วิมานหนาม ได้รับเลือกให้ฉายในเทศกาลภาพยนตร์ Queer Screen's 32nd Mardi Gras Film Festival

ENTERTAINMENT NEWS

วิมานหนาม ได้รับเลือกให้ฉายในเทศกาลภาพยนตร์ Queer Screen's 32nd Mardi Gras Film Festival

13 ม.ค. 2025

มีอีกหนึ่งข่าวดีของแวดวงหนังไทยมาอัปเดต เพราะล่าสุด GDH ออกมาเปิดเผยว่าภาพยนตร์เรื่อง วิมานหนาม (The Paradise of Thorns) ได้รับคัดเลือกให้เข้าฉายที่เทศกาลภาพยนตร์ Queer Screen’s 32nd Mardi Gras Film Festival (อ่าน : มาร์ดิกรา) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-27 กุมภาพันธ์ 2568 ณ เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย

โดย วิมานหนาม จะได้เข้าฉายในวันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ รอบเวลา 18:30 น. ที่ Event Cinemas George Street พร้อมกันนี้ยังเปิดให้คอหนังได้เข้าไปจองตั๋วเข้าชมภาพยนตร์ได้แล้วที่ queerscreen.org.au/sessions/The-Paradise-of-Thorns

สำหรับ Mardi Gras Film Festival เป็นเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ ที่นำเสนอภาพยนตร์ LGBTQIA+ ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์รักโรแมนติก ตลก สารคดี ดราม่า โดยจะมีการคัดเลือกผลงานจากทั่วโลกมาฉายเพื่อสนับสนุนความหลากหลาย โดยมีโปรแกรมที่น่าจับตามองไม่ว่าจะเป็น Queer, Young Hearts, High Tide, What a Feeling, Ponyboi, Gay Shorts, The Last Taboo, Lilies Not for Me, Duino, Demons at Dawn, Imagine Me & You ฯลฯ รวมถึงตัวแทนหนังไทยอย่าง วิหมานหนาม

นอกจากโปรแกรมภาพยนตร์ที่ถูกคัดสรรค์มา ในงานยังมี Talk Session ที่จะชวนบุคคลหลากหลายทางเพศ มาพูดคุยเพื่อแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์การทำงานเบื้องหลัง ไม่ว่าจะเป็นในฐานะผู้กำกับ นักเขียนบท เพื่อจุดประกายความสามารถให้กับผู้ร่วมงานด้วย

สามารถติดตามรายละเอียดและเช็กโปรแกรมฉายของภาพยนตร์ใน Queer Screen’s 32nd Mardi Gras Film Festival ได้แล้ววันนี้ที่ queerscreen.org.au/whats-on

ภาพ : GDH

related ENTERTAINMENT NEWS

‘วิมานหนาม’ และ ‘แฟนฉัน’ 2 หนังไทยเตรียมฉายในเทศกาลภาพยนตร์ CinemAsia Film Festival 2025

03 มี.ค. 2025

‘วิมานหนาม’ และ ‘แฟนฉัน’ 2 หนังไทยเตรียมฉายในเทศกาลภาพยนตร์ CinemAsia Film Festival 2025

อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยยังคงเดินหน้าสร้างความประทับใจบนเวทีระดับโลก ล่าสุด 2 ภาพยนตร์ไทยจาก 2 ยุค ‘วิมานหนาม’ และ ‘แฟนฉัน REMASTERED IN 4K’ ได้รับคัดเลือกให้เข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์ CinemAsia Film Festival 2025 ณ เมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-11 มีนาคม 2568 นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงศักยภาพของวงการหนังไทย‘วิมานหนาม’ เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ได้รับเลือกให้ฉายในสาขา New Visions ซึ่งเป็นหมวดหมู่ที่เปิดพื้นที่ให้กับคนทำหนังรุ่นใหม่ ที่มาพร้อมแนวทางและมุมมองที่โดดเด่น เทศกาลนี้ถือเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้กำกับหน้าใหม่ได้แสดงศักยภาพ และ ‘วิมานหนาม’ ก็ก้าวเข้ามาในฐานะภาพยนตร์ที่น่าจับตามอง ด้วยการเล่าเรื่องที่สดใหม่ผ่านมุมมองที่แสดงถึงพลังสร้างสรรค์ของผู้กำกับยุคใหม่ขณะที่ ‘แฟนฉัน REMASTERED IN 4K’ ได้รับเลือกให้อยู่ในหมวดหมู่ Pioneers ซึ่งเป็นสาขาที่ให้เกียรติภาพยนตร์ระดับตำนานของเอเชีย และนำเสนอผลงานที่ได้รับการปรับคุณภาพภาพและเสียงใหม่ โดยหนังเรื่องนี้ไม่เพียงเป็นที่จดจำของแฟนหนังชาวไทย แต่ยังถือเป็นหนึ่งในผลงานที่ทรงอิทธิพลต่อวงการภาพยนตร์เอเชีย และยังคงเป็นที่รักของผู้ชมทั่วโลกแม้เวลาจะผ่านไปถึงสองทศวรรษการได้รับคัดเลือกให้ฉายในเทศกาล CinemAsia Film Festival 2025 นับเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าภาพยนตร์ไทยกำลังเป็นที่สนใจในระดับสากล ขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพของงานสร้างและการเล่าเรื่องของหนังไทย อีกทั้งยังเป็นโอกาสในการนำเสนอเอกลักษณ์ของวงการภาพยนตร์ไทยบนเวทีระดับนานาชาติด้วยภาพ : GDH

