เช็คลัคนาราศีเกิดด้วยตัวเอง เข้าใจราศีและลัคนาอย่างถูกต้อง

Temple & Mutelu

เช็คลัคนาราศีเกิดด้วยตัวเอง เข้าใจราศีและลัคนาอย่างถูกต้อง

25 ก.ย. 2025

เช็คลัคนาราศีเกิดง่ายๆ ด้วยตัวเอง เรียนรู้วิธีดูราศีที่ถูกต้อง พร้อมเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างลัคนาราศีตะวันตกกับแบบไทยเพื่อให้คุณดูดวงได้แม่นยำยิ่งขึ้น


หลายคนคงเคยสงสัยว่า ราศี กับ ลัคนา ต่างกันยังไง? แล้วที่เคย เช็คลัคนาราศีเกิด กันมาตลอดนี่มันคือแบบไหนกันแน่? ความสับสนเรื่องราศีดูยังไงนี้มักเกิดขึ้นเพราะมีหลายตำรา หลายศาสตร์ และหลายวิธี ดูราศี หรือ ดูดวง มากมายจนบางครั้งก็ทำให้งงไปหมด ในบทความนี้เราจะมาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับวิธีดูราศีทั้งหมด เพื่อให้คุณเข้าใจหลักการที่ถูกต้องและสามารถ ดูราศี หรือ เช็คลัคนา ได้อย่างแม่นยำ


 ราศีคืออะไร แล้วราศีดูยังไง มาไขข้อข้องใจกันก่อน

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกับคำว่า "ราศี" กันก่อน ราศี คือกลุ่มดาวบนท้องฟ้าที่อยู่ตามแนวเส้นสุริยวิถี หรือเส้นที่ดวงอาทิตย์โคจรผ่าน กลุ่มดาวเหล่านี้แบ่งออกเป็น 12 กลุ่มใหญ่ ๆ และแต่ละกลุ่มก็ใช้ชื่อสัตว์หรือสิ่งของต่าง ๆ เป็นสัญลักษณ์ ได้แก่ ราศีเมษ, ราศีพฤษภ, ราศีเมถุน, ราศีกรกฎ, ราศีสิงห์, ราศีกันย์, ราศีตุลย์, ราศีพิจิก, ราศีธนู, ราศีมังกร, ราศีกุมภ์ และราศีมีน

วิธีดูราศี โดยทั่วไปจะอ้างอิงจากวันที่เราเกิด โดยวันที่ที่ระบุว่าเราเกิดในราศีอะไรนั้น เป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์โคจรอยู่ในกลุ่มดาวราศีนั้น ๆ ตัวอย่างเช่น หากคุณเกิดในช่วงวันที่ 15 เมษายน - 14 พฤษภาคม ดวงอาทิตย์จะโคจรอยู่ในกลุ่มดาวราศีเมษพอดี ดังนั้นคุณจึงเป็นคนราศีเมษ ตามวิธีดูราศีแบบไทย อย่างไรก็ตาม หากเป็นการเช็คลัคนาราศีเกิดแบบตะวันตก ช่วงวันเกิดจะแตกต่างกันออกไปเล็กน้อย


ลัคนาราศีตะวันตก ต่างจากแบบปกติอย่างไร

เมื่อพูดถึง ลัคนาราศีตะวันตก หลายคนมักจะสับสนกับ วิธีดูราศี แบบไทยที่คุ้นเคยกันดี ความแตกต่างที่สำคัญอยู่ที่การนับช่วงเวลาของราศีและวิธีการคำนวณ


ราศีแบบไทย (โหราศาสตร์ไทย)

จะใช้ระบบการคำนวณที่อิงจากตำแหน่งดาวในแต่ละช่วงเวลาที่แน่นอน ซึ่งบางครั้งอาจมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยเพื่อให้สอดคล้องกับตำแหน่งดาวจริง ๆ ทำให้ช่วงวันเกิดในแต่ละราศีอาจเลื่อนไปจากที่เคยท่องจำกัน

ราศีแบบตะวันตก (โหราศาสตร์สากล)

จะใช้ระบบการแบ่งช่วงเวลาที่ตายตัว โดยแต่ละราศีจะมีช่วงวันเกิดที่แน่นอนและไม่เปลี่ยนแปลง เช่น ชาวราศีเมษแบบตะวันตกจะเกิดในช่วงวันที่ 21 มีนาคม - 19 เมษายน ซึ่งหากลองเปรียบเทียบกับ วิธีดูราศี แบบไทยจะเห็นได้ว่าวันเกิดของคนราศีเมษจะอยู่ในช่วงที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง นี่จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมบางคน เช็คลัคนาราศีเกิด แล้วถึงได้ราศีที่ไม่ตรงกับที่ตัวเองเคยรู้มา


ลัคนา ต่างกับราศีหรือไม่?

คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ "ลัคนา" กับ "ราศี" เหมือนหรือต่างกันอย่างไร? คำตอบคือ ลัคนา และ ราศี นั้น แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ราศี คือ

กลุ่มดาวที่เราเป็นเจ้าของตามวันเกิดของเรา ซึ่งเป็นตำแหน่งของดวงอาทิตย์ในวันที่เราเกิด

ลัคนา คือ

ตำแหน่งของกลุ่มดาวที่อยู่ตรงขอบฟ้าทิศตะวันออกใน เวลาที่เราเกิด หรือเรียกว่า "ลัคนาสถิตราศี" นั่นเอง การเช็คลัคนา จึงต้องใช้ข้อมูลที่แม่นยำกว่าการ ดูราศี เพียงแค่วันเกิด เพราะต้องรู้ทั้งวันเกิด, เดือนเกิด, ปีเกิด, และที่สำคัญที่สุดคือ เวลาเกิด และ สถานที่เกิด

การดูดวงที่แม่นยำส่วนใหญ่จะเน้นที่การดูดวงจากลัคนาเป็นหลัก เนื่องจากลัคนาคือตัวตนที่แท้จริงของเรา เป็นเหมือนบ้านที่เราเกิดและเป็นพลังงานพื้นฐานที่ขับเคลื่อนชีวิตของเรา ส่วนราศีคือพลังงานของดวงอาทิตย์ที่ให้แสงสว่างแก่ชีวิต ซึ่งในทางโหราศาสตร์ถือว่ามีอิทธิพลน้อยกว่าลัคนา


ช็คลัคนาราศีเกิดทั้ง 12 ง่ายๆ ด้วยตนเอง

เช็กลัคนาราศีเกิดด้วยตัวเองได้อย่างง่ายๆ ตามหลักโหราศาสตร์ไทยแบบเบื้องต้น จากตารางด้านล่างได้เลย

ช่องที่ตัดกันระหว่างวันเกิดและเวลาเกิดคือ ลัคนา ของคุณ

วิธีใช้งาน: 

  1. มองหาช่วง วันเดือนเกิด ที่ช่องซ้ายสุด (แถว)
  2. เลื่อนไปทางขวาเพื่อหาช่วง เวลาเกิด ที่ช่องด้านบน (คอลัมน์)

 วิธีการดูดวงให้ปลอดภัย

การดูดวงถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคลที่อยู่คู่กับสังคมมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม การดูดวงควรเป็นไปเพื่อความบันเทิง หรือเป็นเพียงแนวทางในการใช้ชีวิต ไม่ควรนำมาเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทั้งหมด เพราะชีวิตของเรายังคงขึ้นอยู่กับการกระทำและการตัดสินใจของเราเองเป็นหลัก

สำหรับผู้ที่สนใจอยากเช็คลัคนาราศีเกิดหรือดูดวงให้ถูกต้องตามหลักโหราศาสตร์ ควรหาข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลให้ดีก่อนเสมอ นอกจากนี้การดูดวงที่ดีควรมาพร้อมกับการเตือนสติ ไม่ใช่การชี้นำให้หลงทาง

อ่านดวงรายเดือนได้ที่ Chill On

หากคุณกำลังมองหาคอนเทนต์ดูดวงที่น่าสนใจและแม่นยำ คุณสามารถติดตามดวงรายเดือน ได้ที่ Chill on กินเที่ยว เรามีคอนเทนต์เกี่ยวกับ ดวง และ โหราศาสตร์ ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเช็คลัคนาราศีเกิด การทำนาย ดวงรายวัน หรือการวิเคราะห์ดวงแบบเจาะลึก พร้อมกับคำแนะนำดี ๆ ที่จะช่วยให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างมีสติและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

หากสนใจ ดูดวง ในรูปแบบอื่น ๆ เช่น ดวงไพ่ยิปซี หรือ ดวงจีน เราก็มีคอนเทนต์ที่น่าสนใจให้คุณได้ติดตามอีกมากมาย เพื่อให้คุณได้ค้นหาแนวทางชีวิตที่ใช่และสร้างความสุขให้กับตัวเองได้อย่างแท้จริง
 

