แม่หนู ชอบเอาเรื่องของหนู ชีวิตของหนู ไปเล่าให้กับทุกคน รอบๆตัวแม่ ทั้งญาติ เพื่อนบ้าน คนรู้จัก บางทีมันเป็นเรื่องที่หนูยังทำไม่สำเร็จเลย แม่ก็เอาไปเล่าแล้ว หนูรู้สึกอึดอัด พอบอกแม่ แม่ก็บอกว่าที่แม่เอาไปเล่าเพราะว่าแม่ภูมิใจในตัวลูก

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แม่หนู ชอบเอาเรื่องของหนู ชีวิตของหนู ไปเล่าให้กับทุกคน รอบๆตัวแม่ ทั้งญาติ เพื่อนบ้าน คนรู้จัก บางทีมันเป็นเรื่องที่หนูยังทำไม่สำเร็จเลย แม่ก็เอาไปเล่าแล้ว หนูรู้สึกอึดอัด พอบอกแม่ แม่ก็บอกว่าที่แม่เอาไปเล่าเพราะว่าแม่ภูมิใจในตัวลูก

02 ก.ย. 2025

แม่หนู ชอบเอาเรื่องของหนู ชีวิตของหนู ไปเล่าให้กับทุกคน รอบๆตัวแม่ ทั้งญาติ เพื่อนบ้าน

คนรู้จัก บางทีมันเป็นเรื่องที่หนูยังทำไม่สำเร็จเลย แม่ก็เอาไปเล่าแล้ว หนูรู้สึกอึดอัด พอบอกแม่

แม่ก็บอกว่าที่แม่เอาไปเล่าเพราะว่าแม่ภูมิใจในตัวลูก แต่หนูกลับรู้สึกว่าไม่โอเคเลยที่แม่ทำแบบนี้

ถ้าเป็นทุกคนจะทำยังไงดีกับเรื่องนี้คะ??

            “คุณหลง (นามสมมติ)” อายุ 22 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [27 ส.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจอ้อม” เกี่ยวกับปัญหาแม่ชอบเอาเรื่องเราไปพูดให้คนอื่นรอบตัวฟัง จนเรากดดัน กลัวจะทำไม่ได้

            โดย “คุณหลง (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า “แม่ชอบเอาเรื่องหนูไปเล่าให้คนอื่นฟัง คือหนูมีแพลนที่จะไปทำงานที่ต่างประเทศแต่ยังไม่ได้ไป ยังอยู่ในขั้นตอนการเตรียมตัว อย่างเดือนหน้าหนูต้องไปฝึกงานก่อนแล้วค่อยไปสัมภาษณ์กับบริษัทต่างประเทศอีกที ซึ่งตามแพลนคือจะได้ไปประมาณกลางปีหน้า แต่แม่ก็ไปพูดให้เพื่อนที่ทำงานแล้วก็เพื่อนบ้านฟัง วันนั้นหนูไปหาแม่ที่บริษัท แม่ออกมากับเพื่อน แล้วแม่ก็บอกให้หนูเล่าให้เพื่อนของแม่ฟังว่า หนูจะไปทำอะไร ที่ไหน และไฟลท์บินเป็นอย่างไร ซึ่งด้วยความที่หนูรู้สึกว่าถ้าไม่บอกจะเสียมารยาทก็เลยต้องจำใจเล่าไป ทั้ง ๆ ที่ตัวหนูไม่โอเคมาก ๆ เลยที่จะต้องไปบอกแผนชีวิตของหนูให้คนอื่นฟัง มันเลยทำให้หนูกดดันขึ้นมาก ๆ เพราะหนูเป็นคนที่คิดเยอะและคิดมากตลอดเวลา หนูกลัวว่าถ้าหนูทำแพลนนี้ไม่สำเร็จแล้วสิ่งที่แม่ไปพูดเม้าท์ โอ้อวดไว้จะทำให้คนมองหนูยังไง ถึงมันจะมีโอกาสสูงถึง 80% ที่ได้ไปก็ตาม แต่มันก็ทำให้หนูกดดันในตัวเองมาก ๆ เหมือนกัน หนูเข้าใจแม่แต่แค่อยากให้มันประสบความสำเร็จก่อน คือถ้าจะเอาหนูไปเม้าท์ไปพูดหนูไม่ว่าเลย แต่หนูอยากเก็บไว้เป็นเรื่องส่วนตัว

            แม่เพิ่งมาเป็นแบบนี้ตอนหนูเข้ามหาลัยเพราะตอนปี 2023 หนูมีโอกาสได้ไปแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศ แล้วเหมือนเป็นหน้าเป็นตาให้ครอบครัวได้เพราะคนแถวบ้านไม่ได้ไป หนูรู้ว่าก็เป็นความภูมิใจของเขานั่นแหละ หนูดีใจมากแต่ทำไปทำมาแม่ก็เอาเรื่องนี้มาพูดเยอะเกินไปจนอึดอัด หนูไม่สบายใจ หนูเคยคุยกับแม่หลายครั้งแล้วว่าไม่โอเค ให้หนูทำให้เสร็จเป็นชิ้นเป็นอันก่อนได้มั๊ยแล้วค่อยพูด แม่ก็รับปากทุกครั้งเลยแต่เขาทำไม่ได้ ล่าสุดเรื่องเกิดก็ขึ้นเมื่อวานเลย ขนาดหนูเป็นลูก พูดตรง ๆ แล้วเขายังไม่ฟังเลย ไม่ยอมปรับมายเซ็ทด้วย หนูก็เลยคิดว่าคงต้องปรับที่ตัวหนูเองแล้วแหละ แถมตอนนี้มีการสร้างรายได้ใหม่ที่เป็นการทำคลิปรีลลงแอปฟ้า ซึ่งแม่ก็เอาเรื่องหนูไปเล่าในนั้นด้วยว่าหนูทำอะไร ที่ไหน อย่างไรอยู่ หนูก็เคยพูดกับแม่เรื่องความปลอดภัยไปแล้วแต่แม่ก็บอกว่าให้ผ่านช่วงนี้ไปก่อนได้มั๊ย ให้แม่ได้สร้างรายได้ก่อน หนูก็เลยไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว หนูก็เลยอยากรู้ว่าหนูควรจัดการกับความคิดตัวเองยังไง?”

