"ร้านเช่าหนังสือวราสาส์น : สายใยแห่งการอ่านในยุคดิจิทัล"

Travel & Hotel

"ร้านเช่าหนังสือวราสาส์น : สายใยแห่งการอ่านในยุคดิจิทัล"

26 ก.พ. 2025

    ใจกลางย่านราชเทวี-พญาไท ซึ่งเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดนิ่ง มีร้านเช่าหนังสือเล็กๆ ที่ยังคงยืนหยัดผ่านกาลเวลาและกลายเป็นพื้นที่แห่งความทรงจำของใครหลายคน ร้านนั้นคือ "ร้านเช่าหนังสือวราสาส์น" ที่เต็มไปด้วยชั้นหนังสือเรียงรายและกลิ่นหนังสือเก่าที่อบอวลต้อนรับผู้มาเยือน

วราภรณ์ เชฎฐาวิวัฒนา เจ้าของร้านวัย 70 ปี เล่าถึงจุดเริ่มต้นของร้านที่หยั่งรากมาจากความรักการอ่านตั้งแต่วัยเด็ก เธอเติบโตมาในครอบครัวที่มีวัฒนธรรมการอ่านเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ด้วยความใกล้ชิดกับหนังสือที่พ่อของเธอถ่ายทอดให้ เธอจึงหลงใหลการอ่านตั้งแต่วัยเยาว์ พอเข้าสู่วัยทำงาน แม้จะต้องทำงานหนักจนได้ฉายา "หญิงเหล็ก" แต่ความรักในหนังสือก็ยังคงอยู่ ทำให้เธอตัดสินใจเปิดร้านเช่าหนังสือเพื่อสานต่อความหลงใหลนี้

การเปิดร้านหนังสือในช่วงที่ผู้คนเริ่มหันเหไปหาความบันเทิงรูปแบบใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ด้วยความมุ่งมั่นและใจรัก วราภรณ์และสามีได้ร่วมมือกันสร้างร้านเช่าหนังสือแห่งนี้ขึ้นมา พวกเขาตระเวนหาซื้อหนังสือจากบ้านต่าง ๆ ประกาศรับซื้อและค่อย ๆ สะสมหนังสือจนกลายเป็นคลังหนังสือขนาดใหญ่ที่มีหนังสือหลายหมื่นเล่ม

แม้ว่าโลกจะหมุนไปอย่างรวดเร็ว แต่ร้านเช่าหนังสือวราสาส์นยังคงรักษาเสน่ห์และกลิ่นอายของความคลาสสิกไว้ได้อย่างมั่นคง ความอบอุ่นของร้านและความใส่ใจของเจ้าของร้านดึงดูดลูกค้าประจำให้กลับมาเสมอ บางคนแวะมาหาหนังสือที่เคยอ่านในวัยเด็ก บางคนมาเพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับหนังสือเล่มโปรด ร้านนี้จึงเปรียบเสมือนศูนย์กลางของชุมชนเล็กๆ ที่คนรักการอ่านมารวมตัวกัน

ในยุคดิจิทัลที่การอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นที่นิยม ร้านเช่าหนังสือวราสาส์นยังคงมีเสน่ห์ในแบบที่เทคโนโลยีไม่อาจแทนที่ได้ กลิ่นหนังสือเก่า การสัมผัสหน้ากระดาษ และความทรงจำที่เชื่อมโยงกับหนังสือเล่มโปรดคือสิ่งที่ทำให้ลูกค้าหลายคนยังคงแวะเวียนมา แม้จะมีความท้าทายมากมาย แต่ร้านเช่าหนังสือแห่งนี้ยังเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันไว้อย่างงดงาม

วราภรณ์เชื่อว่าร้านเช่าหนังสือมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการอ่าน เธอเล่าว่า "หนังสือเล่มหนึ่ง คนอ่านได้เป็นร้อยเป็นพัน เป็นวิทยาทานที่เราต้องการเผยแพร่" แม้ว่าร้านเช่าหนังสือจะให้ผลตอบแทนไม่สูงนัก แต่เธอยังคงยืนหยัดทำด้วยความสุขที่ได้เห็นคนเข้ามาหยิบหนังสือและได้แบ่งปันความรู้ให้กับเยาวชน

