ปักหมุด 6 คาเฟ่ธีมทะเลในกรุงเทพ แวะเช็คอิน ต้อนรับซัมเมอร์

Food & Beverage

ปักหมุด 6 คาเฟ่ธีมทะเลในกรุงเทพ แวะเช็คอิน ต้อนรับซัมเมอร์

04 เม.ย. 2023

ช่วงซัมเมอร์แบบนี้ สถานที่ที่คนนิยมไปกันคงจะหนีไม่พ้นทะเล แต่สำหรับคนที่ยังไม่สะดวกไปถึงทะเลจริง ๆ ก็อย่าให้ระยะทางมาเป็นอุปสรรค เพราะยังมีคาเฟ่เก๋ ๆ รอให้ทุกคนมานั่งชิล ถ่ายรูปเช็คอินอีกเพียบ วันนี้เราเลยจะมาชี้เป้า คาเฟ่ธีมทะเลในกรุงเทพ ให้ทุกคนแวะไปนั่งเล่นในบรรยากาศสบาย ๆ แวะแชะรูปสวย ๆ ให้เข้ากับหน้าร้อนแบบนี้กัน

รูปภาพจาก Facebook

เฌอริ คาเฟ่ che'rie cafe bkk

คาเฟ่ในกรุงเทพที่ตั้งอยู่ที่งามวงศ์วาน 51 บริเวณชั้น 2 ของ สยาม พาราไดซ์ เปิดบริการตั้งแต่ 11.00-21.00 น. (หยุดวันจันทร์) เป็นร้านที่มีทั้งของคาว และของหวาน เรียกว่านั่งกันได้ยาว ๆ ครบจบในร้านเดียวเลย ช่วงนี้ทางเฌอริตกแต่งร้านเป็นธีม under the sea มีเปลือกหอยขนาดใหญ่ให้ทุกคนถ่ายรูป นอกจากนั้นยังตกแต่งจานแต่ละเมนู ให้เข้ากับบรรยากาศของโลกใต้ท้องทะเลด้วย ถูกใจคนรักเมอร์เมดแน่นอน

รูปภาพจาก Facebook

Unbirthday Cafe

คาเฟ่ใจกลางเมือง ย่านสุขุมวิท 31 ที่บางคนอาจจะเคยได้ยินชื่อกันมาบ้าง เพราะเขาเปลี่ยนธีมร้านไปเรื่อย ๆ ตามแต่ละเทศกาล ร้านซ่อนตัวอยู่ที่ชั้น 2 ของอพาร์ทเมนต์ มาเป็งเส็ง เปิดทุกวันตั้งแต่ 9.00-19.00 น. ล่าสุดตอนนี้จัดเป็นธีม Pastel Mermaid Dream นำเสนอบรรยากาศโทนสีพาสเทล พร้อมขนมและเครื่องดื่มที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเหล่านางเงือกและโลกใต้ท้องทะเล  นอกจากหน้าตาน่าทานแล้วยังอร่อยอีกด้วย

รูปภาพจาก Facebook

Cabana Pasta & Steak

สถานที่ Hang out แห่งใหม่ ย่านกาญจนาภิเษก เขารีแบรนด์จากคาเฟ่ทะเลฝั่งธน สู่ร้านอาหารฟีลริมทะเล ร้านตั้งอยู่บริเวณเยื้องซอยบางแวก 120-122 เปิดบริการตั้งแต่ 12.00-20.00 น. (หยุดวันอังคาร) เป็นร้านพาสต้าและสเต๊กที่บรรยากาศดีสุด ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งทานข้าวริมทะเล มีสระน้ำให้ทุกคนถ่ายรูปสวย ๆ กันด้วย ใครที่กำลังมองหาร้านอาหารบรรยากาศดี ๆ เหมาะกับซัมเมอร์แบบนี้ ห้ามพลาด

รูปภาพจาก Facebook

Fav

ไม่ต้องไปถึงต่างจังหวัด ก็สัมผัสบรรยากาศเหมือนอยู่ริมทะเลได้ Fav เป็นคาเฟ่สไตล์บาหลีย่านลาดพร้าว ตั้งอยู่ที่นาคนิวาส 37 (สุดซอย) ลาดพร้าว71 เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 14.00 - 22.00 น. (หยุดวันจันทร์) ร้านบรรยากาศดีสุด ๆ อาหารอร่อย มีทั้งของคาว ของหวาน ราคาไม่แพง และแอบบอกว่าไม่มี Service charge ด้วยนะ ใครที่เป็นสายถ่ายรูป แนะนำโซน Outdoor เลย นั่งชิล ๆ ฟีลริมทะเล ถ่ายรูปสวยสุด ๆ

