อิงฟ้า และ เจฟ เล่าถึงความท้าทายในฐานะนักแสดง กับผลงานภาพยนตร์เรื่องแรก ‘วิมานหนาม’

ENTERTAINMENT NEWS

อิงฟ้า และ เจฟ เล่าถึงความท้าทายในฐานะนักแสดง กับผลงานภาพยนตร์เรื่องแรก ‘วิมานหนาม’

22 ส.ค. 2024

เลิกงานวันนี้แวะซื้อตั๋วเดินเข้าโรงภาพยนตร์ไปชม ‘วิมานหนาม’ ผลงานชิ้นใหม่จากค่าย GDH ฝีมือผู้กำกับ บอส-นฤเบศ กูโน ที่หยิบประเด็นความไม่เท่าเทียมมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ สู่ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ว่าด้วยการแย่งชิงเพื่อครอบครองมรดก ซึ่งเปรียบดั่งวิมานในฝัน และเป็นครั้งแรกของการประชันฝีมือระหว่าง เจฟ ซาเตอร์ และ อิงฟ้า วราหะ บนจอเงิน

โดย อิงฟ้า ออกมาเขียนถึงความรู้สึกและความท้าทายของผลงานชิ้นนี้ว่า จาก day 1 ของการทำงาน จนถึงวันนี้ที่หนังเข้าฉายแล้ว หลายสิ่งเกิดขึ้นเพื่อพิสูจน์ความแข็งแกร่งของตัวละคร ‘โหม๋’ ก็เป็นเครื่องพิสูจน์เธอในฐานะนักแสดงภาพยนตร์เช่นกัน ชนิดที่วันสุดท้ายของการถ่ายทำ เธอถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ยืนร้องไห้หน้าบ้านสวนทุเรียน เพราะเรื่องราวของตัวละครออกจากใจได้ยากเหลือเกิน และเชื่อว่าคนที่ได้ชมหนังเรื่องนี้ก็คงจะรู้สึกเช่นเดียวกัน

ทางด้าน เจฟ ซาเตอร์ ก็แชร์ความรู้สึกต่อผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกเช่นกันว่า ไม่คิดฝันมาก่อนว่าจะได้รู้จักกับ ‘ทองคำ’ ตัวละครที่เขาต้องเข้าไปสวมบทบาท สิ่งที่อยากให้หนังเรื่องนี้ทำงานกับคนดูไม่ใช่แค่การส่งต่อเรื่องราว และโอบกอดความรู้สึกของตัวละคร แต่อยากลดระยะความไม่เท่าเทียมที่เกิดขึ้นในสังคม

“ไม่คิดว่าวันนึงจะได้มารู้จักกับทองคำ ตลอดเวลาการถ่ายทำเราคุยกันตลอด ถึงชีวิตของเขาและสิ่งที่เขาอยากจะพูดให้ทุกคนได้ยินผ่านเรื่องราวที่ผมทำได้เพียงโอบกอดความรู้สึกเหล่านั้น ก่อนจะส่งผ่านมันออกไปผ่านการแสดง

“ตลอดการถ่ายทำ ผมอ่านไดอารี่ที่มีชื่อว่าความฝันของทองคำที่ผมเขียนเอง เพื่อให้รู้จักเขามากขึ้น แต่ระหว่างการถ่ายทำมันก็ทำให้ผมรู้ว่ามีอีกหลายอย่างที่ผมไม่เคยรู้เลย เขาเป็นทั้งเพื่อนสนิทและคนแปลกหน้าในเวลาเดียวกัน มุมหนึ่งห่างเพียงฝ่ามือเอื้อมอีกมุมห่างจนมองเห็นเพียงเงาลาง ๆ

“ในวันที่จากลากันแม้เราจะไม่ได้เจอกันอีก แต่ผมรู้แน่ว่าผมจะได้พบเขาอีกบนจอภาพยนต์เรื่องนี้ ที่นั่นเขาจะเป็นนิรันดร์ เช่นเดียวความข้อความที่เขาอยากจะพูด หวังว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะลดระยะความไม่เท่าเทียมที่เกิดขึ้นลง ผ่านชีวิตของทุกตัวละครในเรื่องและทุกตัวอักษรในบท”

