เช็คลัคนาราศีเกิดด้วยตัวเอง เข้าใจราศีและลัคนาอย่างถูกต้อง

Temple & Mutelu

เช็คลัคนาราศีเกิดด้วยตัวเอง เข้าใจราศีและลัคนาอย่างถูกต้อง

25 ก.ย. 2025

เช็คลัคนาราศีเกิดง่ายๆ ด้วยตัวเอง เรียนรู้วิธีดูราศีที่ถูกต้อง พร้อมเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างลัคนาราศีตะวันตกกับแบบไทยเพื่อให้คุณดูดวงได้แม่นยำยิ่งขึ้น


หลายคนคงเคยสงสัยว่า ราศี กับ ลัคนา ต่างกันยังไง? แล้วที่เคย เช็คลัคนาราศีเกิด กันมาตลอดนี่มันคือแบบไหนกันแน่? ความสับสนเรื่องราศีดูยังไงนี้มักเกิดขึ้นเพราะมีหลายตำรา หลายศาสตร์ และหลายวิธี ดูราศี หรือ ดูดวง มากมายจนบางครั้งก็ทำให้งงไปหมด ในบทความนี้เราจะมาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับวิธีดูราศีทั้งหมด เพื่อให้คุณเข้าใจหลักการที่ถูกต้องและสามารถ ดูราศี หรือ เช็คลัคนา ได้อย่างแม่นยำ


 ราศีคืออะไร แล้วราศีดูยังไง มาไขข้อข้องใจกันก่อน

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกับคำว่า "ราศี" กันก่อน ราศี คือกลุ่มดาวบนท้องฟ้าที่อยู่ตามแนวเส้นสุริยวิถี หรือเส้นที่ดวงอาทิตย์โคจรผ่าน กลุ่มดาวเหล่านี้แบ่งออกเป็น 12 กลุ่มใหญ่ ๆ และแต่ละกลุ่มก็ใช้ชื่อสัตว์หรือสิ่งของต่าง ๆ เป็นสัญลักษณ์ ได้แก่ ราศีเมษ, ราศีพฤษภ, ราศีเมถุน, ราศีกรกฎ, ราศีสิงห์, ราศีกันย์, ราศีตุลย์, ราศีพิจิก, ราศีธนู, ราศีมังกร, ราศีกุมภ์ และราศีมีน

วิธีดูราศี โดยทั่วไปจะอ้างอิงจากวันที่เราเกิด โดยวันที่ที่ระบุว่าเราเกิดในราศีอะไรนั้น เป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์โคจรอยู่ในกลุ่มดาวราศีนั้น ๆ ตัวอย่างเช่น หากคุณเกิดในช่วงวันที่ 15 เมษายน - 14 พฤษภาคม ดวงอาทิตย์จะโคจรอยู่ในกลุ่มดาวราศีเมษพอดี ดังนั้นคุณจึงเป็นคนราศีเมษ ตามวิธีดูราศีแบบไทย อย่างไรก็ตาม หากเป็นการเช็คลัคนาราศีเกิดแบบตะวันตก ช่วงวันเกิดจะแตกต่างกันออกไปเล็กน้อย


ลัคนาราศีตะวันตก ต่างจากแบบปกติอย่างไร

เมื่อพูดถึง ลัคนาราศีตะวันตก หลายคนมักจะสับสนกับ วิธีดูราศี แบบไทยที่คุ้นเคยกันดี ความแตกต่างที่สำคัญอยู่ที่การนับช่วงเวลาของราศีและวิธีการคำนวณ


ราศีแบบไทย (โหราศาสตร์ไทย)

จะใช้ระบบการคำนวณที่อิงจากตำแหน่งดาวในแต่ละช่วงเวลาที่แน่นอน ซึ่งบางครั้งอาจมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยเพื่อให้สอดคล้องกับตำแหน่งดาวจริง ๆ ทำให้ช่วงวันเกิดในแต่ละราศีอาจเลื่อนไปจากที่เคยท่องจำกัน

ราศีแบบตะวันตก (โหราศาสตร์สากล)

จะใช้ระบบการแบ่งช่วงเวลาที่ตายตัว โดยแต่ละราศีจะมีช่วงวันเกิดที่แน่นอนและไม่เปลี่ยนแปลง เช่น ชาวราศีเมษแบบตะวันตกจะเกิดในช่วงวันที่ 21 มีนาคม - 19 เมษายน ซึ่งหากลองเปรียบเทียบกับ วิธีดูราศี แบบไทยจะเห็นได้ว่าวันเกิดของคนราศีเมษจะอยู่ในช่วงที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง นี่จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมบางคน เช็คลัคนาราศีเกิด แล้วถึงได้ราศีที่ไม่ตรงกับที่ตัวเองเคยรู้มา


ลัคนา ต่างกับราศีหรือไม่?

คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ "ลัคนา" กับ "ราศี" เหมือนหรือต่างกันอย่างไร? คำตอบคือ ลัคนา และ ราศี นั้น แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ราศี คือ

กลุ่มดาวที่เราเป็นเจ้าของตามวันเกิดของเรา ซึ่งเป็นตำแหน่งของดวงอาทิตย์ในวันที่เราเกิด

ลัคนา คือ

ตำแหน่งของกลุ่มดาวที่อยู่ตรงขอบฟ้าทิศตะวันออกใน เวลาที่เราเกิด หรือเรียกว่า "ลัคนาสถิตราศี" นั่นเอง การเช็คลัคนา จึงต้องใช้ข้อมูลที่แม่นยำกว่าการ ดูราศี เพียงแค่วันเกิด เพราะต้องรู้ทั้งวันเกิด, เดือนเกิด, ปีเกิด, และที่สำคัญที่สุดคือ เวลาเกิด และ สถานที่เกิด

การดูดวงที่แม่นยำส่วนใหญ่จะเน้นที่การดูดวงจากลัคนาเป็นหลัก เนื่องจากลัคนาคือตัวตนที่แท้จริงของเรา เป็นเหมือนบ้านที่เราเกิดและเป็นพลังงานพื้นฐานที่ขับเคลื่อนชีวิตของเรา ส่วนราศีคือพลังงานของดวงอาทิตย์ที่ให้แสงสว่างแก่ชีวิต ซึ่งในทางโหราศาสตร์ถือว่ามีอิทธิพลน้อยกว่าลัคนา


ช็คลัคนาราศีเกิดทั้ง 12 ง่ายๆ ด้วยตนเอง

เช็กลัคนาราศีเกิดด้วยตัวเองได้อย่างง่ายๆ ตามหลักโหราศาสตร์ไทยแบบเบื้องต้น จากตารางด้านล่างได้เลย

ช่องที่ตัดกันระหว่างวันเกิดและเวลาเกิดคือ ลัคนา ของคุณ

วิธีใช้งาน: 

  1. มองหาช่วง วันเดือนเกิด ที่ช่องซ้ายสุด (แถว)
  2. เลื่อนไปทางขวาเพื่อหาช่วง เวลาเกิด ที่ช่องด้านบน (คอลัมน์)

 วิธีการดูดวงให้ปลอดภัย

การดูดวงถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคลที่อยู่คู่กับสังคมมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม การดูดวงควรเป็นไปเพื่อความบันเทิง หรือเป็นเพียงแนวทางในการใช้ชีวิต ไม่ควรนำมาเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทั้งหมด เพราะชีวิตของเรายังคงขึ้นอยู่กับการกระทำและการตัดสินใจของเราเองเป็นหลัก

สำหรับผู้ที่สนใจอยากเช็คลัคนาราศีเกิดหรือดูดวงให้ถูกต้องตามหลักโหราศาสตร์ ควรหาข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลให้ดีก่อนเสมอ นอกจากนี้การดูดวงที่ดีควรมาพร้อมกับการเตือนสติ ไม่ใช่การชี้นำให้หลงทาง

อ่านดวงรายเดือนได้ที่ Chill On

หากคุณกำลังมองหาคอนเทนต์ดูดวงที่น่าสนใจและแม่นยำ คุณสามารถติดตามดวงรายเดือน ได้ที่ Chill on กินเที่ยว เรามีคอนเทนต์เกี่ยวกับ ดวง และ โหราศาสตร์ ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเช็คลัคนาราศีเกิด การทำนาย ดวงรายวัน หรือการวิเคราะห์ดวงแบบเจาะลึก พร้อมกับคำแนะนำดี ๆ ที่จะช่วยให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างมีสติและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

หากสนใจ ดูดวง ในรูปแบบอื่น ๆ เช่น ดวงไพ่ยิปซี หรือ ดวงจีน เราก็มีคอนเทนต์ที่น่าสนใจให้คุณได้ติดตามอีกมากมาย เพื่อให้คุณได้ค้นหาแนวทางชีวิตที่ใช่และสร้างความสุขให้กับตัวเองได้อย่างแท้จริง
 

related Temple & Mutelu

มูเตลูคืออะไร ข้อควรระวังของการมูที่เหล่าสายมูต้องรู้ไว้

27 มี.ค. 2025

มูเตลูคืออะไร ข้อควรระวังของการมูที่เหล่าสายมูต้องรู้ไว้

มูเตลูคือะไร มีที่มาจากไหนในยุคสมัยที่การเสริมดวงและการเชื่อมต่อกับพลังงานทางบวกเริ่มได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง คำว่า "มูเตลู" กลายเป็นคำที่คุ้นหูและเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการเสริมดวงในปัจจุบัน สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักหรือไม่เข้าใจว่ามูเตลูคืออะไรในบทความนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับมัน รวมถึงข้อควรระวังที่ทุกคนควรรู้ในการมูเพื่อให้การมูนั้นมีประสิทธิภาพและไม่ทำให้เกิดผลเสียคำว่า มูเตลู มาจากคำในภาษาไทยว่า “มู” ซึ่งมีความหมายว่า การทำพิธีเสริมดวงหรือการขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นการเสริมดวงด้านการงาน ความรัก หรือการเงิน โดยมักจะเกี่ยวข้องกับการขอให้มีโชคลาภหรือความสำเร็จต่าง ๆ คำว่า “เตลู” ที่ถูกเติมเข้ามาเป็นคำศัพท์ใหม่ในเชิงขยายความ หมายถึงการทำอย่างจริงจังหรือการทุ่มเททุกสิ่งเพื่อผลลัพธ์ที่ต้องการ โดยมักจะมีการร่วมพิธีกรรมต่าง ๆ หรือใช้ของมงคล เช่น การดูดวงออนไลน์ เครื่องรางของขลัง น้ำมันพราย หรือการทำพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อในศาสนาต่าง ๆ ในปัจจุบันการมูเตลูไม่ได้จำกัดเฉพาะการทำพิธีกรรมหรือการขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แต่ยังมีการใช้ผลิตภัณฑ์หรือเครื่องรางมงคลที่ออกมาในเชิงการตลาดเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค เช่น การขายเครื่องรางของขลัง น้ำมันเสริมดวง และการเปิดร้านที่มุ่งเน้นการให้คำปรึกษาด้านดวงชะตาMu-Keting การตลาดแบบใหม่Mu-Keting หรือ "การตลาดสายมู" คือการใช้ความเชื่อทางจิตวิญญาณและพิธีกรรมเสริมดวงในการโปรโมตสินค้าและบริการ เป็นแนวทางการตลาดใหม่ที่หลายธุรกิจหันมาสนใจ เพราะสามารถดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเชื่อและสนใจในเรื่องของการเสริมดวงให้โชคดี โดยในปัจจุบันนี้หลายแบรนด์เริ่มนำแนวคิดนี้มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าตัวอย่างของการทำ Mu-Keting ที่เห็นได้ชัดคือการทำโปรโมชั่นขายสินค้าเสริมดวง หรือการนำเสนอบริการที่เกี่ยวข้องกับการเสริมดวง เช่น การขายน้ำมันเสริมดวง ความเชื่อเรื่องเครื่องรางของขลัง หรือแม้กระทั่งการเปิดร้านขายสินค้าเสริมโชคที่ใช้สัญลักษณ์ของความโชคดีมาใช้ในการตลาด นอกจากนี้การจัดกิจกรรมเพื่อเสริมดวงหรือมอบสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ เช่น การจัดพิธีบูชาเพื่อขอโชคลาภในช่วงเทศกาลสำคัญ ก็เป็นกลยุทธ์การตลาดที่เข้ากับแนวทาง Mu-Keting ได้ดีตัวอย่างสินค้าสายมู ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทยประเทศไทยมีการใช้สินค้าที่เกี่ยวข้องกับเหล่าสายมูกันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องรางของขลัง น้ำมันเสริมดวง หรือบริการเสริมโชคต่าง ๆ ที่หลายคนให้ความสนใจและต้องการนำไปใช้เพื่อเพิ่มความโชคดีในชีวิต ซึ่งสินค้าหรือบริการเหล่านี้มักได้รับความนิยมอย่างมากจากกลุ่มสายมู ที่เชื่อในความสามารถของของมงคลในการเสริมดวงให้ชีวิตดีขึ้นน้ำมันเสริมดวงน้ำมันเสริมดวงเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ที่เชื่อในเรื่องของการเสริมโชคและความสำเร็จ โดยมีหลากหลายประเภทให้เลือกใช้งาน เช่น น้ำมันเสริมโชคด้านการเงิน น้ำมันเสริมความรัก น้ำมันเสริมดวงด้านการงานบริการดูดวงและการเปิดไพ่การใช้บริการดูดวงออนไลน์และการเปิดไพ่ก็เป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมในหมู่สายมู ซึ่งสามารถพบได้ทั้งในร้านค้าออนไลน์และในร้านที่เปิดบริการดูดวงตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อเสริมความมั่นใจและเตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในชีวิตเครื่องรางของขลังเครื่องรางของขลังถือเป็นหนึ่งในสิ่งที่คนไทยนิยมใช้เสริมดวงอย่างมาก เช่น พระเครื่อง กำไลข้อมือที่มีพลังงานเสริมดวง หรือแม้กระทั่งเครื่องรางจากสัตว์ที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของโชคลาภและความสำเร็จ เช่น ปี่เซี่ย ซึ่งมักจะได้รับความนิยมในการใช้เพื่อเสริมโชคในด้านต่าง ๆ เช่น การค้าขาย การงาน หรือความรักพวงกุญแจมงคลและสร้อยข้อมือเสริมดวงพวงกุญแจมงคลและสร้อยข้อมือเสริมดวงมักจะมีสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับโชคลาภ เช่น สัญลักษณ์พระเครื่อง สัญลักษณ์ของสัตว์มงคล หรือแม้กระทั่งรูปเทพเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ที่เชื่อกันว่าจะช่วยดึงดูดโชคดีในด้านต่าง ๆ พวงกุญแจมงคลหรือสร้อยข้อมือเสริมดวงยังเป็นที่นิยมในหมู่สายมู ที่ต้องการให้สิ่งมงคลนั้นติดตัวไปในทุกที่ เพื่อเสริมพลังบวกและโชคดีให้เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันธูปมงคลและเทียนเสริมดวงธูปมงคลและเทียนเสริมดวงเป็นอีกหนึ่งสินค้าสำหรับเหล่าสายมูที่ได้รับความนิยมในการเสริมโชค โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลหรือช่วงเวลาที่ต้องการขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การจุดธูปหรือจุดเทียนเพื่อเสริมดวงนั้นมักจะทำร่วมกับการตั้งจิตอธิษฐานหรือขอพรให้สิ่งที่ต้องการเกิดขึ้นในชีวิต ธูปมงคลมักมีส่วนผสมจากสมุนไพรที่เชื่อว่าจะช่วยขับไล่สิ่งไม่ดีและนำโชคดีมาให้ ส่วนเทียนเสริมดวงก็สามารถใช้ในการขอพรให้การงาน ความรัก หรือโชคลาภในด้านต่างๆ ดำเนินไปในทิศทางที่ดีขึ้นเหรียญมงคลและเครื่องรางเงินเหรียญมงคลและเครื่องรางเงินเป็นได้รับความนิยมในการเสริมโชคและความมั่งคั่ง โดยเชื่อกันว่าเหรียญหรือเครื่องรางที่มีรูปสัญลักษณ์ของความโชคดี เช่น เหรียญจีนที่มีสัญลักษณ์ของโชคลาภ จะช่วยเสริมโชคลาภในด้านการเงินและการงาน เครื่องรางเงินยังสามารถช่วยปกป้องจากภัยอันตรายและช่วยให้การเงินมั่นคงขึ้นได้แผ่นทองมงคลและแผ่นทองคำเสริมโชคแผ่นทองมงคลหรือแผ่นทองคำเสริมโชคเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมในวงการสายมู เนื่องจากมีความเชื่อว่าทองคำเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งและโชคลาภ แผ่นทองมักจะถูกพิมพ์เป็นรูปภาพหรือสัญลักษณ์ที่มีความหมายมงคล เช่น รูปเทพเจ้า หรือสัญลักษณ์ที่ช่วยเสริมโชคและบารมี การใช้แผ่นทองมงคลถือเป็นการเสริมพลังโชคในด้านการเงินและธุรกิจพลังงานบวกจากหินมงคลและคริสตัลหินมงคลและคริสตัลมีความเชื่อว่าเป็นแหล่งพลังงานบวกที่ช่วยในการเสริมดวงและเพิ่มพลังงานบวกให้กับชีวิต หินมงคลบางชนิด เช่น หินอาเกต หินควอตซ์ หรือหินมุก ยังเชื่อกันว่าสามารถช่วยเสริมดวงในด้านการเงิน ความรัก หรือแม้กระทั่งการรักษาอารมณ์ให้สงบและมั่นคง หินมงคลเหล่านี้มักจะถูกนำมาใช้ในรูปแบบของเครื่องประดับ เช่น สร้อยข้อมือ หรือสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่มีรูปแบบสวยงามและสามารถพกพาได้ง่ายข้อควรระวังและสิ่งที่ต้องตระหนักในการมูเตลู 1. อย่าหลงเชื่อเกินไปบางครั้งการตลาดสายมูอาจถูกนำมาใช้เพื่อล่อลวงผู้บริโภค บางคนอาจจะหลงเชื่อหรือหมดเงินไปกับการซื้อสินค้าเสริมดวงหรือบริการดูดวงที่ไม่ได้ผลจริง การเลือกใช้บริการหรือสินค้าควรตรวจสอบให้ดีและเลือกใช้สิ่งที่มีความน่าเชื่อถือและมีความชัดเจน 2. อย่าพึ่งพาการมูเตลูเป็นหลักในการตัดสินใจชีวิตการมูเตลูสามารถเป็นเครื่องมือในการเสริมกำลังใจ แต่ไม่ควรพึ่งพามากเกินไป การตัดสินใจในชีวิตควรจะมาจากความรู้และความพยายามของตัวเอง ไม่ใช่เพียงแค่การเชื่อในคำทำนายหรือเครื่องรางของขลังเพียงอย่างเดียว 3. ระวังการทำพิธีกรรมที่ไม่ปลอดภัยการทำพิธีกรรมหรือการขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์บางครั้งอาจจะเป็นการกระทำที่ผิดศีลหรือผิดกฎหมาย หากพิธีกรรมใดไม่ถูกต้องหรือมีการกระทำที่เสี่ยงอันตราย อาจทำให้เกิดผลเสียหรือทำให้เกิดความเสียหายทั้งในแง่ของจิตใจและกายภาพสรุปการมูเตลูคือ การเสริมดวงและเพิ่มโชคลาภด้วยการใช้เครื่องรางของขลังหรือการขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเงิน การงาน หรือความรัก กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันที่หลายคนให้ความสำคัญ แม้ว่าจะได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ก็มีข้อควรระวังที่เหล่าสายมูทุกคนควรตระหนักถึง เช่น การเลือกสินค้าหรือบริการที่มีความน่าเชื่อถือ การไม่พึ่งพาสิ่งเหล่านี้เป็นหลักในการตัดสินใจชีวิต และการระวังพิธีกรรมที่อาจเสี่ยงอันตราย หากต้องการการเสริมดวงหรือดูดวง ควรทำอย่างมีสติและระมัดระวัง เพื่อให้การมูเตลูนั้นเป็นประโยชน์และไม่ส่งผลเสียต่อชีวิตของเราในอนาคต

