หนูเลิกกับแฟนไปแล้ว กลับรู้สึกว่าสบายตัว สบายใจจังเลย แต่ก็แอบคิดถึงเพราะเขาเป็นคนเกาหลีที่หล่อมาก

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูเลิกกับแฟนไปแล้ว กลับรู้สึกว่าสบายตัว สบายใจจังเลย แต่ก็แอบคิดถึงเพราะเขาเป็นคนเกาหลีที่หล่อมาก

12 ธ.ค. 2025

หนูเลิกกับแฟนไปแล้ว กลับรู้สึกว่าสบายตัว สบายใจจังเลย 
แต่ก็แอบคิดถึงเพราะเขาเป็นคนเกาหลีที่หล่อมาก 
ก่อนที่จะเลิกกัน หนูทำงาน Dancer ของหนู 
แล้วแฟนชาวเกาหลีคนนี้ขี้หึงมากกก เขาห้ามหนูส่งยิ้มให้ลูกค้า
แล้วเวลาคบกัน จะต้องวิดีโอคอล คุยกันเกือบ 24 ชั่วโมง
คุยกันตลอดเวลา และ เขาก็ขี้หึงแบบไม่มีเหตุผลเลย
ตอนนี้หนูเลิกกับเขามาแล้ว แต่ลึกๆก็คิดถึงเขาค่ะ

       “คุณปาล์ม (นามสมมติ)” อายุ 22 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (10 ธันวาคม 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นเลิกกับแฟนมาได้ 5 วัน เพราะรู้สึกสบายใจที่ไม่ต้องมาคอยรับโทรศัพท์ตลอดเวลา แต่ใจลึก ๆ ก็ยังแอบคิดถึงเขา

       โดย “คุณปาล์ม (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘แฟนหนู อายุ 22 ปี คบกันมาได้ 1 ปีแล้ว คือหนูรู้สึกสับสนในตัวเอง แฟนหนูเป็นคนเกาหลี เขาจะชอบบอกว่า วัฒนธรรมบางอย่างมันไม่เหมือนกัน หนูกับแฟนจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน เขาจะมาหา 3 เดือนครั้ง ตอนที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน เวลานอนเขาชอบวิดีโอคอล ต้องเปิดกล้องกันตลอด ถ้าสายตัดต้องรีบโทรกลับมา เพื่อดูว่าหนูนอนคนเดียวไม่นอนกับใคร

       คือหนูเป็นแดนซ์เซอร์ ทำงานกลางคืน หนูกับแฟนเจอกันที่ผับ พอเจอกันแล้วก็รู้สึกชอบกันเลยได้ตกลงคบกัน แรก ๆ เขาก็เข้าใจงานของหนู ว่าต้องคุยกับลูกค้าบ้าง แต่หลัง ๆ เขาหึงหนู เริ่มห้ามไม่ให้คุย ไม่ให้ยิ้ม กับลูกค้าเพราะเขาหวง จนมีอยู่วันหนึ่งเขามาเซอร์ไพรส์ที่ผับ ตอนนั้นหนูกำลังยิ้มเล่นเกมกับลูกค้า เขาก็เข้ามาบอกเห็นหมดแล้วนะ หนูเลยบอกเขาว่า หนูขอโทษคือหนูเมาเลยเผลอยิ้มให้ลูกค้า

       พอเขากลับประเทศไปก็เหมือนเดิม คือต้องโทรหากันตลอดเวลา แต่อยู่มาวันหนึ่ง เขาก็มาบอกว่าเราเลิกกันเถอะ หนูก็ยื้อเขาไว้แต่เขาก็ไม่ฟังบอกจะเลิก วันนั้นหนูเลยไปกินเหล้าหนักมากแล้วไปนอนบ้านเพื่อนต่อ เขาทักมาแต่หนูไม่ได้ตอบเพราะเมาจนหลับไป เขาก็ทักไปหาเพื่อนหนูทุกคน ถามว่าหนูอยู่ที่ไหน สรุปก็ทักมาบอกเลิกหนูอีกรอบ เพราะบอกว่าหนูไปนอนบ้านเพื่อน ที่ประเทศเขาไม่มีแบบนี้นะ เหตุผลที่เขาบอกเลิกหนู เขาบอกว่าไม่อยากจะต้องมาคอยหึง หรือคอยทะเลาะด้วย

       พอเลิกกันมาได้ 5 วัน หนูแฮปปี้มาก คือมันนอนได้เต็มอิ่ม แต่เขาก็ยังโทรมาหาบ้าง มีจะบินมาหาบ้าง แต่หนูก็บอกไม่ต้องมาไม่ว่างเจอ เขาก็ประชดหนูว่ามีคนอื่นแล้วใช่มั้ย คือตอนนี้ก็ยังไม่ได้ดีกัน แต่เขาก็ชอบคิดเองว่าเราดีกันแล้ว ปัญหาของปาล์มที่อยากจะปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนคือ หนูจะทำยังไงกับความรู้สึกตัวเองดีคะ?  คือตอนเลิกกันหนูก็สบายใจ ที่ไม่ต้องคอยรับสายเขา แต่อีกใจก็ยังคิดถึงเขาอยู่ เพราะเวลาเขามาง้อแล้วเขาหล่อดี’

       เริ่มด้วย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เราทำงานหาเงิน เป้าหมายหลักคือเงิน ถ้าเขาจะเข้ามา ต้องเข้ามาเติมเต็ม ไม่ใช่เข้ามาเป็นภาระ หน้าหล่อ ๆ ของเขาไม่ได้ทำให้เรารวยขึ้น รอยยิ้มของเราต้องเอาไว้หาเงิน จำไว้แล้วบอกเขาไปเลยว่าชีวิตเราเป็นแบบนี้ ถ้าไม่เชื่อใจอยู่ไม่ได้ก็ไปหาคนอื่นเลย ถ้ารอบนี้เรายอมเขาอีก เราจะยอมเขาไปตลอด ชีวิตคู่มันต้องหล่อโดยนิสัย ยิ่งเราทำงานแบบนี้ ผู้ชายต้องเข้าใจเรามาก ๆ ต้องสอนให้รู้บทเรียน คำว่าเลิกไม่ใช่จะพูดได้บ่อย ๆ’

       ต่อด้วย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าจะให้เขากลับมา เราต้องต้องเชิ่ดเลย การเมืองมันเปลี่ยนขั้วแล้ว พูดให้เคลียร์เลยว่างานคืออะไร อะไรที่ให้ได้หรือไม่ได้ เราต้องเป็นฝ่ายที่คอนโทรลเขา คนที่หล่อแล้วดีมีอีกเยอะ ถ้าเขากลับมาชีวิตเราต้องได้นอนเต็มอิ่ม ไม่ใช่กลับไปเป็นแบบเดิม’

       ต่อด้วย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ณ วันแรกที่คบกันเขาเข้าใจเรา ไม่ได้ขออะไรมาก ให้เขาเป็นคนเดิม เหมือนในวันที่เข้ามาจีบเรา ถ้าเขาเป็นคนภายใต้บังคับบัญชาของเราได้ ก็ให้โอกาสเขา คุมอำนาจให้อยู่’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

กำลังจะแต่งงานกับแฟนปีหน้า มาจับโป๊ะได้ว่าแฟนมีความสัมพันธ์กับเพื่อนสนิทของเรา เพื่อนบอก ความรู้สึกเริ่มแล้ว หยุดไม่ได้ แต่แฟนมาง้อ บอกจะเลิกยุ่งกับเพื่อนให้แล้วแต่งงานเลย พีคสุด 1 เดือน เขาบอกรักกันไปแล้ว 500+ ข้อความ เท่ากับที่คบหนูมา 3 ปี

22 พ.ย. 2024

กำลังจะแต่งงานกับแฟนปีหน้า มาจับโป๊ะได้ว่าแฟนมีความสัมพันธ์กับเพื่อนสนิทของเรา เพื่อนบอก ความรู้สึกเริ่มแล้ว หยุดไม่ได้ แต่แฟนมาง้อ บอกจะเลิกยุ่งกับเพื่อนให้แล้วแต่งงานเลย พีคสุด 1 เดือน เขาบอกรักกันไปแล้ว 500+ ข้อความ เท่ากับที่คบหนูมา 3 ปี

