‘กูฟังเพลงไท’ คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของวงไททศมิตร ระเบิดพลังการแสดงได้ดุเดือด-ถึงใจ!

ENTERTAINMENT NEWS

‘กูฟังเพลงไท’ คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของวงไททศมิตร ระเบิดพลังการแสดงได้ดุเดือด-ถึงใจ!

16 ก.ย. 2024

เป็นอีกค่ำคืนที่ยิ่งใหญ่และน่าจดจำที่สุดสำหรับ ไททศมิตร (TaitosmitH) วงดนตรีร็อกเนื้อหาเพื่อชีวิตแห่งค่าย GeneLab ในเครือ GMM MUSIC และเหล่า ‘เสาไฟ’ (ชื่อเรียกแฟนเพลงของวง) กับคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรก ‘กูฟังเพลงไท’ จัดเต็ม 2 รอบสุดพิเศษ ไปเมื่อวันที่ 14-15 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี งานนี้พวกเขาระเบิดพลังการแสดงที่อัดแน่นไปด้วยดนตรีที่มีเอกลักษณ์ แสง สี เสียง ที่ดุเดือด เร้าใจ ตลอดทั้งงานแบบใส่สุดแรงไม่มียั้งกว่า 4 ชั่วโมง

โดยบรรยากาศภายในงานคึกคักไปด้วยเหล่าเสาไฟ ที่เดินทางมาทั่วทุกสารทิศเพื่อรอเจอไททศมิตร วงดนตรีที่พวกเขาชื่นชอบ พร้อมต่อคิวจับจองของที่ระลึกคอนเสิร์ตและอัลบั้ม ‘ภาคพิสดาร’ ที่วางขายครั้งแรกที่งานอย่างเนืองแน่น ซึ่งการจัดคอนเสิร์ตถึง 2 รอบติดกันนี้ คือสิ่งที่ยืนยันได้ว่าไททศมิตรมีฐานแฟนเพลงที่เหนียวแน่น และพร้อมสนับสนุนพวกเขาอย่างเต็มที่ และเมื่อถึงเวลา 1 ทุ่มตรง เสียงดนตรีเริ่มดังขึ้นพร้อมเสียงเชียร์ของแฟน ๆ ที่ดังกระหึ่มในทันทีเมื่อ จ๋าย-อิชณน์กร พึ่งเกียรติรัศมี (ร้องนำ), โมส-ตฤณสิษฐ์ สิริพิชญาศานต์ (ร้องนำ), เจ-ธนกฤต สองเมือง (คีย์บอร์ด), มีน-ปัณณสิทธิ์ สุขโหตุ (กีตาร์ โซโล่), เจต-เจษฎา  ปัญญา (เบส), ตุ๊ก-พัฒนภูมิ ชอุ่มผล (กลอง) ปรากฏตัวขึ้นบนเวทีอย่างยิ่งใหญ่ด้วยพลังดนตรีที่ไร้ขีดจำกัดของพวกเขาที่มาพร้อมทีม Chorus, Percussions, Brass Section งานนี้พวกเขาขนเพลงตั้งแต่ยุคอินดี้จนถึงปัจจุบันมาโชว์ให้แฟนเพลงได้ฟังอยากจุใจกว่า 33 เพลง

เปิดด้วยเพลง ‘Amazing Thailand’ ต่อด้วย ‘ยุติ-ธรรม’ เพลงที่สะท้อนความเจ็บปวดและความเป็นจริงของสังคมไทย ตามด้วยเพลง ‘รจนา’ ที่มีการนำระนาดเอกบรรเลงเพิ่มสีสันให้แฟน ๆ ได้อินไปกับเพลงและร้องตามกันอย่างสุดเสียง ทำให้บรรยากาศในฮอลล์เดือดขึ้นทันทีตั้งแต่ช่วงแรก ต่อด้วยเพลงที่เป็นจุดเริ่มต้นให้แฟนเพลงได้รู้จักพวกเขาอย่าง ‘เป็นตะลิโตน’ , ‘Pattaya Lover’  และโยกหัวกันต่อไปกับเพลงที่ทำได้เข้าถึงอารมณ์อย่าง ‘ทนได้ทุกที’ และ ‘ผีพนัน’ จากนั้นพวกเขาก็ไต่กราฟความสนุกในคอนเสิร์ตนี้ขึ้นไปอีกแบบไม่มีพักด้วย ‘บังขายถั่ว’ , ‘จะหมัดจะมวย’ , ‘เพื่อนผมเกมได้ไง’ , ‘เสื้อกั๊ก’ และ ‘ไอ้สอง’ ที่มาพร้อมหางเครื่องและแดนเซอร์ชุดใหญ่ทำเอาแฟนเพลงทั้งโดดทั้งเต้นกันแบบสุดตัว

