พิกัดขอพรที่สายมูห้ามพลาด "วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร"

Temple & Mutelu

พิกัดขอพรที่สายมูห้ามพลาด "วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร"

18 ม.ค. 2024

กราบไหว้พระขอพร เพิ่มความสิริมงคลให้กับตัวเอง กับพิกัดขอพร "วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร" ขอพรให้สมปรารถนาดั่งใจหวัง ด้วยใจที่สะอาด และหนักแน่น ให้ชีวิตพบเจอแต่ความก้าวหน้า และสิ่งดี ๆ

"วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร" ถือว่าเป็นวัดโบราณที่สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมเป็นวัดราษฎร์ ชาวบ้านเรียกว่า “วัดสมอแครง” เป็นวัดที่ประดิษฐานพระอินทร์ หรือที่รู้จักกันในชื่อขององค์เทวราชเนรมิต เทพทันใจที่มีผู้ศรัทธาเป็นจำนวนมาก หากได้มาขอพรกับองค์เทวราชเนรมิตแล้ว ก็จะได้รับความสมปรารถนาแบบทันใจ พร้อมแล้วไปขอพรได้เลย

ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานของ "พระพุทธเทวราชปฏิมากร" พระประธานเก่าแก่ศิลปะแบบทวารวดีผสมอู่ทอง รอบข้างตกแต่งไปด้วยภาพจิตรกรรมที่สวยงาม

หากใครมีความประสงค์ที่จะขอพรเกี่ยวกับเรื่องงานให้มานั่งกราบไหว้ ขอพร "พระพุทธจักรพรรดิทองคำ" พระพุทธรูปโบราณปางมารวิชัย ยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น เพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเอง

พระพุทธดาวดึงส์เทวราช พระพุทธรูปอุ้มบาตรสีดำ สมัยศิลปะอยุธยาตอนปลาย หากประสงค์ที่จะขอพรเกี่ยวกับเรื่องการเงิน ท่านก็จะพระทานพรให้เราอยู่ดีกินดี 

ส่วนใครที่จะมาขอพรเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ ต้องมากราบไหว้ขอพรที่ พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่ต้องมากราบไหว้เมื่อมาถึงที่นี่

มาถึงจุดไฮไลท์ที่มีคนมาต่อแถวคิวยาวกันตั้งแต่เช้าจนถึงตอนเย็น "เทวราชเนรมิต" ทุกท่านน่าจะเคยได้ยินในชื่อ "เทพทันใจ" โดนเด่นในเรื่องการประทานพรแห่งความสำเร็จ สมปรารถนาดั่งใจที่หวังไว้อย่างรวดเร็ว 

วิธีการไหว้ขอพรองค์เทวราชเนรมิต 

1.เตรียมพวงมาลัย พร้อมธนบัตร 2 ใบ 

2.อ่านบทสวดด้านหน้าองค์เทวราชฯ

3.วางพวงมาลัย ม้วนธนบัตรที่เตรียมมาสอดเข้าที่พระหัตถ์องค์เทวราชฯ

4.เอาหน้าผากจรดที่นิ้วชี้ ขององค์เทวราช เอาสองมือประคองที่พระหัตถ์

5.อธิษฐานขอพรสิ่งที่ปรารถนา (เพียงข้อเดียว) และให้เอามือประคองที่หัตถ์องค์เทวราชไว้ตลอด

6.เมื่ออธิษฐานเสร็จแล้ว ก้มลงลูบที่บริเวณพระบาทแล้วเอา เข้าหาตัว 2 ครั้ง แล้วกราบ 1 ครั้ง

7.หยิบธนบัตรออกมา แบ่งหยอดใส่ตู้ 1 ใบ ส่วนใบที่เหลือให้เอามาประทับยันตร์ 

คาถาบูชาองค์เทวราชเนรมิต

“อะหัง วันทามิ เทวะราชะนิมมิตัง  อิจฉิตัง ปัตถิตัง มัยหัง ขิปปะเมวะ สะมิชฌะตุ ฯ”

ใครที่กำลังมองหาสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ หรือเพิ่มขวัญกำลังใจ และเพิ่มสิริมงคลให้กับตัวเอง ลองแวะมาไหว้พระ ขอพรกันสักครั้งที่ "วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร" แห่งนี้

related Temple & Mutelu

คาถาเงินล้าน เกจิอาจารย์ดัง "หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ" แห่งวัดท่าซุง จ.อุทัยธานี

27 ก.ค. 2022

คาถาเงินล้าน เกจิอาจารย์ดัง "หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ" แห่งวัดท่าซุง จ.อุทัยธานี