กำลังจะแต่งงานกับแฟนปีหน้า มาจับโป๊ะได้ว่าแฟนมีความสัมพันธ์กับเพื่อนสนิทของเราเพื่อนบอก ความรู้สึกเริ่มแล้ว หยุดไม่ได้ แต่แฟนมาง้อ บอกจะเลิกยุ่งกับเพื่อนให้แล้วแต่งงานเลยพีคสุด 1 เดือน เขาบอกรักกันไปแล้ว 500+ ข้อความ เท่ากับที่คบหนูมา 3 ปี ควรให้โอกาส หรือ พอแค่นี้?“คุณเชอรี่ (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [20 พ.ย. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาการโดนนอกใจโดย “คุณเชอรี่ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘โดนแทงข้างหลังจากคนที่เรารักทั้งสองคน หนูมีแฟนที่คบกันมา 3 ปี และมีเพื่อนสนิทที่ทำงานคบมา 3 ปีเหมือนกัน' คือ หนูเข้ามาทำงานที่บริษัทเดียวกับแฟน หนูเข้ามาทำทีหลังเขาเลยทำให้เราได้เจอกัน เขาก็มาจีบหนูก่อน ส่วนเพื่อนคนนี้อยู่กับหนูมาตั้งแต่วันแรกเลย ตั้งแต่แฟนมาจีบเขารู้หมดทุกอย่างสนิทกันมาก ไปหากันถึงบ้าน กับพ่อแม่ของเพื่อนหนูก็สนิท ซึ่งตอนนี้หนูลาออกมาประมาณปีครึ่งแล้ว แต่หนูกับแฟนก็ยังอยู่บ้านเดียวกัน เมื่อก่อนเราจะไปไหนก็ไปกันสามคนตลอด ไปกินข้าวด้วยกันสามคน คือสนิทกันมาก แล้วพอหนูลาออกมาเหมือนเพื่อนเขาก็ได้ย้ายตำแหน่ง ได้ย้ายไปทำงานแบบ Under แฟนหนู เขาก็มีออกไปทำงานตรวจดูพื้นที่กัน หนูก็ไม่ได้ติดใจอะไรเพราะสนิทกันจริง ๆ เขาก็ทำงานกันไป พอช่วงหลังๆ หนูเริ่มรู้สึกแปลก ๆ หนูกับแฟนก็เหมือนทะเลาะกันบ่อย มีปัญหากันแต่เราก็ยังอยู่ด้วยกันทุกวันปกติไม่ได้เลิกกันจนมีช่วงนึงประมาณเดือนที่แล้ว เป็นเดือนเกิดของแฟนหนู ซึ่งที่หนูเริ่มเอะ คือ เขาได้เสื้อมาตัวนึง ด้วยความที่หนูกับแฟนเราเลี้ยงหมาด้วยกัน แล้วเสื้อที่แฟนได้เป็นเสื้อที่สกรีนรูปหมา หนูก็เลยถามเขาว่า “ได้ของขวัญวันเกิดเหรอ” แฟนก็บอกว่า “อ่อใช่ คนที่ทำงานเขารวมเงินกันซื้อให้” หลังจากนั้นหนูก็ทักไปหาพี่ที่ทำงาน เพราะหนูก็สนิทกับทุกคนที่บริษัทยังคุยกันอยู่ปกติ หนูก็ทักไปถามพี่ที่ทำงานว่า “เออทำเสื้อที่ร้านไหน หนูอยากได้บ้าง” พี่เขาก็ถาม “เสื้ออะไร เขาไม่รู้” หนูก็เลยเริ่มเอ๊ะเลยไปดูรูปหมาที่มันอยู่บนเสื้อ บอกก่อนว่าหนูจะมี Instagram หมา บางรูปเราก็ไม่ได้ลงใน Instagram หมาเลย แล้วก็ไม่ได้ลงสตอรี่ มันเป็นรูปที่เราไม่ได้ถ่าย หนูก็เลยเริ่มเอ๊ะยังไง? แต่ด้วยเซนส์หนูก็เลยถามไปว่า “ใช่เพื่อนคนนี้ไหม นอกใจหรือเปล่า” แฟนหนูก็บอกกลับมาว่า “จะบ้าเหรอ ไม่มีทาง” แล้วหนูกับแฟนเป็นคนไม่เช็คโทรศัพท์กันเลย พอวันนั้นเราทะเลาะกัน คืนนั้นหนูก็เลยแอบไปเช็คโทรศัพท์ก็เลยเปิดเจอแชทๆนึง แล้วก็เห็นทุกอย่าง เขาแอบคุยกัน บอกรักกันทุกวัน ยิ่งมีคำนึงที่หนูรู้สึกเจ็บมาก คือ เดือนที่แล้วก็เป็นเดือนเกิดหนูเหมือนกัน ก่อนหน้าที่เป็นวันเกิดหนู หนูทะเลาะกับแฟน แล้วหนูก็ไปอยู่กับเพื่อนแล้ว พอถึงวันเกิดหนู แฟนก็มาหาหนูมาอยู่ด้วยกันในงานวันเกิดหนู คืนนั้นเหมือนเพื่อนคนนี้ก็พูดว่า รู้สึกไม่ดีเลย ไม่ชินเลยที่อยากโทรไปฝันดี อยากโทรไป good night แต่ทำไม่ได้เพราะแฟนอยู่กับหนู แล้วแฟนก็ง้อให้หนูกลับไป หนูก็อ่านแชทเขาก็พูดแบบว่า “อยากโทรหาก็โทรไม่ได้” วันอื่นก็มีเหมือนกันพอรู้เรื่องนี้หนูก็ทะเลาะกับแฟน แฟนก็ขอโอกาส คือ ที่ผ่านมาที่เราทะเลาะกันหนูก็ไม่ใส่ใจแฟนจริง ๆ บางเรื่อง เขาบอกว่าเขาอยากได้คนซัพพอร์ตเขา เวลาเราทะเลาะกันเขาจะชอบเอาเรื่องหนูไปปรึกษาเพื่อนคนนี้ แล้วเรื่องงานเขาก็คุยปรึกษากัน แล้วเพื่อนคนนี้ก็คอยซัพพอร์ตเขา คอยให้กำลังใจทั้งเรื่องหนู ทั้งเรื่องทำงาน เขาก็เลยบอกว่าเขาเผลอไป หนูก็ไปเคลียร์กับเพื่อนหนูเหมือนกันว่าทำแบบนี้ได้ยังไง? เพื่อนก็ยอมรับว่าหักหลังจริง ๆ พยายามหยุดแล้ว แต่ก็หยุดไม่ได้ เพื่อนก็บอกว่า “ไม่รู้จะเชื่อหรือเปล่า แต่หลังจากนี้ก็จะเลิกยุ่งแล้ว” เขาก็ยังต้องทำงานเจอกันทุก ๆ วัน หนูก็ไม่รู้ว่าหนูควรจะทำตัวยังไง แฟนหนูก็บอกให้ Move on ได้ไหม? เขาเลิกยุ่งแล้วจริง ๆ เขาก็ไลน์ไปบอกผู้หญิงว่าจะเลิกยุ่งนะ เขารักหนู สงสารหนู ให้เราเลิกยุ่งกัน หนูก็ไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังมันจะเป็นยังไง หนูก็ไม่รู้ว่าหนูควรจะทำยังไง แต่ตอนนี้หนูบอกว่า หนูขอเลิกนะ เพราะหนูทำใจไม่ได้จริง ๆ ตอนแรกหนูกับแฟนคุยกันว่าเราจะแต่งงานกันปีหน้านะ เรื่องก็รับรู้ทั้งถึงพ่อแม่เขาและพ่อแม่เรา เขาไปคุยไปขอเราถึงบ้านแล้ว ตอนนี้หนูก็ย้ายมาอยู่กับเพื่อนข้างนอก แต่หนูก็มีกลับไปบ้านบ้าง เพราะว่าเลี้ยงหมาก็กลับไปดูหมาบ้างแต่หนูก็รู้สึกว่าหนูก็ยังลืมไม่ได้ เขาก็พูดว่าให้ลืมได้ไหม?