ตัดสินใจทิ้งชีวิตเมืองหลวง มาทำโฮมสเตย์ที่จ.น่าน ได้ใช้เวลากับตัวเองท่ามกลางธรรมชาติ มันดีมากเลย แต่ก็ถือเป็นการปรับตัวครั้งใหญ่ ต้องห่างจากแฟนและสังคม เลยอยากมาขอกำลังใจค่ะ

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ตัดสินใจทิ้งชีวิตเมืองหลวง มาทำโฮมสเตย์ที่จ.น่าน ได้ใช้เวลากับตัวเองท่ามกลางธรรมชาติ มันดีมากเลย แต่ก็ถือเป็นการปรับตัวครั้งใหญ่ ต้องห่างจากแฟนและสังคม เลยอยากมาขอกำลังใจค่ะ

14 ส.ค. 2026

ตัดสินใจทิ้งชีวิตเมืองหลวง มาทำโฮมสเตย์ที่จ.น่าน

ได้ใช้เวลากับตัวเองท่ามกลางธรรมชาติ มันดีมากเลย

แต่ก็ถือเป็นการปรับตัวครั้งใหญ่

ต้องห่างจากแฟนและสังคม เลยอยากมาขอกำลังใจค่ะ

        ‘คุณฟ้า’ (นามสมมติ) สายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (12 สิงหาคม 2569) ได้เข้ามาขอคำปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เรื่องที่เธออยากขอกำลังใจในการใช้ชีวิต

        ‘คุณฟ้า’ อายุ 38 ปี ได้เล่าว่าบ้านเกิดของเธออยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ มีงานประจำอยู่ที่กรุงเทพมหานคร แต่ตอนนี้ก็ได้ตัดสินใจลาออกเพื่อย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่จังหวัดน่านแทน เพราะรู้สึกว่าการทำงานประจำทำให้ตัวเธอเองเหนื่อยมาก ๆ และไม่มีเวลาให้ครอบครัว คนที่รัก หรือแม้กระทั่งตัวเองเลย คุณฟ้าจึงตัดสินใจซื้อโฮมสเตย์มือสองที่จังหวัดน่าน และย้ายไปอยู่ที่น่านพร้อมกับคุณแม่

        ซึ่งเหตุผลที่คุณฟ้าเลือกย้ายมาอยู่ที่จังหวัดน่านก็คือได้มาเที่ยวที่จังหวัดนี้หลายรอบแล้ว และรู้สึกชอบจังหวัดนี้มาก ๆ จนได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าถ้าหากเกษียณก็จะย้ายมาอยู่ที่นี่ จึงได้ดูที่ดินหลาย ๆ ที่ในจังหวัดน่านไว้เบื้องต้น แต่ตัวคุณฟ้าเองก็ไม่ได้คิดว่าจะได้ย้ายมาอยู่ที่จังหวัดน่านเร็วขนาดนี้

        จนถึงตอนนี้ก็เปิดโฮมสเตย์มาได้ 1 เดือนแล้ว และมีลูกค้ามาเรื่อย ๆ โดยเปิดบ้านเช่าจำนวน 6 หลัง และมีคุณแม่ช่วยทำอาหารให้ลูกค้าด้วย ซึ่งคุณฟ้าเองก็ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่า อยากให้มีลูกค้ามาเยอะกว่านี้ จะได้นำเงินมารีโนเวทโฮมสเตย์ให้ดูดีขึ้น

        และอีกปัญหาก็คือ คุณฟ้าต้องห่างกับแฟนที่คบกันมา 3 ปี ซึ่งแฟนกำลังทำงานประจำอยู่ที่กรุงเทพมหานคร นั่นทำให้ในช่วงสัปดาห์แรก ๆ ที่คุณฟ้ามาอยู่ที่จังหวัดน่าน แฟนคุณฟ้าก็ไม่ชินที่ในชีวิตประจำวันไม่มีคุณฟ้าอยู่ด้วย แต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วแฟนคุณฟ้าก็ตัดสินใจมาหา ทำให้เขาโอเคมากขึ้น และได้เปิดใจคุยกันว่าจะทำงานประจำต่อ 5 ปี และค่อย ๆ เก็บเงินเพื่อย้ายมาอยู่ด้วยกันที่จังหวัดน่าน คุณฟ้าจึงอยากได้กำลังใจจากเหล่าดีเจเพื่อที่จะได้มีแรงฮึดสู้ในการอยู่ที่นี่ต่อไป เพราะการที่ตัดสินใจย้ายจังหวัดมาทำให้สังคมรอบตัว และทุกสิ่งทุกอย่างในเมืองมันหายไป และต้องปรับตัวครั้งใหญ่

        เริ่มด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจต้นหอม’ ที่ว่า “สำหรับต้นหอมจะให้คำแนะนำในการพัฒนาโฮมสเตย์แทนแล้วกัน ว่าสิ่งที่ต้องทำในตอนนี้คือสิ่งที่คนเมืองโหยหาความ Slow Life ที่หาไม่ได้จากในเมือง หากิจกรรมอะไรก็ได้มาเพิ่มในสิ่งที่โฮมสเตย์ยังไม่มี เช่น ผักออแกนิคที่เป็นผักพื้นบ้านของจังหวัดน่าน กิจกรรมทำอาหารเย็นด้วยกัน หรือแพ็กเกจการใช้ชีวิตแบบคนท้องถิ่น เพราะคนที่ไปโฮมสเตย์คือไปพักผ่อน และเรียนรู้วิถีชีวิตคนท้องถิ่น ถ้าเพิ่มกิจกรรมพวกนี้มาคงจะมีคนสนใจโฮมสเตย์ของคุณฟ้ามากขึ้นอีก

