‘ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ’ ครบรอบ 20 ปี GDH ฉลองด้วยการรีมาสเตอร์ระบบ 4K เข้าฉายในโรงภาพยนตร์อีกครั้ง

ENTERTAINMENT NEWS

‘ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ’ ครบรอบ 20 ปี GDH ฉลองด้วยการรีมาสเตอร์ระบบ 4K เข้าฉายในโรงภาพยนตร์อีกครั้ง

16 พ.ค. 2024

ตำนาน ‘ผีขี่คอ’ กำลังจะกลับมากระตุกขวัญคุณอีกครั้ง

เพราะล่าสุด GHD ออกมาเปิดเผยว่าปี 2567 นี้ จะครบรอบ 20 ปีของ ‘ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ’ ภาพยนตร์สยองขวัญในดวงใจคอหนังไทย ผลงานการกำกับของ โต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกูล และ โอ๋-ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ นำแสดงโดย อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม และ จ๋า-ณัฐฐาวีรนุช ทองมี ซึ่งออกฉายเมื่อวันที่ 9กันยายน 2547

GDH เผยว่าจะเฉลิมฉลองด้วยโปรเจกต์พิเศษ นำหนังมารีมาสเตอร์ใหม่ให้เป็นภาพความคมชัดระบบ 4K และมีแผนจะนำ ‘ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ Remastered in 4K’ เข้าฉายในโรงภาพยนตร์อีกครั้ง เพื่อให้แฟน ๆ ได้สัมผัสความระทึกขวัญที่เคยสร้างปรากฏการณ์หนังผีทำเงินทะลุร้อยล้าน! และถูกฮอลลีวูดซื้อลิขสิทธิ์ไปรีเมก

นอกจากนี้ยังตั้งเป้าบุกตลาดภาพยนตร์ระดับนานาชาติ ด้วยการนำ ‘ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ Remastered in 4K’ เข้าร่วมงานตลาดภาพยนตร์ Marché du Film ในเทศกาลหนังเมืองคานส์ หรือ Cannes Film Festival 2024 ที่ประเทศฝรั่งเศส พร้อมกับโปรเจกต์หนังใหม่จาก GDH อย่าง

‘The Paradise of Thorns’ (Working Title : The Marriage) ผลงานการกำกับของ บอส-นฤเบศ กูโน นำแสดงโดย เจฟ ซาเตอร์ และ อิงฟ้า วราหะ

‘404’ (Working Title) ภาพยนตร์แนว Horror / Comedy ที่กำกับโดย เสือ-พิชย จรัสบุญประชา

‘Flat Girls’ (Working Title) ภาพยนตร์แนว Coming-of-Age / Drama ฝีมือการกำกับของ แคลร์-จิรัศยา วงษ์สุทิน

ส่วนรายละเอียดและกำหนดการเข้าฉายใหม่ของภาพยนตร์ ‘ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ Remastered in 4K’ ทาง GDH จะมีการเปิดเผยให้ทราบในเร็ว ๆ นี้

ภาพ : GDH

related ENTERTAINMENT NEWS

จีดีเอช ร่วมกับ บรอดคาซท์ ไทยฯ และ คิวบิกซ์ จับมือแถลง “เดสทินี โทเคน” มอบโอกาสร่วมลงทุนหนัง “บุพเพสันนิวาส ๒”

22 ก.พ. 2022

จีดีเอช ร่วมกับ บรอดคาซท์ ไทยฯ และ คิวบิกซ์ จับมือแถลง “เดสทินี โทเคน” มอบโอกาสร่วมลงทุนหนัง “บุพเพสันนิวาส ๒”