เราก็เคลียร์กันเรื่องที่เราชอบอะไร ไม่ชอบอะไรในตัวกันและกัน มันมีอะไรบ้างเราจะแก้ไขยังไง แต่หนูก็ไม่รู้ว่าหนูจะ Move on ไปได้ไหม หนูคงคิดว่าเรื่องนี้มันติดอยู่ในใจหนูมาก ๆ เพราะมันเป็นคนใกล้ตัวมาก ๆ ซึ่งหนูก็คิดว่าหนูอยากจะให้โอกาสแฟนแต่พอคิดไปคิดมาอีกทีนึง หนูก็รู้สึกว่าเราจะทำใจได้จริง ๆ หรอกับเหตุการณ์นี้ ตั้งแต่เรารู้เรื่องมา เราคิดอยู่ในหัวตลอดเวลาแบบเราลืมไม่ได้เลย แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าจะลืมได้เมื่อไหร่ เขาก็ขอโทษทุกวัน แล้วหนูก็ไม่อยากให้เขามาเห็นหนูเป็นแบบนี้ ตั้งแต่เกิดเรื่องมาก็ผ่านมาประมาณสองอาทิตย์เขาก็ยังทุ่มเทง้ออยู่ เขาบอกเขาเผลอไป เขาไม่เคยรักแต่หนูอ่านแชท ในแชทก็เขาบอกรักกัน หนูเสิร์ชคำว่ารักในแชทเขากับเพื่อนมันแบบ 500 + เลย แล้วกับหนูที่คบกันมา 3 ปีคำว่ารักก็ 500+ เหมือนกัน ซึ่งมันแบบ 3 ปี แต่เขากับเพื่อนแค่เดือนกว่า ๆ คือไปรักกันอะไรขนาดนั้น หนูก็เลยอยากปรึกษาพี่ๆดีเจว่า หนูควรจะลืมเรื่องนี้ไปเลย หรือว่าเราควรเลิกให้มันแบบเจ็บแต่จบทีเดียวเลย?’เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาเป็นคนแรกว่า ‘ถ้าจะไปต่อถามว่ามันจะลืมได้ไหม ไม่ได้หรอก มันก็จะเป็นตราบาป ความสัมพันธ์นี้จะมีตำหนิครั้งนี้อยู่เป็นตำหนิที่ใหญ่แล้วก็จะไม่มีวันลืม หลังจากนี้เกิดเขาห่างจากเราไปหรือมีอะไรที่ผิดปกติไปแม้แต่เล็กน้อยภาพเหล่านี้ก็จะย้อนคืนมา มันก็จะเป็นความหลอนที่มันเคยเจอมาแล้ว แล้วมันจะเกิดขึ้นอีกไหม ความหวาดระแวงจะยังมีอยู่ไปตลอด มันอยู่ที่ว่าเชอรี่สามารถใช้ชีวิตยู่กับความไม่ไว้ใจตรงนี้ได้หรือเปล่า? ถามว่ามันจะสร้างกลับมาได้ไหม มันคงได้ แต่มันต้องใช้เวลามากพอสมควร มันจะไว้ใจได้ในแบบที่ว่าเราจะไม่ได้ลืมครั้งนี้ แต่เราจะรู้สึกว่าเขาคงไม่ทำแล้วแหละ คงไม่ทำเข้าใจคำว่าคงไม่ไหมมันได้แค่นั้น ความรู้สึกที่มันยังเหลืออยู่ในเชอรี่มันคงได้แค่นั้นแหละว่าเขาคงจะไม่ทำแล้วแหละ พี่ว่ายากที่จะมีวันใดวันนึงที่เชอรี่จะพูดได้เต็มปากว่าเขาไม่ทำแล้วแหละ ถ้าพี่คิดออกเร็ว ๆ ตอนนี้ก็อาจจะต้องแต่งงานกันไปมีลูก ลูกโตจนมันพิสูจน์มากพอซึ่งมันคงต้องใช้เวลานานมาก ถามว่าเชอรี่อยู่ได้ไหมล่ะ กับความไม่ไว้ใจอันนี้แล้วรวมถึงเขาด้วยเต็มใจที่จะอยู่จริงหรือเปล่าณ วันนี้มันยังง้อกันอยู่แต่ว่า มันกลับมาอยู่ด้วยกันจริง ๆ ได้เก็นเชอรี่นอย ได้เห็นเชอรี่ไม่ไว้ใจเหมือนเดิมสุดท้ายแล้วมันไปกันรอดจริงหรือเปล่า แต่ทั้งหลายทั้งมวลวงเล็บไว้ว่า ถ้าคนสองคนมันผิดพลาดแล้วมันตั้งใจที่จะกลับมาอยู่ด้วยกันจริง ๆ มันทำได้ทุกอย่างมันเกิดขึ้นได้หมดไปประเมินเอาเอง ส่วนถ้าเลิกเลยเป็นยังไงก็ไม่น่ามีอะไร เลิกเลยก็คือเลิกคือเชอรี่ไม่พร้อมที่จะอยู่บนความไม่ไว้ใจในความสัมพันธ์ทั้งสิ้น มันมีคนที่อยู่ได้และมันมีคนที่อยู่ไม่ได้เพราะว่าพอฉันมันเริ่มไม่ไว้ใจเธอแล้ว ทุกการกระทำทุกการเคลื่อนไหวของเธอ ฉันไม่ไว้ใจเลยแล้วไม่มีความสุข ถ้าเชอรี่เป็นแบบนี้การเลิกเลยก็จะเป็นสิ่งที่ตัดไฟแต่ต้นลมได้ดีกว่าไม่ยืดเยื้อไท่คาราคาซัง มันอยู่ที่ว่าน้ำหนักของปัญหาครั้งนี้การไปบอกรักคนอื่นห้าร้อยครั้งในหนึ่งเดือน เราต้องตั้งคำนี้ไว้เลยคน ๆ นี้เคยบอกรักคนอื่นในขนาดที่มีเราห้าร้อยครั้งต่อหนึ่งเดือนคำนี้มันหลอกหลอนเชอรี่แค่ไหน เชอรี่สามารถใช้ชีวิตอยู่บนประโยคนี้ได้จริง ๆ หรือเปล่า กลับไปตกลงตัวเองให้ดีมันไม่ง่ายนะการนอกใจไปในแบบดีกรีเบา ๆ มันก็มีแต่เราดันไปเห็นรายละเอียดในสิ่งที่เขาคุยกัน ภาพเหล่านี้มันจะอยู่ในใจเราตลอดไปถ้าเธอเคยบอกรักเราแม้กระทั่งวันที่เรารักกันใหม่ ๆ มันเคยถึงห้าร้อยไหม เพราะฉะนั้นตรงนี้มันจะหลอกหลอนเชอรี่ไปตลอดแหละบางคนอยู่ได้บางคนเลือกที่จะไม่อยู่ดีกว่า