รูปภาพจาก Facebook

The Beach กลางกรุง

คาเฟ่ที่ให้บรรยากาศเหมือนอยู่ริมชายหาด แต่ไม่ต้องขับรถไปไกลถึงทะเล เพราะคาเฟนี้อยู่ใกล้ ๆ แค่ลาดกระบัง ร้านเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11:00 - 23.00 น. เป็นร้านที่บรรยากาศดีสุด ๆ เหมาะไปนั่ง Hang out โดยเฉพาะช่วงเย็น ๆ แดดอ่อน ๆ เขามีมุมถ่ายรูปเพียบ รวมไปถึงมีดนตรีสดด้วย รับรองว่าถ้าได้ลองไปนั่งแล้ว จะได้ความรู้สึกคล้ายกับนั่งทานข้าวริมทะเลจริง ๆ เลย

รูปภาพจาก Facebook

My Castle Beach

ขยับออกจากกรุงเทพมานิดนึง มาที่ย่านนนทบุรี เราจะเจอคาเฟ่ลับ ฟีลชายหาด ที่เรียกได้ว่าเหมือนยกทะเลมาไว้ที่นี่เลย เพราะมีชายหาดที่เต็มไปด้วยทรายนุ่ม ๆ ให้เราเดินเล่นได้จริง ๆ รวมไปถึงมีสระว่ายน้ำ และเก้าอี้อาบแดด ไว้ให้ทุกคนถ่ายรูปเก๋ ๆ ด้วย ส่วนโซน Indoor ก็จะแต่งธีมโลกใต้ท้องทะเล ใครกำลังมองหาคาเฟ่ที่เหมาะมาถ่ายรูปฟีลซัมเมอร์ มาที่นี่ได้เลย ร้านเปิดบริการตั้งแต่ 11.00-23.00 น. (หยุดวันพฤหัสบดี)

related Food & Beverage

เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 ครั้งที่ 44 งานเดียวเที่ยวครบทั้งประเทศ กิน เที่ยว ช้อป ครบจบในที่เดียว

28 มี.ค. 2026

เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 ครั้งที่ 44 งานเดียวเที่ยวครบทั้งประเทศ กิน เที่ยว ช้อป ครบจบในที่เดียว

“เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569” หรือ Thailand Tourism Festival ครั้งที่ 44เป็นอีเวนต์ท่องเที่ยวระดับประเทศที่รวบรวมเสน่ห์ของไทยทั้ง 5 ภูมิภาคมาไว้ในที่เดียวอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร วัฒนธรรม สินค้าท้องถิ่น หรือแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยว ไฮไลต์สำคัญของงานในปีนี้คือการจัดโซนแบบ immersive ที่ทำให้ผู้เข้าชมรู้สึกเหมือนได้ “เดินทางจริง” ผ่านแต่ละภูมิภาค ภายใต้แนวคิด “สุขทันที ที่เที่ยวไทย”ไฮไลต์โซนในงาน เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 หนึ่งในจุดเด่นของงานคือการแบ่งพื้นที่ออกเป็นโซน ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค พร้อมกิจกรรมและประสบการณ์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนโซนภาคเหนือ – เสน่ห์ล้านนาและวัฒนธรรมดั้งเดิม โซนภาคเหนือถูกออกแบบให้เต็มไปด้วยบรรยากาศแบบล้านนา ทั้งการตกแต่งไม้ งานคราฟต์ และกลิ่นอายของวิถีชีวิตชุมชนไฮไลต์ในโซนนี้ ได้แก่กาดพื้นเมือง จำลองตลาดเหนืองานหัตถกรรม เช่น ผ้าทอ เครื่องเงิน งานไม้อาหารเหนือ เช่น ข้าวซอย น้ำพริกหนุ่ม ไส้อั่วกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมและการแสดงพื้นบ้านเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมโซนภาคอีสาน – สีสันความม่วนซื่นและอาหารรสจัดโซนอีสานโดดเด่นด้วยความสนุกสนานและความเป็นกันเอง พร้อมสีสันที่สะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่นไฮไลต์ในโซนนี้ ได้แก่อาหารอีสาน เช่น ส้มตำ ลาบ น้ำตกเวทีหมอลำและการแสดงพื้นบ้านสินค้าชุมชน เช่น ผ้าไหม เครื่องจักสานบรรยากาศงานวัดแบบอีสานโซนนี้ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับความนิยมสูงในทุกปีโซนภาคกลาง – วัฒนธรรมผสมผสานความร่วมสมัยภาคกลางสะท้อนความหลากหลายทั้งในด้านวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์ไฮไลต์ในโซนนี้ ได้แก่อาหารไทยต้นตำรับและสตรีทฟู้ดงานศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัยแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจทั้งความคลาสสิกและความทันสมัยโซนภาคตะวันออก – ไลฟ์สไตล์ทะเลและคาเฟ่โซนนี้เน้นการท่องเที่ยวแบบพักผ่อนและไลฟ์สไตล์ไฮไลต์ในโซนนี้ ได้แก่อาหารทะเลสดและเมนูร่วมสมัยคาเฟ่และมุมถ่ายภาพแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลกิจกรรมเชิงไลฟ์สไตล์เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบชิลและการถ่ายภาพโซนภาคใต้ – เสน่ห์ทะเลและวัฒนธรรมเข้มข้นโซนภาคใต้ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของทะเลและวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างชัดเจนไฮไลต์ในโซนนี้ ได้แก่อาหารใต้ เช่น แกงเหลือง ข้าวยำ โรตีการแสดงวัฒนธรรมภาคใต้วิถีชีวิตชุมชนชายทะเลสินค้าพื้นเมืองและงานคราฟต์เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจวัฒนธรรมและอาหารรสเข้มข้นโซนกิจกรรมพิเศษ และไฮไลต์เพิ่มเติมในงานนอกจากโซนภูมิภาคแล้ว ภายในงานยังมีพื้นที่กิจกรรมอื่น ๆ ที่น่าสนใจโซนอาหารรวมทั่วไทยรวมเมนูเด่นจากแต่ละภูมิภาค ทั้งอาหารพื้นบ้านและสตรีทฟู้ดเป็นหนึ่งในโซนที่ได้รับความนิยมสูงและมีผู้เข้าชมจำนวนมากโซนสินค้า OTOP และของดีท้องถิ่นรวบรวมสินค้าชุมชน งานหัตถกรรม และของฝากจากทั่วประเทศพร้อมโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะในงานโซนถ่ายภาพและแลนด์มาร์กจำลองมีการจำลองสถานที่ท่องเที่ยวและจัดมุมถ่ายภาพหลากหลายรูปแบบเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียโซนเวทีการแสดงและกิจกรรมมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากแต่ละภูมิภาค รวมถึงกิจกรรมบนเวทีและนิทรรศการช่วยเพิ่มประสบการณ์ให้กับผู้เข้าชมตลอดทั้งวันโซนท่องเที่ยวแบบยั่งยืนส่งเสริมแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนมีการจัดจุดคัดแยกขยะและรณรงค์ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสรุปไฮไลต์ เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 44 เป็นงานที่รวบรวมประสบการณ์การท่องเที่ยวไทยไว้ในที่เดียวอย่างครบถ้วน ทั้งด้านอาหาร วัฒนธรรม การช้อปปิ้ง และกิจกรรมความบันเทิง งานนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหาแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยว สัมผัสวัฒนธรรมไทยในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย และใช้เวลาเพียงวันเดียวก็สามารถสัมผัสความหลากหลายของประเทศไทยได้อย่างครบถ้วนข้อมูลงาน เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 44 ปี 2569จัดโดย ททท. เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศวันที่: 25 – 29 มีนาคม 2569เวลา: 10.00 – 21.00 น.สถานที่: ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (Hall 1–4 ชั้น G)เข้าชมฟรีตลอดงาน

"ร้านเช่าหนังสือวราสาส์น : สายใยแห่งการอ่านในยุคดิจิทัล"

26 ก.พ. 2025

"ร้านเช่าหนังสือวราสาส์น : สายใยแห่งการอ่านในยุคดิจิทัล"

