งานวันเทวสมภพของเจ้าแม่ทับทิม สะพานเหลือง

Temple & Mutelu

งานวันเทวสมภพของเจ้าแม่ทับทิม สะพานเหลือง

16 เม.ย. 2025

 งานวันเทวสมภพเจ้าแม่ทับทิม สะพานเหลือง

         งานวันเทวสมภพเจ้าแม่ทับทิม (อาหมาแซ) ประจำปี 2568 ณ ศาลเจ้าแม่ทับทิม สะพานเหลือง จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–21 เมษายน 2568 โดยวันเทวสมภพตรงกับวันที่ 20 เมษายน 

กิจกรรมภายในงาน:

  1. พิธีสักการะขอพรด้านการงาน โชคลาภ และบุตร
  2. การแสดงงิ้วจีนหาชมยากตลอด 3 คืน
  3. ชมสถาปัตยกรรมจีนโบราณของศาลเจ้า ซึ่งได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น ประจำปี 2568 จากสมาคมสถาปนิกสยาม 

ที่มาของภาพ : เฟซบุ๊กเพจเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง

วิธีขอพร:

  1. ท่องบทสวดตามที่ศาลเจ้าจัดเตรียมไว้
  2. ตั้งจิตอธิษฐาน บอกชื่อ-สกุล วันเกิด และสิ่งที่ต้องการอย่างละเอียด (แนะนำให้ขอพรหลักเพียงข้อเดียว)
  3. สามารถถวายอาหาร (ยกเว้นเนื้อวัว) และผลไม้ตามความศรัทธา 

ที่มาของภาพ : PMCU

ประวัติความเป็นมาของศาลเจ้าแม่ทับทิม

      ศาลเจ้าแม่ทับทิม สะพานเหลือง (อึ่งเกี่ยเทียงโห่วเก็ง) เป็นศาลเจ้าจีนเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในย่านสามย่านกรุงเทพฯ มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 150 ปี เริ่มต้นจากเพิงไม้เล็ก ๆ ในสมัยต้นรัชกาลที่ 5 โดยชาวจีนแต้จิ๋วที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในสยามศาลเจ้าแห่งนี้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวจีนในย่าบรรทัดทอง-สามย่าน และเป็นสถานที่สำคัญในการประกอบพิธีกรรมและขอพรจากเจ้าแม่ทับทิม

ที่มาของภาพ : The People

มูอะไรได้บ้างที่ ศาลเจ้าแม่ทับทิม:

  1. ขอพรเรื่องความปลอดภัยในการเดินทาง
    เพราะเจ้าแม่ทับทิมเป็นเทพแห่งทะเล เชื่อกันว่าคุ้มครองผู้เดินทางทั้งทางน้ำและทางบกให้ปลอดภัย
  2. ขอพรเรื่องสุขภาพและการปลดเคราะห์
    หลายคนมาไหว้เพื่อให้หายจากโรคภัย หรือเพื่อสะเดาะเคราะห์ เสริมดวง
  3. ขอพรเรื่องการงานและโชคลาภ
    นักธุรกิจและพ่อค้าแม่ค้ามักมาไหว้เพื่อให้กิจการราบรื่น มีลูกค้าเยอะ และค้าขายคล่อง
  4. ขอพรเรื่องความรักและครอบครัว
    บางคนเชื่อว่าเจ้าแม่ทับทิมมีเมตตามาก หากตั้งจิตดี ๆ จะช่วยดลใจเรื่องความสัมพันธ์ ครอบครัว และคู่ครอง
  5. บนบานหรือแก้บน
    หากเคยขอพรไว้แล้วสมหวัง ก็นิยมกลับมาแก้บน เช่น นำชุดจีน เครื่องไหว้ หรือจัดแสดงงิ้วถวาย

รายละเอียดงาน:

  • วันที่จัดงาน: 19–21 เมษายน 2568
  • เวลา: 09:00–21:00 น.
  • สถานที่: ศาลเจ้าแม่ทับทิม สะพานเหลือง ใกล้ MRT สามย่าน

    ผู้ที่สนใจสามารถร่วมทำบุญสนับสนุนการจัดงานได้ที่ตู้รับบริจาคภายในศาลเจ้าหรือผ่านบัญชีที่ทางศาลเจ้าแจ้งไว้ในเพจอย่างเป็นทางการ 

ผู้เขียน : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

related Temple & Mutelu

ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหน ไหว้ธูปกี่ดอก? รวมคู่มือบูชาฉบับอัปเดต 2569

13 มี.ค. 2026

ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหน ไหว้ธูปกี่ดอก? รวมคู่มือบูชาฉบับอัปเดต 2569

