โรคติดเชื้อไวรัส “นิปาห์” ระบาดในอินเดีย ยังไม่มีวัคซีนรักษา | อ่านรับพอยท์

Beauty & Health

โรคติดเชื้อไวรัส “นิปาห์” ระบาดในอินเดีย ยังไม่มีวัคซีนรักษา | อ่านรับพอยท์

29 ม.ค. 2026

โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ เป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์สู่คน ที่เกิดจากการสัมผัสมูลสัตว์ และสารคัดหลั่งของพาหะนำโรค ได้แก่ ค้างคาวผลไม้ หรือสุกร ม้า แมว แพะ แกะ ที่รับเชื้อมาจากค้างคาวผลไม้อีกต่อหนึ่งโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ เป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์สู่คน ที่เกิดจากการสัมผัสมูลสัตว์ และสารคัดหลั่งของพาหะนำโรค ได้แก่ ค้างคาวผลไม้ หรือสุกร ม้า แมว แพะ แกะ ที่รับเชื้อมาจากค้างคาวผลไม้อีกต่อหนึ่งสามารถติดเชื้อจากคนสู่คนได้จากการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ที่ติดเชื้อ เช่น เลือด หรือน้ำลายโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ เคยแพร่ระบาดครั้งแรกในช่วงปี 2541-2542 ที่มาเลเซีย สิงคโปร์ บังกลาเทศ และอินเดีย

อินเดียประกาศให้ประชาชนระวังการแพร่ระบาดของไวรัสนิปาห์ (Nipah) หลังมีรายงานว่าเมืองโคษิโฆษ (Kozhikode) เมืองทางใต้ของอินเดียมีผู้ติดเชื้อ และเสียชีวิตแล้ว 10 รายอินเดียประกาศให้ประชาชนระวังการแพร่ระบาดของไวรัสนิปาห์ (Nipah) หลังมีรายงานว่าเมืองโคษิโฆษ (Kozhikode) เมืองทางใต้ของอินเดียมีผู้ติดเชื้อ และเสียชีวิตแล้ว 10 รายไวรัสนิปาห์ (Nipah henipavirus, Nipah virus, NiV) ถูกค้นพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 1998 ในประเทศมาเลเซีย แต่มีการรายงานว่าระบาดสู่มนุษย์ที่ประเทศบังกลาเทศในปี ค.ศ. 2004 และพบว่าระบาดจากคนสู่คนครั้งแรกในประเทศอินเดียเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (22 พ.ค. 2018)องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศว่าไวรัสนิปาห์ถูกจัดอันดับเป็นหนึ่งในสิบของเชื้อโรคในโลกสมัยใหม่ ที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงได้ จากรายงานในอดีตพบว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 คนจากผู้ติดเชื้อประมาณ 300 คน และได้พบการแพร่ระบาดในสุกรที่มาจากประเทศมาเลเซีย และต้องกระทำการการุณยฆาตสุกรอย่างน้อยหนึ่งล้านตัว ระยะการแสดงอาการของไวรัสนิปาห์คล้ายกับไข้หวัดทั่วไป ในหนึ่งถึงสองวันแรกมีไข้สูง วิงเวียนศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หายใจเร็วหรือหายใจลำบาก แต่จะรุนแรงขึ้นเมื่อมีอาการไอเสียงดัง ถ้าหากไม่ได้รับการรักษาทันเวลา จะทำให้เป็นโรคสมองอักเสบ (Encephalitis) และเสียชีวิตยังไม่มีการระบุว่าพบผู้ป่วยในประเทศไทย แต่เป็นเรื่องน่าเศร้าเล็กน้อยที่ในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนในการรักษาทั้งในคนและสัตว์ และผู้ที่ติดเชื้อไวรัสนิปาห์มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 70

