สายตุนห้ามพลาดกับ EVEANDBOY สวยเบิ้ลx2 รวมไอเทมเด็ด ซื้อ 1 แถม 1

Beauty & Health

สายตุนห้ามพลาดกับ EVEANDBOY สวยเบิ้ลx2 รวมไอเทมเด็ด ซื้อ 1 แถม 1

07 มี.ค. 2024

เบิ้ลให้สุด จ่ายหนึ่งได้ถึงสอง ทีมสายตุนห้ามพลาด

ยกไอเทมเด็ดจัดหนัก 1 แถม 1 เพียบทั้งเคาน์เตอร์แบรนด์ดัง เมคอัพ สกินแคร์บอกเลยต้องจัดห้ามพลาดเด็ดขาด

 ตั้งแต่วันที่ 25 ก.พ. 67 - 24 มี.ค. 67

 รีบช้อปด่วน ! ทั้งหน้าร้านทุกสาขา ทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์

Website https://bit.ly/42T5HVv

Lazada https://bit.ly/49Lbe2D

Shopee https://bit.ly/3wtsvz0

 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ U Chat I Shop คุณแชทเราช้อปให้! แอด line @eveandboy หรือสั่งสินค้า https://bit.ly/3bn9KO7

DOWNLOAD Application : IOS & Android

http://onelink.to/eveandboy 

 สามารถหาซื้อได้ที่ EVEANDBOY 26 สาขา

1.The Underground Siam Square One ชั้น LG (Flagship)

2.Zpell @ ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ชั้น1

3.Mega Bangna ชั้น1

4.Terminal21 Asok ชั้น 3 โซน Istanbul

5.Fashion Island ชั้น2 ฝั่ง Big C

6.The Mall Lifestore Bangkapi ชั้น G

7.The Mall Lifestore Bangkae ชั้น G

8.The Mall Lifestore Ngamwongwan ชั้น 2

9.Terminal21 Pattaya ชั้นG โซน Paris

10.MAYA เชียงใหม่ ชั้น 2

11.Terminal21 โคราช ชั้นG

12.กังสดาล มข. จ.ขอนแก่น

13.SAMYAN MITRTOWN ชั้น 1

14.สาขา Siam Premium Outlets Bangkok

15.The Mall Lifestore Thapra ชั้น 1

16. MBK Center ชั้น G

17.Seacon Square Srinakarin ชั้น 2

18.Terminal21 Rama3 ชั้น G.

19.THE PLATINUM FASHION MALL​ ชั้น 1

20.Passione Shopping Destination (RAYONG) ชั้น 1

21.ศูนย์การค้ายูดี ทาวน์ ซอย1 จ.อุดรธานี

22. EMSPHERE ชั้น 1

23.THE IMPERIAL SAMRONG ชั้น 1 

24.Gaysorn Amarin ชั้น 2 

25.Big C Rajdamri  ชั้น 1

26.Ayutthaya City Park ชั้น 2 (พร้อมเปิดให้ช้อปตั้งแต่ 1 มี.ค. 67) 

related Beauty & Health

แนะนำการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (Cardio) ลดไขมันกระตุ้นหัวใจ

29 ส.ค. 2025

แนะนำการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (Cardio) ลดไขมันกระตุ้นหัวใจ

