COCKTAIL ชวนแฟน ๆ เก็บความทรงจำกับคอนเสิร์ตครั้งสุดท้าย 30 มีนาคม 2568 ณ ราชมังคลากีฬาสถาน

ENTERTAINMENT NEWS

COCKTAIL ชวนแฟน ๆ เก็บความทรงจำกับคอนเสิร์ตครั้งสุดท้าย 30 มีนาคม 2568 ณ ราชมังคลากีฬาสถาน

28 ต.ค. 2024

แฟน ๆ หลายคนคงทราบกันดีเกี่ยวกับอนาคตของวงดนตรีรุ่นใหญ่อย่าง Cocktail ที่ประกาศไว้ว่าพวกเขามีแผนจะยุติบทบาทในฐานะวงดนตรีในปี 2568 และระหว่างทางก็มีโปรเจกต์รวมถึงผลงานต่าง ๆ มากมายออกมาให้แฟนเพลงได้ฟังกัน แต่ล่าสุดถึงเวลาแล้วที่พวกเขาจะประกาศข่าวจัดคอนเสิร์ตใหญ่เต็มรูปแบบ และนี่จะเป็นคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายของวง Cocktail ด้วย

วันนี้แฟนเพจของวง Cocktail ได้แจ้งข่าวกับแฟน ๆ ด้วยการปล่อยทีเซอร์โปสเตอร์คอนเสิร์ต #COCKTAILEVERLIVE สะท้อนคอนเซ็ปต์ที่พูดเล่าถึงทุกอย่างเป็นเรื่องกลไกของเวลา พร้อมชวนแฟนเพลงไปเก็บความทรงจำร่วมกันในคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ที่จะมีขึ้นวันที่ 30 มีนาคม 2568 ณ ราชมังคลากีฬาสถาน

สำหรับ #COCKTAILEVERLIVE จะเปิดจำหน่ายบัตรอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 มกราคม 2568 ส่วนรายละเอียด ผังที่นั่งชมการแสดง และราคาบัตร จะมีการเปิดเผยออกมาให้ทราบกันในลำดับถัดไป รอติดตามกันได้ทางโซเชียลมีเดียของวง Cocktail

ภาพ : Cocktail

related ENTERTAINMENT NEWS

โมเมนต์สุดอบอุ่น ฟิลิปส์ มือกลองวง COCKTAIL ต้อนรับลูกชายคนแรก

09 พ.ค. 2024

โมเมนต์สุดอบอุ่น ฟิลิปส์ มือกลองวง COCKTAIL ต้อนรับลูกชายคนแรก

จากว่าที่คุณพ่อ กลายเป็นคุณพ่อมือใหม่แล้วอย่างสมบูรณ์ สำหรับ ฟิลิปส์ เปรมสิริกรณ์ มือกลองแห่งวง COCKTAIL แจ้งข่าวดีผ่านบัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ภรรยาได้คลอดลูกชายคนแรกแล้วเมื่อช่วงเช้าวันที่ 9 พฤษภาคม ให้ชื่อว่า ‘ฟลินน์ เปรมสิริกรณ์’ นับเป็นของขวัญชิ้นพิเศษหลังจากแต่งงานใช้ชีวิตคู่นานกว่า 4 ปีฟิลิปส์ โพสต์ภาพร่วมเฟรมระหว่างภรรยาและลูกชาย พร้อมกับข้อความสุดอบอุ่นเพื่อเป็นการต้อนรับสมาชิกใหม่ในบ้านว่า“ฟลินน์ เปรมสิริกรณ์วันที่ 9 พฤษภาคม 2567ได้เจอกันแล้ว ลูกชายของพ่อและแม่”โพสต์ดังกล่าวมีแฟนเพลงรวมถึงเพื่อนพี่น้องศิลปินเข้าไปร่วมแสดงความยินดีมากมายภาพ : Philip Cocktail

คอนเสิร์ต “We're Gonna Be OK” เปิดอัลบั้มแบบสุดปังจาก Tilly Birds พร้อมชม MV “ถ้าเราเจอกันอีก” ครั้งแรกพร้อมกันทั่วโลก

