โรคติดเชื้อไวรัส “นิปาห์” ระบาดในอินเดีย ยังไม่มีวัคซีนรักษา | อ่านรับพอยท์

Beauty & Health

โรคติดเชื้อไวรัส “นิปาห์” ระบาดในอินเดีย ยังไม่มีวัคซีนรักษา | อ่านรับพอยท์

29 ม.ค. 2026

โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ เป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์สู่คน ที่เกิดจากการสัมผัสมูลสัตว์ และสารคัดหลั่งของพาหะนำโรค ได้แก่ ค้างคาวผลไม้ หรือสุกร ม้า แมว แพะ แกะ ที่รับเชื้อมาจากค้างคาวผลไม้อีกต่อหนึ่งโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ เป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์สู่คน ที่เกิดจากการสัมผัสมูลสัตว์ และสารคัดหลั่งของพาหะนำโรค ได้แก่ ค้างคาวผลไม้ หรือสุกร ม้า แมว แพะ แกะ ที่รับเชื้อมาจากค้างคาวผลไม้อีกต่อหนึ่งสามารถติดเชื้อจากคนสู่คนได้จากการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ที่ติดเชื้อ เช่น เลือด หรือน้ำลายโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ เคยแพร่ระบาดครั้งแรกในช่วงปี 2541-2542 ที่มาเลเซีย สิงคโปร์ บังกลาเทศ และอินเดีย

อินเดียประกาศให้ประชาชนระวังการแพร่ระบาดของไวรัสนิปาห์ (Nipah) หลังมีรายงานว่าเมืองโคษิโฆษ (Kozhikode) เมืองทางใต้ของอินเดียมีผู้ติดเชื้อ และเสียชีวิตแล้ว 10 รายอินเดียประกาศให้ประชาชนระวังการแพร่ระบาดของไวรัสนิปาห์ (Nipah) หลังมีรายงานว่าเมืองโคษิโฆษ (Kozhikode) เมืองทางใต้ของอินเดียมีผู้ติดเชื้อ และเสียชีวิตแล้ว 10 รายไวรัสนิปาห์ (Nipah henipavirus, Nipah virus, NiV) ถูกค้นพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 1998 ในประเทศมาเลเซีย แต่มีการรายงานว่าระบาดสู่มนุษย์ที่ประเทศบังกลาเทศในปี ค.ศ. 2004 และพบว่าระบาดจากคนสู่คนครั้งแรกในประเทศอินเดียเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (22 พ.ค. 2018)องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศว่าไวรัสนิปาห์ถูกจัดอันดับเป็นหนึ่งในสิบของเชื้อโรคในโลกสมัยใหม่ ที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงได้ จากรายงานในอดีตพบว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 คนจากผู้ติดเชื้อประมาณ 300 คน และได้พบการแพร่ระบาดในสุกรที่มาจากประเทศมาเลเซีย และต้องกระทำการการุณยฆาตสุกรอย่างน้อยหนึ่งล้านตัว ระยะการแสดงอาการของไวรัสนิปาห์คล้ายกับไข้หวัดทั่วไป ในหนึ่งถึงสองวันแรกมีไข้สูง วิงเวียนศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หายใจเร็วหรือหายใจลำบาก แต่จะรุนแรงขึ้นเมื่อมีอาการไอเสียงดัง ถ้าหากไม่ได้รับการรักษาทันเวลา จะทำให้เป็นโรคสมองอักเสบ (Encephalitis) และเสียชีวิตยังไม่มีการระบุว่าพบผู้ป่วยในประเทศไทย แต่เป็นเรื่องน่าเศร้าเล็กน้อยที่ในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนในการรักษาทั้งในคนและสัตว์ และผู้ที่ติดเชื้อไวรัสนิปาห์มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 70

การรักษา

ปัจจุบันยังไม่มียาตัวไหนที่สามารถต้านทานไวรัสนิปาห์ได้โดยตรง รวมไปถึงยังไม่มีวัคซีนที่สามารถป้องกันไวรัสนิปาห์นี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย ดังนั้นแพทย์จะทำการรักษาตามอาการ โดยอาจใช้ยาต้านไวรัส Ribavirin ในผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ สามารถลดความรุนแรงของโรคได้

 