การออกกำลังกายมีหลากหลายรูปแบบที่สามารถช่วยปรับปรุงสุขภาพร่างกาย แต่ในวันนี้เราจะมาพูดถึงการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (Cardio) ซึ่งเป็นหนึ่งในรูปแบบการออกกำลังกายลดไขมันที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการลดไขมันและกระตุ้นการทำงานของหัวใจ การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอเป็นการออกกำลังกายที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของระบบหัวใจและหลอดเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังช่วยให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยลดไขมันสะสมในร่างกาย ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าและสุขภาพดีขึ้นในระยะยาว แม้ว่าเราจะได้ยินคำว่า “คาร์ดิโอ” บ่อยครั้งในวงการออกกำลังกาย แต่หลายคนก็ยังไม่ทราบถึงความหมายและประโยชน์ที่แท้จริงของการออกกำลังกายประเภทนี้ วันนี้ Chill on กินเที่ยว จะพาคุณไปรู้จักกับการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอให้มากขึ้น รวมถึงประเภทต่าง ๆ ของคาร์ดิโอที่คุณสามารถเลือกทำได้ตามความต้องการของร่างกายปัญหาเหนื่อยง่าย จากการออกกำลังกายน้อย หลายคนที่ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ มักจะพบปัญหาการเหนื่อยง่าย หรือหายใจถี่เมื่อทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรง เช่น การเดินเร็ว หรือการขึ้นบันได หากไม่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ร่างกายอาจจะไม่สามารถปรับตัวกับความต้องการของระบบหัวใจและหลอดเลือดได้อย่างเต็มที่ ทำให้มีอาการเหนื่อยง่าย ซึ่งเป็นสัญญาณของการที่หัวใจและหลอดเลือดทำงานไม่เต็มที่ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (Cardio) สามารถช่วยปรับสมดุลของร่างกาย ปรับปรุงการทำงานของระบบหัวใจและเพิ่มความทนทานให้กับร่างกายการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (Cardio) คืออะไร การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (Cardio) คือการออกกำลังกายที่มีการเคลื่อนไหวของร่างกายอย่างต่อเนื่อง เช่น การวิ่ง, เดินเร็ว, ปั่นจักรยาน หรือการว่ายน้ำ ซึ่งช่วยให้หัวใจทำงานหนักขึ้นและกระตุ้นระบบการไหลเวียนเลือดให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น การออกกำลังกายประเภทนี้จะช่วยให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการลดไขมันในร่างกายการออกกำลังกายคาร์ดิโอจะช่วยให้ระบบหัวใจและหลอดเลือดทำงานได้ดีขึ้น ช่วยให้การไหลเวียนของเลือดสะดวกและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองคาร์ดิโอ มีกี่ประเภท การออกกำลังกายคาร์ดิโอมีหลายประเภท ซึ่งสามารถเลือกทำได้ตามความชอบและความเหมาะสมของร่างกาย โดยแต่ละประเภทจะมีการใช้ความหนักเบาของการออกกำลังกายที่แตกต่างกันไป ประเภทของคาร์ดิโอที่คุณสามารถเลือกทำได้ มีดังนี้ 1. คาร์ดิโอประเภท LISS (Low Intensity Steady State) LISS เป็นการคาร์ดิโอที่ใช้การออกแรงในระดับต่ำ ไม่มีการกระแทกมากนัก โดยจะออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ใช้เวลาประมาณ 45-60 นาทีต่อครั้ง หรือ 200-300 นาทีต่อสัปดาห์ โดยรักษาระดับการเต้นของหัวใจให้อยู่ในระดับคงที่ประมาณ 50-65% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด การคาร์ดิโอแบบ LISS เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นออกกำลังกาย หรือผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก และไม่ชอบการออกกำลังกายหนักๆ เช่น การเดินเร็ว การปั่นจักรยานเบา ๆ หรือการว่ายน้ำ เป็นต้น โดยจะช่วยเสริมการทำงานของระบบหัวใจและปอด ช่วยในการเผาผลาญไขมัน และลดความเสี่ยงของอาการบาดเจ็บจากการออกกำลัง 2. กายคาร์ดิโอประเภท MISS (Moderate Intensity Steady State) MISS คือการออกกำลังกายที่มีระดับความเข้มข้นปานกลาง โดยรักษาอัตราการเต้นของหัวใจให้อยู่ที่ 