูเมืองแบบไม่เร่งรีบ เที่ยวทรงวาด จะให้ประสบการณ์ที่คุ้มค่าในทุกก้าวเดิน อย่าลืมเตรียมกล้องให้พร้อม แบตให้เต็ม แล้วออกเดินไปกับความเก่าแบบเก๋ ๆ บนเส้นทางที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรม และอย่าลืมแวะจิบกาแฟที่คาเฟ่ทรงวาดสักแห่ง แล้วเก็บภาพความทรงจำดี ๆ ผ่านเลนส์ในแบบของคุณเอง สำหรับใครที่รอติดตามบทความดี ๆ อย่าลืมมาดูได้ที่ Chill on กินเที่ยวอ่านบทความทรงวาดเพิ่มเติมได้ที่ : Atime.live