แต่งงานมา 1 ปีแล้ว แต่ยังไม่เคยประสบความสำเร็จในการมีเซ็กซ์กับสามี ซึ่งเราไม่มีประสบการณ์กันทั้งคู่เลยกังวลและกลัวมาก แต่ก็ไม่อยากให้เกิดปัญหาในความสัมพันธ์ ควรทำอย่างไรดีคะ ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แต่งงานมา 1 ปีแล้ว แต่ยังไม่เคยประสบความสำเร็จในการมีเซ็กซ์กับสามี ซึ่งเราไม่มีประสบการณ์กันทั้งคู่เลยกังวลและกลัวมาก แต่ก็ไม่อยากให้เกิดปัญหาในความสัมพันธ์ ควรทำอย่างไรดีคะ ?

27 ก.พ. 2026

แต่งงานมา 1 ปีแล้ว แต่ยังไม่เคยประสบความสำเร็จในการมีเซ็กซ์กับสามี

ซึ่งเราไม่มีประสบการณ์กันทั้งคู่เลยกังวลและกลัวมาก

แต่ก็ไม่อยากให้เกิดปัญหาในความสัมพันธ์ ควรทำอย่างไรดีคะ ?

       ‘คุณของขวัญ (นามสมมุติ)’ สายแรก ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (24 มกราคม 2569) ได้เข้ามาปรึกษา 'ดีเจต้นหอม-ดีเจเติ้ล-ดีเจเกลือ' และ ‘หมอท้อป - นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic’ เรื่อง จะมีวิธีก้าวข้ามความกลัวในการมีเพศสัมพันธ์อย่างไร

       ‘คุณของขวัญ (นามสมมุติ)’ อายุ 32 ปี ได้เล่าว่า เล่าว่าเธอคบหากับแฟนมา 4-5 ปี ในรูปแบบความสัมพันธ์ทางไกล ก่อนจะย้ายมาอยู่ด้วยกันปี 2563 และแต่งงานเมื่อปีที่แล้ว โดยที่มีความตั้งใจว่าจะมีเพศสัมพันธ์หลังการแต่งงานเท่านั้น เพราะแม่ของคุณของขวัญมักสอนอยู่ตลอดว่าต้องเก็บครั้งแรกไว้ให้สามี แต่เธอเป็นแฟนรายการ ฟังรายการพุธทอล์คพุธโทรมาตลอด และได้นำคำแนะนำไปปรับใช้ ที่ว่า ชีวิตคู่ควรจะลองกันไปทุก ๆ ด้าน จะได้รู้ว่าเราสามารถเข้ากันได้มั้ย ในตอนนี้เธอมั่นใจแล้วว่า แฟนคนนี้จะเป็นสามีของเธอในอนาคต จึงตัดสินใจที่จะบอกแฟนว่า เรามาทดลองทำครั้งแรกกันเถอะ 

       แต่เมื่อถึงสถานการณ์จริง มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะทั้งเธอและแฟน ก็ยังไม่เคยมีประสบการณ์กันทั้งคู่ ทุกอย่างจึงดูเก้ ๆ กัง ๆ แล้วเธอมีความรู้สึกเจ็บ ไม่สามารถฝืนทำกิจกรรมต่อได้ จึงหยุดไป โดยที่ยังไม่มีการสอดใส่

       ครั้งที่ 2 เธอและแฟน ตัดสินใจลองใหม่อีกครั้ง ครั้งนี้ดีกว่าครั้งแรก แต่ก็เกิดเหตุที่ทำให้เธอและแฟนกังวลใจ นั่นคือมีเลือดออกปริมาณมาก ขณะกำลังดำเนินกิจกรรมทางเพศ ทำให้ทั้งคู่ตกใจและหยุดกิจกรรมไป หลังจากนั้นก็ไม่เคยมีอะไรกันอีกเลย

       เมื่อไม่กี่วันก่อน เป็นวันครบรอบแต่งงาน 1 ปี ก็ได้เริ่มลองใหม่อีกครั้ง เพราะมีความรู้สึกว่า เมื่อตอนนี้เราแต่งงานแล้ว เรื่องนี้ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคู่ แต่มันก็ยังไม่สำเร็จเหมือนเดิม ไม่สามารถสอดใส่ได้ เธอเคยช่วยตัวเอง และสำเร็จแค่ภายนอกเท่านั้น ความพยายามที่ไม่สำเร็จซ้ำ ๆ ยังส่งผลให้สามีเริ่มขาดความมั่นใจ สามีของเธอพูดกับเธอว่า “ยิ่งมันไม่ประสบความสำเร็จมากเท่าไหร่  ความมั่นใจก็ยิ่งน้อยลง” 

       ตัวคุณของขวัญเองก็เคยไปตรวจภายในแล้ว แต่ผลตรวจก็ออกมาปกติ ซึ่งความรู้สึกจริง ๆ แล้ว เธอก็ไม่ได้มีความต้องการทางเพศสักเท่าไหร่ แต่อาจจะด้วยระยะเวลาที่คบกันมานาน จนกลายเป็นเพื่อนกันได้ สนิทกันมาก หรืออายุของเธอ หรืออาจเพราะความกลัว เธอรู้ว่าเรื่องการมีเพศสัมพันธ์เป็นสิ่งที่แฟน หรือเพศชายต้องการ แต่เมื่อเธอให้ไม่ได้เพราะกลัว มันจะเกิดปัญหาขึ้นในอนาคตมั้ย หรือจริง ๆ มันอาจจะเกิดขึ้นแล้วก็ได้ จึงอยากปรึกษาพี่ๆ กับคุณหมอว่า ควรก้าวข้ามไปยังไง เพื่อให้ชีวิตคู่มันสมบูรณ์ 

       เริ่มด้วย 'ดีเจต้นหอม' แนะนำว่า "เท่าที่ฟัง มองว่าปัญหาส่วนใหญ่น่าจะเกิดจากสภาพจิตใจล้วน ๆ โดยมีความกังวลสูงมาก เนื่องจากทั้งคู่เป็นมือใหม่ด้วยกันทั้งสองฝ่าย อาจจะยังไม่ต้องสำเร็จโดยการสอดใส่ในครั้งแรกก็ได้ ใช้วิธีอื่นไปก่อน เน้นการเล้าโลมเป็นพิเศษ และสิ่งสำคัญคือการรู้จักจุดที่ทำให้เกิดความสุขทางเพศ (จุดฟิน) ซึ่งสำหรับผู้หญิง ควรสำรวจร่างกายตนเองว่าจุดใดบ้างที่สามารถช่วยให้ไปถึงจุดสุดยอดได้ ถ้าเกิดพยายามแล้วไม่ได้จริง ๆ ท้ายที่สุด อย่ากังวลว่า ถ้าเราไม่มีเซ็กซ์กันเลย เราจะอยู่ด้วยกันไม่ได้ ชีวิตคู่อยู่ที่ความพอใจ ถ้าคุณสองคนพอใจกับสิ่งนี้มันสามารถไปต่อได้"

       ตามด้วย 'ดีเจเติ้ล' ให้คำปรึกษาว่า "พี่เองก็เคยเป็น ที่มีความกังวล ไม่มั่นใจ มันสามารถเป็นได้ พี่ว่าทุกคนเคยเป็น และเห็นด้วยกับดีเจต้นหอมที่แนะนำว่า ควรเริ่มต้นด้วยการเล้าโลมและผ่อนคลายก่อนเป็นอันดับแรก โดยย้ำว่าเจลหล่อลื่นมีความสำคัญ และพี่ขอแชร์จากเรื่องส่วนตัว พี่ก็เคยที่ไม่โอเคเลยกับการเป็นรับเพราะมันเจ็บมาก แต่พอเรารู้ และมีประสบการณ์แล้ว มันจะทำได้ จะกลายเป็นความรู้สึกที่ดีได้’

