ผมหยุดใส่ใจการใช้เงินของคนอื่นไม่ได้!! ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ เวลาผมเห็นเพื่อน หรือ คนรอบตัว ซื้อของที่แพงกว่าในราคา Online มา ผมจะหงุดหงิดมาก จะหยุดนิสัยนี้ยังไงดี?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ผมหยุดใส่ใจการใช้เงินของคนอื่นไม่ได้!! ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ เวลาผมเห็นเพื่อน หรือ คนรอบตัว ซื้อของที่แพงกว่าในราคา Online มา ผมจะหงุดหงิดมาก จะหยุดนิสัยนี้ยังไงดี?

14 พ.ย. 2025

ผมหยุดใส่ใจการใช้เงินของคนอื่นไม่ได้!!
ทำยังไงดีครับ ผมเป็นคนทำงาน หาเงินเองตั้งแต่เด็กๆ 
จนเป็นคิดที่ประหยัดเรื่องการใช้เงินมากๆ 
ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ เวลาผมเห็นเพื่อน หรือ คนรอบตัว
ซื้อของที่แพงกว่าในราคา Online มา ผมจะหงุดหงิดมาก
เคยโกรธเพื่อนถึงขั้นไม่คุยไปเลย ผมแค่รู้สึกว่า
ออนไลน์ก็มีของแบบเดียวกัน ในราคาที่ถูกกว่า
หรือบางครั้งผมก็หงุดหงิดตัวเอง
ที่ซื้อของออนไลน์แพงกว่าของหน้าร้าน จะหยุดนิสัยนี้ยังไงดี?

        “คุณนุ” (นามสมมติ) อายุ 18 ปี สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (12 พฤศจิกายน 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับการชอบใส่ใจเรื่องการเงินของคนอื่น อยากให้เพื่อนซื้อของในราคาถูก แต่พูดบ่อยจนเพื่อนโมโห

        โดย “คุณนุ” (นามสมมติ) ได้เล่าว่า ‘ผมเป็นคนที่ทำพาร์ทไทม์มาตั้งแต่เด็ก ๆ เลยทำให้ผมรู้คุณค่าของเงิน แต่ในบางที ผมก็ชอบใส่ใจการใช้เงินของคนรอบข้างมาก ผมเป็นคนที่ชอบชอปปิ้งออนไลน์ เลยทำให้ผมรู้ถึงต้นทุนของสินค้าในชิ้นนั้น ผมเลยไม่ซื้อสินค้าร้านข้างนอกเลย เวลาผมรู้ว่าคนรอบตัวซื้อของ ผมจะชอบบอกเขาว่าทำไมไม่ซื้อออนไลน์ จนบางทีทำให้คนรอบตัวโมโห เพราะผมชอบบ่น บางทีผมก็หงุดหงิดจนไม่อยากคุยกับเพื่อนเลย

        ส่วนใหญ่ของที่ผมชอบซื้อจะเป็นพวกครีม เครื่องสำอางค์ ผมเป็นหนักขนาดที่ว่า ขนมห่อเล็ก ๆ ขายตามร้าน ห่อละ 5 บาท ผมก็กดได้มา 1 บาท เลยซื้อมาเป็นยกแพ็ค นิสัยนี้ผมจะเป็นเฉพาะกับเพื่อนที่สนิทกันมาก ๆ ปัญหาของนุวันที่อยากจะปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนคือ ทำยังยังให้ผมเลิกนิสัยแบบนี้? ที่ชอบไปวุ่นวายเรื่องการใช้เงินของคนอื่นดีครับ’

        เริ่มด้วย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘การซื้อของออนไลน์และซื้อของหน้าร้าน มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน ถ้าเขาซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ สิ่งที่ออนไลน์ทำไม่ได้ คือได้สินค้า ณ ตอนนั้นเลย สองคือ ได้ความมั่นใจ เมื่อของชิ้นนี้อยู่ในร้านสะดวกซื้อที่มีมาตรฐาน แปลว่าของชิ้นนี้ได้รับการการันตี มั่นใจได้ว่าเป็นของแท้แน่นอน สามคือ ได้เห็นสินค้าก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ ออนไลน์บางครั้งซื้อเสื้อผ้ามาไม่ตรงปก ซื้อรองเท้ามาใส่ไม่ได้ มีปัญหาที่ก่อให้เกิดขึ้นได้ คิดซะว่าเขาอาจจะยอมจ่ายแพงกว่า เพราะเหตุผลเหล่านี้

        เราอย่าเอาราคาอย่างเดียวเป็นที่ตั้ง ให้มองว่าความสุขของคนเราต่างกัน แต่เราสามารถเตือนเพื่อนได้ อันนี้ถูกกว่าก็แนะนำให้ไปดู พูดครั้งเดียวแล้วจบ ที่เหลือเป็นการใช้ชีวิตของเขา’