พร้อมกันนี้ยังขอบคุณไปยังทุก ๆ คนที่เข้ามามีส่วนในการช่วยให้เกิดผลงานชิ้นนี้ และขอให้แฟน ๆ ทุกคนสนุกไปกับเรื่องราวต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในภาพยนตร์ ‘วิมานหนาม’ เข้าฉายแล้ววันนี้ทุกโรงภาพยนตร์

ภาพ : GDH

related ENTERTAINMENT NEWS

วิมานหนาม ได้รับเลือกให้ฉายในเทศกาลภาพยนตร์ Queer Screen's 32nd Mardi Gras Film Festival

13 ม.ค. 2025

วิมานหนาม ได้รับเลือกให้ฉายในเทศกาลภาพยนตร์ Queer Screen's 32nd Mardi Gras Film Festival

มีอีกหนึ่งข่าวดีของแวดวงหนังไทยมาอัปเดต เพราะล่าสุด GDH ออกมาเปิดเผยว่าภาพยนตร์เรื่อง วิมานหนาม (The Paradise of Thorns) ได้รับคัดเลือกให้เข้าฉายที่เทศกาลภาพยนตร์ Queer Screen’s 32nd Mardi Gras Film Festival (อ่าน : มาร์ดิกรา) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-27 กุมภาพันธ์ 2568 ณ เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลียโดย วิมานหนาม จะได้เข้าฉายในวันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ รอบเวลา 18:30 น. ที่ Event Cinemas George Street พร้อมกันนี้ยังเปิดให้คอหนังได้เข้าไปจองตั๋วเข้าชมภาพยนตร์ได้แล้วที่ queerscreen.org.au/sessions/The-Paradise-of-Thornsสำหรับ Mardi Gras Film Festival เป็นเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ ที่นำเสนอภาพยนตร์ LGBTQIA+ ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์รักโรแมนติก ตลก สารคดี ดราม่า โดยจะมีการคัดเลือกผลงานจากทั่วโลกมาฉายเพื่อสนับสนุนความหลากหลาย โดยมีโปรแกรมที่น่าจับตามองไม่ว่าจะเป็น Queer, Young Hearts, High Tide, What a Feeling, Ponyboi, Gay Shorts, The Last Taboo, Lilies Not for Me, Duino, Demons at Dawn, Imagine Me You ฯลฯ รวมถึงตัวแทนหนังไทยอย่าง วิหมานหนามนอกจากโปรแกรมภาพยนตร์ที่ถูกคัดสรรค์มา ในงานยังมี Talk Session ที่จะชวนบุคคลหลากหลายทางเพศ มาพูดคุยเพื่อแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์การทำงานเบื้องหลัง ไม่ว่าจะเป็นในฐานะผู้กำกับ นักเขียนบท เพื่อจุดประกายความสามารถให้กับผู้ร่วมงานด้วยสามารถติดตามรายละเอียดและเช็กโปรแกรมฉายของภาพยนตร์ใน Queer Screen’s 32nd Mardi Gras Film Festival ได้แล้ววันนี้ที่ queerscreen.org.au/whats-onภาพ : GDH

บิวกิ้น พุฒิพงศ์ เล่าถึงการรับบทสายตำรวจสุดโบ๊ะบ๊ะในหนังคอมเมดี้ ‘ซองแดงแต่งผี’ การันตีความสนุกครบรส

11 มี.ค. 2025

บิวกิ้น พุฒิพงศ์ เล่าถึงการรับบทสายตำรวจสุดโบ๊ะบ๊ะในหนังคอมเมดี้ ‘ซองแดงแต่งผี’ การันตีความสนุกครบรส