"ตี่จู้เอี๊ยะ" ตั้งตรงไหน ไหว้ธูปกี่ดอก ให้บ้านร่มเย็น เรียกทรัพย์ตลอดปี สำหรับคนไทยเชื้อสายจีน หรือแม้แต่คนไทยแท้ๆ ที่มีความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ย การซื้อบ้านใหม่หรือการเปิดร้านค้า สิ่งหนึ่งที่มักจะถูกนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ คือการอัญเชิญ "ตี่จู้เอี๊ยะ" มาประดิษฐาน ด้วยความเชื่อที่ว่าท่านคือเทพเจ้าผู้ดูแลผืนดินและปกปักรักษาเคหสถานนั้นๆ อย่างไรก็ตาม หลายคนมักเกิดความสับสนและมีคำถามมากมาย เช่น ศาลตี่จู้เอี๊ยะคืออะไรกันแน่? ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหน ถึงจะถูกหลักฮวงจุ้ยและไม่บังเจ้าของบ้าน? และเวลาบูชาจริงต้อง ตี่จู้เอี๊ยะ ไหว้ธูปกี่ดอก?ศาลตี่จู้เอี๊ยะ คืออะไร? ทำความเข้าใจความสำคัญของเทพเจ้าประจำบ้าน ก่อนจะไปดูวิธีตั้ง เรามาทำความรู้จักกับรากฐานความเชื่อกันก่อน ศาลตี่จู้เอี๊ยะ คือ ศาลเจ้าที่จีนขนาดเล็กที่มักตั้งอยู่ติดกับพื้นดิน ภายในบ้านหรือร้านค้า คำว่า "ตี่" (地) แปลว่า ดิน, "จู้" (主) แปลว่า เจ้า, และ "เอี๊ยะ" (爺) แปลว่า ท่านหรือปู่ รวมกันจึงหมายถึง "เทพเจ้าผู้เป็นใหญ่ในผืนดิน" หรือเจ้านายแห่งที่ดินบริเวณนั้นๆ ในวัฒนธรรมจีน เชื่อว่าทุกตารางนิ้วของพื้นดินมีเทพเจ้าดูแลอยู่ การตั้งตี่จู้เอี๊ยะจึงเปรียบเสมือนการให้ความเคารพแก่เจ้าของที่เดิม และอัญเชิญท่านมาประทับเพื่อปกปักรักษา: คุ้มครองคนในบ้านให้พ้นจากอันตราย สิ่งชั่วร้าย และอุบัติเหตุสร้างความร่มเย็น: ดลบันดาลให้ครอบครัวมีความรักใคร่กลมเกลียว ไม่มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งเรียกโชคลาภ: ส่งเสริมเรื่องการงาน การค้าขาย และดึงดูดเงินทองให้ไหลเข้าบ้านปัดเป่าอุปสรรค: ช่วยให้การดำเนินชีวิตหรือธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น ศาลตี่จู้เอี๊ยะส่วนใหญ่จะมีสีแดงสด แต่งแต้มด้วยสีทอง ซึ่งสีแดงสื่อถึงความเป็นสิริมงคล ความสุข และพลังงานหยาง (Yang Energy) ส่วนสีทองสื่อถึงความมั่งคั่งและรวยทองฮวงจุ้ยการจัดวาง: ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหนให้ถูกหลัก เรียกทรัพย์ ไม่กาลกิณี นี่คือคำถามที่สำคัญที่สุดและคนค้นหามากที่สุด: ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหน? การวางตำแหน่งตี่จู้เอี๊ยะผิดจุดอาจส่งผลเสียต่อฮวงจุ้ยของบ้าน ทำให้อับโชค หรือคนในบ้านเจ็บป่วยได้ ดังนั้น ควรยึดหลักการดังต่อไปนี้ตำแหน่งมงคลที่ "ควร" ตั้งตี่จู้เอี๊ยะตั้งติดพื้นดินเสมอ: ตี่จู้เอี๊ยะคือเทพแห่งผืนดิน ฐานของศาลต้องวางอยู่บนพื้นบ้านโดยตรง ห้ามตั้งบนหิ้งสูง ห้ามแขวน และห้ามมีอะไรมารองฐานให้สูงเกินความจำเป็น (ยกเว้นฐานรองศาลที่ทำมาคู่กันโดยเฉพาะ)หันหน้าออกประตูหน้าบ้าน: ตำแหน่งที่ดีที่สุดคือการวางศาลโดยหันหน้าออกไปทางประตูหลักของบ้าน เพื่อให้ท่านคอยตรวจตราคนเข้าออก ปัดเป่าสิ่งไม่ดี และดักรับพลังงานโชคลาภที่ไหลเข้ามามีผนังทึบด้านหลัง: ด้านหลังของศาลตี่จู้เอี๊ยะควรเป็นผนังทึบที่มั่นคง เปรียบเสมือนมีภูเขาเป็นที่พิงหลัง เสริมความมั่นคงในหน้าที่การงานและการเงิน ห้ามพิงกระจกหรือช่องว่างบริเวณที่โปร่ง โล่ง สว่าง: จุดที่ตั้งควรสะอาด มีแสงสว่างเพียงพอ และไม่อับชื้น เพื่อให้พลังงานชี่ (Qi) ไหลเวียนได้สะดวกตำแหน่งต้องห้าม! "ห้าม" ตั้งตี่จู้เอี๊ยะเด็ดขาด หากคุณไม่อยากให้อับโชค หรือมีเรื่องร้อนใจในบ้าน ควรหลีกเลี่ยงการตั้งศาลตี่จู้เอี๊ยะในจุดเหล่านี้ห้ามตั้งใต้บันได: การวางท่านไว้ใต้บันไดเปรียบเสมือนการให้คนเดินข้ามหัวท่านตลอดเวลา ถือเป็นการลบหลู่และทำให้คนในบ้านไม่เจริญก้าวหน้าห้ามหันหน้าเข้าห้องน้ำ หรือวางติดผนังห้องน้ำ: ห้องน้ำเป็นแหล่งรวมพลังงานลบ (ความสกปรก อับชื้น) การวางศาลใกล้ห้องน้ำจะทำให้โชคลาภหดหาย และส่งผลเสียต่อสุขภาพห้ามวางติดผนังห้องครัว หรือใกล้เตาไฟ: พลังงานไฟที่ร้อนแรงจากห้องครัวจะทำให้องค์เทพอยู่ไม่สุข ส่งผลให้คนในบ้านมีเรื่องร้อนใจ ทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยห้ามวางใต้คานบ้าน: คานเปรียบเสมือนแรงกดทับ จะทำให้การเงินติดขัด การงานอุปสรรคเยอะห้ามวางใกล้ถังขยะหรือที่เก็บรองเท้า: พื้นที่รอบศาลต้องบริสุทธิ์ การวางสิ่งสกปรกไว้ใกล้ๆ จะทำให้ท่านไม่ประทับอยู่และนำความไม่เป็นมงคลมาสู่บ้านพิธีบูชาประจำวันและวันพระจีน: ตี่จู้เอี๊ยะ ไหว้ธูปกี่ดอก และต้องเตรียมอะไรบ้าง? เมื่อตั้งศาลเรียบร้อยแล้ว การบูชาอย่างสม่ำเสมอคือกุญแจสำคัญในการรักษาสิริมงคล หลายคนยังสงสัยว่า ตี่จู้เอี๊ยะ ไหว้ธูปกี่ดอก? จึงจะถูกต้อง คำตอบคือ: ใช้ธูป 5 ดอก เหตุผลที่ใช้ธูป 5 ดอก เพราะเป็นการบูชาธาตุทั้ง 5 (ดิน น้ำ ลม ไฟ ทอง) และทิศทั้ง 5 (เหนือ ใต้ ออก ตก และกลาง) เพื่อให้เทพเจ้าตี่จู้เอี๊ยะดูแลคุ้มครองทั่วทุกทิศทางเช็คลิสต์ของไหว้ตี่จู้เอี๊ยะ (ประจำวัน) สำหรับการไหว้ในทุกๆ เช้า เพื่อเป็นการบอกกล่าวและขอพรให้ราบรื่นตลอดวัน สิ่งที่ต้องเตรียมมีเพียงไม่กี่อย่าง:น้ำชา 5 ถ้วย: (หรือน้ำเปล่าสะอาด) ควรเปลี่ยนใหม่ทุกวันธูป 5 ดอกส้ม 5 ลูก: ส้มสื่อถึงโชคลาภ ความสุข และความสำเร็จเช็คลิสต์ของไหว้ตี่จู้เอี๊ยะ (วันพระจีน - ชิวอิก/จับโหงว) ในวันพระจีน (วันที่ 1 และ 15 ของจันทรคติจีน) ควรไหว้ให้พิเศษขึ้น โดยเพิ่มของไหว้ดังนี้:ผลไม้มงคล 3 หรือ 5 อย่าง: เช่น ส้ม (โชคดี), แอปเปิล (สันติสุข), องุ่น (ความเจริญ), สับปะรด (ความรอบรู้) หลีกเลี่ยงผลไม้ชื่อไม่ดี เช่น ระกำ, ลางสาดขนมมงคล: เช่น ขนมถ้วยฟู (เฟื่องฟู), ขนมจันอับ (ความสุข), ซาลาเปา (เปาไช้ - ห่อโชค)กระดาษเงินกระดาษทอง: (หงิ่งเตี๋ย) เพื่อเผาถวายท่าน(หากขอพรใหญ่) ของคาว: เช่น หมูสามชั้นต้ม, ไก่ต้ม, เป็ดต้ม (ชุดซาแซ หรือ โหงวแซ)ขั้นตอนการไหว้ตี่จู้เอี๊ยะแบบถูกต้อง ให้ได้ผลลัพธ์ทันใจ เพื่อให้การขอพรของคุณส่งถึงเทพเจ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้ทำความสะอาด: เริ่มจากเช็ดทำความสะอาดศาลและบริเวณรอบๆ ให้สะอาด เปลี่ยนน้ำชาเก่าออกแล้วรินน้ำชาใหม่ 5 ถ้วยจัดของไหว้: นำผลไม้ ขนม หรือของคาวที่เตรียมไว้ จัดวางด้านหน้าศาลอย่างเป็นระเบียบจุดธูป: จุดธูป 5 ดอกกล่าวอธิษฐาน: พนมมือถือนามสิงห์ (หรือแผ่นจารึกชื่อเทพ) ยืนหน้าศาล กล่าวชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ และบอกกล่าวท่านว่าวันนี้วันอะไร ขอนำของไหว้มาถวาย พร้อมขอพร (ควรขอพรในสิ่งที่เป็นไปได้ และขออย่างตั้งใจ)ปักธูป: ปักธูป 5 ดอกลงในกระถางธูปอย่างตั้งใจ (ปักให้ตรง ไม่เอียง)เผากระดาษ (ถ้ามี): เมื่อธูปหมดไปประมาณครึ่งดอก ให้นำกระดาษเงินกระดาษทองไปเผาในที่ที่เหมาะสมลาของไหว้: เมื่อธูปหมดดอก ให้นำของไหว้มาแบ่งกันทานในครอบครัวเพื่อความเป็นสิริมงคลการดูแลรักษาศาลตี่จู้เอี๊ยะ: เคล็ดลับให้ท่านอยู่ติดบ้าน เรียกทรัพย์ไม่หยุด ศาลตี่จู้เอี๊ยะที่สะอาด หมั่นดูแล เปรียบเสมือนบ้านที่น่าอยู่ เทพเจ้าก็พร้อมจะประทับอยู่และประทานพร การปล่อยให้ศาลสกปรก อับเฉา จะทำให้โชคลาภติดขัด นี่คือเช็คลิสต์การดูแลเปลี่ยนน้ำทุกวัน: ห้ามปล่อยให้น้ำแห้งหรือสกปรกเด็ดขาดทำความสะอาดฝุ่น: ปัดกวาดฝุ่นรอบศาลและบนตัวศาลเป็นประจำจัดการก้านธูป: หากก้านธูปเต็มกระถาง ให้ถอนออก (เหลือไว้ 5 ก้านเสมอ) เพื่อให้กระถางไม่รกและรับโชคใหม่ๆ ได้เปลี่ยนกิมฮวย (หางนกยูง): ควรเปลี่ยนใหม่ในปีละครั้ง (ช่วงก่อนตรุษจีน) เพื่อความสดใหม่สรุป: บูชาตี่จู้เอี๊ยะอย่างเข้าใจ นำมาซึ่งความสุขและความมั่งคั่ง การจัดตั้งและบูชา "ตี่จู้เอี๊ยะ" ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด หากคุณทำความเข้าใจถึงความหมาย และปฏิบัติตามหลักฮวงจุ้ยอย่างถูกต้อง การเลือกตำแหน่งที่เหมาะสมอย่าง ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งตรงไหนที่ถูกต้อง การรู้ว่าตี่จู้เอี๊ยะ ไหว้ธูปกี่ดอก และหมั่นดูแลรักษาศาลให้สะอาดอยู่เสมอ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยให้องค์เทพประทับอยู่คู่บ้าน คอยปกปักรักษาครอบครัวของคุณให้ร่มเย็นเป็นสุข และเปิดทางให้โชคลาภ เงินทอง ไหลมาเทมาตลอดปี