จีดีเอช ร่วมกับ บรอดคาซท์ ไทยฯ และ คิวบิกซ์ จัดงานแถลงข่าวเปิดรายละเอียด เดสทินี โทเคนร่วมลงทุนกับภาพยนตร์ “บุพเพสันนิวาส ๒” ที่ สตูดิโอเติมสุข โดยมี จินา โอสถศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด ร่วมด้วย อรุโณชา ภาณุพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด และ อภิญญา เรืองทวีคูณ Managing Director บริษัท คิวบิกซ์ ดิจิทัล แอสเสท จำกัด ฯลฯ มาร่วมงาน เพื่อพูดคุยถึงรายละเอียดของเดสทินี่ โทเคน ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และจะเปิดให้มีการจองซื้อผ่าน แอปพลิเคชัน Kubix คุณอภิญญา เรืองทวีคูณ กล่าวว่า “สำหรับรายละเอียดของเดสทินี โทเคน ผู้ลงทุนสามารถเลือกได้ 3 รูปแบบ คือI am Glad Tokenราคา 5,559 บาท จำนวนเสนอขาย 15,559 โทเคน,I am Delighted Tokenราคา 155,559 บาท จำนวนเสนอขาย 459 โทเคน และI am Happy Token ราคา 1,555,559 บาท จำนวนเสนอขาย 69 โทเคน รวมทั้งหมด 16,087 โทเคน มูลค่าการระดมทุนกว่า 265 ล้านบาท ระยะเวลาลงทุน 2 ปี โดยผู้ถือโทเคนทุกรูปแบบจะได้รับเงินผลตอบแทนพื้นฐานที่ 2.99% ต่อปี และจะได้ผลตอบแทนพิเศษเพิ่มอีก 2.01% ต่อปี เมื่อภาพยนตร์บุพเพสันนิวาส ๒ มีรายได้ Box Office ทั่วประเทศตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป อีกทั้งจะได้รับสิทธิประโยชน์มากมายตามประเภทของโทเคนที่ถือด้วย เช่น สิทธิการร่วมชมภาพยนตร์บุพเพสันนิวาส ๒ รอบพิเศษก่อนใคร การปรากฏชื่อในเครดิตท้ายภาพยนตร์ในฐานะ Special Destiny Executive Producer รวมทั้งชุดของที่ระลึกคอลเลกชั่นสุดพิเศษ” ด้านคุณจินา โอสถศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด กล่าวว่า “จากความสำเร็จของออเจ้าฟีเวอร์ที่สร้างปรากฏการณ์โด่งดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง ทางจีดีเอชจึงอยากต่อยอดมอบความสุขให้กับผู้ชมอีกครั้ง ด้วยการนำไอเดียของคำว่าบุพเพสันนิวาส ที่ต้องเกิดมาเจอกันทุกชาติทุกภพ มาสร้างเป็นภาพยนตร์ไทย โดยเรามีทีมงานมืออาชีพอย่างพี่เก้ง-จิระ มะลิกุล มาเป็นโปรดิวเซอร์ และได้ ปิ๊ง-อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม รับหน้าที่ผู้กำกับ รวมทั้งยังได้นักแสดงคู่ขวัญ โป๊ป-ธนวรรธน์ และ เบลล่า-ราณี ร่วมด้วย ไอซ์-พาริส ฯลฯ มาร่วมแสดง ทำให้เรามั่นใจมากว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะตราตรึงใจของผู้ชมทั่วประเทศอีกครั้งและในการต่อยอดที่จะทำให้ภาพยนตร์บุพเพสันนิวาส ๒ ประสบความสำเร็จได้นั้น เรามีการปรึกษาหารือกันว่า อยากทำอะไรที่พิเศษและแตกต่าง อยากให้ผู้ชม และแฟนๆ ภาพยนตร์ ได้มีส่วนร่วมกับภาพยนตร์เรื่องนี้ ไม่ใช่แค่เป็นผู้ชมเพียงอย่างเดียว จึงเกิดจุดเริ่มต้นของโทเคนดิจิทัลที่จะมานำเสนอในตลาด