เสริมดวงให้ปัง! เสริมโชคลาภ เงินทอง ด้วย "คาถาเงินล้าน" ของเกจิอาจารย์ดัง "หลวงพ่อฤาษีลิงดำ" วัดท่าซุง จ.อุทัยธานีสวดมนต์ภาวนา เป็นประจำทุกวัน วันละ 9 จบตั้งนะโม 3 จบนาสังสิโมพรหมา จะ มหาเทวา สัพเพยักขา ปะรายันติ (คาถาปัดอุปสรรค)พรหมา จะ มหาเทวา อภิลาภา ภะวันตุ เม (คาถาเงินแสน )มหาปุญโญ มหาลาโภ ภะวันตุเม (คาถาลาภไม่ขาดสาย)มิเตภาหุหะติ (คาถาเงินล้าน)พุทธะมะอะอุ นะโมพุทธายะ วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสาวิระทาสี วิระทาสา วิระอิทถิโย พุทธัสสะ มานีมามะ พุทธัสสะ สวาโหม (คาถาพระปัจเจกพุทธเจ้า)สัมปะติจฉามิ (คาถาเร่งลาภให้ได้เร็วขึ้น)เพ็ง ๆ พา ๆ หา ๆ ฤา ๆ(บูชา 9 จบ ตัวคาถาต้องว่าทั้งหมด)พิเศษสุด! สำหรับคุณ เพียงใส่โค้ด "ATIME168" รับส่วนลดทันที- 10% สำหรับ Wallpaper- 50% สำหรับ package ดูดวง 3 เดือนราคาเริ่มต้น 199 บาทเท่านั้นสนใจสั่งจอง คลิกhttps://bit.ly/39Pe6Clหรือแอดไลน์ @ganesha168