ใจกลางย่านราชเทวี-พญาไท ซึ่งเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดนิ่ง มีร้านเช่าหนังสือเล็กๆ ที่ยังคงยืนหยัดผ่านกาลเวลาและกลายเป็นพื้นที่แห่งความทรงจำของใครหลายคน ร้านนั้นคือ "ร้านเช่าหนังสือวราสาส์น" ที่เต็มไปด้วยชั้นหนังสือเรียงรายและกลิ่นหนังสือเก่าที่อบอวลต้อนรับผู้มาเยือนวราภรณ์ เชฎฐาวิวัฒนา เจ้าของร้านวัย 70 ปี เล่าถึงจุดเริ่มต้นของร้านที่หยั่งรากมาจากความรักการอ่านตั้งแต่วัยเด็ก เธอเติบโตมาในครอบครัวที่มีวัฒนธรรมการอ่านเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ด้วยความใกล้ชิดกับหนังสือที่พ่อของเธอถ่ายทอดให้ เธอจึงหลงใหลการอ่านตั้งแต่วัยเยาว์ พอเข้าสู่วัยทำงาน แม้จะต้องทำงานหนักจนได้ฉายา "หญิงเหล็ก" แต่ความรักในหนังสือก็ยังคงอยู่ ทำให้เธอตัดสินใจเปิดร้านเช่าหนังสือเพื่อสานต่อความหลงใหลนี้การเปิดร้านหนังสือในช่วงที่ผู้คนเริ่มหันเหไปหาความบันเทิงรูปแบบใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ด้วยความมุ่งมั่นและใจรัก วราภรณ์และสามีได้ร่วมมือกันสร้างร้านเช่าหนังสือแห่งนี้ขึ้นมา พวกเขาตระเวนหาซื้อหนังสือจากบ้านต่าง ๆ ประกาศรับซื้อและค่อย ๆ สะสมหนังสือจนกลายเป็นคลังหนังสือขนาดใหญ่ที่มีหนังสือหลายหมื่นเล่มแม้ว่าโลกจะหมุนไปอย่างรวดเร็ว แต่ร้านเช่าหนังสือวราสาส์นยังคงรักษาเสน่ห์และกลิ่นอายของความคลาสสิกไว้ได้อย่างมั่นคง ความอบอุ่นของร้านและความใส่ใจของเจ้าของร้านดึงดูดลูกค้าประจำให้กลับมาเสมอ บางคนแวะมาหาหนังสือที่เคยอ่านในวัยเด็ก บางคนมาเพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับหนังสือเล่มโปรด ร้านนี้จึงเปรียบเสมือนศูนย์กลางของชุมชนเล็กๆ ที่คนรักการอ่านมารวมตัวกันในยุคดิจิทัลที่การอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นที่นิยม ร้านเช่าหนังสือวราสาส์นยังคงมีเสน่ห์ในแบบที่เทคโนโลยีไม่อาจแทนที่ได้ กลิ่นหนังสือเก่า การสัมผัสหน้ากระดาษ และความทรงจำที่เชื่อมโยงกับหนังสือเล่มโปรดคือสิ่งที่ทำให้ลูกค้าหลายคนยังคงแวะเวียนมา แม้จะมีความท้าทายมากมาย แต่ร้านเช่าหนังสือแห่งนี้ยังเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันไว้อย่างงดงามวราภรณ์เชื่อว่าร้านเช่าหนังสือมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการอ่าน เธอเล่าว่า "หนังสือเล่มหนึ่ง คนอ่านได้เป็นร้อยเป็นพัน เป็นวิทยาทานที่เราต้องการเผยแพร่" แม้ว่าร้านเช่าหนังสือจะให้ผลตอบแทนไม่สูงนัก แต่เธอยังคงยืนหยัดทำด้วยความสุขที่ได้เห็นคนเข้ามาหยิบหนังสือและได้แบ่งปันความรู้ให้กับเยาวชนนอกจากการให้บริการเช่าหนังสือ วราภรณ์ยังจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอ่านเป็นประจำ เช่น การจัดมุมอ่านฟรีสำหรับเด็กๆ หรือการลดราคาหนังสือในโอกาสพิเศษ เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงหนังสือได้ง่ายขึ้น เธอมองว่าการปลูกฝังนิสัยรักการอ่านตั้งแต่วัยเยาว์จะช่วยเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์และจินตนาการ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิตวราภรณ์มีมุมมองที่ชัดเจนต่ออนาคตของการอ่าน แม้เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน แต่เธอเชื่อว่าหนังสือมีคุณค่าในแบบที่ดิจิทัลไม่สามารถทดแทนได้ เธอมองว่าการอ่านหนังสือช่วยสร้างสมาธิ กระบวนการในการคิด และการเชื่อมโยงอารมณ์กับเนื้อหาได้มากกว่า เธอหวังว่าความรักในการอ่านจะถูกส่งต่อไปยังคนรุ่นใหม่ผ่านประสบการณ์ที่จับต้องได้ เช่น การพลิกหน้ากระดาษและการแบ่งปันความรู้ระหว่างกันนอกจากนี้ เธอยังเน้นว่าร้านเช่าหนังสือเป็นพื้นที่ที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงความรู้ ด้วยราคาที่จับต้องได้ ทำให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถมีโอกาสอ่านหนังสือดีๆ ได้ วราภรณ์เชื่อว่าการส่งเสริมการอ่านในชุมชนเล็กๆ สามารถสร้างผลกระทบในวงกว้างและช่วยพัฒนาสังคมให้ก้าวหน้าการดำเนินร้านเช่าหนังสือในยุคนี้เต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและจำนวนผู้อ่านที่ลดลง วราภรณ์พยายามปรับตัวอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นการขยายประเภทหนังสือให้หลากหลาย หรือการสร้างความสัมพันธ์อันอบอุ่นกับลูกค้าประจำ ร้านวราสาส์นจึงไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจ แต่เป็นพื้นที่ที่รวบรวมความรักและความมุ่งมั่นในการรักษาวัฒนธรรมการอ่านทุกๆ ปีในวันเด็ก วราภรณ์จะเปิดให้เด็กๆ อ่านหนังสือฟรี เพื่อปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน แม้เด็กที่เข้าร้านจะลดน้อยลง แต่เธอก็ยังคงยึดมั่นในความตั้งใจนี้ เพราะเชื่อว่าการอ่านจะช่วยสร้างอนาคตที่ดีให้กับสังคม เธอหวังว่าภาครัฐจะมีนโยบายสนับสนุนร้านเช่าหนังสือขนาดเล็กเช่นนี้ เพื่อรักษาสังคมแห่งการเรียนรู้และเสริมสร้างวัฒนธรรมการอ่านให้คงอยู่ต่อไปร้านเช่าหนังสือวราสาส์นจึงไม่ใช่แค่ร้านเช่าหนังสือธรรมดา แต่เป็นพื้นที่แห่งความทรงจำและความรักการอ่าน ที่เปิดโอกาสให้คนทุกวัยได้เข้ามาสัมผัสเสน่ห์ของหนังสือ และเป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นและใจรักที่ไม่เสื่อมคลายของเจ้าของร้านผู้เปรียบเสมือน "หญิงเหล็ก" ที่ต่อสู้เพื่อความสุขเล็กๆ ของตัวเองและเพื่อแบ่งปันความสุขนี้ให้กับผู้อื่นวราสาส์นFacebook : วราสาส์นสถานที่ตั้ง : 68, 56 ซ. เพชรบุรี 5 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/xFktv6YTGV5fboRWAเวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 12:30-20:30 น. (ปิดทุกวันอาทิตย์)ผู้เขียน : จิตรกร ปะวะโขภาพ : เบญญาภา แนบเนียน