related Temple & Mutelu

พิกัดไหว้พระ 9 วัด เสริมบุญ เสริมดวง รอบเกาะรัตนโกสินทร์

25 ส.ค. 2022

พิกัดไหว้พระ 9 วัด เสริมบุญ เสริมดวง รอบเกาะรัตนโกสินทร์

เที่ยวเมืองกรุง ต้องไปเสริมบุญ เสริมดวงให้ปัง "ไหว้พระ 9 วัด เสริมบุญ รอบเกาะรัตน์โกสินทร์" อิ่มบุญ อิ่มใจ พร้อมชมความสวยงาม และเรียนรู้ประวัติความเป็นมาของวัดเก่าแก่ สายมูทั้งหลาย ลองจัดทริปเสริมความสิริมงคลให้ตัวเองวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์)ถือว่าเป็นวัดเก่าแก่และมีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศไทยถูกสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอธุยา เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธไสยาสน์ หรือที่คนไทยนิยมเรียกกันว่าพระนอน ซึ่งพระนอนวัดโพธิ์มีขนาดใหญ่และมีความเก่าแก่ที่สุดในกรุงเทพวัดราชนัดดา โลหะปราสาทวัดนี้ตั้งอยู่ตรงแถวป้อมมหากาฬ สะพานผ่านฟ้า จุดเริ่มต้นของเกาะรัตนโกสินทร์ ชมความยิ่งใหญ่ตระการตาสวยงามของ "โลหะปราสาท" และประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามเป็นวัดหลวงประจำรัชกาลที่ 4 ประดิษฐาน "พระพุทธสิหิงคปฏิมากร" พระประธานพระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามเป็นวัดประจำถึง 3 รัชกาล คือ รัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 7 และรัชกาลที่ 9 ภายในประดิษฐานพระพุทธอังคีรส พระประธานภายในพระอุโบสถ และด้านในมีองค์พระเจดีย์ ประดิษฐานพระพุทธรูปนาคปรกศิลาโบราณวัดมหรรณพารามวัดนี้ตั้งอยู่ใจกลางเกาะรัตนโกสินทร์ ภายในมี พระวิหารหลวงพ่อพระร่วง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยเก่าแก่ถึง 700 ปี สามารถขอพรกราบไหว้เรื่องของงาน สอบเข้าทำงานหรือเรียนวัดบวรนิเวศวิหารวัดประจำรัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 9 ภายในพระอุโบสถ ประดิษฐานพระพุทธชินสีห์ (หน้า) และพระสุวรรณเขต (หลัง) พระประธานพระอุโบสถวัดสุทัศนเทพวรารามวัดประจำรัชกาลที่ 8 ภายในพระวิหารประดิษฐานพระศรีศากยมุนี ขอบอกว่าพระพุทธรูปงดงามวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)เป็นวัดในพระบรมมหาราชวัง ภายในวัดได้ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร องค์สีเขียวมรกต หรือ พระแก้ว มีเครื่องทรงปรับเปลี่ยนตามฤดูกาลทั้งสามฤดูวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง)เป็นพระอารามหลวงชั้นโท เป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุของพระสมณโคดม สักการะพระบรมสารีริกธาตุ บนพระบรมบรรพต มองเห็นวิวกรุงเทพฯพิเศษสุด! สำหรับคุณ เพียงใส่โค้ด "ATIME168" รับส่วนลดทันที- 10% สำหรับ Wallpaper- 50% สำหรับ package ดูดวง 3 เดือนราคาเริ่มต้น 199 บาทเท่านั้นสนใจสั่งจอง คลิกhttps://bit.ly/39Pe6Clหรือแอดไลน์ @ganesha168

รู้ทัน! 9 ฤกษ์ ไหนควรทำอะไร แล้วดีอย่างไร

20 ก.ย. 2022

รู้ทัน! 9 ฤกษ์ ไหนควรทำอะไร แล้วดีอย่างไร

มีคำกล่าวว่าเริ่มต้อนด้วยฤกษ์ยามที่ดีย่อมได้เปรียบไปกว่าครึ่งแล้ว แต่ถ้าเรารู้แบบ “เจาะฤกษ์ยาม” ลงไปอีกจะยิ่งสร้างโอกาสดีเกินครึ่ง เชิญมวลมิตรมูมาเจาะกัน1. ทลิทโทฤกษ์แปลได้ว่า ผู้ร้องขอ, ขอให้กรุณา เหมือนร้องขอให้สิ่งที่เราต้องการทำได้สำเร็จสมหวังโดยง่าย เช่น การขอหมั้น ขอแต่งงาน ทวงหนี้ กู้ยืม ร้องทุกข์2. มหัทธโนฤกษ์แปลได้ว่า ผู้รุ่งเรือง, มั่งคั่งด้วยทรัพย์สิน งานมงคลที่เกี่ยวกับธุรกิจ อาคาร บ้านเรือน กระทั่งงานเริ่มต้นครอบครัวใหม่ ควรใช้ให้ตรงกับฤกษ์นี้เลย เช่น แต่งงาน ขึ้นบ้านใหม่ เปิดร้าน ธุรกิจ สร้างอาคาร ฯลฯ3. โจโรฤกษ์แปลได้ว่า ผู้ทำลาย ผู้ข่มขู่ กำลัง โจร กล้าหาญ คนในยุคอดีตจะใช้ฤกษ์นี้ในการเริ่มต้นโจมตี ปล้นสะดม บังคับข่มขวัญ แย่งชิงผลประโยชน์เชิงอำนาจ โดยใช้กำลังเป็นหลัก4. ภูมิปาโลฤกษ์แปลได้ว่า ผู้รักษาแผ่นดิน เหมาะกับงานมงคลใดๆเกี่ยวกับผืนดิน งานการเกษตร ซื้อที่ดิน ตั้งศาลพระภูมิ สร้างบ้านเรือน ขึ้นบ้านใหม่ ลาสิกขาบท เปิดร้าน ภูมิปาโลฤกษ์นี้ใช้ได้กับงานมงคลได้กว้างขวางมาก5. เทศาตรีฤกษ์แปลได้ว่า ข้ามท้องถิ่นชั่วคราว เหมาะเป็นฤกษ์สำหรับเริ่มต้น หรือเปิดศูนย์การค้า โรงแรม โรงหนัง สถานบันเทิงเริงรมย์ต่างๆทุกประเภท6. เทวีฤกษ์แปลได้ว่า ความหรูหรา งดงาม เจ้าเสน่ห์ เหมาะกับการหมั้นหมาย แต่งงาน พร้อมส่งตัวเข้าเรือนหอ เปิดคลีนิคศัลยกรรม เสริมความงาม ร้านเสื้อผ้า งานมงคลใดๆ ฯลฯ7. เพชฌฆาตฤกษ์แปลได้ว่า ผู้ต้องต่อสู้ ฟันผ่าอุปสรรค ต้องตัดสินใจในเรื่องใหญ่ เรื่องสำคัญ เหมาะสำหรับการนัดตัดสินคดี หรือพบปะเพื่อเคลียร์เรื่องสำคัญต่อกัน ทั้งทางไสยศาสตร์ ปลุกเสกของขลัง สร้างวัด สร้างโบสถ์ ฤกษ์นี้เหมาะมาก8. ราชาฤกษ์แปลได้ว่า ผู้มีบุญบารมีสูงส่ง มีอำนาจวาสนา พระเจ้าแผ่นดิน เหมาะสำหรับงานราชการพิธีกับคนหมู่มากระดับประเทศ หรือการเข้าหาเจ้านายผู้ใหญ่ก็ได้ และงานมงคลทั้งหลากหลาย9. สมโณฤกษ์แปลได้ว่า ปราชณ์ นักบวช ปัญญาความสุขสงบ ฤกษ์ที่เหมาะทำพิธีกรรมทางความเชื่อ ศาสนา เช่น การทำขวัญนาค การบวช การเททองหล่อพระ ทำบุญบ้าน ทำบุญต่ออายุ เข้ารับการศึกษา กระทั่งการเริ่มต้นถือศีลภาวนาศึกษาธรรมะใดๆเพื่อความสงบร่มเย็นทางใจพิเศษสุด! สำหรับคุณ เพียงใส่โค้ด "ATIME168" รับส่วนลดทันที- 10% สำหรับ Wallpaper- 50% สำหรับ package ดูดวง 3 เดือนราคาเริ่มต้น 199 บาทเท่านั้นสนใจสั่งจอง คลิกhttps://bit.ly/39Pe6Clหรือแอดไลน์ @ganesha168