        หรือคุณฟ้าจะชวน Influencer ต่างชาติที่อยู่ในเมืองไทยมาพักและทำกิจกรรมในโฮมสเตย์ ให้เขาทำคลิปรีวิวเชิญชวนมาพักที่โฮมสเตย์ เพราะต่างชาติจะชอบกิจกรรมแบบนี้มาก ๆ และถ้าโฮมสเตย์เราเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางก็จะทำให้แฟนมาอยู่ด้วยกันกับเราได้มากยิ่งขึ้น”

        ต่อด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเติ้ล’ ที่สนับสนุนคำแนะนำของ ‘ดีเจต้นหอม’ ว่า “เข้าใจว่าคุณฟ้ากลัวว่าจะอยู่ไม่รอด แต่จากการที่เห็นคุณฟ้าทำ Content ในแพลตฟอร์มออนไลน์ก็ถือว่าไปได้ดีเลย แต่การหากิจกรรมเพิ่มเติมก็เป็นอีกไอเดียที่ดี สามารถต่อยอดไปได้อีก ตอนนี้เพิ่งจะเริ่มต้น การที่ได้ลูกค้าประมาณ 150 คนก็ถือว่าเยอะมาก ๆ แล้ว ค่อย ๆ ทำไปก็ได้ เชื่อว่าหลาย ๆ คนก็อยากมีชีวิตแบบคุณฟ้านะ”

        ปิดท้ายด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเผือก’ ที่ว่า “ในช่วงแรกอาจจะต้องใช้เวลาหน่อย ให้ทำอย่างนี้ต่อไปอย่างสม่ำเสมอ อย่าเพิ่งลงทุนอะไรที่มันเกินตัว สำหรับผมเองก็เป็นสาย Play Safe จึงแนะนำให้ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ ทำต่อไป และเห็นด้วยกับคำแนะนำของดีเจต้นหอมที่ว่าต่างชาติจะชอบการพักโฮมสเตย์แบบนี้มากกว่าคนไทย ดังนั้นเชียร์ให้ตีตลาดชาวต่างชาติ เพิ่มกิจกรรมต่าง ๆ ให้มากขึ้น อาจจะลำบากเพราะเราเพิ่งเปลี่ยนที่อยู่ แต่การที่เราทำได้มาถึงขนาดนี้ก็เก่งมาก ๆ แล้ว”

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ผมมีโลก 2 ใบครับ คนแรกเป็นแฟนที่คบกันมา 5 ปี ส่วนคนที่ 2 ผมรักเขาแต่เขาก็เข้ามาแค่เล่น ๆ ไม่ได้จริงจังอะไร ผมรู้สึกสับสนไม่รู้ว่าควรเลือกโลกใบไหนดี

26 ธ.ค. 2025

ผมมีโลก 2 ใบครับ คนแรกเป็นแฟนที่คบกันมา 5 ปี ส่วนคนที่ 2 ผมรักเขาแต่เขาก็เข้ามาแค่เล่น ๆ ไม่ได้จริงจังอะไร ผมรู้สึกสับสนไม่รู้ว่าควรเลือกโลกใบไหนดี