จนถึงปัจจุบัน ยังไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในประเทศไทย แต่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขไม่ได้นิ่งนอนใจต่อการแพร่ระบาดของโรคนี้ ยังคงติดตามเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อโรค ตรวจสอบผู้ที่เดินทางกลับมาจากแหล่งที่เชื้อโรคระบาด รวมไปถึงเตรียมความพร้อมในการตรวจหาเชื้อจากผู้ที่เสี่ยงได้รับเชื้อที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุขตลอดเวลาราชการ

 

 

related Beauty & Health

Overnight oat อาหารยอดฮิตสำหรับคนคุมอาหาร มีสูตรการทำอย่างไร

10 ก.ย. 2025

Overnight oat อาหารยอดฮิตสำหรับคนคุมอาหาร มีสูตรการทำอย่างไร

วันนี้ Chill on กินเที่ยว จะมาพูดถึงเทรนด์รักสุขภาพมาแรงอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน อาหารแนวคลีน หรืออาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน กำลังกลายเป็นทางเลือกอันดับต้น ๆ ของผู้คนทุกเพศทุกวัย และหนึ่งในเมนูที่ติดเทรนด์มากที่สุดในช่วงที่ผ่านมาคือ Overnight Oat อาหารเช้าสุดเฮลธ์ตี้ที่กลายเป็นขวัญใจของสายคลีน คนลดน้ำหนัก และผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพไปพร้อมกับความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันด้วยความที่สามารถเตรียมไว้ล่วงหน้าได้โดยไม่ต้องใช้ไฟ ไม่ต้องเสียเวลาปรุงตอนเช้า และยังดัดแปลงรสชาติได้หลากหลายตามใจชอบ ทำให้ Overnight Oat กลายเป็น “อาหารเช้ายุคใหม่” สำหรับคนยุคใหม่ที่อยากเริ่มต้นวันดี ๆ ด้วยอาหารที่ทั้งอร่อยและมีคุณประโยชน์ครบถ้วนOvernight Oat คืออะไร Overnight Oat คือเมนูข้าวโอ๊ตที่ไม่ต้องต้ม แต่ใช้วิธีแช่ในของเหลว เช่น นมสด นมพืช หรือน้ำเปล่าผสมโยเกิร์ต ทิ้งไว้ในตู้เย็นข้ามคืน โดยข้าวโอ๊ตจะค่อย ๆ ซึมซับของเหลวจนกลายเป็นเนื้อเนียนนุ่มพร้อมรับประทานในตอนเช้า รูปแบบของ Overnight Oat แตกต่างจากโจ๊กหรือโอ๊ตต้มทั่วไป เพราะไม่ผ่านความร้อน ทำให้คงคุณค่าสารอาหารไว้ได้เต็มที่ อีกทั้งยังสามารถเติมผลไม้สด ถั่ว เมล็ดเจีย น้ำผึ้ง หรือเครื่องเทศต่าง ๆ เพื่อเสริมรสชาติและประโยชน์เพิ่มเติม จุดเด่นอีกประการคือความพกพาสะดวก และเหมาะสำหรับคนยุคเร่งรีบ เพียงแค่เตรียมไว้ในภาชนะที่มีฝาปิด แล้วแช่ไว้ในตู้เย็น เมื่อเช้าถึงก็สามารถหยิบขึ้นมากินได้ทันที ไม่ว่าจะทานบนรถหรือพกไปทานที่ทำงานก็สามารถทำได้ ที่สำคัญคือไม่มีกลิ่นรบกวนคนรอบข้าง เนื่องจากส่วนผสมมีเพียงแค่ข้าวโอ๊ต นม โยเกิร์ต ผลไม้ และเมล็ดเจียเท่านั้นส่วนประกอบและวิธีการทำ Overnight Oat แม้ว่ารูปร่างหน้าตาของ Overnight Oat จะดูเหมือนซับซ้อน แต่จริง ๆ แล้วเมนูนี้ทำได้ง่ายมาก และดัดแปลงได้ตามวัตถุดิบในตู้เย็นของคุณ เราสามารถเริ่มต้นจาก Overnight Oats สูตรพื้นฐาน ดังนี้ 1. ส่วนประกอบหลัก (สูตรมาตรฐาน)ข้าวโอ๊ตชนิด Rolled Oats (ไม่ใช่ quick oats) ½ ถ้วย หรือตามความต้องการนม (นมสด, นมอัลมอนด์, นมถั่วเหลือง ฯลฯ) ½ - 1 ถ้วยโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 2-3 ช้อนโต๊ะ (ไม่ใส่ก็ได้ หรือเลือกใช้เป็นกรีกโยเกิร์ต)เมล็ดเจีย / เมล็ดแฟลกซ์ 1 ช้อนชาน้ำผึ้ง / อินทผลัมบด / กล้วยสุกบด (ใช้เพิ่มความหวานจากธรรมชาติ) 2. วิธีทําเมนู Overnight Oatเทข้าวโอ๊ตลงในภาชนะ เช่น ขวดแก้วหรือกล่องมีฝาปิดเติมนมและโยเกิร์ต คนให้เข้ากันใส่เมล็ดเจียและส่วนผสมที่ให้รสหวานตามชอบปิดฝาแล้วนำไปแช่เย็นข้ามคืน (อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง)ตอนเช้าสามารถใส่ผลไม้สด ถั่ว หรือ topping อื่น ๆ ก่อนเสิร์ฟได้* หากต้องการเปลี่ยนรสชาติ ให้เติมผงโกโก้ ผงอบเชย กลิ่นวานิลลา หรือผลไม้แช่แข็งลงไปก่อนแช่เย็น เพื่อให้อาหารมีรสชาติที่น่าสนใจมากขึ้นประโยชน์ของการทาน Overnight Oat นอกจากความอร่อยและสะดวกสบายแล้ว Overnight Oat ยังอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ที่เหมาะกับผู้ที่ใส่ใจสุขภาพ และคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนักช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น - ข้าวโอ๊ตมีใยอาหารสูง โดยเฉพาะ “เบต้ากลูแคน” ที่ช่วยลดคอเลสเตอรอล และกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหาร ทำให้ขับถ่ายได้ดีขึ้นควบคุมน้ำหนักและคอเลสเตอรอล - ใยอาหารที่อยู่ในข้าวโอ๊ตช่วยให้รู้สึกอิ่มนาน ลดการกินจุกจิกในระหว่างวัน และช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือดลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง - หลายการศึกษาระบุว่าการบริโภคข้าวโอ๊ตเป็นประจำช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ เบาหวาน และความดันโลหิตสูงเป็นมิตรกับผู้แพ้แลคโตส - สามารถปรับเปลี่ยนสูตรโดยใช้ “นมพืช” แทนได้ เช่น นมอัลมอนด์ หรือนมข้าวโอ๊ต ซึ่งยังคงให้รสชาติเข้มข้นเหมือนเดิมประหยัดเวลาและพลังงาน - เหมาะกับคนที่มีไลฟ์สไตล์เร่งรีบ เพราะไม่ต้องปรุง ไม่ต้องล้างหม้อ และไม่ต้องรอร้อน ทานได้ทันทีที่ตื่น หากพูดถึง Overnight Oats ประโยชน์นั้นมีมากมาย นี่คือเมนูที่ไม่เพียงแต่อร่อยและอยู่ท้อง แต่ยังสนับสนุนให้เรารักษาสุขภาพอย่างยั่งยืนในระยะยาวแนะนำเมนูอื่น ๆ ที่น่าสนใจจากข้าวโอ๊ต แม้ว่า Overnight Oat จะเป็นเมนูยอดฮิต แต่จริง ๆ แล้วข้าวโอ๊ตยังสามารถนำไปดัดแปลงเป็นเมนูอื่น ๆ ได้อีกมากมาย ทั้งคาวและหวาน เช่นOatmeal ต้มร้อน - เมนูนี้เป็นอาหารเช้าแบบคลาสสิกที่เราคุ้นเคยกันดี เพียงแค่นำข้าวโอ๊ตไปต้มกับน้ำหรือนมจนได้ความข้นและเนื้อสัมผัสที่นุ่มนวล ก็สามารถเติมความอร่อยเพิ่มเติมด้วยผลไม้สดอย่างกล้วยหอมหั่นบาง เบอร์รี หรือผลไม้แห้ง และหากต้องการรับประทานในแบบคาว ก็อาจเพิ่มไข่ต้ม ไข่ดาว หรือแม้แต่เนื้อไก่ฉีกเล็กน้อย พร้อมโรยพริกไทยดำเพื่อตัดรสก็อร่อยได้ในอีกสไตล์คุกกี้ข้าวโอ๊ต - เมนูนี้ใช้ข้าวโอ๊ตแทนแป้งขัดขาว ทำให้ลดคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวได้ดี พร้อมทั้งเพิ่มใยอาหารที่ช่วยในเรื่องระบบย่อยอาหารและทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น ส่วนผสมหลักที่นิยมใช้มีทั้งกล้วยสุกบดที่ช่วยให้เนื้อคุกกี้นุ่มและให้ความหวานจากธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งน้ำตาล ลูกเกดหรือดาร์กช็อกโกแลตชิ้นเล็กที่ช่วยเติมรสสัมผัส และกลิ่นหอมของผงอบเชยที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดแพนเค้กข้าวโอ๊ต - แพนเค้กข้าวโอ๊ตก็เป็นอีกทางเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะสามารถใช้ข้าวโอ๊ตบดละเอียดแทนแป้ง ทำให้ได้แพนเค้กที่ไฟเบอร์แน่น โปรตีนสูง และมีรสสัมผัสที่เหนียวนุ่มไม่แพ้แป้งธรรมดา สูตรพื้นฐานเพียงแค่ผสมไข่ไก่และกล้วยหอมบดเข้ากับข้าวโอ๊ต เติมผงฟูเล็กน้อยให้แพนเค้กฟูสวย เมื่อสุกก็สามารถทานได้ทันทีข้าวโอ๊ตปั่น (Oat Smoothie) - เหมาะมากกับเช้าที่เร่งรีบหรือวันที่ไม่มีเวลาทำอาหาร เพียงแค่ใส่ข้าวโอ๊ตลงในเครื่องปั่นร่วมกับนมหรือโยเกิร์ต และผลไม้ที่ชอบ เช่น กล้วยหอม สตรอว์เบอร์รี่ หรือเบอร์รีรวม เติมน้ำแข็งเล็กน้อย แล้วปั่นให้เข้ากัน ก็จะได้สมูทตี้ที่เนื้อข้นและนุ่มลื่นจากข้าวโอ๊ต แถมยังอยู่ท้องได้นานโดยไม่ต้องเพิ่มแป้งหรือน้ำตาลสรุป Overnight Oat คือเมนูอาหารเพื่อสุขภาพที่ลงตัวที่สุดสำหรับคนยุคใหม่ ที่ต้องการเริ่มต้นเช้าวันใหม่อย่างมีคุณภาพและไม่ยุ่งยาก ด้วยคุณค่าทางอาหารที่ครบถ้วน ความสะดวกสบายในการเตรียม และรสชาติที่ปรับได้ตามใจ ทำให้เมนูนี้กลายเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั้งในหมู่คนลดน้ำหนักและผู้รักสุขภาพ หากคุณสนใจบทความด้านอาหารคลีนไลฟ์สไตล์ หรือท่องเที่ยวผสมสุขภาพ สามารถเลือกอ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่ Chill on กินเที่ยว บนเว็บไซต์ Atime ที่รวบรวมเรื่องราวน่าสนใจหลากหลายแนวในแบบที่อ่านง่ายและได้แรงบันดาลใจในทุกบทความจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