       'ดีเจต้นหอม' เสริมอีกว่า "ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นตามมาหลังจากที่สามารถสอดใส่ได้สำเร็จแล้ว คือการฟินไม่เป็น ซึ่งผู้หญิงถึง 33% ที่ฟินไม่เป็น ก็ยังสามารถใช้ชีวิตอยู่กับสามีได้อย่างมีความสุข"

       และต่อด้วย 'ดีเจเกลือ' พูดว่า "ในมุมมองของผม เมื่อเราจะทำกิจกรรมทางเพศแล้วเกิดความตื่นเต้น ความหวาดกลัว หรือความตกใจ จะส่งผลให้เกิดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ จนไม่สามารถสอดใส่เข้าไปได้ สิ่งที่ผมอยากช่วยคุณของขวัญคือการปรับเปลี่ยนความคิด (Mindset) เพราะยิ่งเราวิตกกังวลก็จะยิ่งเพิ่มความกลัว จึงอยากให้เปลี่ยนมุมมองว่า หากวันนี้เราพยายามแล้วไม่สำเร็จอีก ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยเริ่มใหม่ เปรียบเสมือนกับการเล่นกีฬา ที่เมื่อวันนี้เราเล่นแพ้ ก็ไม่เป็นไร พรุ่งนี้เราเล่นใหม่ อะไรที่ไม่เวิร์คก็ให้ปล่อยผ่านไป แล้วค่อยเริ่มต้นใหม่ในครั้งต่อไป  ทุกอย่างมันพังได้ ไม่จำเป็นต้องเก่งทุกครั้ง แต่ถ้าพยายามแล้วยังไม่เวิร์คแนะนำให้ไปพบนักจิตวิทยาแล้วบำบัด จะช่วยได้เยอะเลยในการปรับทัศนคติของเรา"

       ปิดท้ายด้วย 'คุณหมอท้อป' พูดว่า "จริง ๆ แล้ว คนที่มีปัญหาเหมือนคุณของขวัญก็เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นคู่สมรส หรือเป็นแฟนกัน มันไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ปัญหาเหล่านี้ก็คงเกิดเพราะมีความกังวลที่ค่อนข้างเยอะ อย่าเอาหนังผู้ใหญ่มาเป็นบรรทัดฐาน การที่คุณของขวัญได้ไปตรวจภายในกับคุณหมอเพื่อตรวจเช็กว่าเป็นปกติมั้ยนั้นถือเป็นสิ่งที่ถูกต้อง 

       เรื่องที่สองคือการกังวลจนหดเกร็ง ซึ่งวิธีการแก้ก็ขึ้นอยู่กับบุคคล และเรื่องของขนาดเพศชายบางทีถ้าเป็นขนาดใหญ่มากก็อาจจะเข้ายาก ฉนั้นถ้ามีปัญหาแบบนี้ไม่ต้องอาย ให้ปรึกษาคุณหมอได้เลย คุณหมอก็จะได้แนะนำว่า ต้องทำยังไง ตามที่ดีเจเกลือแนะนำเรื่องการปรับมายเซตนี่ถูกต้อง เพราะเซ็กซ์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์เท่านั้น และไม่ใช่ทั้งหมดของความสัมพันธ์ คุณไม่ควรต้องรู้สึกผิดใด ๆ ทั้งสิ้น ควรมีการเล้าโลม (Foreplay) อย่างเพียงพอโดยไม่ต้องเร่งรีบในการสอดใส่ เพราะความสุขทางเพศสามารถเกิดขึ้นได้หลากหลาย อย่าฝืนและอย่ากดดันตนเอง เพราะถ้าหากเรากดดันจนรู้สึกว่าการมีเพศสัมพันธ์คือ 'บทลงโทษ' นั่นจะนำไปสู่ปัญหาที่แท้จริงในภายหลังได้"

เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ถึงคราวต้องเลือก! ระหว่างแฟนกับสัตว์เลี้ยง ..จะเลือกอะไรดีคะ? l พุธทอล์คพุธโทร 17 ธันวาคม 68

19 ธ.ค. 2025

ถึงคราวต้องเลือก! ระหว่างแฟนกับสัตว์เลี้ยง ..จะเลือกอะไรดีคะ? l พุธทอล์คพุธโทร 17 ธันวาคม 68

“คุณใบชา (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (17 ธันวาคม 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับเรื่องที่เป็นคนชอบเลี้ยงสัตว์มาก แต่แฟนไม่อยากให้เลี้ยง เลยต้องเลือกระหว่างแฟนกับเลี้ยงสัตว์ โดย “คุณใบชา (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ปัญหาคือหนูจะเลือกเลี้ยงสัตว์หรือเลือกแฟนดี ตอนนี้คบกับแฟนมา 10 ปีแล้ว มีเลี้ยงสัตว์ด้วยกัน เป็นหนูแกสบี้ 2 ตัว แต่ตอนนี้เหลืออยู่ 1 ตัว เพราะพึ่งเสียไปเมื่อต้นปี หลังจากที่เสียตัวแรกไปแฟนก็บอกมาตลอดว่า เขาไม่อยากเลี้ยงแล้ว เขาทำใจยาก แต่ตอนนั้นที่คุยกัน หนูก็คิดว่ามันพึ่งผ่านเหตุการณ์มา เลยไม่คิดอะไร จนอาทิตย์ที่ผ่านมา น้องอีกตัวเริ่มป่วย เพราะอายุที่เยอะแล้ว คุณหมอเริ่มบอกให้ทำใจได้แล้ว ซึ่งหนูทำใจได้นะ แต่แฟนทำใจไม่ได้ เขาเลยมาคุยว่า ถ้าตัวนี้ไปแล้วเขาจะไม่เลี้ยงแล้วนะ เขาทำใจไม่ได้ เขาไม่รู้จะรับมือกับมันยังไง แต่หนูคิดว่าเรื่องการสูญเสีย มันเป็นเรื่องปกติที่ต้องเจอ ช่วงที่ผ่านมาหนูก็รู้สึกว่าเขาเปลี่ยนไป ตอนแรกนึกว่าเขาเครียดเรื่องงาน แต่เขามาพูดกับหนูว่า เขาเปลี่ยนไปเพราะว่าหนูตัวแรกมันหายไปนะ ถ้าเกิดตัวนี้มันหายไปอีกก็ไม่รู้จะทำยังไง คือหนูเป็นคนชอบสัตว์เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก ๆ แต่นี่เป็น 2 ตัวแรกของเขา พอคุยกันไปมา เขาบอกให้เลือกว่าจะเลี้ยงสัตว์หรือเลิกกับเขา ถ้ามีเขาต้องไม่มีสัตว์เลี้ยง หนูก็เลือกยังไม่ได้ต้องขอคิดดูก่อน แต่เขากับหนูก็ซื้อบ้านอยู่ด้วยกัน เป็นครอบครัวที่อยู่ด้วยกันจนชินไปแล้ว เข้าใจเขานะที่ไม่อยากมี คือหนูจะเป็นคนเลี้ยงเป็นหลัก เขาเห็นหน้าทุกวันก็จะมีเดินมาเล่นมาดู แต่ก็รู้ว่าตอนที่เสียสัตว์เลี้ยงไป เขาเหมือนใจไม่ค่อยไหวจริง ๆ และเขายังบอกอีกว่า ในชีวิตเขาตอนนี้ ถ้าเขาต้องรับมือกับการสูญเสียขอให้มีแค่ พ่อ แม่ พี่ชาย เรา และหนูตัวสุดท้ายนี้ก็พอ ถ้ามีเข้ามาอีกก็ไม่รู้ว่าจะรับมือมันยังไง ปัญหาของใบชาวันนี้ที่อยากจะปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนคือ “หนูเลือกไม่ถูก ระหว่างสัตว์เลี้ยงกับแฟน” หนูควรจะทำยังไงดีคะ เริ่มด้วย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘คำขาดของเขาบางทีมันฟังดูอาจจะเอาแต่ใจ แต่อยากมองว่าผลมันเป็นยังไง เขาจะรับได้มั้ย สมองคนเราในการตีความหรือรับมือในสิ่งต่าง ๆ ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราเห็นกับตามาแล้วว่าแฟนเรา Effect มันเป็นยังไงกับการสูญเสียคนในครอบครัว แล้วเขาพูดมาชัดเจนมาก ว่าชีวิตเขาจะทำใจสำหรับคนที่มีอยู่ตรงนี้เท่านั้น เขารักเรามากเลยนะ’ ต่อด้วย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ตอนนี้เรามีแฟนแล้วก็หนูแกสบี้อยู่ ถ้าวันใดวันหนึ่งน้องต้องจากไป ตอนนั้นเรายังมีแฟนอยู่ ทีนี้ถ้าเราจะมีสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ แล้วจะต้องเสียแฟนคนนี้ไป เป็นพี่จะเอาคนที่มีอยู่ตรงนี้มากกว่า เพราะเขารักเรามาก’ ต่อด้วย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เขาเลือกพูดอะไรที่ฟังดูกระทบจิตใจเรา เพราะเขาไปถึงที่สุดของปลายทางแห่งความรู้สึกแล้ว มันไปแตะเส้นตรงนั้น เขาขอความเห็นใจกับเราไปแล้ว แต่เรากลับไม่ได้ตอบรับเขา มันเลยไปถึงจุดที่เขาจะต้องพูดอะไรบางอย่าง ว่าเรื่องนี้มันสำคัญกับเขา แกสบี้ไปที่ไหนก็เล่นได้ แต่ผู้ชายคนนี้มีคนเดียวบนโลก แล้วเตรียมคำพูดปลอบเขาในวันที่หนูอีกตัวไปได้เลย อะไรที่คือคำพูดที่ดี ในวันที่เขาจะต้องสูญเสียอีกตัวหนึ่งไป บอกเขาเลยว่า การอยู่บางทีมันทรมานมากกว่าปล่อยให้น้องไปสบาย’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