เต้ย พงศกร ไม่ติด! หากถูกเสนอให้รับบทนำในซีรีส์วาย หลังโชว์สกิลทางการแสดงใน ‘วิมานหนาม’

23 ก.ย. 2024

เต้ย พงศกร ไม่ติด! หากถูกเสนอให้รับบทนำในซีรีส์วาย หลังโชว์สกิลทางการแสดงใน ‘วิมานหนาม’

หลังจาก เต้ย-พงศกร เมตตาริกานนท์ พลิกบทบาทการแสดงสุดเข้มข้นในภาพยนตร์ ‘วิมานหนาม’ กับค่าย GDH ซึ่งผลงานเรื่องนี้ไม่เพียงแต่จะพาให้เขาเข้าทำเนียบนักแสดง 200 ล้านจากรายได้เข้าฉายทั่วประเทศ แต่ยังให้เขาได้โชว์สกิลทางการแสดงสุดเข้มข้นจากบทคู่รักหนุ่มชาวสวนที่ต่อสู้เพื่อความฝันของตัวเองในเรื่องมีหลากฉากที่เขาต้องแสดงความรู้สึกต่อตัวละครเอกที่นำแสดงโดย เจฟ ซาเตอร์ จนผู้ชมหลายคนอินและเซอร์ไพรส์กับการแสดงของ เต้ย และ เจฟ ที่มีเคลงตัวสุด ๆ ซึ่ง เต้ย บอกว่าสำหรับเขาแล้วนี่คือการพลิกบทบาทครั้งใหญ่ที่สุด แม้จะเริ่มต้นด้วยความกังวลว่าจะสามารถทำได้ดีมากน้อยขนาดไหน แต่เมื่อได้เข้าไปเวิร์กชอปและเรียนรู้เทคนิคการเข้าถึงความรู้สึกของตัวเองที่เป็นคู่รัก ก็ทำให้เขาถ่ายทอดความรู้สึกออกมาได้ตรงตามบทและคาแรกเตอร์“ผมอยากให้ผลงานชิ้นนี้ออกมาสมบูรณ์แบบครับ เลยตั้งใจกับงานชิ้นนี้มากเป็นพิเศษ ฉากสำคัญหลายฉากที่เราต้องแสดงความรู้สึกต่อกัน ยอมรับว่าตอนถ่ายทำใช้เวลาไปหลายเทค เพราะผมและเจฟ รวมถึงทีมอยาให้ออกมาดีที่สุด ก่อนการถ่ายทำก็มีการคุยกับเจฟว่า เราจะใส่เต็มไปเลย ซึ่งพอหนังเข้าฉายและกระแสตอบรับจากผู้ชมที่ชื่นชอบ ก็ทำให้ผมดีใจมาก ๆ เลยครับ”เต้ย ยังบอกอีกว่าจากกระแสฟีเวอร์ของหนัง ‘วิมานหนาม’ มีแฟน ๆ หลายคนเข้าไปแซวเขาว่าอยากให้มีโอกาสรับซีรีส์วายสักครั้ง ซึ่งเต้ยบอกว่า ส่วนตัวแล้วเขาไม่ติดกับบทแนวนี้เลย และก็ยินดีมาก ๆ หากจะได้รับการเสนอบทนำในซีรีส์วาย หากมีผู้จัดที่เขาไม่ยึดติดเรื่องอายุ“ถ้ามีติดต่อมาก็ไม่ติดนะครับ เพราะผมมองว่าทุกอย่างก็คือการแสดง และผมคิดเสมอว่านักแสดงที่ดีต้องเล่นได้ทุกบทครับ”ภาพ : GDH