ต่อด้วยการเปิดตัวแขกรับเชิญสุดพิเศษช่วงแรก อย่าง เบิ้ล คณะขวัญใจ ที่มาในเพลง ‘แม่เสือสาว’, หมู ไววิทย์ กับเพลง ‘มีชีวิตเพื่อคนอื่น’ และ ไม้หมอน วชิรวิทย์ กับเพลง ‘หลุด’ ที่มาร่วมส่งต่ออุดมการณ์ดนตรีเพื่อชีวิตรุ่นใหม่ด้วยกันในเพลง ‘หัวใจเสรี’ ต่อด้วยเพลงจากอัลบั้มแรกของวงที่หลายคนคิดถึงอย่าง ‘ฮาคูน่า มาทาท่า’ , ‘คางคก’

จากนั้นไททศมิตรก็ได้เซอร์ไพรส์แฟนเพลงด้วยการปรากฏตัวในลุคแปลกตาด้วยชุดสูทพร้อมเล่นเพลงช้าสุดซึ้งเข้าถึงอารมร์อย่างเพลง ‘ตราบ’, ‘แอบเก็บความในใจไว้ภายในแว่นเรย์แบนสีดำ’ และพวกเขาได้นั่งพูดคุยกับแฟนเพลง โดย จ๋าย ได้เล่าถึงการเดินทางของวง ได้เปิดใจถึงความหมายเบื้องหลังของเพลงที่งานนี้ทำเอาหลายคนเสียน้ำตาไปกับมิตรภาพที่สวยงามและจริงใจแบบลูกผู้ชายของวงไททศมิตรในเพลง ‘มึงกับกู’ ตามด้วยเพลงช้าเนื้อหาเข้มข้นและเศร้าที่สุดจากไททศมิตรที่มาพร้อมแขกรับเชิญสุดพิเศษ ‘พี่ตูน Bodyslam’ มาร่วมถ่ายทอดทุกความรู้สึกของเพลง ‘กี่ฤดู’ และชวนเหล่าเสาไฟกระโดดกันต่อไม่ให้พักไปกับเพลง ‘ท่านผู้ชม’ , ‘คนมีตังค์’ สร้างความสนุกและประทับใจให้แฟนเพลงในฮอลล์

จากนั้นเวทีก็กลับมาเดือดและฮึกเหิมด้วยเพลงที่สะท้อนถึงการต่อสู้และการยืนหยัดในชีวิตอีกครั้งในเพลง ‘เพื่อชีวิตกู’ ตามด้วยเพลงที่ใครหลายคนรอคอยอย่าง ‘โคโยตี้’ ที่วงได้เซอร์ไพร์แฟนเพลงด้วยการชวน จินตหรา พูนลาภ มาร่วมร้องในเพลงนี้  และชวนเหล่าเสาไฟเซิ้งกันต่อไปกับเพลง ‘มาทำไม’ พร้อมเครื่องดนตรีประจำวงหมอลำอย่าง ‘พิณ’ ‘แคน’ และหางเครื่องแบบจัดเต็ม เหมือนยกเวทีหมอลำของแท้มาผสมผสานกับร็อกเพื่อชีวิตของไททศมิตรอย่างลงตัว และมาถึงช่วงที่ไททศมิตรสาดความเดือดกันต่อด้วยเพลง ‘หมวกกันน็อค’, ‘ไส้แห้ง’, ‘แดงกับเขียว’ ตามด้วยเพลงฮิตชวนคิดถึงบ้านอย่างเพลง ‘Hello Mama’ ที่แฟนเพลงร้องตามกันดังกึกก้องไปทั่วทั้งฮอลล์ พร้อมกับคำกล่าวขอบคุณที่วงตั้งใจมอบให้แฟนเพลงที่คอยสนับสนุนมาตลอด

