หนูคิดว่าหนูนอนเยอะแล้ว แต่ทำไมตอนอยู่ที่ทำงาน หนูยังง่วงอยู่เลยคะพี่ แล้วคนอื่นดูไม่ได้ง่วงเหมือนเราด้วย หนูควรทำยังไงดี

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูคิดว่าหนูนอนเยอะแล้ว แต่ทำไมตอนอยู่ที่ทำงาน หนูยังง่วงอยู่เลยคะพี่ แล้วคนอื่นดูไม่ได้ง่วงเหมือนเราด้วย หนูควรทำยังไงดี

25 ก.พ. 2026

หนูคิดว่าหนูนอนเยอะแล้ว แต่ทำไมตอนอยู่ที่ทำงาน

หนูยังง่วงอยู่เลยคะพี่ แล้วคนอื่นดูไม่ได้ง่วงเหมือนเราด้วย

หนูควรทำยังไงดี

        ‘คุณเฟย์’ (นามสมมติ) อายุ 26 ปี เป็นสายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (25 กุมภาพันธ์ 2569) ได้โทรเข้ามาแชร์เรื่องราว และปรึกษาปัญหาที่ต้องเผชิญในการใช้ชีวิตประจำวันกับ 'ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเกลือ และคุณหมอท้อป (นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic)' เกี่ยวกับอาการง่วงนอนที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งขณะทำงาน

        ‘คุณเฟย์’ เล่าว่า ตัวเธอนั้นทำงานเกี่ยวกับการดีไซน์ ออกแบบเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน ซึ่งเป็นงานที่เธอชื่นชอบมาโดยตลอด แต่เธอกลับรู้สึกง่วงอย่างมากขณะที่ทำงาน ทั้งที่เธอก็ไม่เห็นว่าเพื่อนที่ทำงานคนอื่นจะรู้สึกง่วงเหมือนเธอ

        โดยได้เล่าเสริมว่า ในวันทำงาน เธอจะตื่นนอนเวลาประมาณ 06.45 น. และอาการง่วงนอนนี้จะเกิดครั้งแรกช่วง 9 โมงเช้า ซึ่งในตอนกลางคืน เธอได้นอนหลับไปเป็นเวลาประมาณ 6-7 ชั่วโมง หากในวันหยุดก็มักจะนอนไวกว่าปกติ และจะตื่นช่วง 7 โมงเช้า ซึ่งตนก็คิดว่า เวลาในการพักผ่อนนี้เพียงพอแล้วสำหรับเธอ แต่ทำไมเธอถึงยังง่วงอยู่ตลอดวัน

        โดยได้เล่าเพิ่มอีกว่าเธอได้ลองไปตรวจร่างกาย และพบว่าตนนั้นมีอาการ PCOS เธอจึงเกิดความกังวลว่าสิ่งนี้จะมีผลต่ออาการง่วงนอนตลอดวันของเธอหรือไม่ และหากเกิดง่วงเวลาทำงานจะมีวิธีการแก้ไขอย่างไรดี

        หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจนจบ เหล่าดีเจ และคุณหมอท็อปก็ได้ให้ความเห็น และคำปรึกษาตามประสบการณ์ ที่แต่ละคนเคยพบเจอกับเหตุการณ์ที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่คุณเฟย์เจอมา โดยเริ่มที่ 'ดีเจเติ้ล' ได้กล่าวว่า “ถ้าง่วงเมื่อไหร่ ให้ขยับตัว ถ้ารู้ว่าสึกว่าตัวเองตาจะปิด ก็ต้องขยับร่างกาย หรือหาอะไรเปรี้ยว ๆ กินให้ร่างกายมันตื่น แต่ว่าที่ฟังมาอะ เหมือนหนูต้องไปคุยกับคุณหมอจริงจัง เพราะมันมีภาวะที่มันเป็นเรื่องของร่างกาย เรื่องของโรคภัยอยู่ด้วย”

        ถัดมาที่ 'ดีเจเกลือ' ได้กล่าวว่า “พี่จะบอกว่า ช่วงนี้พี่เป็นเหมือนหนู แต่อาจจะเป็นเพราะวัยพี่ ที่มันเริ่มอายุเยอะขึ้น พี่เลยไปซื้อเครื่องวัดการนอนหลับมา เพราะอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายเราบ้าง ทำไมเวลาที่รู้สึกว่านอนพอแล้ว มันถึงยังไม่พออีก จนได้รู้ว่าจริง ๆ แล้วมนุษย์เราควรนอนวันละ 8 ชั่วโมง คิดว่าเครื่องนี้จะช่วยดูว่าการนอนของเรามันมีคุณภาพมั้ย พี่คิดว่าสิ่งนี้มันน่าจะช่วยทำให้เราเข้าใจตัวเราเองมากขึ้นได้”