ความหมายตำแหน่งไฝ ไฝตำแหน่งไหนดี และ 8 ตำแหน่งไฝที่ควรกำจัด

07 ก.ค. 2026

ความหมายตำแหน่งไฝ ไฝตำแหน่งไหนดี และ 8 ตำแหน่งไฝที่ควรกำจัด

ความหมาย "ตำแหน่งไฝ" เสริมดวงให้ปัง หรือขัดโชคลาภ?เคยสงสัยไหมว่าจุดเล็กๆ บนร่างกายอย่าง "ไฝ" หรือ "ขี้แมลงวัน" ที่ติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด หรือเพิ่งมาขึ้นในภายหลังนั้น สามารถบอกอะไรเกี่ยวกับตัวเราได้บ้าง? ตั้งแต่สมัยโบราณกาล ศาสตร์แห่งโหงวเฮ้งจากฝั่งตะวันออกให้ความสำคัญกับตำแหน่งไฝเป็นอย่างมาก เพราะมีความเชื่อที่สืบทอดกันมาว่าจุดเล็กๆ บนผิวหนังเหล่านี้เปรียบเสมือนแผนที่บอกลายแทงชีวิต สามารถบ่งบอกได้ถึงพื้นดวง การงาน การเงิน ความรัก ไปจนถึงสุขภาพร่างกายในอนาคตคุณอาจจะเคยสังเกตว่า บางคนมีไฝแล้วชีวิตรุ่งโรจน์ เป็นที่รักใคร่เอ็นดู ทำมาค้าขึ้น หยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทอง ในขณะที่บางคนอาจรู้สึกว่าชีวิตมักจะติดขัด ทำอะไรก็ไม่ค่อยราบรื่น มีอุปสรรคมาขวางกั้นอยู่เสมอ จนเกิดคำถามยอดฮิตในหมู่สายมูเตลูว่าไฝตำแหน่งไหนดีที่ควรเก็บไว้เพื่อเสริมบารมี หรือมีไฝตำแหน่งไหนที่เป็นกาลกิณี ขัดโชคขัดลาภ และควรเอาออกไปให้พ้นๆ บ้าง?ทำไมคนถึงให้ความสำคัญกับ "ตำแหน่งไฝ" ?การดูโหงวเฮ้งจากไฝไม่ใช่เรื่องงมงายหรือเป็นเพียงความเชื่อลอยๆ เสียทีเดียว แต่เป็นสถิติและการสังเกตพฤติกรรมมนุษย์ที่ถูกจดบันทึกและสืบทอดกันมานับพันปี ไฝเกิดจากการรวมตัวกันของเซลล์สร้างเม็ดสีใต้ชั้นผิวหนัง ในมุมมองของความงามยุคใหม่ ไฝบางจุดถือเป็น "Beauty Mark" หรือจุดมหาเสน่ห์ที่เพิ่มเอกลักษณ์ให้กับใบหน้า ทำให้ดูน่าจดจำมากยิ่งขึ้นแต่ในมุมมองของโหงวเฮ้ง ไม่ใช่แค่ตำแหน่งเท่านั้นที่มีความสำคัญ แต่ลักษณะ สี และความนูนของไฝก็มีความหมายซ่อนอยู่เช่นกันไฝสีดำสนิท มีความนูนสวย: มักหมายถึงความชัดเจน พลังอำนาจ ความเป็นผู้นำ และโชคลาภที่โดดเด่น หากอยู่ในตำแหน่งที่ดีจะยิ่งทวีคูณความปังไฝสีแดง หรือ ปานแดง: ตามตำรามักสื่อถึงความโชคดี โชคลาภแบบฟลุคๆ การได้รับมรดก และความสำเร็จที่คาดไม่ถึงไฝสีเทาขุ่น น้ำตาลอ่อน หรือไฝที่แบนราบ: มักตีความว่าเป็นอุปสรรค ความเหนื่อยยาก หรือปัญหาจุกจิกที่ต้องคอยตามแก้ไข มักไม่ค่อยส่งผลดีนักในทางโหงวเฮ้งเช็กด่วน! ตำแหน่งไฝบนหน้าสื่อความหมายอย่างไร?ใบหน้าคือด่านแรกที่ผู้คนมองเห็นและใช้ในการสร้างความประทับใจแรกพบ ตำแหน่งไฝบนหน้าจึงเป็นจุดที่ส่งผลต่อบุคลิกภาพ พลังงาน และโหงวเฮ้งโดยรวมมากที่สุด ลองหยิบกระจกขึ้นมาสำรวจใบหน้าของคุณไปพร้อมๆกัน ว่ามีไฝซ่อนอยู่ที่จุดไหนบ้าง1. ไฝที่หน้าผาก (โซนสติปัญญาและผู้ใหญ่)ตรงกลางหน้าผาก: เป็นคนฉลาดหลักแหลม มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มักได้รับความอุปถัมภ์ค้ำชูจากผู้ใหญ่ เจ้านายรักใคร่เอ็นดู หากทำงานราชการหรือองค์กรใหญ่จะมีความเจริญรุ่งเรืองอย่างรวดเร็วซ้ายหรือขวา ของหน้าผาก: เป็นคนมีพรสวรรค์เฉพาะตัว รักความก้าวหน้า มีโอกาสได้เดินทางไปต่างประเทศบ่อยครั้ง หรือหากทำธุรกิจเกี่ยวกับการนำเข้าส่งออก ทำงานกับชาวต่างชาติจะประสบความสำเร็จสูง2. ไฝที่คิ้ว (โซนญาติพี่น้องและทรัพย์สิน)ซ่อนอยู่ในขนคิ้ว: ตำแหน่งนี้ถูกขนานนามว่าเป็น "ไฝซ่อนทรัพย์" ถือเป็นโหงวเฮ้งที่ดียิ่ง หาเงินเก่ง หยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทอง มักมีเงินเก็บลับๆ ที่ไม่มีใครรู้ และมักมีคนคอยช่วยเหลือยามลำบากเสมอหางคิ้ว: เป็นคนมีเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้ามอย่างรุนแรง มักมีคนมารุมจีบหรือให้ความสนใจเยอะ แต่ต้องระวังเรื่องการใช้จ่ายเงินตามอารมณ์ เพราะมักจะหมดเงินไปกับการเปย์คนรักหรือการเข้าสังคม3. ไฝที่ตา (โซนความรักและอารมณ์)หางตา: เป็นคนเจ้าเสน่ห์ มีมนุษยสัมพันธ์ดีเยี่ยม เข้ากับคนง่าย แต่อาจมีเรื่องวุ่นวายใจเกี่ยวกับความรักบ่อยครั้ง มักสับรางไม่ทัน หรือมีความรักที่ซับซ้อนใต้ตา (ร่องน้ำตา): ตำแหน่งนี้ถือว่าต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ มักเป็นคนเจ้าน้ำตา อ่อนไหวง่าย มักเสียใจหรือมีเรื่องให้ต้องร้องไห้เกี่ยวกับความรักหรือคนในครอบครัวอยู่เสมอ4. ไฝที่จมูก (โซนโชคลาภและการเงิน)ปลายจมูก: จมูกคือจุดศูนย์กลางของทรัพย์สิน คนที่มีไฝตรงนี้หาเงินเก่งมาก มีโชคลาภทางการเงินเข้ามาเสมอ แต่ก็ใช้เงินเก่งเป็นพายุหมุนเช่นกัน เรียกว่า "เงินผ่านมือเยอะ" เข้าซ้ายทะลุขวาปีกจมูก: มีพรสวรรค์ด้านการค้าขาย เจรจาต่อรองเก่ง มีไหวพริบในการทำธุรกิจ มักประสบความสำเร็จและตั้งตัวได้จากการทำธุรกิจส่วนตัว5. ไฝที่ปาก (โซนการเจรจาและการกิน)ริมฝีปากบน: พูดจาเป็นทรัพย์ เป็นคนมีวาทศิลป์ โน้มน้าวใจคนเก่ง เหมาะกับอาชีพเซลส์ พิธีกร หรือนักการตลาด นอกจากนี้ยังมีดวงเรื่องของกิน มักมีของอร่อยๆ ตกถึงท้อง หรือมีคนพาไปเลี้ยงอาหารบ่อยๆริมฝีปากล่าง: เป็นคนพูดตรงไปตรงมา รักอิสระ คารมคมคาย แต่ต้องระวังคำพูดที่อาจไปทำร้ายจิตใจผู้อื่นโดยไม่ตั้งใจ หรืออาจนำภัยมาสู่ตัวเพราะความปากไว6. ไฝที่แก้ม (โซนบริวารและอำนาจ)แก้มขวา: มักมีคนคอยช่วยเหลือเกื้อกูล ทำงานเป็นทีมเวิร์กได้ดี มีเพื่อนฝูงเยอะ และมีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่นแก้มซ้าย: เป็นคนเก่ง ชอบพึ่งพาตนเอง มีความเป็นผู้นำสูง แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี แต่อาจต้องเหน็ดเหนื่อยกับการแบกรับภาระของผู้อื่น มักต้องเป็นเสาหลักของบ้านไฝตำแหน่งไหนดี เสริมดวงเศรษฐี รับทรัพย์รัวๆหากคุณกำลังตั้งคำถามว่าไฝตำแหน่งไหนดี ที่ถือเป็นไฝมงคล ควรพกติดตัวไว้ ห้ามเอาออกเด็ดขาด เพราะเป็นไฝรับทรัพย์ ไฝมหาเสน่ห์ ที่จะช่วยผลักดันให้ชีวิตก้าวหน้า นี่คือลิสต์ตำแหน่งไฝสุดปังที่คุณควรภูมิใจไฝที่ซ่อนในคิ้ว (ไฝซ่อนทรัพย์):ความหมายมงคล: มีกินมีใช้ไม่ขาดมือ ฉลาดเฉลียว รู้จักเก็บออม มักมีทรัพย์สินงอกเงยแบบเงียบๆอาชีพที่เหมาะสม: นักลงทุน, ที่ปรึกษาทางการเงิน, นักวางแผนธุรกิจไฝที่ริมฝีปากบน (ไฝเจรจาพารวย):ความหมายมงคล: วาทศิลป์เป็นเลิศ เจรจาพาทีเป็นเงินเป็นทอง ผู้ใหญ่เมตตาและเชื่อถือในคำพูดอาชีพที่เหมาะสม: เซลส์, พนักงานขาย, พิธีกร, พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์, นักประชาสัมพันธ์ไฝที่ติ่งหู (ไฝอายุยืน):ความหมายมงคล: ถือเป็นตำแหน่งที่โชคดีมาก บ่งบอกถึงสุขภาพที่แข็งแรง อายุยืนยาว และมักมีโชคลาภฟลุคๆ เข้ามาบ่อยครั้งอาชีพที่เหมาะสม: ส่งเสริมดีกับทุกๆ อาชีพไฝที่หลังคอ (ไฝผู้ตามอุปถัมภ์):ความหมายมงคล: มีแบคอัพดี คอยหนุนหลังอยู่เสมอ ไม่ว่าจะตกต่ำแค่ไหนก็จะมีคนมาช่วยพยุงขึ้นไปอาชีพที่เหมาะสม: ข้าราชการ, พนักงานบริษัท, นักการเมืองไฝที่เนินอก (ไฝมหาเสน่ห์):ความหมายมงคล: ดึงดูดเพศตรงข้าม มีออร่าความเย้ายวน เป็นที่สะดุดตาของผู้คนรอบข้าง ไปไหนก็มีแต่คนอยากเข้าหาอาชีพที่เหมาะสม: ศิลปิน, ดารา, นักแสดง, อินฟลูเอนเซอร์, งานบริการประสานงานสายมูต้องรู้! 8 ตำแหน่งไฝที่ควรกำจัด ตัดสิ่งกาลกิณีออกไปถึงแม้ไฝบางจุดจะนำโชคลาภมาให้ แต่ก็มีไฝบางจุดที่ตามตำราโหงวเฮ้งเชื่อกันว่าเป็น "ไฝกาลกิณี" หรือจุดบอดที่ทำให้ชีวิตติดขัด ทำอะไรก็ไม่ราบรื่น ต้องคอยแก้ปัญหาซ้ำซาก นี่คือ 8 ตำแหน่งไฝที่ควรกำจัด เพื่อแก้เคล็ดและเสริมสร้างความมั่นใจให้กับตัวคุณเองไฝใต้ตา หรือ บริเวณร่องน้ำตา (ไฝเจ้าน้ำตา): เป็นตำแหน่งคลาสสิกที่หลายคนมักเอาออก เชื่อว่าจะทำให้ชีวิตต้องเผชิญกับความผิดหวังเรื่องความรักบ่อยๆ ต้องร้องไห้เสียใจ หรือมักมีเรื่องให้เครียดกังวลเกี่ยวกับคนในครอบครัวอยู่เสมอไฝที่ดั้งจมูก: ดั้งจมูกคือจุดศูนย์รวมของสุขภาพและการเดินทาง ไฝตรงจุดนี้มักทำให้เจ้าตัวเจ็บป่วยออดๆ แอดๆ มีโรคประจำตัว หรือมักมีอุปสรรคขัดขวางความเจริญก้าวหน้า ทำอะไรก็มักไปไม่ถึงฝั่งฝันไฝที่ร่องแก้ม: เปรียบเสมือนร่องรอยของความเหนื่อยยาก เป็นคนทำงานหนักแต่ได้ผลตอบแทนน้อย มักถูกเอาเปรียบจากเพื่อนร่วมงาน เจ้านาย หรือลูกน้องบริวาร ทำดีมักไม่ได้ดีไฝที่ใต้ริมฝีปากล่าง: มักมีปัญหาที่เกิดจากการพูด การสื่อสารผิดพลาด หรือที่เรียกว่า "ปากพาซวย" ทำให้เกิดศัตรูได้ง่าย พูดอะไรคนก็มักเข้าใจผิด หรือตีความไปในทางลบไฝที่ลูกกระเดือก หรือ คอหอย: ตำแหน่งนี้ทำให้ชีวิตต้องเผชิญกับความกดดัน กลืนไม่เข้าคายไม่ออก มักต้องแบกรับภาระหนี้สินที่ไม่ใช่ของตนเอง หรือต้องรับหน้าแทนคนอื่นจนตัวเองเดือดร้อนไฝที่บ่า หรือ หัวไหล่: เหมือนคนที่ต้องแบกโลกไว้ทั้งใบ ภาระหนักอึ้ง ไม่ว่าจะเรื่องครอบครัว การงาน หรือการเงิน หาความสบายใจและเวลาพักผ่อนได้ยากไฝที่หลังมือ: เป็นตำแหน่งที่บ่งบอกว่าหาเงินเก่งแต่เก็บเงินไม่อยู่ เงินมักจะรั่วไหลออกไปทางหลังมือ มีรายจ่ายจุกจิก หรือมีคนมาคอยเบียดเบียนเรื่องเงินทองเข้ามาตลอดเวลาไฝที่หัวเข่า: ชีวิตมักต้องเดินทางบ่อยแบบไม่ได้ตั้งใจ โยกย้ายที่อยู่หรือที่ทำงานบ่อย ขาดความมั่นคงและหลักแหล่งในชีวิต มักต้องเริ่มต้นใหม่อยู่เสมอมุมมองทางการแพทย์: ไฝแบบไหนที่ควรเอาออกเพื่อสุขภาพนอกจากเรื่องของโหงวเฮ้งและความเชื่อแล้ว ในทางการแพทย์ผิวหนังก็ให้ความสำคัญกับตำแหน่งไฝและลักษณะการเปลี่ยนแปลงของไฝเช่นกัน โดยเฉพาะความเสี่ยงที่ไฝธรรมดาเหล่านั้นอาจพัฒนาไปเป็น "มะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา" (Melanoma) ซึ่งมีความอันตรายสูง หากคุณพบว่าไฝที่คุณมีตรงตามลักษณะของ Checklist "ABCDE" ควรเข้าพบแพทย์ผิวหนังเพื่อพิจารณาเอาออกทันทีขอบคุณภาพจาก : katudermatologyA - Asymmetry (ความไม่สมมาตร): เมื่อแบ่งครึ่งไฝแล้ว พบว่าครึ่งซ้ายและครึ่งขวาของไฝมีรูปร่างไม่เหมือนกัน ไม่สมดุลกันB - Border (ขอบเขต): ขอบของไฝมีความขรุขระ หยัก ไม่เรียบเนียน ไม่กลืนไปกับผิวหนัง หรือมีขอบเขตที่ไม่ชัดเจนC - Color (สี): ไฝมีสีไม่สม่ำเสมอในเม็ดเดียวกัน เช่น มีทั้งสีดำ น้ำตาลเข้ม น้ำตาลอ่อน แดง ขาว หรือน้ำเงินปะปนกันอยู่D - Diameter (ขนาด): ไฝมีขนาดใหญ่ผิดปกติ (โดยทั่วไปคือมีเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่กว่า 6 มิลลิเมตร หรือเทียบเท่าง่ายๆ คือใหญ่กว่าหัวยางลบดินสอ)E - Evolving (การเปลี่ยนแปลง): ไฝมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาสั้นๆ ทั้งในเรื่องของขนาด รูปร่าง สี ความนูน หรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย เช่น อาการเจ็บ คัน มีเลือดออก หรือมีน้ำเหลืองซึมวิธีกำจัดไฝที่ปลอดภัยและเป็นที่นิยมในปัจจุบันหากคุณได้ทำการเช็กแล้วว่าไฝที่คุณมีนั้นตรงกับ 8 ตำแหน่งไฝที่ควรกำจัด หรือมีลักษณะสุ่มเสี่ยงทางการแพทย์ ปัจจุบันนี้วิวัฒนาการทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก มีวิธีกำจัดไฝที่ปลอดภัย รวดเร็ว และแทบไม่ทิ้งรอยแผลเป็น หากดูแลอย่างถูกวิธีตามคำแนะนำของแพทย์ ได้แก่การเลเซอร์ (CO2 Laser): เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด เหมาะสำหรับไฝที่มีขนาดเล็กถึงปานกลาง แผลหายไว ไม่ค่อยทิ้งรอย แพทย์จะใช้เลเซอร์ความร้อนสูงจี้ทำลายเซลล์ไฝออกทีละชั้นอย่างแม่นยำการผ่าตัดเล็ก (Excision): เหมาะสำหรับไฝที่มีขนาดใหญ่ นูนมาก หรือแพทย์สงสัยว่าอาจเป็นเซลล์มะเร็ง แพทย์จะทำการฉีดยาชา ตัดชิ้นเนื้อไฝออก และเย็บแผล ข้อดีคือสามารถนำชิ้นเนื้อนั้นส่งไปตรวจทางพยาธิวิทยาที่ห้องแล็บเพื่อความแน่ใจได้การใช้คลื่นวิทยุ (Radio Frequency - RF): คล้ายกับการทำเลเซอร์ แต่จะใช้พลังงานคลื่นวิทยุในการทำลายเนื้อเยื่อไฝแทน ข้อดีคือเสียเลือดน้อย แผลเรียบเนียน และระยะเวลาฟื้นตัวค่อนข้างเร็วข้อควรระวังที่สำคัญที่สุด: ห้ามใช้ครีมแต้มไฝ น้ำยาลอกไฝ หรือกรดกำจัดไฝที่ขายตามอินเทอร์เน็ตที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่มี อย. เด็ดขาด เพราะสารเคมีเหล่านั้นมักมีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง อาจทำให้ผิวหนังไหม้ อักเสบ ติดเชื้อ และลุกลามกลายเป็นแผลเป็นนูนคีลอยด์ (Keloid) ที่รักษายากกว่าการเอาไฝออกหลายเท่าตัววิธีเตรียมตัวก่อนตัดสินใจเอาไฝออกเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด เสริมดวงได้จริงอย่างที่ตั้งใจ และไม่ทิ้งรอยแผลเป็นกวนใจบนใบหน้า ลองเช็กตามรายการด้านล่างนี้ก่อนเดินเข้าคลินิกตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนแล้วว่าไฝที่จะเอาออก ไม่ใช่ไฝมงคลที่ช่วยส่งเสริมชีวิตปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผิวหนัง เพื่อประเมินลักษณะของไฝ ความลึก และเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมที่สุดเลือกคลินิกความงามหรือโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน สะอาด ปลอดภัย และมีใบอนุญาตประกอบสถานพยาบาลอย่างถูกต้องเตรียมเวลาพักฟื้นแผล (ปกติแผลเลเซอร์จะตกสะเก็ดและลอกออกเองตามธรรมชาติภายในระยะเวลา 7-14 วัน ห้ามแกะหรือเกาเด็ดขาด)เตรียมอุปกรณ์ดูแลผิวหลังทำ เช่น ครีมกันแดดประสิทธิภาพสูง ขี้ผึ้งฆ่าเชื้อ และครีมลดรอยแผลเป็น ไว้ใช้ตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดหลังจากแผลแห้งสนิทแล้วสรุปตำแหน่งไฝ ไม่ได้เป็นเพียงแค่จุดสีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติบนร่างกายของเราเท่านั้น แต่ในศาสตร์ของโหงวเฮ้ง มันคือร่องรอยที่สะท้อนถึงตัวตน โชคชะตา และความเป็นไปของชีวิต การได้รู้ว่าไฝตำแหน่งไหนดี จะช่วยให้เรามั่นใจและสามารถดึงเอาศักยภาพหรือจุดเด่นนั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนการรู้ถึง 8 ตำแหน่งไฝที่ควรกำจัด ก็เปรียบเสมือนการปิดรอยรั่ว กำจัดจุดอ่อน ลดความกังวลใจ และเตรียมพร้อมเปิดรับโอกาสใหม่ๆ ที่ดีกว่าให้เข้ามาในชีวิตอย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดแล้วชีวิตของเราไม่ได้ถูกขีดเขียนและกำหนดด้วยไฝบนร่างกายเพียงอย่างเดียว ความขยันหมั่นเพียร ความตั้งใจ การพัฒนาตัวเอง และทัศนคติที่คิดบวก คือกุญแจดอกสำคัญที่สุดที่จะกำหนดความสำเร็จ แต่ถ้าหากการเลเซอร์ไฝกาลกิณีออกไป ช่วยปลดล็อกความกังวล เพิ่มความมั่นใจให้คุณกล้าที่จะออกไปลุยกับเป้าหมายตรงหน้าได้มากขึ้น การปรับโหงวเฮ้งใบหน้าสักนิดก็ถือเป็นการลงทุนเพื่อความสุขของตัวเองที่คุ้มค่าอย่างแน่นอน