แนะนำเมนูอาหารเพื่อสุขภาพรสชาติดี ตามทันเทรนด์รักสุขภาพ

15 ก.ย. 2025

แนะนำเมนูอาหารเพื่อสุขภาพรสชาติดี ตามทันเทรนด์รักสุขภาพ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กระแสการใส่ใจในสุขภาพและการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ กลายเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง จากการที่ผู้คนหันมาใส่ใจในโภชนาการที่ดี และเลือกบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากขึ้น ทั้งนี้อาจเป็นผลมาจากความตระหนักถึงผลกระทบของการบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง น้ำตาลเยอะ หรือมีสารเคมีตกค้างต่าง ๆ ที่สามารถทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ตามมา ในปัจจุบันไม่เพียงแค่การออกกำลังกายที่เป็นที่นิยม แต่การเลือกทานอาหารเพื่อสุขภาพ ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลตัวเองที่สำคัญ หลายคนเริ่มหันมาเลือกทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และพยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่เต็มไปด้วยสารเคมีหรือของแปรรูป โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองหาวิธีการรักษาสุขภาพให้สมดุลทั้งในเรื่องการกิน การออกกำลังกาย และการพักผ่อน Chill on กินเที่ยว จะพาทุกท่านไปรู้จักกับอาหารเพื่อสุขภาพที่ทั้งอร่อยและดีต่อร่างกาย พร้อมทั้งยกตัวอย่างเมนูอาหารเพื่อสุขภาพที่สามารถทำเองได้ที่บ้าน ทั้งเมนูหลักและของว่างเพื่อสุขภาพ ที่ช่วยเสริมสร้างพลังงานและดูแลสุขภาพในระยะยาวอาหารเพื่อสุขภาพคืออะไร อาหารเพื่อสุขภาพ คืออาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและสามารถช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีได้ โดยมักจะประกอบด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งหรือแปรรูปมากเกินไป อาหารเหล่านี้มักจะมีการเลือกใช้วัตถุดิบที่มีสารอาหารครบถ้วน ทั้งคาร์โบไฮเดรตที่ดี ไขมันที่มีประโยชน์ โปรตีนจากแหล่งธรรมชาติ และเส้นใยอาหารที่ช่วยในการขับถ่ายและดูแลระบบย่อยอาหารตัวอย่างของอาหารสุขภาพ คือ การเลือกทานผักผลไม้สด เนื้อสัตว์ที่ปราศจากไขมัน รวมถึงการใช้ไขมันที่ดีจากน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันอัลมอนด์ การหลีกเลี่ยงอาหารที่มีการเติมน้ำตาลหรือโซเดียมสูง รวมถึงการทานอาหารที่มีปริมาณแคลอรี่อยู่ในระดับที่เหมาะสมเพื่อควบคุมน้ำหนักและสุขภาพโดยรวมทำอาหารเพื่อสุขภาพ มีหลักการอะไรบ้าง การทำอาหารเพื่อสุขภาพไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด เพียงแค่เข้าใจหลักการง่าย ๆ และเลือกใช้วัตถุดิบที่มีประโยชน์ โดยมีหลักการดังนี้ลดเครื่องปรุงที่ไม่จำเป็น - ลดการใช้เครื่องปรุงที่มีน้ำตาลและโซเดียมสูง เช่น น้ำตาลทราย ซอสปรุงรส หรือผงชูรส ใช้เครื่องปรุงธรรมชาติ เช่น กระเทียม ขิง พริกไทย และสมุนไพรต่าง ๆ เพื่อเพิ่มรสชาติให้กับอาหารลดการใช้น้ำมัน - หากต้องการทอดหรือผัด ควรเลือกใช้น้ำมันที่มีไขมันดี เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันมะพร้าว หรือใช้น้ำมันที่มีไขมันอิ่มตัวต่ำ เพื่อให้ได้ประโยชน์จากไขมันที่ร่างกายสามารถดูดซึมและใช้ได้ง่ายเพิ่มผักและผลไม้ - ผักและผลไม้ ควรเป็นส่วนประกอบหลักในมื้ออาหารเพื่อสุขภาพ เพราะพวกมันมีไฟเบอร์สูง ซึ่งช่วยในการย่อยอาหารและลดการดูดซึมของไขมันในลำไส้ อีกทั้งยังเป็นแหล่งของวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญต่อร่างกายเพิ่มโปรตีนจากแหล่งที่ดี - โปรตีนเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเซลล์และกล้ามเนื้อ ควรเลือกทานโปรตีนจากแหล่งที่มีคุณภาพ เช่น ปลา ไก่ไม่ติดหนัง ถั่ว และธัญพืช เนื้อสัตว์ที่ไม่มีไขมันสูงเป็นทางเลือกที่ดีลดการปรุงด้วยน้ำตาล - การหลีกเลี่ยงการใช้น้ำตาลหรือเลือกใช้น้ำตาลธรรมชาติ เช่น น้ำผึ้งหรือน้ำตาลมะพร้าว จะช่วยลดปริมาณแคลอรี่และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดยกตัวอย่างเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ 1. เมนูหลักเพื่อสุขภาพข้าวกล้องผัดผักรวม - ข้าวกล้องเป็นแหล่งของเส้นใยอาหารที่ช่วยระบบย่อยอาหาร ผัดกับผักสด เช่น แครอท ถั่วฝักยาว เห็ด และโปรตีนจากเต้าหู้หรืออกไก่ เน้นการใช้น้ำมันมะกอกในการผัด จะได้ อาหารเพื่อสุขภาพ ที่มีความหลากหลายทั้งคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนซุปมิโสะใส่เต้าหู้และผัก - ซุปมิโสะมีรสชาติอูมามิที่ช่วยเติมเต็มรสชาติของอาหาร ใช้ผักสดต่าง ๆ เช่น ผักกาดขาว เห็ดหอม และเต้าหู้ขาว เพิ่มความอร่อยและเต็มไปด้วยโปรตีนจากพืช นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสุขภาพระบบย่อยอาหารสลัดผักทูน่า - เมนูง่าย ๆ ที่เต็มไปด้วยวิตามินจากผักสด ๆ และโปรตีนจากทูน่ากระป๋องในน้ำแร่ ปรุงรสด้วยน้ำมันมะกอกและน้ำมะนาว เพิ่มรสชาติด้วยพริกไทยและเกลือเล็กน้อย 2. ของว่างเพื่อสุขภาพยเกิร์ตผสมผลไม้และเมล็ดเจีย - โยเกิร์ตไขมันต่ำผสมกับผลไม้สด เช่น เบอร์รี่ หรือกล้วยหอม และเมล็ดเจีย เป็น ของว่างเพื่อสุขภาพ ที่อุดมไปด้วยโปรไบโอติกส์จากโยเกิร์ต และไฟเบอร์จากเมล็ดเจียขนมปังโฮลวีตทาอะโวคาโด - ขนมปังโฮลวีตที่มีไฟเบอร์สูง ทาอะโวคาโดบดพร้อมพริกไทยและเกลือเล็กน้อย เป็นของว่างที่มีไขมันดีจากอะโวคาโดและไฟเบอร์จากขนมปังโฮลวีตสาหร่ายอบกรอบ - เมนูนี้ทำง่ายและให้พลังงานต่ำ เพียงแค่ใช้สาหร่ายสดหรือแผ่นสาหร่ายวางบนถาดอบจนกรอบ เป็น ของว่างเพื่อสุขภาพ ที่มีแร่ธาตุจากสาหร่ายและไขมันต่ำประโยชน์ของการทานอาหารเพื่อสุขภาพเป็นประจำ การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพเป็นประจำ ไม่เพียงแต่ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็น แต่ยังมีประโยชน์มากมายที่ช่วยให้เรามีชีวิตที่ยืนยาวและมีสุขภาพดีควบคุมน้ำหนัก: การทานอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำและมีสารอาหารครบถ้วน ช่วยในการควบคุมน้ำหนักและป้องกันโรคอ้วน อีกทั้งยังลดไขมันภายในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน: การทานผักและผลไม้สดช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ลดการเกิดโรคต่าง ๆลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง: การทานอาหารสุขภาพ คือ การลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ, เบาหวาน และโรคมะเร็งดีต่อระบบย่อยอาหาร: การเพิ่มไฟเบอร์จากผักและผลไม้ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีและลดปัญหาท้องผูกสรุป การทานอาหารเพื่อสุขภาพเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เหมาะสมและช่วยรักษาสุขภาพให้แข็งแรง การเลือกทานเมนูอาหารเพื่อสุขภาพที่ปรุงด้วยส่วนผสมที่ดีต่อร่างกาย ไม่เพียงแต่ทำให้เรามีสุขภาพที่ดี แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต่าง ๆ และทำให้มีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น ดังนั้นอย่าลืมเริ่มต้นดูแลตัวเองด้วยการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์และเหมาะสมกับร่างกาย เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว สำหรับคนอ่านที่สนใจบทความน่ารู้ สามารถเข้ามาอ่านเนื้อหาอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ Chill on กินเที่ยวจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

