พิกัดขอพรที่สายมูห้ามพลาด "วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร"

Temple & Mutelu

พิกัดขอพรที่สายมูห้ามพลาด "วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร"

18 ม.ค. 2024

กราบไหว้พระขอพร เพิ่มความสิริมงคลให้กับตัวเอง กับพิกัดขอพร "วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร" ขอพรให้สมปรารถนาดั่งใจหวัง ด้วยใจที่สะอาด และหนักแน่น ให้ชีวิตพบเจอแต่ความก้าวหน้า และสิ่งดี ๆ

"วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร" ถือว่าเป็นวัดโบราณที่สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมเป็นวัดราษฎร์ ชาวบ้านเรียกว่า “วัดสมอแครง” เป็นวัดที่ประดิษฐานพระอินทร์ หรือที่รู้จักกันในชื่อขององค์เทวราชเนรมิต เทพทันใจที่มีผู้ศรัทธาเป็นจำนวนมาก หากได้มาขอพรกับองค์เทวราชเนรมิตแล้ว ก็จะได้รับความสมปรารถนาแบบทันใจ พร้อมแล้วไปขอพรได้เลย

ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานของ "พระพุทธเทวราชปฏิมากร" พระประธานเก่าแก่ศิลปะแบบทวารวดีผสมอู่ทอง รอบข้างตกแต่งไปด้วยภาพจิตรกรรมที่สวยงาม

หากใครมีความประสงค์ที่จะขอพรเกี่ยวกับเรื่องงานให้มานั่งกราบไหว้ ขอพร "พระพุทธจักรพรรดิทองคำ" พระพุทธรูปโบราณปางมารวิชัย ยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น เพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเอง

พระพุทธดาวดึงส์เทวราช พระพุทธรูปอุ้มบาตรสีดำ สมัยศิลปะอยุธยาตอนปลาย หากประสงค์ที่จะขอพรเกี่ยวกับเรื่องการเงิน ท่านก็จะพระทานพรให้เราอยู่ดีกินดี 

ส่วนใครที่จะมาขอพรเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ ต้องมากราบไหว้ขอพรที่ พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่ต้องมากราบไหว้เมื่อมาถึงที่นี่

มาถึงจุดไฮไลท์ที่มีคนมาต่อแถวคิวยาวกันตั้งแต่เช้าจนถึงตอนเย็น "เทวราชเนรมิต" ทุกท่านน่าจะเคยได้ยินในชื่อ "เทพทันใจ" โดนเด่นในเรื่องการประทานพรแห่งความสำเร็จ สมปรารถนาดั่งใจที่หวังไว้อย่างรวดเร็ว 

วิธีการไหว้ขอพรองค์เทวราชเนรมิต 

1.เตรียมพวงมาลัย พร้อมธนบัตร 2 ใบ 

2.อ่านบทสวดด้านหน้าองค์เทวราชฯ

3.วางพวงมาลัย ม้วนธนบัตรที่เตรียมมาสอดเข้าที่พระหัตถ์องค์เทวราชฯ

4.เอาหน้าผากจรดที่นิ้วชี้ ขององค์เทวราช เอาสองมือประคองที่พระหัตถ์

5.อธิษฐานขอพรสิ่งที่ปรารถนา (เพียงข้อเดียว) และให้เอามือประคองที่หัตถ์องค์เทวราชไว้ตลอด

6.เมื่ออธิษฐานเสร็จแล้ว ก้มลงลูบที่บริเวณพระบาทแล้วเอา เข้าหาตัว 2 ครั้ง แล้วกราบ 1 ครั้ง

7.หยิบธนบัตรออกมา แบ่งหยอดใส่ตู้ 1 ใบ ส่วนใบที่เหลือให้เอามาประทับยันตร์ 

คาถาบูชาองค์เทวราชเนรมิต

“อะหัง วันทามิ เทวะราชะนิมมิตัง  อิจฉิตัง ปัตถิตัง มัยหัง ขิปปะเมวะ สะมิชฌะตุ ฯ”

ใครที่กำลังมองหาสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ หรือเพิ่มขวัญกำลังใจ และเพิ่มสิริมงคลให้กับตัวเอง ลองแวะมาไหว้พระ ขอพรกันสักครั้งที่ "วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร" แห่งนี้

related Temple & Mutelu

ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหน ไหว้ธูปกี่ดอก? รวมคู่มือบูชาฉบับอัปเดต 2569

13 มี.ค. 2026

ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหน ไหว้ธูปกี่ดอก? รวมคู่มือบูชาฉบับอัปเดต 2569