        ต่อด้วย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘มันเป็นเรื่องของสารในสมองที่มันหลั่งออกมา ถ้ารู้ตัวว่าเราเริ่มหงุดหงิด ให้หายใจเข้าลึก ๆ แล้วบอกว่า เงินเขา..เงินเขา… ทำให้สมองค่อย ๆ รับรู้ไปทีละนิด เราต้องลดการที่ไปวุ่นวายกับคนอื่นลง ค่อย ๆ ตัดที่ไม่เกี่ยวกับเรา กังวลแค่เงินเราพอ และลองไปศึกษาเรื่องโดพามีล จะฝึกร่างกายยังไง ให้โดพามีลอยู่ในที่ ๆ ควร’

        ปิดท้ายด้วย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ที่ง่ายสุดต่อชีวิตเลยนะ ใครสะดวกแบบไหนเอาแบบนั้นเลย นุพูดบอกเขาได้นะ เพียงแต่ไม่ควรไปโมโหถ้าเขาไม่ทำตาม เพราะเขาเลือกในสิ่งที่เขาสะดวก นุทำแบบนี้ก็จะมีเงินเก็บ เพราะซื้อของที่ถูกกว่าเขา เขาทำแบบนั้นถึงเงินจะไม่เหลือ แต่เขาก็จะมีความสุขในแบบของเขา ถ้าจะให้ง่ายก็คือ ลองไปหาเพื่อน หรือ คนใกล้ตัวที่เขาต้องการสิ่งนี้ อันนี้มันจะมีค่ามาก ๆ ถ้าคนนี้ความคิดไม่ตรงกับเรา เราก็แค่ไม่ต้องไปวุ่นวายกับเขา’

เรื่องราวทั้งหมดนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App AtimeFungFin

 

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

อาที่เป็นญาติผู้ใหญ่ที่เราเคารพ ทักเราว่า “ทำไมอ้วนจัง?” จังหวะนั้นเราหงุดหงิดพอดี เพราะเจอคำถามนี้บ่อยมาก เลยพูดกลับอาไปว่า “ปกติหนูก็จะไม่กล้าทักใครแบบนี้นะคะ มันดูเป็นคนไม่มีมารยาท” อีกวันอาไลน์มาต่อว่าหนู

14 ต.ค. 2024

อาที่เป็นญาติผู้ใหญ่ที่เราเคารพ ทักเราว่า “ทำไมอ้วนจัง?” จังหวะนั้นเราหงุดหงิดพอดี เพราะเจอคำถามนี้บ่อยมาก เลยพูดกลับอาไปว่า “ปกติหนูก็จะไม่กล้าทักใครแบบนี้นะคะ มันดูเป็นคนไม่มีมารยาท” อีกวันอาไลน์มาต่อว่าหนู

อาที่เป็นญาติผู้ใหญ่ที่เราเคารพ ทักเราว่า “ทำไมอ้วนจัง?” จังหวะนั้นเราหงุดหงิดพอดีเพราะเจอคำถามนี้บ่อยมาก เลยพูดกลับอาไปว่า “ปกติหนูก็จะไม่กล้าทักใครแบบนี้นะคะมันดูเป็นคนไม่มีมารยาท” อีกวันอาไลน์มาต่อว่าหนู หนูก็เลยขอโทษเขาไปหนูจะดูเป็นเด็กที่ไม่ดีในสายตาอาไหมคะ? “คุณแกลม (นามสมมติ)” อายุ 18 ปี สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [8 ต.ค.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาญาติทักว่าอ้วน เราเลยสวนกลับไป แต่เราก็รู้สึกแย่ที่พูดแรงไป โดย “คุณแกลม (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูเพิ่งโดนญาติผู้ใหญ่ไลน์มาด่า เพราะว่าอาทิตย์ที่แล้วเขามาว่าหนูอ้วน หนูเลยสวนกลับเขาไป เขาเป็นคุณอา (น้องชายของพ่อ) หนูสนิทกับเขามากเลย คุยเล่นกันได้ ตั้งแต่เด็กจนโตเลย คือตอนหนูเกิดหนูพูดชื่อเขาได้คนแรก มีช่วงที่หนูไปอยู่คนละจังหวัดกับเขา แต่เวลากลับมาเจอกันเราจะคุยกัน สนิทกันได้ปกติเลย ตอนนี้คุณอาเขาทะเลาะกับพ่อหนู เขาตัดครอบครัวหนูออกจากชีวิตเขา เขาไม่เอาเลย แต่เขายังรักหนูอยู่ ยังคุยกับหนูคนเดียว แต่ตอนนี้เขากำลังจะตัดหนูออกด้วย เราอยู่กันคนละบ้าน แต่คุณอาจะแวะเวียนมาที่บ้าน มาดูแลคุณปู่ คุณย่า เรื่องที่เกิดคือ เขามาทักต่อหน้าหนูว่า ทำไมอ้วนขึ้น? เขาทักหนูหลายรอบมาก หนูก็เสียใจ แล้วก็นอยเพราะหนูอ้วนขึ้น เพราะเอฟเฟกต์จากยาที่กินด้วย หนูเลยพูดออกไปโดยไม่ทันคิดว่า ปกติหนูจะไม่ทักคนอื่นแบบนี้ เพราะมันดูไม่มีมารยาท แล้วเขาก็ยิ้มแห้งเลย หลังจากนั้นหนูก็รู้สึกแย่ที่พูดแบบนั้นกับเขาไป ซึ่งช่วงนี้หนูต้องคุยกับเขาเพราะจะกดเงินดิจิทัลวอลเล็ตให้คุณปู่ คุณย่า หนูก็เลยคุยเรื่องเอกสารกันนิดหน่อย แล้วเขาก็พิมพ์กลับมาว่า โตแล้วหนิ เดี๋ยวนี้แรงใช้ได้เลยนะ ไม่ต้องเลี้ยงดูละ หนูก็เลยขอโทษเขาไป แต่เขาไม่ได้ตอบอะไรหนูมาเลย จริงๆหนูรู้สึกเสียใจมากที่ตัดกับอาคนนี้ หนูไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก หนูอยากเป็นเด็กที่น่ารักกับผู้ใหญ่ หนูควรทำยังไงดี?เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เจอเพื่อนร่วมงานแบบนี้ จะทำยังไงกันคะ? โกหกเพื่อนร่วมงานว่า ‘พ่อตาย’ สุดท้ายสืบรู้ว่า… วันนั้นเค้าแอบไปกดบัตรคอนเสิร์ต แล้วลาออกจากงานไปเลย ไม่ส่งต่องานใดๆ พีคสุด เค้าวางแผนมาตั้งนานแล้วว่าจะออก!!