เสริมดวงให้ปัง ต้อนรับตรุษจีน! รวมวัดจีน 4 ภาค ทั่วไทย ไหว้เทพเจ้าให้โชคดีทั้งปี

24 ม.ค. 2025

เสริมดวงให้ปัง ต้อนรับตรุษจีน! รวมวัดจีน 4 ภาค ทั่วไทย ไหว้เทพเจ้าให้โชคดีทั้งปี

ตรุษจีนกำลังจะมาถึงอีกครั้ง เทศกาลที่เต็มไปด้วยสีสันของโคมแดง กลิ่นธูปหอม และเสียงประทัดที่สร้างความคึกคักไปทั่วทุกแห่งในประเทศไทย ชาวไทยเชื้อสายจีนต่างเริ่มเตรียมของไหว้ ทำความสะอาดบ้าน และวางแผนไปไหว้พระเพื่อเสริมโชคลาภ ความมั่งคั่ง และสุขภาพดีตลอดปีถ้าปีนี้ใครกำลังมองหาวัดจีนสวย ๆ เพื่อกราบไหว้เทพเจ้าและสัมผัสบรรยากาศตรุษจีนแบบเต็มอิ่ม เราได้รวบรวม วัดจีนที่โดดเด่นใน 4 ภาคของประเทศไทย มาให้แล้ว ทั้งวัดดังในเมืองใหญ่และวัดที่อบอวลไปด้วยธรรมชาติ จะมีที่ไหนกันบ้างไปดูกันภาคกลางวัดมังกร หรือ วัดเล่งเน่ยยี่ จังหวัดกรุงเทพวัดเล่งเน่ยยี่ หรือวัดมังกรกมลาวาส เป็นวัดจีนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 150 ปี ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ใจกลางย่านเยาวราช โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมจีนโบราณอันงดงาม และความศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้าจีนถึง 58 องค์ ภายในวัดประกอบด้วยวิหารท้าวจตุโลกบาล พระอุโบสถที่ประดิษฐานพระประธาน และวิหารเทพเจ้าพิกัด : 423 ถนนเจริญกรุง แขวงป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯวัดศาลเจ้า จังหวัดปทุมธานีวัดศาลเจ้า จังหวัดปทุมธานี เป็นวัดเก่าแก่สมัยอยุธยา มีพระพุทธรัตนมหาพรหม พระประธานอายุกว่า 230 ปี และ “เซียนแปะโรงสี” ที่ผู้คนนิยมบูชาขอพร ด้านการงาน การเงิน และโชคลาภ วัดตกแต่งแบบจีน มีรูปปั้นสิงห์ให้ลูบขอพร เพิ่มพลังใจและความสำเร็จในชีวิตพิกัด: 2/1 หมู่ 3 ซอยวัดมะขาม ถนนติวานนท์ ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานีวัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ จังหวัดนนทบุรีวัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ เป็นวัดจีนในนิกายรังสรรค์ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมจีนดั้งเดิม โดยประตูทางเข้าวัดแกะสลักด้วยหินจากประเทศจีน ภายในวัดมีวิหารจตุโลกบาล ประดิษฐานพระโพธิสัตว์และธรรมบาล เช่น พระศรีอริยเมตไตรยโพธิสัตว์ ท้าวจตุโลกบาล และเทพเจ้าอีก 8 องค์ อาทิ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย (เทพแห่งโชคลาภ) และเทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย (เทพแห่งดวงชะตา) ซึ่งล้วนได้รับการเคารพนับถืออย่างสูงพิกัด: 959 หมู่ 4 ถนนเทศบาล 9 ตำบลโสนลอย อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรีศาลเจ้ามูลนิธิธรรมกตัญญู หรือ วัดธรรมกตัญญู จังหวัดสมุทรปราการศาลเจ้ามูลนิธิธรรมกตัญญู หรือ วัดธรรมกตัญญู เป็นศาลเจ้าที่เปี่ยมไปด้วยศิลปวัฒนธรรมจีนโบราณ โดดเด่นด้วยงานแกะสลักหินอันปราณีต อีกทั้งยังประดิษฐานเทพเจ้าขุนศึกอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวไต้หวันจำนวน 5 องค์ ได้แก่ เทพเจ้าตระกูลหลี่, เทพเจ้าตระกูลฉือ, เทพเจ้าตระกูลอู่, เทพเจ้าตระกูลจู และเทพเจ้าตระกูลฟ่าน ซึ่งทั้งหมดนี้เรียกรวมกันว่า "อู๋ฟุ่เซียนส้วย" หรือ "โหวงหวังเอี้ย"พิกัด: 5 ซอยมูลนิธิธรรมกตัญญู ถนนสุขุมวิท ต.บางปูใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการพุทธสถาน จี เต็ก ลิ้ม จังหวัดนครนายกพุทธสถานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นตามแบบสถาปัตยกรรมจีน เป็นที่ประดิษฐานของ "เทพเจ้าแห่งโชคลาภ" หรือ "ไฉ่ซิ้งเอี๊ย" ในปางมหาเศรษฐีชัมภล ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้ ภายในพุทธสถานยังมีเทพเจ้าและพระโพธิสัตว์ตามความเชื่อของชาวจีนอีกหลายองค์ เช่น เทพเจ้าเฮ่งเจีย, เจ้าพ่อกวนอู, เจ้าพ่อเสือ, พระโพธิสัตว์กวนอิม, พระไภสัชยคุรุพุทธเจ้า และท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่พิกัด: ต.ศรีจุฬา อ.เมืองนครนายก จ.นครนายกศาลเจ้าพ่อหลักเมือง จังหวัดสุพรรณบุรีศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวไทยเชื้อสายจีนให้ความเคารพนับถือ โดยเชื่อกันว่าการมากราบไหว้ที่นี่จะนำพาโชคลาภ ความร่ำรวย และความสำเร็จมาสู่ผู้สักการะ ภายในศาลเจ้าประดิษฐานเทวรูปพระนารายณ์คู่สององค์อย่างสง่างาม อีกทั้งบริเวณภายในศาลทั้งสามด้านยังประดับด้วยภาพเขียนศิลปะจีนที่วิจิตรบรรจงให้รับชมด้วยพิกัด 491/1 หมู่ 1 ถนนมาลัยแมน ท่าพี่เลี้ยง เมืองสุพรรณบุรี สุพรรณบุรีอารามวัตรมหายาน พระกษิติครรภ์ จังหวัดนครปฐมอารามวัตรมหายาน พระกษิติครรภ์ เป็นวัดจีนที่ตั้งอยู่ในบรรยากาศอันเงียบสงบ ริมแม่น้ำท่าจีน ภายในวัดมีจุดเด่นที่สำคัญคือ องค์พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ ซึ่งแกะสลักจากหินแกรนิตและมีความสูงถึง 13.99 เมตร นำเข้าจากประเทศจีนพิกัด 88 หมู่ที่ 1 บ้านพริก ถ.ปื่นเกล้า-นครชัยศรี พุทธมณฑลสาย6 ตำบลหอมเกร็ด อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐมวัดทิพยาวารีวิหาร กรุงเทพวัดนี้มีความสวยงามตามแบบฉบับศิลปะจีน โดยผู้คนนิยมไปขอโชคลาภจากเทพเจ้ามังกรเขียว ภายในโบสถ์อันงดงามนั้นมีเทพเจ้าให้เราได้ขอพรหลายองค์ เช่น พระประธานซึ่งเป็นพระพุทธรูปสามองค์ตามคติความเชื่อของมหายาน, เจ้าแม่กวนอิมพันกร, ศาลเทพมังกรเขียวที่ถือเป็นเทพเจ้าประจำวัดนี้, พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ และเทพเจ้าองค์ต่างๆ ที่พร้อมมอบพรและความสุขให้แก่ผู้ศรัทธาพิกัด 119 ซอยทิพยวารี ถนนตรีเพชร แขวง วังบูรพาภิรมย์ เขต พระนคร, กรุงเทพมหานครภาคเหนือศาลเจ้าปุงเถ่ากง จังหวัดเชียงใหม่"ศาลเจ้าปุงเถ่ากง" เป็นศาลเจ้าแห่งแรกของจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีสถาปัตยกรรมจีนโบราณอันงดงาม ภายในศาลเจ้าขึ้นชื่อเรื่องการแก้ชงและเสริมสิริมงคล นอกจากนี้ยังมีพิธีแก้ชงที่ครบถ้วน ตั้งแต่การไหว้เทพเจ้า, การขอพร ไปจนถึงการสะเดาะเคราะห์เพื่อเสริมความโชคดีและความเป็นสิริมงคลในชีวิตพิกัด : 45 ถ. ไปรษณีย์ ตำบล ช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่วัดหมื่นพุทธเมตตาคุณาราม จังหวัดเชียงรายวัดหมื่นพุทธเมตตาคุณาราม เป็นวัดในพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายานที่สร้างขึ้นในสถาปัตยกรรมแบบจีน ภายในวัดมีสิ่งสำคัญหลายประการ เช่น พระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์ หรือ พระสหัสสหัตถสหัสสเนตร, พระศรีอาริยเมตไตรยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก, ธรรมศาลา, และศาลากตัญญู ทำให้วัดนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเต็มไปด้วยความเคารพและศรัทธาพิกัด ตำบลท่าข้าวเปลือก อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงรายศาลเจ้าพ่อเห้งเจีย โรงเจไซทีฮุกตึ๊ง จังหวัดพิษณุโลกศาลเจ้าพ่อเห้งเจีย เป็นวัดจีนขนาดใหญ่ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นดอยสุเทพ 2 โดยมีจุดชมวิวมุมสูงที่สวยงาม ภายในศาลเจ้าประดิษฐานเทพเจ้าจีนเกือบทุกองค์ให้สักการะบูชาตามความเชื่อ เชื่อกันว่าศาลเจ้าแห่งนี้มีความศักดิ์สิทธิ์มาก หากขอพรจะได้รับตามที่หวัง โดยเฉพาะเรื่องการค้าขายและโชคลาภพิกัด : 699 หมู่ 11 ตำบล วังทอง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลกศาลเจ้าแม่ทับทิมท่าฬ่อ จังหวัดพิจิตรศาลเจ้าแม่ทับทิมท่าฬ่อ เป็นศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพิจิตรให้ความเคารพนับถือ และยังเป็นสถานที่สอนหนังสือให้แก่บุตรหลานในหมู่บ้าน ภายในศาลมีองค์เจ้าแม่ทับทิม (ตุ้ยบ่วยเต่งเหนี่ยง) เป็นองค์ประธาน ด้านขวาของศาลเป็นที่ประทับของเจ้าพ่อกวนอู ส่วนด้านซ้ายเป็นที่ประทับของเจ้าพ่อปุ้นเถ่ากงและปุ้นเถ่าม่าพิกัด : 299 หมู่ 5 ถนนพิจิตร-บางกระทุ่ม เมืองพิจิตร, พิจิตรวิหารพระโพธิสัตว์กวนอิม วัดสันช้างหิน จังหวัดพะเยาวิหารพระโพธิสัตว์กวนอิม เป็นวัดเก่าแก่โบราณที่มีอายุ 178 ปี ภายในวิหารประดิษฐานรูปแกะสลักพระโพธิสัตว์กวนอิมจากไม้สักท่อนเดียวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และที่นี่ได้รับการตกแต่งด้วยลวดลายมังกร สร้างบรรยากาศแบบจีนโบราณและมีเครื่องเซ่นกราบไหว้บูชา ผู้คนเข้ามากราบไหว้ขอพรที่นี่ทุกวันพิกัด : 103 หมู่ 7 อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยาศาลเจ้ากวนอู(บู้เบี้ย) จังหวัดเชียงใหม่ศาลเจ้ากวนอู ซึ่งเป็นเทพเจ้าของความซื่อสัตย์ ความยุติธรรม และความกล้าหาญ เป็นศาลเจ้าที่ชาวจีนในเชียงใหม่ได้สักการะบูชาในความศักดิ์สิทธิ์มานาน ภายในศาลเจ้านอกจากมีแท่นบูชาเทพเจ้ากวนอู (เทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์) แล้ว ยังมีแท่นบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ อีกหลายมุมที่ผู้คนสามารถสักการะได้พิกัด : เลขที่ 95 ตรอกข่วงเมรุหรือตรอกเหล่าโจ๊ว ทางทิศตะวันตกของตลาดวโรรสมูลนิธิวิหารเซียน จังหวัดกำแพงเพชรวิหารเซียนกำแพงเพชรมีลักษณะคล้ายกับวิหารหรือพระอารามแบบวัดจีนมหายานโบราณ มีความสวยงามโดดเด่น ภายในวิหารออกแบบโดยใช้ตำราฮวงจุ้ยและประดับตกแต่งด้วยลวดลายที่สวยงาม เป็นที่ประดิษฐานของพระสังกัจจายน์ เทพจตุรบาล และรูปแกะสลักของเทพเจ้าหลายองค์พิกัด : ต.สระแก้ว อ.เมือง จ.กำแพงเพชรวัดห้วยบง จังหวัดเชียงใหม่“วัดห้วยบง” เป็นวัดที่มีความงดงามด้วยการผสมผสานวิหารแบบไทยและจีน ภายในบริเวณวัดมีการสร้างวิหารสถาปัตยกรรมจีนขนาดใหญ่และเป็นที่ประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายองค์ที่ผู้คนสามารถกราบไหว้ สักการะ และขอพร ทั้งในแบบไทยและจีน เช่น พระศรีอริยเมตตไตรย์ พระโพธิสัตว์ พระพรหม และเทพเจ้าเซียนต่าง ๆพิกัด : 399/4-6 ถนน เชียงใหม่-แม่โจ้ ตำบล แม่แฝกใหม่ อำเภอสันทราย เชียงใหม่ภาคใต้ศาลเจ้าเฉ้งจุ้ยจ้อซู้ก๋ง จังหวัดกระบี่ศาลเจ้าเฉ้งจุ้ยจ้อซู้ก๋งเป็นศาลเจ้าที่ชาวเหนือคลองให้ความเคารพศรัทธาและเป็นสถานที่ประกอบพิธีในเทศกาลกินเจ ภายในศาลเจ้านี้มีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม เช่น รูปปั้นเทพเจ้าต่างๆ และรวมไปถึงยังมีการแสดงต่างๆ ที่จัดขึ้นในช่วงเทศกาลถือศีลกินเจอีกด้วยพิกัด : ตำบล เหนือคลอง อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ศาลเจ้าบางยี่โร จังหวัดชุมพรเป็นศาลเจ้าเก่าแก่ อายุ 100 กว่าปี เป็นที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของคนไทยเชื้อสายจีน ภายในศาลเจ้ามีเทพเจ้าให้มาสักการะบูชาขอพรกัน และยิ่งในช่วงเทศกาลกินเจ ทางศาลเจ้าบางยี่โรจะมีการจัดกิจกรรมให้เข้าร่วมมากมายอีกด้วยพิกัด : ตำบล หลังสวน อำเภอ หลังสวน จังหวัด ชุมพรศาลเจ้าฮกเกี้ยน จังหวัดสุราษฎร์ธานีศาลเจ้าฮกเกี้ยนเป็นศาลเจ้าที่ประดิษฐานเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์มากมาย เช่น องค์เทพเจ้าแลฮู้อ๋องเอียกงจากมณฑลฮกเกี้ยน จำนวน 3 องค์ ซึ่งเป็นเจ้าองค์ประธานของศาลเจ้าฮกเกี้ยน และเจ้าแม่กวนอิมกับเจ้าแม่ทับทิม นอกจากเทพเจ้าที่ศักดิ์สิทธิ์แล้ว อีกหนึ่งจุดเด่นของศาลคือ มังกรหน้าศาลที่สามารถพ่นน้ำได้ ซึ่งถือกันว่าน้ำที่มังกรพ่นออกมาคือน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนมากราบไหว้พิกัด : 512 ถนน ต้นโพธิ์ ตำบลตลาด อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี สุราษฎร์ธานีศาลเจ้าแสงธรรม อ๊ามเต่งก้อง จังหวัดภูเก็ตศาลเจ้าแห่งนี้เป็นศาลเจ้าจีนที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัดภูเก็ตมีการออกแบบตามสถาปัตยกรรมแบบจีน โดยการนำเอารูปปูนปั้นมังกรและตุ๊กตาประดับบนหลังคาศาลเจ้า ด้านในศาลเจ้ามีเทวรูปขององค์เทพเจ้าจีนให้ผู้เข้าชมได้สักการะบูชาหลายองค์ ได้แก่ องค์พระอ๋องซุนต่ายสาย ซึ่งเป็นประธานศาลเจ้าแห่งนี้ และพระตันเซ่งอ๋อง ซึ่งเป็นเทพเจ้าที่สายตระกูลแซ่ตันพิกัด : ถนนพังงา ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ตวัดฉื่อฉาง จังหวัดสงขลาวัดฉื่อฉางเป็นวัดที่ตกแต่งด้วยศิลปะแบบไทย จีน และทิเบตผสมผสานกันอย่างลงตัว ลวดลายบริเวณผนังกระเบื้องสวยงามและมีเอกลักษณ์อย่างมาก