พระกฤษณะ คือใคร? รวมประวัติ บทสวด และพิกัดไหว้ขอพร

16 เม.ย. 2026

พระกฤษณะ คือใคร? รวมประวัติ บทสวด และพิกัดไหว้ขอพร

พระกฤษณะ เทพเจ้าแห่งความรักและความสำเร็จหากคุณเป็นสายมูที่ชื่นชอบการเดินสายขอพรเรื่องความรัก หรือผู้ที่กำลังค้นหาที่พึ่งทางใจเพื่อความสำเร็จในหน้าที่การงาน ชื่อของ "พระกฤษณะ" คงเป็นหนึ่งในเทพเจ้าฮินดูที่คุณคุ้นเคยและได้ยินชื่อบ่อยที่สุดองค์หนึ่ง โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ผู้คนมากมายต่างหลั่งไหลไปสักการะบูชาพระองค์ด้วยความศรัทธา ทั้งในเรื่องของการขอคู่ครองที่ดี หรือการเจรจาธุรกิจให้ราบรื่น แต่หลายคนอาจจะยังสงสัยและมีคำถามในใจว่าแท้จริงแล้ว พระกฤษณะ คือใคร มีความสำคัญอย่างไรในศาสนาฮินดู ทำไมจึงโดดเด่นเรื่องการประทานพรความรักเหนือเทพองค์อื่นๆ รวมถึงหากเราอยากเริ่มต้นบูชาอย่างถูกต้อง จะต้องใช้ พระกฤษณะ บทสวดแบบไหน เตรียมของไหว้อย่างไร และพระกฤษณะ ไหว้ที่ไหน จึงจะขลังและปังที่สุดพระกฤษณะ คือใคร? ทำความรู้จักเทพเจ้าผู้เปี่ยมล้นด้วยเสน่ห์และปัญญาพระกฤษณะ (Lord Krishna) คือ องค์อวตารปางที่ 8 ของพระวิษณุ (หรือที่เราคนไทยคุ้นเคยกันในชื่อ พระนารายณ์) ซึ่งเป็นหนึ่งในเทพเจ้าสูงสุดของศาสนาพราหมณ์-ฮินดูในหมวดหมู่ของ "ตรีมูรติ" พระองค์อวตารลงมาบนโลกมนุษย์ในยุคทวาปรยุค โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการปราบปรามความชั่วร้าย กษัตริย์ทรราช และฟื้นฟูความดีงามหรือ "ธรรมะ" ให้กลับคืนสู่โลกมนุษย์อีกครั้งนามของพระองค์คำว่า "กฤษณะ" ในภาษาสันสกฤตแปลว่า "สีดำ" หรือ "ผู้ที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างหาที่สุดไม่ได้" ซึ่งสอดคล้องกับรูปลักษณ์ของพระองค์ตามคัมภีร์ที่ระบุไว้ว่าทรงมีเสน่ห์ที่สามารถสะกดทุกสรรพสิ่ง ทั้งมนุษย์ สัตว์ และเทพเทวดาด้วยกันเองสัญลักษณ์ประจำพระองค์ที่โดดเด่นหากคุณไปตามเทวสถานต่างๆ คุณสามารถจดจำพระกฤษณะได้ง่ายๆ ผ่านสัญลักษณ์และรูปลักษณ์ที่โดดเด่น ดังต่อไปนี้พระวรกายสีดำอมฟ้า (หรือสีน้ำเงินเข้ม): ไม่ใช่ความหมองคล้ำ แต่สีน้ำเงินเข้มนี้สื่อถึงความกว้างใหญ่ไพศาลของจักรวาล ท้องฟ้า และมหาสมุทร ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นอนันต์ของพระผู้เป็นเจ้าขนนกยูงประดับบนพระเศียร: สื่อถึงความงดงาม ความบริสุทธิ์ วัฏจักรของธรรมชาติ และยังเป็นสัญลักษณ์ของความรักที่ไม่มีวันเสื่อมคลายขลุ่ยไม้ไผ่ (Bansuri): สัญลักษณ์แห่งเสียงดนตรีศักดิ์สิทธิ์ที่สะกดทุกสรรพสิ่ง ขลุ่ยที่กลวงเปรียบเสมือนจิตใจมนุษย์ที่ถูกชำระล้างจนว่างเปล่า ละทิ้งอัตตา (Ego) เพื่อให้เสียงแห่งธรรมะของพระเจ้าผ่านเข้ามาดลใจได้ฝูงวัวและหม้อเนย: พระองค์เติบโตมาในหมู่บ้านคนเลี้ยงวัว (เมืองวฤนทาวัน) จึงมีพระนามเรียกขานอีกอย่างว่า "โควินทะ" หรือ "โคบาล" ซึ่งแปลว่าผู้พิทักษ์วัว และในวัยเยาว์ทรงโปรดปรานการขโมยเนยสดมาก จนได้ฉายาว่า "มาขัณโจร์" (Makhan Chor) ซึ่งเนยในที่นี้เปรียบเสมือนจิตใจที่บริสุทธิ์ของผู้ศรัทธาที่พระองค์ทรงปรารถนานั่นเองตำนานความรักและบทบาทสำคัญที่ทำให้พระกฤษณะเป็นที่รักของมวลมนุษย์การจะเข้าใจว่าทำไมพระกฤษณะจึงได้รับการเคารพยกย่องอย่างสูงสุดทั้งในอินเดียและทั่วโลก ต้องทำความเข้าใจผ่าน 2 มิติหลัก คือ มิติแห่งความรักอันบริสุทธิ์ และมิติแห่งปัญญาอันล้ำลึก1. พระกฤษณะและพระนางราธา: ต้นแบบแห่งรักแท้และคู่แท้เหนือกาลเวลาทำไมคนจึงนิยมขอพรเรื่องความรักจากพระกฤษณะ? คำตอบอยู่ที่ตำนานความรักสุดแสนโรแมนติกระหว่างพระองค์กับ "พระนางราธา" (Radha) หญิงเลี้ยงวัวผู้มีสิริโฉมงดงามความรักของทั้งสองไม่ใช่เพียงความรักแบบหนุ่มสาวทั่วไป แต่เป็นความรักในระดับจิตวิญญาณ (Divine Love) แม้ในท้ายที่สุดพระกฤษณะจะต้องจากหมู่บ้านไปทำภารกิจปราบอธรรม