10 มี.ค. 2023

เจอเพื่อนร่วมงานแบบนี้ จะทำยังไงกันคะ? โกหกเพื่อนร่วมงานว่า ‘พ่อตาย’ สุดท้ายสืบรู้ว่า… วันนั้นเค้าแอบไปกดบัตรคอนเสิร์ต แล้วลาออกจากงานไปเลย ไม่ส่งต่องานใดๆ พีคสุด เค้าวางแผนมาตั้งนานแล้วว่าจะออก!!

“คุณไข่หวาน (นามสมมุติ)” สายสุดท้ายในรายการพุธทอล์ค พุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (08/03/2023) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาเพื่อนร่วมงานมาโกหกใส่โดย “คุณไข่หวาน (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘พอดีว่าช่วงกลางเดือนที่แล้ว เพื่อนที่ทำงานเขาแจ้งว่าพ่อเขาเสีย แล้วเขาก็ลางานไป พอถึงสิ้นเดือน วันที่เงินเดือนออก เขาก็ออกจากกรุ๊ปไลน์ไปเลย แบบเขาออกจากงานไปเลย จนเราไปเจอในทวิตเตอร์ของเขาว่าพ่อเขาไม่ได้เสีย เพราะวันที่เขาบอกว่าพ่อเขาเสีย คือเขากดบัตรคอนเสิร์ตอยู่ ใช้ชีวิตปกติ เขามีแพลนจะลาออกอยู่แล้วด้วย แบบสิ้นเดือนนี้จะลาออกแล้ว แต่เขาก็ไปแบบไม่ได้ลา ไม่ได้บอกหัวหน้าอะไรเลยลักษณะงานที่เราทำมันเป็นโปรเจกต์ ต้องมีการพูดคุยกับลูกค้า แล้วเขาก็เป็นคนประสานงานกับลูกค้า ซึ่งเขาออกไปแบบไม่ได้ส่งต่องาน ไม่ได้รับผิดชอบตรงนี้เลย ไม่มีใครรู้ หัวหน้าก็ไม่รู้ ตอนแรกที่เขามาบอกว่าพ่อเขาเสีย เราก็เห็นใจเขาว่าแบบสูญเสีย แต่พอเรามารู้ทีหลัง คือเรา พี่ๆทุกคนในทีมและหัวหน้าก็พูดกันว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้หัวหน้าอยากให้เรื่องนี้จบแล้ว แต่หนูเห็นทวิตเตอร์เขาหนูอยากจะไปบอกกับเขาว่าแบบทำไมคุณถึงทำแบบนี้ หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า การที่หนูจะไปทำแบบนี้มันจะเกินไปมั้ย? แล้วถ้าพี่ๆเจอเหตุการณ์แบบนี้จะรับมือกันยังไง?ทั้ง 3 ดีเจ ให้ความคิดเห็นว่า ‘มันเป็นนิสัย และความรับผิดชอบแต่ละบุคคล ถ้าเค้าทำแบบนี้ แสดงว่าเป็นคนที่ไม่ได้เรื่อง ซึ่งถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นกับดีเจทั้ง 3 คน ก็จะไม่เสียเวลาไปทวงถามความถูกต้อง มันไม่คุ้มกับเวลาที่เสียไป แต่ถ้าเป็นการทักไปถามเรื่องงานที่ค้างอยู่ก็ถามได้ เพราะเป็นเรื่องงานและถ้าส่วนตัวไม่ได้สนิทกับคนนี้ ก็ยิ่งต้องปล่อยไปเลย เพราะขนาดคนที่เป็นพ่อเค้ายังไม่แคร์เลยถึงขั้น โกหกว่าตายแล้วเค้าจะแคร์เราไหม? เค้าทำแบบไหน ก็จะได้แบบนั้น เราควรมองอีกมุม ดีด้วยซ้ำที่องค์กรเรา คนแบบนี้ได้ออกไปแล้ว ส่วนถ้าต้องสื่อสารกับลูกค้าก็แค่บอกว่า มีการเปลี่ยนตัวพนักงาน หรือคนรับผิดชอบ แล้วก็หาคนทำงานต่อท้ายที่สุดถ้าเค้าเป็นคนแบบนี้ ลักษณะแบบนี้ ไปทำงานที่ไหนก็จะไม่รอดหรอก ท่องไว้เลยว่า เค้าออกไปดีแล้วกับเราไม่ต้องไปตามด่า หรือต่อว่าอะไรเค้า มันไม่มีอะไรดีขึ้นมาเลย...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คบแฟนมา 6-7 ปี ไม่เคยไปบ้านเค้าเลย เพราะแฟนบอก 'พ่อไม่ชอบทอม' เราไม่เคยเจอสังคมอะไรของแฟนเลย มีแต่แฟนที่รู้ฝั่งเรา พีคสุด แฟนจดทะเบียนสมรสกับผู้ชายอีกคนอยู่แล้วแต่แยกกันอยู่ ตอนนี้เราเลิกกันแล้วแต่แฟนขอให้กลับไปคบกันเหมือนเดิม