การรักษา

ปัจจุบันยังไม่มียาตัวไหนที่สามารถต้านทานไวรัสนิปาห์ได้โดยตรง รวมไปถึงยังไม่มีวัคซีนที่สามารถป้องกันไวรัสนิปาห์นี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย ดังนั้นแพทย์จะทำการรักษาตามอาการ โดยอาจใช้ยาต้านไวรัส Ribavirin ในผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ สามารถลดความรุนแรงของโรคได้

 

จนถึงปัจจุบัน ยังไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในประเทศไทย แต่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขไม่ได้นิ่งนอนใจต่อการแพร่ระบาดของโรคนี้ ยังคงติดตามเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อโรค ตรวจสอบผู้ที่เดินทางกลับมาจากแหล่งที่เชื้อโรคระบาด รวมไปถึงเตรียมความพร้อมในการตรวจหาเชื้อจากผู้ที่เสี่ยงได้รับเชื้อที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุขตลอดเวลาราชการ

 

 

related Beauty & Health

ไวรัสฮันตา จะกลายเป็นโรคระบาดใหญ่ไหม?

08 พ.ค. 2026

ไวรัสฮันตา จะกลายเป็นโรคระบาดใหญ่ไหม?

ไวรัสฮันตา (Hantavirus) คืออะไร? อาการ การติดต่อ สายพันธุ์ และความเสี่ยงแพร่จากคนสู่คน “ฮันตาไวรัส” (Hantavirus) คือกลุ่มไวรัสที่มีสัตว์ฟันแทะ โดยเฉพาะ “หนู” เป็นแหล่งรังโรคหลัก สามารถก่อโรครุนแรงในมนุษย์ได้ทั้งระบบทางเดินหายใจและไต โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ควบคุมโรคสหรัฐฯ (CDC) ระบุว่า การติดเชื้อส่วนใหญ่มักเกิดจากการสัมผัสปัสสาวะ อุจจาระ น้ำลาย หรือฝุ่นที่ปนเปื้อนเชื้อจากหนู ปัจจุบันไวรัสชนิดนี้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังมีรายงานคลัสเตอร์ผู้ติดเชื้อที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางร่วมกันบนเรือสำราญ และการจับตาสายพันธุ์ Andes virus ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีหลักฐานว่าสามารถแพร่จากคนสู่คนได้ฮันตาไวรัสทำให้เกิดโรคอะไร?โรคจากฮันตาไวรัสแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่1. Hantavirus Pulmonary Syndrome (HPS) หรือ HCPSโรคที่ส่งผลต่อปอดและระบบทางเดินหายใจ พบมากในทวีปอเมริกา อาการรุนแรงอาจทำให้ปอดล้มเหลวและเสียชีวิตได้2. Hemorrhagic Fever with Renal Syndrome (HFRS)โรคไข้เลือดออกร่วมกับไตวาย พบมากในเอเชียและยุโรป ผู้ป่วยอาจมีภาวะเลือดออกผิดปกติและไตทำงานล้มเหลวฮันตาไวรัสติดต่ออย่างไร?ช่องทางการติดเชื้อหลักของฮันตาไวรัส ได้แก่สูดดมฝุ่นหรืออากาศที่ปนเปื้อนปัสสาวะและมูลหนูสัมผัสพื้นผิวที่มีเชื้อแล้วจับตา จมูก หรือปากถูกหนูกัดรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อการติดเชื้อส่วนใหญ่ยังคงเกี่ยวข้องกับ “สัตว์ฟันแทะ” มากกว่าการแพร่ระหว่างมนุษย์ฮันตาไวรัสแพร่จากคนสู่คนได้ไหม?