นอกจากการให้บริการเช่าหนังสือ วราภรณ์ยังจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอ่านเป็นประจำ เช่น การจัดมุมอ่านฟรีสำหรับเด็กๆ หรือการลดราคาหนังสือในโอกาสพิเศษ เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงหนังสือได้ง่ายขึ้น เธอมองว่าการปลูกฝังนิสัยรักการอ่านตั้งแต่วัยเยาว์จะช่วยเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์และจินตนาการ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิต

วราภรณ์มีมุมมองที่ชัดเจนต่ออนาคตของการอ่าน แม้เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน แต่เธอเชื่อว่าหนังสือมีคุณค่าในแบบที่ดิจิทัลไม่สามารถทดแทนได้ เธอมองว่าการอ่านหนังสือช่วยสร้างสมาธิ กระบวนการในการคิด และการเชื่อมโยงอารมณ์กับเนื้อหาได้มากกว่า เธอหวังว่าความรักในการอ่านจะถูกส่งต่อไปยังคนรุ่นใหม่ผ่านประสบการณ์ที่จับต้องได้ เช่น การพลิกหน้ากระดาษและการแบ่งปันความรู้ระหว่างกัน

นอกจากนี้ เธอยังเน้นว่าร้านเช่าหนังสือเป็นพื้นที่ที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงความรู้ ด้วยราคาที่จับต้องได้ ทำให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถมีโอกาสอ่านหนังสือดีๆ ได้ วราภรณ์เชื่อว่าการส่งเสริมการอ่านในชุมชนเล็กๆ สามารถสร้างผลกระทบในวงกว้างและช่วยพัฒนาสังคมให้ก้าวหน้า

การดำเนินร้านเช่าหนังสือในยุคนี้เต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและจำนวนผู้อ่านที่ลดลง วราภรณ์พยายามปรับตัวอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นการขยายประเภทหนังสือให้หลากหลาย หรือการสร้างความสัมพันธ์อันอบอุ่นกับลูกค้าประจำ ร้านวราสาส์นจึงไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจ แต่เป็นพื้นที่ที่รวบรวมความรักและความมุ่งมั่นในการรักษาวัฒนธรรมการอ่าน

ทุกๆ ปีในวันเด็ก วราภรณ์จะเปิดให้เด็กๆ อ่านหนังสือฟรี เพื่อปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน แม้เด็กที่เข้าร้านจะลดน้อยลง แต่เธอก็ยังคงยึดมั่นในความตั้งใจนี้ เพราะเชื่อว่าการอ่านจะช่วยสร้างอนาคตที่ดีให้กับสังคม เธอหวังว่าภาครัฐจะมีนโยบายสนับสนุนร้านเช่าหนังสือขนาดเล็กเช่นนี้ เพื่อรักษาสังคมแห่งการเรียนรู้และเสริมสร้างวัฒนธรรมการอ่านให้คงอยู่ต่อไป

ร้านเช่าหนังสือวราสาส์นจึงไม่ใช่แค่ร้านเช่าหนังสือธรรมดา แต่เป็นพื้นที่แห่งความทรงจำและความรักการอ่าน ที่เปิดโอกาสให้คนทุกวัยได้เข้ามาสัมผัสเสน่ห์ของหนังสือ และเป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นและใจรักที่ไม่เสื่อมคลายของเจ้าของร้านผู้เปรียบเสมือน "หญิงเหล็ก" ที่ต่อสู้เพื่อความสุขเล็กๆ ของตัวเองและเพื่อแบ่งปันความสุขนี้ให้กับผู้อื่น

 วราสาส์น

  • Facebook : วราสาส์น
  • สถานที่ตั้ง : 68, 56 ซ. เพชรบุรี 5 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
  • แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/xFktv6YTGV5fboRWA
  • เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 12:30-20:30 น. (ปิดทุกวันอาทิตย์)


 

ผู้เขียน : จิตรกร ปะวะโข

ภาพ : เบญญาภา แนบเนียน


 

related Travel & Hotel

เอาใจสายชิล เดินเล่นยามดึก ตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทรา

25 ก.พ. 2025

เอาใจสายชิล เดินเล่นยามดึก ตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทรา

ดึก ๆ ทุกคนไปเที่ยวที่ไหนกันบ้างคะ วันนี้ Atime ขอนำเสนอ ตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทรา ตลาดนัดยามค่ำคืน เอาใจสายชิลยามดึกให้ได้มาเดินเล่น กิน ชอปปิง ในย่านรามอินทรา จะมีอะไรน่าสนใจบ้างไปดูกัน!เริ่มกันที่ร้านแรก โบราณกล่าวไว้ว่า กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ใครอยากแวะเติมพลังก่อนไปเดินดูโซนอื่น ๆ ต้องมา ร้านหมูแจ๋ว เป็นร้านที่ขายเมนูทอดหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น หมูทอด หมูสามชั้นทอด ซี่โครงหมู หนังไก่ทอด เสิร์ฟพร้อมข้าวเหนียวนุ่ม ๆ ร้อน ๆ บอกเลยว่าอิ่มและฟินมากหลังจากอิ่มท้องแล้ว ขอเอาใจสายแฟชั่น พาเดินชอปปิงเสื้อผ้าที่โซนขายของ บอกเลยว่า เสื้อผ้าค่อนข้างตามเทรนด์ มีให้เลือกหลากหลายแนว ใครสนใจก็มาแวะซื้อกันได้เลยและไปกันต่อที่ ไฮไลต์สำคัญ ขอแอบกระซิบว่า ถูกใจแอดมินสุด ๆ อยากแนะนำให้ไปเช็กอิน นั่งเพลิน ๆ ปล่อยใจจอย ๆ ยามดึกไปกับ กิจกรรมระบายสีปูนปลาสเตอร์ ที่บอกได้เลยว่าทางร้านมีตัวตุ๊กตา หลากหลายคาแรกเตอร์ให้เพื่อน ๆ ได้เลือกมาโชว์สกิลระบายสีตามสไตล์ที่เราชอบได้ด้วยสุดท้ายนี้ ก่อนจะขึ้นรถกลับบ้าน ขอเอาใจคนรักสัตว์ พามาเดินโซนสัตว์เลี้ยง แวะมาชมความน่ารักของ นกฟอฟัส และผองเพื่อน น่ารัก ปุ๊กปิ๊ก เห็นแล้วแอดมินใจละลายเลยทีเดียว~วันหยุดเสาร์อาทิตย์นี้ยังไม่รู้จะไปนั่งชิลที่ไหน อย่าลืมมาแวะ ตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทรา กันนะ~พิกัด : 9 ถนน ประดิษฐ์มนูญธรรม แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร 10220Google Maps : https://maps.app.goo.gl/uNN6Me4a67hKC5po8เวลาเปิด - ปิด : ทุกวัน เวลา 17.00 – 02.00 น.เบอร์โทร : 082-3573434ผู้เขียน : เบญญทิพย์ สุขุมพานิช

ตะลุยกิน เล่นเครื่องเล่นในงาน Siam Carnival Funfair 10-21 ก.พ. 66 ที่ สวนรถไฟ

13 ก.พ. 2023

ตะลุยกิน เล่นเครื่องเล่นในงาน Siam Carnival Funfair 10-21 ก.พ. 66 ที่ สวนรถไฟ

Chill Online พาทุกคนมาเดินชิล ๆ กินขนม เล่นเครื่องเล่นในงาน Siam Carnival Funfair วันที่ 10-21 ก.พ. 66 ณ สวนรถไฟ (สวนวชิรเบญจทัศ) เดินทางสะดวก ใกล้ BTS หมอชิต เครื่องเล่นเพียบ ของอร่อยจัดเต็ม สายกินห้ามพลาด!สำหรับใครที่จะเดินทางมาที่งาน Siam Carnival Funfair เราขอแนะนำให้นั่งรถไฟฟ้าบีทีเอส ลงสถานีหมอชิต หลังจากนั้นให้ต่อมอเตอร์ไซค์เข้ามา ไม่แนะนำให้เดิน (เราลองแล้ว มันไกลมาก)พอมาถึงงานแล้วจะเจอโซนร้านขายของด้านนอกรอบ ๆ โซนสวนสนุก โซนด้านนอกนี้สามารถเลือกชิมเลือกชอปได้เลย ไม่เสียค่าบัตรผ่านประตูของกินเยอะมาก มีให้เลือกตั้งแต่ของทานเล่น ไปยันหมูกระทะเลยเครื่องดื่มเย็น ๆ อย่างโค้กวุ้น โค้กเกล็ดหิมะ ไมโลโรงเรียน ดับร้อนได้ดีมากมีไอติมด้วย เขาบอกว่าเป็นไอติมไม่อ้วน เพราะไม่มีไขมันทรานส์ ไม่ใส่ครีมเทียม น้ำตาลน้อยพวกขนมและของเล่นเก่าสมัยก่อนก็มี ย้อนวันวาน ให้ฟีล Y2Kส่วนโซนสวนสนุกนั้น จะต้องเสียค่าบัตรผ่านประตูคนละ 15 บาท สามารถซื้อบัตรได้ที่บูธหน้างานเลยเครื่องเล่นในงานสามารถเลือกเล่นได้ตามใจ มีทั้งสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ บัตรเครื่องเล่นราคา 60 บาทต่อคน/เครื่องเล่น ราคาเท่ากันทุกเครื่องเล่นนอกจากเครื่องเล่นแล้ว ยังมีมินิเกมสนุก ๆ ให้ประลองฝีมือกันด้วยงาน Siam Carnival Funfair มีถึงวันที่ 21 ก.พ.นี้ ใครที่กำลังหาที่เที่ยวในกรุงเทพไว้ชิมขนม แชะรูปเชคอินเก๋ ๆ สามารถแวะมาเที่ยวกันได้เลย

