งานวันเทวสมภพของเจ้าแม่ทับทิม สะพานเหลือง

Temple & Mutelu

งานวันเทวสมภพของเจ้าแม่ทับทิม สะพานเหลือง

16 เม.ย. 2025

 งานวันเทวสมภพเจ้าแม่ทับทิม สะพานเหลือง

         งานวันเทวสมภพเจ้าแม่ทับทิม (อาหมาแซ) ประจำปี 2568 ณ ศาลเจ้าแม่ทับทิม สะพานเหลือง จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–21 เมษายน 2568 โดยวันเทวสมภพตรงกับวันที่ 20 เมษายน 

กิจกรรมภายในงาน:

  1. พิธีสักการะขอพรด้านการงาน โชคลาภ และบุตร
  2. การแสดงงิ้วจีนหาชมยากตลอด 3 คืน
  3. ชมสถาปัตยกรรมจีนโบราณของศาลเจ้า ซึ่งได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น ประจำปี 2568 จากสมาคมสถาปนิกสยาม 

ที่มาของภาพ : เฟซบุ๊กเพจเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง

วิธีขอพร:

  1. ท่องบทสวดตามที่ศาลเจ้าจัดเตรียมไว้
  2. ตั้งจิตอธิษฐาน บอกชื่อ-สกุล วันเกิด และสิ่งที่ต้องการอย่างละเอียด (แนะนำให้ขอพรหลักเพียงข้อเดียว)
  3. สามารถถวายอาหาร (ยกเว้นเนื้อวัว) และผลไม้ตามความศรัทธา 

ที่มาของภาพ : PMCU

ประวัติความเป็นมาของศาลเจ้าแม่ทับทิม

      ศาลเจ้าแม่ทับทิม สะพานเหลือง (อึ่งเกี่ยเทียงโห่วเก็ง) เป็นศาลเจ้าจีนเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในย่านสามย่านกรุงเทพฯ มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 150 ปี เริ่มต้นจากเพิงไม้เล็ก ๆ ในสมัยต้นรัชกาลที่ 5 โดยชาวจีนแต้จิ๋วที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในสยามศาลเจ้าแห่งนี้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวจีนในย่าบรรทัดทอง-สามย่าน และเป็นสถานที่สำคัญในการประกอบพิธีกรรมและขอพรจากเจ้าแม่ทับทิม

ที่มาของภาพ : The People

มูอะไรได้บ้างที่ ศาลเจ้าแม่ทับทิม:

  1. ขอพรเรื่องความปลอดภัยในการเดินทาง
    เพราะเจ้าแม่ทับทิมเป็นเทพแห่งทะเล เชื่อกันว่าคุ้มครองผู้เดินทางทั้งทางน้ำและทางบกให้ปลอดภัย
  2. ขอพรเรื่องสุขภาพและการปลดเคราะห์
    หลายคนมาไหว้เพื่อให้หายจากโรคภัย หรือเพื่อสะเดาะเคราะห์ เสริมดวง
  3. ขอพรเรื่องการงานและโชคลาภ
    นักธุรกิจและพ่อค้าแม่ค้ามักมาไหว้เพื่อให้กิจการราบรื่น มีลูกค้าเยอะ และค้าขายคล่อง
  4. ขอพรเรื่องความรักและครอบครัว
    บางคนเชื่อว่าเจ้าแม่ทับทิมมีเมตตามาก หากตั้งจิตดี ๆ จะช่วยดลใจเรื่องความสัมพันธ์ ครอบครัว และคู่ครอง
  5. บนบานหรือแก้บน
    หากเคยขอพรไว้แล้วสมหวัง ก็นิยมกลับมาแก้บน เช่น นำชุดจีน เครื่องไหว้ หรือจัดแสดงงิ้วถวาย

รายละเอียดงาน:

  • วันที่จัดงาน: 19–21 เมษายน 2568
  • เวลา: 09:00–21:00 น.
  • สถานที่: ศาลเจ้าแม่ทับทิม สะพานเหลือง ใกล้ MRT สามย่าน

    ผู้ที่สนใจสามารถร่วมทำบุญสนับสนุนการจัดงานได้ที่ตู้รับบริจาคภายในศาลเจ้าหรือผ่านบัญชีที่ทางศาลเจ้าแจ้งไว้ในเพจอย่างเป็นทางการ 