        ต่อมาที่ 'ดีเจต้นหอม' ได้กล่าวว่า “พี่ก็เพิ่งไปหาหมอมาเมื่อวานนี้เอง เพราะพี่มีปัญหาเหมือนกัน สงสัยว่ามันคือวัยทองหรือยัง ซึ่งหมอก็ได้ตรวจมา ก็ได้ผลว่ายังไม่ถึงวัยทอง แต่มีปัญหาเรื่องฮอร์โมน แล้วก็พบก้อนเนื้อในมดลูกด้วย พี่ว่าตอนนี้คนไทยพร่องวิตามินด้วยนะ แล้วพอเฟย์เป็น PCOS ยิ่งถ้ามันเกี่ยวกับเนื่องกับฮอร์โมนผู้หญิง ลองไปหาหมอจะดีที่สุด”

        สุดท้ายคือการให้คำปรึกษาจาก 'คุณหมอท้อป' “อย่างแรกต้องไปดูว่า เรานอนพอหรือป่าว ต้องบอกว่า การนอนของแต่ละคนไม่เท่ากัน ส่วนใหญ่ควรนอนอยู่ที่ 8-9 ชั่วโมง ในสมัยก่อนจะมีคำบอกว่า ‘ไม่ต้องนอนเยอะหรอก 4-5 ชั่วโมงก็พอแล้ว’ เพราะฉะนั้นคนที่นอนไม่พอบ่อย ๆ มันจะเป็นปัญหาสะสมไปเรื่อย ๆ แล้วมันก็จะมีปัญหาตามมา เช่น ปัญหาสมองเสื่อม ปัญหาโรคสุขภาพกาย สุขภาพจิต เต็มไปหมด แต่ละคนจำนวนการนอนก็ไม่เท่ากัน และถ้าช่วงวัยเปลี่ยน ก็จะเปลี่ยนไปอีก 

        ลองไปสำรวจก่อนว่าการนอนของเรามันเพียงพอไหม แต่ถ้าดูแล้วมันยังไม่พอ เราควรไปหาหมอ เพราะส่วนใหญ่มันจะเกิดเนื่องมาจากฮอร์โมน ไม่แนะนำให้ไปซื้ออาหารเสริมมากินเอง อยากให้ไปลองตรวจ ลองเช็กกับคุณหมอก่อน ทั้งนี้ทั้งนั้นการไปตรวจสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ อีกเรื่องคือ หากการนอนมีปัญหา เช่น การนอนกรน ก็มีผลมากในการที่ทำให้เรานอนไม่พอเช่นกัน หมอแนะนำว่าให้ลองไปตรวจดีกว่าครับ”

เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หรือต้องแยกย้ายกันไปเติบโต? ถ้าเราต้องห่างกับเเฟน ช่วงเเรกห่างกันไม่ไกลมาก จากนั้นเราต้องอยู่คนละจังหวัด เราจะประคองความสัมพันธ์นี้ยังไงให้ไปรอดดีคะ

14 ก.พ. 2025

หรือต้องแยกย้ายกันไปเติบโต? ถ้าเราต้องห่างกับเเฟน ช่วงเเรกห่างกันไม่ไกลมาก จากนั้นเราต้องอยู่คนละจังหวัด เราจะประคองความสัมพันธ์นี้ยังไงให้ไปรอดดีคะ