วันไหว้พระจันทร์ 2568 : ประวัติ, บทสวด, ของไหว้ และข้อห้าม

25 ก.ย. 2025

วันไหว้พระจันทร์ 2568 : ประวัติ, บทสวด, ของไหว้ และข้อห้าม

เทศกาลสำคัญที่คนไทยเชื้อสายจีนรอคอยกำลังจะมาถึงแล้ว วันไหว้พระจันทร์ ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 6 ตุลาคม 2568 เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนในครอบครัวจะได้มารวมตัวกันเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลอันแสนอบอุ่น พร้อมกับขนมไหว้พระจันทร์ที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเทศกาลนี้ หากคุณอยากรู้ว่า เทศกาลไหว้พระจันทร์คืออะไร ทำไมถึงสำคัญ และมีขั้นตอนการไหว้อย่างไรบ้าง บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับประเพณีโบราณที่เต็มไปด้วยความหมายและความเชื่ออันลึกซึ้งเทศกาลวันไหว้พระจันทร์คืออะไร เทศกาลไหว้พระจันทร์ (Moon Festival) หรือที่รู้จักกันในชื่อเทศกาลจงชิว เป็นประเพณีเก่าแก่ของชาวจีนที่มีมานานกว่า 3,000 ปี ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติของจีน ซึ่งเป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวงและส่องสว่างที่สุดในรอบปี ตำนานที่เล่าขานกันมาอย่างยาวนานและเป็นที่รู้จักมากที่สุดคือเรื่องราวของ "ฉางเอ๋อ" เทพธิดาแห่งดวงจันทร์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความรักและความสามัคคี การไหว้พระจันทร์จึงเป็นการแสดงความเคารพต่อเทพธิดาฉางเอ๋อ ขอพรให้ชีวิตร่มเย็นเป็นสุข ครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา และเป็นการเฉลิมฉลองการเก็บเกี่ยวพืชผลที่อุดมสมบูรณ์ในฤดูใบไม้ร่วงความหมายของขนมไหว้พระจันทร์แต่ละไส้ สิ่งที่จะขาดไม่ได้ใน เทศกาลไหว้พระจันทร์ คือขนมไหว้พระจันทร์ ขนมทรงกลมคล้ายดวงจันทร์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหมายมงคล ไส้ขนมแต่ละแบบไม่เพียงแต่ให้รสชาติที่อร่อย แต่ยังแฝงไว้ด้วยคำอวยพรดี ๆ อีกด้วยไส้เม็ดบัว เป็นไส้ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดและถือเป็นไส้ดั้งเดิมของขนมไหว้พระจันทร์ ความหมายคือ ความอุดมสมบูรณ์ ความบริสุทธิ์ และความเจริญรุ่งเรืองไส้ถั่วแดง ถั่วแดงเป็นสัญลักษณ์ของความรักและความปรารถนาดี หมายถึงความรักที่มั่นคง ความสุข และความสามัคคีไส้ทุเรียน สำหรับชาวจีน ทุเรียนคือ "ราชาแห่งผลไม้" ไส้ทุเรียนจึงเป็นตัวแทนของความมั่งคั่ง ความร่ำรวย และความสำเร็จไส้โหงวยิ้ง เป็นไส้ที่ประกอบด้วยธัญพืช 5 ชนิด เช่น เมล็ดฟักทอง งาขาว เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ฯลฯ โหงวยิ้งหมายถึงธาตุทั้ง 5 ในจักรวาล (ดิน น้ำ ไฟ ไม้ โลหะ) เป็นสัญลักษณ์ของความมงคลและพลังชีวิตไส้ไข่เค็ม ไข่แดงกลม ๆ เปรียบเสมือนพระจันทร์เต็มดวงที่ส่องประกาย แสดงถึงความสมบูรณ์พูนสุขและความเป็นสิริมงคลขั้นตอนการไหว้พระจันทร์และของที่ต้องเตรียม การไหว้พระจันทร์จะจัดขึ้นในตอนกลางคืน เมื่อพระจันทร์เต็มดวงส่องสว่าง โดยมีขั้นตอนและของไหว้ดังนี้ ของที่ต้องเตรียมขนมไหว้พระจันทร์: จำนวน 4 ชิ้น หรือเป็นคู่ (อย่างน้อย 4 ชิ้น) หรือเป็นจำนวนเลขคู่ผลไม้: เช่น ส้มโอ ส้ม แอปเปิล และผลไม้ที่มีความหมายมงคลอื่น ๆ จำนวน 4 อย่างธูป: 3 หรือ 5 ดอกเทียน: 1 คู่น้ำชา: 4 ถ้วยของไหว้ที่เป็นมงคล: เช่น โคมไฟ กระดาษเงินกระดาษทอง กระดาษรูปพระจันทร์ดอกไม้: ดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม เช่น ดอกไม้จีน, ดอกมะลิ ขั้นตอนการไหว้จัดโต๊ะไหว้หันหน้าไปทางทิศตะวันออก (หรือทิศที่มองเห็นพระจันทร์ชัดเจน)นำของไหว้ทั้งหมดจัดวางบนโต๊ะจุดธูปเทียน กล่าวคำอธิษฐานและขอพรจากเทพธิดาฉางเอ๋อ ขอให้ครอบครัวมีความสุข ความสามัคคี และชีวิตรุ่งเรืองเมื่อธูปหมดดอกแล้ว ให้ลาของไหว้และนำไปรับประทานร่วมกันในครอบครัวบทสวดไหว้พระจันทร์ การสวดมนต์เพื่อขอพรจาก องค์จันทราเทพ หรือเทพธิดาฉางเอ๋อ สามารถเลือกใช้ได้ทั้งแบบสั้น แบบยาว หรือแบบคัมภีร์ ตามความสะดวกและความศรัทธาบทสวดไหว้พระจันทร์ (แบบสั้น) เป็นบทสวดที่นิยมใช้กันทั่วไป มีความหมายที่กระชับและครอบคลุมตั้งนะโม 