พาทัวร์ BDMS WELLNESS CLINIC ศูนย์ดูแลสุขภาพแบบครบวงจร บนถนนวิทยุ

21 ก.ย. 2023

พาทัวร์ BDMS WELLNESS CLINIC ศูนย์ดูแลสุขภาพแบบครบวงจร บนถนนวิทยุ

ช่วงนี้เทรนด์สุขภาพกำลังมาแรง เพราะรอบตัวเต็มไปด้วยมลพิษต่าง ๆ ผู้คนก็เลยหันมาสนใจในการดูแลตัวเองมากขึ้น วันนี้เราเลยจะชวนทุกคนมาดูแลตัวเองแบบครบวงจร ตั้งแต่หัวจรดเท้า ที่ BDMS WELLNESS CLINIC ศูนย์ดูแลสุขภาพแบบครบวงจร บนถนนวิทยุ ปาร์คนายเลิศBDMS WELLNESS CLINIC มีทั้งหมด 8 ชั้น ก็จะครอบคลุมหมดเลย ทั้งสุขภาพร่างกาย การเสริมวิตามินต่าง ๆ ทันตกรรม เส้นผม ผิวพรรณ รวมไปถึงภาวะการมีบุตรยากด้วยสำหรับโปรแกรมที่เราได้ทดลองทำ คือโปรแกรม BWC Antioxidants Plus Customized Vitamin เป็นการตรวจเลือด เพื่อวิเคราะห์ปริมาณวิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระ 10 ชนิด พร้อมรับวิตามินเฉพาะบุคคลออกแบบตามผลเลือด สำหรับ 1 เดือนวิธีการของเขาก็คือจะมีแบ่งเป็นขั้นตอน เริ่มต้นกันที่วัดความดัน ตรวจสุขภาพในร่างกายทางด้านต่างๆต่อมาคุณหมอก็จะทำการสอบถามเช็คประวัติในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ภาวะความเครียด การรับประทานอาหารแต่ละมื้อ และการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อทำการวิเคราะห์ก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนถัดไปคือ "การเจาะเลือด" เพื่อตรวจวัดระดับวิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย จากนั้นนำผลตรวจไปวิเคราะห์โดยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ป้องกันหลังจากนั้นทางคลินิคก็จะจัดวิตามินเฉพาะบุคคลมาให้เราทาน 1 เดือน เรียกได้ว่าขาดตรงไหน ก็ทานเสริมตรงนั้นแบบตรงจุดของแต่ละคนเลยอีกโปรแกรมที่เราได้ทดลอง และน่าจะถูกใจคนที่กำลังกังวลเรื่องปัญหาผิวพรรณ ก็คือโปรแกรม Skin Analysis การตรวจวิเคราะห์สภาพผิวเฉพาะบุคคล โปรแกรมนี้จะทำให้เรารู้ถึงสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาผิว โดยใช้กล้องที่มีความละเอียดสูง ตรวจวิเคราะห์ผิวชั้นบนและผิวชั้นที่ลึกลงไป ซึ่งจะช่วยในการประเมินการเกิดปัญหาผิวต่าง ๆ ตั้งแต่ปริมาณรอยดำ รอยแดง ฝ้า กระ ริ้วรอย ความไม่สม่ำเสมอของผิว ความกว้างของรูขุมขน UV Spots สารที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดสิวบนใบหน้า รวมถึงประเมินอายุผิวของแต่ละบุคคลด้วย หลังจากที่ได้ใช้กล้องตรวจแล้ว เราก็จะได้พบแพทย์ เพื่อฟังคำอธิบายในแต่ละส่วน แพทย์ที่นี่ก็จะชี้ให้เราเห็นเลยว่า เรามีปัญหาผิวทางด้านใดบ้าง ต้องเสริมตรงไหน ดูแลยังไง ใครมีคำถามอะไรเกี่ยวกับปัญหาผิว ก็สามารถปรึกษาแพทย์ที่นี่ได้หมดเลย เขาพร้อมที่จะให้คำแนะนำอย่างเป็นกันเองสุด ๆเมื่อรู้ปัญหาผิวแล้ว ก็ตบท้ายด้วยการทำ BWC Royal Bright ทรีตเมนต์ผลักวิตามินและสารอาหารเข้าสู่ผิวพรรณบริเวณใบหน้าและลำคออย่างล้ำลึก โดยไม่ต้องใช้เข็ม สำหรับใครที่กลัวเจ็บ หมดความกังวลทันที เพราะที่ BDMS WELLNESS CLINIC เขาเน้นการดูแลแบบไม่จำเป็นต้องเจ็บตัวสำหรับโปรแกรม BWC Royal Bright ใช้เวลาประมาณ 30-60 นาที โดยเขาจะใช้นวัตกรรมจากเครื่อง Infusion ทำงานโดยใช้กระแสไฟฟ้าที่มีความถี่และเวลาในการปล่อยที่เหมาะสม เพื่อสร้างช่องว่างชั่วคราวบริเวณเซลล์ผิวหนังชั้นนอกสุด และส่งผ่านวิตามินลงไปซึ่งวิธีนี้สามารถส่งวิตามินและสารอาหารผิวลงไปได้อย่างล้ำลึก และมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ผิวพรรณขาวกระจ่างใส ชุ่มชื้น ลดเรือนริ้วรอย กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้เผชิญมลภาวะมาเยอะ จนทำให้ผิวเสื่อมโทรม และต้องการกู้ให้ผิวกระจ่างใส เปล่งปลั่งเห็นแบบนี้แล้ว เริ่มสนใจกันบ้างหรือยัง สำหรับใครที่กำลังมองหาสถานที่ดูแลตัวเองแบบครบวงจร เรียกว่ามีปัญหาสุขภาพตรงส่วนไหน ก็สามารถมาดูแลได้อย่างตรงจุด สามารถแวะมาได้ที่ BDMS WELLNESS CLINIC ถนนวิทยุ ปาร์คนายเลิศ ได้เลย แล้วมาดูแลตัวเองไปด้วยกันนะ