“คุณน้ำ(นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายสุดท้ายของ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [12 ก.พ. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจพี่อ้อย’ เกี่ยวกับปัญหาความรักทางไกล โดย “คุณน้ำ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ตอนที่หนูอยู่มหาลัย หนูมีเเฟนคนหนึ่ง เราคบกันมาตั้งเเต่ ม.6 ในตอนนั้นยังเป็นช่วงที่เป็นรักทางไกลอยู่ เเต่หลังจากที่เขาเรียนจบ ม.ปลาย เขาก็เลือกที่จะย้ายตามมาหาเรา เขาก็อยู่ปี 1 ส่วนหนูอยู่ปี 2 เราเลยได้ใช้ชีวิตในมหาลัยด้วยกัน 4 ปี หลังจากเราเรียนจบในช่วงปีเเรก ด้วยความที่บ้านของหนูก็อยู่ใกล้กับมหาลัย เราเลยยังอยู่ใกล้กัน เเต่พอ 1 ปีผ่านไปความสัมพันธ์ของหนูเหมือนจะกลายเป็นความสัมพันธ์เเบบรักทางไกลเเล้ว เพราะเราได้มาลองคุยเรื่องอนาคตกันว่า เธออยากทำงานที่ไหน พอเราคุยกันเเบบจริงจังเลยรู้ว่าในอนาคต 5 – 6 ปีนี้เราจะไม่ได้อยู่ใกล้กันเลยเเน่ๆ เพราะด้วยหน้าที่การงานทำให้หนูกับเขาต้องอยู่ไกลกัน คนละจังหวัดเลย ต้องบอกก่อนว่าเเฟนหนูพึ่งจบฝึกงานได้ไม่นาน เเต่หนูมีที่ทำงานที่สมัครไปเเล้ว เหลือเเค่รอบรรจุ เเต่ของเเฟนตอนนี้เขาก็เลือกเเล้วว่าเขาจะทำงานตรงนี้ เเล้วบริษัทของเเฟนกับหนู เวลาเเละเรื่องของวันหยุดก็ไม่ตรงกัน ในช่วง 2 - 3ปีเเรกเราก็อยู่ไม่ไกลกันมาก แต่ก็ใช้เวลาในการเดินทางมาหากันประมาณ 5 ชั่วโมง เเต่หลังจากนั้นเราก็จะห่างกันไปอีก เพราะหนูแพลนไว้เเล้วว่าหลังจากหนูทำงานที่่เเรกได้สักพัก หนูก็จะย้ายกลับมาเพราะจะกลับมาดูแลที่บ้าน แต่สายงานที่เเฟนหนูต้องทำ เขาก็จำเป็นต้องอยู่ในกรุงเทพ เเละถ้าเป็นเเบบนั้น เราก็ต้องอยู่ห่างกันไปอีก โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 - 9ชั่วโมงเลย เเต่เเฟนหนูก็มีคิดไว้ว่าถ้าเขาเริ่มตั้งตัวได้เมื่อไหร่ เขาก็จะสร้างธุรกิจ เเล้วก็ไปอยู่ด้วยกัน ซึ่งตอนนี้หนูกับเขาก็คบกันมาประมาณ 5 ปีเเล้ว หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า หนูควรจะทำยังไงให้ความรักครั้งนี้ไปด้วยกันรอด เพราะหนูรักเขามากๆเลยค่ะ’ โดย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าถามว่าจะทำยังไงให้รอด ถ้าเรารักกันมากพอ มันก็มีเปอร์เซ็นต์รอดอยู่เเล้ว เเต่สิ่งที่พี่คิดว่าอาจจะทำให้ไปไม่รอดคือ เรายังเด็กกันอยู่ เเล้วยิ่งต้องห่างกันในเรื่องของสถานที่เเบบนี้ อาจจะมีใครสักคนนึงที่เกิดการไขว้เขวได้ จนทำให้ความสัมพันธ์นี้เเย่ลง ยิ่งถ้าใครสักคนนึงไปเจอกับคนที่อยู่ใกล้กว่าที่สามารถดูเเลกันได้ ก็อาจจะทำให้เริ่มลังเลใจได้ เเต่สิ่งที่สำคัญสำหรับความสัมพันธ์พี่คิดว่าเรื่องจังหวะ เวลา ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เเต่ถ้าน้ำรักคนนี้มากๆจริงก็จงเชื่อมั่นไว้ว่าเราต้องทำความสัมพันธ์นี้ให้ไปรอดให้ได้ เเต่ไม่ใช่ว่าน้ำต้องทำทุกอย่างคนเดียว เเฟนน้ำก็ต้องพยายามประคองความสัมพันธ์นี้ไปด้วยกัน ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ในฐานะที่พี่ก็มีรักทางไกลมาเยอะมาก เเล้วพี่ก็ไม่รอดจากรักทางไกล เเต่พี่อยากจะตอบคำถามของน้ำว่า พี่ว่าน้ำไปกันรอดในความสัมพันธ์นี้ได้ ถ้าทั้งตัวของน้ำเเละเเฟน มีเป้าหมายเดียวกัน ว่าจะทำความสัมพันธ์ให้รอดไปด้วยกัน เเค่ทั้งคู่ต้องจริงใจต่อกัน ซื่อสัตย์ต่อกันเเละรักกันจริงๆ เเละพี่ก็เชื่อว่าถ้าทั้ง 2 คน มั่นใจต่อกัน พี่ว่ายังไงก็ไปกันรอด’ ต่อมา “ดีเจพี่อ้อย” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่เป็นคนที่เชื่อว่ารักทางไกลมันไม่รอดนะตั้งเเต่เเรกเลยด้วยซ้ำ พี่เลยพูดตั้งเเต่วันเเรกว่า เเค่ไหนเเค่นั้นนะ เเต่เราใช้ชีวิตไปทีละวัน สู้ทีละวัน พอรู้สึกตัวอีกทีพี่ก็ผ่านมาด้วยกัน 24 ปีเเล้ว เเต่ตอนนี้พี่ว่าน้ำเเค่กังวลเรื่องของอนาคต จนไม่มีความสุขในปัจจุบันเเล้ว พี่เข้าใจว่ารักทางไกลมันเป็นโจทย์ที่ยาก เเต่ถ้าเราผ่านตรงนี้ไปได้เราก็จะได้รู้ว่าเรารักกันมากเเค่ไหน ก็เหมือนกับที่พี่ๆดีเจบอกกันก็คือ พยายามฝ่ายเดียวมันไม่ได้ เราต้องพยายามไปด้วยกัน เพราะขนาดเเค่ว่าคนนอนเตียงเดียวกัน อยู่ใกล้กันก็ยังนอกใจได้เลย วันนี้พูดตรงๆถ้ารู้ว่าเรารักกันจริงๆก็จับมือเเล้วเดินไปพร้อมๆกัน สื่อสารกัน พยายามไปด้วยกันให้เต็มที่ ถ้าข้างหน้าไม่ได้รักกันเท่ากับวันนี้ก็ให้คิดเเค่ว่าเราทำเต็มที่เเล้ว’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมอายุ 27 ตอนนี้ทำงานเงินเดือน XXX,XXX บาท แต่ชีวิตผมไม่มีความสุขเลย เจอสังคมที่ทำงานแย่ หัวหน้าไม่พอใจอะไรขว้างของเสียงดัง จนตอนนี้ได้ไปฟัง PODCAST แล้วคิดได้ว่าอยากจะเก็บเงินก้อนนึง แล้วออกมาทำธุรกิจ