ผมมีโลก 2 ใบครับ คนแรกเป็นแฟนที่คบกันมา 5 ปีมันเป็นความผูกพันแต่ผมไม่ได้รักเขาแล้วส่วนคนที่ 2 ผมรักเขาแต่เขาก็เข้ามาแค่เล่น ๆ ไม่ได้จริงจังอะไรเวลาที่เขามาหาผม เขาก็จะมาแค่ตอนเมาหรือตอนที่อยากได้เงินแต่เขาก็บอกว่าเขารักผมแค่ยังไม่อยากคบเพราะฐานะผมยังไม่มั่นคงผมรู้สึกสับสนไม่รู้ว่าควรเลือกโลกใบไหนดี “คุณเจมส์ (นามสมมติ)” อายุ 21 ปี เป็นสายแรกในรายการ “พุธทอล์คพุธโทร”เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (24 ธันวาคม 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา“ดีเจเกลือ – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เรื่องมีโลก 2 ใบ แต่ไม่รู้จะเลือกใบไหนดี “คุณเจมส์ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมกำลังสับสนกับเรื่องความรักเพราะตอนนี้ผมมีโลก 2 ใบอยู่ครับ ใบแรกเป็นแฟนที่คบกันสมัยอยู่ปวช.ครับ คบกันได้ 5 ปีแล้ว อีกใบหนึ่งเป็นคนที่คุยกันตอนที่ทะเลาะกับแฟน คนนี้เขาก็เข้ามาพอดี ซึ่งมันก็เข้าปีที่ 3 แล้ว โลกใบที่ 2 เขาไม่รู้ว่าผมมีคนแรกแต่เขาก็เหมือนเข้ามาเล่น ๆ ไม่ได้จริงจัง เป็นฝ่ายผมที่อินมากกว่า โลกใบแรกเวลาอยู่ด้วยกันผมรู้สึกเป็นตัวของตัวเอง เรามีความสุขที่เราเป็นเรา แต่กับอีกคนหนึ่งเหมือนเราตื่นเต้นที่ได้อยู่กับเขา เราก็มีความสุขมากกว่าคนแรกครับ แต่ผมก็ไม่รู้ว่าเขามีแค่ผมหรือเปล่าเพราะเราไม่มีสถานะอะไรกันเลย กับคนแรกเราไม่ได้อยู่ด้วยกัน เราแยกกันอยู่ คนที่ 2 ก็แยกกันอยู่เหมือนกันมันก็มีไปมาหาสู่กันบ้าง คนแรกเขาจะมาหาผมทุกอาทิตย์ ส่วนคนที่ 2 เขาจะมา ๆ หาย ๆ อยากจะมาก็มาอยากจะไปก็ไปแต่เขาจะนึกถึงผมตอนที่เขาเมา เขาไม่ได้มาเพื่อหวัง Sex แต่เขาจะมาเพื่อหวังเงินมากกว่า เวลาเขาเมา เขาก็จะชอบให้ผมไปรับไปส่งเขา บางทีเขาทำงานไม่ไหวเขาจะให้ผมจ้างเวรให้หรือขอบัตรคอนเสิร์ตไปเที่ยวบ้าง เขาเคยบอกว่าเขารักผมแต่ผมยังให้ในสิ่งที่เขาต้องการไม่ได้คือฐานะของผมยังไม่มั่นคงที่จะไปดูแลเขา แต่ถ้าเป็นคนแรกเขาไม่ได้ซีเรียสเรื่องเงิน ไม่เคยมาร้องขออะไรเรื่องนี้เลย เราอยู่กันด้วยความสบายใจและความผูกพัน แต่กับคนแรกตั้งแต่เราทะเลาะกันตรั้งล่าสุด ผมก็รู้สึกรักเขาน้อยลง เราทะเลาะกันเพราะเขางี่เง่า อย่างเวลาผมไปเที่ยวกับเพื่อนเขาก็จะโทรจิก โทรหาทั้งผมและเพื่อนผม ไม่ให้ความเป็นส่วนตัวเลย ทุกวันนี้ก็ยังเป็นเหมือนเดิม แล้วผมเป็นคนกลัวการเริ่มต้นใหม่ ผมเคยแยกทางกับคนแรกหลายครั้งแล้วแต่เขาก็ขออยู่ต่อ เขาอยากขอโอกาสปรับตัว ส่วนคนที่ 2 เขาบอกว่าเขารักผมแต่ก็ยังไม่อยากคบกับผม ตอนนี้ผมไม่รู้ว่าผมควรจะเลือกใครดี’ เริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘มีคนเดียวให้เธอเลือกเพราะอีกคนเขาไม่ได้เลือกเจมส์นะ โลกใบที่ 2 เขาไม่ได้เลือกเป็นแฟนแล้วเขาก็ชัดเจนมากว่าคบกันอยู่ในสถานะไหน ถ้าจะมีให้เลือกก็มีอยู่คนเดียวก็คือคนที่คบ 5 ปี แต่มันหมดรักไปแล้ว สำหรับพี่คือมันจะไม่ได้ใครเลย ที่ยังตัดไม่ขาดกับคนแรกเพราะเรากลัวว่าไปข้างหน้าแล้วมันจะเจ็บแต่อย่างน้อยก็มีคนแรกไว้รองรับเรา อย่างนี้รึเปล่า ก็คือเจมส์เห็นแก่ตัวอยู่ พี่รู้สึกว่ามันเสียเวลา คนแรกมันหมดใจแล้วเข็ญยังไงก็ไม่ขึ้นหรอกเพราะใจมันไปอยู่กับคนที่ 2 เพราะฉะนั้นไปจบกับคนแรก ถ้าเรารั้งเขาไว้ให้อยู่เพราะว่าให้เขาเป็นที่รองรับทั้ง ๆ ที่เราหมดรักไปแล้วมันเห็นแก่ตัวไป ให้เขาไปมีโอกาสได้เจอกับคนดี ๆ ส่วนกับคนที่ 