ต่อด้วยเพลง ‘สักวันหนึ่ง’ ที่โมสและจ๋ายได้ลงจากเวทีไปหาคนดู เรียกว่าเป็นบรรยากาศที่อบอุ่นและมีความหมายกับทั้งศิลปินและแฟนเพลงมากจริงๆ ก่อนปิดท้ายคอนเสิร์ตด้วยความมันแบบพุ่งทะลุกราฟด้วยเพลง ‘นักเลงเก่า’ แต่เหมือนแฟนเพลงจะยังไม่อยากให้โชว์จบลง ต่างส่งเสียงเรียกชื่อวง ‘ไททศมิตร’ อย่างต่อเนื่อง วงเลยขึ้นมาโชว์เพลงที่มีความหมายกับวงอย่าง ‘อนัตตา’ และปิดท้ายคอนเสิร์ตด้วยเพลง ‘แดงกับเขียว’ อีกครั้ง งานนี้เรียกว่ามีเท่าไรใส่กันสุดพลังแทบไม่เหลือแรงกลับบ้าน ก่อนลากันไปด้วยเสียงปรบมือและเสียงตะโกนขอบคุณทั้งจากศิลปินและแฟนเพลงที่ดังก้องไปทั่วทั้งฮอลล์

เรียกได้ว่าคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของไททศมิตรจบลงไปด้วยความสำเร็จอย่างงดงาม เป็นค่ำคืนที่ครบรสด้วยพลังแห่งมิตรภาพ  ความสุข ความสนุกสุดมัน ‘กูฟังเพลงไท’ ไม่เพียงแต่เป็นคอนเสิร์ตที่แสดงถึงพลังดนตรีของไททศมิตรเท่านั้นแต่ยังเป็นการรวมตัวของเหล่าแฟนเพลงผู้รักในดนตรีที่สะท้อนสังคมอย่างแท้จริงด้วย

ภาพ : GeneLab

related ENTERTAINMENT NEWS

แคปเจอร์บรรยากาศ PARADOX อภินิห่านคอนเสิร์ต: 30 ปีแสง แรงทะลุจักรวาล ค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองครบ 3 ทศวรรษของวงดนตรีที่ไม่เคยธรรมดา

08 ก.ค. 2025

แคปเจอร์บรรยากาศ PARADOX อภินิห่านคอนเสิร์ต: 30 ปีแสง แรงทะลุจักรวาล ค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองครบ 3 ทศวรรษของวงดนตรีที่ไม่เคยธรรมดา

