ตะลุยกิน เล่นเครื่องเล่นในงาน Siam Carnival Funfair 10-21 ก.พ. 66 ที่ สวนรถไฟ

Food & Beverage

ตะลุยกิน เล่นเครื่องเล่นในงาน Siam Carnival Funfair 10-21 ก.พ. 66 ที่ สวนรถไฟ

13 ก.พ. 2023

Chill Online พาทุกคนมาเดินชิล ๆ กินขนม เล่นเครื่องเล่นในงาน Siam Carnival Funfair วันที่ 10-21 ก.พ. 66 ณ สวนรถไฟ (สวนวชิรเบญจทัศ) เดินทางสะดวก ใกล้ BTS หมอชิต เครื่องเล่นเพียบ ของอร่อยจัดเต็ม สายกินห้ามพลาด!

สำหรับใครที่จะเดินทางมาที่งาน Siam Carnival Funfair เราขอแนะนำให้นั่งรถไฟฟ้าบีทีเอส ลงสถานีหมอชิต หลังจากนั้นให้ต่อมอเตอร์ไซค์เข้ามา ไม่แนะนำให้เดิน (เราลองแล้ว มันไกลมาก)

พอมาถึงงานแล้วจะเจอโซนร้านขายของด้านนอกรอบ ๆ โซนสวนสนุก โซนด้านนอกนี้สามารถเลือกชิมเลือกชอปได้เลย ไม่เสียค่าบัตรผ่านประตู

ของกินเยอะมาก มีให้เลือกตั้งแต่ของทานเล่น ไปยันหมูกระทะเลย

เครื่องดื่มเย็น ๆ อย่างโค้กวุ้น โค้กเกล็ดหิมะ ไมโลโรงเรียน ดับร้อนได้ดีมาก

มีไอติมด้วย เขาบอกว่าเป็นไอติมไม่อ้วน เพราะไม่มีไขมันทรานส์ ไม่ใส่ครีมเทียม น้ำตาลน้อย

พวกขนมและของเล่นเก่าสมัยก่อนก็มี ย้อนวันวาน ให้ฟีล Y2K

ส่วนโซนสวนสนุกนั้น จะต้องเสียค่าบัตรผ่านประตูคนละ 15 บาท สามารถซื้อบัตรได้ที่บูธหน้างานเลย

เครื่องเล่นในงานสามารถเลือกเล่นได้ตามใจ มีทั้งสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ บัตรเครื่องเล่นราคา 60 บาทต่อคน/เครื่องเล่น ราคาเท่ากันทุกเครื่องเล่น

นอกจากเครื่องเล่นแล้ว ยังมีมินิเกมสนุก ๆ ให้ประลองฝีมือกันด้วย

งาน Siam Carnival Funfair  มีถึงวันที่ 21 ก.พ.นี้ ใครที่กำลังหาที่เที่ยวในกรุงเทพไว้ชิมขนม แชะรูปเชคอินเก๋ ๆ สามารถแวะมาเที่ยวกันได้เลย