แจกพิกัด 8 สถานที่เที่ยววันเด็ก 2568

09 ม.ค. 2025

แจกพิกัด 8 สถานที่เที่ยววันเด็ก 2568

วันเด็กปีนี้ คุณพ่อคุณแม่กำลังมองหาสถานที่พาเด็ก ๆ ไปสนุกสนานและเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ กันอยู่หรือเปล่า? วันนี้เรามีลิสต์ 8 สถานที่เที่ยววันเด็กที่ทั้งสนุก และได้ความรู้มาฝาก รับรองว่าเด็ก ๆ จะต้องประทับใจแน่นอน!สวนสัตว์เปิดเขาเขียวสวนสัตว์เปิดเขาเขียวในจังหวัดชลบุรี เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ และสัตว์ป่าที่เด็ก ๆ จะได้เห็นสัตว์หลากหลายชนิดแบบใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นช้าง, ยีราฟ, รวมไปถึงหมูเด้ง และเด็ก ๆ ยังสามารถให้อาหารสัตว์ได้อีกด้วย เหมาะสำหรับการพาครอบครัวไปพักผ่อนในวันเด็กพิกัด: 235 ม.7 ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรีค่าเข้า เด็กเข้าฟรี (เฉพาะวันเด็ก)เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน 08.00 - 17.00 นสวนนงนุชพัทยาสวนนงนุชเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงด้านสวนสวยและกิจกรรมสนุกสนานมากมาย สำหรับเด็ก ๆ จะได้เพลิดเพลินกับสวนไดโนเสาร์ ที่นี่จึงเป็นสถานที่ที่ให้ทั้งความสนุก และความรู้เรื่องธรรมชาติในคราวเดียวกันพิกัด: 34/1 หมู่ที่ 7 ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีค่าเข้า เด็กเข้าฟรี / ผู้ใหญ่ 250 บาทเวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน 08.00 - 18.00 น.Sea Life Bangkok Ocean WorldSea Life Bangkok ที่สยามพารากอน สามารถพาเด็ก ๆ ไปสำรวจโลกใต้ท้องทะเลแบบเต็มอิ่ม มีสัตว์น้ำหลากหลายชนิด เช่น สำรวจประการัง ชมปลาฉลาม และกิจกรรมผจญภัยมากมาย เด็ก ๆ ยังสามารถสัมผัสสัตว์น้ำตัวเล็กๆ ได้อีกด้วยพิกัด: สยามพารากอน กรุงเทพฯค่าเข้าชม เด็ก 490 บาท / ผู้ใหญ่ 590 บาทเวลาเปิด-ปิด เปิดบริการทุกวัน 10.00 น. - 20.00 น.พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ อพวช.สำหรับเด็ก ๆ ที่ชอบการทดลองและการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ คลอง 5 ในปทุมธานีคือคำตอบ ที่นี่มีนิทรรศการที่น่าสนใจเกี่ยวกับเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และธรรมชาติ เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้ผ่านการทดลองจริงและกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์พิกัด: 39 หมู่ 3 ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานีค่าเข้าชม เด็กเข้าฟรี / ผู้ใหญ่ 100 บาทเวลาเปิด-ปิดวันอังคาร - วันศุกร์ เวลา 09.30 - 15.00 น.วันเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.30 - 17.00 น.หยุดทุกวันจันทร์ซาฟารีเวิร์ลซาฟารีเวิร์ลเป็นสวนสัตว์เปิดที่ให้เด็ก ๆ ได้ชมสัตว์ในบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติ พร้อมโชว์พิเศษจากสัตว์แสนรู้ เช่น โชว์โลมา, โชว์ช้าง และโชว์นกแก้ว ที่นี่เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความสนุกและการผจญภัยพิกัด: 99 ถนนปัญญาอินทรา เขตคลองสามวา กรุงเทพฯค่าเข้าชม เด็ก 350 บาท (เฉพาะวันเด็ก)เวลาเปิด-ปิด วันอังคาร-วันศุกร์: 9:00 น.-16:30 น.วันเสาร์-วันอาทิตย์: 9:00 น.-17:00 นปิดวันจันทร์พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพฯพิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพฯ เป็นสถานที่ที่เน้นการเรียนรู้ผ่านการเล่นและกิจกรรมสร้างสรรค์ เด็ก ๆ จะได้ทำกิจกรรมและสนุกกับเครื่องเล่นในโซนกลางแจ้ง เหมาะสำหรับทุกวัยและเป็นที่ที่เด็ก ๆ จะได้ปลดปล่อยพลังอย่างเต็มที่พิกัด : 810 ถนน กำแพงเพชร 4 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯค่าเข้าชม : เข้าชมฟรีเวลาเปิด-ปิด เปิดทุกวันอังคาร - อาทิตย์ 10.00 - 16.00 น.ปิดวันจันทร์YoyolandYoyoland เป็นสวนสนุกในร่มที่เหมาะสำหรับเด็ก ๆ ตั้งแต่เล็กจนถึงวัยประถม มีกิจกรรมหลากหลาย เช่น เครื่องเล่นม้าหมุน, รถไฟเหาะ และบ้านบอล เด็ก ๆ จะได้สนุกสนานพร้อมพัฒนาความกล้าและความมั่นใจพิกัด: ชั้น 4 ซีคอนสแควร์ค่าเข้าชม : เด็ก 240 บาท ผู้ใหญ่ 120 บาทเวลาเปิด-ปิด วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 10..30 – 18.00 น.วันเสาร์, วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.30 – 19.30 น.Moori Moori Playfarmฟาร์มกลางกรุงเหมาะสำหรับเด็ก ๆ ที่ชื่นชอบธรรมชาติและสัตว์เลี้ยง เด็ก ๆ จะได้สัมผัสชีวิตฟาร์ม เช่น การให้อาหารสัตว์ เก็บไข่ไก่ และการทำกิจกรรมเชิงเกษตรในบรรยากาศที่อบอุ่นและใกล้ชิดธรรมชาติพิกัด: 432 ถ.นวลจันทร์ แขวง นวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯค่าเข้าชม : เข้าชมฟรีเวลาเปิด-ปิดเปิดให้บริการทุกวัน 10.30-18.00 น.เสาร์ - อาทิตย์ 10.30-20.00 น.วันเด็กปีนี้ อย่าลืมเลือกสถานที่ที่เหมาะกับความสนใจของลูกน้อย แล้วพาครอบครัวไปสนุกกันให้เต็มที่นะคะ!