เป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ และไม่ได้ครองคู่กับพระนางราธาในทางโลก (พระกฤษณะมีมเหสีตามกฎหมายคือ พระนางรุกมิณี) แต่ความรักและความผูกพันของพระกฤษณะและพระนางราธาก็ยังคงเป็นนิรันดร์ชาวฮินดูเชื่อว่า พระนางราธาคือตัวแทนของ "ความภักดีอันสูงสุด" (Bhakti) ส่วนพระกฤษณะคือ "พระผู้เป็นเจ้า" ความรักของทั้งสองคือการหลอมรวมของจิตวิญญาณมนุษย์เข้ากับพระผู้เป็นเจ้า ดังนั้น ผู้ที่มาขอพรความรักจากพระกฤษณะ จึงมักได้พบกับ "ความรักที่บริสุทธิ์ มั่นคง เกื้อกูลกัน และเป็นคู่แท้ทางจิตวิญญาณ"2. ผู้ถ่ายทอดคัมภีร์ "ภควัทคีตา" ในมหากาพย์มหาภารตะในมิติแห่งปัญญา พระกฤษณะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในสงครามทุ่งกุรุเกษตร ซึ่งเป็นฉากสำคัญในมหากาพย์มหาภารตะ โดยพระองค์ไม่ยอมจับอาวุธสู้รบ แต่รับหน้าที่เป็นสารถีขับรถม้าให้กับ อรชุน (นักรบผู้ยิ่งใหญ่ฝ่ายปาณฑพ)เมื่ออรชุนเห็นเครือญาติของตนเองอยู่ฝั่งศัตรู ก็เกิดความทุกข์ใจ ลังเล และไม่อยากทำสงคราม พระกฤษณะจึงได้หยุดเวลาและเทศนาสั่งสอนอรชุนกลางสนามรบ คำสอนอันล้ำลึกนั้นได้ถูกรวบรวมเป็นคัมภีร์ที่สำคัญที่สุดเล่มหนึ่งของโลกชื่อว่า "ภควัทคีตา" (The Bhagavad Gita) ซึ่งสอนหลักธรรมสำคัญ 3 ประการ ได้แก่กรรมโยคะ (Karma Yoga): การทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดโดยไม่ยึดติดกับผลลัพธ์ที่จะตามมา ทำด้วยความเสียสละและรับผิดชอบชญาณโยคะ (Jnana Yoga): การใช้ปัญญาเพื่อรู้แจ้งเห็นจริง เข้าใจว่าร่างกายเป็นเพียงเปลือกนอก แต่จิตวิญญาณ (อาตมัน) นั้นเป็นอมตะไม่มีวันตายภักดีโยคะ (Bhakti Yoga): ความศรัทธา ความรัก และการมอบกายถวายชีวิตแด่พระผู้เป็นเจ้าโดยไม่มีเงื่อนไขวิธีเตรียมของไหว้และขั้นตอนการบูชาพระกฤษณะให้สัมฤทธิ์ผลฅหากคุณต้องการให้พรที่ขอสัมฤทธิ์ผล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก การงาน หรือความสำเร็จ การบูชาอย่างถูกวิธีและมีจิตใจที่บริสุทธิ์คือหัวใจสำคัญพระกฤษณะโปรดปรานความเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ นี่คือลิสต์ของไหว้และข้อควรระวังที่คุณต้องรู้ของไหว้ที่ควรเตรียมใบกะเพราอินเดีย (Tulsi - ตุลซี): นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด! พระกฤษณะทรงโปรดปรานใบตุลซีมาก เชื่อกันว่าหากถวายของมีค่ามากมายแต่ไม่มีใบตุลซี พระองค์ก็อาจจะไม่โปรดเท่ากับการถวายน้ำเปล่าหนึ่งแก้วพร้อมใบตุลซีเพียงใบเดียวดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม: ดอกมะลิ ดอกดาวเรือง ดอกกุหลาบ ดอกบัว หรือดอกไม้สีสดใสผลไม้มงคล: กล้วย แอปเปิล ส้ม องุ่น สาลี่ ทับทิม หรือผลไม้ตามฤดูกาล (ล้างให้สะอาดก่อนถวายเสมอ)ขนมหวานและผลิตภัณฑ์จากนม: ขนมลาดู ขนมโมทกะ ขนมเพฑา เนยสด (Ghee) นมวัวรสจืด โยเกิร์ต หรือขนมหวานสไตล์อินเดียที่ทำจากนมเครื่องหอมและประทีป: ธูปหอม (3-5 ดอก) หรือกำยาน กลิ่นมะลิหรือจันทน์หอม พร้อมจุดเทียนหรือตะเกียงน้ำมันเนย (Diya) เพื่อถวายแสงสว่างและปัญญาข้อห้ามและข้อควรระวังในการบูชาห้ามถวายเนื้อสัตว์เด็ดขาด: พระกฤษณะเป็นเทพที่รักสัตว์โดยเฉพาะวัว ของไหว้และอาหารที่นำมาถวายต้องเป็นมังสวิรัติ 100%ห้ามมีส่วนผสมของไข่: ขนมหรืออาหารที่นำมาถวายต้องแน่ใจว่าไม่มีไข่เป็นส่วนประกอบ เพราะในทางฮินดู ไข่ไม่ถือเป็นอาหารมังสวิรัติที่บริสุทธิ์หลีกเลี่ยงการขอพรในสิ่งที่ผิดศีลธรรม: เช่น ขอให้คนที่มีครอบครัวแล้วมารัก ขอให้ศัตรูพินาศ หรือขอในสิ่งที่เบียดเบียนผู้อื่น พรเหล่านี้จะไม่เป็นผลและอาจนำผลเสียมาสู่ผู้ขอเองพระกฤษณะ บทสวด มหามนต์เพื่อความสงบและสิริมงคลการสวดมนต์บูชาพระกฤษณะ ควรเริ่มต้นด้วยการชำระล้างร่างกายให้สะอาด สวมใส่เสื้อผ้าสีสุภาพ (สีขาว สีเหลือง หรือสีชมพู) ทำจิตใจให้สงบ ทำสมาธิระลึกถึงพระองค์ และสามารถเลือกใช้บทสวด ตามความสะดวก ดังนี้บทสวดบูชาพระพิฆเนศ (ก่อนเริ่มสวดเทพองค์อื่นเสมอ)ตามธรรมเนียมฮินดู ต้องสวดบูชาพระพิฆเนศเพื่อเปิดทางและขจัดอุปสรรคก่อนเสมอ"โอม ศรี คเณศายะ นะมะฮา" (สวด 3 หรือ 9 จบ)บทบูชาพระกฤษณะฮะเร กฤษณะ ฮะเร กฤษณะกฤษณะ กฤษณะ ฮะเร ฮะเรฮะเร รามะ ฮะเร รามะพระกฤษณะ ไหว้ที่ไหน? แนะนำพิกัดขอพรสุดปังในกรุงเทพฯสำหรับสายมูที่พร้อมจะเดินทางไปสักการะองค์พระกฤษณะองค์จริงในประเทศไทย คำถามยอดฮิตคือ พระกฤษณะ ไหว้ที่ไหน ดี? เราได้รวบรวม 3 พิกัดยอดนิยมที่เดินทางสะดวก มีความศักดิ์สิทธิ์ และมีองค์เทวรูปที่งดงามมาฝากกันค่ะ1. วัดเทพมณเฑียร (สมาคมฮินดูสมาช) ย่านเสาชิงช้าพิกัดนี้ถือเป็น "เดสทิเนชั่นอันดับหนึ่ง" สำหรับคนโสดที่ต้องการขอพรเรื่องความรัก ที่นี่ประดิษฐานองค์พระกฤษณะและพระนางราธาเคียงคู่กันอย่างงดงาม บรรยากาศภายในวัดเงียบสงบ เย็นสบาย และเปี่ยมไปด้วยพลังงานแห่งความเมตตาสิ่งที่ควรขอพร: โด่งดังมากในเรื่องการขอพรความรักให้สมหวัง ขอให้ได้เจอคู่แท้ที่ดี ขอให้ครอบครัวร่มเย็นเป็นสุข หรือขอความสำเร็จในการเจรจาค้าขายเวลาเปิด-ปิด: วันจันทร์ - ศุกร์ เปิดเวลา 08.00 - 12.00 น. และ 15.00 - 19.30 น. (เสาร์-อาทิตย์ เปิดตลอดทั้งวัน) แนะนำให้เช็กเวลาพักของพราหมณ์ก่อนเดินทางการเดินทาง: รถไฟฟ้า MRT สถานีสามยอด (เดินต่อประมาณ 10 นาทีไปทางเสาชิงช้า) วัดตั้งอยู่ติดกับโรงเรียนภารตวิทยาลัย2. วัดวิษณุ (สมาคมฮินดูธรรมสภา) เขตยานนาวาวัดวิษณุเป็นวัดฮินดูที่มีความเก่าแก่และประดิษฐานเทพเจ้าฮินดูครบถ้วนทุกองค์ ภายในมีสถาปัตยกรรมที่วิจิตรตระการตา มีเทวาลัยเฉพาะของพระกฤษณะและพระนางราธาที่งดงามไม่แพ้ที่ใดสิ่งที่ควรขอพร: เนื่องจากเป็นวัดขององค์พระวิษณุและอวตารของพระองค์ จึงโดดเด่นเรื่องการขอพรด้านความมั่นคงในชีวิต ความสำเร็จในการงาน ธุรกิจ การเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง และปัดเป่าอุปสรรคศัตรูคู่แข่งเวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 06.00 - 12.00 น. และ 15.00 - 20.00 น.การเดินทาง: รถไฟฟ้า BTS สถานีสุรศักดิ์ หรือ สถานีสะพานตากสิน แล้วต่อรถแท็กซี่ หรือ วินมอเตอร์ไซค์เข้าไปในซอยเจริญราษฎร์ 33. ISKCON Bangkok (สมาคมนานาชาติเพื่อความสำนึกในพระกฤษณะ)หากคุณต้องการสัมผัสวิถีชีวิตและการบูชาแบบอินเดียดั้งเดิมอย่างแท้จริง ต้องมาที่นี่ ISKCON (อิสคอน) คือศูนย์รวมของผู้ศรัทธาและมอบกายถวายชีวิตแด่พระกฤษณะโดยเฉพาะ บรรยากาศจะเต็มไปด้วยการสวดมนต์ ร้องเพลงคีรตัน (Kirtan) และการเต้นรำถวายเทพสิ่งที่ควรขอพร: เหมาะสำหรับการไปขอพรเพื่อความสงบสุขทางจิตวิญญาณ การชำระล้างบาป การปฏิบัติธรรมสวดมหามนต์ และร่วมรับประทานอาหารมังสวิรัติศักดิ์สิทธิ์ (ปราสาดัม) ที่ทางสมาคมแจกจ่ายเวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน แต่ควรตรวจสอบเวลากิจกรรมหลัก (เช่น วันอาทิตย์เย็น) ในเพจเฟซบุ๊ก ISKCON Bangkok ก่อนเดินทางการเดินทาง: ตั้งอยู่ย่านรามคำแหง (หัวหมาก) สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถแท็กซี่ หรือรถประจำทางสายที่ผ่านถนนรามคำแหงสรุปพระกฤษณะ ไม่ได้เป็นเพียงเทพเจ้าที่ประทานพรด้านความรักหรือการหาคู่เท่านั้น แต่พระองค์ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งปัญญา ความร่าเริง และการสอนให้มนุษย์รู้จักทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดตามหลักคัมภีร์ภควัทคีตาหากคุณบูชาพระองค์ด้วยความศรัทธาที่ตั้งมั่น นำของไหว้ที่ถูกต้องและบริสุทธิ์มาถวาย สวดพระกฤษณะ บทสวด อย่างสม่ำเสมอ และนำหลักธรรมคำสอนของพระองค์มาปรับใช้ในการดำเนินชีวิต รับรองว่าคุณจะพบกับความสงบสุขภายในจิตใจ ดึงดูดความรักที่ดี และก้าวไปสู่ความสำเร็จในทุกๆ ด้านอย่างแน่นอน