related Food & Beverage

วันเดียวก็เที่ยวได้ @SongWat

05 มิ.ย. 2025

วันเดียวก็เที่ยวได้ @SongWat

มีวันเดียวก็เที่ยวได้! ใครมีเวลาน้อยแต่อยากเก็บที่เที่ยวให้ครบ แอดขอแนะนำ 1 Day Trip ที่ “ทรงวาด” ย่านเก่าสุดเท่ที่เต็มไปด้วยคาเฟ่เก๋ จุดถ่ายรูปเพียบ และเรื่องราวชวนหลงใหล เดินเล่นชิลๆ ครบทั้งกิน เที่ยว ช้อป ในวันเดียวจบ!กองทัพต้องเดินด้วยท้อง! แอดเริ่มต้นทริปตอน 11 โมงเช้า เลยขอแวะฝากท้องที่ร้าน “ทรงเวียด” ร้านสตรีตฟู้ดเวียดนามที่ตกแต่งแบบวินเทจ ย้อนยุค 90 เข้ามาปุ๊บคือเหมือนวาร์ปไปฮานอย! บรรยากาศคือดี งานดีไซน์คือเก๋ ถ่ายรูปก็ปัง เมนูที่ลองวันนี้คือ เกี๊ยวนึ่งทรงเครื่อง กับ หมูย่างสไตล์เวียดนาม บอกเลยว่า...อร่อยเกินคาด! เครื่องแน่น รสชาติจัดจ้านแบบต้นตำรับ กินรองท้องเบาๆ แต่ใจอยากเบิ้ลอีกหลายจานเลยทีเดียว ถ้ามีโอกาส แอดกลับมาซ้ำแน่นอน! วันนี้แอดตื่นเช้าขอแวะเติมคาเฟอีนที่ร้าน Matchamaru ร้านชาสุดฮิตของย่านนี้ที่ใครมาก็ต้องแวะ เพราะมีมัทฉะให้เลือกเพียบ! วันนี้แอดจัด Pure Matcha ที่ใช้ใบชา Yutaka บอกเลยว่าหอม เข้มข้น แต่ดื่มง่าย สดชื่นตั้งแต่คำแรก! เดินออกจากร้านชาไม่กี่ก้าว แอดก็เจอร้านน่ารักอย่าง “อ๊อยสเตอร์” ร้านของแต่งบ้านไวบ์วินเทจที่สายแต่งห้องต้องเลิฟ! ของตกแต่งเพียบทั้งแจกัน เชิงเทียน ยันของจุกจิกน่ารักๆ แถมเจ้าของร้านใจดีมาก ไม่ซื้อไม่ว่า แค่แวะมาถ่ายรูปเล่นก็ยังได้ บอกเลยว่าแค่เดินดูของก็คือเพลินแล้ว! ไปต่อกันที่อีกหนึ่งร้านดังของย่านนี้ที่สายช็อกโกแลตเลิฟเวอร์ห้ามพลาด! Chooch ร้านโกโก้พรีเมียมที่ไม่ใช่แค่รสชาติดี แต่บาริสต้ายังใจดี เล่าให้ฟังเพลินๆ ถึงความต่างของโกโก้แต่ละสายพันธุ์ บอกเลยว่าราคาอาจแรงนิด...แต่มันพรีเมียมจริงคุณพี่! สายถ่ายรูปอย่างเราเดินผ่านยังต้องหยุดมอง เพราะร้าน BAD POUTINE มันจึ้งมาก! กลิ่นหอมของมันฝรั่งทอดลอยมาแต่ไกล เด็กอ้วนอย่างแอดใครจะทนไหว~ เลยต้องขอแวะจัดเมนูซิกเนเจอร์ Poutine (พูทีน) มันฝรั่งทอดราดเกรวี่สไตล์ควิเบค กัดคำแรกคืออร่อยจนแสงออกปาก! กินของทอดจนท้องร้องอีกรอบ แอดเลยแวะที่ "ลิ้มเล่าซา" ร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาในตอกเล็กๆ ที่บอกเลยว่าลูกชิ้นคือของจริง ไม่แป้ง เด้งแน่นเต็มคำ เจ้าของร้านยังบอกเองว่า “ลูกชิ้นปลาพี่...เต้นได้!” มาเที่ยวทั้งทีแอดเลยขอแวะซื้อขนมไปฝากที่บ้านกันหน่อยที่ร้าน Wabi’s ร้านขนมปังซาวโดว์เบเกิลเจ้าดังในทรงวาดที่ใครมาก็ต้องแวะ วันนี้แอดเลยจัด Sourdough Bagel กับ Double Choocolate Shio Pan และก็มาถึงไฮไลต์ของทริปวันนี้กับ “บ้านริมน้ำ” บ้านไม้โบราณริมแม่น้ำที่รีโนเวทให้ดูโมเดิร์นแต่ยังอบอุ่นเหมือนเดิม เหมาะมากกับการพักผ่อน ปล่อยใจสบายๆ มีทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และบริการนวดครบ หรือจะมานั่งดูพระอาทิตย์ตกก็คือโรแมนติกไม่เบาพิกัด : ถนนทรงวาดการเดินทาง : เดินทางไป "ทรงวาด" ด้วยรถไฟฟ้า MRT สถานีวัดมัง ทางออก 1 (เดินต่อตาม map 10-15 นาที หรือ ต่อมอไซต์มาถนนทรงวาด) หรือ รถยนต์ส่วนตัวมีบริการที่จอด ลานจอดรถช้าง 40 บาทท/ชั่วโมงเขียนโดย : พิชชาภรร์ ผาสุขดี

เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 ครั้งที่ 44 งานเดียวเที่ยวครบทั้งประเทศ กิน เที่ยว ช้อป ครบจบในที่เดียว

28 มี.ค. 2026

เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 ครั้งที่ 44 งานเดียวเที่ยวครบทั้งประเทศ กิน เที่ยว ช้อป ครบจบในที่เดียว

“เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569” หรือ Thailand Tourism Festival ครั้งที่ 44เป็นอีเวนต์ท่องเที่ยวระดับประเทศที่รวบรวมเสน่ห์ของไทยทั้ง 5 ภูมิภาคมาไว้ในที่เดียวอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร วัฒนธรรม สินค้าท้องถิ่น หรือแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยว ไฮไลต์สำคัญของงานในปีนี้คือการจัดโซนแบบ immersive ที่ทำให้ผู้เข้าชมรู้สึกเหมือนได้ “เดินทางจริง” ผ่านแต่ละภูมิภาค ภายใต้แนวคิด “สุขทันที ที่เที่ยวไทย”ไฮไลต์โซนในงาน เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 หนึ่งในจุดเด่นของงานคือการแบ่งพื้นที่ออกเป็นโซน ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค พร้อมกิจกรรมและประสบการณ์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนโซนภาคเหนือ – เสน่ห์ล้านนาและวัฒนธรรมดั้งเดิม โซนภาคเหนือถูกออกแบบให้เต็มไปด้วยบรรยากาศแบบล้านนา ทั้งการตกแต่งไม้ งานคราฟต์ และกลิ่นอายของวิถีชีวิตชุมชนไฮไลต์ในโซนนี้ ได้แก่กาดพื้นเมือง จำลองตลาดเหนืองานหัตถกรรม เช่น ผ้าทอ เครื่องเงิน งานไม้อาหารเหนือ เช่น ข้าวซอย น้ำพริกหนุ่ม ไส้อั่วกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมและการแสดงพื้นบ้านเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมโซนภาคอีสาน – สีสันความม่วนซื่นและอาหารรสจัดโซนอีสานโดดเด่นด้วยความสนุกสนานและความเป็นกันเอง พร้อมสีสันที่สะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่นไฮไลต์ในโซนนี้ ได้แก่อาหารอีสาน เช่น ส้มตำ ลาบ น้ำตกเวทีหมอลำและการแสดงพื้นบ้านสินค้าชุมชน เช่น ผ้าไหม เครื่องจักสานบรรยากาศงานวัดแบบอีสานโซนนี้ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับความนิยมสูงในทุกปีโซนภาคกลาง – วัฒนธรรมผสมผสานความร่วมสมัยภาคกลางสะท้อนความหลากหลายทั้งในด้านวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์ไฮไลต์ในโซนนี้ ได้แก่อาหารไทยต้นตำรับและสตรีทฟู้ดงานศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัยแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจทั้งความคลาสสิกและความทันสมัยโซนภาคตะวันออก – ไลฟ์สไตล์ทะเลและคาเฟ่โซนนี้เน้นการท่องเที่ยวแบบพักผ่อนและไลฟ์สไตล์ไฮไลต์ในโซนนี้ ได้แก่อาหารทะเลสดและเมนูร่วมสมัยคาเฟ่และมุมถ่ายภาพแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลกิจกรรมเชิงไลฟ์สไตล์เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบชิลและการถ่ายภาพโซนภาคใต้ – เสน่ห์ทะเลและวัฒนธรรมเข้มข้นโซนภาคใต้ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของทะเลและวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างชัดเจนไฮไลต์ในโซนนี้ ได้แก่อาหารใต้ เช่น แกงเหลือง ข้าวยำ โรตีการแสดงวัฒนธรรมภาคใต้วิถีชีวิตชุมชนชายทะเลสินค้าพื้นเมืองและงานคราฟต์เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจวัฒนธรรมและอาหารรสเข้มข้นโซนกิจกรรมพิเศษ และไฮไลต์เพิ่มเติมในงานนอกจากโซนภูมิภาคแล้ว ภายในงานยังมีพื้นที่กิจกรรมอื่น ๆ ที่น่าสนใจโซนอาหารรวมทั่วไทยรวมเมนูเด่นจากแต่ละภูมิภาค ทั้งอาหารพื้นบ้านและสตรีทฟู้ดเป็นหนึ่งในโซนที่ได้รับความนิยมสูงและมีผู้เข้าชมจำนวนมากโซนสินค้า OTOP และของดีท้องถิ่นรวบรวมสินค้าชุมชน งานหัตถกรรม และของฝากจากทั่วประเทศพร้อมโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะในงานโซนถ่ายภาพและแลนด์มาร์กจำลองมีการจำลองสถานที่ท่องเที่ยวและจัดมุมถ่ายภาพหลากหลายรูปแบบเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียโซนเวทีการแสดงและกิจกรรมมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากแต่ละภูมิภาค รวมถึงกิจกรรมบนเวทีและนิทรรศการช่วยเพิ่มประสบการณ์ให้กับผู้เข้าชมตลอดทั้งวันโซนท่องเที่ยวแบบยั่งยืนส่งเสริมแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนมีการจัดจุดคัดแยกขยะและรณรงค์ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสรุปไฮไลต์ เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 44 เป็นงานที่รวบรวมประสบการณ์การท่องเที่ยวไทยไว้ในที่เดียวอย่างครบถ้วน ทั้งด้านอาหาร วัฒนธรรม การช้อปปิ้ง และกิจกรรมความบันเทิง งานนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหาแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยว สัมผัสวัฒนธรรมไทยในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย และใช้เวลาเพียงวันเดียวก็สามารถสัมผัสความหลากหลายของประเทศไทยได้อย่างครบถ้วนข้อมูลงาน เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 44 ปี 2569จัดโดย ททท. เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศวันที่: 25 – 29 มีนาคม 2569เวลา: 10.00 – 21.00 น.สถานที่: ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (Hall 1–4 ชั้น G)เข้าชมฟรีตลอดงาน