ประเด็นนี้เป็นสิ่งที่ทั่วโลกจับตามองมากที่สุดในปัจจุบัน CDC ระบุว่า ฮันตาไวรัสส่วนใหญ่ “ไม่แพร่จากคนสู่คน” โดยการติดเชื้อหลักยังมาจากหนูและสัตว์ฟันแทะ อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นสำคัญคือ Andes virus (ANDV) ซึ่งพบในอเมริกาใต้ และเป็นสายพันธุ์ที่มีหลักฐานชัดเจนว่าสามารถแพร่จากคนสู่คนได้ แม้จะพบไม่บ่อยก็ตามการแพร่เชื้อมักเกี่ยวข้องกับการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยการอยู่ในพื้นที่ปิดร่วมกันเป็นเวลานานการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อWHO ยังคงเฝ้าติดตามสายพันธุ์นี้อย่างใกล้ชิด เพราะมีพฤติกรรมแตกต่างจากฮันตาไวรัสสายพันธุ์อื่นอาการของฮันตาไวรัสอาการช่วงแรกมักคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่นไข้สูงปวดกล้ามเนื้อปวดศีรษะหนาวสั่นคลื่นไส้อาเจียนหากอาการรุนแรงขึ้น อาจเกิดภาวะต่อไปนี้หายใจลำบากน้ำท่วมปอดความดันโลหิตต่ำไตวายเลือดออกผิดปกติผู้ป่วยบางรายอาการอาจทรุดลงอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วันอัตราการเสียชีวิตของฮันตาไวรัส ความรุนแรงขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของไวรัสAndes virus และ Sin Nombre virus มีอัตราเสียชีวิตค่อนข้างสูงHantaan virus และ Dobrava virus มีอัตราเสียชีวิตประมาณ 5–15%Seoul virus และ Puumala virus มักมีอาการรุนแรงน้อยกว่าCDC ระบุว่า โรค HPS มีอัตราเสียชีวิตเฉลี่ยประมาณ 30–40% หากไม่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วปัจจุบันมีวัคซีนฮันตาไวรัสหรือไม่? ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนฮันตาไวรัสที่ใช้แพร่หลายทั่วโลก การป้องกันที่ดีที่สุดยังคงเป็นการหลีกเลี่ยงการสัมผัสหนูและสิ่งคัดหลั่งจากสัตว์ฟันแทะทำไม “เรือสำราญ” จึงถูกจับตาเรื่องฮันตาไวรัส? หนึ่งในประเด็นที่ทำให้ฮันตาไวรัสกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง คือรายงานคลัสเตอร์ผู้ติดเชื้อที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางบนเรือสำราญ ซึ่ง WHO กำลังติดตามอย่างใกล้ชิดปัจจัยเสี่ยงบนเรือสำราญเป็นพื้นที่ปิดมีผู้โดยสารจำนวนมากใช้พื้นที่ร่วมกันเป็นเวลานานมีการสัมผัสใกล้ชิดระหว่างผู้โดยสาร แม้ยังไม่มีหลักฐานว่าฮันตาไวรัสระบาดแบบเดียวกับโควิด-19 แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าคลัสเตอร์ที่เกิดในพื้นที่ปิดยังคงต้องเฝ้าระวังฮันตาไวรัสจะกลายเป็นโรคระบาดใหญ่ไหม? ปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญยังประเมินว่า “โอกาสเกิดการระบาดใหญ่ทั่วโลกยังต่ำ” เนื่องจากฮันตาไวรัสไม่ได้แพร่กระจายง่ายเหมือนไข้หวัดหรือโควิด-19การแพร่จากคนสู่คนพบได้จำกัดมากส่วนใหญ่ยังต้องอาศัยการสัมผัสใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม WHO และ CDC ยังคงติดตามการกลายพันธุ์ของไวรัสและพฤติกรรมของสายพันธุ์ Andes virus อย่างต่อเนื่องสรุป ฮันตาไวรัสเป็นไวรัสจากสัตว์ฟันแทะที่อาจก่อโรครุนแรงต่อปอดและไต แม้ส่วนใหญ่จะไม่แพร่จากคนสู่คน แต่สายพันธุ์ Andes virus ยังคงเป็นสิ่งที่ทั่วโลกจับตา โดยเฉพาะกรณีคลัสเตอร์ในพื้นที่ปิดอย่างเรือสำราญ ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนใช้แพร่หลาย การป้องกันที่ดีที่สุดคือหลีกเลี่ยงการสัมผัสหนูและสิ่งคัดหลั่งที่อาจปนเปื้อนเชื้อ