บูชาเจ้าแม่กวนอิม วิธีขอพร เสริมเมตตา ปัดเป่าทุกข์ให้ชีวิตรุ่งเรือง

30 ต.ค. 2025

บูชาเจ้าแม่กวนอิม วิธีขอพร เสริมเมตตา ปัดเป่าทุกข์ให้ชีวิตรุ่งเรือง

บูชาเจ้าแม่กวนอิม วิธีขอพร เสริมเมตตา ปัดเป่าทุกข์ให้ชีวิตรุ่งเรืองบูชาเจ้าแม่กวนอิมอย่างถูกต้อง ช่วยเรื่องอะไรบ้าง? มีข้อห้ามอะไรที่ต้องระวัง? พร้อมคาถาบูชาเสริมสิริมงคล การงานสำเร็จ โชคลาภพุ่ง!บูชาเจ้าแม่กวนอิม เทพแห่งความเมตตา...เคล็ดลับขอพรให้ชีวิตพลิกผันสู่ความสุขและความสำเร็จ คุณเคยรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าในชีวิต ต้องการที่พึ่งทางใจ หรือกำลังมองหาพลังเมตตาที่จะช่วยปัดเป่าทุกข์ภัยให้ชีวิตราบรื่นบ้างไหม?ในความเชื่อของชาวพุทธมหายานและชาวจีนทั่วโลก "เจ้าแม่กวนอิม" หรือพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร (Avalokitesvara Bodhisattva) คือสัญลักษณ์แห่งความรัก ความเมตตา และความกรุณาอันยิ่งใหญ่ที่ไม่มีขอบเขต การบูชาเจ้าแม่กวนอิม จึงไม่ใช่เพียงแค่พิธีกรรมทางศาสนาเท่านั้น แต่คือการน้อมนำเอาคุณธรรมแห่งความเมตตาเข้ามาสู่จิตใจ และขอพรจากมหาโพธิสัตว์ผู้ทรงปัญญาให้ช่วยนำทางชีวิตให้พบกับความสงบสุขและความสำเร็จ บทความนี้จะพูดถึงทุกเรื่องที่เกี่ยวกับการบูชาพระแม่กวนอิมอย่างถูกต้องตามหลักความเชื่อ ตั้งแต่ประวัติความเป็นมาที่น่าศรัทธา วิธีการจัดเตรียมของบูชา และเคล็ดลับการขอพรที่ได้รับการถ่ายทอดมาอย่างยาวนาน เพื่อให้คุณทราบว่า บูชาเจ้าแม่กวนอิมช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง และมีข้อห้ามในการบูชาเจ้าแม่กวนอิมอะไรบ้างที่คุณไม่ควรมองข้ามเจ้าแม่กวนอิมคือใคร ทำไมจึงเป็นที่รักของมหาชน? ก่อนจะเริ่มบูชาอย่างลึกซึ้ง สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจถึงที่มาของพระองค์ เจ้าแม่กวนอิม หรือ กวนซื่ออิม (Guānshìyīn) ในภาษาจีนกลาง แปลว่า "ผู้ที่เฝ้ามองและได้ยินเสียงของโลก" สื่อถึงการรับฟังความทุกข์และเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากสรรพสัตว์จากพระอวโลกิเตศวรสู่เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านในคติมหายานดั้งเดิม: เจ้าแม่กวนอิมมีต้นกำเนิดจาก พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ ในประเทศอินเดีย ซึ่งเดิมทีมีลักษณะเป็นบุรุษ แต่ภายหลังเมื่อความเชื่อแพร่หลายเข้าสู่ประเทศจีน พระองค์ได้ปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ให้เป็นอิสตรีที่มีความอ่อนโยนและเมตตาสูงสุด เพื่อให้สอดคล้องกับความเชื่อที่ว่าผู้หญิงคือสัญลักษณ์ของความรักและกรุณาตำนานเจ้าหญิงเมี่ยวซ่าน: ตำนานที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือเรื่องราวของ "เจ้าหญิงเมี่ยวซ่าน" แห่งรัฐซิงหลิง ผู้ซึ่งปฏิเสธการอภิเษกสมรสเพื่อบำเพ็ญเพียรจนบรรลุธรรม แต่ด้วยความกตัญญูต่อพระบิดาที่ล้มป่วยหนัก พระองค์ยอมควักดวงตาและตัดแขนถวายเป็นยาเพื่อรักษา โดยไม่คำนึงถึงตนเอง ด้วยมหากรุณานี้เอง จึงทำให้พระองค์ได้รับการยกย่องให้เป็น "พระโพธิสัตว์แห่งความเมตตา"สัญลักษณ์สำคัญที่ต้องรู้ในการบูชา การทำความเข้าใจสัญลักษณ์จะช่วยให้เราสื่อสารกับพระองค์ได้ดียิ่งขึ้นเวลาขอพรกิ่งหลิว: สื่อถึงการปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและโรคภัยไข้เจ็บแจกันน้ำอมฤต: บรรจุน้ำศักดิ์สิทธิ์ (น้ำทิพย์) ที่ใช้ประพรมเพื่อชำระล้างความทุกข์ดอกบัว: สัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์และการหลุดพ้นจากกิเลสปางประทานบุตร: เป็นปางที่ผู้หญิงที่ต้องการมีบุตรนิยมบูชาบูชาเจ้าแม่กวนอิมช่วยเรื่องอะไร? พลังเมตตาที่ส่งผลต่อทุกด้านของชีวิต ผู้ศรัทธาทั้งหลายต่างหลั่งไหลไปบูชาเจ้าแม่กวนอิม ด้วยความเชื่อที่ว่าพระองค์ทรงเปี่ยมด้วยมหากรุณาธิคุณ พร้อมที่จะช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก โดยเฉพาะเรื่องที่ต้องใช้พลังแห่งความเมตตาและการอภัยขั้นตอนและวิธีบูชาเจ้าแม่กวนอิมอย่างถูกต้อง การบูชาที่ถูกต้องตามหลักพิธี จะช่วยให้ผู้ศรัทธาสื่อถึงพลังเมตตาของพระองค์ได้อย่างเต็มที่ การจัดเตรียมและตั้งโต๊ะบูชา 1. ทิศทางที่เหมาะสม: ควรหันพระพักตร์ขององค์เจ้าแม่กวนอิมไปทาง ทิศตะวันออก หรือ ทิศเหนือ หรือทิศที่โปร่ง สะอาด และสงบ (หลีกเลี่ยงการหันไปทางห้องน้ำ, ห้องครัว, หรือปลายเตียง) 2. สิ่งที่ต้องเตรียม:ธูป: 9 ดอก (สำหรับบูชาเทพเจ้าชั้นสูง)เทียน: 1 คู่ (2 เล่ม)น้ำชา: 3 ถ้วย หรือ น้ำเปล่าสะอาดดอกไม้: ดอกบัว (เป็นที่นิยมมากที่สุด) หรือดอกไม้สีขาวอื่นๆ ใส่แจกัน 1 คู่ (2 ใบ)ผลไม้: 5 ชนิด หรือ 2 ชนิด ควรเป็นผลไม้ที่มีความหมายมงคล สำคัญ: หลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีชื่อไม่เป็นมงคล เช่น มังคุด, ระกำ, ละมุด, มะม่วง, พุทราของหวาน/ขนม: ขนมเปี๊ยะ, ขนมไหว้พระจันทร์ (เป็นขนมเจ) 3. ขั้นตอนการบูชา:ทำความสะอาดองค์ท่านและบริเวณโต๊ะบูชาให้บริสุทธิ์จุดธูปเทียน และถวายของบูชาทั้งหมดตั้งจิตอธิษฐานและกล่าวบทสวดบูชากล่าวคำขอพรที่ต้องการด้วยใจบริสุทธิ์ เน้นการขอพรที่ไม่เบียดเบียนผู้อื่นเมื่อธูปดับ สามารถนำผลไม้และขนมมารับประทานเพื่อความเป็นสิริมงคล (เรียก "รับพร") บทสวดคาถาบูชาเจ้าแม่กวนอิม (ฉบับย่อ) ควรตั้ง นะโม 3 จบ ก่อนเริ่มสวดคาถานะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธธัสสะ (3 จบ)นะโม กวน ซี อิม ผ่อ สัก (กล่าว 3, 5, 9 จบ หรือตามสะดวก)โอม มา ณี เปง เม ฮง (กล่าว 3, 5, 9 จบ หรือตามสะดวก)ข้อห้ามในการบูชาเจ้าแม่กวนอิม และสิ่งที่พึงระวังเพื่อความเป็นสิริมงคล เพื่อให้การบูชามีความบริสุทธิ์และส่งผลดีสูงสุด ผู้ศรัทธาควรยึดมั่นในข้อปฏิบัติต่อไปนี้ ซึ่งเป็นข้อควรระวังสำคัญที่หลายคนเข้าใจผิด: ข้อห้ามที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตนและอาหารห้ามถวายเนื้อสัตว์: เจ้าแม่กวนอิมเป็นมหาโพธิสัตว์ผู้ทรงเมตตาและละเว้นการเบียดเบียนชีวิต การถวายของบูชาจึงต้องเป็นของเจ หรืออาหารมังสวิรัติเท่านั้น (ผลไม้, ขนมเจ) และไม่ควรนำรูปเคารพไปตั้งในบริเวณที่มีการทำอาหารคาวงดเว้นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต: หากตั้งใจบูชาอย่างจริงจัง ควรตั้งใจถือศีล 5 และงดเว้นการฆ่าสัตว์ รวมถึงการเบียดเบียนผู้อื่นด้วยกาย วาจา ใจของถวายต้องบริสุทธิ์: ต้องเป็นของใหม่ที่ยังไม่ได้ถูกบริโภคหรือผ่านการสัมผัสที่ไม่เหมาะสมความสะอาดของสถานที่: สถานที่ตั้งบูชาต้องสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่เสมอ ห้ามปล่อยให้องค์ท่านมีฝุ่นเกาะ หรือมีสิ่งสกปรกวางปะปน ข้อควรปฏิบัติเพื่อเสริมเมตตาบารมีถือศีลกินเจ: ผู้ที่ศรัทธาอย่างแรงกล้าหลายคนจะเลือกถือศีลกินเจ (งดเนื้อสัตว์ ผักกลิ่นฉุน และของมึนเมา) โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลกินเจ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพและเพิ่มพลังบุญบำเพ็ญทานและเจริญภาวนา: การทำบุญช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน การสวดมนต์และนั่งสมาธิอยู่เสมอ ถือเป็นการปฏิบัติบูชาที่แท้จริง เพราะเป็นการฝึกฝนให้ตนเองมีเมตตาและปัญญาเช่นเดียวกับพระองค์กล่าววาจาที่เป็นมงคล: หลีกเลี่ยงการพูดจาหยาบคาย, นินทา, หรือกล่าวเท็จ เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของกาย วาจา ใจสรุป การบูชาเจ้าแม่กวนอิม เป็นมากกว่าการขอพร แต่คือการเปิดใจรับพลังแห่งความเมตตา ความกรุณา และการให้อภัยเข้ามาในชีวิต เมื่อคุณปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง ทั้งการจัดเตรียมของบูชา การสวดมนต์ และการงดเว้น บูชาเจ้าแม่กวนอิม ข้อห้าม ต่างๆ คุณจะพบว่าอานิสงส์แห่งการบูชาจะช่วยปัดเป่าทุกข์ภัย สร้างสิริมงคล และนำพาคุณไปสู่ความสงบและความสำเร็จในทุกด้านตามที่คุณปรารถนาอย่างแท้จริงจำไว้ว่า "ความเมตตาที่แท้จริงเริ่มต้นที่ใจตนเอง"จงใช้พลังศรัทธานี้เป็นแรงผลักดันให้คุณเป็นผู้ที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความกรุณาต่อตนเองและผู้อื่นจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