ด้วยความหลงใหลในศาสตร์การแสดงแนวคอมเมดี้เป็นทุนเดิม เมื่อ บิวกิ้น–พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล ได้รับโอกาสให้มารับบทในภาพยนตร์ ‘ซองแดงแต่งผี’ ผลงานคอมเมดี้เรื่องล่าสุดจาก GDH ที่ร่วมมือกับ Billkin Entertainment และ PP Krit Entertainment เจ้าตัวถึงกับออกอาการแฮปปี้สุด ๆ พร้อมทุ่มเททำการบ้านอย่างหนักเพื่อให้การแสดงออกมาอย่างสมจริงบิวกิ้น เผยถึงความรู้สึกและบทบาทในภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า“หลังจากที่ผมได้รับการติดต่อจากพี่โต้ง บรรจง (ผู้กำกับ) ว่ามีโปรเจกต์ที่น่าสนใจอยากให้ผมมาร่วมแสดง และเมื่อได้ดูหนังเรื่อง Marry My Dead Body ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากในไต้หวัน ผมก็ตอบตกลงทันที เพราะโปรเจกต์นี้เต็มไปด้วยสีสันและมีหลายมิติ แกนหลักของเรื่องแข็งแรงมาก ครบรสทั้งคอมเมดี้ แอ็กชัน และดราม่า ซึ่งพอถูกปรับให้เข้ากับบริบทแบบไทย มันยิ่งทำให้น่าสนใจมากขึ้น“ในเรื่องนี้ ผมรับบทเป็น เม่น อดีตโจรที่กลับใจมาเป็นสายตำรวจ แล้วบังเอิญไปหยิบซองแดงที่ตกอยู่ จนต้องเข้าพิธีแต่งงานกับ ผีตี่ตี๋ ที่รับบทโดย พีพี กฤษฏ์ จากนั้นเราทั้งคู่ต้องร่วมมือกันตามหาคนร้ายตัวจริงที่ทำให้ตี่ตี๋ต้องตาย เพื่อนำเขาไปสู่ภพภูมิใหม่“นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้รับบทแอ็กชันคอมเมดี้ ปกติคนดูจะคุ้นเคยกับผมในบทดราม่ามากกว่า ซึ่งถือเป็นความท้าทายที่ทำให้ผมได้พัฒนาตัวเองในฐานะนักแสดง ผมต้องเข้าคอร์สเวิร์กช็อปเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นจังหวะการแสดงแอ็กชัน หรือการทำให้ฉากตลกมีมิติแบบการ์ตูน แต่ยังต้องคงความสมจริง ไม่ให้ดูโอเวอร์เกินไป และที่ท้าทายสุด ๆ คือฉากเต้นโพลแดนซ์ที่ต้องใช้พละกำลังมหาศาลเพื่อยึดเกาะเสา แม้จะเหนื่อยหนัก แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่สนุกและคุ้มค่ามากครับ“สุดท้ายผมอยากบอกว่า ซองแดงแต่งผี เป็นหนังที่มีหลากหลายมิติ ทีมงานและนักแสดงทุกคนตั้งใจกับผลงานชิ้นนี้มาก ๆ รับรองว่าคนดูจะได้รับความสนุกแบบไม่มีกั๊กแน่นอนครับ”เตรียมเปิดซองแดงและรับแรงกระแทกความฮาพร้อมกันใน ‘ซองแดงแต่งผี’ 20 มีนาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ภาพ : GDH

เต๋อ นวพล เปิดตัวธีมโปสเตอร์หนังเรื่องใหม่ “FAST & FEEL LOVE เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ” ก่อนเปิดโรงไปฟาสต์พร้อมกัน 6 เมษายนนี้

10 มี.ค. 2022

เต๋อ นวพล เปิดตัวธีมโปสเตอร์หนังเรื่องใหม่ “FAST & FEEL LOVE เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ” ก่อนเปิดโรงไปฟาสต์พร้อมกัน 6 เมษายนนี้