ผู้เขียน : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

related Temple & Mutelu

วันไหว้พระจันทร์ 2568 : ประวัติ, บทสวด, ของไหว้ และข้อห้าม

25 ก.ย. 2025

วันไหว้พระจันทร์ 2568 : ประวัติ, บทสวด, ของไหว้ และข้อห้าม

เทศกาลสำคัญที่คนไทยเชื้อสายจีนรอคอยกำลังจะมาถึงแล้ว วันไหว้พระจันทร์ ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 6 ตุลาคม 2568 เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนในครอบครัวจะได้มารวมตัวกันเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลอันแสนอบอุ่น พร้อมกับขนมไหว้พระจันทร์ที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเทศกาลนี้ หากคุณอยากรู้ว่า เทศกาลไหว้พระจันทร์คืออะไร ทำไมถึงสำคัญ และมีขั้นตอนการไหว้อย่างไรบ้าง บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับประเพณีโบราณที่เต็มไปด้วยความหมายและความเชื่ออันลึกซึ้งเทศกาลวันไหว้พระจันทร์คืออะไร เทศกาลไหว้พระจันทร์ (Moon Festival) หรือที่รู้จักกันในชื่อเทศกาลจงชิว เป็นประเพณีเก่าแก่ของชาวจีนที่มีมานานกว่า 3,000 ปี ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติของจีน ซึ่งเป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวงและส่องสว่างที่สุดในรอบปี ตำนานที่เล่าขานกันมาอย่างยาวนานและเป็นที่รู้จักมากที่สุดคือเรื่องราวของ "ฉางเอ๋อ" เทพธิดาแห่งดวงจันทร์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความรักและความสามัคคี การไหว้พระจันทร์จึงเป็นการแสดงความเคารพต่อเทพธิดาฉางเอ๋อ ขอพรให้ชีวิตร่มเย็นเป็นสุข ครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา และเป็นการเฉลิมฉลองการเก็บเกี่ยวพืชผลที่อุดมสมบูรณ์ในฤดูใบไม้ร่วงความหมายของขนมไหว้พระจันทร์แต่ละไส้ สิ่งที่จะขาดไม่ได้ใน เทศกาลไหว้พระจันทร์ คือขนมไหว้พระจันทร์ ขนมทรงกลมคล้ายดวงจันทร์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหมายมงคล ไส้ขนมแต่ละแบบไม่เพียงแต่ให้รสชาติที่อร่อย แต่ยังแฝงไว้ด้วยคำอวยพรดี ๆ อีกด้วยไส้เม็ดบัว เป็นไส้ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดและถือเป็นไส้ดั้งเดิมของขนมไหว้พระจันทร์ ความหมายคือ ความอุดมสมบูรณ์ ความบริสุทธิ์ และความเจริญรุ่งเรืองไส้ถั่วแดง ถั่วแดงเป็นสัญลักษณ์ของความรักและความปรารถนาดี หมายถึงความรักที่มั่นคง ความสุข และความสามัคคีไส้ทุเรียน สำหรับชาวจีน ทุเรียนคือ "ราชาแห่งผลไม้" ไส้ทุเรียนจึงเป็นตัวแทนของความมั่งคั่ง ความร่ำรวย และความสำเร็จไส้โหงวยิ้ง เป็นไส้ที่ประกอบด้วยธัญพืช 5 ชนิด เช่น เมล็ดฟักทอง งาขาว เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ฯลฯ โหงวยิ้งหมายถึงธาตุทั้ง 5 ในจักรวาล (ดิน น้ำ ไฟ ไม้ โลหะ) เป็นสัญลักษณ์ของความมงคลและพลังชีวิตไส้ไข่เค็ม ไข่แดงกลม ๆ เปรียบเสมือนพระจันทร์เต็มดวงที่ส่องประกาย แสดงถึงความสมบูรณ์พูนสุขและความเป็นสิริมงคลขั้นตอนการไหว้พระจันทร์และของที่ต้องเตรียม การไหว้พระจันทร์จะจัดขึ้นในตอนกลางคืน เมื่อพระจันทร์เต็มดวงส่องสว่าง โดยมีขั้นตอนและของไหว้ดังนี้ ของที่ต้องเตรียมขนมไหว้พระจันทร์: จำนวน 4 ชิ้น หรือเป็นคู่ (อย่างน้อย 4 ชิ้น) หรือเป็นจำนวนเลขคู่ผลไม้: เช่น ส้มโอ ส้ม แอปเปิล และผลไม้ที่มีความหมายมงคลอื่น ๆ จำนวน 4 อย่างธูป: 3 หรือ 5 ดอกเทียน: 1 คู่น้ำชา: 4 ถ้วยของไหว้ที่เป็นมงคล: เช่น โคมไฟ กระดาษเงินกระดาษทอง กระดาษรูปพระจันทร์ดอกไม้: ดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม เช่น ดอกไม้จีน, ดอกมะลิ ขั้นตอนการไหว้จัดโต๊ะไหว้หันหน้าไปทางทิศตะวันออก (หรือทิศที่มองเห็นพระจันทร์ชัดเจน)นำของไหว้ทั้งหมดจัดวางบนโต๊ะจุดธูปเทียน กล่าวคำอธิษฐานและขอพรจากเทพธิดาฉางเอ๋อ ขอให้ครอบครัวมีความสุข ความสามัคคี และชีวิตรุ่งเรืองเมื่อธูปหมดดอกแล้ว ให้ลาของไหว้และนำไปรับประทานร่วมกันในครอบครัวบทสวดไหว้พระจันทร์ การสวดมนต์เพื่อขอพรจาก องค์จันทราเทพ หรือเทพธิดาฉางเอ๋อ สามารถเลือกใช้ได้ทั้งแบบสั้น แบบยาว หรือแบบคัมภีร์ ตามความสะดวกและความศรัทธาบทสวดไหว้พระจันทร์ (แบบสั้น) เป็นบทสวดที่นิยมใช้กันทั่วไป มีความหมายที่กระชับและครอบคลุมตั้งนะโม 3 จบ"โอม จันทรา ศศิประภา นะมะฮา นะโม ไท้อิม ผู่สัก ม่อ ฮ่อ สัก"(จากนั้นกล่าวคำอธิษฐาน)"ข้าแต่จันทราเทพ จันทราเทวี ขออัญเชิญพระองค์มารับเครื่องสักการะบูชาที่ข้าพเจ้าได้จัดถวายในวันนี้ ขอได้โปรดประทานความสุขสงบในจิตใจ ความรักที่มั่นคง ความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ และความเจริญรุ่งเรืองแก่ครอบครัวของข้าพเจ้าด้วยเทอญ"บทสวดไหว้พระจันทร์ (แบบยาว) เป็นบทสวดที่ใช้ในพิธีแบบดั้งเดิม เน้นการกล่าวคำบูชาและขอพรที่ละเอียดมากขึ้นตั้งนะโม 3 จบ"สัพเพ สังขารา อะนิจจา, สัพเพ สังขารา ทุกขา, สัพเพ สังขารา อะนัตตา""วันเพ็ญเดือนแปด ยามแสงจันทราส่องสว่าง พระจันทร์เต็มดวงส่องแสงเจิดจ้าเหนือพื้นนภา ข้าพเจ้าขออัญเชิญองค์ไท้อิมหรือเทพธิดาฉางเอ๋อ ซึ่งเป็นเทพแห่งจันทรา ผู้ประทานความสงบสุข ความบริสุทธิ์ และความอุดมสมบูรณ์""ในวันมงคลนี้ ข้าพเจ้าได้จัดเตรียมเครื่องสักการะอันประกอบด้วยขนมไหว้พระจันทร์ ผลไม้มงคล น้ำชา และดอกไม้หอม เพื่อเป็นการบูชาและแสดงความเคารพต่อพระองค์ ขอพระองค์โปรดรับเครื่องบูชาเหล่านี้และประทานพรให้แก่ข้าพเจ้าและครอบครัว""ขอให้ความรักในครอบครัวมั่นคงและยืนยาวดุจแสงจันทร์ที่ส่องสว่างตลอดคืน ขอให้มีแต่ความสุข ความเจริญรุ่งเรือง มีโชคลาภ เงินทองไหลมาเทมา และชีวิตราบรื่นปราศจากอุปสรรคใด ๆ ด้วยเทอญ"บทสวด “ไถ่อิมแชกุงเสี่ยเก็ง” หรือ “พระคัมภีร์แม่พระจันทร์” บทสวดนี้เป็นคัมภีร์ที่ใช้สำหรับสวดบูชาและขอบคุณองค์จันทราเทพ (ไท้อิม) โดยเฉพาะ ซึ่งนิยมใช้ในพิธีที่เน้นการแสดงความเคารพอย่างลึกซึ้งต่อบุญคุณของดวงจันทร์คำกล่าวอัญเชิญ:ขอนอบน้อมอัญเชิญพระคัมภีร์แม่พระจันทร์ เพื่อกล่าวขอบคุณในบุญคุณบทสวด:องค์จันทราเทพผู้ส่องสว่างทั่วทุกสารทิศ แสงแห่งความเมตตาปกคลุมไปทั่วท้องฟ้าประทานพรแก่มนุษย์และสรรพสิ่งทั้งหลาย นำมาซึ่งความสุขสงบและสันติสุขวันนี้ในเทศกาลกลางฤดูใบไม้ร่วงที่พระจันทร์เต็มดวง ข้าพเจ้าเหล่าศิษย์ผู้ศรัทธา ขอนอบน้อมกราบไหว้ด้วยใจจริงขอขอบพระคุณในบุญคุณและอานุภาพที่ทรงคุ้มครอง ขอให้กรรมชั่วทั้งหลายหมดไป และขอให้ปัญญาเพิ่มพูนขึ้นขอดลบันดาลให้ครอบครัวอยู่กันอย่างปรองดอง สุขภาพแข็งแรง และหน้าที่การงานราบรื่นขอให้โชคลาภเงินทองไหลมาไม่ขาดสาย ขอให้มีแต่ความสุขยืนยาวและปราศจากโรคภัยขอให้แสงจันทร์ส่องสว่างทั่วทั้งจักรวาล ปัดเป่าภัยพิบัติและอุปสรรคทั้งปวง ให้ทุกสิ่งเป็นไปตามที่ปรารถนาองค์จันทราเทวี ผู้ทรงเมตตายิ่งใหญ่และมีบุญคุณอันหาประมาณมิได้ข้อห้ามที่ไม่ควรทำในวันไหว้พระจันทร์ แม้ว่าจะเป็นเทศกาลที่เต็มไปด้วยความสุข แต่ก็มีข้อห้ามและความเชื่อบางอย่างที่ควรระมัดระวังห้ามชี้หน้าพระจันทร์ การชี้หน้าพระจันทร์ถือว่าเป็นการไม่ให้ความเคารพแก่เทพเจ้าห้ามตักน้ำกลางแจ้ง เชื่อกันว่าเป็นการรบกวนเทพธิดาห้ามทำกิจกรรมที่เสียงดัง เช่น การสังสรรค์ส่งเสียงดัง เพราะเชื่อว่าจะรบกวนการทำพิธีห้ามรับประทานขนมไหว้พระจันทร์คนเดียว ควรรับประทานร่วมกับครอบครัวเพื่อเสริมสร้างความรักและความอบอุ่นห้ามสบประมาทพระจันทร์ ไม่ควรพูดจาที่ไม่สุภาพหรือบ่นเกี่ยวกับพระจันทร์เทศกาลแห่งความสุขและความสามัคคีที่รอคอย เทศกาลไหว้พระจันทร์ เป็นมากกว่าแค่การเฉลิมฉลอง แต่เป็นประเพณีที่สะท้อนถึงความรักความผูกพันในครอบครัว การรำลึกถึงบรรพบุรุษ และการขอพรให้ชีวิตมีแต่ความสุขและความเจริญรุ่งเรือง การไหว้พระจันทร์จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ใช้เวลาร่วมกับคนที่คุณรักและส่งต่อความเชื่อและธรรมเนียมอันดีงามนี้จากรุ่นสู่รุ่น หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจถึงความสำคัญของ วันไหว้พระจันทร์ และสามารถเตรียมตัวสำหรับเทศกาลอันแสนพิเศษนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แล้วอย่าลืมมาเฉลิมฉลองกันใน วันที่ 6 ตุลาคม 2568 นี้ หากคุณชื่นชอบบทความดีๆ ที่ช่วยให้คุณได้เรียนรู้เรื่องราวทางวัฒนธรรมและเทศกาลสำคัญต่าง ๆ อย่าลืมติดตามเรื่องราวอีกมากมายได้ที่ Chill on กินเที่ยวจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