ถนนทรงวาด สถานที่เที่ยวมาแรงอันดับ 1 ในกรุงเทพที่พลาดไม่ได้

14 ก.ค. 2025

ถนนทรงวาด สถานที่เที่ยวมาแรงอันดับ 1 ในกรุงเทพที่พลาดไม่ได้

ถนนทรงวาด สถานที่เที่ยวมาแรงอันดับ 1 ในกรุงเทพที่พลาดไม่ได้ เที่ยวทรงวาด ถนนย่านชุมชนสุดฮิตใกล้เยาวราช กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านขนม ขนมเก่าแก่ ร้านขายของฝาก และมุมถ่ายรูปสุดชิคสุดถนนภาพจาก ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตและการท่องเที่ยวของผู้คนสมัยนี้ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ บางครั้งก็สนใจเทรนด์ใหม่ ๆ กันอย่างเนืองแน่น แต่ในขณะเดียวกันเทรนด์เก่า ๆ ที่เคยได้รับความนิยมในอดีต ก็กลับมาเป็นกระแสใหม่ได้อยู่เรื่อย ๆ สังเกตได้จากทั้งแฟชั่น การกิน การเที่ยว ยกตัวอย่างถนนทรงวาดที่กำลังได้รับความนิยมมากในยุคนี้ เหล่าวัยรุ่นยุคใหม่ได้ทำการแห่กันไปตามร้านอาหาร ถ่ายรูป เดินเที่ยวกันอย่างหนาแน่น ถือเป็นย่านเก่าแก่ใจกลางกรุงเทพฯที่กำลังกลายเป็น แลนด์มาร์กใหม่ของนักเที่ยวสายอาร์ตและสายกล้อง ที่ต้องมาเช็กอินให้ได้สักครั้ง ด้วยความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมยุคเก่า ความคึกคักของชุมชนจีน-ไทย และการฟื้นฟูพื้นที่ด้วยคาเฟ่สุดชิค ร้านค้าสร้างสรรค์ และกิจกรรมศิลปะร่วมสมัย วันนี้ Chill on กินเที่ยว จะมาแนะนำมุมถ่ายรูป คาเฟ่ และสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับถนนทรงวาด"ถนนทรงวาด" ชุมชนไทยที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ใกล้เยาวราชและตลาดน้อย ถนนทรงวาด ตั้งอยู่บริเวณฝั่งพระนคร ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เชื่อมต่อระหว่างถนนเยาวราชกับถนนเจริญกรุง โดยหากนั่ง MRT มาลงสถานีวัดมังกรแล้วเดินเข้ามาไม่ถึง 10 นาที คุณจะพบกับถนนสายเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของอดีต ตั้งแต่ตึกแถวสไตล์ชิโนโปรตุกีส หัวมุมซอยที่ยังคงความดิบของเมืองเก่า ไปจนถึงร้านค้าเก่าแก่ที่ดำเนินกิจการมาหลายรุ่น นอกจากนี้ ถนนเส้นนี้ยังมีประวัติความเป็นมาน่าสนใจ เพราะในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางการค้าริมน้ำที่มีความคึกคักไม่แพ้ท่าเรือคลองเตย เรียกได้ว่าเป็น "ย่านธุรกิจริมเจ้าพระยา" ที่มีบทบาทอย่างมากในช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้น และแม้เวลาจะเปลี่ยน แต่เสน่ห์ของถนนทรงวาดยังคงอยู่ไม่เสื่อมคลายภาพจากแนะนำจุดถ่ายรูปน่าสนใจในถนนทรงวาด ถ้าใครกำลังมองหามุมถ่ายรูปใหม่ ๆ ที่ให้ความรู้สึก เท่ คลาสสิก และมีสไตล์ บอกเลยว่าคุณมาถูกที่แล้ว เพราะการถ่ายรูปทรงวาด เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมยอดฮิตที่หลายคนติดใจ ด้วยมุมต่าง ๆ ที่จัดจ้านในแบบสตรีทและวินเทจผสมกันอย่างลงตัว ความจริงแล้วถนนทรงวาดเป็นถนนที่ไม่ว่าจะเป็นส่วนไหน ก็สามารถถ่ายรูปให้ออกมาดูเก๋ได้ ด้วยกลิ่นอายชุมชนเก่าที่มีอารยธรรมต่าง ๆ มากอย่างยาวนาน ส่งผลให้ทั้งโซนถนนทรงวาดมีสไตล์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร แต่สำหรับใครที่อยากได้ไอเดียในการถ่ายรูป ให้ทุกคนรู้ว่านี่คือถนนทรงวาดแบบตะโกนน เราก็มีมาแนะนำเหมือนกันป้าย I wanna bangkok - จุดเช็กอินสุดจึ้ง ไม่ว่าใครก็ต้องหยุดถ่ายรูปกับป้ายตรงทางม้าลายจุดนี้ซุ้มประตูเก่าและซอยแคบสไตล์ฮ่องกง - ได้ฟีลเหมือนเดินอยู่ในภาพยนตร์เก่า โทนสีซีเปียและเงาตึกเรียงรายเหมาะกับการถ่ายพอร์เทรตตึกแถวโบราณพร้อมป้ายจีน - ป้ายภาษาจีนแดงสดที่ตัดกับตึกสีซีดให้อารมณ์วินเทจสุด ๆกำแพงกราฟฟิตี้และศิลปะริมถนน - งานอาร์ตจากศิลปินท้องถิ่นและนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ ถูกผสมผสานเข้ากับกำแพงเก่าได้อย่างน่าสนใจริมแม่น้ำเจ้าพระยา - ท่าเรือเก่า ๆ ที่มีแสงอาทิตย์ยามเย็นตกกระทบกับน้ำ สร้างภาพที่สวยงามและมีเรื่องราวร้าน Oyster Things - ร้านขายของฝากสุดชิคสไตล์วินเทจ ที่เพิ่งมาเปิดสาขาใหม่ที่ถนนทรงวาดภาพจากแนะนำคาเฟ่ทรงวาด เยาวราช และตลาดน้อย อีกสิ่งที่ทำให้ถนนสายนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวฮิตในชั่วข้ามคืนก็คือ การเกิดขึ้นของคาเฟ่ทรงวาดที่ทั้งรสชาติดี บรรยากาศเก๋ และคอนเซ็ปต์โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นการรีโนเวตตึกเก่าให้กลายเป็นคาเฟ่ หรือการผสมผสานระหว่างกลิ่นอายวินเทจกับความมินิมอลสมัยใหม่ แน่นอนว่าถนนทรงวาด ตลาดน้อย และเยาวราช เป็นถนนที่อยู่ในย่านเดียวกัน คาเฟ่ที่จะแนะนำต่อไปนี้จึงอยู่ทั้งในแถบ 3 สถานที่นี้Mother Roaster - คาเฟ่ชื่อดังจากตลาดน้อยที่มาเปิดสาขาใหม่ในทรงวาด ตัวร้านเป็นตึกเก่า 3 ชั้น เสิร์ฟกาแฟดริปแบบคลาสสิก รสเข้มข้น และมีเบเกอรี่อบสดใหม่Woodbrook Bangkok - คาเฟ่ริมแม่น้ำที่มองเห็นวิวเจ้าพระยาและสะพานพุทธ ตัวร้านตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้และกระจก ให้แสงธรรมชาติเข้ามาเต็มที่Hong Sieng Kong - คาเฟ่-แกลเลอรีสุดเก๋ในบ้านจีนโบราณที่เปิดให้เข้าชมและถ่ายรูปได้ เสิร์ฟกาแฟพรีเมียมและเมนูขนมไทยฟิวชันLocal Boys Coffee - คาเฟ่สไตล์วินเทจ โทนของร้านเป็นสีส้ม-ดำ เหมาะกับคนที่ชื่นชอบบรรยากาศหม่น ๆ กลิ่นอายเก่าเล็กน้อยเอฟ วี - คาเฟ่ที่เอาบ้านเก่ามารีโนเวททำใหม่เป็นคาเฟ่ มาพร้อมกับเมนูขนมไทยโบราณ ใครที่เบื่อเมนูขนมคาเฟ่แบบเดิม ๆ แนะนำร้านนี้เลยBad Poutine - คาเฟ่ที่มีการตกแต่งหน้าร้านสุดเก๋ มีอาหารแคนาดารสชาติดี เลือกท็อปปิ้งได้ร้านอื่น ๆ ที่น่าสนใจในถนนทรงวาดSongViet at SongWat - ร้านอาหาร street food สัญชาติเวียดนาม รสชาติดี พอร์ชันไม่ใหญ่มาก สามารถสั่งมาทานร่วมกันเพื่อน ๆ ได้กู่หลงเปา - ร้านซาลาเปาโบราณ ที่มีทั้งซาลาเปาแบบนึ่ง แบบอบ ขนมจีบ และชาไทยรสชาติเข้มข้น จะซื้อกลับบ้านหรือนั่งกินหน้าร้านก็ไดอี-กา - ร้านอาหารไทย ที่มีจำหน่ายทั้งอาหารคาวหวาน หรือจะแวะมาดื่มเครื่องดื่มให้สดชื่น ก่อนไปตะลุยถนนทรงวาดกันต่อโรงกลั่นเนื้อ - ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ และเนื้อตุ๋น น้ำซุปมีส่วนผสมของสมุนไพรต่าง ๆ ส่งกลิ่นหอมยาจีนภาพจากข้อควรรู้ เตรียมตัวก่อนไปถนนทรงวาดอากาศประเทศค่อนข้างร้อน หากเลือกเดินช่วงบ่าย ควรพกพัดลมพกพา ผ้าเย็น หรือไอเท็มที่ช่วยบรรเทาอากาศร้อน เนื่องจากทั้งสองข้างทางไม่ได้มีที่หลบแดดให้หลบมากนักร้านอาหารที่ถนนทรงวาดอัดแน่นเต็มสองข้างทาง ตั้งแต่ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขนม ควรเตรียมท้องให้พร้อมทานของอร่อย แบ่งท้องให้พอสำหรับการทานอาหารหลาย ๆ ร้านวันเสาร์-อาทิตย์ เป็นวันหยุดที่คนค่อนข้างเยอะ ควรเตรียมแผนในการเดินเที่ยวให้พร้อมว่าต้องไปร้านไหนบ้าง จะได้ไม่เสียเวลาในการหาและต่อแถวหลีกเลี่ยงการไปเที่ยงทรงวาดช่วงหน้าฝน เนื่องจากเป็นสถานที่เที่ยวที่ต้องเดินทางและเป็นถนนกลางแจ้ง การเลือกเที่ยวในหน้าฝนจึงอาจไม่เหมาะนักสายถ่ายรูป ควรฟิตติ้งชุดให้พร้อมกับมุมที่ต้องการถ่าย มุมถ่ายรูปฮิต ๆ อาจต้องอาศัยจังหวะเวลาในการเข้าไป เนื่องจากมีคนหนาแน่นอยู่ตลอดเวลาหลีกเลี่ยงการเข้าไปถ่ายรูปในพื้นที่ส่วนบุคคล เนื่องจากถนนทรงวาดเป็นชุมชนเก่า มีผู้พักอาศัยมากมาย อีกทั้งร้านค้าหลายร้านก็เป็นที่พักอาศัยเช่นกันภาพจากสรุป ถนนทรงวาดไม่ใช่แค่ถนนสายเล็ก ๆ ในเมืองเก่า แต่เป็นโลกอีกใบที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของอดีตที่ยังมีชีวิตในปัจจุบัน ไม่ว่าคุณจะเป็นสายกล้อง สายคาเฟ่ สายอาร์ต หรือแค่คนที่ชอบเดินดูเมืองแบบไม่เร่งรีบ เที่ยวทรงวาด จะให้ประสบการณ์ที่คุ้มค่าในทุกก้าวเดิน อย่าลืมเตรียมกล้องให้พร้อม แบตให้เต็ม แล้วออกเดินไปกับความเก่าแบบเก๋ ๆ บนเส้นทางที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรม และอย่าลืมแวะจิบกาแฟที่คาเฟ่ทรงวาดสักแห่ง แล้วเก็บภาพความทรงจำดี ๆ ผ่านเลนส์ในแบบของคุณเอง สำหรับใครที่รอติดตามบทความดี ๆ อย่าลืมมาดูได้ที่ Chill on กินเที่ยวอ่านบทความทรงวาดเพิ่มเติมได้ที่ : Atime.live