15 ส.ค. 2025

ผมอายุ 27 ตอนนี้ทำงานเงินเดือน XXX,XXX บาท แต่ชีวิตผมไม่มีความสุขเลย เจอสังคมที่ทำงานแย่ หัวหน้าไม่พอใจอะไรขว้างของเสียงดัง จนตอนนี้ได้ไปฟัง PODCAST แล้วคิดได้ว่าอยากจะเก็บเงินก้อนนึง แล้วออกมาทำธุรกิจ

ผมอายุ 27 ตอนนี้ทำงานเงินเดือน XXX,XXX บาท แต่ชีวิตผมไม่มีความสุขเลย เจอสังคมที่ทำงานแย่หัวหน้าไม่พอใจอะไรขว้างของเสียงดัง จนตอนนี้ได้ไปฟัง PODCAST แล้วคิดได้ว่าอยากจะเก็บเงินก้อนนึง แล้วออกมาทำธุรกิจ เปิดร้านหมูกระทะเอง แต่ที่บ้านไม่สนับสนุนทุกคนบอกว่าเสี่ยงเกินไป ตอนนี้เราเป็นเหมือนเสาหลัก ค่าใช้จ่ายในบ้านทั้งหมดยังต้องพึ่งเราอยู่ถ้าเราออกไปทำแล้วไม่รอด ก็จะเสียรายได้ประจำ 6 หลักไปเลยทุกคนคิดว่า ผมควรจะตัดสินใจยังไงดีครับ? “คุณจ๊อยส์ (นามสมมติ)” อายุ 27 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [13 ส.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจอ๋อง – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาทำงานประจำได้เงินเดือน 6 หลักแต่กลับไม่มีความสุขในการทำงานเลย โดย “คุณจ๊อยส์ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมทำงานประจำตอนนี้ได้เงินเดือน 6 หลักแต่ไม่มีความสุขในการทำงานเลย ด้วยความที่งานตอนนี้เพิ่งทำมาได้ 3 เดือน ยังไม่ผ่านโปรด้วยซ้ำ แต่ผมเครียดมาก กดดันมาก เหมือนพลังชีวิตมันพังลงและสูญเสียความเป็นตัวเองไปเยอะเลย คือต้องย้อนไปเมื่อตอนอายุ 19-20 ตอนนั้นผมเรียนช่าง จบปุ๊บเศรษฐกิจไม่ดี หางานยากมาก ผมก็เลยไปฝึกงาน 2 ที่รวมระยะเวลาก็ 9 เดือนเพราะผมเชื่อว่ามันจะเป็นใบเบิกทางชีวิตให้เราได้ พอฝึกจบก็เกิด COVID 19 พอดี ผมเลยตัดสินใจไปเรียนต่อปริญญาตรีสายวิศวกรรม แต่จังหวะดีโชคเข้าข้าง ทำให้ผมได้งานจากการที่ใช้วุฒิช่างยื่นไป ผมก็ทำงานควบคู่กันไป แต่พอทำงานเป็นกะด้วยเรียนด้วย ส่งผลให้ผมป่วยติดเชื้อในกระเพาะอาหาร ผมก็ฉุดคิดได้ว่าอยากลองทำงานอะไรที่มันใหญ่ขึ้นแล้วไม่กระทบเรื่องสุขภาพ ก็เลยตัดสินใจลาออกไปเรียนต่อปอโทที่ต่างประเทศ กลับมาไทยก็ได้เข้าทำงานต่อเลย ทุกอย่างเร็วไปหมดไม่ได้พักเลย บริษัทแรกที่เข้าไปทำยังไม่ตอบโจทย์ก็ลาออกมาทำในสายที่ผมคุ้นเคย พอย้ายมาบริษัทที่นี่ผมมีตำแหน่งที่สูงขึ้น คนภายนอกมองมาจะมองว่าผมชีวิตดีมากแต่ความจริงแล้วเบื้องหลังเต็มไปด้วยความเครียด มันหนักมากเหมือนเป็น Work ไร้ Balance จริง ๆ มันไม่มีเวลาได้พักหรือได้ใช้ชีวิตเลย แต่ที่มันหนักอาจเป็นเพราะหน้าที่และสภาพแวดล้อมของที่ทำงาน บางครั้งถ้ามีคนทำงานพลาด หัวหน้าก็จะมีความก้าวร้าวนิดนึง มีการปาข้าวของใส่บ้าง มันทำให้ผมเครียดว่าผมจะทำงานพลาดไม่ได้นะ นอกจากเรื่องหัวหน้าแล้วก็ยังมีงานที่โหลดหรือหลาย ๆ อย่างที่เราจะต้องตัดสินใจด้วย แต่จริง ๆ ก็ได้เงินเดือนสูงขึ้นตามไปด้วย มากกว่าที่เก่า 20% เลย หลัง ๆ ผมฟัง Podcast เยอะจนคิดว่าสิ่งที่ผมทำอยู่ตอนนี้ใช่สิ่งที่ผมชอบจริง ๆ หรือเปล่าหรือแค่เป็นสิ่งที่ต้องทำเพื่อความมั่นคง ก็เลยมานั่งคุยกับตัวเองจนตระหนักได้ว่าผมชอบงานบริการหนิ ชอบคุยกับคน เราเป็น Extrovert มันทำให้เกิดสิ่งที่ผมอยากทำคือการเปิดร้านอาหาร ผมก็เลยไปปรึกษาเพื่อน แต่คำพูดของเพื่อนทำให้ผมตกใจ เพื่อนบอกผมว่า “เฮ้ยจ๊อยส์ เราเป็นเพื่อนกันมา 10 ปีนี่เป็นครั้งแรกที่นายพูดว่านายชอบอะไร ชีวิตนายต้องเป็นยังไง” แต่พอผมเอาไปปรึกษากับที่บ้านกลับไม่มีใครเห็นด้วยกับผมเลยเพราะเขาก็มองว่ามันไร้สาระ ด้วยความแม่ผมป่วยเป็นโรคร้ายอยู่ด้วยและน้องสาวก็ยังเรียนอยู่มหาลัยเอกชน