ปักหมุด 6 คาเฟ่ธีมทะเลในกรุงเทพ แวะเช็คอิน ต้อนรับซัมเมอร์

04 เม.ย. 2023

ปักหมุด 6 คาเฟ่ธีมทะเลในกรุงเทพ แวะเช็คอิน ต้อนรับซัมเมอร์

ช่วงซัมเมอร์แบบนี้ สถานที่ที่คนนิยมไปกันคงจะหนีไม่พ้นทะเล แต่สำหรับคนที่ยังไม่สะดวกไปถึงทะเลจริง ๆ ก็อย่าให้ระยะทางมาเป็นอุปสรรค เพราะยังมีคาเฟ่เก๋ ๆ รอให้ทุกคนมานั่งชิล ถ่ายรูปเช็คอินอีกเพียบ วันนี้เราเลยจะมาชี้เป้า คาเฟ่ธีมทะเลในกรุงเทพ ให้ทุกคนแวะไปนั่งเล่นในบรรยากาศสบาย ๆ แวะแชะรูปสวย ๆ ให้เข้ากับหน้าร้อนแบบนี้กันรูปภาพจาก Facebookเฌอริ คาเฟ่ che'rie cafe bkkคาเฟ่ในกรุงเทพที่ตั้งอยู่ที่งามวงศ์วาน 51 บริเวณชั้น 2 ของ สยาม พาราไดซ์ เปิดบริการตั้งแต่ 11.00-21.00 น. (หยุดวันจันทร์) เป็นร้านที่มีทั้งของคาว และของหวาน เรียกว่านั่งกันได้ยาว ๆ ครบจบในร้านเดียวเลย ช่วงนี้ทางเฌอริตกแต่งร้านเป็นธีม under the sea มีเปลือกหอยขนาดใหญ่ให้ทุกคนถ่ายรูป นอกจากนั้นยังตกแต่งจานแต่ละเมนู ให้เข้ากับบรรยากาศของโลกใต้ท้องทะเลด้วย ถูกใจคนรักเมอร์เมดแน่นอนรูปภาพจาก FacebookUnbirthday Cafeคาเฟ่ใจกลางเมือง ย่านสุขุมวิท 31 ที่บางคนอาจจะเคยได้ยินชื่อกันมาบ้าง เพราะเขาเปลี่ยนธีมร้านไปเรื่อย ๆ ตามแต่ละเทศกาล ร้านซ่อนตัวอยู่ที่ชั้น 2 ของอพาร์ทเมนต์ มาเป็งเส็ง เปิดทุกวันตั้งแต่ 9.00-19.00 น. ล่าสุดตอนนี้จัดเป็นธีม Pastel Mermaid Dream นำเสนอบรรยากาศโทนสีพาสเทล พร้อมขนมและเครื่องดื่มที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเหล่านางเงือกและโลกใต้ท้องทะเล นอกจากหน้าตาน่าทานแล้วยังอร่อยอีกด้วยรูปภาพจาก FacebookCabana Pasta Steakสถานที่ Hang out แห่งใหม่ ย่านกาญจนาภิเษก เขารีแบรนด์จากคาเฟ่ทะเลฝั่งธน สู่ร้านอาหารฟีลริมทะเล ร้านตั้งอยู่บริเวณเยื้องซอยบางแวก 120-122 เปิดบริการตั้งแต่ 