บ้านหนูของหายทุกเสาร์ อาทิตย์ พ่อกับน้องชายเลยแอบติดกล้องวงจรปิดจับคนร้าย สุดท้ายเป็น แฟนของพี่ชาย เข้าออกห้องหนูทุกครั้งที่มาบ้าน เคยขโมยกระปุกครีมไป พอถาม ยอมรับว่าเอาไปจริง แต่เอาไปทิ้งเพราะไม่ชอบหนู

23 ก.พ. 2024

บ้านหนูของหายทุกเสาร์ อาทิตย์ พ่อกับน้องชายเลยแอบติดกล้องวงจรปิดจับคนร้าย สุดท้ายเป็น แฟนของพี่ชาย เข้าออกห้องหนูทุกครั้งที่มาบ้าน เคยขโมยกระปุกครีมไป พอถาม ยอมรับว่าเอาไปจริง แต่เอาไปทิ้งเพราะไม่ชอบหนู

​บ้านหนูของหายทุกเสาร์ อาทิตย์ พ่อกับน้องชายเลยแอบติดกล้องวงจรปิดจับคนร้ายสุดท้ายเป็น แฟนของพี่ชาย เข้าออกห้องหนูทุกครั้งที่มาบ้าน เคยขโมยกระปุกครีมไปพอถาม ยอมรับว่าเอาไปจริง แต่เอาไปทิ้งเพราะไม่ชอบหนูพี่ชายหนูจ่ายค่าครีมให้แล้ว พ่อบอกไม่อยากให้ทะเลาะกัน ทำไงดีคะ? “คุณอาย(นามสมมติ)” อายุ 26 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (21 ก.พ. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเติ้ล - ดีเจเผือก - ดีเจอ้อย นภาพร’ กับปัญหาของหาย แต่คนที่ขโมยคือแฟนของพี่ชาย... โดย ​“คุณอาย(นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ที่บ้านหนูมีกันอยู่ 4 คน มีพ่อ พี่ชาย หนู แล้วก็น้องชาย และพี่ชายก็ชอบพาแฟนมาอยู่ที่บ้านทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ก่อนหน้านั้นก็ปกติไม่ได้มีปัญหาอะไร ทุกคนก็ทำหน้าที่ของตัวเอง จนวันหนึ่งพ่อกับน้องรู้สึกว่ามันเริ่มมีของหาย และหายไปทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ไม่ว่าจะเป็นเงิน ของมีค่าต่าง ๆ ทีนี้พ่อกับน้องก็เลยแอบติดกล้องวงจรปิดในบ้าน โดยที่หนูเองก็ยังไม่รู้ หลังจากติดกล้องก็เจอขโมย คือ แฟนของพี่ชายแอบมารื้อของในบ้าน แล้วก็แอบเข้าห้องของอาย วันนั้นอายกลับจากทำงาน ซึ่งกำลังจะล็อกห้อง พ่อก็บอกว่า ห้ามเก็บเงินสดหรือของมีค่าไว้ในห้องนอนตัวเอง และพ่อก็ไม่บอกว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่พ่อเกริ่นมาขนาดนี้หนูก็เลยรู้สึกว่า อ้าว ทำไมเราเก็บของไว้ในห้องนอนตัวเองไม่ได้ หนูก็สงสัยเลยถามพ่อว่า เกิดอะไรขึ้น? พ่อก็บอกว่า เขากับน้องแอบติดกล้องวงจรปิดในบ้าน ก็เจอว่าแฟนของพี่ชายแอบรื้อของในห้องอาย ขโมยของไป และรื้อห้องน้องชายกับพ่อด้วย แอบย่องตอนที่ไม่มีคนอยู่บ้าน เขาก็จะเข้าห้องอายทุกอาทิตย์ อาทิตย์แรกที่แอบติดกล้องก็เจอแต่ไม่แน่ใจว่าเอาอะไรไปแต่เห็นควักใส่กระเป๋าตัวเอง ส่วนอาทิตย์ที่สองเจอว่าเอาครีมกระปุกใหญ่ของหนูไป ตั้งแต่นั้นมาหนูไม่พกเงินสด ปกติหนูก็เป็นคนไม่ได้ใส่ของมีค่าในตัวอยู่แล้ว จะมีพวกครีม พวกเซรั่มมากกว่า ตอนแรกพี่ชายยังไม่รู้ เราก็เลยคุยกัน 3 คน พ่อ น้องชาย แล้วก็อาย คุยกันว่าจะแก้ไขปัญหานี้ยังดี พ่อก็บอกว่า เรื่องนี้รู้เมื่อวันจันทร์ถ้าเราจะรอเขามา เราต้องรอวันเสาร์เพื่อที่จะคุยกับเขาโดยตรง จริง ๆ หนูอยากคุยกับเขาโดยตรง แต่พ่อน่าจะรู้ว่าหนูเป็นคนค่อนข้างรุนแรง พ่อก็เลยบอกว่า ให้พี่ชายเป็นคนคุยดีกว่า เพราะว่าพ่อกลัวพี่ชายจะเสียความรู้สึก แค่นี้พี่ชายก็เสียความรู้สึกมากพอแล้วที่แฟนตัวเองเป็นขโมย ก็เลยบอกพี่ชายว่าไปจัดการมา ทุกคนในบ้านไม่โอเคที่จะให้พามาที่บ้านอีก แล้วเราก็เอาหลักฐานกล้องวงจรปิดให้พี่ชายไป เขาก็ไปคุยกัน... หลังจากนั้นหนูก็ถามว่า เรื่องเป็นไงบ้าง? พี่ชายบอกว่า ตอนแรกเขาไม่ยอมรับ เขาบอกว่าที่เข้าห้องหนูเพราะมาเอาไม้แขวนเสื้อ แต่สถานการณ์ตอนนั้นเขาเพิ่งตากเสื้อผ้าเสร็จ หนูก็งงว่าตากเสร็จแล้วจะมาเอาอีกทำไม แล้วก็เข้าห้องเราบอกว่ามาเอาไม้แขนเสื้อ แต่จริง ๆ ไม่ได้มาเอาไม้แขวนเสื้อ ทีนี้พี่ชายก็เอาคลิปหลักฐานให้ดู สรุปเขาก็เลยยอมรับว่าเขาขโมยของอายไปจริง ๆ เขาบอกสาเหตุที่ขโมยว่า เขาไม่ได้เอาไปใช้ แต่เขาขโมยไปทิ้ง เขาบอกว่าเขาไม่ชอบหนู ทีนี้เขาก็ให้เหตุผลว่าของหนูมันหายบ่อย แต่จับขโมยไม่ได้ ด้วยความที่ของหายก็ต้องโวยวาย หนูก็เลยโวยวายว่า ของหายอีกแล้ว แต่ว่าเราจับไม่ได้สักที หนูว่าทุกคนก็ต้องเป็นต้องโวยวายเพราะของเราหาย เขาก็บอกว่า หนูชอบโวยวายเวลาของหายก็เลยเอาครีมของหนูไปทิ้งข้างบ้าน ของพ่อกับน้องที่หายมันไม่ได้มีหลักฐานชัดเจนว่าเอาไป พอเขาบอกว่าขโมยไปทิ้งตรงทุ่งหญ้าข้างบ้าน หนูกับน้องชายเลยไปรื้อตรงนั้น