02 ก.พ. 2024

คบแฟนมา 6-7 ปี ไม่เคยไปบ้านเค้าเลย เพราะแฟนบอก 'พ่อไม่ชอบทอม' เราไม่เคยเจอสังคมอะไรของแฟนเลย มีแต่แฟนที่รู้ฝั่งเรา พีคสุด แฟนจดทะเบียนสมรสกับผู้ชายอีกคนอยู่แล้วแต่แยกกันอยู่ ตอนนี้เราเลิกกันแล้วแต่แฟนขอให้กลับไปคบกันเหมือนเดิม

“คุณยีนส์ (นามสมมติ)” อายุ 41 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (31 ม.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาที่มารู้ทีหลังว่าแฟนยังไม่หย่ากับสามี โดย “คุณยีนส์ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ขอเกริ่นก่อนว่าเราเป็น LGBTQ คบกับแฟนมาประมาณ 6 - 7 ปีแล้ว ซึ่งตลอดเวลาที่คบกัน เรารู้แค่ว่าทางบ้านเขาไม่ชอบเรา และเราก็ไม่เคยรับรู้เรื่องทางบ้านเขาเลย ไม่เคยรู้เลยว่าบ้านเขาเป็นยังไง หรือแม้กระทั่งบ้านเขาอยู่ที่ไหน จนคบกันมาเข้าปีที่ 6 เป็นครั้งแรกที่เราได้มีโอกาสไปบ้านเขาใน ‘ฐานะเพื่อน’ หลังจากกลับมาจากบ้านเขา เราก็ได้รู้เรื่องต่าง ๆ จากปากเพื่อนเขาว่า ‘เขาแต่งงาน เคยจดทะเบียนสมรส แล้วยังคงคาทะเบียนสมรสกันอยู่ด้วย’ เราต้องไปคาดคั้นความจริงจากเขา เขาถึงยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง... ที่ผ่านมา เราไม่เคยมีตัวตนในชีวิตเขาเลย ไม่ว่าจะเป็นในโซเชียล ทางบ้านหรือทางสังคมของเขา คือเราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวเขาเลย แต่เขากลับรู้เรื่องเราทุกอย่าง เพราะว่าตอนที่คบกัน เขามาอยู่บ้านเราตลอด 24 ชม. แต่ในช่วงที่เขาอยู่บ้านเรา เขาก็จะมีกลับบ้านเขาไปบ้าง ซึ่งตอนที่เขากลับบ้าน เราจะไม่สามารถติดต่อเขาได้เลย เขาจะพูดกับเราเสมอว่า “ครอบครัวเขาเกลียดมาก” ไม่ให้รับโทรศัพท์ ไม่ให้ทำอะไรเลย แล้วพอมารู้เรื่องนี้ เราก็เหมือนตัดสินใจแล้วว่า “ฉันไม่เอาละ ฉันเลิกดีกว่า” ที่อยากเลิกเพราะรู้สึกว่าเขาเหมือนโกหกเรามาตลอด เพราะเราเองก็ถามมาตลอดเหมือนกัน ณ ตอนนี้ หลังจากที่เลิกกันแล้ว ก็ยังรู้สึกว่าคาราคาซังอยู่ เราก็คิดว่าเราไม่เอาแล้ว แต่ทางเขาก็ไม่ยอมเลิก จริง ๆ ก็เคยถามเขาเรื่องหย่า เขาก็บอกว่า “เดี๋ยวจะทำเรื่องหย่าให้” แต่พอถามเขาอีกรอบ เขาก็ยังตอบเหมือนเดิม โดยที่ไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย เหมือนเขาแค่ตอบให้ผ่านๆ ไป วันนี้จึงอยากจะถามพี่ๆดีเจว่า “เราควรจะไปต่อดีไหม ถ้าเรามองข้ามเรื่องนั้นไป หรือเราจะเข้าไปคุยกับพ่อแม่เขาดี หรือจริงๆ ควรจะจบแค่เพียงเท่านี้ ?”’ ซึ่งทาง “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าคนของเราโอเค มันจะแบ่งเบาภาระไปได้เยอะ ถ้าครอบครัวเขาไม่ชอบ อันนี้ก็จะเป็นอีกหนึ่งความลำบาก ซึ่งจะขึ้นอยู่กับคนกลางที่เป็นคนของเราเหมือนกัน เขาพร้อมที่จะเสียสละเพื่อที่จะอยู่กับเราไหม? ผมว่า 6 - 7 ปีที่ผ่านมา คุณยีนส์กำลังเข้าสู่ช่วงอยากมีตัวตน มันถึงวัยที่คุณยีนส์อยากได้รับการยอมรับ อยากเริ่มสร้างครอบครัวจริงจัง รวมถึงเริ่มรู้สึกเสียเวลาถ้าอยู่โดยไม่มีปลายทาง