ภายในวัดมีการประดิษฐานเทพเจ้าต่างๆ เช่น เทพกวนอู เจ้าแม่กวนอิมพันกร และพระพุทธรูปปางห้ามญาติ ซึ่งผู้คนสามารถเข้าไปกราบไหว้เพื่อขอพรเสริมสิริมงคลพิกัด : ถนนศุภสารรังสรรค์ ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว จังหวัดปัตตานีศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวเป็นศาลเจ้าที่ศักดิ์สิทธิ์ของคนไทยเชื้อสายจีน ตั้งอยู่กลางเมืองปัตตานีและมีประวัติศาสตร์ยาวนาน ภายในศาลมีรูปปั้นเจ้าแม่และเทพเจ้าตามความเชื่อของชาวจีน พร้อมทั้งกำหนดจุดสำหรับการไหว้เจ้าแม่และบูชาเทพเจ้าอีกด้วยพิกัด : 63 ถนนอาเนาะรู ตำบลอาเนาะรู เมืองปัตตานีศาลเจ้าโก้วเล่งจี่ จังหวัดนราธิวาสศาลเจ้าโก้วเล้งจี่เป็นศาลเจ้าแห่งแรกของเมืองนราธิวาส ภายในศาลเจ้าประดิษฐานองค์พระยูไลเป็นพระประธาน และพ่อปูมังกรดำเป็นเจ้าศาล มีผนังปูนปั้นนูนแสดงภาพขององค์ท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 ส่วนภายนอกตกแต่งผนังด้วยปูนปั้นวิจิตรสวยงามที่บอกเล่าเรื่องราวทางขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมจีนพิกัด : ถนนพิพิธคีรี ตรงข้ามกับโรงเรียนอนุบาลนราธิวาส บางนาค เมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาสศาลเจ้ากิวอ่องเอีย จังหวัดตรังศาลเจ้ากิวอ่องเอี่ย ศาลเจ้าที่ใหญ่ ชและเก่าแก่ที่สุดแห่งเมืองตรัง ซึ่งในช่วงเทศกาลถือศีลกินเจ ศาลเจ้ากิวอ่องเอี่ย จะเป็นสถานที่จัดพิธีกรรมกินเจ รวมถึงที่นี่ยังสามารถมาขอพรจากองค์ท่ามกงเฮี้ยได้ ส่วนใหญ่ที่คนจะมาในเรื่องของกิจการค้าขายประสบความสำเร็จ ขอบุตร ขอหน้าที่การงาน เป็นต้นพิกัด : 169 ถนนท่ากลาง ตำบลทับเที่ยง อำเภออำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรังภาคอีสานศาลเจ้าปึงเถ่ากง-ม่า จ.ขอนแก่นที่นี่ถือว่าเป็นศาลเจ้าหลักที่คนไทยเชื้อสายจีนให้ความเคารพบูชากราบไหว้เพื่อเป็นสิริมงคลในการค้าขาย และช่วยปกป้องให้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข ศาลเจ้าปึงเถ่ากง-ม่ามีสถาปัตยกรรมที่คล้ายเมืองอยู่ในเมืองจีน มีเทพหลายองค์ให้คนที่ผ่านไปมาได้แวะสักการะบูชา อย่าง องค์ปึงเถ่ากงม่า และเจ้าแม่ทับทิมพิกัด : ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่นศาลเจ้าแม่ทับทิม จังหวัดนครราชสีมาศาลเจ้าแม่ทับทิมเป็นศาลเจ้าแห่งแรกที่เก่าแก่ที่สุดในอีสาน มีอายุกว่า ๒๐๐ ปี เป็นศาลเจ้าของชาวจีนไหหลำทั่วโลก โดยคำว่า ‘จุยบ่วยเนี่ยว’ แปลว่า เจ้าแม่ชายน้ำ เป็นเทพธิดาแห่งท้องทะเลที่คุ้มครองผู้เดินทางทางเรือ จึงเป็นที่เคารพบูชาในหมู่ชาวเรือชาวประมง สามารถไปขอพร ขอโชค เงินทอง สุขภาพ เสริมดวง กันได้พิกัด : 333 ถนนโพธิ์กลาง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมามูลนิธิศาลเจ้าปู่-ย่า จ.อุดรธานีศาลเจ้าปู่-ย่า จ.อุดรธานี เป็นศาลเจ้าของชาวจีนที่มีขนาดใหญ่และสถาปัยกรรมที่สวยงาม ภายในศาลเจ้าเก็บรักษามังกรยาวถึง 99 เมตร นอกจากนี้ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ อีกมากมายที่ประดิษฐานอยู่ที่นี่ เช่น ทีตีแป่บ้อ (ศาลเทพยดาฟ้าดิน), ปึงเถ่ากงม่า (เจ้าปู่เจ้าย่า), ศาลเจ้าพ่อหนองบัว, ตี่จู่เอี้ย (เจ้าที่เจ้าทาง), พระสังกัจจายน์ และฉั่งง่วนส่วย (องค์เทพที่เชี่ยวชาญในการปราชญ์) เป็นต้นพิกัด : 888 ถนน 39 ศาลเจ้าเนรมิต ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานีศาลเจ้าพุทธก๋ง จ.อุบลราชธานีศาลเจ้าพุทธก๋งเป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอุบลราชธานี มีสถาปัตยกรรมแบบจีนที่สวยงามและโดดเด่น ด้วยหลังคาทรงจั่วประดับด้วยลวดลายมังกรและสัตว์มงคลต่างๆ ภายในศาลเจ้าประดิษฐานเทพเจ้าให้สักการะบูชา เช่น องค์พระพุทธก๋งที่เป็นพระประธานของศาลเจ้า รวมถึงเจ้าแม่กวนอิม เทพเจ้าแห่งความเมตตา เจ้าพ่อเสือ เทพเจ้าแห่งความกล้าหาญ และเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย เทพเจ้าแห่งโชคลาภอีกด้วยพิกัด : 122 ถนนพรหมเทพ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวักอุบลราชธานีศาลเจ้าตังสี่ จังหวัดสุรินทร์ศาลเจ้าตังสี่เป็นศาลเจ้าที่ชุมชนชาวจีนที่อยู่อาศัยมาตั้งแต่บรรพบุรุษใช้กราบไหว้บูชาขอพร ที่เรียกว่าตังสี่เพราะเป็นย่านการค้า ที่นี่จะโดดเด่นในเรื่องการขอพรในด้านการค้าขาย ใครทำมาค้าขายก็อย่าลืมแวะมาขอพรกันได้นะพิกัด : ซอย ศรีหลักเมือง ตำบล ในเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ สุรินทร์วิหารเจ้าแม่กวนอิมหยกเขียวพันมือ จังหวัดศรีษะเกษวิหารเจ้าแม่กวนอิมหยกเขียวพันมือถูกตั้งขึ้นโดยชาวไทยเชื้อสายจีน ภายในวิหารประดิษฐานพระแม่กวนอิมหยกเขียวพันมือองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่นำมาจากประเทศจีน เป็นที่เคารพสักการะของชาวขุขันธ์ และวิหารยังมีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมที่สวยงามพิกัด : อ. ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษมูลนิธิสว่างคีรีธรรม จังหวัดเลยมูลนิธิสว่างคีรีธรรมเป็นสมาคมพุทธมามกสงเคราะห์การกุศลแห่งประเทศไทย ภายในบริเวณมีสถาปัตยกรรมจีนหลากหลาย อย่าง มหาวิหารพุทธชยันตี เทวสถานแปดเซียน ตำหนักพระแม่กวนอิมอวโลกิเตศวร และมีไฮไลท์สำคัญของที่นี่คือวิหารมหาโพธิสัตว์กวนอิมพันกร ซึ่งด้านหน้าประดิษฐานเทวรูปเจ้าแม่กวนอิมพันกรองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นเทวรูปศักดิ์สิทธิ์ที่มีอิทธิฤทธิ์ในการขจัดเหตุเภทภัยอันตรายต่างๆพิกัด : 80/14 ถ.เลยด่านซ้าย ต.กุดป่อง อ.เมือง จ.เลยศาลเจ้าพ่อหมื่นนครพนม จังหวัดนครพนมศาลเจ้าพ่อหมื่นนครพนม ตั้งอยู่ภายในวัดโอกาสหรือวัดศรีบัวบาน เป็นศาลคู่อยู่ติดกับศาลเจ้าพ่อหลักเมืองที่ชาวจีนเคารพนับถือและเป็นศาลเจ้าที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวเมืองนครพนม ซึ่งที่นี่เป็นที่ประดิษฐานขององค์เทพเจ้าจีนปุงเถ่ากง-ม่า ที่เชื่อว่าขอพรอะไรก็จะได้พิกัด : ถนนศรีเทพ ต.ในเมือง อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม

ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหน ไหว้ธูปกี่ดอก? รวมคู่มือบูชาฉบับอัปเดต 2569

13 มี.ค. 2026

ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหน ไหว้ธูปกี่ดอก? รวมคู่มือบูชาฉบับอัปเดต 2569

"ตี่จู้เอี๊ยะ" ตั้งตรงไหน ไหว้ธูปกี่ดอก ให้บ้านร่มเย็น เรียกทรัพย์ตลอดปี สำหรับคนไทยเชื้อสายจีน หรือแม้แต่คนไทยแท้ๆ ที่มีความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ย การซื้อบ้านใหม่หรือการเปิดร้านค้า สิ่งหนึ่งที่มักจะถูกนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ คือการอัญเชิญ "ตี่จู้เอี๊ยะ" มาประดิษฐาน ด้วยความเชื่อที่ว่าท่านคือเทพเจ้าผู้ดูแลผืนดินและปกปักรักษาเคหสถานนั้นๆ อย่างไรก็ตาม หลายคนมักเกิดความสับสนและมีคำถามมากมาย เช่น ศาลตี่จู้เอี๊ยะคืออะไรกันแน่? ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหน ถึงจะถูกหลักฮวงจุ้ยและไม่บังเจ้าของบ้าน? และเวลาบูชาจริงต้อง ตี่จู้เอี๊ยะ ไหว้ธูปกี่ดอก?ศาลตี่จู้เอี๊ยะ คืออะไร? ทำความเข้าใจความสำคัญของเทพเจ้าประจำบ้าน ก่อนจะไปดูวิธีตั้ง เรามาทำความรู้จักกับรากฐานความเชื่อกันก่อน ศาลตี่จู้เอี๊ยะ คือ ศาลเจ้าที่จีนขนาดเล็กที่มักตั้งอยู่ติดกับพื้นดิน ภายในบ้านหรือร้านค้า คำว่า "ตี่" (地) แปลว่า ดิน, "จู้" (主) แปลว่า เจ้า, และ "เอี๊ยะ" (爺) แปลว่า ท่านหรือปู่ รวมกันจึงหมายถึง "เทพเจ้าผู้เป็นใหญ่ในผืนดิน" หรือเจ้านายแห่งที่ดินบริเวณนั้นๆ ในวัฒนธรรมจีน เชื่อว่าทุกตารางนิ้วของพื้นดินมีเทพเจ้าดูแลอยู่ การตั้งตี่จู้เอี๊ยะจึงเปรียบเสมือนการให้ความเคารพแก่เจ้าของที่เดิม และอัญเชิญท่านมาประทับเพื่อปกปักรักษา: คุ้มครองคนในบ้านให้พ้นจากอันตราย สิ่งชั่วร้าย และอุบัติเหตุสร้างความร่มเย็น: ดลบันดาลให้ครอบครัวมีความรักใคร่กลมเกลียว ไม่มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งเรียกโชคลาภ: ส่งเสริมเรื่องการงาน การค้าขาย และดึงดูดเงินทองให้ไหลเข้าบ้านปัดเป่าอุปสรรค: ช่วยให้การดำเนินชีวิตหรือธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น ศาลตี่จู้เอี๊ยะส่วนใหญ่จะมีสีแดงสด แต่งแต้มด้วยสีทอง ซึ่งสีแดงสื่อถึงความเป็นสิริมงคล ความสุข และพลังงานหยาง (Yang Energy) ส่วนสีทองสื่อถึงความมั่งคั่งและรวยทองฮวงจุ้ยการจัดวาง: ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหนให้ถูกหลัก เรียกทรัพย์ ไม่กาลกิณี นี่คือคำถามที่สำคัญที่สุดและคนค้นหามากที่สุด: ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหน? การวางตำแหน่งตี่จู้เอี๊ยะผิดจุดอาจส่งผลเสียต่อฮวงจุ้ยของบ้าน ทำให้อับโชค หรือคนในบ้านเจ็บป่วยได้ ดังนั้น ควรยึดหลักการดังต่อไปนี้ตำแหน่งมงคลที่ "ควร" ตั้งตี่จู้เอี๊ยะตั้งติดพื้นดินเสมอ: ตี่จู้เอี๊ยะคือเทพแห่งผืนดิน ฐานของศาลต้องวางอยู่บนพื้นบ้านโดยตรง ห้ามตั้งบนหิ้งสูง ห้ามแขวน และห้ามมีอะไรมารองฐานให้สูงเกินความจำเป็น (ยกเว้นฐานรองศาลที่ทำมาคู่กันโดยเฉพาะ)หันหน้าออกประตูหน้าบ้าน: ตำแหน่งที่ดีที่สุดคือการวางศาลโดยหันหน้าออกไปทางประตูหลักของบ้าน เพื่อให้ท่านคอยตรวจตราคนเข้าออก ปัดเป่าสิ่งไม่ดี และดักรับพลังงานโชคลาภที่ไหลเข้ามามีผนังทึบด้านหลัง: ด้านหลังของศาลตี่จู้เอี๊ยะควรเป็นผนังทึบที่มั่นคง เปรียบเสมือนมีภูเขาเป็นที่พิงหลัง เสริมความมั่นคงในหน้าที่การงานและการเงิน ห้ามพิงกระจกหรือช่องว่างบริเวณที่โปร่ง โล่ง สว่าง: จุดที่ตั้งควรสะอาด มีแสงสว่างเพียงพอ และไม่อับชื้น เพื่อให้พลังงานชี่ (Qi) ไหลเวียนได้สะดวกตำแหน่งต้องห้าม! "ห้าม" ตั้งตี่จู้เอี๊ยะเด็ดขาด หากคุณไม่อยากให้อับโชค หรือมีเรื่องร้อนใจในบ้าน ควรหลีกเลี่ยงการตั้งศาลตี่จู้เอี๊ยะในจุดเหล่านี้ห้ามตั้งใต้บันได: การวางท่านไว้ใต้บันไดเปรียบเสมือนการให้คนเดินข้ามหัวท่านตลอดเวลา ถือเป็นการลบหลู่และทำให้คนในบ้านไม่เจริญก้าวหน้าห้ามหันหน้าเข้าห้องน้ำ หรือวางติดผนังห้องน้ำ: ห้องน้ำเป็นแหล่งรวมพลังงานลบ (ความสกปรก อับชื้น) การวางศาลใกล้ห้องน้ำจะทำให้โชคลาภหดหาย และส่งผลเสียต่อสุขภาพห้ามวางติดผนังห้องครัว หรือใกล้เตาไฟ: พลังงานไฟที่ร้อนแรงจากห้องครัวจะทำให้องค์เทพอยู่ไม่สุข ส่งผลให้คนในบ้านมีเรื่องร้อนใจ ทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยห้ามวางใต้คานบ้าน: คานเปรียบเสมือนแรงกดทับ จะทำให้การเงินติดขัด การงานอุปสรรคเยอะห้ามวางใกล้ถังขยะหรือที่เก็บรองเท้า: พื้นที่รอบศาลต้องบริสุทธิ์ การวางสิ่งสกปรกไว้ใกล้ๆ จะทำให้ท่านไม่ประทับอยู่และนำความไม่เป็นมงคลมาสู่บ้านพิธีบูชาประจำวันและวันพระจีน: ตี่จู้เอี๊ยะ ไหว้ธูปกี่ดอก และต้องเตรียมอะไรบ้าง? เมื่อตั้งศาลเรียบร้อยแล้ว การบูชาอย่างสม่ำเสมอคือกุญแจสำคัญในการรักษาสิริมงคล หลายคนยังสงสัยว่า ตี่จู้เอี๊ยะ ไหว้ธูปกี่ดอก? จึงจะถูกต้อง คำตอบคือ: ใช้ธูป 5 ดอก เหตุผลที่ใช้ธูป 5 ดอก เพราะเป็นการบูชาธาตุทั้ง 5 (ดิน น้ำ ลม ไฟ ทอง) และทิศทั้ง 5 (เหนือ ใต้ ออก ตก และกลาง) เพื่อให้เทพเจ้าตี่จู้เอี๊ยะดูแลคุ้มครองทั่วทุกทิศทางเช็คลิสต์ของไหว้ตี่จู้เอี๊ยะ (ประจำวัน) สำหรับการไหว้ในทุกๆ เช้า เพื่อเป็นการบอกกล่าวและขอพรให้ราบรื่นตลอดวัน สิ่งที่ต้องเตรียมมีเพียงไม่กี่อย่าง:น้ำชา 5 ถ้วย: (หรือน้ำเปล่าสะอาด) ควรเปลี่ยนใหม่ทุกวันธูป 5 ดอกส้ม 5 ลูก: ส้มสื่อถึงโชคลาภ ความสุข และความสำเร็จเช็คลิสต์ของไหว้ตี่จู้เอี๊ยะ (วันพระจีน - ชิวอิก/จับโหงว) ในวันพระจีน (วันที่ 1 และ 15 ของจันทรคติจีน) ควรไหว้ให้พิเศษขึ้น โดยเพิ่มของไหว้ดังนี้:ผลไม้มงคล 3 หรือ 5 อย่าง: เช่น ส้ม (โชคดี), แอปเปิล (สันติสุข), องุ่น (ความเจริญ), สับปะรด (ความรอบรู้) หลีกเลี่ยงผลไม้ชื่อไม่ดี เช่น ระกำ, ลางสาดขนมมงคล: เช่น ขนมถ้วยฟู (เฟื่องฟู), ขนมจันอับ (ความสุข), ซาลาเปา (เปาไช้ - ห่อโชค)กระดาษเงินกระดาษทอง: (หงิ่งเตี๋ย) เพื่อเผาถวายท่าน(หากขอพรใหญ่) ของคาว: เช่น หมูสามชั้นต้ม, ไก่ต้ม, เป็ดต้ม (ชุดซาแซ หรือ โหงวแซ)ขั้นตอนการไหว้ตี่จู้เอี๊ยะแบบถูกต้อง ให้ได้ผลลัพธ์ทันใจ เพื่อให้การขอพรของคุณส่งถึงเทพเจ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้ทำความสะอาด: เริ่มจากเช็ดทำความสะอาดศาลและบริเวณรอบๆ ให้สะอาด เปลี่ยนน้ำชาเก่าออกแล้วรินน้ำชาใหม่ 5 ถ้วยจัดของไหว้: นำผลไม้ ขนม หรือของคาวที่เตรียมไว้ จัดวางด้านหน้าศาลอย่างเป็นระเบียบจุดธูป: จุดธูป 5 ดอกกล่าวอธิษฐาน: พนมมือถือนามสิงห์ (หรือแผ่นจารึกชื่อเทพ) ยืนหน้าศาล กล่าวชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ และบอกกล่าวท่านว่าวันนี้วันอะไร ขอนำของไหว้มาถวาย พร้อมขอพร (ควรขอพรในสิ่งที่เป็นไปได้ และขออย่างตั้งใจ)ปักธูป: ปักธูป 5 ดอกลงในกระถางธูปอย่างตั้งใจ (ปักให้ตรง ไม่เอียง)เผากระดาษ (ถ้ามี): เมื่อธูปหมดไปประมาณครึ่งดอก ให้นำกระดาษเงินกระดาษทองไปเผาในที่ที่เหมาะสมลาของไหว้: เมื่อธูปหมดดอก ให้นำของไหว้มาแบ่งกันทานในครอบครัวเพื่อความเป็นสิริมงคลการดูแลรักษาศาลตี่จู้เอี๊ยะ: เคล็ดลับให้ท่านอยู่ติดบ้าน เรียกทรัพย์ไม่หยุด ศาลตี่จู้เอี๊ยะที่สะอาด หมั่นดูแล เปรียบเสมือนบ้านที่น่าอยู่ เทพเจ้าก็พร้อมจะประทับอยู่และประทานพร การปล่อยให้ศาลสกปรก อับเฉา จะทำให้โชคลาภติดขัด นี่คือเช็คลิสต์การดูแลเปลี่ยนน้ำทุกวัน: ห้ามปล่อยให้น้ำแห้งหรือสกปรกเด็ดขาดทำความสะอาดฝุ่น: ปัดกวาดฝุ่นรอบศาลและบนตัวศาลเป็นประจำจัดการก้านธูป: หากก้านธูปเต็มกระถาง ให้ถอนออก (เหลือไว้ 5 ก้านเสมอ) เพื่อให้กระถางไม่รกและรับโชคใหม่ๆ ได้เปลี่ยนกิมฮวย (หางนกยูง): ควรเปลี่ยนใหม่ในปีละครั้ง (ช่วงก่อนตรุษจีน) เพื่อความสดใหม่สรุป: บูชาตี่จู้เอี๊ยะอย่างเข้าใจ นำมาซึ่งความสุขและความมั่งคั่ง การจัดตั้งและบูชา "ตี่จู้เอี๊ยะ" ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด หากคุณทำความเข้าใจถึงความหมาย และปฏิบัติตามหลักฮวงจุ้ยอย่างถูกต้อง การเลือกตำแหน่งที่เหมาะสมอย่าง ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหนที่ถูกต้อง การรู้ว่าตี่จู้เอี๊ยะ ไหว้ธูปกี่ดอก และหมั่นดูแลรักษาศาลให้สะอาดอยู่เสมอ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยให้องค์เทพประทับอยู่คู่บ้าน คอยปกปักรักษาครอบครัวของคุณให้ร่มเย็นเป็นสุข และเปิดทางให้โชคลาภ เงินทอง ไหลมาเทมาตลอดปี