ก็ไม่มี... พี่ชายเลยชดใช้โดยการโอนเงินค่าครีมคืนมา หลังจากนั้นทุกคนก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้อีกเพราะว่าไม่มีเหตุการณ์อะไรที่ของหายแล้ว เรื่องมันก็เริ่มเงียบ พี่ชายก็ไม่พาแฟนมาที่บ้าน แต่สุดท้ายเขาก็พาเข้ามาที่บ้านอีก คือของไม่หายเพราะว่าทุกคนล็อกห้องทำทุกอย่างใหม่ แล้วกลายเป็นว่าบ้านไม่ใช่เซฟโซน เราต้องระวังตัวเองแล้ว ตอนนั้นหนูไม่ค่อยได้เจอหน้าใครเพราะหนูทำงานกลับมาคนละเวลากับที่บ้าน หนูก็เลยทักไปหาพี่ชาย หนูบอกว่า ทำไมยังพามาอีกอะ ทั้ง ๆ ที่ทุกคนในบ้านไม่โอเคที่พาเขามา พี่ชายหนูก็บอกว่า เดี๋ยวถ้าเรียนจบอะ จะเป็นคนย้ายออกไปอยู่กับแฟนเอง จะได้ไม่ต้องพามาที่บ้านให้ทุกคนในบ้านรู้สึกไม่สบายใจ แต่ปัจจุบันพี่ชายหนูเรียนจบแล้ว แต่ก็ยังพามาอยู่ แล้วคือการที่หนูจะไล่พี่ชายออกจากบ้านมันก็ไม่ใช่ เราก็ทำไม่ได้ เพราะว่าบ้านมันคือของทุกคน หนูแค่รู้สึกว่าทำไมจะต้องเจอคนนี้ในบ้านทุกอาทิตย์เลย เมื่ออาทิตย์ก่อนน้องชายเดินมาถามหนูว่า พี่อายรู้สึกว่ามีคนเข้าห้องหรือเปล่า? เพราะก่อนออกไปน้องก็ปิดไฟแล้ว แต่ทำไมไฟยังเปิด รู้สึกว่าของในห้องมันย้ายที่ หนูก็ไม่อยากให้น้องคิดมากเลยบอกว่า อาจจะลืมปิดไฟเองหรือเปล่า มันเป็นเรื่องปกติที่เราลืม ต่อไปก็ห้ามลืมล็อกห้อง หนูก็เลยพูดแทนน้องชายไปวันนั้นว่า ไหนบอกว่าถ้าเรียนจบถ้าไม่พามาก็จะย้ายออกไปไง แบบให้คนในบ้านสบายใจ แต่พี่ชายหนูบอกว่า แล้วทำไมจะพามาไม่ได้เราเป็นแฟนกัน อันนี้ก็บ้านเราเหมือนกัน หนูเข้าใจว่ามันเป็นห้องใครห้องมัน แต่สุดท้ายของส่วนรวม ห้องโถงมันก็คือห้องของทุกคน เราก็ไม่สบายใจ ทีนี้พ่อได้ยินหนู 2 คนเริ่มทะเลาะกัน พ่อก็เลยออกมาคุยด้วย กลายเป็นว่าพ่อว่าหนู ทำไมหนูถึงยังรื้อฟื้นเรื่องเดิม ๆ ออกมา ทั้ง ๆ ที่เรื่องมันจบไปแล้ว คือพ่อไม่อยากมีเรื่อง หนูบอกว่า แต่หนูเป็นคนโดนกระทำ โดนขโมยของ โดนขโมยนู่นขโมยนี่ไป แล้วทำไมเรายังจะต้องเห็นหน้าคนนี้อยู่ในบ้าน แค่ไม่เอาเขามาให้ทุกคนสบายใจ นั่นคือปัญหามันจบหรือเปล่า แต่ทำไมพ่อต้องโมโหมาก ตะโกนด่าอายว่า เป็นตัวสร้างปัญหาที่เอาเรื่องเก่ามาพูดทั้งที่เรื่องมันจบไปแล้ว หนูก็เลยแบบ อ้าว แล้วคือเราต้องรอให้ของหายอีกรอบหรือโดนยกเค้าใช่ไหม เราถึงจะจัดการปัญหาได้ หนูเลยอยากปรึกษาพี่ ๆ ว่า หนูจะจัดการหรือไปทางไหนดี หนูจะทำยังไงที่จะสามารถคุยกับพ่อให้เปลี่ยนความคิดได้ว่าเราไม่ควรให้เขาเข้ามาที่บ้าน’ โดย “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘ประเด็นคือพี่ชายเราเขารัก เขาหลงมาก แล้วเขาก็ไม่ถือสาหาความ ตั้งแต่เหตุการณ์เกิดขึ้นใหม่ ๆ เขาก็เป็นคนโอนเงินมาให้ แล้วก็เหมือนทำให้ทุกอย่างปกติ นั่นแปลว่าเขายอมรับในความนิสัยขโมยของแฟนเขาได้ ตอนแรกพี่ก็ตั้งคำถามของตัวเองว่า ถ้าแฟนเราขโมยของคนในบ้านจะเลิกไหม? นี่คือคนที่เราจะเลือกเป็นคู่ชีวิตของเราในระยะยาวหรอ? แล้วมันไม่ใช่ขโมยของกินในตู้เย็นที่เคลียร์กันง่าย ๆ อันนี้คือขโมยไปทั่วด้วยซ้ำ ที่มันเป็นหลักฐานอาจจะของอายคนเดียว แต่ว่ามันมีของที่หายไปโดยที่หาคำตอบไม่ได้ และหายไปเฉพาะเสาร์-อาทิตย์อีก มันค่อนข้างที่จะชัดเจน ถ้าพี่เป็นพี่ชายอาย พี่คงตั้งคำถามตั้งแต่ตอนนั้น แต่ว่าพี่ชายเขาก็ก้าวข้ามผ่านมาได้ด้วยความรัก พี่มองว่าต่อให้อายสามารถกันเขาออกไปจากบ้านได้ แต่การที่ไม่เจอกันทั้งชีวิตก็ยาก พี่เข้าใจว่าคนโดนแล้วมันก็ฝังใจ ตอนนี้เราจะไปเปลี่ยนความคิดของพี่ชายก็คงลำบาก เขาเลือกที่จะอยู่กับคนนี้ อายเองก็ยังจำเป็นที่จะต้องอยู่บ้านนี้ ณ วันนี้ถ้าไปยื่นคำขาด บอกว่าพ่อต้องไล่ผู้หญิงคนนี้ออกไปให้ได้ ตอนนี้กระแสมันจะเทมาทางอายเป็นตัวร้ายแล้ว ทุกคนพยายามทำให้ครอบครัวยังอยู่ด้วยกันได้ อะไรที่ผิดพลาดไปแล้วให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเขาจะเลิกได้หรือไม่ได้ อาจจะต้องกล้ำกลืนฝืนทน ถ้าเป็นพี่ พี่ก็คงต้องดูแลตัวเอง ทำให้รู้เลยว่าเราไม่มีวันไว้ใจ แล้วระมัดระวังตัวเองให้ดี และถ้ามันเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้แหละเราจะมีน้ำหนักยื่นข้อเสนอครั้งสำคัญแล้วว่ามีอายไม่มีเขา มีเขาไม่มีอายหรือใดใดก็ตาม แต่ ณ ตอนนี้เหตุการณ์มันยังไม่เกิดขึ้นใหม่ คำถามที่ว่า ต้องรอให้เกิดขึ้นอีกครั้งหรอ? วันนี้พี่อาจจะต้องตอบว่า