ซึ่งไม่ว่าทางไหนของให้เชอรี่คิดถึงตัวเชอรี่เองเป็นหลัก ณ วันนี้คือช่วงเวลาที่เราจะยึดถือตัวเราเองเป็นหลักมากที่สุดไม่ต้องไปคิดถึงเขาไม่ต้องไปคิดถึงพ่อแม่เอาที่เราสบายใจที่สุด’ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘คือการไปมีคนอื่นเพราะว่าระหว่างคู่ของเรามันมีปัญหา ถ้าตัดสินจากทฤษฎีความรักแบบรักดี ๆ จริง ๆ มันก็ฟังไม่ขึ้นหรอก หมายถึงว่ายังไงก็ต้องมาเคลียร์กันก่อน ไม่ใช่เลือกวิธีการที่จะไปมีคนอื่นมันเป็นแค่ข้ออ้าง แต่ว่าอันนี้พยายามจะเข้าใจในแง่มนุษย์ว่า มันก็คงเกิดขึ้นได้บ้างนั่นแหละ แต่ว่าพอเชอรี่พูดว่า เขาบอกรักกัน 50 / 500 ครั้งต่อวัน พี่จะไปนึกถึงแบบพี่เผือกว่า สิ่งนี้มันดูมีน้ำหนักมากเลยนะว่าหรือจริง ๆ มึงไม่ได้แค่กำลังมีปัญหาหรือจริง ๆ มึงก็แค่อยากมีกับเขา คนที่มันมีปัญหาเพราะว่าแฟนมันไม่ดูแล พี่ว่ามันควรจะออกมาอีกทางนึง แต่มันดูแบบเป็นคนคลั่งรักกันอยู่ ซึ่งพี่ก็เลยไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เขาพูดกับเชอรี่ ความจริงมันเหลืออยู่กี่เปอร์เซ็นต์ เพื่อนหนูก็อีกคน ไม่รู้เหลือกี่เปอร์เซ็นต์เพราะว่าก็ยังทำกันได้ ถามว่าแล้วยังไงดีจะเลิกหรือจะให้อภัยจริง ๆ ถ้าเลิกกับเขาความเจ็บปวดมันนานแหละ แต่สำหรับพี่มันจะมีเส้นชัยคือมันจะจบ หนูอาจจะต้องแบบเจ็บปวดเสียใจฟูมฟายซึ่งอาจจะยาวนานแต่มันจะจบ แต่ถ้าหนูไม่เลิกสิ่งที่มันติดอยู่ในใจหนูว่า คน ๆ นี้เคยไม่ซื่อสัตย์กับฉัน เคยนอกใจฉันและไปนอกใจกับเพื่อนสนิทของฉันมันจะอยู่นานและไม่รู้ว่ามันจะจบลงเมื่อไหร่สำหรับพี่ คือมันแล้วแต่บุญแต่กรรมถ้าสุดท้ายแม่งเป็นคนดีจริง ๆ จนกูสบายใจวันนั้นมันก็อาจจะจบหรือมันก็กลายเป็นว่าเชอรี่ก็คือนอยแดกไปเลยทุกครั้งที่รู้ว่าเดี๋ยวเขาต้องไปทำงานด้วยกัน ซึ่งพี่ไม่รู้ว่าในระยะยาวมันจะส่งผลดีกับชีวิตคู่ของหนู ถ้าเทียบกับว่ากูเลิกกับมันตั้งแต่วันนั้นก้จบสิ้นละเรื่องนี้ ก็ให้เขาได้ไปอยู่กับเขาสองคนให้เขารักกันมาก ๆ 500 ครั้งนั่นน่ะอันนี้สำหรับพี่’สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘จะบอกว่าคนที่ไม่ควรยุ่งที่สุดเขายังกล้ายุ่ง แล้วหนูจะเอาความไว้ใจที่ไหนเมื่อเขาก้าวออกไปนอกบ้าน วันนึงไปเที่ยวกลางคืนเหล้าเข้าปากหนูจะนอนไม่หลับ ถ้าหนูเลือกจะอยู่ต่อหนูจะกลายเป็นคนที่อยู่ในความสัมพันธ์ที่ Toxic เขาจะดีหรือไม่ดีไม่มีใครรู้ แต่ตัวหนูไม่มีทางแบกรับความไว้ใจหรือความหวาดระแวงแบบนี้ได้ไปตลอดชีวิตหรอก พี่กำลังจินตนาการให้หนูเห็นภาพนะว่าสมมุติหนูยืนอยู่บนทางสองทาง ทางนึงเป็นทางที่แบบมีขวากหนามแต่มันเป็นประตูที่เขียนว่า Exit หลังประตูเป็นถนนที่เรียบแต่ว่าก่อนที่จะเดินไปมันเป็นทางขวากหนามสั้นหรือยาวอยู่ที่ตัวเองซึ้งพี่เคยอกหักแล้วใช้เวลาซ่อมใจแค่สองวัน ฉะนั้นมันสั้นได้มันย่นระยะเวลาได้ กับอีกทางนึงเป็นทางที่มีแต่เศษแก้วที่ผู้ชายคนนั้นปามาผู้ชายคนนั้นบอกว่าเดินกลับมาเชอรี่แล้ววันนึงฉันจะกวาดถนนเส้นนี้ให้เธอเอง ฉันจะปลูกดอกไม้ให้เธอแต่เธอเดินเหยียบแก้วกลับมาก่อนนะ แล้วนั้นนั้นก็จะมีห้อง ๆ นึงเป็นใบทะเบียนสมรสเมื่อเชอรี่เข้าไปแล้วปุ๊ปจะถูกล็อคประตูทันที โดยที่แบกความสุ่มเสี่ยงไว้ว่ามึงจะกวาดแก้วให้กูได้จริงไหม ถ้าเกิดกวาดจริงทะเบียนสมรสนั้นนอนกอดแบบสวย ๆ ไปเลยแต่ถ้าเกิดทำไม่ได้หนูต้องเดินย้อนกลับมาเหยียบแก้วนั้นอีกครั้งนึงแล้วหนูก็จะต้องเดินผ่านขวากหนามนั้นอีกครั้งนึง เผื่อไปยังประตู Exit ถ้ามีทะเบียนสมรสปุ๊ปหนูต้องแกะกุญแจนั้นอีก อย่างที่พี่บอกว่าหนูยังรู้เลยว่า หนูโครตโชคดีเลยที่ไม่แต่งงานไปก่อนแล้วมารับรู้เรื่องนี้ฉะนั้นความโชคดีมันถูกกำในมือหนูแล้ว เลือกใช้มันว่าจะเดินทางไหนสองทางที่หนูต้องเลือกพี่ให้หนูเลือกเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ถ้าเป็นทุกคน จะทำยังไงต่อ? คบกับแฟนมา 10 ปี แต่ตอนนี้ เพิ่งรู้ว่า “พ่อของเรา ไปมีอะไรกับแม่ของแฟน” ทั้งๆที่พ่อก็ยังคบกับแม่อยู่ เคยคุยกับพ่อแล้ว พ่อตอบมาว่า “มึงไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้ผัวหรอก” ได้ยินแล้วเสียใจมาก