เสริมบุญ เสริมดวงกับ "8 วัดดังใกล้กรุง" ต้องไปกราบไหว้สักครั้ง

02 ก.ย. 2022

เสริมบุญ เสริมดวงกับ "8 วัดดังใกล้กรุง" ต้องไปกราบไหว้สักครั้ง

ใครกำลังมองหาสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ให้มากราบไหว้ ขอพร เสริมดวงชะตา เสริมศิริมงคลให้ดียิ่งขึ้นไป ครั้งนี้มาชี้เป้าวัดดังที่ต้องลองไปสักครั้งในชีวิตกับ "8 วัดดังใกล้กรุง เสริมศิริมงคล" จะมีวัดชื่อดังที่ไหนบ้าง แล้วคุณเคยไปกันมาแล้วหรือยัง ต้องมาดูกันวัดท่าซุง จ.อุทัยธานีวัดที่มีชื่อเสียงและงดงามของเมืองอุทัยธานี พัฒนาและเป็นที่รู้จักเมื่อพระราชมหาวีระ ถาวาโร (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) พระเถระที่มีชื่อเสียง ได้สร้างอาคารต่าง ๆ มากมาย โดดเด่นด้วย พระวิหารแก้วที่ประดิษฐาน พระพุทธชินราชจำลอง และร่างของหลวงพ่อฤาษีลิงดำที่ไม่เน่าเปื่อยวัดโสธรวราราม จ.ฉะเชิงเทราวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองฉะเชิงเทรา เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโสธร พระพุทธรูปอันเป็นที่เคารพสักการะของชาวแปดริ้ว และประชาชนทั่วทุกสารทิศ มาแต่อดีตกาลวัดข่อย จ.เพชรบุรีพระธาตุฉิมพลีพระเศรษฐีนวโกฎิ ตั้งอยู่ที่ วัดข่อย ที่มีการนำงานศิลปะชั้นสูงของช่างเมืองเพชร หรือเรียกว่า ช่างสิบหมู่ มาเป็นส่วนร่วม สร้างอาคารเพื่อเทิดทูนบูชาพระพุทธศาสนาให้เกิดความสวยงามตามความศรัทธาของพุทธศาสนิกชน จนเรียกได้ว่า เป็น พุทธสถานศิลป์ หนึ่งเดียวในโลกวัดจุฬามณี จ.สมุทรสงครามเป็นวัดโบราณ ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งคลองอัมพวาต่อเนื่องกับคลองผีหลอก ภายในมี 3 จุดสำคัญที่ผู้คนหลั่งไหลไปกราบไหว้ สังขารที่ไม่เน่าเปื่อยของ หลวงพ่อเนื่อง โกวิท อดีตเจ้าอาวาส อุโบสถจตุรมุขหินอ่อนที่มีความสวยงาม และท้าวเวสสุวรรณวัดพระศรีอารย์ จ.ราชบุรีอุโบสถทองคำณ วัดพระศรีอารย์ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรีแสดงถึงความยิ่งใหญ่อลังการแห่งพลังศรัทธาของชาวราชบุรีที่มีต่อ พระพุทธศาสนาในการก่อสร้างอุโบสถทองคำมูลค่าร้อยล้าน ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 37 ปีวัดพระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐมปูชนียสถานสำคัญของประเทศไทย ที่โดดเด่นเป็นสง่าอยู่ใจกลางเมืองนครปฐม ‘วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร’ พระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร ซึ่งมีประวัติความเป็นมายาวนานในแผ่นดินสุวรรณภูมิ และเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุขององค์พระโคตมพุทธเจ้าวัดม่วง จ.อ่างทองตั้งอยู่ที่ ตำบลหัวสะพาน อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ประดิษฐาน พระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ ที่ก่อสร้างจากคานคอนกรีตเสริมเหล็กเป็นชั้นๆ ขึ้นไป แบบโครงสร้างตึก สูงราว 32 ชั้น เลยทีเดียวค่ะ ที่ก่ออิฐถือปูนฉาบทาสีทองตลอดทั้งองค์ นับว่าเป็น พระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในโลกวัดท่าไม้ จ.สมุทรสาครวัดโด่งดังศูนย์รวมศรัทธาของชาวท่าไม้ ตั้งอยู่ในอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ภายในวัดประกอบไปด้วยสิ่งปลูกสร้างที่มีความสวยงาม อาทิ พระอุโบสถมหาปรินิพพาน นอกจากนี้ยังเด่นดัง ในเรื่องของการประกอบพิธีต่างๆ ทั้งงานครอบครู แก้กรรม ต่อบุญ เสริมดวงชะตา โดยเฉพาะเรื่องดวงพิเศษสุด! สำหรับคุณ เพียงใส่โค้ด "ATIME168" รับส่วนลดทันที- 10% สำหรับ Wallpaper- 50% สำหรับ package ดูดวง 3 เดือนราคาเริ่มต้น 199 บาทเท่านั้นสนใจสั่งจอง คลิกhttps://bit.ly/39Pe6Clหรือแอดไลน์ @ganesha168

คาถาบูชาพญายมราช วิธีไหว้ ของไหว้ และสถานที่บูชาให้ชีวิตรุ่งเรือง

29 ต.ค. 2025

คาถาบูชาพญายมราช วิธีไหว้ ของไหว้ และสถานที่บูชาให้ชีวิตรุ่งเรือง

คาถาบูชาพญายมราช เป็นหนึ่งในบทสวดที่ผู้คนจำนวนมากให้ความสำคัญและค้นหาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่ชีวิตต้องเผชิญกับอุปสรรค เคราะห์กรรม หรือความเจ็บป่วย เพราะความเชื่อในองค์พญายมราช หรือที่รู้จักกันในนาม พระยม หรือ ยมบาล ในฐานะผู้เป็นใหญ่ในยมโลก ผู้ทำหน้าที่ตัดสินความดีความชั่วของสรรพสัตว์ตามกรรมที่ได้กระทำไว้ ทำให้การบูชาท่านไม่ได้เป็นเพียงการขอพรเพื่อความมั่งคั่งเท่านั้น แต่เป็นการขออำนาจแห่งความยุติธรรมให้ช่วยชี้ขาดกรรม, ปัดเป่าเภทภัย, เสริมสิริมงคล, ต่ออายุขัย และนำพาชีวิตให้รอดพ้นจากอันตรายทั้งปวงพญายมราชคือใคร ทำไมจึงควรบูชา?พญายมราช ตามความเชื่อทางพระพุทธศาสนาและฮินดู คือเทพเจ้าผู้ดูแลและตัดสินกรรมของมนุษย์ในปรโลก เป็นผู้ถือตราชั่งแห่งความยุติธรรมและมีบริวารคือเหล่ายมทูตที่คอยนำดวงวิญญาณไปสู่การพิพากษา หลายคนอาจมองว่าท่านเป็นเทพแห่งความตายที่น่ากลัว แต่แท้จริงแล้ว ท่านเป็นเทพเจ้าแห่งความเที่ยงธรรมและเมตตา ท่านจะตัดสินด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมตามกฎแห่งกรรมอำนาจและอานิสงส์จากการบูชาพญายมราชการสวดคาถาบูชาพญายมราช และปฏิบัติบูชาอย่างถูกต้องจะช่วยเสริมสิริมงคลในด้านต่าง ๆ ดังนี้เสริมอายุยืนยาวและแคล้วคลาดจากภัยพิบัติ: เชื่อกันว่าท่านสามารถยืดอายุขัยและปกป้องจากอุบัติเหตุหรือภัยอันตรายที่มาจากกรรมไม่ดีได้ปกป้องคุ้มครองจากสิ่งชั่วร้าย: พญายมราชมีอำนาจเหนือภูตผีปีศาจและสิ่งอัปมงคลทั้งปวง การบูชาท่านจึงช่วยขับไล่คุณไสยหรือพลังงานลบขอขมากรรมและอโหสิกรรม: การบูชาและอุทิศบุญให้ท่านช่วยให้เจ้ากรรมนายเวรเมตตาบรรเทาโทษกรรมหนักให้เบาบางลงเสริมความสำเร็จและโชคลาภ: เมื่อกรรมดีเริ่มส่งผล การงาน การเงิน และชีวิตจะราบรื่นขึ้น ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนาคาถาบูชาพญายมราชที่ถูกต้องและเป็นที่นิยมบทสวดคาถาบูชาพญายมราช ที่เป็นที่นิยมและมีการเผยแพร่อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะจากพระเกจิอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญด้านการไหว้ คือบทสวดที่ขึ้นต้นด้วย "ปะโตเมตัง" ซึ่งเป็นพระคาถาที่มีพุทธคุณสูงบทสวดก่อนเริ่มบูชา (จุดธูปเทียน)วัตถุประสงค์ในการสวดเพื่อความปลอดภัย แคล้วคลาดจากภัยอันตราย แนะนำสวด 3 จบ หรือ 9 จบเพื่อเสริมสิริมงคล ต่ออายุขัย ไล่ผีปีศาจ แนะนำสวด 5 จบ หรือ 21 จบเพื่อขอโชคลาภ ร่ำรวย และเปิดดวงชะตา แนะนำสวด 8 จบ หรือ 108 จบแปลบทสวด: ผู้มีชีวิตอยู่และล่วงลับไปแล้วที่แสวงหาหนทางการเกิดอันเป็นสุข ขอให้ไปสู่หนทางแห่งสุคติเถิด ข้าพเจ้ามีเมตตาจิตต่อสรรพวิญญาณทั้งหลาย ขอให้ถึงซึ่งพระนิพพานอันเป็นหนทางอันเกษมเหนือสุคติภพเถิด(เป็นการแผ่เมตตาและขอความคุ้มครองจากพระองค์ให้ชีวิตก้าวสู่ความสุข)พิธีการบูชา ไหว้พญายมใช้ธูปกี่ดอก? และของไหว้ที่ขาดไม่ได้การบูชาพญายมราชนั้นมีรายละเอียดที่ต้องใส่ใจ โดยเฉพาะเรื่องของเครื่องบูชาและจำนวนธูป เพื่อให้พิธีศักดิ์สิทธิ์และได้รับความเมตตาจากท่านของไหว้พญายมราช ที่ต้องเตรียมของไหว้ที่นิยมถวายพญายมราชมักเน้นสีดำหรือสีแดง เพื่อแสดงความเคารพต่ออำนาจและความเข้มแข็งของท่านธูป: ใช้ ธูปดำ 2 ดอก เป็นหลัก (เป็นที่นิยมมากที่สุด) หรือ ธูป 5 ดอก (ตามกำลังเทพ) หรือ ธูป 9 ดอก (ตามกำลังเทพเจ้า) สำคัญคือต้องใช้ 'ธูปดำ' หากหาไม่ได้จริง ๆ ให้ใช้ธูปสีปกติ 2 ดอกเทียน: เทียน 2 เล่ม (หรือเทียนดำ 1 คู่)ดอกไม้: ดอกไม้สีแดง หรือพวงมาลัยดอกดาวเรืองอาหารคาว: เนื้อสัตว์ (ต้ม, ย่าง), ข้าวสวย (ไม่จำเป็นต้องเป็นของสดเสมอไป)อาหารหวาน/ผลไม้: ผลไม้ 5 อย่าง เช่น กล้วยน้ำว้า, สับปะรด, ขนุน, น้ำอ้อย, หรือของหวานที่มีสีแดง/ดำเครื่องดื่ม: น้ำเปล่า, น้ำอัดลม, เหล้า (ถวายเป็นสัญลักษณ์)สำคัญพิเศษ: น้ำชา 1 แก้ว และ ข้าวสาร 1 กำมือ (หรือ 1 ถ้วย)ขั้นตอนการไหว้พญายมราชจุดธูปเทียน: ตั้งจิตอธิษฐานแล้วจุดเทียนและ ธูปดำ 2 ดอกกล่าวบทสวด: กล่าวบทนะโม 3 จบ ตามด้วย คาถาบูชาพญายมราช "ปะโตเมตัง ปะระชีวินัง..." ตามจำนวนที่ตั้งใจกล่าวคำอธิษฐาน: อธิษฐานขอพรตามความปรารถนา เช่น ขอให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากภัยอันตราย ขอให้มีอายุยืนยาว หรือขอให้การเงินการงานราบรื่น และที่สำคัญคือ ขอขมากรรม ที่เคยได้กระทำไว้กรวดน้ำอุทิศบุญ: หลังจากสวดมนต์เสร็จสิ้น ให้กรวดน้ำอุทิศบุญกุศลที่ได้ทำมาทั้งหมด แด่องค์พญายมราช และเหล่าเจ้ากรรมนายเวร โดยกล่าวคำกรวดน้ำว่า:"อิทัง ปุญญะผะลัง อิมินา ปุญญะกัมเมนะ ขออุทิศบุญกุศลนี้ ถวายแด่องค์พญายมราช ขอท่านจงรับและโปรดเมตตาชี้ทางแห่งความสุขความเจริญให้แก่ข้าพเจ้า ขอให้บุญนี้ถึงแก่เจ้ากรรมนายเวรและสรรพสัตว์ทั้งหลาย ขอให้ได้รับความสุขพ้นจากทุกข์ภัยทั้งปวงเทอญ"คำแนะนำเพิ่มเติม: ควรทำพิธีไหว้ในวันอังคาร (ถือเป็นวันครู) หรือวันศุกร์ (เชื่อว่าเป็นวันที่ท่านเมตตามากเป็นพิเศษ)ไหว้พญายมราชที่ไหน? สถานที่บูชาที่ศักดิ์สิทธิ์และมีพลังงานการบูชาพญายมราชสามารถทำได้ที่บ้านด้วยการตั้งจิตอธิษฐาน แต่การเดินทางไปสักการะ ณ สถานที่จริงที่มีรูปเคารพของท่าน จะช่วยเสริมพลังศรัทธาและทำให้ได้รับพรมากขึ้น สถานที่สำคัญที่มีชื่อเสียงในการบูชาพญายมราชในประเทศไทย ได้แก่วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร (เสาชิงช้า)จุดเด่น: วัดแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อของพญายมราช ที่มีความศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เคารพของผู้คนมายาวนาน เชื่อกันว่าการมาขอขมากรรมที่นี่มีพลังแรงกล้าและเห็นผลเร็วความเชื่อ: การมาขอพรเรื่องสุขภาพและการขอบรรเทาโทษจากหนักเป็นเบาวัดชัยสิทธาวาส (ปทุมธานี)จุดเด่น: เป็นอีกหนึ่งวัดที่มีการจัดสร้างรูปหล่อพญายมราชให้ผู้คนได้มาสักการะ โดยมักจะไหว้คู่กับท้าวเวสสุวรรณ ซึ่งมีอำนาจในการปกป้องคุ้มครองและบันดาลโชคลาภเช่นเดียวกันความเชื่อ: ขอพรด้านการป้องกันภูตผีปีศาจและการเงินโชคลาภมูลนิธิร่วมกตัญญู (บางพลี, สมุทรปราการ)จุดเด่น: แม้จะเป็นมูลนิธิ แต่ก็มีการประดิษฐานรูปเคารพที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ล่วงลับ รวมถึงพญายมราชให้ผู้คนได้มากราบไหว้ และยังสามารถทำบุญบริจาคโลงศพ ซึ่งถือเป็นการสร้างบุญใหญ่เพื่อต่ออายุขัยและสะเดาะเคราะห์ไปพร้อมกันความเชื่อ: เสริมดวงชะตา ต่ออายุ และทำบุญใหญ่เพื่อความแคล้วคลาดข้อควรจำเพื่อบูชาพญายมราชให้ได้ผลสูงสุดการบูชาไม่ใช่แค่การสวดคาถาบูชาพญายมราช หรือการเตรียมของไหว้พญายมราชเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรมและปฏิบัติความดีอย่างสม่ำเสมอเน้นการทำความดี: พญายมราชทรงตัดสินตามกฎแห่งกรรม ดังนั้นการทำทาน, รักษาศีล, และเจริญภาวนา จึงเป็นหนทางที่ดีที่สุดที่จะทำให้ท่านเมตตาการขอขมากรรม: ควรใช้โอกาสในการบูชาท่านเพื่อขอขมาโทษที่ได้กระทำโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้ากรรมนายเวร และสรรพสัตว์สวดอย่างสม่ำเสมอ: การสวดคาถา "ปะโตเมตัง ปะระชีวินัง..." เป็นประจำทุกวันก่อนนอนจะช่วยคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัยตลอดคืนและในวันรุ่งขึ้นความสะอาดและความเคารพ: หากบูชาที่บ้าน ควรตั้งบูชาในที่ที่เหมาะสม สะอาด และแสดงความเคารพสูงสุดต่อรูปเคารพของท่านคาถาบูชาพญายมราชเป็นกุญแจสำคัญในการเชื่อมโยงจิตวิญญาณของเราเข้ากับอำนาจแห่งความยุติธรรมและความเมตตาขององค์พระยม การสวดบท "ปะโตเมตัง ปะระชีวินัง สุขะโตจุติ จิตตะเมตะ นิพพานัง สุขะโต จุติ" อย่างตั้งใจ การเตรียมของไหว้พญายมราช ที่ถูกต้อง และการเลือกใช้ ธูปดำ 2 ดอก ในการประกอบพิธี จะช่วยเสริมมงคลให้คุณได้รับพรอันศักดิ์สิทธิ์ ทั้งการเสริมอายุยืนยาว การปัดเป่าภัยพิบัติ และความสำเร็จในชีวิตอย่าลืมว่าพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการบูชาคือ "การทำความดี" การปฏิบัติบูชาภายนอกเป็นเพียงองค์ประกอบเสริม การหมั่นทำบุญและตั้งมั่นในศีลธรรมจะนำพาให้คุณรอดพ้นจากภัยทั้งปวง และได้รับความเมตตาจากพญายมราชอย่างแท้จริง