แม่ก็เลยพูดประชดผมว่าถ้าออกมาทำแล้วเจ๊งแม่ก็จะไม่รักษาต่อแล้ว ผมก็เลยอยากถามพี่ดีเจว่า ถ้าพี่เป็นผม ทำงานเก็บเงินไปสักพัก พอมีเงินก้อนก็ลาออกมาทำในสิ่งที่อยากทำมั้ย เพราะใจนึงผมก็อยากลองทำอะไรบางอย่างก่อนที่จะอายุ 30 อย่างน้อยถ้ามันไม่สำเร็จเราก็กลับมาหางานประจำทำใหม่ได้แต่ผมก็กังวลความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับเท่านี้แล้ว ’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ในระบบการศึกษาไทยค่อนข้างเร่งรีบ เรียนมัธยมจบก็ต้องเข้ามหาลัยเลย ถ้า Gap Year ก็จะถูกมองว่าสอบไม่ติด พอจบมหาลัยก็ต้องรีบหางานทำ ถ้า Gap Year ก็จะถูกมองว่าตกงาน ประเทศเราไม่เคยปลูกฝังหรือบอกเด็กว่าสามารถพักเพื่อค้นหาตัวเองได้ ถ้าถามว่าจะลาออกจากออฟฟิศไป Gap Year ได้มั๊ยก็ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดในชีวิตคุณ ถ้าเรื่องเงินและเวลาไม่ใช่ปัญหาก็ไปได้ ต้องถามว่าคุณจ๊อยส์คิดว่าตัวเองทำได้มั๊ย ถ้าได้ก็ลาออกเลย ถ้าไม่ได้ ผมก็ยังเชื่อว่าบริษัทนี้ไม่ได้เป็นที่เดียวที่ให้ผลตอบรับเท่านี้ คุณยังสามารถหางานแบบเดียวกันในบริษัทอื่นได้โดยที่อาจจะดีต่อสุขภาพจิตมากกว่า อย่าคิดว่าถ้าออกจากการทำงานนี้แล้วจะต้องหยุดงานไปเลย คราวนี้ต้องมาคำนวณรายรับ-รายจ่ายแล้วว่าจะพอกับการที่ Gap Year มั๊ยเพราะฉะนั้นประเมินข้อจำกัดของตัวเองและวางแผนให้สอดคล้องกับข้อจำกัด’ ต่อมา “ดีเจอ๋อง” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘คุณจ๊อยส์ต้องถามตัวเองก่อนว่าที่ไม่มีความสุขเพราะอะไร เพราะพี่มองว่าไม่ว่าจะงานอะไรก็เครียดและกดดันได้หมด ถ้าเราอยู่ไม่ถูกที่ แล้วคุณเคยถามตัวเองหรือยังว่าที่นี่ใช่ที่ของตัวเองมั๊ย การที่เราจะทำงานอะไรเราต้องมีความสุขกับมัน แต่ ณ เศรษฐกิจตอนนี้การที่มีงานเกาะไว้ก่อนก็ได้เปรียบกว่า แต่งานที่เกาะก็ต้องมีความสุขด้วย ถ้าไม่มีก็อยากให้หางานใหม่ถึงแม้เงินจะไม่ได้หกหลักหรือลดลงมาหน่อย แต่เรามีความสุขในการใช้ชีวิตอ๋องจะเลือกทางนี้มากกว่า และถ้าเงินเก็บเราเยอะพอที่จะใช้ได้ในระหว่างที่หยุดงานก็พักได้เลย แต่ไม่สนับสนุนเพราะไม่รู้ว่าในอนาคตจะมีงานสนับสนุนเราอยู่หรือเปล่า แล้วตอนนี้เราสามารถทำงานประจำควบคู่กับการทำงานประจำได้มั๊ย จากที่ฟังข้อจำกัดต่าง ๆ รู้สึกว่างานประจำยังเป็นเซฟโซนกับเราได้อยู่ ถ้าเราหาความสุขกับงานนี้ไม่ได้เราก็ต้องไปหาจากความสุขสิ่งอื่น ใช้เวลาว่างทำในสิ่งที่ชอบแล้วดูว่ามันสามารถพัฒนาเป็นธุรกิจได้จริงหรือเปล่า อย่าเพิ่งหยุดงานประจำ ตอนนี้อาจจะเหนื่อยหน่อยแต่ก็คุ้ม’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘ทำอะไรให้นึกถึงภาระของเราเป็นที่ตั้ง จากนั้นเรามาหางานที่ทำให้เรามีความสุข ทำหลาย ๆ อย่างมาประกอบกันให้ได้รายรับพอกับค่าใช้จ่าย เช่น ชอบการไปสอนมากในวันเสาร์ แล้วจันทร์ - ศุกร์ทำอะไรได้บ้างที่ต้องไม่เกิดการลงทุนและเราทำควบคู่กับงานไปได้ด้วย อย่าเอาเงินไปลงทุนเพราะเศรษฐกิจบ้านเราช่วงนี้มันยังไม่ดี ลองมองตลาดออนไลน์ลองทำหลาย ๆ อย่าง แนะนำว่าถ้าเบื่องานเก่าจริง ๆ ให้ค่อย ๆ เริ่มทำงานใหม่โดยที่ไม่ต้องเอาตัวเราเข้าไปทำทุกวัน ถ้าชอบทำอาหารลองเปิดร้านขายอาหารที่เปิดแค่วันอาทิตย์อย่างเดียว ซึ่งต้องเป็นเมนูที่ไม่มีในท้องตลาด แล้วทำให้คนติดเพื่อรอให้ถึงวันอาทิตย์ และอีกงานที่น่าสนใจคืองานแบบ Affiliate กำลังเป็นที่นิยม ลองมองอาชีพแบบนี้ดู’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา20.00 – 23.00น. ทางรายการวิทยุEFM94และAppAtimeFung Fin

แทบมุดดินหนี!! สาวเล่าประสบการณ์ออกเดทกับผู้ผ่านแอป นัดเจอกัน เช้าเข้าวัดทำบุญ บ่ายไปกินข้าวร้านอาหาร นั่งๆอยู่ ฝ่ายชายสะกิดบอก “เธอๆ ซิปเธอแตกรึเปล่า?” ก้มดูเท่านั้นแหละ กางเกงในสีส้มดับเพลิง โผล่ออกมา...

03 ก.ค. 2023

แทบมุดดินหนี!! สาวเล่าประสบการณ์ออกเดทกับผู้ผ่านแอป นัดเจอกัน เช้าเข้าวัดทำบุญ บ่ายไปกินข้าวร้านอาหาร นั่งๆอยู่ ฝ่ายชายสะกิดบอก “เธอๆ ซิปเธอแตกรึเปล่า?” ก้มดูเท่านั้นแหละ กางเกงในสีส้มดับเพลิง โผล่ออกมา...

“คุณแป๋ว (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [28 มิ.ย. 66] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย นภาพร เกี่ยวกับปัญหาการไปออกเดทกับผู้ชายที่ชอบ โดย “คุณแป๋ว (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ตอนนี้หนูกำลังคุยอยู่กับผู้ชายคนนึง เพิ่งคุยกันได้ประมาณ 2 อาทิตย์ เจอกันในแอปหาคู่ ส่วนตัวหนูก็ไม่ค่อยไปเที่ยวกับผู้ชายแบบ 2 ต่อ 2 มาประมาณ 7 ปีได้ เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว หนูก็เลยลองไปดู เพราะโอเคกับเขา หนูก็แต่งตัวสวยเลย ก่อนจะไปหาเขา หนูก็แวะที่ทำงานแปปนึง เพื่อเดินโชว์ให้ทุกคนที่ทำงานชมก่อนว่าหนูสวยมั้ย? แล้วเขาก็นัดเจอหนูที่วัด พอหนูเจอผู้ชาย เขาก็ตรงปกดี ส่วนการแต่งตัวของหนู หนูก็แต่งตัวปกติ ใส่กางเกงพอดีตัวและเสื้อก็พอดีตัว หลังจากที่กลับจากวัดเราก็เดินไปหาอะไรกินกัน แล้วก็มีดื่มกันนิดหน่อยและนั่งเล่นบอร์ดเกมด้วยกัน จังหวะนั้นเหมือนเขานิ่งไปแปปนึง แต่เราก็ไม่ได้ถามอะไรเขา จนเขาเรียกหนูแล้วชี้ไปที่พุงตัวเอง แล้วเขาก็ถามว่าซิปเธอแตกหรือเปล่า? แล้วพุงหนูมันก็ปริ้นทะลุซิปออกมาเลย แต่ที่พีคที่สุดคือ วันนั้นหนูใส่กางเกงในสีส้ม แบบส้มดับเพลิง หนูไม่รู้ว่าที่เขามองมา เขาเห็นแค่พุงหนูหรือเห็นขอบกางเกงในของหนูด้วยหรือเปล่า ซึ่งที่หนูใส่กางเกงในสีส้ม เพราะหนูดูดวงมา... มันเป็นภาพติดตาหนู และไม่รู้จะทำยังไง ในใจก็อาย ทำยังไงดี? แต่หนูก็บอกเขาว่า อ่อ ซิปแตกมั้ง แล้วหนูก็เชิ่ด เล่นเกมต่อ หลังจากนั้นแปปนึง เขาก็บอกว่าเขาเริ่มเมาแล้ว เราแยกย้ายกันกลับมั้ย? หลังจากนั้นเราก็ยังคุยกันต่อ แต่ที่เป็นปัญหาของหนู คือ หนูไม่รู้จะลบภาพนั้นยังไงดี? แล้วหนูก็ไม่รู้ว่าเขาเห็นมั้ย ในหัวเขาก็มองเราเป็นยังไง? เพราะมันเป็นเดทแรก หลังจากที่ไม่ได้เจอมาแบบนี้มา 6-7 ปีแล้ว มันก็เลยกลายเป็นว่าหนูแอบเสียความมั่นใจอยู่ แต่เขาก็ชวนไปเดทวันศุกร์นี้อีก! หนูจะทำยังไงให้ตัวเองลืมภาพที่ตัวเองอายออกไปได้? ให้กลับมามีความมั่นใจอีกรอบ... งานนี้ 3 ดีเจ ก็ได้ให้คำแนะนำว่า ‘มันลบไม่ได้หรอก ถ้าแป๋วลบเหตุการณ์นั้นไปง่ายๆ ครั้งต่อไปเราจะไม่มีอะไรไว้เตือนใจ แต่ถ้ามันลบออกไปไม่ได้ มันก็จะตามเตือนใจการแต่งตัวของเราทุกครั้ง ว่าถ้าเราจำได้ เราจะไม่ทำแบบนั้นอีก เอาไว้สำหรับการเป็นบทเรียน เพราะฉะนั้นถ้าลืมอะไรง่ายๆ มันก็ต้องเจ็บซ้ำๆเรื่องเดิมๆอีก ใดๆก็ตามสิ่งที่แป๋วควรจะดีใจ เพราะเขาเห็นแล้วแต่ยังนัดเดทกับเราอีกรอบ แนะนำให้ลดโทนสีลงมานิดนึง แป๋วยังเป็นตัวของตัวเองได้นะ แต่อาจจะรัดกุมเข้ามาหน่อย แล้วก็เพลินๆไปกับปัจจุบัน อย่าไปขยี้อดีต เพราะมันอาจจะเป็นการตอกย้ำเขาอีกฝั่งนึง และขยี้ตัวเองอีกด้วย...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คือสงสัยอะค่ะ เวลาเราให้ของขวัญใครสักคน ทำไมถึงไม่แกะกันหรอคะ? เราให้ของขวัญพี่ที่ทำงานไป ผ่านมา 1 เดือนกว่าๆแล้วเขายังไม่แกะเลย แล้วทุกคนเวลาได้ของขวัญจากใครสักคน จะแกะเลยไหมคะ