28 ส.ค. 2023

ถ้าเป็นทุกคน จะทำยังไงต่อ? คบกับแฟนมา 10 ปี แต่ตอนนี้ เพิ่งรู้ว่า “พ่อของเรา ไปมีอะไรกับแม่ของแฟน” ทั้งๆที่พ่อก็ยังคบกับแม่อยู่ เคยคุยกับพ่อแล้ว พ่อตอบมาว่า “มึงไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้ผัวหรอก” ได้ยินแล้วเสียใจมาก

ถ้าเป็นทุกคน จะทำยังไงต่อ? คบกับแฟนมา 10 ปีแต่ตอนนี้ เพิ่งรู้ว่า “พ่อของเรา ไปมีอะไรกับแม่ของแฟน”ทั้งๆที่พ่อก็ยังคบกับแม่อยู่ เคยคุยกับพ่อแล้ว พ่อตอบมาว่า“มึงไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้ผัวหรอก” ได้ยินแล้วเสียใจมากตอนนี้พ่อเลิกยุ่งกับแม่แฟนแล้ว แต่อนาคตจะจัดงานแต่งกันได้ไหม... “คุณหนู (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [23 ส.ค. 66] โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาพ่อแอบมีความสัมพันธ์กับแม่ของแฟน โดย “คุณหนู (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างหนูกับแฟนจะไปต่อยังไง... เพราะพ่อของหนูแอบไปมีความสัมพันธ์กับแม่ของแฟนหนู ในขณะที่พ่อหนูยังอยู่กับแม่หนูปกติ แต่แม่แฟนเขาเลิกกับพ่อแฟนแล้ว ก่อนหน้านี้ประมาณ 4-5 ปีที่แล้ว พ่อแม่แฟนเขาเลิกกันด้วยเหตุผลส่วนตัวทางบ้านเขา ตัวของแฟน พี่สาว และพ่อ เขาก็ออกมาซื้อบ้านอยู่กันข้างนอก แต่ให้แม่อยู่ในบ้านเดิมไป ซึ่งบ้านหลังนั้นอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันกับบ้านหนู หนูคบกับแฟนมา 10 ปีแล้ว ปกติพ่อหนูจะเป็นคนเจ้าชู้ และหวงลูกสาวมาก เพราะหนูเป็นลูกคนเดียว แต่เรื่องที่หนูมีแฟน ทุกคนรู้หมด แต่ทำยังไงก็ได้ห้ามให้พ่อรู้ว่าหนูมีแฟน เพราะเดี๋ยวพ่อจะจำกัดอิสระของหนู เวลาไปไหนก็ไปไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้พ่อไม่รู้ แต่แม่รับรู้ว่าคบกับแฟนคนนี้ ซึ่งแม่แฟนรู้ว่าคนนี้เป็นพ่อของหนู ก่อนหน้านี้พ่อเคยทำงานบริษัทเดียวกับแม่ของแฟนและแฟน เขาก็คุยกันตลอด แต่คุยกันแบบปกติ มีการขับรถไปรับไปส่งกันด้วย แต่พ่อไม่รู้ว่าคนนี้คือแม่ของแฟนหนู จนมีช่วงนึง พ่อกับแม่หนูทะเลาะกัน หนูเลยพาแม่ออกมาอยู่ข้างนอก ให้เขาแยกกันสักพัก คลี่คลายแล้วจะพาแม่กลับไป ซึ่งเรื่องทะเลาะก็เป็นการทะเลาะกันปกติของสามี-ภรรยา ช่วงหลังๆพ่อเริ่มเปลี่ยนไป จากปกติเคยมาง้อให้พวกเรากลับบ้าน แต่ครั้งนี้เขาไม่มา แล้วก็มีคนรอบข้างที่อยู่แถวบ้าน เริ่มมาพูดกับแม่แปลกๆ เขาพูดประมาณว่า พี่ไม่กลับมาดูบ้านเลยหรอ หนูคิดถึงพี่จังเลย มีเรื่องอยากคุยกับพี่จัง แม่ก็เลยแปลกใจ เพราะพ่อเป็นคนเจ้าชู้อยู่แล้ว ตัวหนูเองก็เลยเปิดกล้องวงจรปิดดูว่าพ่อทำอะไรอยู่ เขาอยู่บ้านใช้ชีวิตยังไง ปกติดีมั้ย? หนูก็บังเอิญไปได้ยินว่าพ่อกำลังจะไปรับแม่ของแฟน จะออกไปข้างนอกกัน หนูเลยตัดสินใจว่ายังไงวันนี้ก็จะบอกพ่อว่าคบกับคนนี้ จะบอกว่าคนนี้คือแม่แฟน จะได้ไม่เกิดอะไรขึ้น เขาจะได้วางตัวกันถูก หนูก็เลยโทรไปบอกพ่อ แต่พ่อบอกว่าไม่มีอะไร ตอนแรกเขายังไม่ยอมรับ หนูก็เลยชวนแม่กลับไปอยู่บ้าน เพราะเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตอนนั้นหนูก็ยังคิดว่าคงไม่มีอะไรหรอก เขาคงเป็นเพื่อนกัน พอกลับมาถึงบ้านหนูก็เลยไปคุยส่วนตัวกับพ่อ หนูบอกพ่อว่า หนูขอร้องได้มั้ย กับคนนี้อย่าไปยุ่งได้มั้ย เขาเป็นแม่แฟนหนู ให้หนูได้ใช้ชีวิตต่อไป หนูคบกันมา 10 ปีแล้ว ถ้าเกิดพ่อไปยุ่งกับเขา ชีวิตหนูจะพังเลยนะ หนูไม่รู้จะก้าวต่อไปยังไง หนูก็ขอร้องเขา เขาก็พูดกลับมาว่า แกไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีสามีหรอกนะ แล้วแกอย่าไปบูลลี่เขา อย่าไปใส่ร้ายเขา เขาบอกว่าแม่แฟนบอกว่าเขาไม่รู้เลยว่าลูกคบกันอยู่ หนูก็เสียใจว่าทำไมพ่อถึงพูดกับเราแบบนั้น ที่ผ่านมาหนูมองว่า การที่หนูไม่ได้บอกพ่อ คือ เหมือนเราอยากจะไปบอกเขาตอนที่เราตกลงปลงใจว่าจะแต่งงานกับคนนี้ พ่อจะได้ไม่ต้องรู้สึกแย่ เพราะพ่อหวงหนูมาก อยากให้เขารับรู้ว่าลูกฉันมีแฟน แต่งงานไปเลยทีเดียว จบ! หลังจากนั้นก็เริ่มมีคนมาพูดว่า เขาทั้งสองคนไปอย่างนั้นอย่างนี้กันนะ หนูก็เริ่มมีเซ้นส์แล้วด้วย ก็เลยแอบติด GPS ที่รถของพ่อ และหนูกับแม่ก็ไปจับได้ที่โรงแรมว่าเขาอยู่ด้วยกัน หนูเจอเขาอยู่ในห้อง พอเราเคาะประตูเหมือนเขารีบแต่งตัวมาเปิดประตู เขาอ้างว่ามาคุยกันเฉยๆ คุยกันเรื่องเงิน เพราะเขามีการยืมเงินกัน แม่ก็เสียใจ และไม่ได้รู้สึกเซอร์ไพร์สเลย เพราะแม่เจอเรื่องแบบนี้มาตลอด ตอนแรกที่เจอ แม่ก็โมโห จะเลิกเลย พ่อก็หลบไปอยู่บ้านเพื่อน คือพ่อกับแม่เป็นเพื่อนกันมาก่อน พ่อก็คุยกับเพื่อนแล้วให้เพื่อนช่วยเป็นคนกลางมาไกล่เกลี่ยให้กลับมาดีกัน ตอนนี้พ่อกับแม่กลับมาดีกันได้แค่ 1 อาทิตย์ ความรู้สึกของหนูยังรู้สึกตกใจ เสียใจ ยังทำตัวไม่ถูกกับเหตุการณ์นี้ แต่พ่อก็กลับมาอยู่ในบ้านแล้วเรียบร้อย ปฎิกิริยาของแม่แฟน เขาก็ด่าหนู เอาบ้านหนูไปนินทาให้คนอื่นในหมู่บ้านฟัง เหมือนมีคนมาเล่าให้ฟังว่า อีกคนพูดว่า ลูกชายเธออ่ะ ชะตาอวัยวะเพศขาดมากเลยนะที่ได้ E คนนี้เป็นแฟน พูดเหมือนหนูเป็นคนไม่ดี เป็นผู้หญิงไม่ดี หนูไม่รู้เลยว่าหนูไปทำอะไรให้เขา แล้วเขาก็พูดว่า ยังไงพ่อ E นี้ก็เลิกกับฉันไม่ได้หรอก จะต้องเลี้ยงฉันไปจนตาย ฉันจะเอาให้หมดตัวเลย ตอนนี้หนูกับแฟนไม่รู้จะทำยังไงกัน ความสัมพันธ์ก็ยังปกติมาก ยังรักกันปกติ แฟนรู้ แต่เขาไม่รู้จะทำยังไงกับแม่เขาแล้ว แม่หนูไม่ได้บังคับให้ต้องเลิกกัน แม่หนูก็บอกว่า แม่เข้าใจ แม่รู้ว่ามันคนละคนกัน ความผิดนี้มันไม่ใช่ความผิดของเด็ก ผู้ใหญ่เป็นคนทำเรื่องนี้เอง ฝากบอกแฟนด้วยว่า แม่เหมือนเดิมกับเขาทุกอย่าง ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องเกร็งแม่เลย หนูดีใจมากที่แม่เข้าใจ แต่แม่ก็ยังไม่ได้เลิกกับพ่อ หนูก็เลยไม่รู้จะทำยังไงต่อไปดี หนูเคยคิดกันว่าเก็บเงินทำงานกัน จนอายุ 30 ค่อยลงหลักปักฐานกัน เราคงได้มีครอบครัวแล้ว แต่ตอนนี้ที่เราฝันไว้ ตั้งใจไว้ มันไม่สามารถเป็นจริงได้แล้ว เพราะทุกคนเข้าหน้ากันไม่ติด ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับพี่ๆ พี่ๆจะทำยังไงต่อไป..? งานนี้ 3 ดีเจก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เข้าใจความรู้สึกคุณหนูนะ แต่ถ้าฟังจากบุคคลภายนอก มันดูไม่เป็นอุปสรรคในความรักของคุณหนูกับแฟนเลย เรื่องนี้มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเราสองคนเลย มันเป็นสิ่งที่พ่อกับแม่เราทำ เขาโตขนาดนั้นแล้ว ซึ่งเราก็ได้บอกเขาไปแล้วด้วย แต่เขาไม่ฟัง เราก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว หลังจากนี้โฟกัสกับแม่ให้มากกว่า จับแม่มานั่งคุยเลยว่า ถ้าแม่ทนไหวแม่ก็ทนไป แต่ถ้าทนไม่ไหว ก็แนะนำให้แม่เลิกกับพ่อเลย แต่ถ้าแม่ไม่ยอมเลิก ก็บอกเขาว่าแม่ต้องยอมรับว่าพ่อจะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ แม่ก็จะมีชีวิตแบบนี้ไปเรื่อยๆนะ จนกว่าพ่อจะตายหรือแม่จะเลิกกับเขาอ่ะ ส่วนพ่อกับแม่ของแฟน จะไม่ยุ่งกับเขาเลย เราได้บอกเขาไปแล้ว จากนี้ไปเขาจะทำดีทำชั่วก็เรื่องของเขาแล้ว ตราบใดที่เขาไม่มายุ่งกับเรา เขาจะทำไรทำ จะลงนรก ขึ้นสวรรค์ก็ตามใจเลย’ และถ้าพวกพี่เป็นหนู พี่คงจะไม่สูญเสียความมั่นใจ ไม่นึกถึงขั้นที่ว่าชีวิตจะไปต่อไม่ได้ แต่มานั่งคุยกับแฟนว่างานแต่งงานของเราจะเอายังไง จะเชิญใคร จะจัดรูปแบบไหน ให้ปัญหาน้อยที่สุด 2 คนนี้ที่เขาไปได้กัน มันคือศีลเสมอกัน ถ้าเราศีลไม่เสมอกับเขา เราก็อย่าไปสนใจอะไรมาก ถึงแม้เขาจะเป็นพ่อบังเกิดเกล้าก็ตาม’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูสู้ไม่ไหวแล้ว... 15 ปีที่แล้วเคยคบแฟนคนนึง เวลาเราสองคน ทะเลาะกัน เขาจะชอบพูดว่า “ถ้าเลิกกัน ต้องมีคนใดคนนึงตาย” หนูเลยตอบไปว่า “หนูยังไม่อยากตาย ถ้าพี่จะตายเชิญตายไปก่อนเลย” หลังจากนั้น 3 วัน เขาฆ่าตัวตายจริงๆ นับจากวันที่เสียชีวิต ผ่านมาแล้ว 9 ปี...