ผ่านพ้นไปอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมความสนุกสุดขีดในแบบที่ไม่มีใครเหมือน สำหรับ ไทยประกันชีวิต Presents PARADOX อภินิห่านคอนเสิร์ต: 30 ปีแสง แรงทะลุจักรวาล ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 5 และ 6 กรกฎาคม ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี คอนเสิร์ตที่ไม่ได้เป็นเพียงโชว์ แต่คือการเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีของวง PARADOX ที่พาแฟนเพลงข้ามจักรวาลแห่งเสียงเพลงและความทรงจำไปพร้อมกันอย่างเต็มอิ่มบรรยากาศหน้าฮอลล์เริ่มคึกคักตั้งแต่ช่วงบ่าย แฟนเพลงทยอยเดินทางมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์นี้อย่างต่อเนื่อง หลายคนสวมเสื้อวง เตรียมพร็อพมาแต่งตามธีมคอนเสิร์ต สนุกสนานตั้งแต่ยังไม่เปิดประตู โซนหน้างานถูกเนรมิตให้เป็นจักรวาลของเหล่า เด็กด็อกซ์ มีทั้งซุ้มของที่ระลึก จุดถ่ายภาพ และกิจกรรมเรียกเสียงหัวเราะ ที่ทำให้ทุกคนรู้สึกเหมือนได้กลับมาเป็นวัยรุ่นอีกครั้งเมื่อเข้าสู่ช่วงเวลาของโชว์ โปรดักชั่นจัดเต็มก็เผยภาพแรกออกมาพร้อม ไข่ห่านยักษ์กลางเวที ก่อนจะพุ่งทะยานสู่ความมันกับเพลงเปิดตัว โดดน้ำตาย ที่จุดไฟให้ฮอลล์ลุกเป็นไฟทันที พร้อมการปรากฏตัวของ ทีมว๊ากเกอร์ ที่ยังคงเป็นเอกลักษณ์ความบ้าระห่ำของ PARADOX อย่างครบถ้วนไม่เพียงแค่เสียงเพลงที่ใส่มาแบบไม่มียั้ง ทั้ง ไถล, ไม่มีเธอ, แปดนาฬิกา, แกงเผ็ดเป็ดย่าง, ก็มีแค่นั้น และอีกมากมาย แต่ยังมีของแจกแบบจัดหนัก ทั้งลูกบอลหลากสี ลูกโป่งลอยฟ้า ตุ๊กตาห่านน้อย ไปจนถึงจังหวะที่สมาชิกวงกระโดดลงจากเวทีมาหาแฟน ๆ ถึงข้างล่าง เพิ่มความใกล้ชิดและเรียกรอยยิ้มในทุกวินาทีอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของคอนเสิร์ตนี้ คือ ช่วงแขกรับเชิญสุดพิเศษ ที่เติมความหลากหลายให้กับโชว์ได้อย่างลงตัว เริ่มจาก แพท Klear ที่มาร่วมร้อง Lalala เสริมพลังเสียงให้บทเพลงอบอวลไปด้วยความรู้สึก ตามด้วย ซิดนีย์ เวธกา ในเพลง เงา และ มะเหมี่ยว สุทธิภัทร ในเพลง เศษ ที่ชวนให้ฮอลล์เงียบฟังด้วยหัวใจ ก่อนจะส่งต่อให้ โป้ โยคีเพลย์บอย กับเพลง เพ้อ และ ทัชมาฮาล ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความทรงจำ ปิดท้ายด้วย ลุลา กับเพลง ทะเลสีดำ และ ปีศาจ ในเวอร์ชันที่ไม่เคยเห็นมาก่อนช่วงท้ายของคอนเสิร์ตยังคงปล่อยหมัดเด็ดอย่างต่อเนื่องกับเพลงฮิตที่แฟนเพลงร้องตามกันได้ทั้งฮอลล์ ไม่ว่าจะเป็น คิดถึงไม่ไหว, กรงทอง, กลิ่นโรงพยาบาล, แมลงวัน, ท่ามกลาง, นักมายากล, เสือไบ, ฤดูร้อน และอีกมากมาย ก่อนจะพาทุกคนโบกมือร่ำลาอย่างซาบซึ้งด้วยเพลง อยู่ในใจ ที่แฟน ๆ ส่งเสียงร้องไปพร้อมกันดังก้องเบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้เป็นผลงานจากทีม ALL AREA ภายใต้ GMM SHOW ที่ใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไปในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นเวที แสง สี เสียง กราฟิก หรือแม้แต่รายละเอียดเล็ก ๆ อย่างการจัดวางของแจก ทำให้ทุกองค์ประกอบของคอนเสิร์ตนี้สมบูรณ์แบบ30 ปี PARADOX ไม่ใช่แค่การเดินทางของวงดนตรี แต่คือประสบการณ์ร่วมของแฟนเพลงที่เติบโตมาด้วยกัน เป็นอีกค่ำคืนที่พิสูจน์ว่า PARADOX ไม่เคยเป็นแค่วงร็อกธรรมดา แต่คือจักรวาลความสนุกที่พร้อมทะลุขีดจำกัดไปอีกไกลแล้วเจอกันอีกครั้งในอีก 10 ปีข้างหน้า แต่คืนนี้เราจะจดจำไปอีกนานแสนนานภาพ : genie records

PERSES และ VIIS เป็นตัวแทนศิลปินไทยโชว์ร้อง-เต้นบนเวที Tencent Music Entertainment Awards

22 ก.ค. 2024

PERSES และ VIIS เป็นตัวแทนศิลปินไทยโชว์ร้อง-เต้นบนเวที Tencent Music Entertainment Awards