            เริ่มต้นที่ “ดีเจอ้อม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าพื้นฐานนิสัยหลงกับแม่อาจจะไม่เหมือนกัน หลงเป็นคนที่ต้องทำทุกอย่างให้สำเร็จก่อนแล้วค่อยภูมิใจ ไม่อยากพูดออกไปก่อน กลัวฝันเก้อเพราะมีหน้า ที่ต้องรักษา แต่แม่ก็มีหน้า ที่ต้องรักษาเหมือนกัน การที่เขาพูดเขาก็ได้หน้าแต่ไม่อยากให้ใช้คำว่าเม้าท์เพราะเป็นความหมายลบ พี่มองว่าแม่พูดด้วยความภาคภูมิใจไม่ใช่เรื่องไม่ดี แล้วมันเป็นความฝันของแม่อีก ยังไงมันก็คือความภูมิใจ ถ้าปิดหมู่บ้านได้แม่คงทำไปแล้ว ในเมื่อเราเปลี่ยนความคิดแม่ไม่ได้และเหมือนยากที่จะเปลี่ยนด้วย เราจำกัดข้อมูลที่แม่ต้องรู้ได้มั๊ย หรือใช้ศิลปะในการพูดกับแม่ หลงใช้เงินแม่ก็จริงแต่บางแผนที่มันไม่เกี่ยวกับเรื่องเงินก็เล่าคร่าว ๆ ได้’

            ต่อไป “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่กลัวหลงกดดันมากเกินจนมีผลต่อสิ่งที่หลงกำลังทำอยู่ว่ามันต้องสำเร็จเท่านั้น หลงก็ต้องพยายามคิดให้ได้ว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่หลงตั้งใจกับมัน แล้วท้ายที่สุดถ้า 80% นั้น ดันไม่สำเร็จขึ้นมา ก็เป็นความผิดพลาดในชีวิตซึ่งมันคือเรื่องปกติ ไม่อยากให้ความคิดของแม่หรือคนรอบตัวมากดดันเรา ต้องตัดออกไปให้ได้อย่าเอาปัจจัยอื่นที่ไร้สาระมาคิด และคงหาวิธีรับมือแบบประนีประนอม ถ้าเพื่อนแม่มาถามก็จะตอบแค่ความจริงแต่ไม่ลงรายละเอียด แล้วก็พูดไปเลยว่าหนูก็ไม่แน่ใจว่าจะสำเร็จหรือเปล่า ป้าก็อย่าไปเชื่อแม่มาก ป้าเขารู้แหละแต่อย่างน้อยเราก็ได้ออกตัวแล้ว ลองนำประเด็นความกดดันและความคาดหวังไปคุยกับแม่อีกรอบ แม่อย่ามาคาดหวังในตัวเราเพราะมันอาจจะเป็น 20% ที่ไม่สำเร็จก็ได้’

            สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่จะพูดกับแม่ว่า โอ๊ยย แม่ก็ช่างเล่าเนอะ จะได้ไปหรือเปล่าก็ไม่รู้เลย แค่นี้ แล้วไม่ต้องเล่าอะไรเลยด้วยซ้ำ เป็นบทสนทนาที่คลายความกดดัน และมันมีวิธีที่จะรับมือกับความกดดันต่อหน้าคนอื่นอีกมากมายเลย ต้องทำให้ทั้งหมดไม่กดดัน พี่เชื่อว่าคนเรามีหลายโอกาสซึ่งนี่เป็นเพียงโอกาสแรกที่เข้ามาก็เท่านั้น ถ้าพลาดมันก็ยังมีโอกาสที่สอง สาม สี่ อีก ซึ่งหลงได้ไปต่างประเทศมาแล้ว ในแง่ของการสมัครงานถือว่าเป็นพอร์ตที่ดี ซึ่งเป็นอาวุธติดตัวถ้าพลาดขึ้นมาโอกาสก็ยังมีอีกมากมายที่ให้หลงได้เดินตามไป อย่ากดดันตัวเอง ส่วนแม่คือเปลี่ยนยากแล้วเพราะแม่ก็คาดหวัง เราก็ต้องจับเข่าคุยกันว่าให้แม่เผื่อใจไว้ด้วย เผื่อใจไว้อายบ้าง แต่หนูไม่อาย แม่ก็ต้องแฟร์ด้วย’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ไอโฟนของผมจับได้ว่ามีเครื่องติดตาม GPS อยู่ในรถ จนเจอว่าแฟนผมแอบติดไว้จริงๆ อาจจะเพราะที่ผ่านมา ผมเคยเป็นคนเจ้าชู้ แล้วก่อนจะเกิดเรื่อง แฟนเคยโทรถาม ว่าอยู่ไหน? ผมโกหกเขา แต่จริงๆ ผมแค่ไปดื่มไปดริ้งค์ กับน้องที่รู้จักใน IG น้องคนนี้เคยแค่คอลเสียวกันเฉยๆ

08 ส.ค. 2025

ไอโฟนของผมจับได้ว่ามีเครื่องติดตาม GPS อยู่ในรถ จนเจอว่าแฟนผมแอบติดไว้จริงๆ อาจจะเพราะที่ผ่านมา ผมเคยเป็นคนเจ้าชู้ แล้วก่อนจะเกิดเรื่อง แฟนเคยโทรถาม ว่าอยู่ไหน? ผมโกหกเขา แต่จริงๆ ผมแค่ไปดื่มไปดริ้งค์ กับน้องที่รู้จักใน IG น้องคนนี้เคยแค่คอลเสียวกันเฉยๆ