"ตี่จู้เอี๊ยะ" ตั้งตรงไหน ไหว้ธูปกี่ดอก ให้บ้านร่มเย็น เรียกทรัพย์ตลอดปี สำหรับคนไทยเชื้อสายจีน หรือแม้แต่คนไทยแท้ๆ ที่มีความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ย การซื้อบ้านใหม่หรือการเปิดร้านค้า สิ่งหนึ่งที่มักจะถูกนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ คือการอัญเชิญ "ตี่จู้เอี๊ยะ" มาประดิษฐาน ด้วยความเชื่อที่ว่าท่านคือเทพเจ้าผู้ดูแลผืนดินและปกปักรักษาเคหสถานนั้นๆ อย่างไรก็ตาม หลายคนมักเกิดความสับสนและมีคำถามมากมาย เช่น ศาลตี่จู้เอี๊ยะคืออะไรกันแน่? ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหน ถึงจะถูกหลักฮวงจุ้ยและไม่บังเจ้าของบ้าน? และเวลาบูชาจริงต้อง ตี่จู้เอี๊ยะ ไหว้ธูปกี่ดอก?ศาลตี่จู้เอี๊ยะ คืออะไร? ทำความเข้าใจความสำคัญของเทพเจ้าประจำบ้าน ก่อนจะไปดูวิธีตั้ง เรามาทำความรู้จักกับรากฐานความเชื่อกันก่อน ศาลตี่จู้เอี๊ยะ คือ ศาลเจ้าที่จีนขนาดเล็กที่มักตั้งอยู่ติดกับพื้นดิน ภายในบ้านหรือร้านค้า คำว่า "ตี่" (地) แปลว่า ดิน, "จู้" (主) แปลว่า เจ้า, และ "เอี๊ยะ" (爺) แปลว่า ท่านหรือปู่ รวมกันจึงหมายถึง "เทพเจ้าผู้เป็นใหญ่ในผืนดิน" หรือเจ้านายแห่งที่ดินบริเวณนั้นๆ ในวัฒนธรรมจีน เชื่อว่าทุกตารางนิ้วของพื้นดินมีเทพเจ้าดูแลอยู่ การตั้งตี่จู้เอี๊ยะจึงเปรียบเสมือนการให้ความเคารพแก่เจ้าของที่เดิม และอัญเชิญท่านมาประทับเพื่อปกปักรักษา: คุ้มครองคนในบ้านให้พ้นจากอันตราย สิ่งชั่วร้าย และอุบัติเหตุสร้างความร่มเย็น: ดลบันดาลให้ครอบครัวมีความรักใคร่กลมเกลียว ไม่มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งเรียกโชคลาภ: ส่งเสริมเรื่องการงาน การค้าขาย และดึงดูดเงินทองให้ไหลเข้าบ้านปัดเป่าอุปสรรค: ช่วยให้การดำเนินชีวิตหรือธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น ศาลตี่จู้เอี๊ยะส่วนใหญ่จะมีสีแดงสด แต่งแต้มด้วยสีทอง ซึ่งสีแดงสื่อถึงความเป็นสิริมงคล ความสุข และพลังงานหยาง (Yang Energy) ส่วนสีทองสื่อถึงความมั่งคั่งและรวยทองฮวงจุ้ยการจัดวาง: ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหนให้ถูกหลัก เรียกทรัพย์ ไม่กาลกิณี นี่คือคำถามที่สำคัญที่สุดและคนค้นหามากที่สุด: ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหน? การวางตำแหน่งตี่จู้เอี๊ยะผิดจุดอาจส่งผลเสียต่อฮวงจุ้ยของบ้าน ทำให้อับโชค หรือคนในบ้านเจ็บป่วยได้ ดังนั้น ควรยึดหลักการดังต่อไปนี้ตำแหน่งมงคลที่ "ควร" ตั้งตี่จู้เอี๊ยะตั้งติดพื้นดินเสมอ: ตี่จู้เอี๊ยะคือเทพแห่งผืนดิน ฐานของศาลต้องวางอยู่บนพื้นบ้านโดยตรง ห้ามตั้งบนหิ้งสูง ห้ามแขวน และห้ามมีอะไรมารองฐานให้สูงเกินความจำเป็น (ยกเว้นฐานรองศาลที่ทำมาคู่กันโดยเฉพาะ)หันหน้าออกประตูหน้าบ้าน: ตำแหน่งที่ดีที่สุดคือการวางศาลโดยหันหน้าออกไปทางประตูหลักของบ้าน เพื่อให้ท่านคอยตรวจตราคนเข้าออก ปัดเป่าสิ่งไม่ดี และดักรับพลังงานโชคลาภที่ไหลเข้ามามีผนังทึบด้านหลัง: ด้านหลังของศาลตี่จู้เอี๊ยะควรเป็นผนังทึบที่มั่นคง เปรียบเสมือนมีภูเขาเป็นที่พิงหลัง เสริมความมั่นคงในหน้าที่การงานและการเงิน ห้ามพิงกระจกหรือช่องว่างบริเวณที่โปร่ง โล่ง สว่าง: จุดที่ตั้งควรสะอาด มีแสงสว่างเพียงพอ และไม่อับชื้น เพื่อให้พลังงานชี่ (Qi) ไหลเวียนได้สะดวกตำแหน่งต้องห้าม! "ห้าม" ตั้งตี่จู้เอี๊ยะเด็ดขาด หากคุณไม่อยากให้อับโชค หรือมีเรื่องร้อนใจในบ้าน ควรหลีกเลี่ยงการตั้งศาลตี่จู้เอี๊ยะในจุดเหล่านี้ห้ามตั้งใต้บันได: การวางท่านไว้ใต้บันไดเปรียบเสมือนการให้คนเดินข้ามหัวท่านตลอดเวลา ถือเป็นการลบหลู่และทำให้คนในบ้านไม่เจริญก้าวหน้าห้ามหันหน้าเข้าห้องน้ำ หรือวางติดผนังห้องน้ำ: ห้องน้ำเป็นแหล่งรวมพลังงานลบ (ความสกปรก อับชื้น) การวางศาลใกล้ห้องน้ำจะทำให้โชคลาภหดหาย และส่งผลเสียต่อสุขภาพห้ามวางติดผนังห้องครัว หรือใกล้เตาไฟ: พลังงานไฟที่ร้อนแรงจากห้องครัวจะทำให้องค์เทพอยู่ไม่สุข ส่งผลให้คนในบ้านมีเรื่องร้อนใจ ทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยห้ามวางใต้คานบ้าน: คานเปรียบเสมือนแรงกดทับ จะทำให้การเงินติดขัด การงานอุปสรรคเยอะห้ามวางใกล้ถังขยะหรือที่เก็บรองเท้า: พื้นที่รอบศาลต้องบริสุทธิ์ การวางสิ่งสกปรกไว้ใกล้ๆ จะทำให้ท่านไม่ประทับอยู่และนำความไม่เป็นมงคลมาสู่บ้านพิธีบูชาประจำวันและวันพระจีน: ตี่จู้เอี๊ยะ ไหว้ธูปกี่ดอก และต้องเตรียมอะไรบ้าง? เมื่อตั้งศาลเรียบร้อยแล้ว การบูชาอย่างสม่ำเสมอคือกุญแจสำคัญในการรักษาสิริมงคล หลายคนยังสงสัยว่า ตี่จู้เอี๊ยะ ไหว้ธูปกี่ดอก? จึงจะถูกต้อง คำตอบคือ: ใช้ธูป 5 ดอก เหตุผลที่ใช้ธูป 5 ดอก เพราะเป็นการบูชาธาตุทั้ง 5 (ดิน น้ำ ลม ไฟ ทอง) และทิศทั้ง 5 (เหนือ ใต้ ออก ตก และกลาง) เพื่อให้เทพเจ้าตี่จู้เอี๊ยะดูแลคุ้มครองทั่วทุกทิศทางเช็คลิสต์ของไหว้ตี่จู้เอี๊ยะ (ประจำวัน) สำหรับการไหว้ในทุกๆ เช้า เพื่อเป็นการบอกกล่าวและขอพรให้ราบรื่นตลอดวัน สิ่งที่ต้องเตรียมมีเพียงไม่กี่อย่าง:น้ำชา 5 ถ้วย: (หรือน้ำเปล่าสะอาด) ควรเปลี่ยนใหม่ทุกวันธูป 5 ดอกส้ม 5 ลูก: ส้มสื่อถึงโชคลาภ ความสุข และความสำเร็จเช็คลิสต์ของไหว้ตี่จู้เอี๊ยะ (วันพระจีน - ชิวอิก/จับโหงว) ในวันพระจีน (วันที่ 1 และ 15 ของจันทรคติจีน) ควรไหว้ให้พิเศษขึ้น โดยเพิ่มของไหว้ดังนี้:ผลไม้มงคล 3 หรือ 5 อย่าง: เช่น ส้ม (โชคดี), แอปเปิล (สันติสุข), องุ่น (ความเจริญ), สับปะรด (ความรอบรู้) หลีกเลี่ยงผลไม้ชื่อไม่ดี เช่น ระกำ, ลางสาดขนมมงคล: เช่น ขนมถ้วยฟู (เฟื่องฟู), ขนมจันอับ (ความสุข), ซาลาเปา (เปาไช้ - ห่อโชค)กระดาษเงินกระดาษทอง: (หงิ่งเตี๋ย) เพื่อเผาถวายท่าน(หากขอพรใหญ่) ของคาว: เช่น หมูสามชั้นต้ม, ไก่ต้ม, เป็ดต้ม (ชุดซาแซ หรือ โหงวแซ)ขั้นตอนการไหว้ตี่จู้เอี๊ยะแบบถูกต้อง ให้ได้ผลลัพธ์ทันใจ เพื่อให้การขอพรของคุณส่งถึงเทพเจ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้ทำความสะอาด: เริ่มจากเช็ดทำความสะอาดศาลและบริเวณรอบๆ ให้สะอาด เปลี่ยนน้ำชาเก่าออกแล้วรินน้ำชาใหม่ 5 ถ้วยจัดของไหว้: นำผลไม้ ขนม หรือของคาวที่เตรียมไว้ จัดวางด้านหน้าศาลอย่างเป็นระเบียบจุดธูป: จุดธูป 5 ดอกกล่าวอธิษฐาน: พนมมือถือนามสิงห์ (หรือแผ่นจารึกชื่อเทพ) ยืนหน้าศาล กล่าวชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ และบอกกล่าวท่านว่าวันนี้วันอะไร ขอนำของไหว้มาถวาย พร้อมขอพร (ควรขอพรในสิ่งที่เป็นไปได้ และขออย่างตั้งใจ)ปักธูป: ปักธูป 5 ดอกลงในกระถางธูปอย่างตั้งใจ (ปักให้ตรง ไม่เอียง)เผากระดาษ (ถ้ามี): เมื่อธูปหมดไปประมาณครึ่งดอก ให้นำกระดาษเงินกระดาษทองไปเผาในที่ที่เหมาะสมลาของไหว้: เมื่อธูปหมดดอก ให้นำของไหว้มาแบ่งกันทานในครอบครัวเพื่อความเป็นสิริมงคลการดูแลรักษาศาลตี่จู้เอี๊ยะ: เคล็ดลับให้ท่านอยู่ติดบ้าน เรียกทรัพย์ไม่หยุด ศาลตี่จู้เอี๊ยะที่สะอาด หมั่นดูแล เปรียบเสมือนบ้านที่น่าอยู่ เทพเจ้าก็พร้อมจะประทับอยู่และประทานพร การปล่อยให้ศาลสกปรก อับเฉา จะทำให้โชคลาภติดขัด นี่คือเช็คลิสต์การดูแลเปลี่ยนน้ำทุกวัน: ห้ามปล่อยให้น้ำแห้งหรือสกปรกเด็ดขาดทำความสะอาดฝุ่น: ปัดกวาดฝุ่นรอบศาลและบนตัวศาลเป็นประจำจัดการก้านธูป: หากก้านธูปเต็มกระถาง ให้ถอนออก (เหลือไว้ 5 ก้านเสมอ) เพื่อให้กระถางไม่รกและรับโชคใหม่ๆ ได้เปลี่ยนกิมฮวย (หางนกยูง): ควรเปลี่ยนใหม่ในปีละครั้ง (ช่วงก่อนตรุษจีน) เพื่อความสดใหม่สรุป: บูชาตี่จู้เอี๊ยะอย่างเข้าใจ นำมาซึ่งความสุขและความมั่งคั่ง การจัดตั้งและบูชา "ตี่จู้เอี๊ยะ" ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด หากคุณทำความเข้าใจถึงความหมาย และปฏิบัติตามหลักฮวงจุ้ยอย่างถูกต้อง การเลือกตำแหน่งที่เหมาะสมอย่าง ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหนที่ถูกต้อง การรู้ว่าตี่จู้เอี๊ยะ ไหว้ธูปกี่ดอก และหมั่นดูแลรักษาศาลให้สะอาดอยู่เสมอ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยให้องค์เทพประทับอยู่คู่บ้าน คอยปกปักรักษาครอบครัวของคุณให้ร่มเย็นเป็นสุข และเปิดทางให้โชคลาภ เงินทอง ไหลมาเทมาตลอดปี