ปังมากคุณลู้กกกกกก! เมื่อ 2 ศิลปินไทยอย่าง PERSES และ VIIS วงพี่น้อง T-POP จากค่าย G’NEST ภายใต้ GMM MUSIC ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนศิลปิน T-POP เพื่อร่วมสร้างสรรค์โชว์สุดพิเศษบนเวทีประกาศรางวัลระดับนานาชาติอย่าง Tencent Music Entertainment Awards 2024 ‘High Five. Music Drive’ ณ กาแล็คซี่ อารีน่า มาเก๊า เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาประเดิมเวทีด้วยการแสดงของสาว ๆ วง VISS ที่แม้ว่าจะเดบิวต์มายังไม่ครบ 1 ปี แต่ประสบการณ์และฝีไม้ลายมือไม่ธรรมดา หยิบเพลงต่าง ๆ ทั้ง ‘MIRROR MIRROR’, ‘ร้ายก็ได้ (Don’t Mind)’, ‘เล่นไม่คิด (Thoughtless)’ และ ‘Barbie (Oops! Oops!)’ ไปโปรยเสน่ห์ พร้อมสร้างความประทับใจให้กับเจ้าบ้านด้วยการทักทายภาษาจีนแบบเป็นกันเอง ตกแฟนเพลงเข้าด้อมไปได้อีกเพียบขณะที่วงพี่ชายอย่าง PERSES ก็ทำผลงานได้สมฉายา ‘ตัวพ่อเพอร์ฟอร์แมนซ์’ ทุกสเตจไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ก็พร้อมโชว์ลีลาเต้นยับ ใส่สุดไม่เกรงใจใคร โดยพวกเขานำเอาเพลงดังทั้ง ‘MY TIME’, ‘Catch The Night’, ‘TOUCHDOWN’ และ ‘น่ารักน้อยลงหน่อย (Cuteless)’ ที่มีการทำเวอร์ชั่นพิเศษ ด้วยการเปลี่ยนท่อนฮุกให้เป็นภาษาจีน เรียกเสียงกรี๊ดจากผู้ชมไปได้ไม่น้อยการแสดงบนเวทีระดับนานาชาติครั้งนี้ PERSES และ VIIS ก็ไม่ทำให้แฟนเพลงผิดหวัง เพราะพวกเขาและเธอเสิร์ฟเพอร์ฟอร์แมนซ์ปัง ๆ ทั้งเสียงร้องโดดเด่นและการเต้นที่แข็งแรง ยกระดับมาตรฐานการโชว์และสร้างภาพลักษณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ จนผู้ชมในงานต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า T-POP ไทยเป็นสิ่งที่น่าจับตามอง และศักยภาพศิลปินไทยก็ไม่แพ้ชาติใดในโลกภาพ : G’NEST

Three Man Down เตรียมนำภาพความสนุกจากคอนเสิร์ตใหญ่ มาให้ชาวเมืองได้ชมอีกครั้งบน YouTube

04 พ.ย. 2024

Three Man Down เตรียมนำภาพความสนุกจากคอนเสิร์ตใหญ่ มาให้ชาวเมืองได้ชมอีกครั้งบน YouTube

ชาวเมืองคนไหนเคยพลาดโอกาส ที่จะได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของวง Three Man Down ในคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรก ‘Three Man Down Live At Impact Arena 2023’ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2566 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ผ่านไปครบ 1 ปีแล้วพวกเขาเตรียมนำภาพบรรยากาศความสนุกบนเวทีมาให้ชมกันอีกครั้งแบบเต็ม ๆ บน YouTube : GeneLab ในวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้นี่เป็นโชว์ที่นำเสนอความเป็นตัวตนทางดนตรีของ Three Man Down ได้อย่างชัดเจน เพราะพวกเขาได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการเรียบเรียงโชว์ ซึ่งถูกถ่ายทอดผ่านโปรดักชันสุดอลังการ เพื่อให้แฟนเพลงได้เต็มอิ่ม สนุกและประทับใจ พร้อมด้วยแขกรับเชิญทั้ง URBOYTJ, Maiyarap และการกลับขึ้นเวทีมาเล่นด้วยตรีด้วยกันของ โอม-กิจฏิเมธ ชาญพานิช อดีตมือเบสวง Three Man Down เมื่อทุกอย่างประกอบกันกลายเป็นโชว์ที่ผู้ชมยกนิ้วให้ว่าครบรสที่สุดถือเป็นความสำเร็จอีกขั้นของวง Three Man Down ที่สามารถผสมทุกความรู้สึกให้ลงตัวตั้งแต่วินาทีแรกจนจบโชว์ จัดเต็มทุกความมันให้สนุกสุดเหวี่ยง สร้างความประทับใจหลากหลายอารมณ์ และใช้พลังที่มีใส่จนสุดไม่มียั้ง เรียกได้ว่าแรงดีไม่มีตก สร้างโมเมนต์ดี ๆ ให้กับเหล่าแฟนเพลงได้อิ่มเอมและอบอุ่นหัวใจ ใครพลาดไปรอติดตามบรรยากาศของ ‘Three Man Down Live At Impact Arena 2023’ ได้ทาง YouTube : GeneLab วันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 ตั้งเวลาเวลา 18.00 น. เป็นต้นไปภาพ : Three Man Down

เป๊ก ผลิตโชค ขอโทษจากใจต่อเหตุการณ์ในปั๊ม–บนถนน ได้รับบทเรียนจากการดื่มจนขาดสติ พร้อมขอโอกาสปรับปรุงตัว

07 ส.ค. 2025

เป๊ก ผลิตโชค ขอโทษจากใจต่อเหตุการณ์ในปั๊ม–บนถนน ได้รับบทเรียนจากการดื่มจนขาดสติ พร้อมขอโอกาสปรับปรุงตัว

หลังเข้ารับการผ่าตัดเพื่อรักษาบาดแผลบริเวณใบหน้า เป๊ก–ผลิตโชค อายนบุตร ศิลปินชื่อดังสังกัด White Music ได้ออกมาสื่อสารกับสาธารณชนเป็นครั้งแรก ผ่านคลิปวิดีโอที่เขาอัดขึ้นเพื่อแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง และขอโทษทุกคนที่ได้รับผลกระทบทั้งทางร่างกายและจิตใจ จากเหตุการณ์บนท้องถนนและภายในปั๊มน้ำมัน ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างแรงสั่นสะเทือนในสังคมออนไลน์ จนชื่อของเขาติดเทรนด์บนโซเชียลมีเดีย พร้อมกระแสวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก ในคลิปวิดีโอ เป๊ก ยอมรับผิดอย่างไม่มีข้อแม้ และเปิดใจถึงความรู้สึกผิด รวมถึงความตั้งใจในการเผชิญหน้ากับสิ่งที่เกิดขึ้น“ผลิตโชค อายนบุตร ครับ วันนี้ขออนุญาตมากราบขอโทษคนไทยทุก ๆ คนครับ ที่ทำให้ทุกคนผิดหวัง ตัวของผมเองก็ผิดหวังในตัวเองเหมือนกัน เสียใจสำหรับการกระทำในวันนั้น ที่ทำให้เกิดเรื่องราวมากมายตามที่ทุกคนได้ชมคลิป ผมไม่มีเจตนาทำให้ใครเจ็บตัวหรือเสียใจเลย ด้วยความที่ผมพลาด ผมมีการดื่มเยอะเกินไป ทำให้ครองสติได้ไม่ดีเท่าไหร่ จึงเกิดเหตุต่าง ๆ ผมอยากขอโทษหลาย ๆ คนที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น ผมไม่คาดคิดว่าเหตุวันนั้นจะทำให้ทุกคนลำบากเพราะผม“ขอโทษพี่แท็กซี่ที่ทำให้หวาดกลัว ขอโทษพี่ที่ขับกระบะสีขาวที่ทำให้ต้องทรมานกับการหวาดกลัวผม ทุกอย่างที่ผมทำลงไป ผมไม่ได้ตั้งใจให้ทุกคนเสียกำลังใจและบาดเจ็บ สำหรับพี่ที่ใส่หมวกกันน็อกที่เราต่อสู้กัน ผมก็ต้องขอโทษพี่คนนั้นด้วย ถ้าล่วงเกินอะไรพี่ไปผมกราบขอโทษมา ณ ที่นี้ ผมทำร้ายร่างกาย ต่างคนต่างมีบาดแผล และนำพาให้พี่ต้องมีความทุกข์ในชีวิต“ผมอยากขอให้ทุกคนขอโอกาสให้ผมได้ขอโทษ ขอให้ทุกคนได้ให้โอกาสผม ให้ผมได้ใช้โอกาสวันนี้ขอโทษพี่ ๆ ทุกคนจากใจจริง ผลิตโชคจะไม่มีวันหนีไปไหน ผมจะอยู่ตรงนี้เพื่อไปขอโทษพี่ ๆ ทุกคนด้วยใจจริง ผมอยากไปพบกับพี่ ๆ ทุกคนเพื่อแสดงความขอโทษจากใจจริง ๆ สิ่งที่ผมได้ล่วงเกินวันนั้น ทั้งบนท้องถนน ทั้งที่ปั๊ม หรือที่ใดก็ตามที่ทำให้ทุกคนหวาดกลัว”และในช่วงสุดท้าย เป๊ก ย้ำว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้กลายเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ในชีวิต และเขาพร้อมจะปรับปรุงตัวเองจากจุดนี้ ขอเพียงโอกาสจากสังคมให้ได้กลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง “บทเรียนเหล่านั้นผมได้รับกรรมแล้ว ผมไม่ได้อยากเป็นคนไม่ดีแบบนั้น ผมอยากขอแก้ตัวใหม่ ขอให้สังคมช่วยยกโทษให้ผมด้วยนะครับ ผมรู้สึกผิดมากครับ ผมขอโทษจากใจจริงด้วยนะครับ ขอโทษทุก ๆ คนนะครับ”ภาพ : White Music

album
efm
-

-