สายมู 1 วัน มูแล้วปัง ครบทุกด้าน

17 เม.ย. 2025

สายมู 1 วัน มูแล้วปัง ครบทุกด้าน

สายมู 1 วัน มูแล้วปัง ครบทุกด้าน! "ทริปมูสายปัง 1 วันในกรุงเทพฯ" โดยเน้นให้ครอบคลุม ความรัก, การงาน, เงินทอง และโชคลาภ แถมเดินทางได้ง่าย ไม่วนไปวนมาช่วงเช้า – เริ่มวันแบบรุ่งๆ1. วัดพระแก้ว (เสริมดวงรวม ความมั่นคง)เวลา: 08.30 น.บริเวณพระบรมมหาราชวังขอให้ชีวิตราบรื่น เจริญก้าวหน้าแนะนำ: ไหว้พระแก้วมรกต เดินวนโบสถ์ 3 รอบ2. ศาลหลักเมือง (มั่นคงในชีวิตและงาน)ต่อเนื่องจากวัดพระแก้ว เดินข้ามถนนไปได้เลยเสริมพื้นฐานชีวิตและงานให้มั่นคงจุดธูป 3 ดอก ขอพรให้ชีวิตมั่นคง มีที่ยืนในสังคมช่วงสาย – เสริมพลังงานการงาน โชคลาภ3. พระพรหมเอราวัณ (ขอเรื่องงานและโชคลาภ)ประมาณ 10.30–11.00 น.แยกราชประสงค์ขอเรื่องงาน ความสำเร็จ การเจรจาไหว้ครบ 4 หน้า ใช้ธูป 12 ดอก พวงมาลัย 4 พวง4. พระพิฆเนศ (บูชาความสำเร็จ)ติดกับพระพรหมเลย!ขอเรื่องเรียน งาน ศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์จุดธูป 9 ดอก ของไหว้แนะนำ: กล้วย มะพร้าว ขนมพักกลางวันแนะนำ: Central World มีอาหารเยอะ หรือแวะ Platinum / Gaysorn แล้วต่อ MRT หรือ BTS ต่อได้ช่วงบ่าย – เสริมความรัก เสน่ห์เมตตา5. พระตรีมูรติ (ขอเรื่องรักโดยเฉพาะ)ช่วงบ่าย หรือรอขอแบบพิเศษวันพฤหัส 21.30 น.ความรัก คู่ครอง เสน่ห์แรงดอกกุหลาบแดง 9 ดอก จุดเทียนแดง 1 คู่6. วัดแขก สีลม (เสริมเสน่ห์ ครอบครัว ความรัก)ต่อได้เลยบ่ายๆ (เดินทาง MRT ลงสถานีศาลาแดง)ขอพรพระแม่อุมาและเทพแห่งความรักห้ามของมีชีวิต บูชาด้วยดอกไม้หอม และธูปหอมช่วงเย็น – ปิดท้ายมูปังเรื่องชื่อเสียง แก้ปีชง7. วัดระฆัง (ชื่อเสียง เมตตา เสริมบุญ)ช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกริมเจ้าพระยา นั่งเรือข้ามจากท่าช้างก็ได้ขอให้เป็นที่รักของคน เมตตา ปังๆตีระฆังเบาๆ 3 ครั้ง เสริมเสียงให้ชีวิต8. วัดเล่งเน่ยยี่ (ถ้าอยากแก้ปีชงด้วย)ปิดประมาณ 16.00 น. ถ้าไปทันแวะก่อนวัดระฆังแก้ชง เสริมเคราะห์ให้เบาลงไหว้ไท่ส่วยเอี๊ย พร้อมทำพิธีแก้ชงที่วัดทริคเล็กๆ:ธูปควรเตรียมไว้เองบ้าง หรือซื้อรวมชุดที่วัดถ้าไม่สะดวกเดินเยอะ ใช้ BTS + MRT เป็นหลักเตรียมเงินแบงค์ย่อยไว้ทำบุญ หยอดตู้ตามจุดต่างๆผู้เขียน : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