เพื่อให้แฟนๆ และผู้ชมคนดูหนังไทยได้มีโอกาสเป็นผู้ร่วมลงทุนในภาพยนตร์ไทยที่ตนเองชื่นชอบ เพื่อส่งเสริมให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน” คุณอรุโณชา ภาณุพันธุ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด กล่าวว่า” จากความสำเร็จของปรากฎการณ์ออเจ้าฟีเวอร์ ทำให้ทางจีดีเอชได้ติดต่อมาว่าอยากทำเป็นภาพยนตร์ ตอนนั้นรู้สึกดีใจมากและเชื่อมั่นว่าจะต้องมีความแปลกใหม่เกิดขึ้นในภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างแน่นอน เพราะจะเป็นการเล่าเรื่องราวในชาติภพต่อไป ที่บุพเพสันนิวาสนำพาให้ทั้งสองได้กลับมาเกิดและเจอกันอีกครั้งในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น รวมทั้งเราได้มีการปรึกษาหารือกันที่จะทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้กลับมาครองใจผู้ชมอีกครั้งสำหรับโทเคนตัวนี้ให้สิทธิประโยชน์หลายอย่าง ทั้งมีสิทธิ์ชมภาพยนตร์ก่อนใคร ได้ของพรีเมี่ยมที่หาซื้อไม่ได้ไว้เก็บเป็นที่ระลึกจึงอยากให้แฟนๆ ออเจ้าเข้ามาเป็นส่วนร่วมกับภาพยนตร์เรื่องนี้ ร่วมกันผลักดันธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนท์ให้เติบโตมากขึ้นในอนาคตค่ะ” ทั้งนี้ ผู้สนใจ เดสทินี โทเคน สามารถเตรียมจองซื้อโทเคนได้เพียงลงทะเบียนสร้างบัญชีบนแอปพลิเคชั่น Kubix โดยตัวแอปจะเปิดให้ดาวน์โหลดในช่วงเดือนมีนาคม 2565 สามารถติดตามข้อมูลของ คิวบิกซ์ และ เดสทินี โทเคน เพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/3LQCPEk, www.facebook.com/kubix.digitalasset หรือติดต่อที่ 02-844-8488 ปิดท้ายที่ บริษัท สเปเชียล เดสทินี จำกัด (Special Destiny) ขอแจ้งให้สื่อมวลชนและประชาชนทุกท่านทราบว่า ภาพยนตร์เรื่องบุพเพสันนิวาส 2 และการเสนอขายโทเคนดิจิทัลต่อประชาชนโดยใช้ชื่อ “DESTINY TOKEN” เป็นการดำเนินการของบริษัท สเปเชียล เดสทินี จำกัด (Special Destiny) ซึ่งถือหุ้นโดย บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด และบริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด เท่านั้น การดำเนินการเสนอขายโทเคนดิจิทัลดังกล่าวจึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) หรือช่อง 3 รวมถึงละครโทรทัศน์เรื่อง บุพเพสันนิวาส และพรหมลิขิต แต่อย่างใด อนึ่ง บริษัท สเปเชียล เดสทินี จำกัด ขอรับรองว่า ภาพยนตร์และโทเคนดิจิทัลไม่มีส่วนที่จัดทำขึ้นโดยละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) หากมีการใช้งานทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว บริษัท สเปเชียล เดสทินี จำกัด จะดำเนินการขออนุญาตใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาให้ถูกต้องก่อนเผยแพร่สู่สาธารณชน

สตูดิโอ Miramax เตรียมรีเมก ‘หลานม่า’ สู่เวอร์ชันฮอลลีวูด อีกก้าวแห่งความสำเร็จของภาพยนตร์ไทยบนเวทีโลก

14 พ.ค. 2025

สตูดิโอ Miramax เตรียมรีเมก ‘หลานม่า’ สู่เวอร์ชันฮอลลีวูด อีกก้าวแห่งความสำเร็จของภาพยนตร์ไทยบนเวทีโลก

หลังจากสร้างปรากฏการณ์ทั้งรายได้และคำชื่นชมจากผู้ชมในหลายประเทศ หลานม่า (How to Make Millions Before Grandma Dies) ภาพยนตร์ดราม่าอารมณ์ละเมียดจากฝีมือผู้กำกับ พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์ กำลังจะเดินทางสู่ก้าวสำคัญอีกขั้น เมื่อ Miramax สตูดิโอระดับตำนานแห่งฮอลลีวูดประกาศเตรียมนำเรื่องราวอบอุ่นนี้มารีเมกในเวอร์ชันสากลด้วยเนื้อหาที่สอดแทรกอารมณ์ขัน ความสะเทือนใจ และความผูกพันอันลึกซึ้งระหว่าง เอ็ม (บิวกิ้น–พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล) หลานชายผู้มองชีวิตด้วยมุมมองฉาบฉวย กับ อาม่า (ยายแต๋ว-อุษา เสมคำ) ผู้ซ่อนความรักไว้ภายใต้ความเงียบงัน หลานม่า ได้กลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่เข้าถึงใจผู้ชมหลากหลายวัย และสามารถทำรายได้มหาศาลกว่า 339 ล้านบาทในประเทศไทย และทะลุ 1.6 พันล้านบาทจากตลาดต่างประเทศนอกเหนือจากความสำเร็จด้านรายได้ ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังจารึกชื่อในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย ด้วยการเป็น ภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่เข้ารอบ 15 เรื่องสุดท้าย ในสาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม บนเวที Academy Awards ครั้งที่ 97 ก้าวย่างที่สะท้อนศักยภาพของวงการหนังไทยในระดับโลกได้อย่างภาคภูมิการที่ Miramax ตัดสินใจรีเมก หลานม่า นับเป็นสัญญาณบวกอันสำคัญ สื่อถึงพลังของเนื้อหาอันเป็นสากลของภาพยนตร์ไทย ที่สามารถเชื่อมโยงหัวใจผู้ชมทั่วโลกได้อย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะเรื่องราวที่ว่าด้วยสายสัมพันธ์ในครอบครัว และการเติบโตภายในจิตใจMiramax เผยว่าพวกเขามองเห็น หลานม่า เป็นภาพยนตร์ที่เปี่ยมด้วยอารมณ์ขัน ความลึก และความงามเหมือนอัญมณี และตั้งใจให้เวอร์ชันรีเมกสามารถเป็นภาพยนตร์สำหรับครอบครัวหลายรุ่น ที่จะได้หัวเราะ ร้องไห้ และเข้าใจกันมากขึ้นในโรงภาพยนตร์หลานม่า เวอร์ชันฮอลลีวูดจึงไม่ใช่เพียงการรีเมกภาพยนตร์ แต่คือบทพิสูจน์ว่าเรื่องราวจากหัวใจคนไทยสามารถเดินทางข้ามพรมแดนไปยังใจของผู้ชมทั่วโลกได้จริง เราต่างตั้งตารอว่าฉบับใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น จะเติมเต็มความรู้สึกที่ต้นฉบับได้มอบไว้ลึกซึ้งเพียงใดภาพ : GDH

‘วิมานหนาม’ และ ‘แฟนฉัน’ 2 หนังไทยเตรียมฉายในเทศกาลภาพยนตร์ CinemAsia Film Festival 2025

03 มี.ค. 2025

‘วิมานหนาม’ และ ‘แฟนฉัน’ 2 หนังไทยเตรียมฉายในเทศกาลภาพยนตร์ CinemAsia Film Festival 2025

อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยยังคงเดินหน้าสร้างความประทับใจบนเวทีระดับโลก ล่าสุด 2 ภาพยนตร์ไทยจาก 2 ยุค ‘วิมานหนาม’ และ ‘แฟนฉัน REMASTERED IN 4K’ ได้รับคัดเลือกให้เข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์ CinemAsia Film Festival 2025 ณ เมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-11 มีนาคม 2568 นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงศักยภาพของวงการหนังไทย‘วิมานหนาม’ เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ได้รับเลือกให้ฉายในสาขา New Visions ซึ่งเป็นหมวดหมู่ที่เปิดพื้นที่ให้กับคนทำหนังรุ่นใหม่ ที่มาพร้อมแนวทางและมุมมองที่โดดเด่น เทศกาลนี้ถือเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้กำกับหน้าใหม่ได้แสดงศักยภาพ และ ‘วิมานหนาม’ ก็ก้าวเข้ามาในฐานะภาพยนตร์ที่น่าจับตามอง ด้วยการเล่าเรื่องที่สดใหม่ผ่านมุมมองที่แสดงถึงพลังสร้างสรรค์ของผู้กำกับยุคใหม่ขณะที่ ‘แฟนฉัน REMASTERED IN 4K’ ได้รับเลือกให้อยู่ในหมวดหมู่ Pioneers ซึ่งเป็นสาขาที่ให้เกียรติภาพยนตร์ระดับตำนานของเอเชีย และนำเสนอผลงานที่ได้รับการปรับคุณภาพภาพและเสียงใหม่ โดยหนังเรื่องนี้ไม่เพียงเป็นที่จดจำของแฟนหนังชาวไทย แต่ยังถือเป็นหนึ่งในผลงานที่ทรงอิทธิพลต่อวงการภาพยนตร์เอเชีย และยังคงเป็นที่รักของผู้ชมทั่วโลกแม้เวลาจะผ่านไปถึงสองทศวรรษการได้รับคัดเลือกให้ฉายในเทศกาล CinemAsia Film Festival 2025 นับเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าภาพยนตร์ไทยกำลังเป็นที่สนใจในระดับสากล ขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพของงานสร้างและการเล่าเรื่องของหนังไทย อีกทั้งยังเป็นโอกาสในการนำเสนอเอกลักษณ์ของวงการภาพยนตร์ไทยบนเวทีระดับนานาชาติด้วยภาพ : GDH

บิวกิ้น พุฒิพงศ์ ทุ่มสุดตัว! ปรับลุค-ลดน้ำหนักกว่า 10 กิโลเพื่อบท ‘เอ็ม’ ในภาพยนตร์เรื่องแรก ‘หลานม่า’

06 มี.ค. 2024

บิวกิ้น พุฒิพงศ์ ทุ่มสุดตัว! ปรับลุค-ลดน้ำหนักกว่า 10 กิโลเพื่อบท ‘เอ็ม’ ในภาพยนตร์เรื่องแรก ‘หลานม่า’