03 เม.ย. 2022

คอนเสิร์ต “We're Gonna Be OK” เปิดอัลบั้มแบบสุดปังจาก Tilly Birds พร้อมชม MV “ถ้าเราเจอกันอีก” ครั้งแรกพร้อมกันทั่วโลก

นาทีนี้ต้องยกให้ Tilly Birds เป็นวงดนตรีอัลเทอเนทีฟร็อกแห่งยุค ที่ไม่ว่าจะปล่อยเพลงอะไรออกมาก็ได้รับความนิยม พุ่งขึ้นชาร์ทอันดับ 1 ทุกสตรีมมิ่งแพลทฟอร์ม โดยมิวสิควิดีโอเพลงล่าสุด “ถ้าเราเจอกันอีก” พุ่งแตะล้านวิวภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ปล่อยออกมา นอกจากเพลงฮิตที่ปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่องแล้ว พวกเขายังกวาดรางวัลชั้นนำมามากมาย ไม่ว่าจะเป็น Best Album of the Year, รางวัล Best Music of the Year จากเพลง “เพื่อนเล่น ไม่เล่นเพื่อน”, รางวัล Best Artist of the Year, รางวัล Best Producer of the Year โดย บิลลี่-ณัฐดนัย ชูชาติ, รางวัล Best Song of the Year เพลง “ถ้าเราเจอกันอีก” จากเวที TOTY Music Awards 2021 และ Best Asian Artist จาก Mnet Asian Music Awards 2021 รวมทั้งอีก 2 รางวัลล่าสุด ศิลปินกลุ่มยอดเยี่ยม และ อัลบั้มยอดเยี่ยม จากเวทีคมชัดลึก อวอร์ด ล่าสุดพวกเขามีการจัดงานเปิดตัวอัลบั้ม “It’s Gonna Be OK” ขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ ลานหน้า Siam Discovery โดยใช้ชื่องานว่า “We're Gonna Be OK” ที่จัดขึ้นในรูปแบบ Exhibition Concert เพื่อฉลองความสำเร็จของอัลบั้มนี้ร่วมกับแฟนเพลงอย่างใกล้ชิด พร้อมชมคอนเสิร์ตสุดพิเศษและชม MV “ถ้าเราเจอกันอีก” ครั้งแรกพร้อมกันทั้งจากในงานและทางออนไลน์ บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยเสียงกรี๊ด ความสนุกสนาน และความอบอุ่นใกล้ชิดภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19 เริ่มงานด้วยการเปิดตัวเอ็มวี “ถ้าเราเจอกันอีก” อย่างเป็นทางการครั้งแรก ที่รับชมพร้อมกันทั่วโลก ทำเอาหลายคนต้องปาดน้ำตากันไปตามๆกันก่อนจะเข้าสู่บรรยากาศคอนเสิร์ตที่ทุกคนรอคอย โดยเริ่มที่เพลง “เบื่อคนขี้เบื่อ” ที่เต็มไปด้วยสีสันจัดจ้าน ในเวอร์ชั่นการแสดงสด ที่ทุกคนใส่พลังเต็มทั้งร้อง และ เล่น แบบไม่มีกั๊ก ทำเอาในงานเต็มไปด้วยเสียงกรี๊ด สานต่ออารมณ์เดือดๆ กับ อิมโพรไวซ์หนักๆ อย่างต่อเนื่องกับเพลงจากอัลบั้มแรก “แค่พี่น้อง” ก่อนที่บรรยากาศจะเริ่มเบาลงด้วยเพลง “ลู่วิ่ง” และ “ฤดูหนาว” จากอัลบั้มแรกที่ไมโลเข้ามาแร็ป เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นจากแฟนเพลง โดยตลอดช่วงการแสดง Tilly Birds ได้โชว์ศักยภาพในการร้อง เล่น แบบใส่เต็มไม่มียั้ง งัดทุกความสามารถที่มีจัดหนักให้แฟนๆ ได้อิ่มใจ จนเข้าสู่พาร์ทของเพลงเศร้า เป็นช่วงแห่งความประทับใจจากเหล่าแฟนเพลงที่ต่างร้องตาม พร้อมรอยยิ้มและน้ำตาส่งให้บรรยากาศยิ่งซาบซึ้งกินใจ ก่อนจะส่งต่ออารมณ์สู่ช่วงท้ายของงาน กับเพลงที่ทุกคนคิดถึง “คิด(แต่ไม่)ถึง” จนถึงโมเมนต์สำคัญในเพลง “เธอไม่ได้อยู่คนเดียว” ที่ไมโล ทิ้งกลองมาโชว์เล่นกีตาร์โปร่งเรียกเสียงกรี๊ดกันอีกรอบ และเดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายกับเพลงสุดท้ายของอัลบั้ม “ถ้าเราเจอกันอีก” ที่เติร์ดได้ตั้งใจถ่ายทอดอารมณ์ของเพลงอย่างเต็มที่ แทนคำขอบคุณทุกคน พร้อมภาพบรรยากาศทะเลดาวจากแฟนๆ เป็นอันปิดฉากการแสดงทั้งหมดอย่างสวยงามประทับใจจนกว่าจะได้เจอกันอีกในคอนเสิร์ตต่อไป