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 รวมหนังสือทุกแนว โปรแรง เช็คอินครบในที่เดียว

26 มี.ค. 2026

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 รวมหนังสือทุกแนว โปรแรง เช็คอินครบในที่เดียว

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชั้น LG (ฮอลล์ 5–8)ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2569และนี่คืออีเวนต์ที่คนรักการอ่านห้ามพลาด ไม่ว่าคุณจะเป็นสายอ่านนิยาย สายสอบ หรือสายสะสมหนังสือหายาก ภายในงานนี้มีให้เลือกแบบจุใจ ตั้งแต่หนังสือดังที่ถูกนำไปสร้างเป็นซีรีส์วายยอดฮิต หนังสือเก่าหายากที่นักอ่านตามหา ไปจนถึงหนังสือเตรียมสอบยอดนิยม รวมถึงหนังสือแปลจากต่างประเทศ ทั้งจีน ญี่ปุ่น และตะวันตก ที่คัดมาแล้วว่าอ่านสนุกและน่าสนใจ สายการ์ตูนและนิยายวัยใสก็ห้ามพลาด เพราะมีทั้งการ์ตูนในตำนานอย่าง “ขำหัวเราะ” และ “ครอบครัวตึ๋งหนืด” รวมถึงนิยายรักใส ๆ จากแจ่มใส ที่หลายคนคุ้นเคย เรียกได้ว่าเดินงานเดียว ได้ย้อนวัยและเติมคลังหนังสือแบบเต็มอิ่ม ภายในงานมีการจัดโซนอย่างเป็นสัดส่วน เดินง่าย ไม่ต้องกลัวหลง และสำหรับใครที่อยากวางแผนการเดิน สามารถซื้อแผนที่บูสภายในงานได้ในราคาเพียง 5 บาท ช่วยให้ช้อปได้ครบทุกโซนแบบไม่พลาดร้านเด็ด อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือซุ้มถ่ายรูปและจุดเช็คอินภายในงาน ที่จัดไว้หลากหลายมุม เหมาะมากสำหรับสายคอนเทนต์ ไม่ว่าจะสายรีวิว สาย Vlog หรือสายถ่ายรูปลงโซเชียล ก็สามารถเก็บภาพบรรยากาศงานไปแชร์ได้แบบจัดเต็ม ไฮไลต์สำคัญยังคงเป็นโปรโมชั่นจัดหนัก ทั้งส่วนลดพิเศษ และการขายแบบบุฟเฟ่หนังสือ ที่บอกเลยว่ายิ่งซื้อยิ่งคุ้ม เหมาะกับสาย “ซื้อก่อน อ่านทีหลัง” แบบสุด ๆ และแน่นอนว่าของดีมีจำนวนจำกัด ใครมาก่อนได้ก่อน ช้าอาจพลาดเล่มที่อยากได้โดยไม่รู้ตัว ถ้าใครกำลังหาที่เดินเล่นช่วงนี้ หรือยังไม่รู้จะไปไหนดี ลองแวะมางานนี้ได้เลย เพราะงานจัดยาวหลายวัน เดินได้เรื่อย ๆ แบบไม่ต้องรีบ จะมาเดินชิล ๆ หรือมาจัดหนักกวาดหนังสือกลับบ้านก็ฟินได้เหมือนกัน ถ้าคุณกำลังมองหางานหนังสือ 2569 ที่ครบที่สุด คุ้มที่สุด และรวมหนังสือทุกแนวไว้ในที่เดียว งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 คือคำตอบ เตรียมตัวให้พร้อม แล้วไปช้อปให้จุใจกันได้เลยสถานที่: ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชั้น LG (ฮอลล์ 5-8)วันที่: 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2569เวลา: 10:00 – 21:00 น.