3 จบ"โอม จันทรา ศศิประภา นะมะฮา นะโม ไท้อิม ผู่สัก ม่อ ฮ่อ สัก"(จากนั้นกล่าวคำอธิษฐาน)"ข้าแต่จันทราเทพ จันทราเทวี ขออัญเชิญพระองค์มารับเครื่องสักการะบูชาที่ข้าพเจ้าได้จัดถวายในวันนี้ ขอได้โปรดประทานความสุขสงบในจิตใจ ความรักที่มั่นคง ความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ และความเจริญรุ่งเรืองแก่ครอบครัวของข้าพเจ้าด้วยเทอญ"บทสวดไหว้พระจันทร์ (แบบยาว) เป็นบทสวดที่ใช้ในพิธีแบบดั้งเดิม เน้นการกล่าวคำบูชาและขอพรที่ละเอียดมากขึ้นตั้งนะโม 3 จบ"สัพเพ สังขารา อะนิจจา, สัพเพ สังขารา ทุกขา, สัพเพ สังขารา อะนัตตา""วันเพ็ญเดือนแปด ยามแสงจันทราส่องสว่าง พระจันทร์เต็มดวงส่องแสงเจิดจ้าเหนือพื้นนภา ข้าพเจ้าขออัญเชิญองค์ไท้อิมหรือเทพธิดาฉางเอ๋อ ซึ่งเป็นเทพแห่งจันทรา ผู้ประทานความสงบสุข ความบริสุทธิ์ และความอุดมสมบูรณ์""ในวันมงคลนี้ ข้าพเจ้าได้จัดเตรียมเครื่องสักการะอันประกอบด้วยขนมไหว้พระจันทร์ ผลไม้มงคล น้ำชา และดอกไม้หอม เพื่อเป็นการบูชาและแสดงความเคารพต่อพระองค์ ขอพระองค์โปรดรับเครื่องบูชาเหล่านี้และประทานพรให้แก่ข้าพเจ้าและครอบครัว""ขอให้ความรักในครอบครัวมั่นคงและยืนยาวดุจแสงจันทร์ที่ส่องสว่างตลอดคืน ขอให้มีแต่ความสุข ความเจริญรุ่งเรือง มีโชคลาภ เงินทองไหลมาเทมา และชีวิตราบรื่นปราศจากอุปสรรคใด ๆ ด้วยเทอญ"บทสวด “ไถ่อิมแชกุงเสี่ยเก็ง” หรือ “พระคัมภีร์แม่พระจันทร์” บทสวดนี้เป็นคัมภีร์ที่ใช้สำหรับสวดบูชาและขอบคุณองค์จันทราเทพ (ไท้อิม) โดยเฉพาะ ซึ่งนิยมใช้ในพิธีที่เน้นการแสดงความเคารพอย่างลึกซึ้งต่อบุญคุณของดวงจันทร์คำกล่าวอัญเชิญ:ขอนอบน้อมอัญเชิญพระคัมภีร์แม่พระจันทร์ เพื่อกล่าวขอบคุณในบุญคุณบทสวด:องค์จันทราเทพผู้ส่องสว่างทั่วทุกสารทิศ แสงแห่งความเมตตาปกคลุมไปทั่วท้องฟ้าประทานพรแก่มนุษย์และสรรพสิ่งทั้งหลาย นำมาซึ่งความสุขสงบและสันติสุขวันนี้ในเทศกาลกลางฤดูใบไม้ร่วงที่พระจันทร์เต็มดวง ข้าพเจ้าเหล่าศิษย์ผู้ศรัทธา ขอนอบน้อมกราบไหว้ด้วยใจจริงขอขอบพระคุณในบุญคุณและอานุภาพที่ทรงคุ้มครอง ขอให้กรรมชั่วทั้งหลายหมดไป และขอให้ปัญญาเพิ่มพูนขึ้นขอดลบันดาลให้ครอบครัวอยู่กันอย่างปรองดอง สุขภาพแข็งแรง และหน้าที่การงานราบรื่นขอให้โชคลาภเงินทองไหลมาไม่ขาดสาย ขอให้มีแต่ความสุขยืนยาวและปราศจากโรคภัยขอให้แสงจันทร์ส่องสว่างทั่วทั้งจักรวาล ปัดเป่าภัยพิบัติและอุปสรรคทั้งปวง ให้ทุกสิ่งเป็นไปตามที่ปรารถนาองค์จันทราเทวี ผู้ทรงเมตตายิ่งใหญ่และมีบุญคุณอันหาประมาณมิได้ข้อห้ามที่ไม่ควรทำในวันไหว้พระจันทร์ แม้ว่าจะเป็นเทศกาลที่เต็มไปด้วยความสุข แต่ก็มีข้อห้ามและความเชื่อบางอย่างที่ควรระมัดระวังห้ามชี้หน้าพระจันทร์ การชี้หน้าพระจันทร์ถือว่าเป็นการไม่ให้ความเคารพแก่เทพเจ้าห้ามตักน้ำกลางแจ้ง เชื่อกันว่าเป็นการรบกวนเทพธิดาห้ามทำกิจกรรมที่เสียงดัง เช่น การสังสรรค์ส่งเสียงดัง เพราะเชื่อว่าจะรบกวนการทำพิธีห้ามรับประทานขนมไหว้พระจันทร์คนเดียว ควรรับประทานร่วมกับครอบครัวเพื่อเสริมสร้างความรักและความอบอุ่นห้ามสบประมาทพระจันทร์ ไม่ควรพูดจาที่ไม่สุภาพหรือบ่นเกี่ยวกับพระจันทร์เทศกาลแห่งความสุขและความสามัคคีที่รอคอย เทศกาลไหว้พระจันทร์ เป็นมากกว่าแค่การเฉลิมฉลอง แต่เป็นประเพณีที่สะท้อนถึงความรักความผูกพันในครอบครัว การรำลึกถึงบรรพบุรุษ และการขอพรให้ชีวิตมีแต่ความสุขและความเจริญรุ่งเรือง การไหว้พระจันทร์จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ใช้เวลาร่วมกับคนที่คุณรักและส่งต่อความเชื่อและธรรมเนียมอันดีงามนี้จากรุ่นสู่รุ่น หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจถึงความสำคัญของ วันไหว้พระจันทร์ และสามารถเตรียมตัวสำหรับเทศกาลอันแสนพิเศษนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แล้วอย่าลืมมาเฉลิมฉลองกันใน วันที่ 6 ตุลาคม 2568 นี้ หากคุณชื่นชอบบทความดีๆ ที่ช่วยให้คุณได้เรียนรู้เรื่องราวทางวัฒนธรรมและเทศกาลสำคัญต่าง ๆ อย่าลืมติดตามเรื่องราวอีกมากมายได้ที่ Chill on กินเที่ยวจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