พอมาดูความรักของคุณยีนส์ มันก็ยังคงมีคำถามมากมาย ครอบครัวเขาจะรับเราได้ไหม? หรือเขาเองนี่แหละพร้อมที่จะเปิดตัวเรารึเปล่า? ซึ่งมันเป็นคำถามมากเลย สมมติว่าถ้าผมซี้กับคุณยีนส์ ผมก็จะแนะนำว่า “เราเคยเห็นคนที่มันชัดเจน เป็นความรักของ LGBTQ ที่เปิดตัว สร้างครอบครัวไปด้วยกัน ซึ่งมันดี” ไม่อยากให้คุณยีนส์เสียเวลา ถ้าต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง อายุเราก็เดินทางมาถึงเลขสี่แล้ว การที่เราจะต้องซื้อเวลาไปข้างหน้า เพื่อความขมุกขมัวที่ไม่แน่นอน ผมไม่ค่อยสนับสนุน มันอาจจะต้องมองหาสิ่งที่มันแน่นอน และเริ่มสร้างครอบครัวด้วยกันได้แล้ว ถ้ามันต้องเลือก ผมอยากให้คุณยีนส์มองหาสิ่งที่ทำให้คุณยีนส์มีความสุขจริง ๆ ได้สักที’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘การที่เรามีทะเบียนสมรสอยู่ แล้วเราอยู่กับใครคนนึงมา 6 ปี โดยที่ไม่บอกเรื่องนี้ หอมว่ามันใจดำไปนิดนึง เพราะมันผิดกฎหมายด้วย ถ้าอีกฝ่ายจะฟ้อง เราแย่แน่ 6 - 7 ปี ที่อยู่ด้วยกันมา เขาไม่คิดจะบอกคนที่อยู่ข้าง ๆ เลยเหรอ? ถ้าเกิดผู้ชายคนนั้นไม่มีตัวตน อันนี้มันพูดง่ายมาก แค่บอกว่ายังไม่หย่า มันได้ใจเรามากกว่าอีก แล้วการปกปิดนี้มันเป็นเราที่มารู้เอง อีกเรื่องคือ เขาไม่เคารพ ไม่ให้เกียรติเราเลย อายุ 42 แล้ว ยังกลัวพ่อด่าเรื่อง LGBTQ อยู่อีกเหรอ? สมมติว่าการเลิกราเกิดขึ้น แล้วอีกฝ่ายไม่อยากเลิก สิ่งที่ยื้อคุณยีนส์กลับมาได้คือ การกระทำ เช่น 1. เดี๋ยวหย่าให้ 2. คือการพาไปไหว้พ่อ เปิดตัวให้รู้เลยว่าฉันจริงจัง มันต้องแสดงด้วยการกระทำ แต่นี่... ป่านนี้ยังไม่ทำอะไรเลย แล้วคือคุณยีนส์จะต้องรอคน ๆ นึงที่ไม่เคยให้เกียรติคุณยีนส์มาตลอด 6 ปี เลยเหรอ? เขามีราคาอะไรที่เราจะต้องจ่ายขนาดนั้น ความดีนี้ต้องซื้อด้วยอะไร ในเมื่อมันไม่มี ถ้าเขาอยากตื๊อก็ตื๊อได้ แต่ต้องอยู่กับปัจจุบัน ถ้าวันนี้ไม่เห็นอะไรที่น่ากลับไปก็ไม่ต้องกลับ แล้วยีนส์เปิดโอกาสให้ตัวเองเลย ใครสักคนที่ดีกว่านี้ ใครสักคนที่ไม่โกหกเรา ถ้าวันนี้คนเก่ายังทำไม่ได้ ก็ไม่ต้องกลับ’ และสุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ดูที่พฤติกรรม ถ้าเกิดว่าพฤติกรรมเขาสวนทางกับคำพูด คือถ้ามันเป็นคนที่ใช่ มันจะไม่ยากลำบากขนาดนี้ แล้วสำหรับคู่คุณยีนส์มันหลายปีแล้ว มันควรจะต้องใช่ได้แล้ว มันไม่ควรจะมาตั้งคำถามในตอนนี้แล้ว มันเสียเวลาชีวิต 6 – 7 ปี มันพิสูจน์มามากพอแล้วว่าคุณยีนส์รักเขา และยอมขนาดไหน ขนาดให้เขาปกปิดโลกของเขาแล้วไม่งี่เง่าอะไรเลย วันนี้ถึงเวลาที่เขาจะทำให้เราเห็นแล้วว่า เขาอยากให้เราอยู่ ไม่ใช่แค่ปากที่มาง้อ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมอายุ 37 คบแฟน 24 น้องเขาขี้หึงมาก ผมทำงานเป็นตากล้อง เจอนางแบบสวยๆ แต่แฟนไม่โอเค สั่งให้ลบรูปในโซเชียลทั้งหมด ผมลงเพราะเก็บพอร์ตก็ต้องลบ หลังๆมา แฟนบอกว่าให้เลิกทำอาชีพตากล้อง ผมเลิกไม่ได้เพราะคือรายได้หลัก ตอนนี้ผมห่างกับเขาแล้ว