60-70% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด การออกกำลังกายประเภทนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและไม่มีโรคประจำตัว เช่น การวิ่งจ็อกกิ้ง การเต้นแอโรบิก หรือการปั่นจักรยานด้วยความเร็วปานกลาง ผู้ที่ออกกำลังกายประเภทนี้มักจะออกกำลังกายเป็นระยะเวลาประมาณ 30-45 นาทีต่อครั้ง หรือประมาณ 150 นาทีต่อสัปดาห์ การคาร์ดิโอประเภท MISS ช่วยเสริมความแข็งแรงของระบบหัวใจและหลอดเลือด เพิ่มความทนทานของร่างกาย และช่วยลดไขมันสะสมในร่างกายได้ดี 3. คาร์ดิโอประเภท HIIT (High Intensity Interval Training) HIIT คือการออกกำลังกายที่มีการใช้แรงในระดับสูงในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ โดยจะทำการออกกำลังกายอย่างหนักในช่วงเวลา 20-30 วินาที ตามด้วยการพักผ่อนหรือการออกกำลังกายที่มีความหนักเบาต่ำในช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนที่จะกลับไปออกกำลังกายอย่างหนักอีกครั้ง ซึ่งการออกกำลังกายแบบ HIIT จะทำให้การเต้นของหัวใจสูงถึง 90% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุดคาร์ดิโอดีต่อระบบการไหลเวียนเลือด และหัวใจอย่างไร การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (Cardio) ช่วยส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดและสุขภาพหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเราออกกำลังกายคาร์ดิโอ ร่างกายจะมีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อให้เลือดไปหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อและอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายมากขึ้น การทำเช่นนี้จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อหัวใจและหลอดเลือด ส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น การออกกำลังกายคาร์ดิโอยังช่วยลดความดันโลหิต และลดระดับไขมันในเลือด ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดได้ การออกกำลังกายคาร์ดิโอจึงเป็นการป้องกันการเกิดโรคเรื้อรังที่อาจเกิดจากการที่ร่างกายขาดการเคลื่อนไหวหรือไม่ออกกำลังกายเป็นระยะเวลานานข้อควรระวังในการออกกำลังกายคาร์ดิโอ แม้ว่าการออกกำลังกายคาร์ดิโอจะเป็นการออกกำลังกายที่ดี แต่ก็มีข้อควรระวังบางประการที่ควรพิจารณาก่อนเริ่มต้นออกกำลังกายคาร์ดิโอไม่ควรออกกำลังกายหนักเกินไป – สำหรับผู้ที่เริ่มต้นการออกกำลังกายคาร์ดิโอ ควรเริ่มต้นด้วยการออกกำลังกายเบา ๆ ก่อน และค่อย ๆ เพิ่มระดับความเข้มข้นของการออกกำลังกายเมื่อร่างกายเริ่มปรับตัวให้ร่างกายพักผ่อนเพียงพอ – ควรให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเพียงพอระหว่างวัน เพราะการออกกำลังกายหนักติดต่อกันหลายวันโดยไม่มีการพักผ่อน อาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้ระมัดระวังเรื่องอุปกรณ์ – หากออกกำลังกายคาร์ดิโอที่ต้องใช้อุปกรณ์ เช่น การปั่นจักรยานหรือการวิ่ง ควรตรวจสอบอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งาน และมั่นใจว่าอุปกรณ์นั้นเหมาะสมกับสภาพร่างกายของเราสรุป การออกกำลังกายคาร์ดิโอเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการปรับปรุงสุขภาพหัวใจ ลดไขมันในร่างกาย และเพิ่มความทนทานของร่างกาย คุณสามารถเลือกทำการออกกำลังกายคาร์ดิโอในรูปแบบที่เหมาะสมกับตัวเองได้ เช่น การวิ่ง การเดินเร็ว หรือการปั่นจักรยาน ทั้งนี้เพื่อให้การออกกำลังกายคาร์ดิโอมีประสิทธิภาพมากที่สุด ควรทำอย่างสม่ำเสมอ และคำนึงถึงการพักผ่อนให้เพียงพอหากคุณสนใจเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกาย และเคล็ดลับสุขภาพต่างๆ สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ Atime ที่มีบทความดี ๆ และข้อมูลที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะหน้า Chill On กินเที่ยว ที่รวบรวมเรื่องกินเที่ยวและสุขภาพไว้ให้คุณได้อ่านและค้นพบความรู้ใหม่ ๆ อยู่เสมอจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