2 เขาก็ชัดเจนอีกนะว่าเขาให้เจมส์ได้แค่เท่านี้ แต่ถ้าเจมส์ยังมีความสุขอยู่บนสถานะนี้ เจมส์ก็เลือกคบกับคนที่ 2 ไปเลย แล้ววันหนึ่งถ้าเกิดรู้สึกว่าอึดอัดใจหรือเจอใครที่ดีกว่าก็เลือกคนใหม่ได้เลย เพียงแต่ว่าพี่ไม่อยากให้เจมส์เห็นแก่ตัวด้วยการรั้งคนแรกเอาไว้ สุดท้ายก็เดินหน้าต่อไปกับคนที่ 2 เราก็คบกับเขาในสถานะนั้นไป มันก็ถือว่าเราโสด อย่างน้อยเราก็ไม่ได้อยู่ในการนอกใจของใคร แล้วเดี๋ยววันหนึ่งถ้าเจอคนที่ดีเข้ามา เราก็ค่อยเทคนที่ 2 ก็ได้ เขาไม่น่าจะรั้งเราหรอก’ ต่อมา “ดีเจเกลือ” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า ‘ถ้าเกิดกังวลเรื่องการเลือก ไม่ต้องกังวล คุณไม่ได้เลือกหรอกครับเพราะว่าคนที่ 2 เขาก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าต่อให้คุณเลือกเขามันจะเจอกับอะไร คนที่ 1 คุณก็ไม่ได้เลือกเขาหรอกเพราะความลับมันไม่มีในโลก ตราบใดที่คุณยังคบซ้อนอยู่แบบนั้น วันหนึ่งเขาก็จะรู้ พอเขารู้เขาก็จะเลิกกับคุณ คุณก็จะไม่ได้เลือกเหมือนกัน ฉะนั้นก่อนที่จะมานั่งเครียดว่าเราจะเลือกใครดี ผมว่าเรามาวางตัวเองในความสัมพันธ์ที่ดีก่อนดีกว่าเพราะว่าการที่คิดว่าเราต้องการที่จะเลือกใครสักคนเพื่อเป็นที่พึ่งในใจเราอย่างเดียว มันไม่ใช่ความรักที่ถูกต้อง ความรักที่ถูกต้องมันต้องแชร์กัน เราไม่ได้รับอย่างเดียวเขาก็ต้องได้รับด้วย สำหรับผมเองยังไม่ต้องเลือกครับ ไปทำความสัมพันธ์ตอนนี้ให้มันถูกต้องก่อน’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘พี่ว่าเจมส์นึกถึงแต่ตัวเองเลย เจมส์ไม่ได้คิดถึงใครเลย เจมส์คิดถึงแค่ตัวเองเลยว่าตัวเองจะมีความสุขที่สุดในทางเลือกไหนที่ตัวเองเลือก ไม่แม้แต่กระทั่งจะกล้าหาญพอที่จะลองเสี่ยงในสิ่งที่ตัวเองเลือกด้วยเพราะเจมส์เห็นแก่ตัว คือเจมส์บอกว่าเจมส์ไม่ได้รักเขาแล้ว ยังไงก็เข้ากันไม่ได้แต่เจมส์ก็เลือกที่จะไม่บอกเลิกเขา เจมส์บอกว่าเจมส์อยู่ด้วยความผูกพัน พี่ว่าเจมส์ใช้คำนี้ไม่ได้ เพราะจริง ๆ เจมส์ก็ไม่ใช่คนรักที่ดีที่อยู่ด้วยความผูกพัน เจมส์ก็ยังมีอีกคนหนึ่ง แต่เจมส์แค่ไม่เด็ดขาดหรือไม่ก็รักตัวเองมากจนไม่อยากเสียอีกคนไป ถ้าไม่รักใครแล้วจริง ๆ ก็บอกกับเขาตรง ๆ บอกให้เขายอมรับแล้วก็เลิกกันเถอะ ส่วนคนที่ 2 เจมส์เชื่อในสิ่งที่เขาพูดใช่ไหมที่เขาบอกว่าเจมส์ยังไม่พร้อม ถ้าเจมส์เชื่อก็ไปคบกับเขาเลยเพราะพี่ว่าถ้าเจมส์เชื่อในสิ่งนี้และเจมส์คิดว่าอยู่กับคนนี้แล้วเรามีความสุขมากกว่าคนแรกก็ลองเลย ลองดู แม้ว่าพี่จะรู้สึกว่าเขาไม่ได้จริงจังอะไรกับเจมส์เพราะคนรักกันที่ไหนจะมาหาแค่ตอนเมาและก็มาเพื่อต้องการเงิน แต่ถ้าเจมส์เชื่ออย่างนั้นเจมส์ก็ไปหาคนนี้ได้เลย เพราะอย่างน้อยเจมส์ก็ไม่ต้องทรมานหรือหลอกคน ๆ หนึ่งตลอดเวลาว่าตัวเองไม่ได้รักเขาแล้วแต่ยังอยู่กับเขา แต่กับคนนี้เจมส์ต้องเลือกและกล้าที่จะรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองเลือก สุดท้ายถ้ามันไม่เวิร์คก็จะได้เรียนรู้ไว้แต่ว่าอย่าเห็นแก่ตัวจนกระทั่งไม่ทำอะไรสักอย่าง แต่ที่ทำอยู่ตอนนี้ไม่ได้ดีสักอย่างนะ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูรู้สึกว่าหนูได้เวลาจากแฟนเท่าไหร่ก็ไม่พอค่ะ จนแฟนบอกหนูว่า "ถ้าให้เวลามากกว่านี้ พี่จะไม่มีเพื่อนแล้วนะ" รักของเราเป็นรักทางไกลด้วย เวลาเค้าหายไปมันก็อดคิดมากไม่ได้ เวลาเค้าเล่นเกมกับเพื่อนเค้าก็จะหายไปเลย จนหนูต้องคอยโทรหาตลอด