05 มี.ค. 2024

คือสงสัยอะค่ะ เวลาเราให้ของขวัญใครสักคน ทำไมถึงไม่แกะกันหรอคะ? เราให้ของขวัญพี่ที่ทำงานไป ผ่านมา 1 เดือนกว่าๆแล้วเขายังไม่แกะเลย แล้วทุกคนเวลาได้ของขวัญจากใครสักคน จะแกะเลยไหมคะ

“คุณเฟย์(นามสมมติ)” อายุ 26 ปี สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [28 ก.พ. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ กับปัญหาที่ให้ของขวัญพี่ในทีม แต่ผ่านมาหลายเดือนแล้ว เขายังไม่แกะของขวัญเลย โดย ​“คุณเฟย์(นามสมมติ)” เริ่มเล่าว่า ‘เฟย์เป็นคนที่ชอบเลือกของขวัญหรือชอบเขียนการ์ด แล้วในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมามันก็เป็นโอกาสที่ดีที่เราจะให้ของขวัญ ซึ่งเฟย์ก็จะให้ของขวัญกับคนที่เรารู้สึกว่า เราอยากขอบคุณเขาในปีที่ผ่านมา แล้วหนึ่งในนั้นคือทีมที่เราทำงานด้วย ก็เลยซื้อของขวัญให้กับคนในทีม เพราะเรารู้สึกว่าทีมที่ทำงานด้วยกันตอนนี้น่ารักมากในทีมมีกันอยู่ประมาณ 5 คน คือจริง ๆ เป็นบริษัทใหญ่แต่ว่าทีมที่สนิทกันคือทีมนี้ พอผ่านมาประมาณ 1 เดือน ก็มีช่วงวาเลนไทน์ เฟย์ก็เอาของขวัญไปให้เพื่อนในทีมอีก ปกติตอนแรกในทีมจะมีกันอยู่ 3 คน ทุกคนก็จะแลกของขวัญกันอยู่แล้ว พอมีเป็น 5 คนเฟย์ก็ให้ของขวัญ แล้วมีพี่ในทีมเล่าให้ฟังว่า เนี่ย ๆ มีอะไรจะสารภาพ คือคนนี้ยังไม่เปิดของขวัญปีใหม่ของเฟย์เลย ซึ่งมันผ่านมา 1 เดือนแล้ว เฟย์ก็คิดว่า เฮ้ย มันมีคนแบบนี้ด้วยหรอ คนที่ยังไม่แกะของขวัญ ถ้าเป็นกลุ่มเพื่อน เฟย์ก็คือเห่อของที่ได้มาแล้วแกะเลย ช่วงแรกที่เฟย์รู้ ก็รู้สึกเฟล ๆ ไปนิดนึงว่าผ่านไปเป็นเดือนแล้วทำไมไม่แกะสักที แต่ก็มาคิดดูว่า ความตั้งใจของเราที่อยากให้เขามันสำเร็จแล้ว เขาจะไปทำอะไรมันก็เรื่องของเขา ตอนนี้อยากชวนคุย Topic ว่า ทุกคนได้ของขวัญมาแล้วแกะกันเลยไหม? แล้วคนที่ไม่แกะของขวัญ จะแกะเมื่อไหร่? ซึ่ง “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘เป็นพี่ พี่ก็กอง ๆ ไว้ ถ้าช่วงปีใหม่มันไม่ได้เยอะ ก็ไม่ได้มานั่งแกะทุกอัน บางทีของพี่มันจะเดาได้ว่าแก้วน้ำ ก็เลือกที่จะไม่แกะ ถ้ามันไม่ได้จากคนที่พิเศษมากพี่ก็ไม่ได้ซีเรียส ถ้าได้จากคนที่ออฟฟิศทั่วไป ก็ทิ้งไว้ค่อยแกะทีหลัง’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่แกะเลย คือนอกจากว่าเรามองอย่างที่เติ้ลบอก ถ้ามองแล้วเราพอรู้ว่าคืออะไร เราก็อาจจะไม่ได้รีบแกะ ส่วนใหญ่คงแกะแหละ คนเราได้ของขวัญ แต่ก็จะมีคนขี้เกียจแฝงอยู่ไม่น้อย’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่แกะ แต่อย่างแฟนคลับให้ช่อเงินมา ทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้แกะ เพราะมันรู้อยู่แล้ว แต่ถ้าไม่รู้อยู่ในกล่อง คือแกะคืนนั้นเลย เฟย์ไม่ต้องเสียใจใด ๆ คนแตกต่างกัน มีทั้งคนที่แกะ แล้วก็ไม่แกะ ไม่ได้แปลว่าเราไม่ได้สำคัญ เขาคือขี้เกียจ…’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-