อาจจะเป็นอย่างนั้น โดยที่เราก็ยังต้องตั้งกล้องระแวดระวัง อาจจะลำบากทั้งที่เป็นบ้านของเราแท้ ๆ แต่มันเป็นบ้านของทุกคนจริง ๆ แหละ แล้วพี่เขาก็เลือกของเขาแล้ว เราเองก็อาจจะต้องวัดใจกันดู และก็ภาวนาไม่ให้เกิดขึ้นอีก ความไม่ชอบกันก็ยังฝังอยู่และถ้าเขามาเป็นพี่สะใภ้เรา มันก็คงยังต้องมีความรู้สึกแบบนี้ทุกครั้งที่รวมญาตินั่นแหละ แต่ว่าถ้าเกิดขึ้นอีกครั้ง อายมีสิทธ์เต็มที่ ที่จะยื่นคำขาด ตอนนี้ก็ระมัดระวังตัวเองละกันนะอาย อาจจะต้องอดทนกับความลำบากใจนิดนึง ต่อมา “ดีเจอ้อย” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่มีความรู้สึกอย่างหนึ่ง ตอนนี้หนูกำลังไปให้คุณค่าเขาเยอะมาก นี่คือบ้านหนู เขามาแค่ช่วงเสาร์-อาทิตย์ หนูไปให้คุณค่าเขาขนาดที่ว่า เธอทำให้ฉันไม่มีความสุขในบ้านนี้ได้ยังไง และความสุขของฉันจะกลับมาทันที ถ้าพี่ชายเอาผู้หญิงคนนี้ออกไปจากบ้าน พี่รู้สึกว่าในที่สุดวันนี้คนที่พี่จะโกรธ พี่ไม่ได้โกรธว่าที่พี่สะใภ้ พี่โกรธพี่ชายหนู เพราะคนอะไรมีสเปคเป็นมิจฉาชีพขนาดนั้น คือพี่ว่าดูประหลาดไป แต่คราวนี้พี่เห็นด้วยกับสิ่งหนึ่งคือ ต้องปกป้องตัวเองก่อน เป็นพี่ พี่จะอยู่ในบ้านอย่างมีความสุขก่อน ยิ่งเขาเข้ามาจะยิ่งทำให้เห็นว่า ฉันล็อคประตูนี้ อันนี้เปลี่ยนกุญแจ ถ้าเขาถามว่าทำไมต้องล็อคกุญแจขนาดนี้ อ้าว ก็กลัวของหายแล้วก็เพลิน ๆ กับการอยู่ในบ้านของเรา ทำไมเราต้องไปทำให้เขารู้สึกว่า เขาดูมีอิทธิพลต่อบ้านฉันเหลือเกิน พี่ว่าคุณพ่ออาจจะอยากได้ความสงบสุขในบ้าน ไม่มีใครหรอกอยากเอาขโมยเข้าบ้านแล้วแฮปปี้มีความสุข ถ้าน้องทะเลาะกับพี่ชายด้วยเรื่องนี้ มันจะกลายเป็นว่าทะเลาะกันเรื่องผู้หญิงคนอื่นด้วยซ้ำ แล้วถ้าเกิดว่าผู้ชายมีรสนิยมชอบแนว ๆ นี้ ชอบแนวต้องลุ้นกับตำรวจไปด้วย พี่เคารพการตัดสินใจของพี่ชาย แต่เราจะปกป้องสิทธิ์และความสุขในบ้าน เพราะนี่คือบ้านฉัน พี่ว่าเขาต้องมีความผิดปกติทางจิตใจบางอย่าง เพราะฉะนั้นพี่ว่าหนูต้องล็อคให้เห็นเลยว่า ตั้งแต่เธอเข้าบ้านฉัน ฉันรู้สึกว่าจะต้องปกป้องทรัพย์สมบัติของฉันให้ดีที่สุด ต้องดูกันไปสักตั้ง บางทีมันต้องมีอารยะขัดขืนกันบ้าง ตอนนี้พี่กำลังรู้สึกว่าเรากำลังโดนป่วน แล้วเราก็ดันป่วนไปตามแผนด้วย เพราะจริง ๆ นี่คือบ้านของหนู ปกป้องสิทธิ์ของเรา ไม่อยากได้อยากให้เราลุกขึ้นมาแล้วบอกว่า เธอจะต้องเลิกกับผู้หญิงคนนี้ เลิกเอาผู้หญิงคนนี้เข้ามาเดี๋ยวนี้นะ อะไรมันไม่ได้ดั่งใจเราทุกอย่างหรอก พี่ชายเรา เราก็ต้องเคารพในการเลือก แล้วอย่าไปถือโทษคุณพ่อ หนูบอกกับพ่อเลยว่า ในเมื่อพี่เขาเลือกแบบนี้ หนูไม่อยากจะไปแตะอะไร แค่หนูจะทำตามที่พ่อบอกละกันว่า หนูจะปกป้องสิทธิ์ของหนู และบ้านของหนู รวมไปถึงความสุขในบ้านหนูด้วย สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘ในเมื่อบ้านหลังนี้ทุกคนมีสิทธิ์การเป็นเจ้าของร่วมกัน พี่ก็ไม่สามารถบอกให้อายไล่ทุกคนที่ไม่ชอบออกไปได้ เพราะว่าเขาก็มีสิทธิ์ของเขา พี่กลับมองว่าเหมือนพี่รู้สึกเห็นใจทุกคน ในแง่ที่ว่าทุกคนตกที่นั่งลำบากหมดเรื่องนี้ ทั้งหมดมันก็เกิดจากความรักนั่นแหละ แต่รักแบบไหนว่ากันอีกเรื่อง ทุกคนหวังดีต่อกันเลยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ทีนี้มันจำเป็นที่อายจะต้องอยู่กับเรื่องนี้เพราะว่าหนูก็ไม่สามารถย้ายออกได้ มองอย่างงี้ละกัน นางโจรนี้ นางก็จะมาขโมยแค่เสาร์-อาทิตย์ จันทร์-ศุกร์นางไม่มา ก็ให้เป็นเสาร์-อาทิตย์ที่เตือนใจเราว่า เป็นวันที่เราต้องรัดกุม ก็ล็อกห้อง แล้วถ้าวันนั้นนางถึงขนาดงัดประตู งัดหน้าต่างแล้วเข้าบ้าน พี่ก็เรียกตำรวจ คือถ้าขนาดนั้นพ่อกับพี่ชายก็พูดอะไรไม่ได้อีกต่อไป เราก็ทำให้เห็นว่าล็อกแล้ว มันจะเอาไปไม่ได้ ถ้าเพื่อแลกให้คุณพ่อยังโอเค พี่ชายยังอยู่กันได้ อาจจะต้องยอมทำเพราะว่ามันไม่มีทางออกสำหรับเรื่องนี้ ของมีค่าในห้องเราเก็บให้เรียบร้อยวันเสาร์-อาทิตย์ และถ้านางทำอีกพี่ก็ขอให้แจ้งตำรวจ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เพื่อนผู้ชายเนิร์ดมาก ชอบทำตัวแปลก ๆ ชอบมองเราจนรู้สึกอึดอัด แถมตอนซ้อนรถจักรยานยนต์ยังเอาจุ๊ดจู้มาชนหลังเราอีก เราไม่สบายใจที่จะเป็นเพื่อนกับเขาต่อ แต่เรายังต้องพึ่งพาเขาในเรื่องเรียน ควรทำอย่างไรดีคะ?

13 ก.พ. 2026

เพื่อนผู้ชายเนิร์ดมาก ชอบทำตัวแปลก ๆ ชอบมองเราจนรู้สึกอึดอัด แถมตอนซ้อนรถจักรยานยนต์ยังเอาจุ๊ดจู้มาชนหลังเราอีก เราไม่สบายใจที่จะเป็นเพื่อนกับเขาต่อ แต่เรายังต้องพึ่งพาเขาในเรื่องเรียน ควรทำอย่างไรดีคะ?

เพื่อนผู้ชายเนิร์ดมาก ชอบทำตัวแปลก ๆชอบมองเราจนรู้สึกอึดอัด แถมตอนซ้อนรถจักรยานยนต์ยังเอาจุ๊ดจู้มาชนหลังเราอีกเราไม่สบายใจที่จะเป็นเพื่อนกับเขาต่อแต่เรายังต้องพึ่งพาเขาในเรื่องเรียน ควรทำอย่างไรดีคะ? ‘คุณขนมปัง (นามสมมุติ)’ สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (11 กุมภาพันธ์ 2569) ได้เข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่เพื่อนผู้ชายในกลุ่มมีพฤติกรรมแปลก ๆ จนเธอไม่สบายใจ ‘คุณขนมปัง (นามสมมุติ)’ อายุ 21 ปี ได้เล่าว่า เธอมีเพื่อนอยู่ 5 คน แต่คนที่จะเล่าถึงคือเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งในกลุ่ม เขามีลักษณะนิสัยที่เนิร์ด ชอบเล่นเกม เรียนเก่ง และเขาเป็นคนตัวเล็ก ทำอะไรไม่ค่อยคล่องตัว ซึ่งคุณขนมปังก็ได้รับความช่วยเหลือด้านการเรียนจากเขาบ่อย ๆ โดยปกติถ้ามีนัดทำงานกลุ่ม คุณขนมปังจะเป็นคนอาสาคอยไปรับไปส่งเพื่อนผู้ชายคนนี้เสมอ เพราะเขาพักอยู่หอในและไม่มีรถ วันหนึ่ง มีการนัดทำงานกลุ่มกันเช่นเคย และเธอก็ขับรถจักรยานยนต์ไปรับเพื่อน ๆ ตามปกติ โดยซ้อนมา 3 คน มีเธอเป็นคนขับ และเพื่อนผู้ชาย 2 คนเป็นคนซ้อน ซึ่งเพื่อนที่เธอเล่าถึงได้นั่งตรงกลาง เมื่อขับรถไปสักพัก ด้วยความที่พื้นที่มีไม่มาก ทุกคนจึงนั่งชิดกันมาก และเธอก็รู้สึกได้ว่า 'จุ๊ดจู้' ของเพื่อนชนที่หลังของเธอ เธอบอกให้เพื่อนขยับออกไป เพื่อนก็ขยับออกไป แต่ไม่นานก็กลับมาชิดหลังเธออีก และเป็นแบบนี้ทั้ง 3 วันที่เธอได้ไปรับไปส่ง เธอรู้สึกไม่ดี ไม่โอเค จึงเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่มฟัง และขอความช่วยเหลือจากเพื่อนว่า ขอให้แฟนเพื่อนไปรับส่งผู้ชายคนนี้แทนเธอ หลังจากนั้น เธอเริ่มสังเกตได้ว่า เพื่อนคนนี้โฟกัสเธอและมองเธอมากเป็นพิเศษ จนรู้สึกว่าแปลก ไม่รู้ว่าเขาเริ่มมองเธอแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ คุณขนมปังจึงตัดสินใจไปถามเพื่อนผู้หญิงคนอื่น ๆ ในกลุ่มว่าเรื่องนี้เธอคิดมากไปเองหรือเปล่า แต่เพื่อน ๆ ตอบว่า เพื่อนผู้ชายคนนี้ มองคุณขนมปังแบบนี้มาตลอด แต่คุณขนมปังไม่เคยรู้ตัว อย่างไรก็ตามเพื่อนเธอก็พูดในแง่ดีว่า อาจเพราะเขาไว้ใจเธอ เพื่อนในกลุ่มมีตั้ง 5 คน แต่เขาคุยได้แค่กับเธอ เขาจึงรู้สึกสบายใจ และสนใจเธอเป็นพิเศษก็เท่านั้น คุณขนมปังไม่ค่อยเชื่อ แต่เธอเองก็ไม่คิดว่าเพื่อนชายคนนี้จะคิดอะไรกับเธอในเชิงชู้สาวเช่นกัน เพราะเพื่อนคนนี้ก็รู้ว่าคุณขนมปังมีแฟนแล้ว และเธอยังสงสัยในเหตุการณ์ที่ซ้อนรถจักรยานยนต์ จึงทดลองนั่งซ้อนกับเพื่อน โดยเธอลองเป็นคนที่นั่งตรงกลาง พบว่ามันก็มีสิทธิ์ไหลไปชนคนหน้าได้ แต่ถ้าพยายามเกร็งตัวไม่ให้ไหลมันก็ทำได้ จึงไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเพื่อนตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ อีกเหตุการณ์หนึ่งคือ เธอได้ใส่เสื้อที่เพิ่งซื้อมาใหม่ไปเรียน เมื่อเพื่อนผู้ชายคนนั้นเห็นก็เดินมาชมว่า “เสื้อสวยนะ” คุณขนมปังก็ยิ้มตอบขอบคุณที่ชม แต่เมื่อพักเบรก เขาก็ทักอีกว่า “เสื้อสวยนะ” และพอเลิกเรียน ก็เดินมาพูดอีกว่า “เสื้อสวยนะ” คุณขนมปังก็แค่ขอบคุณ แต่รู้สึกได้ว่า เขาน่าจะอยากคุยด้วย แต่เป็นคนเริ่มบทสนทนาก่อนไม่เก่ง จึงทำได้แค่ชมเสื้อเรา ตลอดระยะเวลาที่รู้จักกันมา เพื่อนผู้ชายคนนี้สนใจ ไว้ใจ และคุยกับคุณขนมปังแค่คนเดียว เธอจึงรู้สึกอึดอัด ไม่แน่ใจว่าเพื่อนชอบเธอในเชิงชู้สาวหรือเปล่า และถ้าเขาชอบเธอจริง ด้วยความเป็นเพื่อนเธอก็ไม่อยากให้เราทั้งสองมองหน้ากันไม่ติด หรือไม่อยากรู้สึกอคติกับเขา แต่เมื่อยิ่งไม่สนใจ เขายิ่งพยายามทำตัวให้มาใกล้ชิดเรามากขึ้น เช่น เมื่ออยู่ด้วยกันเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ เพื่อนผู้ชายคนนี้ก็จะพยายามแทรกวงมาเพื่อให้ได้อยู่ข้าง ๆ คุณขนมปัง จึงอยากปรึกษาว่า ในเมื่อตอนนี้เธออึดอัด และไม่สบายใจมาก แต่อยากให้สถานการณ์กลับมาเป็นเหมือนเดิม ควรทำอย่างไร หรือควรวางตัวอย่างไร ดีเจทั้งสามคนมีความคิดเห็นว่า เขาอาจจะแค่อยากให้เราสนใจ เพราะคาแรคเตอร์เขาเป็นเหมือนเด็ก ๆ เราดีกับเขา เขาเลยอยากดีกับเราบ้าง และเมื่อคุณขนมปังเริ่มสังเกต และรู้สึกแปลก จนค่อย ๆ เฟดตัวออกมา เริ่มสนทนาน้อยลง เขาจึงกลัวว่าจะเสียเพื่อนดี ๆ แบบคุณขนมปังไป ดีเจมองว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ตัวขนมปังเองแค่รู้สึกไม่ชอบเขาเท่านั้น เริ่มที่ ‘ดีเจต้นหอม’ พูดว่า "ถ้าเขาไม่ได้ทำอะไรผิด พี่อยากให้ใส่คำว่าเมตตาลงไป เขาอาจจะสบายใจเมื่อคุยกับเรา รู้สึกดีกับเราในฐานะเพื่อน อาจเคยมีคนทำร้ายหรือปฏิเสธเขามา แต่คุณขนมปังไม่ปฏิเสธเขา และเหตุการณ์บนรถจักรยานยนต์ เขาอาจไม่ได้ตั้งใจคุมคาม" ตามด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ แนะนำว่า "ให้ลองเอาแฟนของเรามาอยู่ในกลุ่มด้วยดู เพื่อที่ให้เห็นว่าคุณขนมปังมีแฟน จะได้มั่นใจว่าเขาจะไม่คิดเรื่องชู้สาวกับเรา แต่ถ้ามันอึดอัดมาก ก็เจอกันและคุยกันแค่ตอนเรียน ไม่ต้องยุ่งกับเขาในเวลาอื่น มันอาจจะดูใจร้าย แต่มันก็ดีกว่าการปฏิเสธหรือทำร้ายจิตใจเขาโดยตรง" ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจเผือก’ แนะนำว่า "เอาแบบที่คุณขนมปังสบายใจ ถ้าไม่โอเค ก็เฟดออกมา แต่ในวันนี้ ถ้าอยากแก้ปัญหาจริง ๆ ก็คงต้องตามใจคุณขนมปัง ว่าจะอยู่ต่อหรือไม่ แต่พี่มั่นใจว่า การที่ขนมปังโทรมา ขนมปังคงมีความเมตตาอยู่บ้างแล้ว เพราะงั้นเมตตาเท่าที่เราจะสบายใจ ให้เขาใกล้ได้แค่เท่าที่เราคิดว่าควรใกล้’ ‘ดีเจต้นหอม’ เสริมอีกว่า "แต่อย่าทำท่าทีบึ้งตึง เขาจะได้สบายใจ ไม่อย่างนั้นเขาจะพยายามหาคำตอบว่าเขาทำอะไรให้ขนมปังโกรธหรือเปล่า แต่เรื่องจุ๊ดจู้ คราวหลังควรพูดไปเลยว่า “มึงถอยไปหน่อย มันชนกูแล้วเนี่ย” เขาจะได้รู้ว่าเราไม่โอเค"เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

สามีแอบไปจดทะเบียนสมรสกับแฟนเก่าครั้งที่ 2 ! สามีบอกจำเป็นต้องทำ เพราะช่วยเรื่องสิทธิรักษาพยาบาล ตอนนี้เขาก็ไม่ยอมหย่ากัน อ้างติดต่อแฟนเก่าไม่ได้ เจ็บสุด เห็นแชทสามีคุยกับลูกสาวของแฟนเก่า

14 ก.พ. 2025

สามีแอบไปจดทะเบียนสมรสกับแฟนเก่าครั้งที่ 2 ! สามีบอกจำเป็นต้องทำ เพราะช่วยเรื่องสิทธิรักษาพยาบาล ตอนนี้เขาก็ไม่ยอมหย่ากัน อ้างติดต่อแฟนเก่าไม่ได้ เจ็บสุด เห็นแชทสามีคุยกับลูกสาวของแฟนเก่า

สามีแอบไปจดทะเบียนสมรสกับแฟนเก่าครั้งที่ 2 ! สามีบอกจำเป็นต้องทำ เพราะช่วยเรื่องสิทธิรักษาพยาบาลตอนนี้เขาก็ไม่ยอมหย่ากัน อ้างติดต่อแฟนเก่าไม่ได้ เจ็บสุด เห็นแชทสามีคุยกับลูกสาวของแฟนเก่า“พ่อไม่คิดจะจดทะเบียนกับผู้หญิงคนนั้น ไม่เคยคิดจะให้อะไรผู้หญิงคนนั้นเลย” “คุณมีน (นามสมมติ)” อายุ 35 ปี สายที่หนึ่งในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [12 ก.พ. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจพี่อ้อย’ เกี่ยวกับปัญหาแฟนแอบไปจดทะเบียนสมรสกับแฟนเก่า โดย “คุณมีน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘แต่งงานกับสามีมาได้ประมาณ 3 ปีแล้ว จับได้ว่าสามีของตัวเองไปจดทะเบียนสมรสกับแฟนเก่า แต่ของเรายังไม่ได้จดทะเบียนกันเลย ขอเกริ่นก่อนว่า สามีเคยแต่งงานมีครอบครัวมาแล้ว มีลูกด้วยกัน 2 คน แต่ตอนที่เราคบกัน เขาบอกกับเราว่า เขาหย่ากับแฟนเก่าแล้ว คือเขาก็เอาใบหย่ามาให้เราดู ตอนแต่งงานเราก็ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องจดทะเบียนสมรสกัน แต่ก็มีการจัดงานแต่ง พ่อแม่ ญาติพี่น้อง ก็รับรู้หมดทุกคน ปกติเราจะไม่ค่อยได้เช็คโทรศัพท์เขา แต่วันนั้นไม่รู้ว่าคิดอะไรขึ้นมา เราเลยไปเช็คโทรศัพท์แล้วไปเจอเขาคุยแชทกับลูกสาวของเขา ประมาณว่า ‘ถ้าแม่มีแฟนใหม่ ก็ให้แม่มาหย่า’ แล้วลูกสาวเขาก็ตอบประมาณว่า ‘พ่ออะ อยากจะหย่ามากเลยหรอ อยากไปจดทะเบียนกับคนใหม่ใช่ไหม’ ซึ่งคนใหม่ที่ว่าก็คือเรา พออ่านแชทเราก็งงว่า เอ้า แล้วใบหย่าที่เอามาให้ฉันดูมันคืออะไร? หลังจากนั้นหนูก็ถามหยั่งเชิงเขาประมาณว่า ‘ไปดูคลิปมา คนที่ทำใบหย่าปลอมเนี่ยมีโทษจำคุกนะ’ เราก็พูดลอยๆ แบบนี้ไป เพราะเราเข้าใจว่าที่เขาเอามาให้ดูมันเป็นของปลอมหรือเปล่า พอเค้นไปเค้นมา เขาก็ยอมรับออกมาว่า หย่าแล้ว ที่ให้ดูใบหย่าคือของจริง แต่ไปจดใหม่อีกรอบหนึ่ง เขาก็บอกเหตุผลที่ไปจดใหม่ คือฝ่ายผู้หญิงป่วย จะไปใช้สิทธิการรักษา เพราะผู้หญิงไม่ได้ทำงาน ไม่มีประกันสังคม ก็เลยมาขอสิทธิ์ผู้ชายแต่พอเขาผ่าตัดอะไรเรียบร้อย ไปทำงานได้แล้ว เราก็ถามว่า‘แล้วทำไมยังไม่หย่าละ?’ เขาก็อ้างเหตุผลว่า เขาก็คิดอยากจะหย่าตอนเขาเกษียณ แต่พอไปรู้ว่าผู้หญิงไปมีคนใหม่ ก็อยากจะหย่า เราก็ไม่ได้เชื่อคำพูดของเขาที่ว่าจะหย่า ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า ทางลูกเขาก็ยังมีการส่งเสียค่าเรียนอยู่ เราก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับตรงนี้ แต่ที่มีปัญหาเลยคือ ใบจดทะเบียนสมรส เราขอดูเอกสารการรักษา เอกทะเบียนสมรสอันใหม่ เอกสารต่างๆ ทุกวันนี้เราก็ยังไม่ได้ดูเลย แล้วมันมีประเด็นในไลน์ที่เขาคุยกับลูกเขาอีกว่า เขาไม่ได้คิดอยากจะจดทะเบียนกับเรา ไม่เคยคิดอยากจะให้อะไรเราเลย มันเจ็บที่ประเด็นตรงนี้มาก เขาก็ดูแลเราดี ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ให้เงินใช้ จ่ายนู้นนี่นั้นให้ตลอด แต่พอเราถามเรื่องนี้ว่าถ้าเราจับได้ ไม่คิดว่าเราจะเสียใจบ้างหรอ เขาก็บอกว่า ‘ก็คิด