12.00-20.00 น. (หยุดวันอังคาร) เป็นร้านพาสต้าและสเต๊กที่บรรยากาศดีสุด ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งทานข้าวริมทะเล มีสระน้ำให้ทุกคนถ่ายรูปสวย ๆ กันด้วย ใครที่กำลังมองหาร้านอาหารบรรยากาศดี ๆ เหมาะกับซัมเมอร์แบบนี้ ห้ามพลาดรูปภาพจาก FacebookFavไม่ต้องไปถึงต่างจังหวัด ก็สัมผัสบรรยากาศเหมือนอยู่ริมทะเลได้ Fav เป็นคาเฟ่สไตล์บาหลีย่านลาดพร้าว ตั้งอยู่ที่นาคนิวาส 37 (สุดซอย) ลาดพร้าว71 เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 14.00 - 22.00 น. (หยุดวันจันทร์) ร้านบรรยากาศดีสุด ๆ อาหารอร่อย มีทั้งของคาว ของหวาน ราคาไม่แพง และแอบบอกว่าไม่มี Service charge ด้วยนะ ใครที่เป็นสายถ่ายรูป แนะนำโซน Outdoor เลย นั่งชิล ๆ ฟีลริมทะเล ถ่ายรูปสวยสุด ๆรูปภาพจาก FacebookThe Beach กลางกรุงคาเฟ่ที่ให้บรรยากาศเหมือนอยู่ริมชายหาด แต่ไม่ต้องขับรถไปไกลถึงทะเล เพราะคาเฟนี้อยู่ใกล้ ๆ แค่ลาดกระบัง ร้านเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11:00 - 23.00 น. เป็นร้านที่บรรยากาศดีสุด ๆ เหมาะไปนั่ง Hang out โดยเฉพาะช่วงเย็น ๆ แดดอ่อน ๆ เขามีมุมถ่ายรูปเพียบ รวมไปถึงมีดนตรีสดด้วย รับรองว่าถ้าได้ลองไปนั่งแล้ว จะได้ความรู้สึกคล้ายกับนั่งทานข้าวริมทะเลจริง ๆ เลยรูปภาพจาก FacebookMy Castle Beachขยับออกจากกรุงเทพมานิดนึง มาที่ย่านนนทบุรี เราจะเจอคาเฟ่ลับ ฟีลชายหาด ที่เรียกได้ว่าเหมือนยกทะเลมาไว้ที่นี่เลย เพราะมีชายหาดที่เต็มไปด้วยทรายนุ่ม ๆ ให้เราเดินเล่นได้จริง ๆ รวมไปถึงมีสระว่ายน้ำ และเก้าอี้อาบแดด ไว้ให้ทุกคนถ่ายรูปเก๋ ๆ ด้วย ส่วนโซน Indoor ก็จะแต่งธีมโลกใต้ท้องทะเล ใครกำลังมองหาคาเฟ่ที่เหมาะมาถ่ายรูปฟีลซัมเมอร์ มาที่นี่ได้เลย ร้านเปิดบริการตั้งแต่ 11.00-23.00 น. (หยุดวันพฤหัสบดี)