สายตุนห้ามพลาดกับ EVEANDBOY สวยเบิ้ลx2 รวมไอเทมเด็ด ซื้อ 1 แถม 1

07 มี.ค. 2024

สายตุนห้ามพลาดกับ EVEANDBOY สวยเบิ้ลx2 รวมไอเทมเด็ด ซื้อ 1 แถม 1

เบิ้ลให้สุด จ่ายหนึ่งได้ถึงสอง ทีมสายตุนห้ามพลาดยกไอเทมเด็ดจัดหนัก 1 แถม 1 เพียบทั้งเคาน์เตอร์แบรนด์ดัง เมคอัพ สกินแคร์บอกเลยต้องจัดห้ามพลาดเด็ดขาดตั้งแต่วันที่ 25 ก.พ. 67 - 24 มี.ค. 67รีบช้อปด่วน ! ทั้งหน้าร้านทุกสาขา ทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ Website https://bit.ly/42T5HVv Lazada https://bit.ly/49Lbe2D Shopee https://bit.ly/3wtsvz0สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ U Chat I Shop คุณแชทเราช้อปให้! แอด line @eveandboy หรือสั่งสินค้า https://bit.ly/3bn9KO7DOWNLOAD Application : IOS Android http://onelink.to/eveandboyสามารถหาซื้อได้ที่ EVEANDBOY 26 สาขา1.The Underground Siam Square One ชั้น LG (Flagship)2.Zpell @ ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ชั้น13.Mega Bangna ชั้น14.Terminal21 Asok ชั้น 3 โซน Istanbul5.Fashion Island ชั้น2 ฝั่ง Big C6.The Mall Lifestore Bangkapi ชั้น G7.The Mall Lifestore Bangkae ชั้น G8.The Mall Lifestore Ngamwongwan ชั้น 29.Terminal21 Pattaya ชั้นG โซน Paris10.MAYA เชียงใหม่ ชั้น 211.Terminal21 โคราช ชั้นG12.กังสดาล มข. จ.ขอนแก่น13.SAMYAN MITRTOWN ชั้น 114.สาขา Siam Premium Outlets Bangkok15.The Mall Lifestore Thapra ชั้น 116. MBK Center ชั้น G17.Seacon Square Srinakarin ชั้น 218.Terminal21 Rama3 ชั้น G.19.THE PLATINUM FASHION MALL​ ชั้น 120.Passione Shopping Destination (RAYONG) ชั้น 121.ศูนย์การค้ายูดี ทาวน์ ซอย1 จ.อุดรธานี22. EMSPHERE ชั้น 123.THE IMPERIAL SAMRONG ชั้น 124.Gaysorn Amarin ชั้น 225.Big C Rajdamri ชั้น 126.Ayutthaya City Park ชั้น 2 (พร้อมเปิดให้ช้อปตั้งแต่ 1 มี.ค. 67)

กิจกรรมเสี่ยงข้อเข่าเสื่อมก่อนวัย

14 ก.พ. 2025

กิจกรรมเสี่ยงข้อเข่าเสื่อมก่อนวัย

ในปัจจุบันหนุ่มสาวผู้มีใจรักสุขภาพหันมาให้ความสนใจเรื่องน้ำหนักตัวและออกกำลังกายกันมากขึ้น โดยเฉพาะการวิ่งและการขี่จักรยานที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่ก็มีปัญหาว่า บางคนออกกำลังกายแล้วรู้สึกปวดเข่าเพราะกล้ามเนื้อหัวเข่ายังแข็งแรง เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง มาดูกันดีกว่าว่า มีพฤติกรรมหรือกิจกรรมใดบ้างที่ทำให้เสี่ยงเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมสาเหตุความเสื่อมของข้อเข่าความเสื่อมแบบปฐมภูมิหรือไม่ทราบสาเหตุเป็นภาวะที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของผิวกระดูกอ่อนตามวัยปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความเสื่อมของข้อเข่าได้แก่อายุ พบว่า อายุ 40 ปี เริ่มมีข้อเสื่อม อายุ 60 ปี เป็นข้อเข่าเสื่อมได้ถึงร้อยละ 40เพศ ผู้หญิงพบมากกว่าผู้ชาย 2 – 3 เท่า ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบต่อมไร้ท่อของร่างกายน้ำหนักตัวที่เกิน น้ำหนักตัวมีความสัมพันธ์อย่างมากกับเข่าเสื่อม พบว่าน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น 0.5 กิโลกรัม จะเพิ่มแรงที่กระทำต่อข้อเข่า 1 – 1.5 กิโลกรัม ขณะเดียวกันเซลล์ไขมันที่มากเกินไปจะมีผลต่อเซลล์กระดูกอ่อนและเซลล์กระดูกส่งผลให้ข้อเสื่อมเร็วขึ้นการใช้งาน ท่าทาง กิจกรรมที่มีแรงกดต่อข้อเข่ามาก เช่น การนั่งคุกเข่า พับเพียบ ขัดสมาธิ ขึ้นลงบันไดบ่อย ๆ เป็นต้นความบกพร่องของส่วนประกอบของข้อ เช่น ข้อเข่าหลวม กล้ามเนื้อต้นขาอ่อนแรงกรรมพันธุ์ โรคข้อเข่าเสื่อมมีหลักฐานการถ่ายทอดทางพันธุกรรมน้อยกว่าที่ข้อนิ้วมือเสื่อมความเสื่อมแบบทุติยภูมิ เป็นความเสื่อมที่ทราบสาเหตุ เช่น เคยประสบอุบัติเหตุมีการบาดเจ็บที่ข้อ เส้นเอ็น การบาดเจ็บเรื้อรังที่บริเวณข้อเข่าจากการทำงานหรือการเล่นกีฬา โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เกาต์ ข้ออักเสบติดเชื้อ โรคของต่อมไร้ท่อ เช่น อ้วน เป็นต้นอาการโรคข้อเข่าเสื่อมอาการระยะแรก เริ่มปวดเข่าเวลามีการเคลื่อนไหว เช่น เดิน ขึ้นลงบันได หรือนั่งพับเข่า อาการจะดีขึ้นเมื่อหยุดพักการใช้ข้อ ร่วมกับมีอาการข้อฝืดขัด โดยเฉพาะเมื่อหยุดการเคลื่อนไหวเป็นเวลานาน เมื่อขยับข้อจะรู้สึกถึงการเสียดสีของกระดูกหรือมีเสียงดังในข้ออาการเมื่อมีภาวะข้อเสื่อมรุนแรง อาการปวดจะรุนแรงมากขึ้น บางครั้งปวดเวลากลางคืน อาจคลำส่วนกระดูกงอกได้บริเวณด้านข้างข้อ เมื่อเกร็งกล้ามเนื้อต้นขาเต็มที่จะมีอาการปวดหรือเสียวบริเวณกระดูกสะบ้า หากมีการอักเสบจะมีข้อบวม ร้อน และตรวจพบน้ำในช่องข้อ ถ้ามีข้อเสื่อมมานานจะพบว่า เหยียดหรืองอข้อเข่าได้ไม่ค่อยสุด กล้ามเนื้อต้นขาลีบ ข้อเข่าโก่ง หลวม หรือบิดเบี้ยวผิดรูป ทำให้เดินและใช้ชีวิตประจำวันลำบาก และมีอาการปวดเวลาเดินหรือขยับเกณฑ์วินิจฉัยโรคข้อเข่าเสื่อมมีอาการปวดเข่าภาพรังสีแสดงกระดูกงอกมีข้อสนับสนุน 1 ข้อ ดังต่อไปนี้– อายุเกิน 50 ปี– มีอาการฝืดแข็งในตอนเช้านานน้อยกว่า 30 นาที– มีเสียงกรอบแกรบขณะเคลื่อนไหวเข่าจากการเสียดสีของเยื่อบุภายในข้อการป้องกันไม่ให้เกิดข้อเข่าเสื่อมลดน้ำหนัก : การควบคุมน้ำหนักของตัวเองให้อยู่ในระดับมาตรฐาน ช่วยลดการแบกรับน้ำหนักที่หัวเข่า และข้อต่อต่างๆ ในร่างกายได้บริหารกล้ามเนื้อหัวเข่า : การบริหารกล้ามเนื้อรอบๆ หัวเข่าให้แข็งแรง จะช่วยในการแบกรับน้ำหนัก ทำให้กระดูกข้อเข่าไม่ต้องรับน้ำหนักมากเกินไปควบคุมรักษาโรคที่เกี่ยวกับกระดูก : และขอคำแนะนำจากแพทย์ที่เชี่ยวชาญในเรื่องของกระดูกขอบคุณข้อมูลจาก www.bangkokinternationalhospital.com