02 มิ.ย. 2023

หนูสู้ไม่ไหวแล้ว... 15 ปีที่แล้วเคยคบแฟนคนนึง เวลาเราสองคน ทะเลาะกัน เขาจะชอบพูดว่า “ถ้าเลิกกัน ต้องมีคนใดคนนึงตาย” หนูเลยตอบไปว่า “หนูยังไม่อยากตาย ถ้าพี่จะตายเชิญตายไปก่อนเลย” หลังจากนั้น 3 วัน เขาฆ่าตัวตายจริงๆ นับจากวันที่เสียชีวิต ผ่านมาแล้ว 9 ปี...

“คุณบี (นามสมมติ)”อายุ 30 ปี สายแรกในรายการพุธทอล์ค พุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [31 พ.ค. 66] ได้โทรเข้ามาปรึกษาดีเจเผือก - ดีเจเฟี๊ยต – ดีเจต้นหอมเกี่ยวกับปัญหาที่โทษตัวเองว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้แฟนฆ่าตัวตาย โดย “คุณบี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนคนนี้มา 15 ปีแล้ว เขาเป็นแฟนคนแรกของหนูด้วย คบกันมานานมาก เมื่อก่อนหนูเป็นคนที่พูดจาไม่ค่อยดี พูดตรงๆ คบกับเขามาสักพักนึง ในช่วงมหาลัยหนูจะติดเที่ยว ติดเพื่อน แล้วก็จะทะเลาะกันบ่อยมาก พอทะเลาะกัน เขาก็พูดมาคำนึงว่า ถ้าเกิดจะเลิกกัน จะต้องมีคนใดคนนึงตาย ด้วยความที่เราเป็นคนปากไม่ดีอยู่แล้ว ก็เลยพูดออกไปว่า หนูยังไม่อยากตาย หนูยังอยากใช้ชีวิต ยังไม่พร้อมที่จะตายตอนนี้ ถ้าพี่อยากตาย พี่ไปตายก่อนเลย พอหลังจากนั้น 3 วัน หนูเพิ่งมารู้จากเพื่อนของเขาว่า เขาฆ่าตัวตายจริงๆ จากนั้นหนูก็ช็อคมาหลายปี รักษาซึมเศร้ามาตลอด หลังจากที่เขาตาย ทั้ง พ่อแม่ และญาติเขาก็จะทักมา โทรมา ด่าหนูตลอด บอกว่า หนูเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกเขาตาย หนูก็รู้สึกผิดมาตลอด จนคิดว่าถ้าหนูเป็นฝ่ายไปแทนได้ หนูก็จะไป หลังจากนั้นหนูก็อยากใช้ชีวิต ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ จนไปเจอกับผู้ชายอีกคนนึงที่ดีมาก เขามาขอหนูแต่งงาน แต่กลับกลายเป็นหนูไม่กล้า หนูรู้สึกจมอยู่ตรงนี้นานมาก ก้าวออกไปไม่ได้ ไม่ได้ตอบรับไป หนูฟังรายการมาตลอด หนูรู้สึกว่าอยากจะคุยกับคนนอกบ้าง อยากฟังความคิดเห็น บางครั้งหนูยังคิดที่จะไม่อยากมีชีวิตอยู่เลย เพราะคำพูดที่หนูเคยพูดออกไป มันวนกลับมาในหัวหนูตลอดเลย หนูมีปรึกษาแพทย์ รักษาตามอาการ เขาก็พูดว่า เราต้องปล่อยวาง แต่หนูพยายามแล้วก็ไม่สามารถทำได้ ณ วันนั้นหนูไม่คิดว่าพี่เขาจะตายจริงๆ หนูพูดไปอย่างงั้น หนูพยายามอธิบายทางญาติฝั่งเขาแล้ว แต่เขาไม่ฟังเลย เขาพูดแค่ว่าหนูเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกเขาตาย เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการสูญเสีย หนูรู้สึกว่าเหมือนบางครั้งหนูก็ดีขึ้น บางครั้งหนูก็รู้สึกแย่ลงมากๆ ยิ่งหนูพยายามหนีจากครอบครัวเขาเท่าไหร่ เหมือนครอบครัวเขาพยายามตอบย้ำตลอดว่าหนูเป็นคนผิด พี่เขาจะพูดเสมอว่า ถ้าเลิกกัน จะต้องมีคนใดคนนึงตายไป พูดตลอด จนหนูถึงพูดคำนั้นไปว่ายังไม่พร้อมที่จะตายจริงๆ ตอนนี้รู้ไม่อยากฟังคำตอกย้ำใดๆแล้ว หนูอยากจะเดินไปข้างหน้าจริงๆ หนูตัดการติดต่อ พยายามหนีมาตลอด เปลี่ยนเบอร์ เปลี่ยนเฟซบุ๊กมาเป็นสิบๆรอบ แต่หนูยังไม่เคยสู้กลับใดๆกับญาติฝั่งนั้น มีครั้งนึงที่แม่เค้าเอาสเปรย์มาฉีดที่รถหนู เขียนว่า มึงทำให้ลูกกูต้องตาย ทำถึงขั้นนั้นเลย แต่หนูไม่ได้แจ้งความอะไรเลย แต่หนูก็รู้ว่าเป็นฝีมือของแม่เค้า ปัจจุบันเขายังมาระราน ตามมาที่ทำงาน จนหนูลาออกจากงานเลย หนูแค่อยากจะบอกว่าหนูไม่ได้อยากให้เรื่องมันเป็นแบบนี้เลย เรื่องมันเป็นไปแล้ว หนูกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้เลย หนูควรจะทำยังไง ควรจะใช้ชีวิตยังไง? หนูจะต้องอยู่ต่อไปยังไง? เหมือนหนูต้องอยู่กับอดีตไปตลอดเวลา ตอนแรกหนูคิดว่าหนูกลัวเรื่องราวในอดีต แต่หนูคิดว่าหนูทำใจได้ระดับนึงแล้ว แต่ปัจจุบันนี้คิดว่าหนูกลัวครอบครัวของเขามากกว่า นับตั้งแต่วันที่เขาเสียญาติเค้าก็จะทักแชทมาด่า แอดเฟสมาด่าตลอด เพื่อนหนูก็แนะนำให้ด่ากลับไปเลย แต่หนูไม่กล้า พอได้ยินเสียงเขา หนูก็จะรีบกดวางสายไปเลย ตอนนี้หนูควรไปแจ้งความไหมคะ?’ สำหรับความคิดเห็นของ “ดีเจต้นหอม” แนะนำว่า ควรไปแจ้งความเพราะตอนนี้เราเป็นฝ่ายโดนระราน รังควานมาตลอด ทั้งฉีดสเปรย์รถ ทั้งตามไปที่ทำงาน เราควรไปแจ้งความไว้ “ดีเจเฟี๊ยต” เสริมว่า ควรจะหาคนที่คุยด้วยได้ มีอะไรก็ปรึกษาเขา เช่น เพื่อน หรือ นักจิตวิทยา เพราะถ้าไม่มีใครที่คอยช่วยคิด จะกลายเป็นเราที่อยู่คนเดียว จมอยู่กับเรื่องนั้นๆ อย่ากลัวว่าเราจะทำให้คนอื่นเดือดร้อนรึเปล่า? ถ้าท้ายที่สุดถ้าเขาเดือนร้อน เขาก็แค่จะไม่ช่วย แต่ถ้าคนที่เราสนิทและไว้ใจ เราขอเขา แล้วเขาช่วย มันจะเป็นการทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างกันมันแน่นขึ้น ชีวิตเราควรที่จะ Connect กับคนอื่น อยากจะให้ปรับตรงนี้ เพราะชีวิตควรจะมีใครสักคนที่คอยรับฟังเรา “คุณบี (นามสมมติ)” ได้เล่าต่อว่า “หนูอยากรู้ว่าหนูควรจะสู้กับเขาไหม? แล้วควรจะสู้กับเขายังไง? หนูรู้สึกยอมไม่ไหวแล้ว หนูเปลี่ยนโซเชียลมีเดียมาเยอะแล้ว เปลี่ยนงานมาเป็นสิบงานแล้ว หนูรู้สึกไม่ไหวแล้วจริงๆ” ด้าน “ดีเจเผือก” ให้ความเห็นว่า ถ้าตอนนี้มีคนใหม่ที่เข้ามาแล้ว เขาควรจะเป็นคนที่มาช่วยซัพพอร์ตเราเรื่องนี้ ช่วยเหลือเรา ลองเปิดใจคุยกับเขาดูไหม? เหมือนเขาจะเป็นหลัก คอยเป็นเซฟโซนให้เรา มันก็จะทำให้เราผ่านเรื่องนี้ไปด้วย โดยที่ไม่เก็บเรื่องนี้ไว้เพียงลำพังแบบที่ผ่านมา นอกจากนี้ “ดีเจเฟี๊ยต” ยังกล่าวเสริมว่า ดีเจเฟี๊ยตมองเรื่องนี้แบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 ก้อนด้วยกัน อย่างแรกคือเรื่อง ‘สาเหตุการตายของเขา’ มีความรู้สึกว่าการที่คนเราจะตัดสินใจจบชีวิตตัวเองนั้น มักจะมีสาเหตุหลายๆอย่างประกอบกันด้วย บางทีเขาอาจจะมีภาวะซึมเศร้าร่วมอยู่ด้วย ถ้าเปรียบเทียบให้เห็น การที่เราใช้คำคำเดียวด่าคนอื่นๆ แต่ละคนก็จะมีปฏิกิริยาตอบรับไม่เหมือนกันเลย เผอิญว่าส่วนผสมของบีที่มีตอนนั้น กับส่วนผสมของเขาที่มีตอนนั้น มันบังเอิญเหมาะกันพอดี ถ้าถามพี่ว่าสาเหตุเดียวเลยมั้ยที่ทำให้เขาฆ่าตัวตาย คือ บี พี่ว่ายังไม่ใช่ สำหรับข้อที่สองคือ ‘การระรานของครอบครัวเขา’ ถ้าแรกๆ พี่พอเข้าใจว่าเป็นการสูญเสีย คือปกติแล้วมันจะมีระดับของการสูญเสีย หนึ่ง สอง สาม สี่ แต่ผ่านมาแล้ว เขายังไม่ผ่านตรงนั้นมาได้เลย รู้สึกว่าครอบครัวเขาก็ยังไม่ค่อยปกติเท่าไหร่ ถ้ามองในมุมนี้ บ้านเขาก็ค่อนข้างน่าสงสารทั้งบ้าน เพราะเขาไม่สามารถก้าวต่อไปได้เลย เลยเลือกที่จะเอาเราเป็นสาเหตุว่าทำให้ลูกเขาตาย ณ วันนั้น บีไม่ได้ถือมีดบังคับเขาว่า ต้องตายสิ ตายเลย บีก็ไม่ได้ทำ ดังนั้นมันก็ค่อนข้างไม่แฟร์สำหรับบีเลย ถ้าผ่านมาขนาดนี้แล้วยังโทษเรา ขอกล่าวเสริมว่าการที่ใครไม่สมหวังในความรัก ไม่ควรจะจดชีวิตลงด้วยการฆ่าตัวตาย เพราะมันส่งผลต่อคนอื่นไปหมด กระทบกันไปหมด เพราะฉะนั้นในส่วนที่ครอบครัวเขามาระรานเรา ให้เราคิดว่าเรากำลังรับมือกับคนที่อยู่ในสภาวะไม่ปกติ ควรสงสารเขาด้วยซ้ำ คิดว่าอาจจะต้องไปบำบัดกันทั้งครอบครัวด้วย สำหรับข้อที่สาม คือประเด็นที่บี “โทษตัวเองว่าไม่ดีพอ เลยทำให้ไม่กล้าเริ่มต้นใหม่กับใคร” ผิดไม่ผิดอยากไร อยากให้ดูที่เจตนา คราวหน้าอยากจะให้บีทบทวนตัวเองในเรื่องของท่าทีในการแสดงออก สุดท้ายก็อยากจะมองว่า หยุดที่จะหนีได้แล้ว อย่างน้อยไปแจ้งความไว้สำหรับกรณีที่ เขามาทำให้ข้าวของเราเสียหาย หรือ เกิดคดีความ การแจ้งความไว้ก็อาจจะมาช่วยตรงนี้ได้ อยากจะให้บีมองว่าที่ผ่านมา เราเป็นฝ่ายเสียหายมาเยอะแล้ว เราควรป้องกันตัวเองไว้ก่อน สิ่งสำคัญคือ ให้อภัยตัวเองด้วย คนนั้นในอดีต กับเราในปัจจุบันที่อายุเท่านี้แล้ว เราคือคนละคนกันแล้ว ณ วันนี้ เรียนรู้ และ เติบโตไปได้แล้ว ก่อนวางสาย “คุณบี (นามสมมติ)” ได้บอกว่า หนูจะสู้นะคะ และถ้าหนูทำได้หนูจะติดต่อทีมงานมา หนูจะสู้ต่อไป ขอบคุณมากๆเลยนะคะ...เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แม่บ้านที่ออฟฟิศ ทำหน้าที่แค่ “ทิ้งขยะ” อย่างอื่นไม่ยุ่ง พื้นบริษัทสกปรก ไมโครเวฟเปื้อน โต๊ะฝุ่นเกาะ จนแผนกเราต้องจัดเวรกันเอง พนักงาน 5 คนสลับกันทำคนละวัน แจ้ง HR แล้วก็ไม่เป็นผล ตอนนี้หัวหน้าลาออกไปแล้ว พวกหนูจะทำยังไงดีคะ?

31 ม.ค. 2025

แม่บ้านที่ออฟฟิศ ทำหน้าที่แค่ “ทิ้งขยะ” อย่างอื่นไม่ยุ่ง พื้นบริษัทสกปรก ไมโครเวฟเปื้อน โต๊ะฝุ่นเกาะ จนแผนกเราต้องจัดเวรกันเอง พนักงาน 5 คนสลับกันทำคนละวัน แจ้ง HR แล้วก็ไม่เป็นผล ตอนนี้หัวหน้าลาออกไปแล้ว พวกหนูจะทำยังไงดีคะ?

“คุณมด (นามสมมติ)” อายุ 25 ปี สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [29 ม.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาแม่บ้านที่ทำงาน โดย “คุณมด (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘แม่บ้านที่ทำงานไม่ยอมทำความสะอาด จนปัจจุบันพวกหนูต้องกลายมาเป็นแม่บ้านเอง ต้องเกริ่นก่อนว่าตอนแรกจริง ๆ หนูจะทำงานอยู่ที่ตึกใหญ่ แต่มีเหตุจำเป็นที่ต้องย้ายอยู่อีกตึกนึง ซึ่งตึกนั้นจะมีอยู่แค่ 2 ชั้น ประเด็นอยู่ที่ว่าตั้งแต่ที่ย้ายเข้าไปวันแรก คือห้องมันเป็นห้องที่รีโนเวทใหม่ แล้วชั้นนั้นจะมีคนอยู่แค่ 1 ห้อง ซึ่งหนูก็ย้ายเข้าไปในห้องที่รีโนเวทใหม่ มันก็จะมีฝุ่นเยอะ แต่ก่อนหน้านี้ก็มีพี่ที่ไม่ใช่แม่บ้าน เขาจะเข้าไปทำความสะอาดให้แล้ว เรารู้สึกว่าตั้งแต่วันแรกที่แจ้งว่าจะย้าย ก็ไม่เห็นมีความคืบหน้าว่าจะมีการทำความสะอาดเกิดขึ้น พอย้ายเข้าไปวันแรกสิ่งที่เกิดขึ้นคือ เราต้องทำความสะอาดกันเอง คือมันทนไม่ไหว เลยต้องกวาดพื้นกันก่อน วันนั้นก็คือไม่ได้คิดอะไร เราก็คิดว่าทำไปก่อนแล้วกัน ต่อมาหัวหน้าก็มีการไปแจ้งที่เจ้าหน้าที่บุคคลว่าต้องมีการทำความสะอาดนะ ผ่านไป 1 สัปดาห์ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น พวกหนูก็ต้องทำความสะอาดแล้วก็กวาดกันเองปกติ กิจวัตรประจำวันของแม่บ้านตึกนี้ก็คือเข้ามาแค่เก็บขยะ แต่จริง ๆ มันควรต้องมีแม่บ้านทำความสะอาด อย่างตึกเก่าแม่บ้านก็ดูแลอยู่ ตึกใหญ่ก็มีแม่บ้าน ส่วนตึกเล็กเขาก็จะแบ่งกันทำจากแม่บ้านตึกใหญ่ แต่ตึกเล็กก็มีแค่ 2 ชั้นประมาณ 5 ห้อง แต่แม่บ้านก็ไม่เคยทำความสะอาดเลย จนอาทิตย์นั้นพวกหนูทำความสะอาดกันเอง พอเข้าอาทิตย์ที่ 2 หนูก็สังเกตเห็น วันนั้นหนูเข้าทำงานเช้ามาก ประมาณช่วง 6 โมงเช้า หนูเห็นเขากวาดหนูก็ตกใจ เพราะมีแม่บ้านเข้ามากวาดทำความสะอาด ก็คิดว่าเขาก็น่าจะถูด้วยแหละ แต่พอหนูเปิดประตูเข้าไปปุ๊ป เขาก็เดินออกไปเลย แล้วก็บอกว่า มากวาดห้อง แค่นี้เลยแล้วก็ไม่มีการเข้ามาถูหรือมีการเช็ดโต๊ะอะไรเลย กวาดอย่างเดียว ตอนนี้ผ่านมาจะ 2 เดือนหนูเห็นเขาเข้ามากวาดให้หนูแค่ครั้งเดียวก็คือ 2 สัปดาห์ก่อนนั้น จนถึง ณ ปัจจุบันนี้ พวกหนูต้องใช้วิธีการจัดเวรประจำวันกันเอง เหมือนโรงเรียนประถม โดนที่หัวหน้าไม่ต้องทำเพราะตอนนั้นพวกหนูมีกันอยู่ 6 คน ลูกน้องก็ 5 คน ทำกันคนละวัน จริง ๆ หัวหน้าเขาก็มีการส่งแบบฟอร์มทุกเดือนอยู่แล้ว ตอนที่หนูย้ายเข้าไปเมื่อเดือนธันวาคมก็คือทางเจ้าหน้าที่บุคคล เขาก็มีการส่งมาให้หัวหน้างานประเมินแล้ว ว่าแม่บ้านทำความสะอาดไหม? ต้องการเปลี่ยนอะไรไหม? หัวหน้าก็แจ้งไปแล้ว แต่ก็ไม่มีการดำเนินงานอะไรต่อ ก็เลยไม่รู้ว่าเราจะต้องทำยังไงต่อ ซึ่งพอเดือนถัดมาหัวหน้าหนูก็ออก ตอนนี้อยู่กันแค่ 5 คน แต่ก็ยังแบ่งเวรกันทำอยู่ทุกวัน หนูก็มองว่าจริง ๆ มันก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่บุคคล จน 2 วันที่ผ่านมาหนูทนไหวก็เลยพยายามโกหกแจ้งไปว่า ทำของกินตก ขอที่ตักของ ไม้กวาด เขาก็บอกหนูว่าอยู่ตรงนั้น หยิบได้เลย เขาไม่เคยบอกเลยว่าเดี๋ยวป้าขึ้นไปเก็บให้นะ ไม่มีเลย ต่างจากแม่บ้านคนเดิมที่อยู่ตึกเก่ามาก หนูพยายามทำทุกอย่างให้เขารู้แต่ เขาก็ไม่ทำให้หนูเลย หนูเลยอยากจะปรึกษาพี่ ๆ ดีเจว่า มีวิธีพูดกับแม่บ้านที่ออฟฟิศยังไงดี?’ เริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่ารวมกันให้คำแนะนำได้เลยเพราะว่าการพูดก็คือสื่อสารแบบตรงไปตรงมาเลยว่า ตอนนี้มันสกปรกแล้วเขาไม่มาช่วยทำความสะอาด อีกอย่าง HR ต้องเป็นฝ่านชนให้เราอยู่แล้ว คนแก้ปัญหานี้ให้เราคือ HR’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่รู้สึกว่าจำนวนแม่บ้านพอหรือเปล่า หรืองานที่เขาได้รับมอบหมายเนี่ย เขาให้ดูตึกนี้หรือเปล่ามันต้องมีอะไรผิดพลาดสักอย่าง การที่เขาไม่ดูหรือเขาไม่ทำหรือเขาไม่ไหว เพราะฉะนั้น HR ควรมาจัดการ ถ่ายรูปแล้วก็ไปคุยกับ HR เลย จริงไม่ต้องถามว่าต้องคุยว่าอะไร เพราะเขาเป็น HR เขาต้องทำเรื่องพวกนี้เองอยู่แล้วไม่ต้องรอให้เราเขาไปอ้อนวอนด้วยประโยคอะไรด้วยซ้ำ เขาจ้างมาเป็น HR เพื่อให้มาทำตรงนี้แหละ นัดคุยกับ HR นะเอารูปไปให้เขาดู’สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ปล่อยหนูให้มันกัดสายไฟให้หมด แล้วก็บอกแม่บ้านไม่ทำเอง คอมพังหมดแล้ว มันกัดหมดแล้วเราไม่ต้องยุ่ง พี่ว่า HR มันแก้ไขได้นะ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-