ไอโฟนของผมจับได้ว่ามีเครื่องติดตาม GPS อยู่ในรถ จนเจอว่าแฟนผมแอบติดไว้จริงๆ อาจจะเพราะที่ผ่านมาผมเคยเป็นคนเจ้าชู้ แล้วก่อนจะเกิดเรื่อง แฟนเคยโทรถาม ว่าอยู่ไหน? ผมโกหกเขา แต่จริงๆ ผมแค่ไปดื่มไปดริ้งค์กับน้องที่รู้จักใน IG น้องคนนี้เคยแค่คอลเสียวกันเฉยๆ ผมอยากรู้ว่าผมมีสิทธิ์โกรธไหมที่แฟนมาติดเครื่องติดตามแล้วแฟนมีสิทธิ์ทำแบบนี้ไหมครับ? “คุณเอ (นามสมมติ)” สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [6 ส.ค 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก– ดีเจเติ้ล – ดีเจอ้อม” เกี่ยวกับปัญหาแฟนแอบติดเครื่องติดตามไว้ที่รถของเรา โดย “คุณเอ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมเป็นผู้ชายที่มีแฟนเป็นผู้ชาย คบกันมาเกือบ 10 ปี เกริ่นก่อนว่าเมื่อประมาณ 2 อาทิตย์ที่แล้ว แฟนผมเขาไป Hang Out นั่งชิลล์กับเพื่อนเขาประมาณ 6 โมงเย็นและโดยปกติจะกลับช่วงเที่ยงคืน-ตีหนึ่งและกลุ่มที่เขาไปจะเป็นแก๊งเกย์ผู้ชายด้วยกัน คือผมไม่เคยเจอหรือพูดคุยกับเพื่อนเขาเป็นการส่วนตัว เขาเป็นเพื่อนกันมานานแล้วแต่พึ่งมาเริ่มสนิทกันช่วงหลัง ๆ แล้วเพื่อนเขาฝั่งนู้นถ้าว่าง ๆ ช่วงวันศุกร์จะชอบมาชวนไปนั่งชิลล์ ไป Common ซึ่งผมก็จะไม่ไปเพราะผมไม่ใช่คนชอบดื่มชอบเที่ยวอยู่แล้ว ช่วงแรก ๆ ตัวของผมเองไม่ค่อยจะพอใจสักเท่าไหร่เพราะผมไม่รู้ว่าเป็นแบบไหนอะไรยังไงเลยให้เขาไป แต่ผมก็มีความรู้สึกไม่ค่อยพอใจ ตรงนี้คือจะเป็นสิ่งที่มันเกิดขึ้นตอนนั้น พอเขาไป ตัวผมเองก็อยู่บ้าน ตอนนั้นผมรู้สึกดาวน์ ๆ นอยด์ ๆ เพราะมันมีหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องที่บ้าน ตอนนั้นผมเลยชวนน้องคนนึงที่รู้จักใน IG ที่เคยคุยกันในลักษณะของการคอลเสียวแต่เวลาทำอะไรแบบนั้นไม่ได้เปิดหน้าหรือเจอกันมาก่อน จริง ๆ ผมเคยสารภาพเรื่องนี้ไปกับแฟนก่อนหน้านี้แล้วด้วย แต่ว่าวันนั้นผมแค่ชวนน้องออกไปทานข้าวด้วยกันเฉย ๆ ไม่ได้เล่าเรื่องอะไรให้ฟัง และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ได้เจอกัน ตอนนั้นคือผมรู้สึกเหงา อยู่บ้านคนเดียวแค่รู้สึกอยากคุยกับใครบางคนเพราะผมมีปัญหาเรื่องที่บ้านแต่แฟนไม่อยู่ และก็ไม่ได้บอกแฟนเรื่องที่มีปัญหากับที่บ้านคือปล่อยเขาไป Hang Out เลย และผมออกจากบ้านประมาณ 6 โมง ถึงประมาณทุ่มนึง ออกจากร้านและกลับบ้านประมาณ 3 ทุ่มกว่า ๆ ประเด็นคือว่ามีคนนึง ผมไม่รู้ว่าเป็นใครเจออยู่ร้านอาหาร เหมือนกับว่าเขาเจอผมแล้วไป inbox บอกแฟนผมว่าผมว่ากินข้าวกับคนอื่นที่ร้านอาหารและเขาได้ไปเช็คกล้องในรถเลยเห็นว่าผมไปไหน เวลาอะไรต่าง ๆ ทั้งของผมและของเขามันพอดีกัน ผมไม่ได้ไปทั้งคืน พอกลับมาตอนประมาณเที่ยงคืน-ตีหนึ่ง ผมกลับมานอน เขาไม่ได้กอดผมและหันหลังใส่ ซึ่งอันนี้คือสิ่งที่ผิดปกติ แต่ผมก็ไม่ได้ถามว่าเกิดอะไรขึ้น กระทั่งวันถัดมาผมรู้สึกว่ามันเป็นการคุยกันแบบถามคำตอบคำ ไม่ปกติผมรู้สึกอึดอัด พอตกเย็นมาผมเลยเรียกเขามาคุยว่า “เป็นอะไร ถามจริง ๆ” หลังจากนั้นเขาก็อธิบายให้ผมฟังว่ามันเป็นลักษณะแบบนี้นะและเขาได้ขอบอกเลิกผมไปในวันนั้นเลย ซึ่งผมก็ดีเฟ้นว่า “เฮ้ย ไปกินข้าวกัน ไม่ได้ไปมีอะไรกัน ทำไมการลงโทษอันนี้มันถึงต้องถึงขั้นเทียบเท่ากับการไปมีอะไรกับคนอื่นเลยหรอ” ผมก็พยายามจะอธิบายไป ซึ่งโชคดีที่เขารับฟังผมและให้อภัย ถัดไปประมาณเกือบอาทิตย์ ผมขับรถตามปกติ แต่เหมือนโทรศัพท์ผมมันขึ้นเจอว่ามีอะไรสักอย่างหนึ่งเป็นเหมือนเครื่องติดตามขึ้นมาที่หน้าจอเป็นชื่อนี้ ผมเลยไปเสิร์ชหาในเว็บไซต์เลยรู้ว่ามันเป็นเครื่องติดตาม จากนั้นผมเลยไปค้นในรถต่อแบบทุกซอกทุกมุมเป็นของชิ้นเล็ก ๆ นูน ๆ แบน ๆ ความกว้างเหมือนกับเหรียญ 10 สองเหรียญ ผมเจออยู่หลังเบาะคนนั่งข้าง ๆ ที่มันจะเป็นที่ใส่เอกสารอยู่ด้านหลังเบาะ ผมจึงรู้ว่าผมถูกติดตามอยู่ ผ่านไปผมเลยเริ่มรู้สึกนอยด์ ๆ เพราะแบบเหมือนเราโดนสะกดรอยตามตลอดเลย ตอนนั้นผมก็คิดว่าเป็นแฟนทำเพราะมันไม่มีใครแล้ว มันรู้สึกนอยด์ เหมือนเวลาเขาถามว่าอยู่ไหน ซึ่งผมก็รู้สึกว่าเขารู้อยู่แล้วจะแกล้งถามอีกทำไม แต่ผมไม่ได้พูดไป จากนั้นผมเริ่มทนไม่ไหว รู้สึกว่าทุก ๆ ครั้งที่ผมคุยกับเขาเหมือนมันมีเส้นบาง ๆ อะไรที่กั้นไม่ให้ผมรู้สึกคุยได้เต็มที่เพราะผมรู้ว่าเขาเหมือนมาจับผิดผม โดยการเอาสิ่งนี้มาตามผม ผมก็รู้สึกอึดอัดไม่ชอบ เลยเปิดใจคุยไปเลยว่า “มันเป็นข้อดีใช่ไหมที่จะต้องรู้ว่าเราอยู่ที่ไหน โดยที่เดี๋ยวใช้เครื่องนี้ตรวจสอบก็ได้ จะได้ไม่ต้องโทรหากันบ่อยขึ้นใช่ไหม” จากนั้นเขาจึงตอบกลับมาว่า “โอเค งั้นเอาออกไปเลยก็ได้” แต่ว่าจริง ๆ ตอนนี้ผมยังไม่ได้เอาออก ซึ่งคำถามของผมคือว่า ถ้าเอาเอาออกตามที่เขาบอก เขาจะมีความระแวง ความไม่ไว้ใจว่าผมไปไหน ไปจริงหรือเปล่า ยังจะอยู่กับเขาอยู่หรือเปล่าหรือถ้าผมไม่เอาออกเพราะอยากจะให้แฟนรู้สึกสบายใจ แต่เป็นตัวผมเองที่ต้องรู้สึกอึดอัด บางครั้งก็รู้สึกว่ามีคนมารู้ความเคลื่อนไหว มาเช็คสเตตัสของเราตลอดเวลา แต่ว่าด้วยงานของผมมันต้องไปประชุม ใช้รถไปหาลูกค้าบ่อย ๆ บางทีอาจจะแวะนู้นนี่นั่นหลายที่ บางทีผมเกิดตอบไม่ตรงไม่ครบกับที่เครื่องติดตามมันระบุตำแหน่งเอาไว้ มันจะเกิดปัญหาขึ้นในอนาคตอีกไหม?’ โดย “ดีเจอ้อม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สำหรับพี่ไม่ว่าจะเอาเครื่องติดตามออกหรือเอาไว้เหมือนเดิม เขาก็ยังคงระแวงอยู่เหมือนเดิมเท่ากันเพราะเขามีความลังเลอยู่แล้ว ไม่งั้นเขาคงออกไปตั้งแต่แรก มันเป็นเรื่องของความไว้ใจ ถ้าเขาสบายใจเดี๋ยวเขาก็เอาออก มันอยู่ที่พฤติกรรมของคุณมากกว่า ปัญหาอยู่ที่คุณเอว่า คุณจะทำให้เขาไว้ใจได้อีกหรือเปล่า ซึ่งมันต้องใช้เวลาและสร้างมัน มันเป็น consequence ที่คุณต้องจัดการกับมัน’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่อยากให้เอเคลียร์ก่อนว่าสิ่งที่เอทำมันเป็นสิ่งที่ผิดในแง่ของคู่รัก สำหรับพี่การที่เอไปเจอกับน้องคนนั้นพี่มองว่ามันผิดนะเพราะมันไม่ใช่การไปเจอคนปกติแต่ไปเจอเพราะเอเคยวิดีโอคอลเสียวกับเขา ผิดขนาดที่ว่าเขาสามารถเลิกกับเอได้เลยด้วยซ้ำ อีกทั้งเอยังเอาคน ๆ นี้มาเจอกันนอกรอบ ลับหลังเขาอีก อันนี้ผิดแบบผิดมาก ๆ มันคือการนอกใจสำหรับพี่ แฟนทุกคนต้องรู้สึกแล้วเราเป็นแฟนกันมา 10 ปี คิดง่าย ๆ เขาไปกับเพื่อนเกย์เขา เอยังหึงและโกรธเขา นี่เอยังไปกับคนที่ตัวเองเคยคอลแบบนั้นแล้วแฟนดันมารู้เพราะคนอื่นบอกอีก ซึ่งการที่เขางอนและติดเครื่องดักฟังไว้นี่ถือว่าเป็นบุญมาก น้อยกว่าเหตุด้วยซ้ำเพราะฉะนั้นเอต้องรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมาก ๆ แล้วเพราะพี่รู้สึกว่าเราทำขนาดนี้ แฟนเอาแค่นี้ แต่จริง ๆ แล้วเขามีสิทธิ์ทำกับเอได้มากกว่านี้อีกแต่เขาไม่ทำ ฉะนั้นเอจะเรียกร้องความเป็นธรรมจากเรื่องนี้ได้อย่างไรกับการที่มีเครื่องติดตามที่รถตัวเอง ถ้าเป็นคนทั่วไปที่เขารู้ว่าตัวเองทำผิดและตอนนี้เขากลับใจแล้ว พี่ว่ามันไม่มีอะไรให้ต้องกังวลเลย มันไม่ใช่ประเด็นที่เอจะต้องกลัวว่าจะตอบไม่ตรง ประเด็นคือเอต้องเลิกทำนิสัยแบบนั้นให้ได้ก่อนเพราะตอนนี้เขาไม่มีทางไว้ใจเอ สำหรับพี่ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรทั้งสิ้น จงก้มหน้ายอมรับกรรมนี้ไป อีกอย่างที่พี่จะพูดคือเอต้องทนให้ไหวและต้องถามตัวเองว่ารักคน ๆ นี้ขนาดไหน ถ้ารักเขาแล้วอยากมีเขาอยู่ในชีวิตต่อ เขาจะทำอะไรเอต้องทนให้ไหวเพื่อที่จะได้ไปต่อ ทำให้เขาเชื่อใจเอได้จริง ๆ ว่าจะไม่ออกไปเจอกับใครอีก แต่ถ้าไม่ไหวก็ปล่อยเขาไปเถอะ ถ้าเขาซื่อสัตย์แล้วต้องมาเจอคนแบบนี้ พี่ว่ามันไม่แฟร์กับเขา แต่ขึ้นอยู่กับน้องอีกอยู่ดีนะ’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มว่า ‘เห็นด้วยกับดีเจเติ้ลทุกอย่าง ผมไม่เข้าใจสาเหตุที่จะตอบไม่ตรงคือถ้าคนเราไม่ได้มีอะไรปิดบังคนรัก มันไม่มีโอกาสที่จะตอบไม่ตรง นอกจากวันนึงคุณจะไปประมาณ 75 ที่ ผมไม่เข้าใจเรื่องตอบไม่ตรงจริง ๆ สมองคนเราจะมีวิธีการบอกเจ้าของร่างว่าสิ่งใดผิด สิ่งใดถูก ไม่เหมือนกัน จริง ๆ คุณเอไม่ได้ผิด ไม่ใช่คนที่จิตใจไม่ดี แต่สมองของคุณเอคำว่าผิดกับถูกมันเป็นอีกแบบนึงที่ไม่ตรงกันกับคนอื่น ๆ รวมถึงแฟนคุณเอด้วย หนึ่ง การที่เราไม่ได้ตกลงว่ามันคือ Open Relationship ผมว่าส่วนใหญ่ไม่ว่าจะไปคุยกับคนอื่นด้วยเหตุผลอะไร ผิดหมด มันจะมีสาเหตุอะไรที่เราต้องไปคุยกับคนอื่น ในขณะที่เรามีแฟนอยู่แล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไปคุย นอกจากเป็นเพื่อนของเรา เราไม่ต้องไปหาใครก็แล้วแต่ใน IG คุย ไม่ว่าจะคุยธรรมดา คุยแบบเต๊าะหรือจะคุยเสียว ผมว่าผิดเท่ากันครับ จะโกหกเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ มันคือการโกหกเหมือนกัน ขนาดเรื่องเล็ก ๆ ยังโกหกกัน เรื่องใหญ่ ๆ คุณจะบอกกันหรอ มันผิดทั้งหมดเลย ค่อย ๆ ทำความเข้าใจว่าคนอื่นเขาคิดยังไง สำหรับผมแล้วถ้าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น วันดีคืนดีผมไม่ได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ ผมว่าเหตุการณ์นี้มันจะส่งผลต่อคนที่มีพฤติกรรมแตกต่างกันคนละแบบ ถ้าคนที่มีชีวิตที่ซื่อสัตย์ต่อคนรักเป็นอย่างมาก บริสุทธ์จริง ๆ ไม่ไปไหน เมื่อไหร่ก็ตามที่เราค้นพบว่าเจอเครื่องดักฟังอยู่บนรถเรา สิ่งที่ต้องนอยด์ที่สุดในชีวิตคือเราทำอะไรผิด ถึงทำให้แฟนไม่ไว้ใจวะ คนที่นอยด์สุดไม่ควรเป็นคนที่เอามาติดไว้ แต่เป็นตัวเอง แต่ถ้าเรื่องสนี้มันเกิดขึ้นกับคนที่มันมีมูลความผิดจริง ๆ จะรู้สึกทันทีว่ามาตามมองฉันทำไม มันอึดอัด คนเรามีเงื่อนไขในการมองคนรักหรือคู่ชีวิตต่างกัน คุณอาจจะมองว่าไม่เห็นผิดอะไรแต่กับคู่ที่เขาซื่อสัตย์จต่อกัน มันแค่ทักไปก็ผิดแล้ว ฉะนั้นผมเข้าข้างแฟนคุณเอเต็มที่และจะขอร้องไม่ให้เอาออกด้วยคือสมมติถ้าผมเป็นคุณเอแล้วพลาดไปครั้งนึงแล้ว แล้วผมคิดว่าผมจะอยู่กับคน ๆ นี้ต่อ ได้โปรดทิ้งเครื่องนี้เอาไว้เพราะมันเป็นสิ่งเดียวแล้วที่จะพิสูจน์ตัวของคุณเอได้ ในเมื่อตัวและคำพูดของคุณเอเองมันไม่สามารถยืนยันความบริสุทธ์ของตัวเองได้ ก็ให้เทคโนโลยีมันช่วยยืนยันแทน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คุณพ่อหนูอยากให้หนูสานต่อธุรกิจโรงงานครอบครัว แต่หนูรู้สึกว่าที่นี่ยังไม่มีระบบการทำงานที่ดี ยังเป็นโรงงานเล็กๆ ความตั้งใจของหนูอยากจะไปทำงานที่โรงงานใหญ่ๆ ไปเปิดโลก เรียนรู้ก่อน สัก 1-2 ปี กลับมาพัฒนาธุรกิจครอบครัวของหนู แต่จะพูดยังไงให้พ่อเข้าใจดี