เก้าอี้สุขภาพ (Ergonomic) อุปกรณ์เสริม สร้างการนั่งที่ดี

15 ก.ย. 2025

เก้าอี้สุขภาพ (Ergonomic) อุปกรณ์เสริม สร้างการนั่งที่ดี

Chill on กินเที่ยว วันนี้จะมาพูดถึงการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ที่ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของใครหลายคน แต่รู้หรือไม่ว่า พฤติกรรมดังกล่าวอาจเป็นต้นเหตุของ “อาการปวดหลัง” ที่สร้างความไม่สบาย และส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อใช้อุปกรณ์ที่ไม่รองรับสรีระ เช่น เก้าอี้ทั่วไปที่ไม่ถูกออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ปัญหาสุขภาพจากการนั่งทำงานที่ไม่ถูกต้อง ในยุคที่การทำงานส่วนใหญ่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ การนั่งทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมงกลายเป็นกิจวัตรประจำวันของชาวออฟฟิศจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานในสายไอที งานบัญชี งานเขียน หรืองานบริการลูกค้าทางโทรศัพท์ ถึงแม้ว่าการนั่งจะดูเหมือนไม่ใช่พฤติกรรมที่ส่งผลร้ายต่อร่างกาย แต่ในความเป็นจริง การนั่งที่ผิดท่าติดต่อกันเป็นระยะเวลานานสามารถก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพเรื้อรังโดยเฉพาะ อาการปวดหลัง ปวดคอ และปวดไหล่ จนนำไปสู่ภาวะที่เรียกว่า ออฟฟิศซินโดรม หากเราไม่ใส่ใจในท่านั่งหรือไม่ใช้เก้าอี้สุขภาพ ที่ออกแบบมาอย่างเหมาะสมกับสรีระร่างกาย อาการเหล่านี้อาจพัฒนาไปสู่โรคร้ายแรง เช่น หมอนรองกระดูกเสื่อม เส้นประสาทถูกกดทับ หรือกล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรังได้ ดังนั้นการเลือกใช้อุปกรณ์สำนักงานที่ส่งเสริมการนั่งอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะเก้าอี้ Ergonomic หรือ เก้าอี้ทำงานสุขภาพ จึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นมากกว่าทางเลือกออฟฟิศซินโดรม โรคยอดฮิต Office Syndrome หรือออฟฟิศซินโดรม คือกลุ่มอาการที่เกิดจากพฤติกรรมซ้ำ ๆ ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่มีการขยับเปลี่ยนอิริยาบถ ซึ่งสาเหตุหลักมักเกิดจากการนั่งในท่าที่ไม่ถูกต้อง หรือใช้อุปกรณ์สำนักงานที่ไม่รองรับสรีระของผู้ใช้งาน อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่ปวดเมื่อยคอ บ่า ไหล่ และหลังปวดศีรษะจากความเครียดของกล้ามเนื้อชาปลายมือหรือแขนจากการกดทับเส้นประสาทการหายใจตื้นเนื่องจากกล้ามเนื้อทรวงอกเกร็ง การใช้เก้าอี้ทำงานเพื่อสุขภาพ จึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่สามารถลดความเสี่ยงจากออฟฟิศซินโดรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะถูกออกแบบมาให้รองรับการนั่งที่ถูกต้องตามหลักสรีระศาสตร์ ช่วยกระจายน้ำหนัก ลดแรงกดทับ และปรับท่าทางให้นั่งได้ในระยะเวลานานอย่างปลอดภัยแนะนำเก้าอี้สุขภาพหรือ เก้าอี้ ergonomic สำหรับการนั่งทำงาน เก้าอี้สุขภาพหรือที่เรียกกันว่า เก้าอี้ Ergonomic เป็นเฟอร์นิเจอร์สำนักงานที่ถูกออกแบบมาด้วยหลักการทางสรีรศาสตร์ (Ergonomics) มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนท่าทางการนั่งที่เหมาะสม ช่วยลดภาระของกระดูกสันหลัง และป้องกันการบาดเจ็บจากการนั่งนาน ๆ คุณสมบัติสำคัญของเก้าอี้ Ergonomic ที่ควรมองหาพนักพิงหลังที่รองรับกระดูกสันหลัง - ควรมีพนักพิงที่โค้งเว้าตามแนวกระดูกสันหลัง โดยเฉพาะช่วงเอว เพื่อช่วยพยุงหลังส่วนล่าง ลดอาการปวดหลังเบาะนั่งปรับระดับได้ - สามารถปรับความสูงของเบาะให้เหมาะสมกับโต๊ะทำงาน และความสูงของผู้ใช้งาน เพื่อให้เท้าสัมผัสพื้นได้อย่างเต็มที่พนักพิงศีรษะและที่รองแขน - ช่วยลดแรงตึงของกล้ามเนื้อบริเวณคอ ไหล่ และต้นแขน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องนั่งประชุมหรือพิมพ์งานต่อเนื่องวัสดุระบายอากาศ - เบาะและพนักพิงควรผลิตจากวัสดุที่มีความยืดหยุ่น และระบายอากาศได้ดี เพื่อลดการสะสมความร้อนล้อเลื่อนและระบบหมุนรอบตัว - เพื่อความสะดวกในการเคลื่อนไหว ลดแรงบิดของร่างกายขณะเอื้อมของหรือหันซ้ายขวาข้อดีของเก้าอี้ทำงานเพื่อสุขภาพ การลงทุนในเก้าอี้ทำงานสุขภาพ ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของความสบาย แต่ยังเป็นการดูแลสุขภาพระยะยาวอย่างแท้จริง ซึ่งข้อดีหลักของเก้าอี้สุขภาพ มีดังนี้ลดอาการปวดเมื่อยและป้องกันออฟฟิศซินโดรม - เก้าอี้ Ergonomic ถูกออกแบบให้รองรับโครงสร้างร่างกายของมนุษย์อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะช่วงคอ บ่า ไหล่ และกระดูกสันหลัง ช่วยลดแรงกดทับจากการนั่งในท่าเดิมนาน ๆ ทำให้กล้ามเนื้อไม่เกร็งหรือเมื่อยล้าเกินไป จึงลดความเสี่ยงในการเกิดออฟฟิศซินโดรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นอาการยอดฮิตของคนที่ต้องนั่งทำงานตลอดวันเพิ่มสมาธิและประสิทธิภาพในการทำงาน - เมื่อร่างกายรู้สึกสบายและไม่ต้องเผชิญกับความปวดเมื่อย สมองก็สามารถจดจ่อกับงานตรงหน้าได้ดีขึ้น ความเหนื่อยล้าที่สะสมจากท่านั่งที่ไม่เหมาะสมจะถูกลดทอนลง ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการทำงาน ผู้ใช้งานจะมีสมาธินานขึ้น ทำงานได้ต่อเนื่อง และมีพลังงานเหลือเฟือในช่วงท้ายของวันปรับท่าทางการนั่งให้ถูกต้อง - หลายคนไม่รู้ว่าท่านั่งที่ผิดเพียงเล็กน้อย เช่น การนั่งหลังงอ การห่อตัว หรือการนั่งเอียงตัวซ้ำ ๆ เป็นระยะเวลานาน จะสะสมจนกลายเป็นพฤติกรรมที่ส่งผลเสียในระยะยาว เก้าอี้สุขภาพจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการบังคับทางอ้อมให้ผู้ใช้งานนั่งในท่าที่ถูกต้อง ลดการโค้งงอผิดธรรมชาติของหลัง และส่งเสริมโครงสร้างร่างกายที่สมดุลมากยิ่งขึ้นปรับระดับให้เหมาะสมกับผู้ใช้แต่ละคน - ไม่ว่าคุณจะเป็นคนรูปร่างเล็กหรือใหญ่เก้าอี้ทำงานสุขภาพก็สามารถปรับระดับความสูง ความลึกของเบาะ ที่วางแขน พนักพิงหลัง หรือแม้แต่พนักพิงศีรษะให้เหมาะสมกับสรีระเฉพาะบุคคลได้อย่างลงตัว ความยืดหยุ่นในการปรับใช้นี้ ทำให้เก้าอี้สามารถรองรับผู้ใช้งานทุกประเภท และช่วยให้การนั่งทำงานในแต่ละวันรู้สึกพอดีอย่างแท้จริงช้งานได้นาน คุ้มค่าการลงทุน - แม้ว่าเก้าอี้สุขภาพจะมีราคาสูงกว่าเก้าอี้สำนักงานทั่วไป แต่ด้วยวัสดุคุณภาพสูง ระบบการปรับที่ซับซ้อน และดีไซน์ที่ผ่านการวิจัยด้านสรีรศาสตร์มาอย่างดี ทำให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าเก้าอี้ทั่วไปหลายเท่า อีกทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาอาการปวดหลัง ค่ากายภาพบำบัด หรือค่าเวชภัณฑ์อื่น ๆ เมื่อนำมาคำนวณในระยะยาวแล้ว ถือว่าเป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่เห็นผลจริงและคุ้มค่าที่สุดสรุป การดูแลสุขภาพจากการทำงาน ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การออกกำลังกายหรือพักผ่อนให้เพียงพอเท่านั้น แต่ “การนั่งให้ถูกวิธี” ก็เป็นพื้นฐานสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม การเลือกเก้าอี้สุขภาพ หรือ เก้าอี้ทำงานสุขภาพ ที่ดีสามารถช่วยป้องกันโรคออฟฟิศซินโดรมและบรรเทาอาการปวดเมื่อยต่าง ๆ ได้อย่างเห็นผล อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตในการทำงานที่ยั่งยืน โดยสามารถเลือกซื้อเก้าอี้สุขภาพได้ตามโชว์รูม หรือร้านขายเฟอร์นิเจอร์ชั้นนำที่สนใจ ด้วยราคาของเก้าอี้เพื่อสุขภาพในยุคนี้ที่เข้าถึงได้ง่ายมากกว่าเดิม ทำให้ทุกคนสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างง่ายดาย สำหรับใครที่อยากอ่านบทความไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมเกี่ยวกับการตกแต่งบ้าน การกินเที่ยว หรือรีวิวอุปกรณ์ต่าง ๆ สามารถเข้ามาอ่านเพิ่มเติมได้ที่ Chill on กินเที่ยว บนแพลตฟอร์มเว็บไซต์ Atime มีบทความหลากหลายให้คุณได้ติดตาม รับรองว่าได้ทั้งความรู้และความบันเทิงในเวลาเดียวกันจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี