แต่งงานมา 1 ปีแล้ว แต่ยังไม่เคยประสบความสำเร็จในการมีเซ็กซ์กับสามี ซึ่งเราไม่มีประสบการณ์กันทั้งคู่เลยกังวลและกลัวมาก แต่ก็ไม่อยากให้เกิดปัญหาในความสัมพันธ์ ควรทำอย่างไรดีคะ ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แต่งงานมา 1 ปีแล้ว แต่ยังไม่เคยประสบความสำเร็จในการมีเซ็กซ์กับสามี ซึ่งเราไม่มีประสบการณ์กันทั้งคู่เลยกังวลและกลัวมาก แต่ก็ไม่อยากให้เกิดปัญหาในความสัมพันธ์ ควรทำอย่างไรดีคะ ?

27 ก.พ. 2026

แต่งงานมา 1 ปีแล้ว แต่ยังไม่เคยประสบความสำเร็จในการมีเซ็กซ์กับสามี

ซึ่งเราไม่มีประสบการณ์กันทั้งคู่เลยกังวลและกลัวมาก

แต่ก็ไม่อยากให้เกิดปัญหาในความสัมพันธ์ ควรทำอย่างไรดีคะ ?

       ‘คุณของขวัญ (นามสมมุติ)’ สายแรก ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (24 มกราคม 2569) ได้เข้ามาปรึกษา 'ดีเจต้นหอม-ดีเจเติ้ล-ดีเจเกลือ' และ ‘หมอท้อป - นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic’ เรื่อง จะมีวิธีก้าวข้ามความกลัวในการมีเพศสัมพันธ์อย่างไร

       ‘คุณของขวัญ (นามสมมุติ)’ อายุ 32 ปี ได้เล่าว่า เล่าว่าเธอคบหากับแฟนมา 4-5 ปี ในรูปแบบความสัมพันธ์ทางไกล ก่อนจะย้ายมาอยู่ด้วยกันปี 2563 และแต่งงานเมื่อปีที่แล้ว โดยที่มีความตั้งใจว่าจะมีเพศสัมพันธ์หลังการแต่งงานเท่านั้น เพราะแม่ของคุณของขวัญมักสอนอยู่ตลอดว่าต้องเก็บครั้งแรกไว้ให้สามี แต่เธอเป็นแฟนรายการ ฟังรายการพุธทอล์คพุธโทรมาตลอด และได้นำคำแนะนำไปปรับใช้ ที่ว่า ชีวิตคู่ควรจะลองกันไปทุก ๆ ด้าน จะได้รู้ว่าเราสามารถเข้ากันได้มั้ย ในตอนนี้เธอมั่นใจแล้วว่า แฟนคนนี้จะเป็นสามีของเธอในอนาคต จึงตัดสินใจที่จะบอกแฟนว่า เรามาทดลองทำครั้งแรกกันเถอะ 

       แต่เมื่อถึงสถานการณ์จริง มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะทั้งเธอและแฟน ก็ยังไม่เคยมีประสบการณ์กันทั้งคู่ ทุกอย่างจึงดูเก้ ๆ กัง ๆ แล้วเธอมีความรู้สึกเจ็บ ไม่สามารถฝืนทำกิจกรรมต่อได้ จึงหยุดไป โดยที่ยังไม่มีการสอดใส่

       ครั้งที่ 2 เธอและแฟน ตัดสินใจลองใหม่อีกครั้ง ครั้งนี้ดีกว่าครั้งแรก แต่ก็เกิดเหตุที่ทำให้เธอและแฟนกังวลใจ นั่นคือมีเลือดออกปริมาณมาก ขณะกำลังดำเนินกิจกรรมทางเพศ ทำให้ทั้งคู่ตกใจและหยุดกิจกรรมไป หลังจากนั้นก็ไม่เคยมีอะไรกันอีกเลย

       เมื่อไม่กี่วันก่อน เป็นวันครบรอบแต่งงาน 1 ปี ก็ได้เริ่มลองใหม่อีกครั้ง เพราะมีความรู้สึกว่า เมื่อตอนนี้เราแต่งงานแล้ว เรื่องนี้ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคู่ แต่มันก็ยังไม่สำเร็จเหมือนเดิม ไม่สามารถสอดใส่ได้ เธอเคยช่วยตัวเอง และสำเร็จแค่ภายนอกเท่านั้น ความพยายามที่ไม่สำเร็จซ้ำ ๆ ยังส่งผลให้สามีเริ่มขาดความมั่นใจ สามีของเธอพูดกับเธอว่า “ยิ่งมันไม่ประสบความสำเร็จมากเท่าไหร่  ความมั่นใจก็ยิ่งน้อยลง” 

       ตัวคุณของขวัญเองก็เคยไปตรวจภายในแล้ว แต่ผลตรวจก็ออกมาปกติ ซึ่งความรู้สึกจริง ๆ แล้ว เธอก็ไม่ได้มีความต้องการทางเพศสักเท่าไหร่ แต่อาจจะด้วยระยะเวลาที่คบกันมานาน จนกลายเป็นเพื่อนกันได้ สนิทกันมาก หรืออายุของเธอ หรืออาจเพราะความกลัว เธอรู้ว่าเรื่องการมีเพศสัมพันธ์เป็นสิ่งที่แฟน หรือเพศชายต้องการ แต่เมื่อเธอให้ไม่ได้เพราะกลัว มันจะเกิดปัญหาขึ้นในอนาคตมั้ย หรือจริง ๆ มันอาจจะเกิดขึ้นแล้วก็ได้ จึงอยากปรึกษาพี่ๆ กับคุณหมอว่า ควรก้าวข้ามไปยังไง เพื่อให้ชีวิตคู่มันสมบูรณ์ 

       เริ่มด้วย 'ดีเจต้นหอม' แนะนำว่า "เท่าที่ฟัง มองว่าปัญหาส่วนใหญ่น่าจะเกิดจากสภาพจิตใจล้วน ๆ โดยมีความกังวลสูงมาก เนื่องจากทั้งคู่เป็นมือใหม่ด้วยกันทั้งสองฝ่าย อาจจะยังไม่ต้องสำเร็จโดยการสอดใส่ในครั้งแรกก็ได้ ใช้วิธีอื่นไปก่อน เน้นการเล้าโลมเป็นพิเศษ และสิ่งสำคัญคือการรู้จักจุดที่ทำให้เกิดความสุขทางเพศ (จุดฟิน) ซึ่งสำหรับผู้หญิง ควรสำรวจร่างกายตนเองว่าจุดใดบ้างที่สามารถช่วยให้ไปถึงจุดสุดยอดได้ ถ้าเกิดพยายามแล้วไม่ได้จริง ๆ ท้ายที่สุด อย่ากังวลว่า ถ้าเราไม่มีเซ็กซ์กันเลย เราจะอยู่ด้วยกันไม่ได้ ชีวิตคู่อยู่ที่ความพอใจ ถ้าคุณสองคนพอใจกับสิ่งนี้มันสามารถไปต่อได้"

       ตามด้วย 'ดีเจเติ้ล' ให้คำปรึกษาว่า "พี่เองก็เคยเป็น ที่มีความกังวล ไม่มั่นใจ มันสามารถเป็นได้ พี่ว่าทุกคนเคยเป็น และเห็นด้วยกับดีเจต้นหอมที่แนะนำว่า ควรเริ่มต้นด้วยการเล้าโลมและผ่อนคลายก่อนเป็นอันดับแรก โดยย้ำว่าเจลหล่อลื่นมีความสำคัญ และพี่ขอแชร์จากเรื่องส่วนตัว พี่ก็เคยที่ไม่โอเคเลยกับการเป็นรับเพราะมันเจ็บมาก แต่พอเรารู้ และมีประสบการณ์แล้ว มันจะทำได้ จะกลายเป็นความรู้สึกที่ดีได้’

       'ดีเจต้นหอม' เสริมอีกว่า "ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นตามมาหลังจากที่สามารถสอดใส่ได้สำเร็จแล้ว คือการฟินไม่เป็น ซึ่งผู้หญิงถึง 33% ที่ฟินไม่เป็น ก็ยังสามารถใช้ชีวิตอยู่กับสามีได้อย่างมีความสุข"

       และต่อด้วย 'ดีเจเกลือ' พูดว่า "ในมุมมองของผม เมื่อเราจะทำกิจกรรมทางเพศแล้วเกิดความตื่นเต้น ความหวาดกลัว หรือความตกใจ จะส่งผลให้เกิดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ จนไม่สามารถสอดใส่เข้าไปได้ สิ่งที่ผมอยากช่วยคุณของขวัญคือการปรับเปลี่ยนความคิด (Mindset) เพราะยิ่งเราวิตกกังวลก็จะยิ่งเพิ่มความกลัว จึงอยากให้เปลี่ยนมุมมองว่า หากวันนี้เราพยายามแล้วไม่สำเร็จอีก ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยเริ่มใหม่ เปรียบเสมือนกับการเล่นกีฬา ที่เมื่อวันนี้เราเล่นแพ้ ก็ไม่เป็นไร พรุ่งนี้เราเล่นใหม่ อะไรที่ไม่เวิร์คก็ให้ปล่อยผ่านไป แล้วค่อยเริ่มต้นใหม่ในครั้งต่อไป  ทุกอย่างมันพังได้ ไม่จำเป็นต้องเก่งทุกครั้ง แต่ถ้าพยายามแล้วยังไม่เวิร์คแนะนำให้ไปพบนักจิตวิทยาแล้วบำบัด จะช่วยได้เยอะเลยในการปรับทัศนคติของเรา"

       ปิดท้ายด้วย 'คุณหมอท้อป' พูดว่า "จริง ๆ แล้ว คนที่มีปัญหาเหมือนคุณของขวัญก็เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นคู่สมรส หรือเป็นแฟนกัน มันไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ปัญหาเหล่านี้ก็คงเกิดเพราะมีความกังวลที่ค่อนข้างเยอะ อย่าเอาหนังผู้ใหญ่มาเป็นบรรทัดฐาน การที่คุณของขวัญได้ไปตรวจภายในกับคุณหมอเพื่อตรวจเช็กว่าเป็นปกติมั้ยนั้นถือเป็นสิ่งที่ถูกต้อง 

       เรื่องที่สองคือการกังวลจนหดเกร็ง ซึ่งวิธีการแก้ก็ขึ้นอยู่กับบุคคล และเรื่องของขนาดเพศชายบางทีถ้าเป็นขนาดใหญ่มากก็อาจจะเข้ายาก ฉนั้นถ้ามีปัญหาแบบนี้ไม่ต้องอาย ให้ปรึกษาคุณหมอได้เลย คุณหมอก็จะได้แนะนำว่า ต้องทำยังไง ตามที่ดีเจเกลือแนะนำเรื่องการปรับมายเซตนี่ถูกต้อง เพราะเซ็กซ์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์เท่านั้น และไม่ใช่ทั้งหมดของความสัมพันธ์ คุณไม่ควรต้องรู้สึกผิดใด ๆ ทั้งสิ้น ควรมีการเล้าโลม (Foreplay) อย่างเพียงพอโดยไม่ต้องเร่งรีบในการสอดใส่ เพราะความสุขทางเพศสามารถเกิดขึ้นได้หลากหลาย อย่าฝืนและอย่ากดดันตนเอง เพราะถ้าหากเรากดดันจนรู้สึกว่าการมีเพศสัมพันธ์คือ 'บทลงโทษ' นั่นจะนำไปสู่ปัญหาที่แท้จริงในภายหลังได้"

เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แม๊ !! คุณครูสุดลำบากใจ เจอผู้ปกครอง ‘กดดัน’ ลูกตัวเองเหลืออีก 1 คะแนนจะไม่ติด 0 แต่แม่มาบอกว่า… ให้ครูช่วยปัดๆเศษ เพิ่มเกรดให้เป็นสักเกรด 1.5 หรือ 2 ไปสิ ทุกอย่างก็อยู่ที่ปลายปากกาครูอยู่แล้ว

06 ต.ค. 2023

แม๊ !! คุณครูสุดลำบากใจ เจอผู้ปกครอง ‘กดดัน’ ลูกตัวเองเหลืออีก 1 คะแนนจะไม่ติด 0 แต่แม่มาบอกว่า… ให้ครูช่วยปัดๆเศษ เพิ่มเกรดให้เป็นสักเกรด 1.5 หรือ 2 ไปสิ ทุกอย่างก็อยู่ที่ปลายปากกาครูอยู่แล้ว

แม๊ !! คุณครูสุดลำบากใจ เจอผู้ปกครอง ‘กดดัน’ลูกตัวเองเหลืออีก 1 คะแนนจะไม่ติด 0 แต่แม่มาบอกว่า…ให้ครูช่วยปัดๆเศษ เพิ่มเกรดให้เป็นสักเกรด 1.5 หรือ 2 ไปสิทุกอย่างก็อยู่ที่ปลายปากกาครูอยู่แล้ว พอคุณครูปฏิเสธแม่ไม่พอใจ พิมพ์มาต่อว่าในไลน์ยาวเลย เจอแบบนี้ทำไงดี? “คุณครูหวาน (นามสมมุติ)” อายุ 25 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (4 ต.ค. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก -ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอมเกี่ยวกับปัญหาเด็กที่สอนไม่ส่งงานจนต้องติด 0 แต่พอผู้ปกครองรู้กลับมาต่อว่าและกดดันให้เราเพิ่มเกรดให้ โดย “คุณครูหวาน (นามสมมุติ)” ได้เริ่มเล่าว่า ‘ปฏิบัติหน้าที่เป็นครู สอนประจำวิชาหนึ่ง โดยรับผิดชอบสอนเด็กมัธยมปลาย เด็กวัยนี้ก็ค่อนข้างที่จะคุยรู้เรื่อง แล้วช่วงนี้เป็นช่วงประกาศคะแนนเก็บของเด็กๆ เพื่อให้เด็กๆ พอได้รู้ว่าเรามีคะแนนเก็บเท่าไหร่ ต้องทำคะแนนสอบปลายภาคเพิ่มอีกแค่ไหน ตามปกติก็จะเรียกเด็กๆ มาดูคะแนนก่อน แต่ในวันนั้นเกิดข้อผิดพลาดเผลอให้เด็กดูคะแนนเก็บ แล้วเด็กดันเห็นคะแนนรวมทั้งหมด เมื่อเด็กรู้คะแนนเก็บทั้งหมดก็จะสามารถคำนวณเกรดตัวเองได้เลย ตามเกณฑ์ทั่วไป อย่าง 80 คะแนนจะได้เกรด 4 แล้วเมื่อเด็กเห็นคะแนนรวม ก็จะรู้ว่าตัวเองติด 0 ก็คือคะแนนไม่ถึง 50 ในคะแนนเต็ม 100 ตอนแรกตัวเด็กเองก็ไม่ได้มีพฤติกรรมโวยวายอะไร ดูแล้วก็ยอมรับ เดิมทีเด็กคนนี้ไม่ได้มีพฤติกรรมก่อกวนอะไร เรียกได้เลยว่าเป็นเด็กเรียบร้อยคนนึงเลย แค่ไม่ได้สนใจการเรียนขนาดนั้น ตกเย็นหลังจากเลิกเรียน ผู้ปกครองของเด็กคนนี้ก็ส่งแชทไลน์มาบอกทำนองว่า ลูกของเขามาบอกว่าติด 0 เป็นเรื่องจริงมั้ย? จากนั้นก็รีบชี้แจงไปว่าช่วงนี้ยังไม่ได้เป็นช่วงประกาศคะแนน แต่เกิดความผิดพลาดทำให้น้องเห็นคะแนนไปก่อน แต่ว่าน้องคะแนนรวมไม่ถึง 50 เลยทำให้น้องต้องติด 0 ซึ่งในตอนนั้นผู้ปกครองก็ไม่ได้มีการโวยวายอะไรในแชทไลน์ เป็นการรับทราบตรงกันก็จบไป แต่ปรากฏว่าวันสุดท้ายที่เป็นวันสอบ อยู่ ๆครูที่ปฎิบัติหน้าที่ประจำชั้นด้วยกัน ก็เดินมาบอกว่า ‘น้อง เดี๋ยววันนี้ผู้ปกครองของเด็กคนนี้จะเข้ามาหานะ’ โดยที่ไม่ได้ถามก่อนเลยว่าสะดวกหรือว่างมั้ย แล้วพอผู้ปกครองที่เป็นคุณแม่เดินทางมาถึง ก็พูดคุยกันโดยที่คุณแม่เองก็ไม่ได้มีพฤติกรรมพูดคำหยาบ โมโหร้ายหรืออะไรเลย ก็คิดว่าเหมือนจะคุยกันรู้เรื่องด้วยซ้ำ และในตอนแรกคิดว่าเหตุผลที่คุณแม่มาเพราะไม่พอใจที่ลูกจะติด 0 เพราะอีกแค่ 1 คะแนนนักเรียนก็จะไม่ต้องติด 0 เบื้องต้นก็ได้ชี้แจงไปว่า ไม่รู้ว่าจะเพิ่มคะแนนส่วนไหนให้กับเด็กได้แล้ว เพราะมันเป็นเกณฑ์ของวิชาการ เป็นระเบียบที่ว่าถ้าเพิ่มให้หนึ่งคนก็ต้องเพิ่มให้กับคนอื่น ๆด้วย เพราะเด็กทุกคนต้องมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน คุณแม่ก็พูดตอบกลับมาว่า ‘ลูกของเขาจำเป็นต้องใช้เกรดยื่นเข้ามหาวิทยาลัยนะ’ ซึ่งในกรณีแบบนี้คุณแม่จำเป็นต้องติดต่อทางวิชาการ เพราะคุณครูไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเกรดเองได้ ทางคุณแม่พูดขึ้นมาว่า ‘แล้วทำไมต้องติดต่อวิชาการ ในเมื่อคะแนนมันอยู่ในดุลยพินิจของครู แค่ปลายปากกาเองครูก็เพิ่มเองสิ’ โดยคำพูดและสีหน้าท่าทางของผู้ปกครองคนนี้แสดงออกถึงความกดดันมาก ๆในตอนนั้น โดยการพูดคุยครั้งนี้ไม่ได้พูดเป็นการส่วนตัว แต่พูดคุยในห้องพักครู ซึ่งมีครูท่านอื่น ๆนั่งรวมอยู่ด้วย สิ่งเดียวที่ทำได้ในตอนนั้นก็คือการพยายามอธิบายให้ผู้ปกครองคนนั้นเข้าใจว่า ในการสอนของครูจะเป็นการสอนร่วมกับครูท่านอื่นด้วย ทำให้ไม่สามารถตัดสินใจหรือเปลี่ยนแปลงเองได้คนเดียว อธิบายไปก็เหมือนจะจบเหมือนผู้ปกครองจะเข้าใจ วันถัดมา ผู้ปกครองคนเดิมก็ส่งแชทไลน์มาอีกครั้ง เป็นข้อความยาวมาก ๆเรียงยาวมาขนาดที่ว่าต้องเลื่อนอ่านเรื่อย ๆแต่ไม่มีคำหยาบ โดยความหมายในข้อความนั้นประมาณว่า ครูขาดจริยธรรม ศีลธรรม ครูเองสามารถแก้ไขคะแนนได้ทำไมไม่แก้ ต้องให้ติดต่อวิชาการทำไม และประโยคที่ว่าเป็นครูประจำชั้น จะไม่ช่วยหรอ ลูกเขาก็ไม่ใช่คนไม่ดี ไม่ได้เอาเกรดไปฆ่าคน เลยทำให้รู้ว่าจริง ๆแล้วสิ่งที่ผู้ปกครองไม่พอใจไม่ใช่การที่ลูกของเขาติด 0 แต่ไม่พอใจต้องการที่จะให้เพิ่มเกรดจากติด 0 เป็นเกรด 1.5 หรือ 2 เพื่อให้เกรดลูกเขาออกมาสวย ถึงเกณฑ์ที่จะยื่นเข้ามหาวิทยาลัย ยอมรับตามความจริงก็เกือบจะใจอ่อนอยู่เหมือนกัน เพราะนักเรียนคนนี้ไม่ได้มีพฤติกรรมเลวร้ายอะไร เลยพูดออกไปวันที่ผู้ปกครองมาที่โรงเรียนว่า ถ้าให้ช่วยคือทำได้เพียงให้ไม่ติด 0 แต่นักเรียนก็ต้องมาทำงานเพิ่ม หรือต่อให้เด็กคนนี้จะติด 0 หรือ ไม่ติด 0 เกรดมากสุดที่ได้ก็คือ 1 จริง ๆ แล้วสิ่งที่ได้กลับมาคือ ผู้ปกครองมองหน้าแล้วพูดว่า 1.5 ได้ไหม หรือ 2 ได้ไหม ภาพที่ผู้ปกครองพูดใส่หน้ามันกลายเป็นภาพติดตาไปเลย เหตุการณ์นี้ก็เข้าใจถึงความหวังดีของผู้ปกครองที่ทำเพื่อลูกจริง ๆเพียงแต่มันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แล้วข้อความที่เขาเคยส่งมา มันลบสิ่งที่เขาพยายามใส่ว่าเป็นครูอย่างนู้นอย่างนี้ออกไปไม่ได้ มันย้ำเตือนว่าเป็นอย่างนี้จริง ๆหรอ แม้จะรู้ตัวว่าไม่ได้เป็นครูอย่างที่เขาพูดมา การพูดคุยครั้งสุดท้ายคือไม่รู้จะอธิบายยังไงแล้ว เพราะเขาปิดกั้นตัดสินไปแล้วว่าเป็นครูที่ขาดจริยธรรม ศีลธรรม ขาดความสามารถในการสอน เลยตอบกลับไปแค่ว่า ‘ขอบคุณค่ะ’ สิ่งที่ผู้ปกครองตอบกลับมาครั้งสุดท้ายคือ ‘อย่าแค่ขอบคุณนะ อ่านแล้วคิดตามด้วยนะ’ ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ได้ตัดสินใจลาออกจากการเป็นครูก่อนหน้านี้แล้ว แต่เหตุผลที่ลาออกไม่เกี่ยวกับผู้ปกครองคนนี้ โดยวันศุกร์นี้จะเป็นวันสุดท้ายของการทำงาน เลยอยากปรึกษาพี่ ๆว่าจะทิ้งข้อความสุดท้ายในกลุ่มไลน์ผู้ปกครองอย่างไงดี ” ‘ดีเจเผือก’ เริ่มให้คำปรึกษาว่า “ขอชื่นชมคุณครูนะครับ เสียดายที่ลาออกแล้ว ผมว่าการศึกษาเราต้องการครูแบบครูหวานเยอะเลย นี่คือตัวอย่างของครูที่ดี ที่ต้องเจอกับความพ่อแม่รังแกฉันที่หลาย ๆคนคงได้เห็นอะไรแบบนี้ และสงสารลูกของเขาที่ต้องมีคุณแม่แบบนี้ มันไม่ใช่แค่พฤติกรรมที่ สำหรับผมใช้คำว่า น่ารังเกียจ สำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่ แต่เชื่ออย่างมาก ๆว่าระบบความคิดแบบนี้มันจะถูกถ่ายทอดลงไปในระบบความคิดของลูกเขาไม่มากก็น้อย ซึ่งเขาก็คงต้องการครูอย่างครูหวาน ที่จะทำให้เขารู้ว่าการสอนลูกที่แท้จริง การที่เขาช่วยลูกแบบไหน ที่เป็นการช่วยลูกจริง ๆ คนเราความรักบังตาแล้วก็ช่วยเหลือลูก ญาติพี่น้องในแบบที่มันไม่ใช่การช่วย มันยิ่งทำให้เขาเหมือนตกหลุมความเห็นแก่ตัว ความไม่ยอมรับกติกา ความซิกแซก ความใต้โต๊ะ ความคอรัปชั่นไปในตัวตั้งแต่เด็ก ซึ่งเรื่องเรียนเป็นเรื่องใหญ่มากนะ ลองคิดว่าผู้หญิงคนนี้ไปห้าง ต่อคิวเป็นไหม ไปสวนสนุกเขาต่อคิวกัน คนนี้แซงไหม ไปกินข้าวศูนย์อาหารเขาให้เก็บถาด คนนี้เก็บไหม สงสารเขา จุดแรกคืออยากจะบอกครูหวานคือจงมั่นใจในสิ่งที่ครูหวานทำนะครับ มันเป็นสิ่งที่ระบบการศึกษาไทยต้องการมาก ๆเลยนะครับ สุดท้ายคำพูดเหล่านั้นที่เขาพิมพ์มา มันก็คือแค่การพยายามกลับผิดเป็นถูก กลับถูกเป็นผิด บางทีเราอาจจะคิดแค่ว่าเราเจอกับคนที่ระบบความคิดผิดเพี้ยนไปหมด เพราะฉะนั้นเขาจะมองตรรกะในชีวิตเขากลับด้าน อย่าทำให้ระบบความคิดที่ผิดเพี้ยนของใครสักคนมาทำให้คุณค่าในตัวเราหายไปเลยครับ ส่วนข้อความสุดท้ายได้หมดเลยครับ เชื่อว่าครูหวานจะสื่อสารออกไปในแบบที่มันโอเค ความตั้งใจ ที่เราอยากจะเป็นครูแบบไหนพูดออกไปได้หมดเลย ” ต่อมาที่ ‘ดีเจเติ้ล’ ให้คำปรึกษาว่า “ข้อความสุดท้ายครูหวานต้องไม่คาดหวังว่าเขาจะสำนึกจากข้อความครูหวานเลย พี่ว่าเขารู้อยู่แล้วว่าสิ่งที่ควรจะเป็นตากฎกติกาคืออะไร เขาแค่ไม่อยากเล่นตามกฎกติกา เขาแค่อยากได้สิ่งที่อยากได้ ซึ่งบางทีไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลูกเขาต้องการหรือเปล่า เราอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหลังบ้านเขาเป็นยังไง เอาจากใจพี่ พี่ไม่อยากให้ครูหวานส่งอะไรปเลยด้วยซ้ำ เพราะว่าพี่รู้สึกว่าไม่มีความจำเป็นอะไรที่ครูหวานต้องอธิบายในสิ่งที่ครูหวานคิดอีกแล้ว คือในการกระทำของครูหวานถึงตอนนี้มันแสดงให้เห็นถึงจุดยืนในวิชาชีพนี้ของครูหวานแล้ว แล้วมันก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องด้วย ไม่ต้องไปสนใจในสิ่งที่แม่ของเด็กคนนั้นพูดเลย เพราะว่าเรารู้อยู่แล้วว่าสิ่งที่เขาพูดเขาต้องการอะไร เขาจะหาเรื่องมาเบนครูหวานทุกอย่างเลยเพราะครูหวานไม่ให้เขาแค่นั้น ซึ่งมันไม่ใช่ มันผิด แต่สิ่งที่ครูหวานทำคือสิ่งที่ถูกต้อง ถูกแล้วอยากให้เชื่อมั่น โดยไม่ต้องสงสัยว่าตัวเองทำถูกหรือผิด ” ปิดจบกันที่ ‘ดีเจต้นหอม’ ให้คำปรึกษาว่า “ก็เป็นข้อความที่จะให้พิมพ์ กราบขอบคุณสมาคมผู้ปกครองที่ให้เกียรติหวานได้มาเป็นครูประจำโรงเรียนแห่งนี้ หวานได้เรียนรู้ทั้งข้อดีและข้อเสียมากมาย การที่เด็กจะเติบโตมาอย่างเพียบพร้อมและแข็งแกร่งนั้น ไม่ใช่ฝากความหวังไว้ที่โรงเรียนเท่านั้น คนในบ้าน โดยเฉพาะคุณแม่ควรมีศักยภาพมากพอในการดูแลให้ลูกเติบโต ซึ่งหากคุณแม่ขาดศักยภาพก็จะส่งผลต่อการเรียนของเด็ก อยากให้คุณแม่สังเกตลูก ๆดูนะคะ ใครที่ลูก ๆมีการเรียนที่ตกต่ำ อยากให้คุณแม่เนี่ยกลับไปเสริมทักษะพัฒนาตัวลูกและตัวเองด้วย ช่วงนี้เราจะสอนและคาดหวังให้ลูกโตไปไม่โกง ฉะนั้นมันควรจะถูกสอนตั้งแต่ที่บ้าน ให้มันจบที่รุ่นคุณแม่นะคะ จากนั้นครูหวานหนีไปให้ไกล แล้วเปลี่ยนชื่อไลน์ด้วย สายนี้ได้คำแนะนำครบรสครูหวานเลือกใช้ได้เลยนะ ”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คบแฟนมา 2 ปี ต่างคนต่างไม่เปิดตัวกัน ครอบครัวก็ไม่ได้เจอ เพราะแฟนบอกว่า พ่อแม่หัวโบราณ จะเห็นรอยสักที่แขนขา เจาะจมูก เจาะหู ไม่ได้ แล้วแฟนก็บอกว่าเราไม่ใช่สเปคแฟนเลย เขาชอบผู้หญิงน่ารักๆ ขาวใส แต่ก็ยังคบกับเรา ตอนนี้เราสับสน

13 ส.ค. 2024

คบแฟนมา 2 ปี ต่างคนต่างไม่เปิดตัวกัน ครอบครัวก็ไม่ได้เจอ เพราะแฟนบอกว่า พ่อแม่หัวโบราณ จะเห็นรอยสักที่แขนขา เจาะจมูก เจาะหู ไม่ได้ แล้วแฟนก็บอกว่าเราไม่ใช่สเปคแฟนเลย เขาชอบผู้หญิงน่ารักๆ ขาวใส แต่ก็ยังคบกับเรา ตอนนี้เราสับสน

คบแฟนมา 2 ปี ต่างคนต่างไม่เปิดตัวกัน ครอบครัวก็ไม่ได้เจอเพราะแฟนบอกว่า พ่อแม่หัวโบราณ จะเห็นรอยสักที่แขนขา เจาะจมูก เจาะหู ไม่ได้แล้วแฟนก็บอกว่าเราไม่ใช่สเปคแฟนเลย เขาชอบผู้หญิงน่ารักๆ ขาวใสแต่ก็ยังคบกับเรา ตอนนี้เราสับสนว่า จะอยู่กันแบบนี้ต่อไปหรือ เดินออกมา “คุณเอ็ม (นามสมมติ)” อายุ 34 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (7 ส.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจอ้อม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับปัญหาเราสักลายที่แขน และมีลูกติด ทำให้แฟนไม่อยากเปิดตัวเรากับที่บ้าน! “คุณเอ็ม (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘หนูคบกับผู้ชายอายุ 39 เข้า 40 ปี เขาก็เป็นพนักงานออฟฟิศทั่วไปเหมือนกับหนู คบกันประมาณ 4 ปี เขาค่อนข้างที่จะดูแลเราดีในระดับนึง เรื่องไปรับ ไปส่ง เรื่องชีวิตประจำวัน เขาเคยพูดถึงเรื่องในอนาคตว่าหลังเขาทำงานเกษียณ ก็มีหนูอยู่ด้วยกันตรงนั้น ส่วนเรื่องแต่งานเราเห็นตรงกันว่า เราจะไม่แต่งกัน และเรื่องลูกก็ยังไม่อยากมีเพิ่ม แต่ว่ามีอยู่ปัญหาหนึ่งคือ หนูไม่เคยไปเจอคนในครอบครัวเขา และไม่เคยเปิดตัวหนูเลยแม้กระทั่งคนที่บ้าน ในโซเชียล หรือกลุ่มเพื่อนๆ ก็ไม่เคยพาไปเจอเลย เวลาเจอคนอื่นถาม เขาก็จะบอกว่าหนูเป็นน้อง แต่จะมีกลุ่มเพื่อนอีกกลุ่มที่หนูรู้จักกันมาก่อน เขาให้เหตุผลว่า 1. หนูมีลูกแล้ว เขาค่อนข้างเอ็นดู และดูเแลลูกหนู 2. หนูมีรอยสักนอกร่มผ้า จึงทำให้เขาเปิดตัวหนูยากมาก ซึ่งหนูก็ไม่เปิดตัวเขาเหมือนกันเพราะเขาไม่เปิดตัวหนู แต่ครอบครัวกับเพื่อนสนิทหนูรู้หมดทุกคน ด้วยความที่เราไม่เคยทะเลาะกันมาก่อน แล้วมันอาจจะเป็นประเด็นที่ทำให้เรา 2 คนทะเลาะกัน หนูจึงไม่เคยถาม เขาเคยพูดว่าสเปคของเขาคือ สูง ขาว สวย หุ่นดี หน้าตาดี มันตรงกันข้ามกับหนูเลย แต่เขาก็เป็นคนมาจีบหนู หนูสงสัยว่าทำไมเขาไม่เปิดตัวหนูสักที หนูไม่รู้ว่าเขาอายหรือไม่อยากให้ใครรู้ว่ามีหนูอยู่ในชีวิตเขา จริงๆหนูก็รักเขา แต่ถ้าเป็นแบบนั้น หนูคงต้องไป หนูก็อยากมีตัวตน โดยที่ไม่ต้องปกปิด อยากให้ภูมิใจที่มีเรา หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า หนูควรถามเขาไปตรงๆ หรือปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปดี? ซึ่งทางด้าน “ดีเจอ้อม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อยากให้ถามนะ ถ้าเอ็มรักตัวเองพอ แต่ถ้าไม่แน่ใจว่าไหว ก็ประคองตัวเองไปก่อน เราอย่าปล่อยให้คนคนนึงทำให้เราไม่เป็นตัวเอง เวลาเราจะถามใครก็แล้วแต่ เราต้องถามตัวเองก่อนว่ารับได้แค่ไหน ถ้าไม่พร้อมก็ไม่ต้องถาม รอให้เราพร้อมที่จะล้มได้ ตอนนั้นแหล่ะ ให้ถามเลย และต้องปรับทัศนคติตัวเราเองให้เชื่อว่าการคุยและมีปัญหาไม่ได้เท่ากับการมีปัญหา การมีปัญหาระหว่างความสัมพันธ์มันอาจจะเป็นเรื่องการสื่อสาร การเข้าใจ แต่ไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหา ถ้าเราพูดคุยกันได้ มันอาจจะเข้าใจกันได้ดีขึ้น น้องเอมต้องเชื่อมั่นในความเท่ของตัวเอง’ “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาต่อว่า ‘ถ้าเป็นพี่ พี่จะถาม เพราะเหตุผลของเขาคือคำตอบที่พี่ไม่ซื้อ เพราะทั้งหมดทั้งมวลคือคุณเลือกเรานะ ถ้าไม่อยากเปิดตัวเพราะเหตุผลนี้คุณจะเลือกเราทำไมตั้งแต่แรก แล้วยิ่งเป็นประเด็นที่เขาไม่ชอบอีก มันไม่ใช่ว่าคุณชอบฉันเพราะฉันเป็นแบบนี่หรอ พี่ว่ามันควรจะมีเหตุผลที่ดีกว่านี้ พี่อยากให้ถามเพราะเอ็มบอกว่า ไม่กล้าถามเขาเพราะกลัวเป็นประเด็นให้ทะเลาะกัน แล้วมันยังไง ทำไมคนรักกันจะถามอะไรที่จะทะเลาะกัน เพื่อความเข้าใจกันไม่ได้หรอ มันกลายเป็นว่าเราจะรักก้นดีๆโดยที่ไม่มีเรื่องที่เห็นไม่ตรงกันเลยหรอ ถ้าเรารู้สึกว่าสิ่งที่เขาคิดมันเป็นสิ่งที่เราไม่ชอบ ไใ่พอใจ ไม่สมเหตุสมผล เราไม่มีสิทธิ์ที่จะบอกเขาเลยหรอ พี่รู้สึกว่าความรักแบบนี้ไม่น่าจะดีนะ มัสต้องคุยกันได้ เพราะสิ่งนี้มันคือสิ่งที่มีเหตุผลพอที่จะถาม ไม่ใช่เรื่องงี่เง่า พี่ว่ามันคือสิ่งที่ควรคุยกัน’ และ “ดีเจอั๋น” ให้คำปรึกษาว่า ‘คนส่วนใหญ่คิดว่า ทุกความสัมพันธ์ไม่ใช่แค่แฟนกัน เราควรคุยกันได้ เพราะการสื่อสารสำคัญที่สุดที่ทำให้ความสัมพันธ์ใดๆก็มีสุขภาพดี คือ Healthy Relationship ถ้าเราอยู่ในความรักที่เรารู้สึกว่ามันดี แต่เราไม่กล้าที่จะพูดหรือบอกความรู้สึก พี่ไม่คิดว่าความรักหรือความสัมพันธ์นั้นมันดี และในทุกๆความรัก ทั้งเขาและเรามีสิทธิ์ที่จะเลือกหรือไม่เลือก อย่าลืมสิทธิ์นี้ของตัวเองแล้วกกลัวว่าอยู่ดีๆเขาจะเปลี่ยนใจไม่เลือกเรา เราต้องเห็นค่าของตัวเองมากกว่านี้ เราอย่าลืมรักตัวเอง ทั้งหมดทั้งมวลเราบอกไม่ได้ว่าเขาเป็นคนดีหรือไม่ดี พี่ก็เคยอยู่ในภาวะไร้ตัวตน ถ้าเรารู้สึกว่าเขารักเรา เราถมเขาเลย ถามด้วยความรู้สึกว่าอยากเข้าใจ รักกันไม่จำเป็นต้องประกาศให้โลกรู้ แต่ก็ไม่ควรซ่อนฉันจนไร้ตัวตน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แทบมุดดินหนี!! สาวเล่าประสบการณ์ออกเดทกับผู้ผ่านแอป นัดเจอกัน เช้าเข้าวัดทำบุญ บ่ายไปกินข้าวร้านอาหาร นั่งๆอยู่ ฝ่ายชายสะกิดบอก “เธอๆ ซิปเธอแตกรึเปล่า?” ก้มดูเท่านั้นแหละ กางเกงในสีส้มดับเพลิง โผล่ออกมา...

03 ก.ค. 2023

แทบมุดดินหนี!! สาวเล่าประสบการณ์ออกเดทกับผู้ผ่านแอป นัดเจอกัน เช้าเข้าวัดทำบุญ บ่ายไปกินข้าวร้านอาหาร นั่งๆอยู่ ฝ่ายชายสะกิดบอก “เธอๆ ซิปเธอแตกรึเปล่า?” ก้มดูเท่านั้นแหละ กางเกงในสีส้มดับเพลิง โผล่ออกมา...

“คุณแป๋ว (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [28 มิ.ย. 66] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย นภาพร เกี่ยวกับปัญหาการไปออกเดทกับผู้ชายที่ชอบ โดย “คุณแป๋ว (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ตอนนี้หนูกำลังคุยอยู่กับผู้ชายคนนึง เพิ่งคุยกันได้ประมาณ 2 อาทิตย์ เจอกันในแอปหาคู่ ส่วนตัวหนูก็ไม่ค่อยไปเที่ยวกับผู้ชายแบบ 2 ต่อ 2 มาประมาณ 7 ปีได้ เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว หนูก็เลยลองไปดู เพราะโอเคกับเขา หนูก็แต่งตัวสวยเลย ก่อนจะไปหาเขา หนูก็แวะที่ทำงานแปปนึง เพื่อเดินโชว์ให้ทุกคนที่ทำงานชมก่อนว่าหนูสวยมั้ย? แล้วเขาก็นัดเจอหนูที่วัด พอหนูเจอผู้ชาย เขาก็ตรงปกดี ส่วนการแต่งตัวของหนู หนูก็แต่งตัวปกติ ใส่กางเกงพอดีตัวและเสื้อก็พอดีตัว หลังจากที่กลับจากวัดเราก็เดินไปหาอะไรกินกัน แล้วก็มีดื่มกันนิดหน่อยและนั่งเล่นบอร์ดเกมด้วยกัน จังหวะนั้นเหมือนเขานิ่งไปแปปนึง แต่เราก็ไม่ได้ถามอะไรเขา จนเขาเรียกหนูแล้วชี้ไปที่พุงตัวเอง แล้วเขาก็ถามว่าซิปเธอแตกหรือเปล่า? แล้วพุงหนูมันก็ปริ้นทะลุซิปออกมาเลย แต่ที่พีคที่สุดคือ วันนั้นหนูใส่กางเกงในสีส้ม แบบส้มดับเพลิง หนูไม่รู้ว่าที่เขามองมา เขาเห็นแค่พุงหนูหรือเห็นขอบกางเกงในของหนูด้วยหรือเปล่า ซึ่งที่หนูใส่กางเกงในสีส้ม เพราะหนูดูดวงมา... มันเป็นภาพติดตาหนู และไม่รู้จะทำยังไง ในใจก็อาย ทำยังไงดี? แต่หนูก็บอกเขาว่า อ่อ ซิปแตกมั้ง แล้วหนูก็เชิ่ด เล่นเกมต่อ หลังจากนั้นแปปนึง เขาก็บอกว่าเขาเริ่มเมาแล้ว เราแยกย้ายกันกลับมั้ย? หลังจากนั้นเราก็ยังคุยกันต่อ แต่ที่เป็นปัญหาของหนู คือ หนูไม่รู้จะลบภาพนั้นยังไงดี? แล้วหนูก็ไม่รู้ว่าเขาเห็นมั้ย ในหัวเขาก็มองเราเป็นยังไง? เพราะมันเป็นเดทแรก หลังจากที่ไม่ได้เจอมาแบบนี้มา 6-7 ปีแล้ว มันก็เลยกลายเป็นว่าหนูแอบเสียความมั่นใจอยู่ แต่เขาก็ชวนไปเดทวันศุกร์นี้อีก! หนูจะทำยังไงให้ตัวเองลืมภาพที่ตัวเองอายออกไปได้? ให้กลับมามีความมั่นใจอีกรอบ... งานนี้ 3 ดีเจ ก็ได้ให้คำแนะนำว่า ‘มันลบไม่ได้หรอก ถ้าแป๋วลบเหตุการณ์นั้นไปง่ายๆ ครั้งต่อไปเราจะไม่มีอะไรไว้เตือนใจ แต่ถ้ามันลบออกไปไม่ได้ มันก็จะตามเตือนใจการแต่งตัวของเราทุกครั้ง ว่าถ้าเราจำได้ เราจะไม่ทำแบบนั้นอีก เอาไว้สำหรับการเป็นบทเรียน เพราะฉะนั้นถ้าลืมอะไรง่ายๆ มันก็ต้องเจ็บซ้ำๆเรื่องเดิมๆอีก ใดๆก็ตามสิ่งที่แป๋วควรจะดีใจ เพราะเขาเห็นแล้วแต่ยังนัดเดทกับเราอีกรอบ แนะนำให้ลดโทนสีลงมานิดนึง แป๋วยังเป็นตัวของตัวเองได้นะ แต่อาจจะรัดกุมเข้ามาหน่อย แล้วก็เพลินๆไปกับปัจจุบัน อย่าไปขยี้อดีต เพราะมันอาจจะเป็นการตอกย้ำเขาอีกฝั่งนึง และขยี้ตัวเองอีกด้วย...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

นับถือน้าเป็นแม่ เลี้ยงหนูมาจนโต ตลอดเวลาที่อยู่บ้านเดียวกัน น้าเขย พยายามขอกำลังใจจากหนู ขอให้หนูกอด ขอให้หนูบอกรัก บางวันดึงหนูไปกอด หนูกลัวจนตัวสั่น ล่าสุดส่งรูปลามกให้หนูอีก ตอนนี้ไม่กล้าบอกใครเลย แม่เคยบอกไว้ว่าให้ทำดีกับเขาไว้เพราะเรื่องธุรกิจ

29 ม.ค. 2024

นับถือน้าเป็นแม่ เลี้ยงหนูมาจนโต ตลอดเวลาที่อยู่บ้านเดียวกัน น้าเขย พยายามขอกำลังใจจากหนู ขอให้หนูกอด ขอให้หนูบอกรัก บางวันดึงหนูไปกอด หนูกลัวจนตัวสั่น ล่าสุดส่งรูปลามกให้หนูอีก ตอนนี้ไม่กล้าบอกใครเลย แม่เคยบอกไว้ว่าให้ทำดีกับเขาไว้เพราะเรื่องธุรกิจ

“คุณมี่ (นามสมมติ)” อายุ 19 ปี สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (24 ม.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม กับปัญหาเกี่ยวกับครอบครัว ที่น้าเขยมาลวนลาม น้าสาวที่นับถือเป็นแม่อีกคนก็รู้เรื่อง แต่ไม่คิดจะช่วยอะไร โดย “คุณมี่ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ปัจจุบันครอบครัวหนูมีอยู่กัน 4 คน คือ หนู แม่(น้าที่เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก ๆ ) ยาย และน้าเขย เมื่อก่อนแม่หนูเป็นแม่ค้าขายของที่ตลาด รายได้บางทีก็พอใช้ แต่บางครั้งก็ต้องประหยัด อยู่มาแบบนี้ได้สักพักนึงตั้งแต่เด็ก ๆ จนวันหนึ่งแม่ไปเจอแฟนในโลกออนไลน์ที่อายุอ่อนกว่าแม่ 10 ปี ซึ่งก็คือน้าเขยคนปัจจุบัน เขากับแม่ก็ตกลงกันว่าจะมาทำมาหากินใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน เข้ามาทำงานด้วยกันได้ประมาณ 2 ปี น้าเขยคนนี้ทะเลาะกับญาติทั้งตระกูล อยู่กันแบบเคืองใจกันมาตลอด จนเข้าปีที่ 5 ที่เขาอยู่ด้วยกัน ตอนนั้นหนูอายุ 15 ย่าง 16 ปี น้าเขยก็บอกว่า “จะซื้อของขวัญให้แต่ต้องแลกกัน” ของขวัญที่หนูคิดไว้ว่าจะเอาไปแลกกับน้าเขยก็คงจะเป็นสิ่งของหรือการ์ดขอบคุณ แต่เขาบอกว่าเขาไม่เอา เขาไม่อยากได้ เขาอยากได้กำลังใจจากหนู หนูก็เลยปฏิเสธไปว่า “ไม่เป็นไร...หนูไม่เอา” เขาบอกว่าอยากให้หนูกอด ให้หนูหอมเหมือนลูก หนูก็ปฏิเสธไป แต่พอถึงวันเกิดเขาก็ซื้อมาให้อยู่ดี หลังจากนั้นเขาก็เหมือนถาม เหมือนทวงว่า “ไหนอะของขวัญ ไม่เห็นได้อะไรเลย” หนูก็เลยพยายามเลี่ยงไม่ตอบโต้ และเขียนการ์ดขอบคุณไปให้ แต่ว่าเขาบอกว่า “ไม่เอา” มีวันนึงเป็นวันที่แม่ออกไปขายของข้างนอกกับน้าเขย ส่วนคุณยายก็ไปวัด วันนั้นเป็นวันที่หนูอยู่บ้านคนเดียว น้าเขยเขาก็เปิดประตูบ้านเข้ามา เดินมาเปิดประตูตู้เย็นดื่มน้ำ หนูก็เลยรีบหารีโมทเพื่อที่จะปิดทีวีและรีบออกจากตรงนั้น จังหวะที่หนูกำลังจะลุกไป เขาก็เดินมาคุกเข่าลง เอามือมากอดหนูไว้แล้วก็บอกว่า “ขอของขวัญหน่อยสิ” แล้วเขาก็หอมแก้มหนูทั้งสองข้าง ด้วยความที่เป็นเด็ก ไม่กล้าและกลัวจึงไม่ได้ขัดขืนหรือทำอะไร พอเขาปล่อยออก หนูก็รีบลุกและวิ่งออกเลย วันนั้นหนูจำได้ว่าหนูนอนร้องไห้จนหลับ ซึ่งอันนี้ก็คือวีรกรรมแรกของน้าเขยคนนี้ พอเวลาผ่านไปได้ไม่นาน เขาทะเลาะกับแม่เรื่องผู้หญิง เก็บกระเป๋าออกจากบ้านไป หนูก็เลยตัดสินใจบอกเรื่องที่เกิดขึ้นกับญาติ ๆ แต่ญาติเขาก็คุยกันบอกว่า “ยังไม่อยากบอกแม่ อยากให้เวลาแม่ทำใจก่อน” สุดท้ายเขาก็ไปได้ไม่นาน หลังจากผ่านไป 2 อาทิตย์ เขาก็กลับมาง้อแม่ แล้วก็กลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม ทำให้พฤติกรรมที่เขาเคยทำกับหนูกลับมาอีก เวลาที่อยู่บ้านหนูจะเลี่ยงการอยู่กับเขาสองต่อสอง บางทีเวลาเดินไปหน้าบ้านแล้วเห็นเขาอยู่ หนูก็จะอ้อมไปเข้าด้านหลัง เวลาที่หนูเข้าห้องนอน เขาก็จะชอบทักมาประมาณว่า “ขอหน่อยสิ...ขอหน่อย รู้ว่าอยากได้ ก็ให้หน่อย” หนูก็ได้บอกญาติว่าเขาทำแบบนี้อีก แต่ญาติก็พูดอะไรมากไม่ได้ มากสุดก็แค่รับรู้ไว้ เขาก็บอกว่า “ให้หนูดูแลตัวเอง” ญาติก็มาเยี่ยมหนูบ้างอะไรแบบนี้ ส่วนยายที่อยู่บ้านเดียวกัน หนูก็ยังไม่ได้บอก เพราะคุณยายเป็นคนเซนซิทีฟ เท่ากับว่าตอนนี้คนในบ้านที่อยู่ด้วยกันยังไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลย ยิ่งไปกว่านั้นบางทีน้าเขยเขายังส่งรูปลามกมาให้หนูในแชทอีกด้วย หนูยังไม่เคยโชว์ข้อความหรือรูปลามกที่เขาส่งมาในแชทให้แม่ดู ด้วยงานก็เลยยังไม่อยากพังชีวิตแม่ตอนนี้ เพราะว่ามันมีหลายอย่างที่เขาทำร่วมกัน แต่เหมือนแม่ก็รู้อยู่ว่าเขาเป็นคนยังไง หนูเคยคุยกับแม่ว่า “เขามาขอกอด” แม่ก็บอกแค่ว่า “อยากให้ทนไปก่อน เพราะอยากให้ชื่อกิจการมันเป็นของเราหมดก่อน” ส่วนแม่แท้ ๆ อยู่ข้างนอก อยู่ใกล้กัน แต่ฐานะการเงินของแม่เขาเลี้ยงดูหนูไม่ได้ หนูเคยบอกเรื่องนี้กับแม่แท้ ๆ แม่ก็บอกว่า “ถ้าวันไหนรู้สึกไม่ปลอดภัย ก็มานอนกับแม่ก็ได้” โดยปกติแล้วที่บ้านหนูเขาก็จะอยู่ห้องใครห้องมัน แต่บางทีเวลาเขาอยู่โถงบ้าน เขาชอบใส่กางเกงบ๊อกเซอร์มานั่งแหกขาดูทีวี ซึ่งจะทำแบบนี้แค่ตอนแม่ไม่อยู่บ้าน ล่าสุดที่ทำก็คือเมื่อสองวันที่แล้ว หนูเลยอยากจะถามพี่ ๆ ว่า “มันพอจะมีทางออกที่จะคิดคำพูด พูดกับแม่แบบจริงจังอะค่ะ เพราะว่าแม่หนูก็เหมือนเคยรับรู้แต่ช่วยอะไรไม่ได้มาก” แล้วเหมือนตอนนี้เขาพูดกับแม่ว่า เขาจะขายร้านทิ้งทั้งหมดไปอยู่ที่อื่นพาแม่ไปด้วย เหตุผลที่เขาจะไปมันน่ารังเกียจมาก เขาบอกกับหนูว่า “หนูไม่รักเขา ไม่กอด ไม่หอมเขา” แค่นี้เลยคือเหตุผลที่เขาจะพาแม่ไปอยู่ที่อื่น โดย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เป็นพี่พี่จะขอน้า ขอไปอยู่กับแม่แล้วให้เขาส่งเสียให้ ถ้าเขารักหนูจริง เขาจะทำ บอกไปว่าหนูไม่ไหว มันไม่มีความสุข หนูอยู่แบบนี้ไม่ได้ พี่ไม่อยากให้มี่คิดว่าเรื่องนั้นมันจะไม่เกิดขึ้น หนูเปลี่ยนเขาไม่ได้ แม่จะไม่มีวันเลิกกับเขา ตอนนี้ที่หนูทำได้คือย้ายออกจากบ้านหลังนั้น ซึ่งหนูมีทางที่จะย้ายด้วย ไม่ว่าจะเป็นแม่แท้ ๆ หรือญาติ พี่เชื่อว่าสุดท้ายจะไม่มีใครรักมี่เท่ามี่รักตัวเองนะ แล้วถ้าบอกแม่แล้วแต่แม่บอกให้ยอม ต้องอย่ายอมนะ กิจการอะไรเราทำมาหากินด้วยตัวเองได้ อย่าเอาชีวิตไปผูกกับสิ่งเหล่านี้แล้วเอาตัวเองแลก’ ต่อมาเป็น “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘เอาจริงวิธีที่จะพูดกับแม่มันไม่มีอะไรเลย เปิดไลน์ให้ดู เปิดข้อความ เปิดรูปที่เขาส่งมาให้ดูเท่านั้นแหละ แล้วก็ออกมาซะ อยู่กับใครก็ได้ที่ไม่ต้องมาเสี่ยงแบบทุกวันนี้ หนูไม่ได้ไม่มีใครนะลูก’ สุดท้ายเป็น “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘บ้านนี้หนูอยู่ไม่ได้แล้วอันตรายมาก แต่ถ้าหนูอยากลองถามแม่ก็ลองได้ ลองไปพูดกับแม่ว่าเกิดสิ่งนี้ขึ้นกับหนู แล้วหนูรู้สึกอึดอัดในการอยู่บ้านหลังนี้ หนูอยากอยู่ข้างนอก ถ้าเขารักเราจริง เขาจะเช่าบ้านให้เราอยู่ข้างนอก หรือเช่าหอ หรืออะไรก็ตาม แต่ถ้าเขายังพูดว่าร้านยังไม่เป็นของเรา บอกแม่ไปเลยว่าหนูขอออกไปอยู่ข้างนอก ถ้าอยู่แบบนี้หนูโดนข่มขืนแน่ แล้วแม่จะโอเคเหรอ หรือเราจะอยู่กับญาติได้ไหม ให้แม่มี่เป็นคนคิดเองเลยว่าจะให้อยู่บ้านไหน ตอนนี้อยู่ที่นี่ไม่ได้ แม่จะแก้ปัญหายังไงให้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-