08 ส.ค. 2025

คุณพ่อหนูอยากให้หนูสานต่อธุรกิจโรงงานครอบครัว แต่หนูรู้สึกว่าที่นี่ยังไม่มีระบบการทำงานที่ดี ยังเป็นโรงงานเล็กๆ ความตั้งใจของหนูอยากจะไปทำงานที่โรงงานใหญ่ๆ ไปเปิดโลก เรียนรู้ก่อน สัก 1-2 ปี กลับมาพัฒนาธุรกิจครอบครัวของหนู แต่จะพูดยังไงให้พ่อเข้าใจดี

คุณพ่อหนูอยากให้หนูสานต่อธุรกิจโรงงานครอบครัว แต่หนูรู้สึกว่าที่นี่ยังไม่มีระบบการทำงานที่ดียังเป็นโรงงานเล็กๆ ความตั้งใจของหนูอยากจะไปทำงานที่โรงงานใหญ่ๆ ไปเปิดโลก เรียนรู้ก่อนสัก 1-2 ปี กลับมาพัฒนาธุรกิจครอบครัวของหนู แต่จะพูดยังไงให้พ่อเข้าใจดี เพราะถ้าหนูทำตามที่พ่อบอกพ่อหนูก็อายุมากแล้ว สอนอะไรก็หลงๆลืมๆ สอนไม่เป็น ทุกคนคิดว่าควรจะเริ่มพูดกับคุณพ่อยังไงดีคะ? “คุณพี (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร ในคืนวันพุธที่ผ่านมา [6 ส.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจพี่อ้อม’ เกี่ยวกับปัญหาอยากไปทำงานหาประสบการณ์ข้างนอก ก่อนที่จะมาบริหารกิจการที่บ้าน แต่คุณพ่อไม่เห็นด้วย โดย “คุณพี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ตัวหนูเองเป็นนักศึกษาจบใหม่ และที่บ้านก็เป็นครอบครัวคนจีน คุณพ่อมีบริษัทที่อยากจะให้มารับช่วงต่อ ในช่วงเวลาที่ได้เรียนจบใหม่ๆ หนูก็เริ่มทำงานกับที่บ้านเลย แต่ความกดดันหลายๆอย่างทำให้รู้สึกว่า ยังทำได้ไม่ดี รวมกับว่าที่คุณพ่ออายุมากแล้ว มีหลายครั้งที่ท่านเกิดอาการหลงๆลืมๆทำให้สอนงานได้ไม่ต่อเนื่อง หนูเลยตัดสินใจว่า จะไปทำงานที่อื่นก่อน แล้วค่อยเก็บประสบการณ์กลับมาทำงานที่บ้าน พอปรึกษาคุณแม่ ท่านก็เห็นด้วยกับสิ่งที่หนูจะทำ แต่คุณพ่อไม่เห็นด้วย ท่านอยากให้เราทำที่บ้านเลย เขาบอกว่าสามารถสอนเราได้ แต่ระยะเวลามันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว หนูก็เห็นแล้วว่า หนูควรจะได้ประสบการณ์จากที่อื่นมากกว่า ท่านรู้ตัวถึงอาการหลงๆลืมๆของตัวเอง บางทีที่จะอยากจะสอนงาน ท่านก็ลืมว่าจะสอนอะไร คนในบริษัทคนอื่นก็ไม่สามารถสอนแทนได้ในส่วนของท่าน ประเภทงานที่บ้านของหนูทำ เป็นโรงงาน นำเข้าส่งออก ด้วยความที่หนูเรียนไม่ตรงสาย บางครั้งก็ไม่รู้ว่าควรจะถามอะไรท่าน แล้วหนูก็ได้งานแล้ว ที่ยื่นสมัครไปเป็นโรงงานนิคม ทำหน้าที่ล่าม เอกสารเกี่ยวกับการนำเข้าส่งออก โรงงานของคุณพ่อเป็นกิจการเล็ก ยังไม่ค่อยมีระบบ หนูไม่ชอบ เพราะจับต้นชนปลายไม่ถูก เลยอยากที่จะมีประสบการณ์ก่อน เพื่อมาพัฒนา ระบบตรงนี้ หนูอยากจะปรึกษาพวกพี่ว่า หนูตัดสินใจแล้วว่าจะไป ควรอธิบายให้คุณพ่อเข้าใจยังไงดี ว่าหนูไม่ได้ทิ้งกิจการที่บ้าน แค่อยากมีประสบการณ์มากพอ ที่จะกลับมาช่วยที่บ้าน’ โดยทั้ง ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจพี่อ้อม’ ได้ให้คำปรึกษาไปในทางเดียวกันว่า ‘การที่จะออกไปทำข้างนอก ต้องรีบทำให้ไว ครูพักลักจำให้มาก อาจจะเหนื่อยกว่าคนอื่นหน่อย ด้วยความที่เรียนไม่ตรงสาย หวังว่าทางที่พีเลือกไป จะสามารถนำมาปรับใช้กับกิจการที่บ้านได้จริงๆ มีโอกาสเรียนรู้ ควรเรียนรู้ให้มาก แต่เส้นทางที่เลือก เป็นเส้นทางที่ดี ควรตั้งเวลาให้กับคุณพ่อ ทำให้คุณพ่อสบายใจ ว่าเราจะไม่ทิ้งกิจการ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูรู้สึกว่าหนูได้เวลาจากแฟนเท่าไหร่ก็ไม่พอค่ะ จนแฟนบอกหนูว่า "ถ้าให้เวลามากกว่านี้ พี่จะไม่มีเพื่อนแล้วนะ" รักของเราเป็นรักทางไกลด้วย เวลาเค้าหายไปมันก็อดคิดมากไม่ได้ เวลาเค้าเล่นเกมกับเพื่อนเค้าก็จะหายไปเลย จนหนูต้องคอยโทรหาตลอด