One day trip เที่ยว 5 วัดดัง ที่อยุธยา

12 มิ.ย. 2024

One day trip เที่ยว 5 วัดดัง ที่อยุธยา

ช่วงวัดหยุดนี้ ใครที่กำลังวางแผนเที่ยวใกล้กรุงเทพ แบบไปเช้า-เย็นกลับ Atime ขอพาทุกคนไปชมวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ไทย พร้อมทั้งตามรอยละครดังกับ 5 วัด จังหวัด พระนครศรีอยุธยา จะมีวัดไหนกันบ้างไปดูกันวัดแรกของจังหวัดอยุธยาที่เราพามานั้น คือ วัดใหญ่ชัยมงคล ถือเป็นวัดที่มีสำคัญต่อประวัติศาสตร์ไทยอย่างมาก โดยจุดเด่นของวัดนี้ คือ สถาปัตยกรรมที่วิจิตร งดงามมาก ทั้งเจดีย์องค์ใหญ่ที่สูงที่สุดในอยุธยา อีกทั้งยังเป็นวัดที่นักท่องเที่ยวนิยมมามากที่สุด และโดยรอบเจดีย์จะเป็นสวนหย่อมให้เดินชม ถ้าใครได้ไปช่วงเย็น จะบอกว่า ที่นี่บรรยากาศดีมากพิกัด : https://goo.gl/maps/PdTxx23ZYHJ3g29o6เปิดให้เข้าชม : 08.00-17.00 น.ค่าเข้าชม : คนไทยเข้าฟรี , ต่างชาติ 40 บาทมาต่อกันที่วัดที่ 2 กับ วัดพนัญเชิงวรวิหาร ใครที่ได้มาวัดนี้ ต้องห้ามพลาดที่จะมาสักการะ “หลวงพ่อโต” เพื่อความเป็นสิริรมงคล โดยหล่วงพ่อโต ถือเป็นพระพุทธรูปปางวมารชัยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในพระนครศรีอยุธยา มีสีทองอร่าม สวยงาม จึงทำให้มีผู้คนมากมาย ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้ามากราบไหว้สักการะพิกัด : https://goo.gl/maps/BArmRHdvmvzToTb87เปิดให้เข้าชม : 08.00-17.00 น.วัดที่ 3 ได้แก่ วัดพระศรีสรรเพชญ์ ในอดีตนั้น วัดแห่งนี้เป็นวัดประจำวังหลวง จึงไม่พระภิษุจำพรรษาอยู่ เช่นเดียวกับวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ วัดพระแก้ว จุดเด่นของวัดนี้ก็คือ เจดีย์ทรงลังกา 3 องค์ตั้งวางเรียงกัน งดงามด้วยโบราณสถาน พระพุทธรูปปูนปั้นเก่าแก่ ถึงจะทรุดโทรมแล้ว แต่ก็ยังดึงดูดให้ชวนมอง และยังคงร่องรอยของความใหญ่โตอลังการของสถาปัตยกรรมไว้ เดินชมไปก็ชวนให้นึกถึงว่า ถ้าเป็นในสมัยนั้นคงสวยงาม ๆ ส่วนใครไม่อยากเดิน ที่วัดเขามีบริการนั่งช้างชมวัดด้วยนะ บอกเลยว่าเป็นวัดที่ต้องมาให้ได้พิกัด : https://maps.app.goo.gl/mjbkPx9VTTVdEprP8?g_st=icเปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30 น.–16.30 น.ค่าเข้าชม : ชาวไทย 10 บาท , ชาวต่างประเทศ 50 บาทมาต่อกันที่ วัดพุทไธศวรรย์ เป็นวัดที่สำคัญมาก ๆ ในสมัยอยุธยา ก่อตั้งขึ้นมานานถึง 600 กว่าปี โดยจุดเด่นของวัดนี้ คือ ปรางค์ประธานองค์ใหญ่ศิลปะแบบขอม และมีพระพุทธรูปรอบ ๆ ปรางประธานเรียงสวยงาม ผู้คนส่วนใหญ่นอกจากมากราบไหว้สักการะแล้ว ยังมีการสวมชุดไทยมาถ่ายรูปตามรอยละครดัง ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปอยู่สมัยกรุงศรีอธุยธยาพิกัด : https://goo.gl/maps/MctB4kUAywbtnQ8dAเปิดให้เข้าชม : ทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น.ปิดท้ายด้วยวัดที่ 5 กับวัดไชยวัฒนาราม ปัจจุบันวัดนี้เป็นเหมือนกับโบราณสถานที่เปิดให้มาชื่นชมความงาม และศึกษาประวัติศาสตร์สมัยกรุงศรีอยุธยา ถึงแม้จะโรยราไปตามกาลเวลา แต่ยังคงสวยงามดึงดูดให้ชื่นชมหากใครที่เดินถ่ายรูปเล่น แล้วต้องการแวะพักเหนื่อย แนะนำที่คาเฟ่เรือนมยุรา ที่นี้เขามีไอศกรีมรูปทรงวัดไชยวัฒนาราม ที่ใครมาวัดนี้ก็ต้องมาแวะซื้อไปถ่ายรูปกันคนละแท่ง อีกทั้งยังรสชาติไอศครีมมีให้เลือกมากมายพิกัด : https://maps.app.goo.gl/w6N8odFVFg2KkEJq8?g_st=icเปิดให้เข้าชม : ทุกวัน เวลา 8.00 - 18.00 น.ค่าเข้าชม : ชาวไทย 10 บาท / ชาวต่างประเทศ 50 บาทเต็มอิ่มกับ 5 วัดดังที่จังพระนครศรีอยุธยา ได้ทั้งไปไหว้พระทำบุญ และยังได้ไปห่มสไบตามรอยละครดัง พร้อมทั้งได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทยในอดีต ใครวางแผนจะไปเที่ยวในวัดหยุด แบบไป เช้า-เย็นกลับ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาก็เป็นตัวเลือกที่ดีอับดับต้น ๆ เลย

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย บูชาอย่างไรให้รวย? บทสวดเรียกทรัพย์ 2569

14 ก.พ. 2026

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย บูชาอย่างไรให้รวย? บทสวดเรียกทรัพย์ 2569