21 มี.ค. 2025

ผมอายุ 37 คบแฟน 24 น้องเขาขี้หึงมาก ผมทำงานเป็นตากล้อง เจอนางแบบสวยๆ แต่แฟนไม่โอเค สั่งให้ลบรูปในโซเชียลทั้งหมด ผมลงเพราะเก็บพอร์ตก็ต้องลบ หลังๆมา แฟนบอกว่าให้เลิกทำอาชีพตากล้อง ผมเลิกไม่ได้เพราะคือรายได้หลัก ตอนนี้ผมห่างกับเขาแล้ว

ผมอายุ 37 คบแฟน 24 น้องเขาขี้หึงมาก ผมทำงานเป็นตากล้อง เจอนางแบบสวยๆ แต่แฟนไม่โอเคสั่งให้ลบรูปในโซเชียลทั้งหมด ผมลงเพราะเก็บพอร์ตก็ต้องลบ หลังๆมา แฟนบอกว่าให้เลิกทำอาชีพตากล้องผมเลิกไม่ได้เพราะคือรายได้หลัก ตอนนี้ผมห่างกับเขาแล้ว แต่ยังไม่ได้ถอนหมั้นกัน จะทำยังไงดี? “คุณกอล์ฟ (นามสมมติ)” อายุ 37 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [19 มี.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาแฟนขี้หึงมากจนกระทบกับงาน โดย “คุณกอล์ฟ (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘ผมหมั้นกับน้องคนนึง เขาอายุ 24 ปี เราคบกันและหมั้นมารวมทั้งหมด 2 ปี ผมทำอาชีพเป็นช่างภาพ ส่วนน้องเขาทำงานที่ร้านของบ้านผม น้องเขาเป็นคนที่ไม่ค่อยมีสังคม เอาแต่ใจ และเริ่มลามไปถึงเรื่องงานของผม ช่วงแรกๆที่คบกันน้องมีนิสัยงี่เง่านิดหน่อย แต่ยังไม่ได้ฉายแสงอะไร แต่ก็หึงหวงแรงมาก เช่น ตัดเพื่อนในโซเชียลมีเดียของผมเองเลย ช่วงที่ผมหมั้นกับเขาและทำงานไปด้วย ผมตัดเรื่องการถ่ายรูปเล่น เก็บพอร์ต ผมตัดทุกอย่างเพื่อเขา และรับแต่งานถ่ายภาพที่เป็นงานจริง ๆ เท่านั้น สาเหตุที่ผมตัดสินใจหมั้นกัน เพราะน้องเขาเป็นคนหน้าตาดี ผมก็อายุ 37 ปีแล้ว รู้สึกว่าถึงเวลาที่ควรจะมีครอบครัวได้แล้ว ถ้าช้ากว่านี้ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นชีวิตครอบครัวตอนไหน ก่อนคบกับเขา ผมค่อนข้างเจ้าชู้ เป็นคนเฟรนลี่ เล่นกับทุกคนไปหมด แต่พอคบกับเขา น้องก็มองว่าช่างภาพเจ้าชู้ทุกคน ผมเลยให้ความเชื่อใจโดยให้เขาดูทุกอย่าง รับงาน คุยกับใคร เช็คโทรศัพท์ได้ตลอด ซึ่งไม่เคยมีปัญหาเรื่องมือที่สามเลย จนกระทั่ง เวลาที่ผมจะต้องออกไปทำงาน ผมต้องคอยรายงานเขาตลอด แต่เวลาที่ผมเริ่มถ่ายงานเสร็จ ผมไม่ได้ทักบอกเขา เขาก็บอกว่า ทำไมถ่ายงานเสร็จแล้วไม่ทักบอกเลย ผมก็บอกว่า ขอนั่งพักซักแปปนึงได้ไหม เป็นแบบนี้ทุกครั้งมาตลอด เขาจะกลัวว่าผมจะไปจีบลูกค้า ไปคุยกับลูกค้าเกินกว่าที่เป็นช่างภาพกับลูกค้าคุยกัน