เป็นผลงานที่คอหนังเฝ้ารอมากที่สุด สำหรับภาพยนตร์เรื่องใหม่ของ เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ กับค่าย GDH อย่าง “FAST FEEL LOVE เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ” หลังจากสร้างปรากฏการณ์เซอร์ไพรส์ผู้ชม ด้วยการปล่อย Official Teaser ออกมาเป็นน้ำจิ้มเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมกับกระแสจากแฟนๆ ว่า นี่คือผลงานที่อยู่เหนือทุกการคาดเดา และฉีกทุกกฏเกณฑ์ของหนังไทย โดยล่าสุด GDH ได้เปิดตัวธีมโปสเตอร์ของ “FAST FEEL LOVE เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ” ภาพยนตร์แอ็คชั่นในชีวิตประจำวัน ของผู้กำกับขวัญใจเด็กแนว ที่นำแสดงโดย นัท-ณัฏฐ์ กิจจริต, ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์, โปเต้-อนุสรา กอสัมพันธ์ และ ปริมมี่-วิพาวีร์ พัทธณ์ศิริ เต๋อ นวพล เผยว่า “FAST FEEL LOVE เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ เป็นหนังที่เล่าเรื่องราวชีวิตประจำวันในวัย 30+ ที่มีผลต่อความเร็ว ความฝัน และความรัก ซึ่งเราจะได้เห็นบทบาทใหม่ๆ ของนัท กับ ญาญ่า รวมถึงนักแสดงท่านอื่นๆ ผมพูดได้คำเดียวว่าห้ามพลาด แต่ละคนโชว์สกิลการแสดงที่ไม่ทำให้ผมผิดหวังเลย เป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะครับ” “FAST FEEL LOVE เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ” ปฐมบทแอ็คชั่นจากผู้กำกับ เต๋อ นวพล เตรียมตัวฟาสต์พร้อมกันทั่วประเทศ 6 เมษายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ภาพ : GDH

อิงฟ้า วราหะ อธิบายดราม่าใช้ภาษาอังกฤษ ‘ผิดความหมาย’ บนเวที Miss Grand International รอบตัดสิน

27 ต.ค. 2022

อิงฟ้า วราหะ อธิบายดราม่าใช้ภาษาอังกฤษ ‘ผิดความหมาย’ บนเวที Miss Grand International รอบตัดสิน

เป็นอีกครั้งที่เราได้เห็นความสำเร็จของวงการนางงามและตัวแทนสาวไทยบนเวทีการประกวดระดับโลก เมื่อค่ำคืนวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา อิงฟ้า วราหะ คว้าตำแหน่งรองอันดับ 1 จากเวที Miss Grand International 2022 มาครองได้สำเร็จ และถือว่าเป็นอันดับสูงสุดของตัวแทนประเทศไทยบนเวทีนี้ ขณะเดียวกันการได้มาซึ่งตำแหน่งครั้งนี้ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์โดยเฉพาะในรอบการตอบคำถามสิ่งที่เป็นประเด็นจนกลายเป็นดราม่าขึ้นทันทีหลังจากที่ อิงฟ้า พูดแสดงทัศนคติในรอบตอบคำถาม ซึ่งหัวข้อคือการพูดเพื่อเรียกร้องให้ยุติสงคราม และมีประโยคที่เธอพูดว่า “You can make love” เพื่อสื่อถึงการสร้างความรักเพื่อยุติความรุนแรง แทนที่จะใช้คำว่า “Make Love, Not War” ซึ่งเป็นสโลแกนต่อต้านสงคราม ซึ่งหลายคนมองว่า “Make Love” เป็นคำที่มีนัยทางเพศมากกว่าภายหลังจากการประกวดเสร็จสิ้นลง อิงฟ้า มีโอกาสได้ไลฟ์พูดคุยพร้อมกับเล่าความรู้สึกบนเวที รวมถึงส่งคำขอบคุณแทนกำลังใจถึงแฟนนางงามทุกคน เธอยังออกมาเคลื่อนไหวถึงประเด็นดราม่าด้วยการโพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมสตอรี่ระบุว่า “อย่าล้อเลียนใครบางคนที่พูดภาษาอังกฤษได้ไม่ดี เพราะนั่นหมายความว่าเขารู้ภาษาอื่น”อีกทั้งยังอธิบายเพิ่มเติมด้วยว่า เธอก็เป็นแค่คนหนึ่งที่ไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษ แต่ก็ฝึกฝนและพยายามเพื่อความฝันของตัวเอง และไม่เคยกลัวที่จะพูด ไม่เคยคิดจะหยุดพัฒนาตัวเองหรือรู้สึกไม่มั่นใจ ส่วนความผิดพลาดในการสื่อสารสอนให้เรียนรู้ที่จะดีขึ้นกว่าเดิม ‘ภาษาไม่ใช่เรื่องน่าอาย’ภาพ : MISS GRAND INTERNATIONAL

album
efm
-

-