จดลิสต์ 3 วัดมังกร เสริมความเฮงต้อนรับตรุษจีน 2567

05 ก.พ. 2024

จดลิสต์ 3 วัดมังกร เสริมความเฮงต้อนรับตรุษจีน 2567

หลายคนคงกำลังมองหาสถานที่ทำบุญเสริมดวง เสริมความเฮง เสริมความปังในช่วง "เทศกาลตรุษจีน" มาทำความรู้จักกับ 3 วัดมังกร ที่ผู้คนนิยมไปกราบไหว้ขอพรในช่วงตรุษจีน จะเสริมเฮงทางด้านไหน จะเสริมความปังได้อย่างไร ต้องมาดูวัดมังกรกมลาวาส หรือวัดเล่งเน่ยยี่ กรุงเทพมหานครCr. วัดมังกรกมลาวาส 龍蓮寺วัดเล่งเน่ยยี่ เป็น 1 ใน 3 วัดมังกร โดยชาวจีนมีความเชื่อว่า มังกรเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ประกอบไปด้วยส่วนหัว ส่วนตัว และส่วนหาง ซึ่งส่วนหัวของมังกรนั้นอยู่ในวัดเล่งเน่ยยี่แห่งนี้ ทำให้เหมาะแก่การเปิดเป็นวัดแรกในการไหว้ต้อนรับปีมังกรนั้นเองCr. วัดมังกรกมลาวาส 龍蓮寺วัดเล่งเน่ยยี่ เป็นวัดที่ทั้งคนไทยและนักแสวงบุญจากต่างประเทศมักมาขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลและที่เป็นที่นิยมเลย คือ การแก้ปีชงในแต่ละปีอีกด้วยวัดจีนประชาสโมสร หรือวัดเล่งฮกยี่ ฉะเชิงเทราCr. สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดฉะเชิงเทราวัดเล่งฮกยี่ถือว่าเป็นวัดส่วนท้องของมังกร โดยผู้คนมักพากันมาไหว้สักการะเพื่อความเจริญรุ่งเรือง เป็นสิริมงคลในการดำเนินชีวิต ช่วยในเรื่องโชคลาภ วาสนา ทำมาค้าขายเจริญรุ่งเรือง มีเงินมีทองตลอดปีมังกรCr. วัดจีนประชาสโมสร-เล่งฮกยี่ จังหวัดฉะเชิงเทราหลังจากไหว้สักการะครบแล้ว อย่าลืมตีระฆังใบยักษ์จากแต้จิ๋วที่มีขนาดหนักกว่า 1 ตัน ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ใบ ในโลกที่รอบระฆังมีอักษรมหาปรัชญาปารมิตาสูตร ซึ่งหากตีระฆังใบนี้ก็เทียบเท่ากับการสวดมนต์บทนี้เลยวัดมังกรบุปผาราม หรือวัดเล่งฮัวยี่ จันทบุรีCr. ThailandTourismDirectoryปิดท้ายด้วยส่วนหางของมังกรกับวัดมังกรบุปผาราม สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานระหว่างพุทธศิลป์ไทย-จีน จึงมีความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวCr. ThailandTourismDirectoryซึ่งภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธปฏิมาประธานสามพระองค์ พระศรีอาริยเมตไตรยโพธิสัตว์ และท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ ในช่วงตรุษจีนทั้งชาวไทยและชาวแสวงบุญจากต่างประเทศนิยมเดินทางมาไหว้สักการะเพื่อขอพรรวมถึงการฝากดวงแก้ชงในแต่ละปีอีกด้วย