ผมก็คอยแต่บอกเขาว่า มันไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ก็ให้เช็คได้ตลอดทุกครั้ง เราทะเลาะกันเรื่องนี้มาตลอด พอทะเลาะกันก็จะมีคำพูดนึงขึ้นมาว่า ไม่เคยชอบหรอกนะที่เธอถ่ายรูป และสุดท้ายเรื่องนี้ก็ลามไปถึงที่บ้านผม เพราะน้องอยากไปทำงานต่างจังหวัด ผมให้เขาไปคุยกับพ่อแม่ก่อน แต่พอคุยเสร็จก็ทะเลาะกับพ่อแม่ผม น้องยื่นคำขาดว่า ถ้าอยากให้เขาทำงานที่บ้าน ต้องให้ผมเลิกถ่ายรูป ผมถามเขาว่า แล้วจะทำอะไรกิน? เพราะแม้ว่าผมจะช่วยที่บ้านทำงาน แต่รายได้จากการถ่ายรูปก็ไม่ใช่น้อย ๆ ต่อเดือน กลายเป็นว่าเขาก็เลือกที่จะไปทำงานต่างจังหวัด ช่วงแรกเขาทดลองงาน 3 เดือน ผมซัพพอร์ตทุกอย่าง ค่าหอพัก ค่ากิน ค่าจิปาถะ ผมเคยแนะนำให้เขาทำงานที่บ้าน ถ้าไม่อยากทำงานที่บ้านก็ทำข้างนอก แต่ให้อยู่จังหวัดเดียวกัน จะได้กลับบ้านมาเจอกัน เป็นครอบครัว แต่น้องบอกว่า ไม่ ถ้าอยากให้เขาอยู่ ต้องเลิกถ่ายรูป หลังจากทดลองงานเสร็จ ผมบอกให้กลับมาขายของหน้าบ้านก็ได้ เพราะเขามีประสบการณ์ด้านร้านคาเฟ่ แต่น้องบอกหมดแพชชั่น ไม่อยากทำ ซึ่งผมคิดว่าไม่ใช่ คงเป็นเพราะไม่อยากมาเจอหน้าพ่อแม่ผม ที่เขาทะเลาะกับพ่อแม่ผมด้วยเรื่องที่เขาจะขอไปทำงานต่างจังหวัด เพราะพ่อแม่ไม่อยากให้ไป อยากให้ทำงานใกล้ ๆ ต่อให้ไม่ทำงานที่บ้านก็ไปทำงานในระแวกนั้นก็ได้ แล้วก็กลับบ้านมาเป็นครอบครัว แต่กลายเป็นว่า เขาเป็นคนดื้อ เขาเป็นคนเอาแต่ใจ ว่าฉันต้องทำแบบนี้ มีเส้นชัยไว้แบบนี้ ฉันต้องไปให้ได้ ซึ่งตอนนี้เขาไปทำงานไกลกว่าเดิมอีก ตอนแรกเขาฝึกงานกับอินฟลูเอนเซอร์คนนึงอยู่ในจังหวัดขอนแก่น แล้วก็ไปสมัครกับอินฟลูเอนเซอร์อีกคนที่โคราช ณ ตอนนี้ก็ทำงานอยู่ที่โคราช ยิ่งอยู่ห่างกัน น้องยิ่งหวงมากขึ้น พ่อแม่ผมถามว่า เธอไม่ไว้ใจลูกฉัน แล้วฉันไว้ใจเธอได้ไหม? น้องตอบว่า เชื่อใจได้สิ แต่ผมไม่เคยเช็คมือถือเขาเลย เพราะผมมองว่าชีวิตคู่ไม่ควรตึงหรือหย่อนเกินไป ต้องพอดี ๆ และเชื่อใจกัน ตอนแรกเราหมั้นกัน แล้วกะว่าครบปีจะจดทะเบียนสมรส แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าวันสุดท้ายที่ขาดสัมพันธ์กันเพราะความงี่เง่าของเขา วันนั้นผมออกไปถ่ายรูปรับปริญญาแต่เช้า บอกเขาแล้วว่าออกจากบ้านแล้วนะ แต่พอไปถึงที่งาน ผมไม่ได้ทักบอก น้องก็โกรธ พอตอนเย็นผมมีประชุมต่อ ก็ถ่ายรูปให้ดูว่าสถานที่ประชุมอยู่ตรงไหน