เทพเจ้าแห่งหวย "ศาลพ่อปู่เจ้ายี่กอฮง" อยากถูกหวยต้องไปไหว้สักครั้ง

09 ม.ค. 2024

เทพเจ้าแห่งหวย "ศาลพ่อปู่เจ้ายี่กอฮง" อยากถูกหวยต้องไปไหว้สักครั้ง

บอกเลยว่าขอหวยทั้งหลาย ห้ามพลาด! กับสถานที่ลับขอเลขเด็ดที่ทำให้ใครต่อใคร ถูกรางวัลเล็ก และรางวัลใหญ่กันไปหลายคน "ศาลพ่อปู่เจ้ายี่กอฮง" เทพเจ้าแห่งหวย แห่งสน.พลับพลาไชยใครที่ผ่านมาแถวย่านเยาวราช หลังจากหาของอร่อย ๆ ไหว้ขอพรเสริมสิริมงคลให้กับชีวิตกันแล้ว ลองแวะมาขอความเฮง ความปัง ความรวยกันต่อที่ "ศาลพ่อปู่เจ้ายี่กอฮง" สถานที่ขอเลขเด็ด ที่ตั้งอยู่บนชั้นดาดฟ้าสถานีตำรวจพลับพลาไชย"ศาลพ่อปู่เจ้ายี่กอฮง" เป็นสถานที่เลื่องชื่อในการใบ้หวย ขอเลขเด็ดของบรรดาคนชอบเล่นหวยทั้งหลาย ก่อนอื่นต้องเริ่มจากการซื้อของสำหรับการไหว้ขอพรกันก่อนเลยขั้นตอนการไหว้ถวายกาแฟ ชา หมาก-พลู ต่อหน้ายี่กอฮง พร้อมกล่าวชื่อ-นามสกุล กล่าวคำอธิษฐานขอถวายกาแฟและน้ำชา ขอให้ท่านเมตตาเปิดทางขุมทรัพย์การเงิน มีโชคมีลาภ สมหวังทุกประการจุดธูป เทียน นำธูป 5 ดอกไหว้ฟ้าดิน ขานชื่อขอฟ้าดินเปิดทางให้มีโชคลาภ การเงิน การงานนำธูปอีก 9 ดอกมาไหว้ยี่กอฮง กล่าวคำบูชา ขานชื่อ-นามสกุล ขอพรนำธูปอีก 2 ดอกปักในกระถางหน้าประตูฝั่งละ 1 ดอก ซ้ายและขวานำพวงมาลัยไปถวายยี่กอฮง จับที่เข่าของท่านทั้ง 2 ข้างอธิษฐาน อย่าลืมกล่าวชื่อตัวเองแล้วเอ่ยขอพรเติมน้ำมันตะเกียงฝั่งละครึ่งขวด แล้วแกะหมาก-พลู พร้อมกับจุดบุหรี่ ก่อนที่จะวางบุหรี่ที่แท่นวาง บอกกล่าวว่าลูกนำบุหรี่มาถวายตีระฆัง 3 ครั้ง ตีกลอง 3 ครั้ง เป็นอันเสร็จพิธีคำอาราธนาเจ้าพ่อยี่กอฮง ตั้งนะโม 3 จบ พุธธัง ยี่กอฮง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง ยี่กอฮง สะระณัง คัจฉามิ สังฆัง ยี่กอฮง สะระณัง คัจฉามิคาถาบูชาเจ้าพ่อยี่กอฮง นำ มอ ไต่ ซื้อ ไต่ ปุย เลี้ยง เมี่ยง เจ่ง แซ ยี่ กอ ฮง ใช้ ซิ้ง ยี่ กอ ฮง ผ่อ สัก สื่อ อั้ว กิม งึ้ง ใช้ ป้อ ป้อ จั๋ง ใช้ โข่ว สื่อ เก่า อั้ว แก ไล้ เก่า อั้ว แก ไหล เอกจิตขอวิงวอน นะโม มหาเมตตา กรุณา โชคลาภวาสนาบารมีพ่อปู่ยี่กอฮง โปรดประทานเงินทอง โชคลาภ แก้วแหวนรัตนมณี ประทานขุมทรัพย์ล้ำค่าสู่เรือนข้าน้อยด้วยเทอญ ข้าพเจ้าชื่อ-สกุล………ตั้งจิตอธิษฐาน……คำกล่าวภาวนาขอเลขเด็ดจากเจ้าพ่อยี่กอฮง อิจฉิตัง ปัตถิตัง ตุมหัง ขิปปะเมว สะมิชฉะตุ สัพพะลาโภ ชะโย นิจจัง สัพพะลาโภ ภะวะตุ เม (3 จบ)ของที่นิยมนำมาแก้บนเจ้าพ่อยี่กอฮง ถ้าบนบานศาลกล่าวและถูกหวย นิยมแก้บนด้วยการนำข้าวขาหมู โอยัวะ น้ำชา ดอกดาวเรือง หมาก-พลู บุหรี่ และซิการ์ มาถวาย"ศาลพ่อปู่เจ้ายี่กอฮง" เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. ตั้งอยู่บนบริเวณชั้น 4 ของสถานีตำรวจพลับพลาไชย ใครอยากไปขอเลขเด็ด ใครอยากเฮง ใครอยากปัง ลองไปดูสักครั้ง แล้วท่านจะโชคดี