21 ต.ค. 2024

หนูรู้สึกว่าหนูได้เวลาจากแฟนเท่าไหร่ก็ไม่พอค่ะ จนแฟนบอกหนูว่า "ถ้าให้เวลามากกว่านี้ พี่จะไม่มีเพื่อนแล้วนะ" รักของเราเป็นรักทางไกลด้วย เวลาเค้าหายไปมันก็อดคิดมากไม่ได้ เวลาเค้าเล่นเกมกับเพื่อนเค้าก็จะหายไปเลย จนหนูต้องคอยโทรหาตลอด

หนูรู้สึกว่าหนูได้เวลาจากแฟนเท่าไหร่ก็ไม่พอค่ะ จนแฟนบอกหนูว่า "ถ้าให้เวลามากกว่านี้ พี่จะไม่มีเพื่อนแล้วนะ"รักของเราเป็นรักทางไกลด้วย เวลาเค้าหายไปมันก็อดคิดมากไม่ได้ เวลาเค้าเล่นเกมกับเพื่อนเค้าก็จะหายไปเลยจนหนูต้องคอยโทรหาตลอด อยากรู้ว่านิสัยนี้มันงี่เง่าเกินไปไหมคะ? “คุณนิว (นามสมมติ)” อายุ 18 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [16 ต.ค.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจอ้อม’ เกี่ยวกับปัญหาแฟนให้เวลามากแล้ว แต่รู้สึกว่ายังไม่พอ โดย “คุณนิว (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูมีแฟนอายุ 20 ปี คบกันมาได้ประมาณ 6 เดือน เราสองคนคบกันแบบรักทางไกล อยู่คนละจังหวัด จะเจอกันเดือนนึง 1 ครั้ง แฟนหนูเขาให้เวลากับหนูมากแล้ว แต่หนูยังรู้สึกว่าเท่าไหร่ก็ไม่พอ จนตอนนี้เขาบอกว่าเขาไม่มีเพื่อนแล้ว เวลาที่เขาจะไปเที่ยวกับเพื่อน หนูก็ให้เขาไปตลอด แต่เวลาเขากลับมาเขาต้องมาง้อหนู เพราะหนูน้อยใจมากเลย ไม่ค่อยอยากให้เขาไปกับเพื่อนเหมือนกัน หนูพยายามเรียกร้องความสนใจ บางทีเขาเรียนเขาเลิก 1 ทุ่ม แต่หนูก็อยากให้เขาตอบแชทหนูเวลาเขาเรียนอยู่ ช่วงแรกๆเขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องโทรคุยกันตอนเขาทำงานหรือตอนเขาอ่านหนังสือ หนูงอแงจนเขาก็ยอมโทรคุยกับหนู หนูคิดว่าสิ่งที่หนูทำแล้วมันเยอะเกินไป คือ มีครั้งนึงเขาเลิกเรียนปุ๊บ เขาก็โทรคุยกับเพื่อนเพื่อที่จะเล่นเกม แต่เขาไม่โทรมาหาหนู เขาก็เงียบๆไป เขาก็หายไปประมาณครึ่งชั่วโมง หนูเลยถามเขาว่าหายไปไหน เขาบอกเล่นเกมกับเพื่อน หนูก็ร้องไห้ เขาก็เลยต้องหยุดเล่นเกม วางสายจากเพื่อน แล้วโทรมาหาหนู เพราะหนูรู้สึกว่าหนูรอเขามาทั้งวัน เขาไม่อยากคุยกับหนูหรอ ซึ่งสายล่าสุดที่เราคุยกันคือวันก่อนหน้า แต่เขาก็พิมพ์แชทมาคุยกับหนูตลอด แค่ไม่ได้โทรคุยกัน และก็มีอีกเหตุการณ์คือเขาขอนอนกลางวัน เพราะคืนที่ผ่านมาเขาทะเลาะกับหนู แล้วเขาไม่สบาย เพราะเขานอนดึก แต่หนูคิดว่าเขาคงไม่ได้อยากนอนกลางวันหรอก แต่แค่เขาไม่อยากคุยกับหนู หนูก็เลยร้องไห้ สุดท้ายเขาก็คอลกับหนูทั้งๆที่เขาป่วย แต่หนูรู้สึกผิดมาก หนูบอกเขาตลอดว่าหนูรู้สึกผิด แต่เขาบอกว่าหนูไม่ผิดหรอก เขาผิดเองที่ให้เวลาหนูไม่มากพอ หนูเคยพยายามจะเปลี่ยนนิสัย แต่มันติดนิสัย เวลาหนูรู้สึกแย่ หนูจะพิมพ์สั้นๆ แล้วเขาจะรู้ว่าหนูรู้สึกแย่ เขาก็จะถามเลยว่า “รู้สึกแย่ใช่มั้ย ขอโทษนะ งั้นเดี๋ยวนอนเสร็จแล้วคุยด้วยกันนะ” บางทีหนูก็บอกให้เขาไปหาเพื่อนก็ได้ แล้วค่อยกลับมาง้อ แต่หนูก็เคยคุยกับเขาว่าถ้าเขารู้ว่าหนูรู้สึกแย่ แล้วทำไมถึงทำ หนูก็รู้ว่าหนูงี่เง่ามาก ก็เลยอยากปรึกษาพวกพี่ๆดีเจว่า ทำยังไงให้ตัวเองเลิกงี่เง่าขนาดนี้?’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คบแฟนมา 5 ปี แฟนหนูเป็นทอม แต่แม่แฟนอยากให้แฟนหนูแต่งงาน มีอนาคตกับผู้ชายมากกว่า หนูพยายามเอาชนะใจแม่เขามาตลอด 5 ปี แต่ล่าสุดแม่เขาเพิ่งมาด่าแม่หนูถึงที่ทำงาน ยืนด่า 1 ชั่วโมงกว่า แม่หนูรับฟัง แม่บอกทนได้เพราะลูกรักลูกเขา

18 ต.ค. 2024

คบแฟนมา 5 ปี แฟนหนูเป็นทอม แต่แม่แฟนอยากให้แฟนหนูแต่งงาน มีอนาคตกับผู้ชายมากกว่า หนูพยายามเอาชนะใจแม่เขามาตลอด 5 ปี แต่ล่าสุดแม่เขาเพิ่งมาด่าแม่หนูถึงที่ทำงาน ยืนด่า 1 ชั่วโมงกว่า แม่หนูรับฟัง แม่บอกทนได้เพราะลูกรักลูกเขา

คบแฟนมา 5 ปี แฟนหนูเป็นทอม แต่แม่แฟนอยากให้แฟนหนูแต่งงานมีอนาคตกับผู้ชายมากกว่า หนูพยายามเอาชนะใจแม่เขามาตลอด 5 ปีแต่ล่าสุดแม่เขาเพิ่งมาด่าแม่หนูถึงที่ทำงาน ยืนด่า 1 ชั่วโมงกว่า แม่หนูรับฟังแม่บอกทนได้เพราะลูกรักลูกเขา หนูจะเอาชนะใจแม่แฟนต่อไปยังไงดีคะ? “คุณพลอย (นามสมมติ)” อายุ 24 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [16 ต.ค.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจอ้อม’ เกี่ยวกับปัญหาพ่อแม่เเฟนกีดกันไม่ให้เราสองคนคบกัน อยากให้ลูกของเขามีแฟนเป็นผู้ชาย เเต่งงาน มีลูก โดย “คุณพลอย (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูกับแฟนคบกันมา 5 ปี หนูเป็นผู้หญิง แต่แฟนหนูเป็นทอม เราเริ่มคบมาตั้งเเต่ปีแรกก็มีฟีดแบ็กจากแม่แฟนทักมาด่าทางเฟซบุ๊กส่วนตัวของหนู เเล้วก็มาคอมเมนต์รูปคู่ของเรา 2 ว่า “ให้เลิกกันเเล้วก็ลบรูปคู่นั้นออกซะ” ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 5 ปีแม่แฟนเขาก็จะตามสืบเรื่องราวของหนูทั้งหมดเลย ว่าหนูไปคบกับแฟนคนไหนมาบ้าง สืบย้อนหลัง 5 - 6 ปีเลย ที่ผ่านมาแฟนไม่ได้มีปัญหาเลย ก่อนหน้าที่แฟนจะคบหนูเขาก็มีแฟนเป็นผู้หญิงมาก่อน พ่อเเม่เขาอาจจะคิดว่ายังเด็กเลยไม่ได้สนใจอะไร เเต่เริ่มมีปัญหาตอนที่ขึ้นมหาลัยเขาอาจจะคิดว่า ต้องตั้งใจเรียน นึกถึงอนาคตเยอะขึ้น เเล้วเป็นจังหวะที่เขาเป็นเเฟนกับหนูพอดี ตอนแรกหนูก็ยังไม่ตอบโต้อะไร ยังพยายามพิสูจน์ความรักของหนูอยู่ว่าหนูจริงใจกับลูกเขาจริง ๆ ไม่ได้มาเพื่อที่จะหลอกอะไร เเต่พอเขารู้ว่าหนูเคยคบกับผู้ชายมาก่อน เขาเลยรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่จริงใจกับลูกเขาเเน่นอน ไม่มีทางที่ความรักของเรา 2 คนจะเป็นไปได้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาแฟนก็จะรู้ว่าแม่ของเขามีนิสัยเป็นยังไง เขาถึงไม่กล้าที่จะให้เราเปิดเผยตัวตน เพราะว่ามันเคยมีเหตุการณ์ครั้งนึงที่เราไปทานข้าวด้วยกัน เเม่แฟนโทรมาเเล้วถามว่าไปทานข้าวกับใคร เขาก็บอกตรง ๆ ไปว่ามาทานข้าวกับเรา พอเขาได้ยินยังไม่ทันขาดคำเลย เขาก็กดวางสายใส่ลูกเขาเลย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหนูรู้แบบนี้ ก็พยายามทำตัวล่องหนตลอด เราอยู่ด้วยกัน 24 ชั่วโมง พักหอพักเดียวกัน ไปเรียนด้วยกันเเล้วก็เลิกเรียนด้วยกัน ทุกครั้งที่เเม่เขาโทรมาหนูจะต้องเงียบเสียงตลอด เเต่ว่าทั้งหมดนี้หนูทนมาได้ ไม่ค่อยซีเรียส เรื่องนี้หนูยอมรับได้เพราะว่าหนูจะใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองว่าหนูจริงใจจริง ๆ เเต่ตอนนี้เรื่องมันเริ่มหนักขึ้น เรื่องเพิ่งเกิดเมื่อ 3 วันที่เเล้ว ก็คือคุณเเม่เขาตามมาด่าคุณเเม่ของหนูอยู่ที่ทำงานเลย เขารู้ว่าเเม่ของหนูทำงานที่ไหน บ้านของหนูอยู่ที่ไหน เพราะว่าเคยมาเเล้วครั้งนึง ช่วงนี้พวกหนูเรียนจบมาเเล้ว ก็อยากที่จะมาหา มาเล่นด้วยกันเสาร์-อาทิตย์ ตอนนี้ 2 - 3 เดือนมาเล่นด้วยกันทีนึง เเต่ทีนี้เหมือนเเม่เขารู้ว่าลูกเขามาเล่นกับหนู เขาก็มารับลูกเขากลับไป เเล้วในวันนั้นช่วงเย็นประมาณบ่ายโมง เเม่เขาก็ได้ขับรถจากอีกจังหวัดนึงมาหาหนู เเต่ไม่ได้เข้ามาที่บ้านหนู ดิ่งตรงไปที่ทำงานของเเม่หนู เเล้วก็ไปนั่งร้องไห้ให้เเม่หนูออกมาเพื่อที่จะคุยเจรจากันให้รู้เรื่องพอหนูทราบเรื่องหนูก็ขี่รถไปเพื่อที่จะไปฟังเขาว่าเขาจะทำอะไรกับเเม่หนู