GDH ปล่อย Official Posters 3 ใบ! เพื่ออุ่นเครื่องก่อนย้อนวัยไปสัมผัสรักครั้งแรกในภาพยนตร์ ‘เธอกับฉันกับฉัน’ 9 ก.พ. นี้

12 ม.ค. 2023

GDH ปล่อย Official Posters 3 ใบ! เพื่ออุ่นเครื่องก่อนย้อนวัยไปสัมผัสรักครั้งแรกในภาพยนตร์ ‘เธอกับฉันกับฉัน’ 9 ก.พ. นี้

ประเดิมปีใหม่ 2566 ค่ายหนัง GDH ปล่อย Official Posters 3 ใบจากภาพยนตร์เรื่องแรกรับกระต่ายอย่าง ‘เธอกับฉันกับฉัน’ (YOU ME ME)ภาพยนตร์แนวโรแมนติกที่จะชวนทุกคนย้อนวัยไปสัมผัสความรักครั้งแรกของพวกเขาทั้ง 3 คน ก่อนจะได้ชมกันแบบเต็มๆ ในโรงภาพยนตร์ 9 กุมภาพันธ์ 2566สำหรับ ‘เธอกับฉันกับฉัน’ (YOU ME ME) เป็นผลงานการกำกับของผู้กำกับหญิงฝาแฝด วรรณแวว และ แวววรรณ หงษ์วิวัฒน์ ที่ได้นักแสดงหน้าใหม่มาแรงอย่าง ใบปอ-ธิติยา จิระพรศิลป์ มารับบทเป็นฝาแฝด ‘ยู-มี’ และ โทนี่-อันโทนี่ บุยเซอเรท์ รับบท ‘หมาก’ ชายหนุ่มผู้ทำให้หัวใจของพวกเธอหวั่นไหว ทั้งยังได้ โต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกูล เจ้าของผลงาน ‘แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว’(2559) และ‘ร่างทรง’(2564) มาช่วยดูแลในฐานะโปรดิวเซอร์สามารถรอพบเธอ...เตรียมเจอฉันพร้อมกัน 9 กุมภาพันธ์ 2566 ในโรงภาพยนตร์ภาพ : GDH

เจฟ ซาเตอร์ จะมารับบทนำใน Project D ของ GDH ร่วมกับ อิงฟ้า วราหะ ซึ่งมีกำหนดเปิดกล้องปลายปีนี้

29 ส.ค. 2023

เจฟ ซาเตอร์ จะมารับบทนำใน Project D ของ GDH ร่วมกับ อิงฟ้า วราหะ ซึ่งมีกำหนดเปิดกล้องปลายปีนี้

GDH ออกมาอัปเดตความคืบหน้าของ Project D (Working Title) หนึ่งในโปรเจกต์ภาพยนตร์ชิ้นใหม่ของ GDH ผลงานของผู้กำกับ บอส-นฤเบศ กูโน ว่าจะกลับมาเริ่มกระบวนการทำงานอีกครั้ง หลังต้องระงับการทำงานไปชั่วคราว โดยมีความเปลี่ยนแปลงลิสของนักแสดงซึ่งครั้งนี้ได้ เจฟ ซาเตอร์ (Jeff Satur) ศิลปินและนักแสดงมากความสามารถมารับบทนำคู่กับ อิงฟ้า วราหะ“บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด ขอประกาศอัปเดตความคืบหน้าของภาพยนตร์ โปรเจกต์ D (Working Title) ซึ่งทางบริษัทมีเหตุจำเป็นต้องระงับการถ่ายทำไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เนื่องจากความไม่ลงตัวของระยะเวลาในการเตรียมงาน“ซึ่งทางบริษัทฯ ผู้กำกับภาพยนตร์ และทีมงานที่เกี่ยวข้องกับโปรเจกต์นี้ ได้ใช้เวลาในช่วงที่ผ่านมาในการแก้ไขปรับเปลี่ยนรายละเอียดต่างๆ ของบทภาพยนตร์จนสมบูรณ์เรียบร้อย ทางบริษัทฯ จึงขอแจ้งให้แฟน ๆ ทราบว่า ขณะนี้ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวกำลังจะเข้าสู่กระบวนการเตรียมงานก่อนการถ่ายทำจริงแล้ว โดยทีมนักแสดงหลักทั้ง 5 ท่าน ได้แก่ เจฟ ซาเตอร์, อิงฟ้า วราหะ, พงศกร เมตตาริกานนท์, หฤษฎ์ บัวย้อย และ สีดา พัวพิมล จะเริ่มทำการเวิร์กช็อปร่วมกัน เพื่อให้พร้อมสำหรับการเปิดกล้องที่จะเกิดขึ้นในปลายปีนี้“ทางบริษัทฯ ขอขอบคุณแฟนๆ ที่ให้ความสนใจรอชมภาพยนตร์เรื่องนี้ และให้การสนับสนุนที่ดีเสมอมา”สำหรับ Project D ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน GDH Line Up 2023 นำแสดงโดย พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร แต่เนื่องด้วยระยะเวลาในการเตรียมงาน รวมถึงสถานที่ที่ไม่ลงตัว ทำให้ต้องระงับการถ่ายทำไปชั่วคราว ขณะที่แฟนคลับเองก็แอบเสียดายที่จะไม่ได้เห็นฝีมือการแสดงภาพยนตร์ของ พีพี แต่ก็เคารพการตัดสินใจของทุกฝ่ายทางด้าน เจฟ ซาเตอร์ ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้แล้วว่า เป็นโอกาสดีที่ได้ร่วมงานกับทาง GDH และนักแสดงทุกคนในเรื่อง ส่วนตัวเขารู้สึกว่าเป็นงานที่ท้าทายมาก รวมถึงประเด็นหลักของเรื่องที่จะพูดถึงก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจทีเดียว“จริงๆ เราคุยกันมาประมาณ 3-4 เดือนแล้ว พอได้เห็นตัวบทก็รู้สึกว่ามันท้าทายมาก หลังจากนั้นก็ได้เข้าไปแคสต์กับพี่บอสผู้กำกับ ความน่าสนใจของตัวบทคือ มีการพูดถึงประเด็นที่น่าสนใจมาก ๆ ซึ่งเกี่ยวกับ LGBT ด้วย แล้วมันเป็นประเด็นที่ผมพูดมาตลอด เรารู้สึกว่าก็ดีนะถ้าเราจะได้เป็นตัวแทนในการพูดถึงเรื่องนี้แทนคนที่เขาไม่สามารถพูดออกมาได้ รวมถึงไดนามิกของเรื่องมันค่อย ๆ ไล่ไปจนถึงจุดที่มันไม่น่าจะไปถึงได้“ตอนแรกผมก็รู้สึกกังวลว่าผมเหมาะหรือเปล่า ซึ่งผู้ใหญ่บอกว่าจากการได้ดูวิดีโอแคสต์ก็รู้สึกว่านี่เป็นเวอร์ชั่นที่เขาอยากจะเห็นในหนังเรื่องนี้ ตอนแรกที่ผมกังวลเพราะตัวบทมันท้าทายมาก แล้วผมอาจจะมีเวลาเตรียมตัวไม่ได้เยอะขนาดนั้น แล้วการที่จะต้องทรานส์ฟอร์มตัวเองไปเป็นคนอื่นมันก็ยาก การทำงานเพลงมันคือการเป็นตัวเรา แต่งานหนังมันเป็นการทิ้งตัวเราแล้วไปเป็นคนอื่น“ผมไม่ได้รู้สึกว่ามันกดดันอะไรในเรื่องนี้ แต่ถ้าจะกดดันผมกดดันกับเรื่องบทมากกว่า ในฐานะเป็นนักแสดงสิ่งที่ต้องทำการบ้านจริง ๆ คือตัวบท แล้วเราจะไปเป็นคนคนนั้นในหนังเรื่องนี้ได้ยังไง”เจฟ ยังบอกอีกว่า คาแร็กเตอร์ในเรื่องนี้ถือว่าเป็นที่สุดของการทรานส์ฟอร์มตัวเอง เพราะนี่จะเป็นครั้งแรกที่แฟน ๆ ได้เห็นเขาในลุคผิวดำและต้องโกนหัว ซึ่งเขามองว่าหากจะต้องไปเป็นคนอื่น ก็ต้องทิ้งตัวตนของตัวเองไว้ที่หน้าเซ็ตแล้วเข้าไปในโลกของตัวละครนั้นจริง ๆ ต้องรอดูว่าฝีมือการแสดงของเขาจะออกมาเป็นยังไง แต่ที่แน่ ๆ เจฟ ก็ทุ่มสุดตัวเลยทีเดียวภาพ : Wayfer Records

album
efm
-

-