อยากมีโชคลาภ เงินทองไม่ขาดมือ ต้องบูชาพระสิวลี! เจาะลึกประวัติ พระสิวลี ช่วยเรื่องอะไร เป็นเลิศด้านใด พร้อมแจกคาถาและวิธีบูชาที่นี่

13 ก.พ. 2026

อยากมีโชคลาภ เงินทองไม่ขาดมือ ต้องบูชาพระสิวลี! เจาะลึกประวัติ พระสิวลี ช่วยเรื่องอะไร เป็นเลิศด้านใด พร้อมแจกคาถาและวิธีบูชาที่นี่

พระสิวลี บูชาอย่างไรให้รวย? เปิดประวัติ วิธีไหว้ และคาถามหาลาภพระสิวลี มหาลาภ บูชาอย่างไรให้รวย? เปิดตำนานพระอรหันต์แห่งโชคลาภที่ครองใจชาวพุทธในโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวนทางการเงิน หลายคนมองหาที่พึ่งทางใจเพื่อเสริมสร้างสิริมงคลและความมั่นใจในการทำมาหากิน หากจะกล่าวถึงพระอรหันต์ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นที่สุดแห่งโชคลาภและความอุดมสมบูรณ์ ชื่อของ “พระสิวลี” มักจะเป็นชื่อแรกที่คนไทยนึกถึงเสมอเรามักจะเห็นรูปเคารพของท่านในลักษณะพระธุดงค์ที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาบารมี แต่ทราบหรือไม่ว่าทำไมท่านถึงได้รับยกย่องเช่นนี้? แล้ว พระสิวลี ช่วยเรื่องอะไร กันแน่? บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกทุกแง่มุม ตั้งแต่ประวัติความเป็นมา ความเชื่อไปจนถึงเคล็ดลับการบูชา พระสิวลี มหาลาภ ให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดพระสิวลี คือใคร? ย้อนรอยประวัติเอตทัคคะผู้เลิศด้วยลาภสักการะตามพุทธประวัติ พระสิวลีเถระ คือพระโอรสของพระนางสุปปวาสา ราชธิดาแห่งโกลิยวงศ์ ความอัศจรรย์ของท่านเริ่มต้นตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา โดยท่านอาศัยอยู่ในครรภ์นานถึง 7 ปี 7 เดือน 7 วัน ซึ่งเป็นผลมาจากวิบากกรรมในอดีตชาติ แต่ทว่าในความยากลำบากนั้น กลับมีความเป็นมงคลซ่อนอยู่ เพราะนับตั้งแต่ท่านมาปฏิสนธิ พระมารดาก็กลายเป็นผู้ที่มีลาภสักการะไหลมาเทมาอย่างไม่ขาดสายเมื่อท่านประสูติออกมาและได้อุปสมบทเป็นสาวกในพุทธศาสนา ท่านได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์อย่างรวดเร็ว และได้รับยกย่องจากพระพุทธเจ้าให้เป็น “เอตทัคคะในทางผู้มีลาภมาก” ซึ่งถือเป็นตำแหน่งสูงสุดที่พระภิกษุรูปหนึ่งจะพึงได้รับในด้านของโชคลาภพระสิวลี เป็นเลิศด้านใด?หากถามว่า พระสิวลี เป็นเลิศด้านใด คำตอบที่ชัดเจนที่สุดคือ "การได้รับลาภสักการะโดยไม่มีที่สิ้นสุด" ในสมัยพุทธกาล มีเรื่องเล่าว่าครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าทรงพาสาวก 500 รูป เดินทางผ่านป่าทึบและทุรกันดารที่ไม่มีบ้านเรือนคนอาศัยอยู่เลย พระอานนท์ทรงวิตกว่าพระสงฆ์จะขาดแคลนภัตตาหาร แต่พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า "ไม่ต้องกังวล เพราะมีสิวลีร่วมเดินทางไปด้วย" และก็เป็นจริงตามนั้น เพราะเทวดาทั้งหลายต่างพากันเนรมิตที่พักและอาหารมาถวายพระสิวลีและคณะสงฆ์ตลอดเส้นทาง นี่คือเครื่องยืนยันถึงบุญบารมีอันยิ่งใหญ่ของท่านพระสิวลี ช่วยเรื่องอะไร? ทำไมคนทำธุรกิจต้องบูชาสำหรับคนทำงาน พ่อค้าแม่ค้า หรือนักธุรกิจ การบูชาพระสิวลีไม่ได้เป็นเพียงความเชื่อเรื่องงมงาย แต่เป็นการน้อมนำเอาสิริมงคลมาสู่ชีวิต โดยอานิสงส์หลัก ๆ ที่ผู้บูชาจะได้รับมีดังนี้เสริมดวงด้านการเงิน : ช่วยให้เงินทองไหลมาเทมา มีใช้ไม่ขาดมือ ไม่ติดขัดเมตตามหานิยม : ไปที่ไหนก็มีแต่คนรักใคร่ อยากช่วยเหลือสนับสนุน เป็นที่เอ็นดูของผู้ใหญ่การค้าขายรุ่งเรือง : ช่วยดึงดูดลูกค้า ทำให้การเจรจาธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น ปิดการขายได้ง่ายขึ้นความแคล้วคลาดปลอดภัย : ในฐานะพระธุดงค์ ท่านยังช่วยคุ้มครองผู้ที่เดินทางบ่อยให้ปลอดภัยจากอันตรายความอุดมสมบูรณ์ : เชื่อกันว่าผู้ที่บูชาพระสิวลีอย่างถูกวิธี จะ "ไม่มีคำว่าอด" ชีวิตจะพรั่งพร้อมไปด้วยปัจจัยสี่เจาะลึกปางต่างๆ ของพระสิวลี มหาลาภพระสิวลีที่นิยมบูชากันในปัจจุบันมีหลายลักษณะ ซึ่งแต่ละปางแฝงไปด้วยความหมายที่แตกต่างกันดังนี้1. พระสิวลีปางธุดงค์ (ปางยืน)เป็นรูปลักษณ์ที่เราเห็นบ่อยที่สุด ท่านจะอยู่ในท่าเดิน ถือไม้เท้า แบกกลด และสะพายบาตรความหมาย: สื่อถึงความคล่องตัว การไม่อยู่กับที่ และการเดินทางไปที่ใดก็มีแต่คนต้อนรับเหมาะสำหรับ: เซลส์ขายของ นักเดินทาง หรือคนที่ต้องออกไปพบปะลูกค้าเป็นประจำ2. พระสิวลีปางสมาธิหรือนั่งรับทรัพย์เป็นปางที่ท่านนั่งสงบนิ่ง มือวางซ้อนกันความหมาย: สื่อถึงลาภผลที่มาอย่างสงบ มั่นคง และยาวนานเหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการความมั่นคงในหน้าที่การงานและการเงินในระยะยาว3. พระสิวลีปางจกบาตร (ปางนั่งฉันอาหาร)ท่านจะอยู่ในท่าประทับนั่ง มือข้างหนึ่งจกไปในบาตร และมีหน้าตาที่อิ่มเอิบความหมาย: สื่อถึงความกินดีอยู่ดี มีกินมีใช้ตลอดเวลา ลาภผลเข้าหาตัวโดยไม่ต้องออกไปไขว่คว้าให้เหนื่อยแรงเหมาะสำหรับ: ตั้งไว้ที่ร้านค้า เคาน์เตอร์เก็บเงิน หรือที่บ้านเพื่อความอุดมสมบูรณ์วิธีบูชาพระสิวลีให้เห็นผลทันตาการบูชาให้ได้ผล ไม่ใช่แค่มีองค์ท่านตั้งไว้ แต่ต้องทำด้วยจิตที่เลื่อมใสและถูกวิธีนี่คือขั้นตอนการบูชาที่เหล่าศิษย์สายตรงแนะนำการจัดตั้งหิ้งบูชาตำแหน่ง: ควรตั้งพระสิวลีไว้ในที่สะอาด หากเป็นบ้านควรให้ท่านหันหน้าออกไปทางประตูทางเข้าหลักความสูง: ควรวางไว้ต่ำกว่าพระพุทธรูปเสมอ แต่สูงกว่าระดับเอวขึ้นไปทิศทาง: ทิศตะวันออกหรือทิศเหนือถือเป็นทิศที่เป็นมงคลที่สุดของที่ใช้ในการถวาย (เครื่องสักการะ)การบูชาท่านไม่ได้ต้องการความหรูหรา แต่เน้นที่ความสม่ำเสมอน้ำสะอาด 1 แก้ว: ต้องเปลี่ยนทุกวันอย่าให้ขาดดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม: เช่น ดอกมะลิ หรือดอกบัว 3-5 ดอกธูป 3 ดอก และเทียน 1 คู่: สำหรับการจุดเพื่อทำสมาธิสวดมนต์น้ำผึ้ง: ถือเป็นของโปรดของพระสิวลี (ถวายวันพฤหัสบดีจะดีมาก)วันและเวลาที่เหมาะสมนิยมเริ่มบูชาครั้งแรกใน วันพฤหัสบดี (วันครู) หรือ วันอาทิตย์ (วันแห่งโชคลาภ) เวลาเช้าเป็นเวลาที่ดีที่สุดเพื่อให้จิตใจผ่องใสพร้อมรับทรัพย์คาถาบูชาพระสิวลี มหาลาภก่อนสวดคาถาใด ๆ ให้ตั้ง "นะโม 3 จบ" เพื่อเป็นการนอบน้อมต่อพระพุทธเจ้าก่อนเสมอ จากนั้นจึงสวดคาถาหลักดังนี้พระคาถาบูชาพระสิวลี” สีวะลี มะหาเถโร เทวะตานะระปูชิโต โสระโห ปัจจะยาทิมหิ อะหัง วันทามิ สัพพะทาฯสิวสีจะ มะหาเถโร ยักขาเทวาภิปูชิโต โสระโห ปัจจะยาทิมหิ อะหัง วันทามิ สัพพะทาฯสิวะลีเถระคุณังเอตัง โสตถุลาภัง ภะวันตุฯ “เคล็ดลับพิเศษ: ทำไมบางคนบูชาแล้วได้ผลเร็ว บางคนได้ผลช้า?นี่คือ Checklist สำคัญที่คุณต้องสำรวจเพื่อให้พลังแห่ง พระสิวลี มหาลาภ ส่งผลต่อคุณได้เต็มที่การรักษาศีล 5: โดยเฉพาะข้อ "อทินนาทานา" (ไม่ลักทรัพย์) พระสิวลีท่านเป็นผู้มีลาภบริสุทธิ์ หากเรายังโกงคนอื่นหรือประกอบมิจฉาชีพ ลาภจากท่านจะเข้าหาเราได้ยากการเป็นผู้ให้: เคล็ดลับของการมีลาภมากคือ "การให้ทาน" ท่านควรทำบุญใส่บาตร หรือบริจาคทานตามกำลังศรัทธาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการ "เปิดทาง" ให้ลาภใหม่ไหลเข้ามาน้ำผึ้งอย่าให้ขาด: มีความเชื่อว่าการถวายน้ำผึ้งแท้ในวันพฤหัสบดี จะช่วยให้ชีวิตมีความหวานชื่นและโชคลาภเข้ามาง่ายขึ้นเป็นพิเศษทำงานด้วยความขยัน: พระสิวลีช่วยเปิดโอกาสและดวงชะตา แต่คุณต้องเป็นคนลงมือทำ "โชค" มักจะมาหาคนที่ "พร้อม" เสมอการบูชา พระสิวลี ไม่ใช่เรื่องของการรอคอยปาฏิหาริย์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการน้อมนำเอาแบบอย่างของพระอรหันต์ผู้มีบุญบารมีสูงส่งมาเป็นแรงบันดาลใจในการทำความดี เมื่อคุณมีความศรัทธาที่ถูกต้อง (สัมมาทิฐิ) ประกอบกับการปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ และขยันหมั่นเพียร อานุภาพแห่ง พระสิวลี มหาลาภ จะช่วยเกื้อหนุนให้ชีวิตของคุณพบกับความรุ่งเรืองและไม่ขัดสนอีกต่อไป

บทสวด คาถามหาลาภ และคาถาขอเงินพระจันทร์

27 ก.ค. 2022

บทสวด คาถามหาลาภ และคาถาขอเงินพระจันทร์

ท่องบทสวด "คาถามหาลาภ" และ "คาถาขอเงินพระจันทร์" เตรียมกระเป๋า เตรียมเงินจะ ขอพร ขอเงิน ของาน ขอสิ่งดี ๆ ให้กับตัวเองคาถามหาลาภนะมามีมา มะทาลาภา อิติพุทธัสสะสุวัณณังวา ระชะตังวา มะณีวาธะนังวา พิชังวา อัตถังวา ปัตถังวาเอหิ เอหิ อาคัจเฉยยะ อิติมีมา นะมามิหังคาถาขอเงินพระจันทร์โอมจันทรา ศศิประภา นะมาฮา ขอบารมีเทพจันทรา ผู้ให้แสงสว่างยามราตรี ได้โปรดประทานความมั่งคั่ง อุดมสมบูรณ์ ความสุขสงบ ร่มเย็น ให้ข้าพเจ้าตลอด 30 วัน จวบจนวันพระจันทร์ใหม่ด้วยเทอญพิเศษสุด! สำหรับคุณ เพียงใส่โค้ด "ATIME168" รับส่วนลดทันที- 10% สำหรับ Wallpaper- 50% สำหรับ package ดูดวง 3 เดือนราคาเริ่มต้น 199 บาทเท่านั้นสนใจสั่งจอง คลิกhttps://bit.ly/39Pe6Clหรือแอดไลน์ @ganesha168

ไหว้พระนอน ชมเจดีย์ 4 รัชกาล สัมผัสเสน่ห์วัดเก่าแก่อันดับ 1 ของไทย

23 ธ.ค. 2025

ไหว้พระนอน ชมเจดีย์ 4 รัชกาล สัมผัสเสน่ห์วัดเก่าแก่อันดับ 1 ของไทย

หากพูดถึงแลนด์มาร์คสำคัญในกรุงเทพฯ ที่ทั้งชาวไทยและต่างชาติต้องมาเยือนสักครั้ง "วัดโพธิ์" หรือ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร คือจุดหมายปลายทางที่ไม่เคยตกยุค ไม่เพียงแต่ความงดงามทางสถาปัตยกรรม แต่ที่นี่ยังเปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์และศาสตร์ความรู้จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกจาก UNESCOวันนี้ Chillon จะพาทุกคนไปอัปเดตการเที่ยววัดโพธิ์ฉบับสมบูรณ์ พร้อมเทคนิคการเดินชมให้ครบจุดไฮไลท์นมัสการ "พระพุทธไสยาสน์" (พระนอน) ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯไฮไลท์อันดับหนึ่งที่พลาดไม่ได้คือการเข้าชม พระพุทธไสยาสน์ พระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่มีความยาวถึง 46 เมตร องค์พระปิดทองเหลืองอร่ามทั้งองค์ จุดเด่นที่สำคัญคือ พระบาท (เท้า) ของพระพุทธรูปที่มีการประดับมุกเป็นลวดลายมงคล 108 ประการ ตามคติความเชื่อแบบชมพูทวีปบริเวณด้านหลังพระนอนจะมีบาตรพระวางเรียงราย แนะนำให้แลกเหรียญสตางค์เพื่อหยอดบาตรอธิษฐานจิตเพื่อความเป็นสิริมงคลตระการตา "มหาเจดีย์สี่รัชกาล"เดินถัดมาจะพบกับกลุ่มพระมหาเจดีย์ขนาดใหญ่ 4 องค์ ที่ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีสันสดใส ตัดกับท้องฟ้าอย่างสวยงาม ซึ่งแต่ละองค์สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงรัชกาลที่ 1 ถึง รัชกาลที่ 4 แห่งราชวงศ์จักรี เป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตที่สะท้อนถึงความประณีตของศิลปะไทยประยุกต์จีนยักษ์วัดโพธิ์ และตุ๊กตาศิลาจีนหลายคนอาจเคยได้ยินตำนาน "ท่าเตียน" เรื่องการต่อสู้ของยักษ์วัดแจ้งกับยักษ์วัดโพธิ์ อย่าลืมแวะไปดู ยักษ์วัดโพธิ์ ตัวจริงที่เฝ้าซุ้มประตู และสังเกต ตุ๊กตาศิลาจีน (ลั่นถัน) ที่ตั้งอยู่ทั่วบริเวณวัด ซึ่งเป็นของนำเข้าจากจีนในสมัยรัชกาลที่ 3ต้นตำรับ "นวดแผนไทย" และฤๅษีดัดตนวัดโพธิ์ได้ชื่อว่าเป็น "มหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย" เพราะเป็นแหล่งรวมสรรพวิชา โดยเฉพาะวิชาการแพทย์แผนไทย อย่าพลาดชม รูปปั้นฤๅษีดัดตน ในท่าทางต่างๆ และถ้าใครเดินจนเมื่อย ที่นี่มีบริการนวดแผนไทยแบบต้นตำรับที่โด่งดังไปทั่วโลกไว้คอยบริการด้วยสรุปทำไมต้องมาวัดโพธิ์?วัดโพธิ์ไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยวเชิงศาสนา แต่เป็น "พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง" ที่รวบรวมงานศิลปะและภูมิปัญญาไทยไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าคุณจะเป็นสายบุญ สายถ่ายรูป หรือสายประวัติศาสตร์ ที่นี่มีคำตอบให้ทุกคนแน่นอนเวลาเปิด-ปิด08.00 - 18.30 น. (เปิดทุกวัน)ค่าเข้าชมคนไทย: ฟรี / ชาวต่างชาติ: 300 บาทการแต่งกายชุดสุภาพ คลุมเข่า มิดชิด (มีผ้าคลุมให้ยืมหน้าวิหาร)การเดินทางรถไฟฟ้า MRT สถานีสนามไชย (ทางออก 1) เดินต่อประมาณ 5 นาที