เชื้อไวรัส hMPV ไวรัสสายพันธ์ุใหม่ที่เด็ก ๆ ต้องระวัง

10 ม.ค. 2025

เชื้อไวรัส hMPV ไวรัสสายพันธ์ุใหม่ที่เด็ก ๆ ต้องระวัง

เตือนผู้ปกครอง ให้ระวังบุตรหลานของท่านเสี่ยงติดเชื้อไวรัส Human metapneumovirus (hMPV) หรือเชื้อไวรัสฮิวแมนเมตะนิวโม ไม่ได้เป็นไวรัสสายพันธุ์ใหม่แต่อย่างใด ฤดูกาลที่พบการติดเชื้อมาก จะมี 2 ช่วง คือ ช่วงฤดูฝน และฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่เด็กๆมักมีอาการหวัด ติดเชื้อทางเดินหายใจได้บ่อย ซึ่งการตรวจหาเชื้อนั้นทำได้โดยมีวิธีการเดียวกับไข้หวัดใหญ่และ RSV โดยวิธีการ swab โดยมักพบอาการในกลุ่มเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 5 ปี และผู้สูงอายุอาการของผู้ติดเชื้อไวรัส hMPVผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะมีอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ คือ มีอาการไข้ มีน้ำมูก เจ็บคอ ซึ่งพบมากในเด็กเล็กแต่ในผู้ใหญ่ และเด็กโต มีภูมิต้านทานที่ดีหากติดเชื้อนี้ อาจมีอาการเหมือนกับเป็นไข้หวัดธรรมดา หรืออาจไม่มีอาการก็ได้ ถึงอย่างไรก็ตามไวรัส hMPV เป็นโรคกลุ่มเดียวกันกับเชื้อไวรัส RSV เป็นสาเหตุหนึ่งของอาการปอดอักเสบในเด็กเล็ก และผู้สูงอายุ จึงควรระมัดระวังบุตรหลาน และผู้สูงอายุในบ้านการป้องกันโรคไวรัส hMPVเนื่องจากในปัจจุบัน ยังไม่มีวัคซีน หรือยาต้านไวรัสที่ใช้รักษาเชื้อนี้โดยตรง สามารถรักษาแบบประคับประคองเหมือนไข้หวัดใหญ่และ RSV ทั่วไป ใช้หลักการเดียวกับการป้องกันโรคติดเชื้อทางเดินหานใจอื่นๆ คือ ล้างมือให้สะอาด ไม่เอามือไปแคะจมูกหรือเอาเข้าปาก ไม่ไปคลุกคลีกับคนที่มีอาการป่วย ใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อไปในที่มีชุมชนคนอยู่เยอะ ๆ ทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อทางเดินหายใจขอขอบคุณข้อมูลจาก Bangkok Hospital โรงพยาบาลกรุงเทพ