อัปเดตพิกัดจุดเช็คอิน พัทยา 2025!

06 พ.ค. 2025

อัปเดตพิกัดจุดเช็คอิน พัทยา 2025!

อัปเดตพิกัดจุดเช็คอิน พัทยา 2025!เที่ยวพัทยาให้ครบทุกฟีล ทั้งชิลล์ ถ่ายรูปสวย กินของอร่อย ดูแสงไฟกลางคืน แบบไม่ซ้ำใคร!1. PATTAYA CITY จุดแลนด์มาร์กถ้ามาพัทยาแล้วไม่ได้เซลฟี่กับป้าย “PATTAYA CITY” ถือว่ามาไม่ถึง! วิวทะเลด้านหลังสวยสะใจ ถ่ายมุมไหนก็ได้ฟีลเมืองชายฝั่งสุดชิค2. LIGHTHOUSE BAYคาเฟ่ริมทะเลฟีลซัมเมอร์ที่มีพร็อพสุดชิคอย่างเซิร์ฟบอร์ดและป้ายประภาคาร ถ่ายรูปออกมาสวยทุกมุม พร้อมที่นั่งชิลล์ติดริมน้ำ เหมาะกับการจิบกาแฟเบา ๆ รับลมทะเลเวลา : เปิดทุกวัน 6:00–22:00 น.3. บัวทองบีชสายกินต้องห้ามพลาด! ร้านอาหารริมทะเลที่เสิร์ฟซีฟู้ดจานใหญ่สดใหม่แบบจัดเต็ม เมนูที่มาแล้วต้องลองคือ ปลากะพงทอดน้ำปลาเวลา : เปิดทุกวัน 10:00–22:00 น.4. SHALOBAคาเฟ่ที่มาในธีมแสงเงาและงานดีไซน์สุดคูล เหมาะกับสายถ่ายภาพและคอกาแฟแท้ มีเครื่องดื่มแนวซิกเนเจอร์หลากหลายแก้วที่ทั้งอร่อยและสวย พร้อมวิวทะเลที่สวยมากเวลา : เปิดทุกวัน 9:00–18:00 น.5. PATTAYA LIGHTING 2025จุดเช็คอินยามค่ำคืนสุดว้าว! งานไฟกลางแจ้งที่เต็มไปด้วยแสง สี เสียง และอีเวนต์เพียบ เหมาะกับการเดินเล่น ถ่ายรูป และดื่มด่ำบรรยากาศสุดฟีลกลางคืนสรุปเลยว่า…พัทยาปี 2025 นี้คือไม่ธรรมดา! จะสายถ่ายรูป สายคาเฟ่ สายกิน หรือสายปาร์ตี้ ก็มีครบหมด ใครอยากเที่ยวแบบความสนุกครบได้ทุกแนว ต้องรีบจัดทริปแล้วล่ะ!ผู้เขียน: ปาณิศา บุญรอด