แต่น้องก็งอนว่า ทำไมไม่บอกก่อนออกจากบ้าน ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน ผมเป็นคนง้อ ขอโทษทุกอย่าง แต่ครั้งนี้ผมสุดจริง ๆ ผมบอกว่า ถ้าผมไม่ดี เปลี่ยนใหม่ไหม หรือห่างกันสักพัก น้องเขาก็ไม่ง้อผม เปลี่ยนสีแชท ลบทุกอย่าง หายไปหมด ผมเลยอยากถามพี่ๆดีเจว่า ผมทำถูกไหม ควรรอให้เขาคิดได้มากกว่านี้ หรือควรไปง้อเขา แล้วถ้าเขากลับมาง้อผม ผมควรพูดยังไง?’ เริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘คิดว่าเขายังคิดไม่ได้ แล้วก็ถ้าคุณกอล์ฟจะรอก็สุ่มเสี่ยงไป อายุ 37 แล้ว ถ้าคิดจะวางแผนอนาคต ลองมองหาคนที่เป็นผู้ใหญ่และเข้าใจเรามากกว่านี้ คือการมีแฟนต้องไม่แตะเรื่องการทำงานของเราเลย งั้นก็เลือกตัดแฟน ถูกต้องแล้ว คนนี้ไม่ได้เข้ามาอยู่ในวงจรของเรา เขาไม่สามารถเข้ามาโลกของเราได้ เขาไม่ได้เหมาะ เปลี่ยนคน เอาผู้ใหญ่ที่โตกว่านี้ เข้าใจการทำงานของเรา ไม่ได้ผิดที่เราผิดที่เขา’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘รู้สึกว่าคุณกอล์ฟดูถูกตัวเองไปหน่อย ว่าอายุ 37 แล้วยังไม่แต่งงานมันจะช้า เพราะรู้สึกว่า 37 มันควรได้อยู่ที่ส่งเสริมกันและกัน ซึ่งน้องเขาอาจจะไม่เหมาะกับแบบนี้ คุณกอล์ฟต้องถามตัวเองว่าถ้าแต่งงานแล้ว เราจะอยู่กับเขาได้จริง ๆ ใช่ไหม ถ้าเขากลับมา แล้วคุณกอล์ฟใจอ่อน ก็ต้องคุยกับเขาว่า เป็นแบบนี้ไม่ได้ เพราะอันไหนที่มันเกินไป ก็ต้องบอกว่าคุณกอล์ฟไม่โอเคกับเรื่องนี้ ก็ต้องปรับตัว ถ้าไม่ได้ก็เลิก’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ด้วยความห่างของอายุ 37 กับ 24 มันห่างกันมาก และคนละ Generation วิธีคิด การแสดงออก คนละแบบ ความตกตระกอนในชีวิตคนละเรื่อง ถ้าเราจะรอให้ผู้หญิงคนนี้ให้โต มันไม่ได้การันตีว่า อายุเยอะขึ้นแล้วจะหาย บางคนก็งี่เง่าแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ถ้างี่เง่าเรื่องอื่นโอเค แต่ถ้ามาตัดรายได้มันอยู่ด้วยกันไม่รอดแล้ว นั่นแปลว่าทัศนคติในการสร้างครอบครัวมันไม่เหมือนกันแล้ว การสร้างครอบครัวมันไม่ใช่แค่การคบแค่เป็นแฟน มันคือการหาเงิน การช่วยกันบริหารรายจ่าย รายรับ แต่เราดันไปเจอคนที่ไม่พร้อมมาก ๆ ถ้ามีแล้วปวดหัว มีแล้วการงานเสีย มีแล้วรายได้หด ก็อย่าเพิ่งมีดีกว่า’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-