แต่ก็สงสารทางนู้น ต้องใช้เงินผ่าตัด เพราะทางนู้นก็ดูแลลูกให้ อยากให้ได้ใช้สิทธิ์ตรงนี้’ตอนที่เห็นแชท คือเสียใจมาก มือไม้สั่น น้ำตาไหลแบบมันจุกมากเลย เราก็กลัวว่าในอนาคตจะมีการฟ้องกัน แต่เขาบอกว่าคุยกันแล้ว ไม่มีทางมาฟ้องหรอก เขาคุยกันผ่านลูก ฝั่งผู้หญิงคนนั้นก็บล็อกกันไปแล้วไม่ได้ติดต่อกันโดยตรง สถานการณ์ตอนนี้ เราบอกเขาว่า ‘พี่กลับไปเคลียร์ไหม ไปหย่ากับเขา เราแยกกันอยู่ก็ได้’ พอเราพูดหรือถามเรื่องนี้ทีไร เขาก็จะมีอาการหงุดหงิด โมโหใส่เรา แต่จะไม่ให้เราถามเลยมันก็ไม่ใช่ มันก็ยังเคืองในใจเรา แล้วเราก็ไม่รู้ว่าเขาคิดยังไง เลยอยากถามพี่ๆ ดีเจว่า ถ้าจะตัดจากความสัมพันธ์นี้ โดยที่ไม่ต้องให้ตัวเองรู้สึกเสียใจมาก ต้องทำยังไงคะ?’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อย่าไปตั้งโจทย์ให้ตัวเองว่า ฉันจะจบความสัมพันธ์ยังไงไม่ให้เสียใจ มันเจ็บแน่นอน เพราะคนเราเลิกกันก็เสียใจทั้งนั้น อยู่ที่ว่าอยากจะเสียใจสั้นๆ แล้ว Move on หรืออยากให้มันคาราคาซังแบบนี้ ยอมตัดใจเจ็บแรงๆ เศร้าหนักๆ สักที แล้วก็ออกจากความสัมพันธ์นี้ ลองถามตัวเองว่าเราจะทนกับความสัมพันธ์นี้ได้ไหม ถามตัวเองว่าเราต้องการชีวิตแบบไหน บางคนเขาก็ยอมทนนะ เพราะเขาแค่รู้สึกว่าเขาไม่มีใครจริงๆ แล้วชีวิตมันอาจจะมีเรื่องอื่นๆ ด้วย เรื่องช่วยเหลือดูแลกัน เรื่องเงินทอง บางคนก็ต้องเลือกทางที่ต้องเจ็บแต่ชีวิตเขาอยู่ต่อไปได้ แล้วดูเหมือนเขาไม่ได้ทำอะไรให้มันชัดเจน หรือเด็ดขาดเลยในเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่มีนเป็นคนปัจจุบัน และถ้ามีนรู้สึกว่ามีนดูแลตัวเองได้ มีนไม่อยากมาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ก็เจ็บแปปเดียวแล้ว move on ไปหาชีวิตที่มันดีกว่า’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่คงไม่มีคำตอบที่จะทำให้มีนรู้สึกไม่เสียใจ คำตอบของพี่จะทำให้มีนเสียใจ แต่ช่วยให้มีนไปต่อได้ สิ่งที่มีนจะตัดสินใจมันไม่ใช่เพื่อใคร มันคือเพื่อตัวมีนเอง ยกเรื่องเหตุผลของการเซ็นต์ช่วยเรื่องรักษาพยาบาล ยกเหตุผลที่ยังไม่ได้เซ็นใบหย่าทิ้งไปให้หมด ข้อเท็จจริงเรื่องนี้คือ มีนจะเป็นภรรยาที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย อันนี้มันก็เป็นสิ่งสำคัญที่มีนจะต้องตัดสินใจ ถ้าเขาไม่คิดจะทำอะไรกับเรื่องนี้เลย มีนจะอยากอยู่แบบนี้ไปเพื่ออะไร? มันไม่ถูกต้องตั้งแต่แรกเลย สำหรับเงื่อนไขที่เกิดขึ้นในตอนนี้ เขาไม่ได้เห็นอนาคตร่วมกันแบบที่มีนมารักเขา มาแต่งงานกับเขา มีนต้องออกมาเพื่อตัวเราเอง’ สุดท้าย “ดีเจอ้อย” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่เข้าใจความรักที่เรามีให้เขา คนที่เราคิดว่าเราคือตัวจริงของกันและกันมาตลอดถึงขั้นแต่งงาน คนอื่นก็รับรู้ แต่พอวันนึงพึ่งมารู้ว่า ตกลงฉันไม่ได้เป็นแค่ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย มันมีทั้งความเสียใจและมีทั้งความเสียศรัทธา แต่สิ่งหนึ่งที่มีนถามว่าจะเลิกยังไงไม่ให้เจ็บ มันต้องเจ็บอยู่แล้วเพราะเรารักเขา แต่เขารักเราน้อยไปถึงยังมีครอบครัวของเขาอยู่ พี่รู้สึกว่าเรากำลังทำตามเงื่อนไขของเขาเต็มไปหมด ทำไมในความสัมพันธ์นี้ไม่เห็นเราได้รับรู้แล้วตัดสินใจด้วยเลย เขาทำอะไรโดยพลการทุกสิ่ง ทั้งๆ ที่หนูคือ ภรรยาคนปัจจุบัน และระยะยาว เราจะเชื่ออะไรเขาได้อีก มันเป็น 3 ปีที่ทำให้เรารู้ว่ามันไม่จริงใจ เราก็ต้องพยายามเอาหัวใจไปฝากที่อื่นให้ได้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-