คาถาบูชาพญายมราช วิธีไหว้ ของไหว้ และสถานที่บูชาให้ชีวิตรุ่งเรือง

29 ต.ค. 2025

คาถาบูชาพญายมราช วิธีไหว้ ของไหว้ และสถานที่บูชาให้ชีวิตรุ่งเรือง

คาถาบูชาพญายมราช เป็นหนึ่งในบทสวดที่ผู้คนจำนวนมากให้ความสำคัญและค้นหาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่ชีวิตต้องเผชิญกับอุปสรรค เคราะห์กรรม หรือความเจ็บป่วย เพราะความเชื่อในองค์พญายมราช หรือที่รู้จักกันในนาม พระยม หรือ ยมบาล ในฐานะผู้เป็นใหญ่ในยมโลก ผู้ทำหน้าที่ตัดสินความดีความชั่วของสรรพสัตว์ตามกรรมที่ได้กระทำไว้ ทำให้การบูชาท่านไม่ได้เป็นเพียงการขอพรเพื่อความมั่งคั่งเท่านั้น แต่เป็นการขออำนาจแห่งความยุติธรรมให้ช่วยชี้ขาดกรรม, ปัดเป่าเภทภัย, เสริมสิริมงคล, ต่ออายุขัย และนำพาชีวิตให้รอดพ้นจากอันตรายทั้งปวงพญายมราชคือใคร ทำไมจึงควรบูชา?พญายมราช ตามความเชื่อทางพระพุทธศาสนาและฮินดู คือเทพเจ้าผู้ดูแลและตัดสินกรรมของมนุษย์ในปรโลก เป็นผู้ถือตราชั่งแห่งความยุติธรรมและมีบริวารคือเหล่ายมทูตที่คอยนำดวงวิญญาณไปสู่การพิพากษา หลายคนอาจมองว่าท่านเป็นเทพแห่งความตายที่น่ากลัว แต่แท้จริงแล้ว ท่านเป็นเทพเจ้าแห่งความเที่ยงธรรมและเมตตา ท่านจะตัดสินด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมตามกฎแห่งกรรมอำนาจและอานิสงส์จากการบูชาพญายมราชการสวดคาถาบูชาพญายมราช และปฏิบัติบูชาอย่างถูกต้องจะช่วยเสริมสิริมงคลในด้านต่าง ๆ ดังนี้เสริมอายุยืนยาวและแคล้วคลาดจากภัยพิบัติ: เชื่อกันว่าท่านสามารถยืดอายุขัยและปกป้องจากอุบัติเหตุหรือภัยอันตรายที่มาจากกรรมไม่ดีได้ปกป้องคุ้มครองจากสิ่งชั่วร้าย: พญายมราชมีอำนาจเหนือภูตผีปีศาจและสิ่งอัปมงคลทั้งปวง การบูชาท่านจึงช่วยขับไล่คุณไสยหรือพลังงานลบขอขมากรรมและอโหสิกรรม: การบูชาและอุทิศบุญให้ท่านช่วยให้เจ้ากรรมนายเวรเมตตาบรรเทาโทษกรรมหนักให้เบาบางลงเสริมความสำเร็จและโชคลาภ: เมื่อกรรมดีเริ่มส่งผล การงาน การเงิน และชีวิตจะราบรื่นขึ้น ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนาคาถาบูชาพญายมราชที่ถูกต้องและเป็นที่นิยมบทสวดคาถาบูชาพญายมราช ที่เป็นที่นิยมและมีการเผยแพร่อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะจากพระเกจิอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญด้านการไหว้ คือบทสวดที่ขึ้นต้นด้วย "ปะโตเมตัง" ซึ่งเป็นพระคาถาที่มีพุทธคุณสูงบทสวดก่อนเริ่มบูชา (จุดธูปเทียน)วัตถุประสงค์ในการสวดเพื่อความปลอดภัย แคล้วคลาดจากภัยอันตราย แนะนำสวด 3 จบ หรือ 9 จบเพื่อเสริมสิริมงคล ต่ออายุขัย ไล่ผีปีศาจ แนะนำสวด 5 จบ หรือ 21 จบเพื่อขอโชคลาภ ร่ำรวย และเปิดดวงชะตา แนะนำสวด 8 จบ หรือ 108 จบแปลบทสวด: ผู้มีชีวิตอยู่และล่วงลับไปแล้วที่แสวงหาหนทางการเกิดอันเป็นสุข ขอให้ไปสู่หนทางแห่งสุคติเถิด ข้าพเจ้ามีเมตตาจิตต่อสรรพวิญญาณทั้งหลาย ขอให้ถึงซึ่งพระนิพพานอันเป็นหนทางอันเกษมเหนือสุคติภพเถิด(เป็นการแผ่เมตตาและขอความคุ้มครองจากพระองค์ให้ชีวิตก้าวสู่ความสุข)พิธีการบูชา ไหว้พญายมใช้ธูปกี่ดอก? และของไหว้ที่ขาดไม่ได้การบูชาพญายมราชนั้นมีรายละเอียดที่ต้องใส่ใจ โดยเฉพาะเรื่องของเครื่องบูชาและจำนวนธูป เพื่อให้พิธีศักดิ์สิทธิ์และได้รับความเมตตาจากท่านของไหว้พญายมราช ที่ต้องเตรียมของไหว้ที่นิยมถวายพญายมราชมักเน้นสีดำหรือสีแดง เพื่อแสดงความเคารพต่ออำนาจและความเข้มแข็งของท่านธูป: ใช้ ธูปดำ 2 ดอก เป็นหลัก (เป็นที่นิยมมากที่สุด) หรือ ธูป 5 ดอก (ตามกำลังเทพ) หรือ ธูป 9 ดอก (ตามกำลังเทพเจ้า) สำคัญคือต้องใช้ 'ธูปดำ' หากหาไม่ได้จริง ๆ ให้ใช้ธูปสีปกติ 2 ดอกเทียน: เทียน 2 เล่ม (หรือเทียนดำ 1 คู่)ดอกไม้: ดอกไม้สีแดง หรือพวงมาลัยดอกดาวเรืองอาหารคาว: เนื้อสัตว์ (ต้ม, ย่าง), ข้าวสวย (ไม่จำเป็นต้องเป็นของสดเสมอไป)อาหารหวาน/ผลไม้: ผลไม้ 5 อย่าง เช่น กล้วยน้ำว้า, สับปะรด, ขนุน, น้ำอ้อย, หรือของหวานที่มีสีแดง/ดำเครื่องดื่ม: น้ำเปล่า, น้ำอัดลม, เหล้า (ถวายเป็นสัญลักษณ์)สำคัญพิเศษ: น้ำชา 1 แก้ว และ ข้าวสาร 1 กำมือ (หรือ 1 ถ้วย)ขั้นตอนการไหว้พญายมราชจุดธูปเทียน: ตั้งจิตอธิษฐานแล้วจุดเทียนและ ธูปดำ 2 ดอกกล่าวบทสวด: กล่าวบทนะโม 3 จบ ตามด้วย คาถาบูชาพญายมราช "ปะโตเมตัง ปะระชีวินัง..." ตามจำนวนที่ตั้งใจกล่าวคำอธิษฐาน: อธิษฐานขอพรตามความปรารถนา เช่น ขอให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากภัยอันตราย ขอให้มีอายุยืนยาว หรือขอให้การเงินการงานราบรื่น และที่สำคัญคือ ขอขมากรรม ที่เคยได้กระทำไว้กรวดน้ำอุทิศบุญ: หลังจากสวดมนต์เสร็จสิ้น ให้กรวดน้ำอุทิศบุญกุศลที่ได้ทำมาทั้งหมด แด่องค์พญายมราช และเหล่าเจ้ากรรมนายเวร โดยกล่าวคำกรวดน้ำว่า:"อิทัง ปุญญะผะลัง อิมินา ปุญญะกัมเมนะ ขออุทิศบุญกุศลนี้ ถวายแด่องค์พญายมราช ขอท่านจงรับและโปรดเมตตาชี้ทางแห่งความสุขความเจริญให้แก่ข้าพเจ้า ขอให้บุญนี้ถึงแก่เจ้ากรรมนายเวรและสรรพสัตว์ทั้งหลาย ขอให้ได้รับความสุขพ้นจากทุกข์ภัยทั้งปวงเทอญ"คำแนะนำเพิ่มเติม: ควรทำพิธีไหว้ในวันอังคาร (ถือเป็นวันครู) หรือวันศุกร์ (เชื่อว่าเป็นวันที่ท่านเมตตามากเป็นพิเศษ)ไหว้พญายมราชที่ไหน? สถานที่บูชาที่ศักดิ์สิทธิ์และมีพลังงานการบูชาพญายมราชสามารถทำได้ที่บ้านด้วยการตั้งจิตอธิษฐาน แต่การเดินทางไปสักการะ ณ สถานที่จริงที่มีรูปเคารพของท่าน จะช่วยเสริมพลังศรัทธาและทำให้ได้รับพรมากขึ้น สถานที่สำคัญที่มีชื่อเสียงในการบูชาพญายมราชในประเทศไทย ได้แก่วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร (เสาชิงช้า)จุดเด่น: วัดแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อของพญายมราช ที่มีความศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เคารพของผู้คนมายาวนาน เชื่อกันว่าการมาขอขมากรรมที่นี่มีพลังแรงกล้าและเห็นผลเร็วความเชื่อ: การมาขอพรเรื่องสุขภาพและการขอบรรเทาโทษจากหนักเป็นเบาวัดชัยสิทธาวาส (ปทุมธานี)จุดเด่น: เป็นอีกหนึ่งวัดที่มีการจัดสร้างรูปหล่อพญายมราชให้ผู้คนได้มาสักการะ โดยมักจะไหว้คู่กับท้าวเวสสุวรรณ ซึ่งมีอำนาจในการปกป้องคุ้มครองและบันดาลโชคลาภเช่นเดียวกันความเชื่อ: ขอพรด้านการป้องกันภูตผีปีศาจและการเงินโชคลาภมูลนิธิร่วมกตัญญู (บางพลี, สมุทรปราการ)จุดเด่น: แม้จะเป็นมูลนิธิ แต่ก็มีการประดิษฐานรูปเคารพที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ล่วงลับ รวมถึงพญายมราชให้ผู้คนได้มากราบไหว้ และยังสามารถทำบุญบริจาคโลงศพ ซึ่งถือเป็นการสร้างบุญใหญ่เพื่อต่ออายุขัยและสะเดาะเคราะห์ไปพร้อมกันความเชื่อ: เสริมดวงชะตา ต่ออายุ และทำบุญใหญ่เพื่อความแคล้วคลาดข้อควรจำเพื่อบูชาพญายมราชให้ได้ผลสูงสุดการบูชาไม่ใช่แค่การสวดคาถาบูชาพญายมราช หรือการเตรียมของไหว้พญายมราชเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรมและปฏิบัติความดีอย่างสม่ำเสมอเน้นการทำความดี: พญายมราชทรงตัดสินตามกฎแห่งกรรม ดังนั้นการทำทาน, รักษาศีล, และเจริญภาวนา จึงเป็นหนทางที่ดีที่สุดที่จะทำให้ท่านเมตตาการขอขมากรรม: ควรใช้โอกาสในการบูชาท่านเพื่อขอขมาโทษที่ได้กระทำโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้ากรรมนายเวร และสรรพสัตว์สวดอย่างสม่ำเสมอ: การสวดคาถา "ปะโตเมตัง ปะระชีวินัง..." เป็นประจำทุกวันก่อนนอนจะช่วยคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัยตลอดคืนและในวันรุ่งขึ้นความสะอาดและความเคารพ: หากบูชาที่บ้าน ควรตั้งบูชาในที่ที่เหมาะสม สะอาด และแสดงความเคารพสูงสุดต่อรูปเคารพของท่านคาถาบูชาพญายมราชเป็นกุญแจสำคัญในการเชื่อมโยงจิตวิญญาณของเราเข้ากับอำนาจแห่งความยุติธรรมและความเมตตาขององค์พระยม การสวดบท "ปะโตเมตัง ปะระชีวินัง สุขะโตจุติ จิตตะเมตะ นิพพานัง สุขะโต จุติ" อย่างตั้งใจ การเตรียมของไหว้พญายมราช ที่ถูกต้อง และการเลือกใช้ ธูปดำ 2 ดอก ในการประกอบพิธี จะช่วยเสริมมงคลให้คุณได้รับพรอันศักดิ์สิทธิ์ ทั้งการเสริมอายุยืนยาว การปัดเป่าภัยพิบัติ และความสำเร็จในชีวิตอย่าลืมว่าพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการบูชาคือ "การทำความดี" การปฏิบัติบูชาภายนอกเป็นเพียงองค์ประกอบเสริม การหมั่นทำบุญและตั้งมั่นในศีลธรรมจะนำพาให้คุณรอดพ้นจากภัยทั้งปวง และได้รับความเมตตาจากพญายมราชอย่างแท้จริง