“ถึงเวลาที่เราต้องกล่าวลากันแล้วครับ” วง COCKTAIL ประกาศว่าได้เดินทางมาถึงบทสรุป และเตรียมส่งท้ายด้วยคอนเสิร์ตใหญ่ปี 2025

29 ม.ค. 2024

“ถึงเวลาที่เราต้องกล่าวลากันแล้วครับ” วง COCKTAIL ประกาศว่าได้เดินทางมาถึงบทสรุป และเตรียมส่งท้ายด้วยคอนเสิร์ตใหญ่ปี 2025

โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ ร้องนำแห่งวง COCKTAIL เป็นตัวแทนสมาชิกวงได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อประกาศข่าวสำคัญกับแฟนเพลงว่า พวกเขาได้ตัดสินใจร่วมกันว่าจะยุติบทบาทและการทำงานร่วมกันในฐานะวงดนตรี ซึ่งตลอดทั้งปี 2024 จะเป็นปีสุดท้ายที่วงจะออกทัวร์ร่วมกัน ก่อนที่จะมีคอนเสิร์ตใหญ่เพื่อส่งท้ายในช่วงปี 2025ในประกาศ โอม ได้เปิดเผยด้วยว่า พวกเขาทุกคนได้วางแผนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันที่จะอำลามานานกว่า 2 ปี และได้เตรียมกองทุนไว้สำหรับให้สมาชิกทุกคน รวมถึงทีมงานเบื้องหลังของวง COCKTAIL ทุกคนได้รับผลประโยชน์ต่าง ๆ รวมถึงสิทธิ์ในทรัพสินทางปัญญาเพื่อหล่อเลี้ยงทุกคนที่เคยร่วมงานกันมาด้วย“สวัสดีครับ“ผมเริ่มรู้จักกับดนตรีจากการฟังเพลงที่ครอบครัวเปิดให้ฟังมาตั้งแต่เด็ก แต่มาเริ่มเล่นดนตรีตอนอายุ 17 หลังจากเห็นเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนเล่นดนตรีกันเป็นวงแล้วเท่มาก ๆ หลังจากนั้นมา ดนตรีก็กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผมมาโดยตลอด และดนตรีก็พาเพื่อนร่วมทางมากมายมาอยู่ด้วยกัน ด้วยความมุ่งหมายเดียวกัน และความเชื่อเดียวกัน“ผมและเพื่อน ๆ วิ่งไล่ตามเงาของศิลปินมากมายที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับเรา เราอยากจะทำให้ได้แบบพี่ ๆ เขา เปิดวิดิโอพี่ ๆ เขาแล้วทำตาม ฟังเพลงของเขาซ้ำ ๆ แล้วอยากทำให้ได้แบบเขาบ้าง อยากจะเป็นวงที่ประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับเหมือนพี่ ๆ ที่เป็นตัวอย่าง จนผ่านเวลาไปมากมาย ผมและเพื่อน ๆ ในวง ก็เริ่มเข้าใจว่าเราคงไม่สามารถเป็นได้แบบเขาและคงไม่สามารถใช้วิธีของเขาในความเป็นตัวเราได้ ผมและเพื่อน ๆ จึงเริ่มเบนเข็มมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า “เราจะสร้างพื้นที่ของเราขึ้นมาเองได้อย่างไร ที่ของเราเอง ที่ใครก็เป็นแบบเราไม่ได้” และนั่นได้กลายมาเป็นเสาหลักทางความคิดของ COCKTAIL ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา“เมื่อมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับใครอีกแล้ว เป้าหมายของเราจึงมีแต่เรื่องของตัวเราเองว่าเราต้องการอะไร อยากทำอะไร ไม่ใช่การพิสูจน์ตัวเองต่อคนอื่น แต่เป็นการเติมเต็มจุดมุ่งหมายของตัวเองว่าทำได้ตามที่ตั้งเป้าหรือไม่ในแต่ละวัน ความสำเร็จที่เกิดขึ้นกลายมาเป็นฐานของเป้าหมายใหม่ ความล้มเหลวใด ๆ ก็กลายมาเป็นแรงขับในการปรับเปลี่ยนและเรียนรู้ให้เอาชนะให้ได้ในที่สุด ยิ่งเวลาผ่านไปเป้าที่วางเอาไว้ก็ทวีความท้าทายมากยิ่งขึ้น ๆ และมันยังสนุกอยู่เสมอที่ได้เดินทางผ่านความท้าทายนั้น“ระหว่างทาง ผมและเพื่อน ๆ ได้เรียนรู้ว่าลำพังความสามารถของเราไม่ใช่ปัจจัยของทุกอย่าง ผู้คนรอบ ๆ ข้าง สิ่งแวดล้อม ปัจจัยจากโลกภายนอก ล้วนแต่ส่งผลให้การเดินทางของเราเป็นไปได้ และเราคงทำมันสำเร็จโดยลำพังไม่ได้เลย หลายครั้งเราพบว่าเราสำเร็จเพราะเราอยู่ถูกที่ถูกเวลาโดยบังเอิญ บางครั้งเพราะมีคนยื่นมือมาช่วย บางครั้งเป็นเพราะโชค ดังนั้นเราจึงบอกตัวเองอยู่เสมอว่าต้องเจียมตัวนะ ถ้ามันดีได้ มันก็แย่เมื่อไรก็ได้นะ เราจึงสร้างงานและเป้าหมายด้วยการรู้จักตัวเอง เราตระหนักถึงขีดความสามารถและปัจจัยแวดล้อมของตัวเราเสมอมา ทำในแบบของตัวเอง ยอมรับในความอ่อนแอและข้อจำกัดทางความสามารถของตัวเองและเลือกเอาส่วนที่ดีที่สุดออกมาสร้างเป็นจุดเด่นให้กับวง เลือกทำในสิ่งที่ทำได้ดีและเรียนรู้ที่จะขอร้องให้คนช่วยในเรื่องที่ไม่รู้และไม่สามารถ เรียนรู้ที่จะชื่นชมผู้อื่นที่สำเร็จในสิ่งที่เราทำไม่ได้หรือทำได้ดีกว่า และพยายามพัฒนาจุดดีจุดด้อยของตัวเองจนถึงที่สุด เราทั้งหมดเล่นดนตรีเพื่อขัดเกลาตัวเองและเพื่อเป้าหมายของเราแบบนั้นเสมอมา เราโชคดีที่มีคนหลากหลายให้คุณค่ากับงานของเราและส่งต่องานของเราจากใจถึงใจมายาวนาน ขอบคุณมากจริง ๆ ครับ“แม้ว่าวิธีคิดเหล่านั้นจะพาเราเดินทางมาไกล แต่ในขณะเดียวกันการเรียนรู้ที่จะรู้จักตัวเองทำให้ผมได้รับรู้ถึงข้อจำกัดที่ไม่อาจเอาชนะได้อย่าง “วัย” และ “ความเปลี่ยนแปลง” เช่นเดียวกัน ตั้งแต่ได้มองเห็นข้อจำกัดเหล่านั้นผมพยายามอย่างมากที่จะใช้เวลาที่มีกับทรัพยากรทั้งหลายให้คุ้มค่ามากที่สุด เพื่อที่จะใช้ชีวิตในฐานะนักดนตรีที่สามารถพูดได้เต็มปากว่า “ในช่วงเวลาที่มีอยู่จำกัดนี้เราได้ใช้ชีวิตจนถึงที่สุดแล้ว และไม่มีอะไรเลยที่เราเสียดาย”“มาจนถึงวันนี้ผมในฐานะตัวแทนของวงคิดว่าผมและเพื่อนได้ใช้ชีวิตในฐานะนักดนตรีที่ใช้ชื่อวงว่า COCKTAIL มาจนถึงที่สุดแล้ว เป้าหมายทั้งหมดที่ได้เคยวางเอาไว้ได้เดินทางมาถึงบทสรุป เราได้ทำทุกสิ่งที่ทำได้ และสามารถที่จะยอมรับได้กับสิ่งที่ผิดพลาดหรือไม่อาจทำได้ “เราทำดีที่สุดแล้ว” เวลานี้ถึงเวลาที่เราต้องกล่าวลากันแล้วครับ วง COCKTAIL ได้เดินทางมาถึงบทสรุปแล้ว“จริงอยู่ว่านักดนตรีอาจจะต่างกับนักกีฬาที่ร่างกายอาจเดินมาถึงข้อจำกัดในช่วงอายุใดอายุหนึ่ง ผมและวงอาจจะเปลี่ยนแปลงวิธีการเดินทางและปรับตัวไปเรื่อย ๆ แต่ผมเองกลับรู้สึกอยากที่จะให้ภาพของวงดนตรีวงนี้อยู่ในสภาพที่แข็งแรงแบบนี้ในความทรงจำ มากกว่าที่จะปล่อยให้มันร่วงโรยหรือต้องเปลี่ยนแปลงไปอีก“จริงอยู่ที่ว่ามีนักดนตรีหลายท่านที่สามารถจะเล่นดนตรีในระดับอาชีพได้อย่างยาวนาน แต่ทางเลือกนี้ของเราคิดมาสำหรับ COCKTAIL เท่านั้นและเป็นวิธีคิดแบบของ COCKTAIL ลำพังคงไม่สามารถเอาไปเปรียบเทียบกับใครได้ครับ“เราเตรียมตัวสำหรับการสิ้นสุดลงของวงมาตั้งแต่หลายปีก่อน มีการจัดเตรียมกองทุนของวงเอาไว้รองรับ มีการจัดสรรผลประโยชน์ต่าง ๆ รวมถึงสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาใด ๆ เอาไว้อย่างยั่งยืนเพื่อให้สามารถที่จะหล่อเลี้ยงทุกท่านที่เคยร่วมงานกันมาต่อไปในช่วงชีวิตได้อย่างดีที่สุด สมาชิกทุกคนแม้ว่าจะมีความรู้สึกหลากหลายปนเปกันไปในช่วงที่เราเริ่มถกกันในเรื่องนี้ แต่ในที่สุดเราทั้งหมดต่างก็ตัดสินใจร่วมกัน สมาชิกในที่นี้ไม่ได้หมายความถึงสมาชิกบนเวที แต่รวมถึงทีมงานทั้งหมดของเราด้วย“เราทั้งหมดตัดสินใจร่วมกันที่จะแจ้งการสิ้นสุดของวงลงล่วงหน้าเป็นระยะเวลาราว 2 ปี เนื่องจากเราเห็นว่าระยะเวลาดังกล่าวเป็นระยะเวลาที่นานพอที่เราจะได้มีโอกาสใช้เวลาร่วมและบอกลาต่อทุก ๆ คนที่สำคัญกับเราตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา“ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้เราขอบอกกับทุกคนว่า“วง COCKTAIL จะสิ้นสุดลงในปี 2025 โดยหลังจากนั้นจะไม่มีการเล่นดนตรีในนามวง COCKTAIL อีก เราทั้งหมดจะแยกย้ายกันเดินทางไปสู่ช่วงเวลาใหม่ในชีวิต และผมในฐานะนักร้องนำจะไม่แสดงดนตรีเป็นอาชีพอีกต่อไปเช่นกันครับ”และสำหรับในช่วงสองปีสุดท้ายนี้ เราตั้งใจที่จะสร้างและทำในสิ่งต่าง ๆ ที่เรายังไม่เคยทำ ออกไปเจอกับทุกคนให้มากที่สุดและใช้เวลาที่มีในฐานะ COCKTAIL อย่างคุ้มค่าเท่าที่จะทำได้ เราจะมีงานคอนเสิร์ตแบบใกล้ชิดเป็นพิเศษในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ รับงานจ้างการแสดงใด ๆ รวมถึงร่วมเล่นในเทศกาลดนตรีใด ๆ ในปีนี้เป็นปีสุดท้าย หลังจากนั้นในปี 2025 ก็จะเข้าสู่คอนเสิร์ตใหญ่และการเดินสายอำลาของเราอย่างเป็นทางการซึ่งจะได้เล่ารายละเอียดให้ฟังในโอกาสต่อไป“ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตอนนี้ เราจะยังไม่เอ่ยคำลากันในวันนี้นะครับถ้ามีโอกาสเอาไว้พบกันนะครับ#CheersCOCKTAIL

5 มิวสิกวิดีโอจาก GMM MUSIC คว้ารางวัล AdPeople Awards & Symposium 2024 จากสมาคมโฆษณาฯ

23 พ.ย. 2024

5 มิวสิกวิดีโอจาก GMM MUSIC คว้ารางวัล AdPeople Awards & Symposium 2024 จากสมาคมโฆษณาฯ

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย มีการจัดงาน AdPeopleAwards Symposium 2024 เพื่อยกย่องและมอบรางวัลให้กับผลงานโฆษณาที่มีความโดดเด่นทั้งด้านการคิดและสร้างสรรค์ ซึ่งความพิเศษของงานในปีนี้คือ มีการเพิ่มสาขา Entertainment Music ขยายให้ครอบคลุมไปยังผลงานในด้านเพลง ซึ่งมิวสิกวิดีโอจาก GMM MUSIC ทั้ง genie records และ GeneLab ก็คว้ารางวัลมาครองได้ถึง 5 ชิ้นด้วยกันโดยผลงานมิวสิกวิดีโอที่คว้ารางวัลสาขา EXCELLENCE IN MUSIC VIDEOGOLD เพลง ‘จาก’ ศิลปิน Bomb at TrackSILVER เพลง ‘จดจำ’ ศิลปิน Only MondayBRONZE เพลง ‘วรรณกรรมขายดีอันดับ 1’ ศิลปิน THE WHITEST CROWBRONZE เพลง ‘เพลงประกอบชีวิต’ ศิลปิน เล็ก รัชเมศฐ์BRONZE เพลง ‘กี่ฤดู’ ศิลปิน TaitosmitHขณะที่สาขา FAN ENGAGEMENT/COMMUNITY BUILDING รางวัล SILVER ตกเป็นของ COCKTAIL จาก ‘ข้อสอบ An Interactive Meet and Greet Concert’EFM ขอแสดงความยินดีกับ ศิลปิน, ผู้กำกับ และทีมงานที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ และเป็นกำลังใจเพื่อผลิตผลงานที่ดีเยี่ยมต่อไปภาพ : GMM MUSIC

album
efm
-

-