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย เปิดตำราเทพแห่งความมั่งคั่งบูชาถูกวิธี ชีวิตเปลี่ยนเป็นเศรษฐี ในสภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนและความไม่แน่นอนสูง การมีความเก่งกาจในการทำธุรกิจเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายสำหรับความสำเร็จที่ยั่งยืน คนไทยเชื้อสายจีนและนักธุรกิจทั่วเอเชียจึงให้ความสำคัญกับ "ที่พึ่งทางใจ" เพื่อเสริมสร้างกำลังใจและดึงดูดพลังงานบวก และเมื่อเอ่ยถึงเทพเจ้าที่เป็นที่สุดแห่งเรื่องเงินทอง โชคลาภ และความมั่งคั่ง ชื่อแรกที่ทุกคนต้องนึกถึงคือ "เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย" (Cai Shen Ye) ทุกครั้งที่เวียนมาบรรจบถึงเทศกาลตรุษจีน ภาพที่คุ้นตาคือผู้คนจำนวนมากต่างจัดเตรียมโต๊ะไหว้เพื่อรอรับเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยเข้าสู่เคหะสถานเป็นองค์แรกของปี แต่คุณมั่นใจแล้วหรือยังว่าคุณรู้จักท่านดีพอ? ท่านไม่ได้มีเพียงปางเดียว และการไหว้ขอพรก็มีเคล็ดลับที่ลึกซึ้งกว่าแค่การจุดธูป บทความนี้คือไกด์ฉบับสมบูรณ์ที่จะพาคุณไปรู้จักเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ประวัติความเป็นมาที่แท้จริง ขั้นตอนการไหว้ที่ถูกต้อง บทสวดและสถานที่ ไหว้ที่ไหน แล้วปังที่สุด เพื่อเตรียมตัวเปิดรับความเฮงเข้ากระเป๋าแบบจัดเต็มตำนาน "เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย" ประวัติและปางต่างๆ ที่คุณอาจไม่เคยรู้ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย (ในภาษาจีนแต้จิ๋ว) หรือ ไฉ่เสินเย่ (ในภาษาจีนกลาง) เขียนอักษรจีนว่า 財神 มีความหมายตรงตัวว่า "เทพเจ้าแห่งทรัพย์สิน" ชาวจีนเชื่อว่าท่านคือเทพชั้นสูงที่จะเสด็จลงมายังโลกมนุษย์ปีละ 1 ครั้ง ในช่วงเวลาเริ่มเข้าสู่วันตรุษจีน เพื่อประทานพรด้านโชคลาภ เงินตรา และความสำเร็จให้แก่ผู้ที่ศรัทธา แต่ความเข้าใจผิดของคนส่วนใหญ่คือคิดว่าท่านมีเพียงองค์เดียว แท้จริงแล้วตามตำนานจีนโบราณ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยแบ่งออกเป็น 2 ปางหลักๆ ตามลักษณะบุคลิกและหน้าที่ ซึ่งผู้บูชาควรเลือกให้เหมาะกับอาชีพของตนเอง ดังนี้ 1. ไฉ่ซิงเอี๊ยปางบุ๋น (ฝ่ายพลเรือน/ปัญญา) : เทพเจ้าปี่กาน (Bi Gan)ลักษณะเด่น: เป็นรูปขุนนางชั้นผู้ใหญ่ หน้าตายิ้มแย้ม ใจดี อบอุ่น สวมชุดขุนนางโบราณ มือข้างหนึ่งถือเล่มสมุดบัญชีหรือม้วนกระดาษ อีกข้างหนึ่งถือถุงเงินหรือก้อนทองประวัติและตำนาน: เชื่อกันว่าคือ "ปี่กาน" อัครมหาเสนาบดีในสมัยราชวงศ์ซาง ผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตอย่างหาที่สุดมิได้ ท่านถูกทรราชสั่งให้ควักหัวใจออกมาดูเพื่อพิสูจน์ความภักดี เมื่อท่านเสียชีวิต สวรรค์เห็นในความดีจึงแต่งตั้งให้เป็นเทพแห่งโชคลาภ โดยมีนัยยะว่า "เพราะท่านไม่มีหัวใจ ท่านจึงไม่มีความลำเอียง" ท่านจึงแจกจ่ายโชคลาภให้แก่ทุกคนอย่างยุติธรรมที่สุดเหมาะกับใคร: ผู้ที่รับราชการพลเรือน, พนักงานบริษัท, ผู้ที่ประกอบอาชีพค้าขายทั่วไป, นักวิชาการ, ที่ปรึกษา หรืออาชีพที่ใช้ปัญญาและความสามารถในการเจรจา ท่านจะช่วยให้การบริหารเงินราบรื่นและมีสติปัญญาในการหาทรัพย์ 2. ไฉ่ซิงเอี๊ยปางบู๊ (ฝ่ายการทหาร/นักรบ) : เทพเจ้าจ้าวกงหมิง (Zhao Gongming)ลักษณะเด่น: หน้าตาดุดัน น่าเกรงขาม สวมชุดเกราะนักรบ ขี่เสือโคร่งดุร้าย มือข้างหนึ่งถือกระบองเหล็กหรือดาบ อีกข้างถือถุงเงินหรือก้อนทอง บางครั้งจะเห็นท่านเหยียบเสืออยู่ประวัติและตำนาน: "จ้าวกงหมิง" เป็นแม่ทัพผู้เกรียงไกรที่มีฝีมือการรบเป็นเลิศ มีความกล้าหาญและรักษาสัจจะยิ่งชีพ ท่านสามารถปราบภูตผีปีศาจและศัตรูที่มาราวีได้ เชื่อกันว่าเสือที่ท่านขี่คือพาหนะที่ช่วยตะปบเงินทองเข้าหาเจ้านาย และช่วยเฝ้าทรัพย์สินไม่ให้รั่วไหลเหมาะกับใคร: เจ้าของธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง, ผู้ที่ต้องดูแลลูกน้องจำนวนมาก, ทหาร, ตำรวจ, นักธุรกิจสีเทา, ธุรกิจปล่อยสินเชื่อ หรือผู้ที่ต้องการทวงหนี้สิน ท่านจะช่วยขจัดอุปสรรค ศัตรูคู่แข่ง และช่วยให้เก็บเงินอยู่เกร็ดความรู้เพิ่มเติม: นอกจากปางจีนแล้ว ในทางพุทธศาสนามหายานและทิเบต ยังมีการนับถือเทพเจ้าแห่งความร่ำรวยในรูปแบบของ "ท้าวกุเวร" (Vaisravana) หรือ "ชัมภล" (Jambhala) ซึ่งมีรูปลักษณ์และคติความเชื่อที่ใกล้เคียงกัน