อีกเพียงไม่กี่สัปดาห์แฟน ๆ ก็จะได้รับชม ‘หลานม่า’ ภาพยนตร์เรื่องแรกของปีจาก GDH ฝีมือการกำกับของ พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์ ที่เตรียมพาคอหนังเปิดประตูเข้าบ้านไปสำรวจความสัมพันธ์ภายในครอบครัวว่า เราแอบหลงลืมที่จะดูแลเอาใจใส่ใครคนใดคนหนึ่งในบ้านไปหรือเปล่า โดยหยิบยกเอาความผูกพันของสมาชิกหลากเจเนอเรชันในครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีนมาถ่ายทอด เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศวันครอบครัว และเทศกาลหยุดยาวที่กำลังจะมาถึงหนึ่งในสิ่งที่แฟน ๆ เซอร์ไพรส์และเฝ้ารอคือ ฝีมือการแสดงของ บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล เพราะนี่เป็นครั้งแรกของเขาในฐานะนักแสดงภาพยนตร์ กับการรับบทเป็น ‘เอ็ม’ หลายชายของอาม่า และเพื่อให้สื่อสารเรื่องราวของตัวละครนี้ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด บิวกิ้น จึงทุ่มเททั้งกายและใจ ใส่เต็มร้อยทั้งเวิร์กช็อป และยอมปรับลุคด้วยการรีดน้ำหนักลงไปกว่า 10 กิโลกรัม นับเป็นอีกบทบาทที่ท้าทายอาชีพนักแสดงของเขาไม่น้อยบิวกิ้น เล่าให้เราฟังว่า ผลงานเรื่องนี้เป็นเหมือนการเปิดประตูบานใหม่ในโลกของการแสดง และเพื่อสื่อสารตัวละคร ‘เอ็ม’ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ เขาจึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ผลงานชิ้นนี้ออกมาดีที่สุด“หลานม่า เป็นหนังที่เปิดประตูบานใหม่ และเปิดโลกทางการแสดงให้กับผม ผมอยากปรับภาพลักษณ์ของตัวเอง เพื่อให้เป็นตัวละครเอ็มได้อย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุดตามที่พี่พัฒน์ผู้กำกับต้องการ ผมเลยลดน้ำหนักลงกว่า 10 กิโล เพื่อให้ดูเป็นเด็กติดเกม ตัดผมใหม่ เลือกเสื้อผ้าใหม่ ดีไซน์ท่าทางการเดินใหม่ รวมถึงมุมมองความคิดทุกอย่างให้เป็นตัวละครตัวนี้ให้มากที่สุด ซึ่งตอนไปถ่ายที่ตลาดพลู ไม่มีใครจำผมได้เลย นอกจากนี้ผมกับพี่ ๆ นักแสดงทุกคนก็ได้ทำเวิร์กช็อปกันอย่างหนัก“ผมต้องเวิร์กช็อปกับอาม่า และพี่เจีย ที่รับบทเป็นแม่ของผม ซึ่งพี่เจียมีความเหมือนแม่ผมหลายอย่าง ทำให้เราจูนกันไม่ยาก ผมมีความสุขมาก ๆ ที่ได้มาเล่นหนังเรื่องนี้ เพราะมันทำให้ผมตกตะกอนเรื่องครอบครัวเหมือนกันนะ“ผมถูกสอนมาตลอดว่า ญาติพี่น้องคือคนในครอบครัวเดียวกัน ต้องดูแลรักใคร่กัน อากง อาม่า คือพ่อแม่ของเราอีกคนที่อยู่ด้วยกันมาตลอด กินข้าวด้วยกัน ไปเที่ยวด้วยกัน แต่พอวันหนึ่งเราโตขึ้น มีภาระหน้าที่ที่มากขึ้น พอมองย้อนกลับไป มีโมเมนท์บางอย่างที่เราเคยทำตอนเด็ก ๆ ด้วยกันกับเขา แล้วเราหลงลืมไป หนังเรื่องนื้ทำให้เราย้อนกลับไปมองตรงนั้น“ตอนนี้ผมกลับไปใช้เวลากับครอบครัว กับอาม่ามากขึ้น พาท่านไปเที่ยว ดูแลกันและกันในวันที่ท่านยังอยู่ ผมว่าหนังเรื่องนี้น่าจะรีเลทกับทุกคน เพราะทุกคนน่าจะมีโมเมนท์ดี ๆ กับญาติผู้ใหญ่ที่บ้านด้วยกันทั้งนั้น ยังไงผมขอฝากหนังหลานม่าด้วยนะครับ พวกเราทุกคนเต็มที่กันมากๆ ทั้งผม ยายแต๋ว, พี่ดู๋, พี่เจีย, พี่เผือก, ตู ฯลฯ ฝากเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะครับ”สำหรับภาพยนตร์เรื่อง ‘หลานม่า’ จะเข้าฉายพร้อมกัน 4 เมษายนนี้ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศภาพ : GDH

album
efm
-

-