วันเดียวก็เที่ยวได้ @SongWat

05 มิ.ย. 2025

วันเดียวก็เที่ยวได้ @SongWat

มีวันเดียวก็เที่ยวได้! ใครมีเวลาน้อยแต่อยากเก็บที่เที่ยวให้ครบ แอดขอแนะนำ 1 Day Trip ที่ “ทรงวาด” ย่านเก่าสุดเท่ที่เต็มไปด้วยคาเฟ่เก๋ จุดถ่ายรูปเพียบ และเรื่องราวชวนหลงใหล เดินเล่นชิลๆ ครบทั้งกิน เที่ยว ช้อป ในวันเดียวจบ!กองทัพต้องเดินด้วยท้อง! แอดเริ่มต้นทริปตอน 11 โมงเช้า เลยขอแวะฝากท้องที่ร้าน “ทรงเวียด” ร้านสตรีตฟู้ดเวียดนามที่ตกแต่งแบบวินเทจ ย้อนยุค 90 เข้ามาปุ๊บคือเหมือนวาร์ปไปฮานอย! บรรยากาศคือดี งานดีไซน์คือเก๋ ถ่ายรูปก็ปัง เมนูที่ลองวันนี้คือ เกี๊ยวนึ่งทรงเครื่อง กับ หมูย่างสไตล์เวียดนาม บอกเลยว่า...อร่อยเกินคาด! เครื่องแน่น รสชาติจัดจ้านแบบต้นตำรับ กินรองท้องเบาๆ แต่ใจอยากเบิ้ลอีกหลายจานเลยทีเดียว ถ้ามีโอกาส แอดกลับมาซ้ำแน่นอน! วันนี้แอดตื่นเช้าขอแวะเติมคาเฟอีนที่ร้าน Matchamaru ร้านชาสุดฮิตของย่านนี้ที่ใครมาก็ต้องแวะ เพราะมีมัทฉะให้เลือกเพียบ! วันนี้แอดจัด Pure Matcha ที่ใช้ใบชา Yutaka บอกเลยว่าหอม เข้มข้น แต่ดื่มง่าย สดชื่นตั้งแต่คำแรก! เดินออกจากร้านชาไม่กี่ก้าว แอดก็เจอร้านน่ารักอย่าง “อ๊อยสเตอร์” ร้านของแต่งบ้านไวบ์วินเทจที่สายแต่งห้องต้องเลิฟ! ของตกแต่งเพียบทั้งแจกัน เชิงเทียน ยันของจุกจิกน่ารักๆ แถมเจ้าของร้านใจดีมาก ไม่ซื้อไม่ว่า แค่แวะมาถ่ายรูปเล่นก็ยังได้ บอกเลยว่าแค่เดินดูของก็คือเพลินแล้ว! ไปต่อกันที่อีกหนึ่งร้านดังของย่านนี้ที่สายช็อกโกแลตเลิฟเวอร์ห้ามพลาด! Chooch ร้านโกโก้พรีเมียมที่ไม่ใช่แค่รสชาติดี แต่บาริสต้ายังใจดี เล่าให้ฟังเพลินๆ ถึงความต่างของโกโก้แต่ละสายพันธุ์ บอกเลยว่าราคาอาจแรงนิด...แต่มันพรีเมียมจริงคุณพี่! สายถ่ายรูปอย่างเราเดินผ่านยังต้องหยุดมอง เพราะร้าน BAD POUTINE มันจึ้งมาก! กลิ่นหอมของมันฝรั่งทอดลอยมาแต่ไกล เด็กอ้วนอย่างแอดใครจะทนไหว~ เลยต้องขอแวะจัดเมนูซิกเนเจอร์ Poutine (พูทีน) มันฝรั่งทอดราดเกรวี่สไตล์ควิเบค กัดคำแรกคืออร่อยจนแสงออกปาก! กินของทอดจนท้องร้องอีกรอบ แอดเลยแวะที่ "ลิ้มเล่าซา" ร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาในตอกเล็กๆ ที่บอกเลยว่าลูกชิ้นคือของจริง ไม่แป้ง เด้งแน่นเต็มคำ เจ้าของร้านยังบอกเองว่า “ลูกชิ้นปลาพี่...เต้นได้!” มาเที่ยวทั้งทีแอดเลยขอแวะซื้อขนมไปฝากที่บ้านกันหน่อยที่ร้าน Wabi’s ร้านขนมปังซาวโดว์เบเกิลเจ้าดังในทรงวาดที่ใครมาก็ต้องแวะ วันนี้แอดเลยจัด Sourdough Bagel กับ Double Choocolate Shio Pan และก็มาถึงไฮไลต์ของทริปวันนี้กับ “บ้านริมน้ำ” บ้านไม้โบราณริมแม่น้ำที่รีโนเวทให้ดูโมเดิร์นแต่ยังอบอุ่นเหมือนเดิม เหมาะมากกับการพักผ่อน ปล่อยใจสบายๆ มีทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และบริการนวดครบ หรือจะมานั่งดูพระอาทิตย์ตกก็คือโรแมนติกไม่เบาพิกัด : ถนนทรงวาดการเดินทาง : เดินทางไป "ทรงวาด" ด้วยรถไฟฟ้า MRT สถานีวัดมัง ทางออก 1 (เดินต่อตาม map 10-15 นาที หรือ ต่อมอไซต์มาถนนทรงวาด) หรือ รถยนต์ส่วนตัวมีบริการที่จอด ลานจอดรถช้าง 40 บาทท/ชั่วโมงเขียนโดย : พิชชาภรร์ ผาสุขดี