คือเป็นผู้พิทักษ์ขุมทรัพย์ของโลกเช็คของไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย: เตรียมอย่างไรให้ถูกหลัก 5 หมู่มงคล การไหว้รับ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย นิยมทำในคืนวันซาจั๊บ (วันสิ้นปีจีน) ช่วงเวลาคาบเกี่ยวเข้าสู่วันตรุษจีน (โดยส่วนใหญ่คือเวลา 23.00 – 01.00 น.) สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่ของแพง แต่คือ "ความหมาย" ของของไหว้และการจัดเตรียมด้วยความประณีต เราได้รวบรวมรายการของไหว้ที่ต้องมี โดยแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อให้คุณเตรียมได้ง่ายๆ ดังนี้ 1. หมวดรูปเคารพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์รูปปั้น หรือ รูปภาพองค์ไฉ่ซิงเอี๊ย: หากไม่มีสามารถใช้ตัวอักษรจีนคำว่า "ไฉ่ซิงเอี๊ย" เขียนใส่กระดาษแดงแทนได้กระถางธูป: ควรใส่ข้าวสารให้เต็มกระถาง (สื่อถึงความกินดีอยู่ดี) และปักกิมฮวยเพื่อความสวยงามเทียนแดง 1 คู่: สื่อถึงแสงสว่างและความรุ่งโรจน์แจกันดอกไม้สด 1 คู่: นิยมใช้ดอกเบญจมาศ หรือดอกไม้มงคลที่มีสีสันสดใส 2. หมวดผลไม้มงคล (เลือก 3 หรือ 5 อย่าง)ส้ม: (ขาดไม่ได้) หมายถึง ทองคำ และความเป็นสิริมงคลกล้วยหอม: (ต้องมีหวีเครือสวย) หมายถึง กวักโชคลาภเข้ามา และให้ลูกหลานสืบสกุลสับปะรด: ภาษาจีนแต้จิ๋วเรียก "อั่งไล้" แปลว่า โชคลาภกำลังมาถึงองุ่น: หมายถึง ความงอกงามและความเจริญรุ่งเรืองแอปเปิ้ลแดง: หมายถึง ความสันติสุขและสุขภาพที่แข็งแรง 3. หมวดอาหารเจ (เจไฉ่) 5 อย่าง เนื่องจากเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยเป็นเทพชั้นสูง การไหว้ด้วยอาหารเจจึงบริสุทธิ์ที่สุด ประกอบด้วยเห็ดหอม: หมายถึง ความมีชื่อเสียงวุ้นเส้น: หมายถึง อายุยืนยาวฟองเต้าหู้: หมายถึง ความร่ำรวย (รูปลักษณ์คล้ายทองคำ)ดอกไม้จีน: หมายถึง ความเบิกบานสาหร่ายทะเล: ภาษาจีนพ้องเสียงกับคำว่า ร่ำรวย 4. หมวดขนมและน้ำขนมจันอับ (จับกิ้ม): ขนมแห้ง 5 อย่าง สื่อถึงความหวานชื่นและความสามัคคีขนมถ้วยฟู หรือ ขนมสาลี่: สื่อถึงความเฟื่องฟู รุ่งเรืองน้ำชา 5 ถ้วย: น้ำชาถือเป็นเครื่องดื่มของเทพเจ้าน้ำสะอาด 5 แก้ว: เพื่อความใสสะอาดบริสุทธิ์ 5. หมวดของมงคลเรียกทรัพย์กระดาษเงินกระดาษทอง (หงิ่งเตี๋ย): จำนวน 12-13 แผ่น (ตามจำนวนเดือนในปฏิทินจีนปีนั้น)เทียบเชิญสีแดง และ สีเขียว: กระดาษสำหรับเขียนชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ของคนในครอบครัว เพื่อฝากดวงชะตากระเป๋าสตางค์ใบใหม่: ใส่ธนบัตร (เลขมงคล หรือแบงค์ใหม่) ไว้เต็มกระเป๋า เพื่อเป็นเคล็ดเรียกเงินสมุดบัญชีธนาคาร: วางไว้เพื่อขอพรให้ยอดเงินเพิ่มพูนขั้นตอนการไหว้และวิธีตั้งโต๊ะรับทรัพย์ เมื่อเตรียมของครบแล้ว ขั้นตอนการไหว้ที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้พิธีการลื่นไหลและทรงพลังที่สุดขั้นตอนที่ 1: เช็คฤกษ์และทิศทาง ในแต่ละปี ทิศที่องค์ไฉ่ซิงเอี๊ยจะเสด็จลงมาจะแตกต่างกัน คุณต้องตรวจสอบปฏิทินจีนประจำปีนั้นๆ ว่าท่านมาทิศไหน ให้หันหน้าโต๊ะไหว้ไปทางทิศนั้นขั้นตอนที่ 2: การจัดโต๊ะ ตั้งโต๊ะไหว้ในที่โล่งแจ้ง หน้าบ้าน หรือดาดฟ้า (ต้องมองเห็นท้องฟ้า) ปูผ้าสีแดง จัดวางกระถางธูปไว้ด้านหน้าสุด ตามด้วยถ้วยน้ำชา/น้ำ และเรียงลำดับของไหว้ตามความเหมาะสม วางเทียบเชิญและกระดาษเงินกระดาษทองไว้ใกล้ๆขั้นตอนที่ 3: เริ่มพิธี เมื่อถึงฤกษ์มงคล ให้ผู้นำครอบครัวจุดธูป (3, 5, 9 หรือ 12 ดอก แล้วแต่ตำรา แต่ปกตินิยม 3 ดอกเพื่อระลึกถึง ไตรสรณคมน์ หรือ เทพเจ้า 3 ภพ) พร้อมจุดเทียนแดงขั้นตอนที่ 4: กล่าวคำเชิญและสวดมนต์ กล่าวชื่อ-นามสกุล ของตนเองและคนในครอบครัวอย่างชัดเจน แจ้งที่อยู่บ้านเลขที่ แล้วกล่าวเชิญเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยให้มารับเครื่องสักการะ (ดูบทสวดในหัวข้อถัดไป)ขั้นตอนที่ 5: ขอพร เมื่อสวดจบ ให้ตั้งจิตอธิษฐานขอพร "เน้นขอเรื่องโชคลาภและการงานโดยเฉพาะ" ขอให้ท่านประทานความมั่งคั่ง ขจัดอุปสรรคทางการเงินขั้นตอนที่ 6: ลาของไหว้และเผากระดาษ เมื่อธูปไหม้หมดไปประมาณครึ่งดอก ให้ทำการลาของไหว้ นำกระดาษเงินกระดาษทองและเทียบเชิญไปเผาในถังเผาขั้นตอนที่ 7: เชิญเข้าบ้าน (เคล็ดลับสำคัญ) เมื่อเผากระดาษเสร็จ ให้ทำการ "อัญเชิญกระถางธูป" และ "รูปปั้นเทพเจ้า" เข้าสู่ตัวบ้าน โดยให้คนถือเดินนำเข้าบ้านและวางบนหิ้งพระที่เตรียมไว้ เสมือนการเชิญท่านเข้ามาประทับให้พรตลอดปีบทสวดเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย หัวใจสำคัญของการสื่อสาร เพื่อให้จิตเป็นสมาธิและเชื่อมโยงกับพลังงานศักดิ์สิทธิ์ การสวดมนต์เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุด นี่คือคาถาที่ได้รับความนิยมและเชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์มากคาถาบูชาขอพร (แบบย่อ - สวดได้ทุกวัน)"โอม ชัมภาลา จาเลนไน เยโซฮา" (แนะนำให้สวด 3, 5, 9 หรือ 12 จบ เพื่อความเป็นสิริมงคล)คาถาบูชาเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย (แบบเต็ม) (ตั้งนะโม 3 จบ ก่อนเริ่มสวด)"นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ" (3 จบ)"โอม ชัมภาลา จาเลนไน เยโซฮา โอม อา ฮูม โฮ ฌะ ขอนอบน้อมบูชา เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ผู้ประทานความมั่งคั่ง ร่ำรวย ข้าพเจ้าชื่อ (บอกชื่อ-นามสกุล) ขออัญเชิญบารมีแห่งท่าน โปรดดลบันดาลประทานพร ให้ข้าพเจ้าและครอบครัว ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีโชคลาภ เงินทองไหลมาเทมา กิจการค้ารุ่งเรือง ปราศจากอุปสรรคทั้งปวงด้วยเทอญ"เคล็ดลับขณะสวด: ให้พยายามทำจิตใจให้ว่าง ละเว้นความโลภโมโทสัน แต่ให้เน้นความรู้สึก "ขอบคุณ" และ "ศรัทธา" จินตนาการเห็นภาพแสงสีทองสว่างไสวโอบล้อมตัวเราและบ้านเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ไหว้ที่ไหน? แจก 4 พิกัดศักดิ์สิทธิ์รับทรัพย์ทั่วไทย สำหรับใครที่ไม่สะดวกจัดโต๊ะไหว้ที่บ้าน หรือต้องการพลังเสริมดวงแบบคูณสอง การเดินทางไปไหว้ที่ศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงเรื่อง เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย คือทางเลือกที่ดีเยี่ยม เราคัดมาให้แล้วกับ 4 สถานที่ยอดฮิต 1. วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) - เยาวราช ตำนานแห่งย่านไชน่าทาวน์ ที่นี่คือศูนย์รวมจิตใจของคนไทยเชื้อสายจีน ภายในประดิษฐานเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยปางมหายานที่แกะสลักอย่างงดงามและดูเข้มขลังจุดเด่น: สามารถทำบุญแก้ชงไปพร้อมๆ กับการขอพรโชคลาภได้ในที่เดียว 2. ศาลเจ้าพ่อเสือ - เสาชิงช้า ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ในการขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าที่นี่มีเทพเจ้าแห่งโชคลาภประดิษฐานอยู่ด้วย โดยเฉพาะใครที่ทำธุรกิจแล้วติดขัด มีศัตรูคู่แข่งเยอะ ต้องมาที่นี่จุดเด่น: ขอพรเรื่องอำนาจบารมีคู่กับการเงิน (ปางบู๊จะเด่นมากที่นี่) 3. วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม (ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ) - อ่างศิลา ชลบุรี ศาลเจ้าที่ยิ่งใหญ่ตระการตาและสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในไทย มีอาคาร 4 ชั้น ประดิษฐานเทพเจ้าครบทุกองค์ รวมถึงไฉ่ซิงเอี๊ยที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากจุดเด่น: บรรยากาศดี สถาปัตยกรรมสวยงาม เหมาะกับการพาครอบครัวไปเที่ยวและไหว้พระ 4. เทวาลัยพระพิฆเนศ - ห้วยขวาง แหล่งรวมสายมูเตลูใจกลางเมือง แม้จะเป็นเทวาลัยพราหมณ์ แต่มีการประดิษฐานเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยเพื่อให้คนทำงานกลางคืนและคนรุ่นใหม่ได้กราบไหว้จุดเด่น: เดินทางสะดวกด้วย MRT และเปิดตลอด 24 ชั่วโมงความมั่งคั่งเริ่มที่ "ศรัทธา" และการ "ลงมือทำ" การบูชา เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ไม่ใช่เรื่องงมงาย แต่เป็นกุศโลบายอันชาญฉลาดของบรรพบุรุษ ที่สอนให้เรารู้จักการ "ตั้งเป้าหมาย" (ผ่านการอธิษฐาน) การ "เตรียมความพร้อม" (ผ่านการจัดโต๊ะไหว้) และการ "มีสติรู้ตื่น" (ผ่านการสวดมนต์) เมื่อคุณมีจิตใจที่สงบ มั่นคง และเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังบวกจากการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการนำพลังใจนั้นไปขับเคลื่อนการทำงานด้วยความขยันหมั่นเพียร ซื่อสัตย์ และมีคุณธรรม ดั่งเช่นประวัติของท่านไฉ่ซิงเอี๊ยทั้งสองปาง เมื่อศรัทธาประสานกับการลงมือทำ ความสำเร็จและความร่ำรวยย่อมรอคุณอยู่ที่ปลายทางอย่างแน่นอนค่ะ