หนูต้องไปปกป้องเเม่ของหนู เเต่หลังจากที่หนูยืนฟังเขาพูด เขาพูดไม่ได้ใจความ อาละวาดเสียงดัง พูดทุกอย่างที่อยู่ในใจเขา เอาเรื่องนั้นเรื่องนี้มาปนไปหมด ทั้งเรื่องที่ลูกของตัวเองเกิดมาเเล้วไม่ได้ดั่งใจ ทำอะไรก็ไม่ได้ดั่งใจ ให้สอบอะไรก็สอบไม่ได้ เขาต้องทำงานหาเงินมาเพื่อเลี้ยงลูก เเล้วก็ลามมาว่าเหมือนหนู ไม่ได้จริงใจกับลูกเขาหรอก เคยมีแฟนเป็นผู้ชายมาก่อน เขาไม่ได้จะเอาหนูหรอก สิ่งที่เขาต้องการเเละอยากได้มาตลอดคือต้องการให้เรา 2 คนเลิกกัน เเล้วก็ห่างกันไปซะ ไม่ต้องมายุ่งด้วยกันอีก เเต่ทางเเม่ของหนูก็นั่งให้เขาด่ามาตลอดเป็นชั่วโมง ไม่ได้ตอบโต้อะไร นั่งน้ำตาคลอ คนในพื้นที่เขาจะรู้จักคุณแม่หนูหมดเลย ซึ่งมันก็ส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงาน เเล้วก็ความเสียหายต่อหน้าตาของเรา ซึ่งแฟนของหนูเขาค่อนข้างที่จะรักครอบครัว เเล้วเขาก็รักเรา ไม่อยากให้เรา 2 คนห่างกันออกไปมากกว่านี้ ไม่อยากให้มันมีปัญหาใหญ่ขนาดนี้ เขาไม่คิดว่ามันจะมีวันนี้ เลยค่อนข้างที่จะค่อย ๆ คุยกับคุณเเม่ นาน ๆ ทีขออนุญาตมาหาซัก 3 เดือนทีนึง ที่ผ่านมาเขาจะไม่เล่าให้เเม่ฟังเลยว่าเราเคยอยู่ด้วยกัน ช่วยกันทำมาหากิน หาเงินเรียนด้วยกัน เเม่เขาไม่ทราบเรื่องนี้เลย แฟนเขาเลือกที่จะมาอยู่กับเราเเต่เขาไม่ได้จะทิ้งเเม่ เเต่เขาอยากจะออกมาจากพื้นที่นั้นเพื่อมาอยู่กับพื้นที่เซฟโซนอย่างเรา เพราะว่าเค้าไม่ค่อยมีเวลาส่วนตัว ทุกวันเเม่เขาจะมาปลุกตี 3 - 4 เพื่อให้อ่านหนังสือ วันเสาร์ – อาทิตย์ก็ไปกับเเม่ ไปทำงานด้วยกัน เขาอยากย้ายออกมากเเต่สุดท้ายเเม่เขาก็ต้องตามกลับมาอยู่ดี เเล้วคุณพ่อเขาก็เห็นด้วยกับคุณเเม่เขา ไม่ค่อยขัดคุณเเม่เท่าไหร่ ตอนนี้เราสองคนก็ยังคบกันอยู่เเต่ต้องเงียบ ทำเหมือนเราเลิกกันไปแล้ว ไม่ให้เขาทราบว่าเรายังคุยกันอยู่หลังจากเรื่องมันเกิดขึ้น ซึ่งก่อนหน้าเขาหนูก็เคยมีแฟนมาเเล้ว เเต่เป็นความรักที่ไม่ดี ส่วนมากที่เจอก็จะนอกใจ หนูรับไม่ได้เลยเป็นฝ่ายบอกเลิกเอง แต่กับคนนี้หนูไม่อยากเลิกกับเขา อยากคบกับเขาไปตลอดชีวิต เขาเป็นคนที่ดีที่สุด ไม่เคยมีปัญหากันเลย ดูแลเราดีทุกอย่าง อยากจะใช้ชีวิตต่อไปกับเขาไปเรื่อย ๆ ก็เลยอยากปรึกษาพี่ๆดีเจว่า ทำยังไงกับสถานการณ์นี้ อยากจะชนะใจเเม่เขาให้ได้อย่างไร? ซึ่งดีเจทั้ง 3 คน (ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อม) ก็ได้ให้คำปรึกษาไปในทิศทางเดียวกันว่า ‘ต้องทนอย่างเดียว เราไม่สามารถเปลี่ยนทัศนคติคนเป็นพ่อเป็นเเม่ของเขาได้ เเม่เรารักเรายังไง เเม่เขาก็ต้องรักลูกเขาแบบนั้นเหมือนกัน ต่างคนต่างรักเเต่มันคนละแบบ เรื่องชนะใจก็พอคุยกันได้ ในวัย 24 กับความรักที่มันเกิดขึ้นหลังจากรักที่ผิดหวัง เขาทำให้เรารู้จักคำว่ารักเเละการดูเเลซึ่งกันเเละกัน 5 ปีที่คบมาก็เป็นระยะเวลาที่ยาวเเต่ก็ยังไม่ได้เป็นเวลาที่จะพิสูจน์ความเป็นคู่ชีวิตกันขนาดนั้น คบกันเเต่งงานเเล้วเลิกหลังเเต่งก็มี พี่ไม่ได้เเช่งเเต่อยากให้มีสติในการคบกันครั้งนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ถ้าวันนี้มั่นใจกันมากขนาดนี้เเล้วอยากชนะใจ พลอยยอมรับได้มั้ยกับความเสี่ยงที่ต้องสู้เเล้วไม่ได้เห็นปลายทาง อะไรที่ขัดใจเเม่อย่าเพิ่งทำให้เขาเห็น ก็ต้องยอมอดทน สุดท้ายเราจะเข้าไปเพื่อที่จะดูเเลลูกเขา ถ้าทำให้เเม่ของเขารู้สึกแบบนี้ได้ หนูจะสิทธิ์ชนะใจได้ เเต่ต้องมีเดดไลน์ให้ตัวเองว่าจะลองพิสูจน์อีกนานเเค่ไหน การที่หนูมีเเม่ที่ดีก็ถือว่าโชคดี เเต่เราก็ต้องทำให้แม่เขาเชื่อในความสัมพันธ์ของเรากับลูกเขา ว่าเจตนาของเรานั้นต้องการที่จะดูแลลูกเขาจริง ๆ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-