21 ต.ค. 2024

หนูรู้สึกว่าหนูได้เวลาจากแฟนเท่าไหร่ก็ไม่พอค่ะ จนแฟนบอกหนูว่า "ถ้าให้เวลามากกว่านี้ พี่จะไม่มีเพื่อนแล้วนะ" รักของเราเป็นรักทางไกลด้วย เวลาเค้าหายไปมันก็อดคิดมากไม่ได้ เวลาเค้าเล่นเกมกับเพื่อนเค้าก็จะหายไปเลย จนหนูต้องคอยโทรหาตลอด

หนูรู้สึกว่าหนูได้เวลาจากแฟนเท่าไหร่ก็ไม่พอค่ะ จนแฟนบอกหนูว่า "ถ้าให้เวลามากกว่านี้ พี่จะไม่มีเพื่อนแล้วนะ"รักของเราเป็นรักทางไกลด้วย เวลาเค้าหายไปมันก็อดคิดมากไม่ได้ เวลาเค้าเล่นเกมกับเพื่อนเค้าก็จะหายไปเลยจนหนูต้องคอยโทรหาตลอด อยากรู้ว่านิสัยนี้มันงี่เง่าเกินไปไหมคะ? “คุณนิว (นามสมมติ)” อายุ 18 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [16 ต.ค.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจอ้อม’ เกี่ยวกับปัญหาแฟนให้เวลามากแล้ว แต่รู้สึกว่ายังไม่พอ โดย “คุณนิว (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูมีแฟนอายุ 20 ปี คบกันมาได้ประมาณ 6 เดือน เราสองคนคบกันแบบรักทางไกล อยู่คนละจังหวัด จะเจอกันเดือนนึง 1 ครั้ง แฟนหนูเขาให้เวลากับหนูมากแล้ว แต่หนูยังรู้สึกว่าเท่าไหร่ก็ไม่พอ จนตอนนี้เขาบอกว่าเขาไม่มีเพื่อนแล้ว เวลาที่เขาจะไปเที่ยวกับเพื่อน หนูก็ให้เขาไปตลอด แต่เวลาเขากลับมาเขาต้องมาง้อหนู เพราะหนูน้อยใจมากเลย ไม่ค่อยอยากให้เขาไปกับเพื่อนเหมือนกัน หนูพยายามเรียกร้องความสนใจ บางทีเขาเรียนเขาเลิก 1 ทุ่ม แต่หนูก็อยากให้เขาตอบแชทหนูเวลาเขาเรียนอยู่ ช่วงแรกๆเขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องโทรคุยกันตอนเขาทำงานหรือตอนเขาอ่านหนังสือ หนูงอแงจนเขาก็ยอมโทรคุยกับหนู หนูคิดว่าสิ่งที่หนูทำแล้วมันเยอะเกินไป คือ มีครั้งนึงเขาเลิกเรียนปุ๊บ เขาก็โทรคุยกับเพื่อนเพื่อที่จะเล่นเกม แต่เขาไม่โทรมาหาหนู เขาก็เงียบๆไป เขาก็หายไปประมาณครึ่งชั่วโมง หนูเลยถามเขาว่าหายไปไหน เขาบอกเล่นเกมกับเพื่อน หนูก็ร้องไห้ เขาก็เลยต้องหยุดเล่นเกม วางสายจากเพื่อน แล้วโทรมาหาหนู เพราะหนูรู้สึกว่าหนูรอเขามาทั้งวัน เขาไม่อยากคุยกับหนูหรอ ซึ่งสายล่าสุดที่เราคุยกันคือวันก่อนหน้า แต่เขาก็พิมพ์แชทมาคุยกับหนูตลอด แค่ไม่ได้โทรคุยกัน และก็มีอีกเหตุการณ์คือเขาขอนอนกลางวัน เพราะคืนที่ผ่านมาเขาทะเลาะกับหนู แล้วเขาไม่สบาย เพราะเขานอนดึก แต่หนูคิดว่าเขาคงไม่ได้อยากนอนกลางวันหรอก แต่แค่เขาไม่อยากคุยกับหนู หนูก็เลยร้องไห้ สุดท้ายเขาก็คอลกับหนูทั้งๆที่เขาป่วย แต่หนูรู้สึกผิดมาก หนูบอกเขาตลอดว่าหนูรู้สึกผิด แต่เขาบอกว่าหนูไม่ผิดหรอก เขาผิดเองที่ให้เวลาหนูไม่มากพอ หนูเคยพยายามจะเปลี่ยนนิสัย แต่มันติดนิสัย เวลาหนูรู้สึกแย่ หนูจะพิมพ์สั้นๆ แล้วเขาจะรู้ว่าหนูรู้สึกแย่ เขาก็จะถามเลยว่า “รู้สึกแย่ใช่มั้ย ขอโทษนะ งั้นเดี๋ยวนอนเสร็จแล้วคุยด้วยกันนะ” บางทีหนูก็บอกให้เขาไปหาเพื่อนก็ได้ แล้วค่อยกลับมาง้อ แต่หนูก็เคยคุยกับเขาว่าถ้าเขารู้ว่าหนูรู้สึกแย่ แล้วทำไมถึงทำ หนูก็รู้ว่าหนูงี่เง่ามาก ก็เลยอยากปรึกษาพวกพี่ๆดีเจว่า ทำยังไงให้ตัวเองเลิกงี่เง่าขนาดนี้?’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ศัลยกรรมก็เงินเรา แต่ทำไมมีแต่คนหวังดีเกินไป ?? สาวโทรปรึกษา เพิ่งเข้าวงการศัลยกรรม เติมสวยมาเรื่อยๆ แต่โดนคนรอบตัวพูดว่า “ทำไปทำไม หน้าก็เหมือนเดิม” “เก็บเงินไว้กินข้าวดีกว่ามั้ย?” “ถ้าคนมันจะสวย ไม่ต้องทำก็สวย”

16 มิ.ย. 2023

ศัลยกรรมก็เงินเรา แต่ทำไมมีแต่คนหวังดีเกินไป ?? สาวโทรปรึกษา เพิ่งเข้าวงการศัลยกรรม เติมสวยมาเรื่อยๆ แต่โดนคนรอบตัวพูดว่า “ทำไปทำไม หน้าก็เหมือนเดิม” “เก็บเงินไว้กินข้าวดีกว่ามั้ย?” “ถ้าคนมันจะสวย ไม่ต้องทำก็สวย”

ศัลยกรรมก็เงินเรา แต่ทำไมมีแต่คนหวังดีเกินไป ?? สาวโทรปรึกษา เพิ่งเข้าวงการศัลยกรรม เติมสวยมาเรื่อยๆ แต่โดนคนรอบตัวพูดว่า “ทำไปทำไม หน้าก็เหมือนเดิม” “เก็บเงินไว้กินข้าวดีกว่ามั้ย?” “ถ้าคนมันจะสวย ไม่ต้องทำก็สวย” เจอแบบนี้บ่อยๆเข้า รู้สึกว่าไม่ใช่แค่แซวแล้ว มันเหมือนบูลลี่กัน “คุณน้ำตาล (นามสมมติ)” อายุ 35 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [14 มิ.ย. 66] ได้โทรเข้ามาปรึกษาดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย นภาพร เกี่ยวกับปัญหาการศัลยกรรม โดย “คุณน้ำตาล (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘เรื่องเกิดมาจากหนูเริ่มเข้าวงการศัลยกรรม แต่ก่อนที่จะเริ่มเข้าวงการนี้ หนูก็ศึกษาหาข้อมูลก่อน ทีนี้มันก็จะมีผู้หวังดีหลายๆคน เห็นว่าหนูหาข้อมูล เขาก็จะเตือนนิดนึงว่าทำไปทำไม? ทำไมก็เสียดายเงิน ทำไปก็เหมือนเดิม เก็บเงินไว้กินข้าวดีกว่า บางคนก็จะพูดประมาณว่า ปกติคนที่ทำต้องเป็นดาราหรือทำเพื่ออาชีพเขาถึงจะทำกัน แต่ถ้าทำมาเฉยๆอย่าทำดีกว่า... ซึ่งผู้ที่หวังดีก็ไม่ใช่แค่คนๆเดียว แต่เป็นทั้งเพื่อนที่ทำงานและคนข้างนอก พวกเพื่อนๆของกลุ่มเพื่อนที่ทำงานที่เขาไม่ชอบการศัลยกรรม ไม่ใช่แก๊งที่สนิทกัน และเพิ่งเคยเจอกันด้วย เหมือนหยอกเล่นกันได้ ตอนแรกเขาคงไม่ได้ตั้งใจจะบูลลี่ แบบแค่แซวๆกัน แต่มันคงเป็นความผิดของหนูเองที่หนูเป็นคนเฉยมากๆ ไม่ตอบโต้อะไรเลย กลายเป็นหนูโดนบูลลี่มากกว่าคำว่าแซว ก่อนที่จะทำหนูก็เคยโดน และพอทำเสร็จแล้วก็โดน เขาจะทักว่าทำแล้วได้แค่นี้เองหรอ? โรงพยาบาลไหนทำให้ เดี๋ยวจะไปเผาไม่ให้ใครไปทำเลย หนูก็คิดว่าเขาคงแซวๆ พูดเล่น ก็เลยไม่ได้ตอบโต้อะไรเขาไป จนเพื่อนพูดกับหนูมาประโยคนึงว่าไม่เป็นไร ถ้าคนมันจะสวย ไม่ต้องทำก็สวย หนูก็รู้ตัวเองว่าเป็นคนไม่สวย ก็เลยต้องเข้าวงการนี้เพื่อมาทำ แล้วหนูก็ทำศัลยกรรมต่อเรื่อยๆ เข้าวงการฉีดหน้าบ้าง จนล่าสุด หนูเพิ่งไปทำมาก็โดนอีก เพราะรอบนี้หน้ามันจะต้องบวม และกว่าจะยุบก็ต้องใช้เวลานิดนึง พอหนูไปทำงานก็โดนว่าเลย ‘ดูสิ ทำมาแล้วเป็นแบบนี้ ไม่เสียดายเงินบ้างหรอ ทำมาแล้วน่าเกียจมากเลย’ ทำให้หนูเสียเซลฟ์ (ความมั่นใจ) และหนูก็ถามเขาเลยว่าอันนี้พูดเล่นใช่มั้ย เพราะรู้สึกว่ามันเยอะเกินไปแล้ว และมีอีกเหตุการณ์ คือ หนูนั่งดูรูปรุ่นพี่คนที่เขาทำศัลยกรรมเหมือนกัน แล้วหนูก็อุทานออกมาเองว่า ‘สวย ขนาดไม่ทำยังสวย ทำมาแล้วยิ่งสวยใหญ่เลย’ เพื่อนก็เลยทักว่านั่นนะสิ สวยจริงๆ สวย! สวยๆๆ พูดขนาดนี้แล้วเธอยังไม่รู้ตัวอีกหรอ? หนูก็สตั้นไป และถามเขาว่าตั้งใจว่าเราโดยเฉพาะใช่มั้ย หรือปกติทำไมต้องพูดว่าคนอื่นด้วย เขาก็บอกว่าปกติไม่ได้ว่าใครหรอก แต่เพราะเธอนั่นแหละก็เลยว่า หนูก็นิ่งไป ทำอะไรไม่ถูก ก็เลยเดินออกไป...’ “คุณน้ำตาล (นามสมมติ)” ก็ได้ถามพี่ๆดีเจว่า ‘หนูอยากรู้วิธีรับมือกับเหตุการณ์แบบนี้ แล้วผิดมากไหมที่หนูทำศัลยกรรม’ ซึ่ง ดีเจเผือก ให้คำแนะนำว่า ‘ถ้าจะต้องรับมือกับคนแบบนี้ การเงียบหรือการแสดงออกไม่ว่าจะเป็นการพูด การใช้สายตา หรือการกระทำที่แสดงให้รู้ว่าไม่ชอบก็สามารถทำได้ แต่สิ่งที่คุณน้ำตาลตอบโต้กลับไปมันถูกแล้ว มันเป็นการแสดงออกว่าเราไม่ชอบที่เขาพูดแบบนี้ใส่เรา เรื่องศัลยกรรมมันเป็นความชอบและความสุขเฉพาะบุคคล คนที่ไม่ได้ทำมักจะไม่เข้าใจว่าทำไมต้องลงทุน ยอมเจ็บตัว ถ้าเราอยู่ท่ามกลางคนที่มีมารยาทถึงเขาจะไม่เข้าใจ แต่เขาจะไม่เข้ามาก้าวก่ายเรื่องที่เป็นความสุขของเรา ฉะนั้นคุณน้ำตาลต้องเข้าใจด้วยว่าความสุขของเรามักจะไปมีปัญหากับคนอื่นเสมอ ถ้าอยากบอกคนเหล่านั้นก็บอกได้ว่า นี่คือเงินของเรา และเราทำเพื่อความสุขของเรา ‘ไม่ได้ไปเอากระดูกอ่อนของใครมาใช้’ ถึงเวลาที่จะเปลี่ยนวิธีตอบโต้ของเราได้แล้ว ดีเจเติ้ล ให้คำแนะนำเสริมว่า ‘คุณน้ำตาลไม่ต้องตั้งคำถามในการทำศัลยกรรมของตัวเองว่ามันถูกหรือผิด เพราะมันคือสิทธิ์ของคุณน้ำตาล คนที่มีปัญหาแทนนั่นคือคนสาระแนทั้งหมด มันไม่ใช่เรื่องของเขา ถ้ามันไม่ได้ไปเดือดร้อนใคร คุณน้ำตาลไม่จำเป็นที่จะต้องตั้งคำถามกับเรื่องนี้ การทำศัลยกรรมเป็นเรื่องปกติมาก’ ส่วนเรื่องการรับมือ ดีเจเติ้ล ให้คำแนะนำว่า ‘ถ้ายังอยากรักษาความสัมพันธ์กับคนพวกนั้น คุณน้ำตาลต้องชัดเจนที่จะแสดงคำพูด การกระทำให้เขาเห็นว่าเราไม่ชอบ เราจริงจังกับเรื่องนี้ มันไม่ใช่เรื่องสนุก ไม่ว่าเขาจะพูดด้วยความเป็นห่วง หวังดีหรืออะไรก็ตาม แต่เรื่องนี้มันเป็นเรื่องส่วนตัวของคุณน้ำตาล ซึ่งมีแค่คุณน้ำตาลคนเดียวเท่านั้นที่จะพอใจหรือไม่พอใจ ฉะนั้นคุณน้ำตาลสามารถพูดออกไปตรงๆได้เลย หรือถ้าคุณน้ำตาลไม่อยากตอบโต้ก็ไม่ต้องสนใจคำพูดพวกนี้ปล่อยให้มัน เข้าหูซ้ายทะลุหูขวาไป ไม่ต้องไปให้ค่า’ และ ดีเจอ้อย ให้คำแนะนำว่า ‘ไม่ว่าเขาจะพูดยังไงกับการทำศัลยกรรมของคุณน้ำตาลแต่ถ้าคุณน้ำตาลพึงพอใจกับตัวเองแค่นั้นก็จบแล้ว ตอนนี้คุณน้ำตาลให้ค่ากับปากคนอื่นเยอะเกินไปจนอคติกับตัวเอง คนบนโลกนี้ต่อให้ยืนเฉยๆก็โดนนินทา แต่ถ้าโดนพูดไม่ดีใส่อีก ให้เราพูดชมกลับ บางทีมันดูแดกดันกว่า และอาจจะช่วยให้ไม่เสียบรรยากาศเวลาทำงานด้วยกัน’ ดีเจอ้อยทิ้งท้ายไว้ว่า ‘อย่าใช้ชีวิตไปตามปากคนอื่นและอย่าให้ปากใครสูงค่า จนทำร้ายหัวใจเราได้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมเป็นเกย์ครับ แต่ทำไมชอบโดนคนรอบข้างเหมารวมว่า "เกย์ต้องบ้าผู้ชาย" "เกย์ต้องอยากกินผู้ชายหล่อๆ" ทั้งๆที่ผมไม่ได้เป็นแบบนั้น ทำตัวปกติเหมือนคนอื่นทั่วไปมาตลอดเลย...

22 ธ.ค. 2023

ผมเป็นเกย์ครับ แต่ทำไมชอบโดนคนรอบข้างเหมารวมว่า "เกย์ต้องบ้าผู้ชาย" "เกย์ต้องอยากกินผู้ชายหล่อๆ" ทั้งๆที่ผมไม่ได้เป็นแบบนั้น ทำตัวปกติเหมือนคนอื่นทั่วไปมาตลอดเลย...

คุณธี (นามสมมติ) อายุ 38 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (20 ธ.ค 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก- ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม ทำไมเวลาไปไหนมาไหน คนชอบมองผมที่เป็น LGBT ว่าทุกคนที่เป็นแบบนี้ ต้องเหมารวมว่าทำเหมือนกันทุกคน ทั้ง ๆ ที่เราไม่ได้เป็นแบบนั้น! โดยคุณธี (นามสมมติ) ได้เริ่มเล่าว่า ‘ ผมเป็นเกย์ เป็นคนปกติทั่วไป อายุตอนนี้ก็ 37-38 ปีละ แต่คนส่วนใหญ่ จะมองว่าเกย์มักจะหมกมุ่นแต่เรื่องเซ็กส์อย่างเดียว ซึ่งมันมีหลายเหตุการณ์ที่เราก็เจอมา อย่างเช่น เวลาเราอยู่ที่ทำงาน หรือตามห้าง เวลาที่มีผู้ชายเดินผ่าน ไม่รู้หรอกว่าเขาเป็นเกย์หรือไม่เป็นเกย์ ทุกคนในกลุ่มเราก็จะชอบจ้องมาที่เราแล้วพูดว่า ”จ้องใหญ่เลยนะ อยากได้ผู้ชายคนนั้นล่ะซิ” หรือแม้กระทั่งเวลาเราไปยิม เราจะชอบลงสอตอรี่ไอจี เพื่อนก็ชอบแซวว่า “ไปดูผู้ชายเหรอ” อะไรแบบนี้ ยิ่งถ้าเราถ่ายคู่กับเทรนด์เนอร์นะ คนยิ่งแซวเราหนักกว่าเดิมว่า “ได้กินแล้วล่ะซิ ไปนัดกันยังไงล่ะ” มันรู้สึกไม่โอเคที่ทุกคนคิดว่าเกย์เป็นแบบนี้ จนมันมีเหตุการณ์ที่เราไม่โอเคมากที่สุดคือวันนั้นก็นั่งคุยกันกับเพื่อน จู่ ๆ มันก็มีประเด็นให้คุยกันว่า ลูกฉันเป็นอย่างนั้น ลูกชั้นเป็นอย่างนี้ พอเราพูดว่า “ผมก็ชอบเด็กผู้ชาย เด็กผู้ชายเขามีกิจกรรมบู๊ ๆ ตลอด” เพื่อนก็จะแซวเราว่า “ขนาดเด็กก็ยังไม่เว้นเลยนะ ก็แน่ล่ะซิ แกมันชอบผู้ชายหนิ” จริง ๆ เจตนาเราไม่ได้คิดอย่างนั้นเลย ผมก็รู้แหละว่าเขาก็พูดหยอกล้อกันตามประสาเพื่อน แต่สำหรับเรามันก็แอบไม่โอเคสักเท่าไหร่ หรืออย่างเวลาเราไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อน เวลาอัพรูปกลุ่มเพื่อนเราลงโซเชียล ก็จะมีคอมเมนต์ประมาณว่า “เป็นกลุ่มสวิ้งกิ้งเลยนะ เป็นยังไงแซ่บมั๊ย ?” อะไรทำนองนี้ เราก็ไม่ได้อยากให้เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ก็เลยคิดว่าช่างมันเถอะ เล่นตามน้ำไป ดูที่เจตนาดีกว่า วันนี้เราเลยอยากมาปรึกษาพี่ ๆ อย่างแรกคือ ที่เราตอบโต้ไปแบบนั้น มันถูกต้องมั๊ย หรือพี่ ๆ มีคำแนะนำอะไรกับผมมั๊ย?อย่างที่สองคือ เราคิดว่ารายการนี้ก็มีคนดูเยอะ จึงอยากฝากถึงทุกคนที่กำลังคิดแบบนี้ ว่าเกย์หรือเพศแบบเรา ไม่ได้เป็นเหมือนกันทุกคน โดย “ดีเจหอม” ได้ให้คำปรึกษาเป็นลำดับแรก‘ เราทุกคน จะมีเรื่องที่เราไม่ชอบให้ใครมาพูดแบบนี้กับเราอยู่ในใจ ซึ่งเวลาคนเหล่านั้นพูดบางทีเขาคงไม่รู้แหละ หรืออาจจะรู้แต่อยากพูดให้เราเจ็บปวด หอมจะไม่อยากให้ใครรู้ว่าเราเจ็บปวดเรื่องไหน เพราะถ้าคนอื่นที่ไม่ชอบเรารู้ว่าเราอ่อนไหวเรื่องนี้ เขายิ่งจะพูดแบบนี้กับเรา ฉะนั้นแล้ววิธีของหอมที่จะปกป้องตัวเองเวลาเจอสถานการณ์นี้คือการเล่นตลกไปเลย ยอมรับไปเลย ให้คนที่มันกำลังล้อเรารู้สึกว่าทำอะไรเราไม่ได้จากการที่เขาพูดแบบนั้น แต่จากที่หอมฟังคุณธีเล่า หอมคิดว่าคนพวกนั้นไม่ได้ต้องการให้คุณธีรู้สึกเจ็บปวด แต่ภาพลักษณ์ของเกย์ของคนส่วนใหญ่เป็นแบบนั้นจริง ๆ ซึ่งหอมคิดว่ามันไม่ใช่ปัญหาของเราแต่เป็นปัญหาของเขา หอมอยากจะบอกกับทุกคนว่าต่อให้เราเห็น 70% 80% ของเกย์ที่เป็นแบบนั้น แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกตั้ง 20% ของเกย์ที่ไม่ได้เป็นแบบนั้น ฉะนั้นการที่คุณจะแซวอะไรกับใคร อาจจะต้องศึกษาคนรอบข้างสักนิดนึง ถ้าเราไม่ได้สนิทมาก ก็อย่าพลั้งปากพูดอะไรที่มันอึดอัดเลย ต่อมา “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘ ถามว่าการตอบโต้ของธีที่จะเล่น ๆ ขำ ๆ มันจะดีมั๊ย? ไม่รู้ว่าดีมั๊ย แต่พี่จะไม่ใชวิธีนั้น ถ้าใครเข้ามาเล่นมุขแบบนี้พี่จะขำแห้งไปเลย ให้รู้ว่าเขากำลังเสียมารยาทนะ ทำให้รู้ไปเลยว่าเราก็ไม่ได้สบอารมณ์กับอะไรแบบนี้ เพราะฉนั้นคำถามแรกพี่ไม่เห็นด้วยที่จะเล่นตามน้ำ อย่างที่สอง เมื่อคนคนส่วนมากจะใช้มุขเหล่านี้เพื่อละลายพฤติกรรม แต่ตอนนี้วิธีคิดคนปัจจุบันมันเปลี่ยนไปแล้ว คนก็ควรจะเปลี่ยนไปตาม การที่เราจะรณรงค์อะไร สำหรับผม ผมอยากจะบอกทุก ๆ คนว่า ราไม่ต้องพยายามทำให้มันตลก เพื่อสร้างบทสนทนากับใครสักคนโดยการเล่นมุขอะไรแบบนั้น มันเสี่ยงมากที่จะทำให้บทสนทนานั้นมันเปลี่ยนทิศทางไป ถ้าเทียบกับการที่เราคุยกันปกติดีกว่าจะได้ไม่ต้องอึดอัด เพราะบางทีเขาอาจจะคิดว่าบทสนนาแบบนี้มันทำให้เราเฮฮา แต่จริง ๆ เราไม่ได้รู้สึกดีหรอก ปิดท้ายด้วย “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘ พี่อยากจะแชร์ในฐานะที่พี่ก็เป็นเกย์เหมือนกับคุณธี สำหรับพี่ อาจจะยังไม่เจอสถานการณ์แบบนี้ เพราะฉะนั้นพี่ก็ไม่อยากให้เหมารวมว่าเกย์จะเป็นแบบนี้ทุกคน อาจจะเป็นความโชคร้ายของคุณธีที่ต้องเจอคนเหล่านี้ เพราะยังมีคนอีกหลายคนบนโลกนี้ที่ไม่ได้มาตัดสินคนด้วยเพศสภาพหรืออะไรก็ตาม อย่างคำถามแรกพี่ว่าแล้วแต่สะดวกของคุณธีนะว่าจะยิ้มแห้ง ๆ ให้จบไป หรือเล่นตามน้ำก็แล้วแต่เราเลย เพราะขนาดดาราเขายังเจอเรื่องอะไรแบบนี้เลย มันขึ้นอยู่กับเราอะว่านิสัยเราเป็นยังไง และธีให้ค่าคำพูดคนพวกนั้นขนาดไหน เพราะสำหรับพี่ถ้ามันมาจากคนที่พี่ไม่ได้ให้ค่า พี่ไม่สนใจอะไรเลยนะ เพราะเขาไม่ได้รู้จักพี่เลย ถ้าคนนั้นเขาได้พัฒนาทางสติปัญญา วุฒิภาวะเขามีพี่ว่าเขาคงไม่ทำ เพราะยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
♪efm
-

-