โนโรไวรัส (Norovirus) ตัวการท้องเสียระบาดในเจ้าตัวเล็ก

10 ม.ค. 2025

โนโรไวรัส (Norovirus) ตัวการท้องเสียระบาดในเจ้าตัวเล็ก

โนโรไวรัส (Norovirus) เป็นไวรัสที่ทำให้เกิดการอักเสบของระบบทางเดินอาหาร ไวรัสชนิดนี้ระบาดได้ง่าย และรวดเร็วแม้ร่างกายได้รับเชื้อในปริมาณเพียงเล็กน้อย ที่สำคัญทนต่อความร้อน และน้ำยาฆ่าเชื้อต่าง ๆ ได้ดี ดังนั้นเมื่อเกิดการปนเปื้อนของโนโรไวรัสในอาหาร และน้ำดื่ม จึงทำให้เกิดอาการท้องเสีย อาเจียน และสามารถติดต่อกันได้ง่าย เนื่องจากใช้เวลาเพียงไม่นานในการแพร่กระจายเชื้อ ไวรัสนี้พบระบาดได้มากในฤดูหนาว ติดต่อได้ง่ายในสภาพอากาศเย็น และทำให้เกิดโรคทั้งในเด็กและผู้ใหญ่อาการที่พบบ่อยหากได้รับเชื้อโนโรไวรัสภายใน 24 – 48 ชั่วโมง ได้แก่ถ่ายเหลวเป็นน้ำปวดท้องคลื่นไส้อาเจียนปวดศีรษะไข้ต่ำปวดเมื่อยตามร่างกายอ่อนเพลียการตรวจและรักษาตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อโนโรไวรัส ทำได้โดยการเก็บตัวอย่างอุจจาระเพื่อส่งตรวจพิเศษกับห้องปฏิบัติการ หากพบว่าติดเชื้อโนโรไวรัส แพทย์จะทำการดูแลรักษาตามอาการเป็นสำคัญ หากเด็กมีภูมิต้านทานที่ดีอาการจะดีขึ้นและหายได้เองภายใน 2 – 3 วันแต่หากเด็กเกิดการขาดน้ำอาจทดแทนด้วยการดื่มน้ำเกลือแร่หรือการให้น้ำเกลือทางหลอดเลือด รับประทานอาหารอ่อน ๆ หรือให้ยาแก้อาเจียน และยาแก้ปวดท้อง แต่ถ้าเด็กภูมิต้านทานต่ำ มีอาการรุนแรงถึงขั้นถ่ายตลอดเวลาต้องนำส่งโรงพยาบาลทันทีและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เพราะอาจเกิดการช็อก ความดันต่ำ และเสียชีวิตได้การติดต่อของโรครับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่มีเชื้อโนโรไวรัส พบบ่อยในน้ำดื่ม น้ำแข็ง ผักผลไม้สด หอยนางรม เป็นต้นเด็กจับหรือสัมผัสกับสิ่งของที่มีเชื้อโนโรไวรัสแล้วเอานิ้วเข้าปากสัมผัสกับผู้ป่วยโดยตรงป้องกันระวังติดเชื้อก่อนทานหรือหยิบจับอาหารและหลังเข้าห้องน้ำต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้งการล้างมือให้สะอาดต้องล้างด้วยน้ำสบู่ โดยให้น้ำไหลผ่านไม่ต่ำกว่า 15 วินาทีดื่มน้ำที่สะอาด เลือกรับประทานอาหารที่สุก สะอาด สดใหม่เลี่ยงการหยิบจับหรือทำอาหารให้ผู้อื่นใช้ช้อนกลางหากต้องรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่นเพราะเชื้อโนโรไวรัสสามารถติดต่อได้ง่าย และปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกัน รวมถึงยังไม่มียาที่กำจัดเชื้อไวรัสชนิดนี้โดยเฉพาะ จึงควรดูแลเจ้าตัวเล็กอย่างใกล้ชิดในเรื่องของการรับประทานอาหาร และน้ำดื่มที่สะอาด ที่สำคัญล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง คือสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ห่างไกลจากเชื้อโนโรไวรัสขอขอบคุณข้อมูลจาก Bangkok Hospital โรงพยาบาลกรุงเทพ

ปากกาลดน้ำหนักคืออะไร? เหมาะกับใคร มีผลข้างเคียงอะไรบ้างที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

19 ก.พ. 2026

ปากกาลดน้ำหนักคืออะไร? เหมาะกับใคร มีผลข้างเคียงอะไรบ้างที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “ปากกาลดน้ำหนัก” กลายเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างจริงจัง โดยเฉพาะกลุ่มที่ควบคุมอาหารและออกกำลังกายแล้วแต่น้ำหนักยังไม่ลดตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม การใช้ยาประเภทนี้ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ เพราะเป็น “ยา” ไม่ใช่อาหารเสริมทั่วไป บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าปากกาลดน้ำหนักคืออะไร เหมาะกับใคร ต้องศึกษาข้อมูลอย่างไร และมีผลข้างเคียงอะไรที่ควรรู้บ้างปากกาลดน้ำหนักคืออะไร? ปากกาลดน้ำหนักส่วนใหญ่เป็นยาฉีดในกลุ่มที่ออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมนในร่างกายที่ชื่อว่า GLP-1 (Glucagon-Like Peptide-1) ซึ่งมีหน้าที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และส่งสัญญาณไปยังสมองให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น อิ่มนานขึ้น ทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลง ยาประเภทนี้ถูกพัฒนามาเพื่อใช้ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 และภายหลังได้รับการรับรองในบางชนิดสำหรับใช้รักษาภาวะโรคอ้วนโดยเฉพาะปากกาลดน้ำหนักเหมาะกับใคร?โดยทั่วไป แพทย์มักพิจารณาให้ใช้ในกรณีต่อไปนี้ผู้ที่มีค่า BMI ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป (โรคอ้วน)ผู้ที่มี BMI ตั้งแต่ 27 ขึ้นไป และมีโรคร่วม เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูงผู้ที่พยายามควบคุมอาหารและออกกำลังกายแล้วไม่เห็นผลผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักเพื่อลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังในระยะยาวทั้งนี้ ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักเพียงเล็กน้อยเพื่อความสวยงาม และไม่ควรซื้อมาใช้เองโดยไม่มีคำแนะนำจากแพทย์ก่อนตัดสินใจใช้ ควรศึกษาข้อมูลอะไรบ้าง?ตรวจสุขภาพและปรึกษาแพทย์เพื่อประเมิน BMI โรคประจำตัว ประวัติครอบครัว และความเหมาะสมในการใช้ยาศึกษากลไกการออกฤทธิ์เข้าใจว่ายาไม่ได้ “เผาผลาญไขมัน” โดยตรง แต่ช่วยควบคุมความอยากอาหารทำความเข้าใจเรื่องระยะเวลาใช้ยายานี้มักต้องใช้ต่อเนื่อง หากหยุดใช้โดยไม่ปรับพฤติกรรม น้ำหนักอาจกลับมาเพิ่มได้ตรวจสอบแหล่งที่มาของยาควรเป็นยาที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และอยู่ภายใต้การดูแลของสถานพยาบาลโทษและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น แม้จะช่วยลดน้ำหนักได้จริงในหลายกรณี แต่ก็มีผลข้างเคียงที่ควรทราบ เช่นผลข้างเคียงที่พบบ่อยคลื่นไส้ อาเจียนท้องเสีย หรือท้องผูกท้องอืด แน่นท้องเบื่ออาหารมากผิดปกติ อาการเหล่านี้มักเกิดในช่วงเริ่มต้นและอาจดีขึ้นเมื่อร่างกายปรับตัวได้ผลข้างเคียงที่พบได้น้อยแต่ควรระวังตับอ่อนอักเสบปัญหาเกี่ยวกับถุงน้ำดีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวานที่ใช้ยาร่วมกัน)อาการแพ้รุนแรง นอกจากนี้ ยังมีข้อห้ามใช้ในบางกลุ่ม เช่น ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์บางชนิด หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่มีโรคทางระบบทางเดินอาหารรุนแรงสิ่งสำคัญที่ควรรู้: ไม่ใช่ทางลัดตลอดไป ปากกาลดน้ำหนักอาจเป็น “เครื่องมือช่วย” ในช่วงหนึ่งของการลดน้ำหนัก แต่ไม่ใช่คำตอบระยะยาวหากไม่มีการปรับพฤติกรรมควบคู่ไปด้วย เพราะเมื่อหยุดยา ความอยากอาหารอาจกลับมา และน้ำหนักอาจเพิ่มขึ้นอีกการลดน้ำหนักที่ยั่งยืนควรประกอบด้วยการควบคุมอาหารอย่างเหมาะสมการเลือกทานอาหารครบ 5 หมู่ในปริมาณพอดีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาทีการพักผ่อนให้เพียงพอการจัดการความเครียดสรุป ปากกาลดน้ำหนักเป็นทางเลือกทางการแพทย์ที่มีประโยชน์สำหรับผู้ที่มีภาวะอ้วนหรือมีโรคร่วม และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ควรศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วน เข้าใจทั้งข้อดีและความเสี่ยง และไม่มองว่าเป็นวิธีลัดในการลดน้ำหนัก ท้ายที่สุดแล้ว การดูแลสุขภาพด้วยการควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ยังคงเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดของการมีรูปร่างและสุขภาพที่ดีในระยะยาวจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

ปวดออฟฟิศซินโดรมรุนแรง กระดูกสันหลังอาจเสียถาวร

28 เม.ย. 2025

ปวดออฟฟิศซินโดรมรุนแรง กระดูกสันหลังอาจเสียถาวร

โรคยอดฮิตของชาวออฟฟิศก็คงจะเป็นโรคไหนไปไม่ได้ นอกจากออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) ที่เกิดจากการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์หรือใช้ท่าทางที่ไม่เหมาะสมในการทำงานต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานจึงส่งผลให้เกิดความผิดปกติของร่างกาย เริ่มจากปวดคอ บ่า ไหล่ลงมาที่หลัง เมื่อปล่อยไว้อาจทำให้กระดูกสันหลังเสื่อม หมองรองกระดูกปลิ้น หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท และกระดูกสันหลังเสียหายได้ปวดหลังแบบไหนหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทปวดหลังเรื้อรังมากกว่า 1 – 3 เดือนปวดหลังร้าวลงขา กล้ามเนื้ออ่อนแรง ควบคุมการเดินไม่ได้จากการโดนกดทับเส้นประสาทปวดหลังร่วมกับความผิดปกติทางระบบประสาท เช่น ชา ขาอ่อนแรง ปัสสาวะ อุจจาระผิดปกติ ฯลฯทรงตัวได้ไม่ดี เดินลำบาก ทำกิจวัตรประจำวันไม่ได้เหมือนปกติตรวจวินิจฉัยหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทอย่างไร?เพราะอาการปวดหลังเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ควรตรวจเช็กกับแพทย์เฉพาะทางอย่างละเอียด หากแพทย์สงสัยว่ามีความเสี่ยงรุนแรงเพิ่มขึ้น อาจส่งตรวจ MRI เพื่อตรวจวินิจฉัยและหาแนวทางในการรักษาที่เหมาะสม โดยผู้ป่วยที่มีอาการไม่มากแพทย์อาจแนะนำให้รับประทานยาและทำกายภาพบำบัด แต่หากผู้ป่วยมีอาการที่ค่อนข้างรุนแรง แพทย์อาจจะต้องแนะนำให้ผ่าตัดวิธีการรักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทการรักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทมีหลายวิธี ประกอบด้วยการให้ยาเพื่อบรรเทาอาการ เป็นวิธีการรักษาในระยะแรกเริ่มเมื่อพบว่าเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทการทำกายภาพบำบัดร่วมด้วยในผู้ป่วยที่มีอาการ ช่วยปรับโครงสร้างร่างกายที่มีปัญหาให้กลับมาดีขึ้น รวมถึงการประคบร้อน การอัลตราซาวนด์ เลเซอร์ การช็อกเวฟ การดึงคอดึงหลัง ช่วยให้อาการปวดหรือออฟฟิศซินโดรมลดลง ทั้งนี้ต้องประเมินเพื่อเลือกการรักษาที่เหมาะสมโดยแพทย์เฉพาะทางการฉีดยาสเตียรอยด์เข้าโพรงไขสันหลัง เพื่อลดอาการปวดการผ่าตัดหมอนรองกระดูกผ่านกล้อง แผลผ่าเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวได้เร็ว โดยแพทย์ผู้ชำนาญการจะตรวจวินิจฉัยและเลือกแนวทางการรักษา รวมถึงเทคนิคการผ่าตัดที่เหมาะกับผู้ป่วยมากที่สุด โดยคำนึงถึงการรักษาที่เน้นการแก้ปัญหาที่สาเหตุเป็นหลักปรับพฤติกรรมก่อนกระดูกสันหลังเสียอย่านั่งนาน ลุกขึ้นยืดเส้นยืนสายให้บ่อยทุก 1 ชั่วโมงยืดกล้ามเนื้อเพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อตึงเกินไปจนปวดปรับท่านั่งให้ถูกต้อง ปรับอุปกรณ์ออฟฟิศให้เหมาะกับร่างกายหลีกเลี่ยงการยกของหนักหลีกเลี่ยงกิจกรรมการก้มหรือแอ่นหลังที่มากเกินไปออกกำลังกายสม่ำเสมอเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อหากปวดจากออฟฟิศซินโดรมที่ไม่รุนแรงเมื่อปรับพฤติกรรมมักดีขึ้นหรือหายได้ในเวลาไม่นานแต่ในกรณีที่อาการแย่ลงและกระทบกับการทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกวิธี