คุณหมอเรียกพบตัวด่วน!! “อันฮโยซอบ” เตรียมมาไทยกับ เอเชียทัวร์แฟนมีตติ้ง!!

ENTERTAINMENT NEWS

คุณหมอเรียกพบตัวด่วน!! “อันฮโยซอบ” เตรียมมาไทยกับ เอเชียทัวร์แฟนมีตติ้ง!!

25 พ.ค. 2023

อยู่ๆ ก็รู้สึกไม่สบาย อยากเป็นคนไข้ขึ้นมาทันที! แฟนๆ ชาวไทยกำลังจะได้พบกับนักแสดงหนุ่มสุดฮอต-คุณหมอสุดหล่อแห่งโรงพยาบาลทลดัม “อันฮโยซอบ” (Ahn Hyo Seop) พระเอกเบอร์ท็อปจากผลงานซีรีส์เกาหลีเรตติ้งแรงเรื่องล่าสุด Dr. Romantic 3 รวมถึงผลงานสุดปังก่อนหน้านี้ Business Proposal กับบทบาทท่านประธานสายเปย์คลั่งรัก

 

งานนี้ต้นสังกัด The Present ประกาศข่าวดี เอเชียทัวร์แฟนมีตติ้งมาแน่! โดยจะเริ่มขึ้นที่กรุงโซล ในวันที่ 16 กรกฎาคม ตามด้วย กรุงเทพฯ, ไทเป, จาการ์ตา, ฮ่องกง และ โตเกียว

แฟนๆ ชาวไทยรอติดตามรายละเอียดของงานแฟนมีตติ้งครั้งนี้เพิ่มเติมกันได้ทางออฟฟิเชียลแฟนเพจของผู้จัดงาน Feoh Thai https://www.facebook.com/FeohTH ทวิตเตอร์ @FeohThai https://twitter.com/FeohThai และอินสตาแกรม FeohThai (@feoh.thai) https://www.instagram.com/feoh.thai/

 

ภาพ Feoh Thai

related ENTERTAINMENT NEWS

26 สิงหาคมนี้ ‘Lauv’ มีนัด มาพบกันอีกครั้งนะครับ ในงาน ‘lauv the between albums tour bangkok’ พร้อมศิลปินรับเชิญ Alexander 23

28 เม.ย. 2023

26 สิงหาคมนี้ ‘Lauv’ มีนัด มาพบกันอีกครั้งนะครับ ในงาน ‘lauv the between albums tour bangkok’ พร้อมศิลปินรับเชิญ Alexander 23

รักเมืองไทยกว่าใครต้องยกให้คนนี้! Lauv กลับมาอีกครั้งพร้อมคอนเสิร์ตใหญ่ในรอบ 3 ปี ‘lauv the between albums tour’ ที่มีกำหนดออนทัวร์ทั่วเอเชียกว่า 8 เมือง ได้แก่ เซินเจิ้น เซี่ยงไฮ้ ฮ่องกง ไทเป โซล สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ รวมถึงกรุงเทพฯ บ้านเราในวันที่ 26 สิงหาคมนี้Lauv เจ้าของผลงานเพลงฮิต “I Like Me Better” เป็นศิลปินที่มักถูกพูดถึงการแง่การนำเสนอแนวเพลง และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ให้กับวงการเพลงยุคปัจจุบัน เขานิยามตัวเองว่าเป็นนักเล่าเรื่อง (Storyteller) และเรื่องราวที่ Lauv เผยแพร่ออกไปนั้น ก็ได้กลายเป็นเพลงแห่งยุคสมัย พิสูจน์ได้จากรางวัลแพลตินัมมากมาย รวมไปถึงการไต่ชาร์ตระดับโลก และผลงานเพลงที่ถูกเปิดอย่างต่อเนื่องที่เรามักจะได้ยินไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลกผลงานรวมเพลงอัลบั้มแรกของ Lauv อย่าง I Met You When I was 18 เป็นที่จดจำในฐานะอัลบั้มที่รวมเพลงโกลบอลฮิต ไม่เพียงแต่ “I Like Me Better” ที่กล่าวถึงไปแล้ว ยังมี “The Other” ซิงเกิลที่ทำให้ Lauv เริ่มเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางอีกด้วย ในอัลบั้มเดียวกันนี้ผลงานคอลแลบกับศิลปินที่กลมกล่อมลงตัวไม่ว่าจะเป็น “I’m So Tired” ที่ทำร่วมกับ Troye Sivan หรือ “There’s No Way” ฟีเจอริ่ง Julia Michaels และ “Fuck, I’m Lonely” ที่ได้ Anne-Marie มาร่วมร้องด้วยในปี 2563 Lauv ได้พาอัลบั้มเต็มชุดแรก ~how i'm feeling~ ขึ้นอันดับ 20 บน Billboard Top 200 ด้วยเพลงฮิต “Who” [feat. BTS], “El Tejano” [feat. Sofia Reyes], “Canada” [feat. Alessia Cara], และ “Mean It” ร่วมกับ LANY นิตยสารเพลงชื่อดังอย่าง NME กล่าวถึงอัลบั้มชุดนี้ของ Lauv ว่า “เป็นอัลบั้มเดบิวต์ที่งดงาม และทรงพลัง” และคำวิจารณ์จาก Teen Vogue ว่าเป็น “รวบตึง 21 เพลงที่ระบายความรู้สึกต่อความรักโลกาภิวัตน์ ที่อ่อนล้า โรแมนติกร้าย”ระหว่างที่เดินหน้าออนทัวร์ตามมิวสิคเฟสติวัล และขึ้นซัพพอร์ต Ed Sheeran ไปด้วย Lauv ก็ซุ่มทำเพลงจนได้ผลงานชุด All 4 Nothing, บทเพลงที่อุทิศให้แก่ช่วงเวลาไร้เดียงสาของวัยเยาว์ บรรเทาปมยุ่งเหยิงของวัยผู้ใหญ่ ที่ขยายขอบเขตของเพลงป๊อปให้ไกลโพ้นกว่าเดิมแฟน ๆ เตรียมตัวให้พร้อม ซ้อมร้องเพลง Lauv แล้วมาเจอกันใน ‘lauv the between albums tour bangkok’ วันเสาร์ที่ 26 สิงหาคมนี้ ที่บอลรูม ฮอลล์ 1-4 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมศิลปินรับเชิญพิเศษ Alexander 23 บัตรราคา 1,800 / 2,300 และ 2,800 บาท ไลฟ์เนชั่นเทโรพรีเซลส์ 5 พฤษภาคมนี้ (10.00 - 22.00 น.) จำหน่ายบัตรรอบทั่วไป 6 พฤษภาคมนี้ 10.00 น. เป็นต้นไป ทาง livenation.co.thภาพ Live Nation Tero

บ้านพักร้างสร้างเรื่อง! 12 พยานหลอนเห็นตรงกัน ขนาดทำบุญใหญ่แล้วก็ยังดุดัน ไม่เกรงใจใคร! | อังคารคลุมโปง

27 ธ.ค. 2022

บ้านพักร้างสร้างเรื่อง! 12 พยานหลอนเห็นตรงกัน ขนาดทำบุญใหญ่แล้วก็ยังดุดัน ไม่เกรงใจใคร! | อังคารคลุมโปง

รายการ ‘อังคารคลุมโปง’ ที่ผ่านมา (20 ธันวาคม 2565) ได้เชิญ ‘คุณแจ็ค The Ghost Radio’ กลับมาเล่าเรื่องผีกันอีกครั้ง คราวนี้แพ็คความหลอนมาเต็มกระเป๋าต้อนรับปีใหม่ กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘ผีในวงเหล้า’ งานนี้ทำเอาดีเจแนน และดีเจซันเดย์ต้องอ้าปากค้าง ยกให้เป็นเรื่องหลอนระดับสิบกันเลยทีเดียว !คุณแจ็คเกริ่นเรื่องว่า ในทุก ๆ วงสนทนา และการดื่มกินสังสรรค์ ภายใต้ค่ำคืนแห่งความมืดมิด บรรยากาศหลอน ๆ ชวนให้ต้องเล่าเรื่องผี ดังนั้นเรื่องที่จะเล่านี้ ผีไม่ได้ปรากฏขึ้นมาในวงเหล้าให้เห็นจะ ๆ แต่เป็นเรื่องเล่าที่เกิดขึ้นในวงสนทนาเรื่องนี้มาจาก ‘คุณเยี่ยม’ เพื่อนของ ‘คุณเซน’ แฟนรายการ The Ghost Radio เขาเล่าว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับกลุ่มคน 12 คน ที่อยู่ในสถานที่เดียวกัน ทั้งหมดเป็นพยานความหลอนในครั้งนี้ ย้อนกลับไปเมื่อช่วงที่พึ่งเข้าไปทำงานใหม่กับบริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่งในตำแหน่ง ‘โฟร์แมน’ หรือ ‘ผู้ควบคุมงานก่อสร้าง’ ครั้งนั้นได้รับมอบหมายให้ไปทำงานสร้างห้างสรรพสินค้าในจังหวัดปราจีนบุรี ทางคุณเยี่ยมและเพื่อนร่วมงาน ก็ต้องเดินทางไปประจำที่ไซต์งานแห่งนั้น โดยทางบริษัทได้จัดหาที่พักไว้ให้ และต้องอยู่ที่นั่นเป็นเวลา 7 เดือนเต็มที่พักแห่งนี้มีลักษณะเป็นคูหาทั้งหมด 8 ห้องใหญ่ กำแพงไม่ติดกัน เหมือนเป็นแท่งสี่เหลี่ยมยาว ๆ ลึกเข้าไป ด้านหน้าของตึกติดตั้งระเบียงเหล็ก (คล้ายกับตะแกรงเหล็ก) และมีบันไดขึ้นทั้ง 2 ทาง เหมือนทางขึ้นเมรุอย่างไรอย่างนั้น ซึ่งทางบริษัทจัดหาไว้ให้ 3 ห้อง นับเรียงจากฝั่งซ้าย (คุณแจ็คขอเรียกเป็นห้องซ้าย ห้องกลาง ห้องขวา) แต่ละห้องจะแบ่งเป็น 2 ห้องนอน (นอนด้วยกันห้องนอนละ 2 คน ก็จะพอดีจำนวน 12 คน) คุณแจ็คเล่าเสริมว่า อาชีพโฟร์แมนจะมีความรู้เรื่ององค์ประกอบการก่อสร้าง แต่เมื่อได้เห็นที่พักที่ถูกจัดให้พักนั้นก็เกิดความรู้สึกว่ามัน ‘แปลก’ ชอบกลในแต่ละห้อง ส่วนของชั้นล่างจะโล่ง มีบันไดขึ้นชั้นบน มีห้องนอน 2 ห้อง คือ ห้องนอนด้านหน้าที่ติดกับระเบียงเหล็ก และห้องนอนด้านหลัง ส่วนที่แปลกคือประตูทางเข้าของห้องนอนด้านหน้าต้องเข้าจากทางระเบียงเท่านั้น ไม่มีประตูให้เข้าจากข้างใน แม้จะเป็นสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยเพียงใด เหล่าโฟร์แมนทั้ง 12 คนก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะที่พักแห่งนี้ถูกจัดมาให้เรียบร้อยแล้ว ถ้าจะให้หาที่พักใหม่ ก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเองวันหนึ่ง หลังจากเลิกงาน ก็มีปาร์ตี้สังสรรค์กินดื่มกันบ้างเป็นเรื่องปกติ 1 ใน 12 โฟร์แมน นามว่า ‘คุณต้อม’ บอกว่ารู้สึกเหนื่อย จึงขอเข้าไปนอนพักแทนที่จะสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงาน สมาชิกที่เหลือไม่ได้ผิดสังเกตอะไร จึงดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน จนถึงเวลาประมาณ 4 ทุ่ม คุณต้อมก็วิ่งหน้าตื่นออกมาจากห้อง แล้วบอกว่า “ผีอำว่ะ” เพื่อนร่วมงานที่เป็นชายปากกล้าก็ถามกลับไปว่า “คิดมากไปหรือเปล่า นอนมากไป ฝันมากไป ผีไม่มีหรอก และผีที่อำเนี่ย ผู้หญิงหรือผู้ชาย ถ้าเป็นผู้หญิง เดี๋ยวจัดการให้” สิ้นเสียงนั้น ทุกคนในที่นั้นก็เห็นผ้าขนหนูผืนบางที่ถูกแขวนอยู่ตรงผนังหลุดออกมา แล้วก็ถูกเหวี่ยงมาใส่หน้าของผู้ชายคนนั้น! ทุกคนทั้งอึ้งและงงกับเหตุการณ์นั้น จากนั้นพี่ซีเนียร์ในกลุ่มก็พยายามพูดเพื่อไม่ให้ทุกคนหวั่นกระเจิงไปกันใหญ่ว่า “ห้องนี้ไม่ได้ปิดประตูหน้าต่างให้มันดี ลมมันอาจจะพัดมาก็ได้” แต่ทุกคนก็อดคิดไม่ได้ช่วงกลางวันของวันต่อมา คุณเยี่ยมก็ออกเดินสำรวจพื้นที่รอบ ๆ สิ่งหนึ่งที่เห็นคือบริเวณหน้าประตูมีปี่เซียะตั้งอยู่ นั่นไม่ใช่จุดที่ผิดสังเกต แต่สิ่งที่ชวนสงสัยคือทุกซอกทุกมุมของตึกไม่ว่าจะเป็นประตู หน้าต่าง มีปี่เซียะวางอยู่ทุกจุด! คุณเยี่ยมคิดว่าเจ้าของตึกอาจจะมีความเชื่อทางด้านนี้ และเขาเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปี่เซียะมีไว้ทำไม จึงไม่ได้สนใจแม้จะสงสัยอยู่ในใจก็ตามหลังจากนั้นหลังเลิกงาน ปาร์ตี้สังสรรค์ก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง เวลาประมาณเที่ยงคืนทุกคนก็เริ่มแยกย้ายไปนอน เริ่มจากห้องกลาง เป็นห้องของคุณเยี่ยมและคุณต้อม ระหว่างที่กำลังจะเคลิ้มหลับประมาณตีหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงคนเดินขึ้นมาจากบันได คล้ายกับเสียงรองเท้าคัทชูไม่ก็ส้นสูง คุณเยี่ยมนอนฟังอยู่ก็นึกสงสัยว่าใครกันที่จะใส่รองเท้าแบบนั้นเดินขึ้นบันได เพราะทั้งเขาและคุณต้อมต่างก็เป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่ จากเสียงรองเท้ากระทบกับปูนก็เปลี่ยนเป็นเสียงที่กระทบกับเหล็กดัง “ก๊องแก๊ง ก๊องแก๊ง” ไปตามจังหวะการเดินคุณเยี่ยมที่นอนอยู่มองเห็นเงาของผู้หญิงผ่านหน้าต่าง สักพักเงานี้ก็เอาอะไรบางอย่างทุบกำแพงดัง “ตึงๆๆๆๆ” ซึ่งคุณเยี่ยมที่นอนอยู่ก็คิดว่าคงโดนเข้าให้แล้ว จึงหันไปหาคุณต้อมที่นอนอยู่ข้าง ๆ ก็พบว่า คุณต้อมเองก็ไม่ได้หลับเช่นกัน! ทั้งคู่ตาเบิกโพลงและทำได้แค่มองหน้ากัน ไม่ทันได้หายตกใจ เงาร่างนั้นก็เดินไล่บนระเบียงไปห้องซ้ายไปห้องขวา เดินไปเดินมา (ระเบียงเชื่อมกันหมด) จนถึงตีสาม คุณเยี่ยมและคุณต้อมก็ยังนอนฟังเสียงนั้นอยู่และไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเจอกับอะไร!วันต่อมา ทั้งคู่ได้เล่าเรื่องที่เจอให้กับทุกคนฟัง ฝ่ายห้องขวาเป็นผู้หญิงก็บอกว่า “หนูคิดว่าหนูได้ยินแค่ 2 คน” ส่วนห้องทางซ้ายเป็นพี่ซีเนียร์คู่กับผู้ชายปากกล้าก็บอกว่า “ได้ยินเสียงเดินแบบนี้ทั้งคืน ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร” เมื่อทุกคนไม่รู้ว่ากำลังเจอกับอะไร แต่หลังจากนั้นเป็นเวลากว่า 1 อาทิตย์ เมื่อเข้าสู่เวลาตีหนึ่ง เสียงนั้นก็จะดังขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และไม่มีใครใจกล้าพอที่จะออกไปดูว่ามันคืออะไรกันแน่..เรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้นจากห้องข้างหน้าไม่พอ ห้องข้างหลังเองก็เช่นกัน เขาเล่าว่า “ตอนที่นอนอยู่นั้น ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย แต่ผมโดนผีอำ” ไม่ได้โดนผีอำแค่คนเดียว แต่ทุกคนที่นอนอยู่ห้องข้างหลังก็โดนผีอำกันทุกคน! เมื่อเรื่องมันชักจะไปกันใหญ่ ทุกคนจึงตกลงกันว่าหลังจากนี้จะไม่ดื่มแอลกอฮอล์กันอีกและนอนให้เร็วขึ้น เผื่อว่าจะดีขึ้นเมื่อเปลี่ยนเวลาให้นอนเร็วขึ้น คุณเยี่ยมกลับไม่สบายตัวอย่างที่คิด เขานอนกระสับกระส่าย จนถึงเวลา 4 ทุ่ม เสียงเคาะหน้าต่างก็ดังขึ้น! “พี่ๆ ช่วยหนูด้วย!” เป็นน้องผู้หญิง 2 คน ที่มาจากห้องขวาวิ่งมาขอความช่วยเหลือ เมื่อเปิดประตูออกไป น้องก็บอกว่า “หนูอ่ะ หลับไปแล้ว ส่วนเพื่อนอีกคนลุกไปเข้าห้องน้ำ ก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนมาทำกับข้าวอยู่ข้างล่าง แล้วก็มีเสียงคนซักผ้า” เธอเล่าต่อว่าพอเข้าห้องน้ำเสร็จก็ปิดไฟเดินกลับมาที่ห้อง เพื่อนคนที่นอนอยู่ก็นอนบิดไปบิดมา สักพักก็เอามาคว้าอะไรบางอย่าง แล้วก็ตะโกนออกมา “ว๊ากกกกก!” หลุดออกมาจากอาการผีอำ! เธอเล่าเพิ่มเติมว่าเหมือนมีผู้หญิงคนนึงมานั่งทับที่หน้าอก แล้วก็จับตัวไว้ไม่ให้ขยับ พอเพื่อนที่ลุกไปเข้าห้องน้ำกลับมา ถึงได้หลุดออกจากตรงนั้น เมื่อเห็นท่าไม่ดี จึงวิ่งออกมาขอความช่วยเหลือหลังจากได้ยินเสียงผู้หญิงเรียก ทุกคนก็มารวมตัวกันที่ห้องกลาง และพร้อมใจบอกว่า “โดนผีอำเหมือนกัน” ซึ่งจะโดนแตกต่างกันไป ผู้หญิงบ้าง ผู้ชายบ้าง บางคนไม่เห็นตัวแต่ขยับตัวไม่ได้ คุณเยี่ยมซึ่งไม่เคยโดนผีอำก็โดนเช่นกัน เหตุการณ์คือ ขณะที่กำลังนอนอยู่ เห็นผู้หญิงเดินเข้ามาในห้อง แล้วก็เอามานั่งทับที่หน้าอก จากนั้นก็บีบคอ คุณเยี่ยมก็พยายามขัดขืนแต่ก็ทำไม่ได้ และหันไปหาเพื่อนที่นอนอยู่ข้าง ๆ พร้อมกับตะโกนเรียก แต่เรียกเท่าไหร่ ก็ไม่มีเสียงใดเล็ดลอด จึงนึกถึงพระ จากนั้นเสียงก็ออกมา เพื่อนที่นอนอยู่บอกว่าได้ยินเสียงแปลก ๆ จึงปลุกคุณเยี่ยมให้ตื่นด้วยความที่ทั้งหมดเป็นพนักงานใหม่ การจะย้ายออกแล้วต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเองนั้นก็ดูจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ทุกคนจึงจำใจอยู่ที่นี่ต่อ ในทุก ๆ คืน ตี 1 – 3 ก็จะต้องเจอกับเหตุการณ์หลอนซ้ำ ๆ วนมาไม่จบสิ้น จะมีเพียงวันเสาร์อาทิตย์ที่แต่ละคนได้กลับบ้าน นั่นจึงเป็นเวลาหาเครื่องรางของขลังมาป้องกันตัวเอง ซึ่งมันก็ไม่ได้ช่วยอะไร…เหตุการณ์ดำเนินมาจนถึงช่วงประมาณเดือนที่ 4 – 5 บริษัทได้เรียกพนักงาน 6 คน เปลี่ยนไปทำงานที่อื่น ทำให้เหลือเพียง 6 คน ที่โชคร้ายยังต้องเผชิญเรื่องหลอนไม่จบไม่สิ้น ทุกคนตกลงกันว่าจะนอนด้วยกัน ห้องละ 3 คน เพื่อความสบายใจ พี่ซีเนียร์พูดขึ้นมาว่า “ที่เราเจอกันอยู่เนี่ย มันไม่ใช่ผีแค่ตัวเดียว น่าจะมีเป็นสิบ” น้อง ๆ ในกลุ่มจึงถามขึ้นว่า “พี่รู้ได้ยังไง?” พี่ซีเนียร์ตอบว่า “กูไปรู้อะไรบางอย่างมา มึงรู้มั้ยว่าค่าเช่าของที่นี่เดือนละเท่าไหร่? 3 คูหา มันเดือนละ 5,000” ซึ่งก็ได้วิเคราะห์ว่า อาจเป็นเพราะตึกนี้มันร้างมาก่อน แล้วพอมีบริษัทมาเช่าให้พนักงานอยู่ เขาก็เลยพยายามมาเคลียร์โดยการเอาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ มาวางไว้ และยังสังเกตอีกว่า ตลอดเวลา 4 – 5 เดือนที่ผ่านมานี้ ไม่มีใครสักคนที่เดินเข้ามาถามว่าอีก 5 คูหาที่เหลือยังว่างให้เช่ามั้ย ทั้ง ๆ ที่ตรงนี้เป็นทำเลดี ติดถนนใหญ่ ทุกคนจึงคุยกันอีกรอบว่าจะแก้ปัญหานี้กันอย่างไรดี ได้ข้อสรุปว่าจะทำบุญครั้งใหญ่ จึงไปซื้ออาหารและจัดเตรียมสิ่งของสำหรับการทำบุญ…เมื่อวันทำบุญมาถึง ช่วงเวลากลางวันแสก ๆ หลังจากปักธูปไหว้เสร็จ พี่ซีเนียร์ก็ดันคิดอะไรแปลก ๆ ไปหยิบจานและตะเกียบมาเคาะแล้วพูดว่า “อ้าว มากินข้าวกินเร็ว” หลังจากเคาะ ก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนกำลังวิ่งลงมาเป็นสิบ ๆ คน ผ้าม่านที่อยู่ตรงนั้นก็ไหวไปมา ทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น!หลังจากทำบุญให้ ก็ยังเจออยู่เหมือนเดิมไม่เบาลงเลย แม้ทุกคนจะรู้อยู่แก่ใจว่าที่แห่งนี้มีอะไรบางอย่างมาอยู่ร่วมด้วย แต่ก็ทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้ จึงต้องอยู่และทำงานกันต่อไป จนกระทั่งถึงเดือนที่ 7 พนักงานกลุ่มนี้ต้องย้ายออก ก็ได้มีพนักงานใหม่เข้ามาอยู่แทน ทั้ง 2 กลุ่มได้คุยกัน หนึ่งในกลุ่มที่มาใหม่บอกว่า “ผมเอาลูกมาอยู่ด้วย วันหนึ่งผมเห็นลูกผมยื่นขนมให้ใครก็ไม่รู้” ในวันย้ายออกมีการจ้างรถชาวบ้านมาช่วยขนย้าย คุณลุงที่เป็นคนขับรถก็ชวนคุยระหว่างทาง “นึกว่าใครมาอยู่ ที่แท้ก็นายช่างนี่เอง แล้วมาอยู่ได้ยังไง ที่นี่ผีดุ นายช่างไม่รู้เหรอ” จากนั้นทุกคนก็รุมถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่…คุณลุงเล่าว่าย้อนกลับไปว่า สมัยก่อนที่ตรงนั้นยังเป็นป่าช้า จากนั้นก็มีการล้างป่าช้า ซึ่งก็ไม่รู้ว่าล้างหมดหรือไม่ ส่วนใกล้ ๆ กับบริเวณนั้นเป็นลานโล่ง แล้วก็มีการสร้างโรงพยาบาล คนที่เป็นเจ้าของที่เห็นว่ามันน่าจะพัฒนาที่ดินได้ จึงอยากสร้างอาคารพาณิชย์ แม้จะมีเสียงรอบข้างห้ามปราม แต่เขาก็ดึงดันที่จะสร้าง รวมทั้งไม่ได้สนใจโครงสร้างและการออกแบบเลย ตึกที่ได้จึงมีลักษณะเป็นกล่องสี่เหลี่ยมยาววางเรียงกันเหมือนกับโลงศพ! พอมีคนมาเช่า ผลประกอบการก็ไม่ดี ทำมาค้าขายไม่ขึ้น จึงให้ซินแสเข้ามาช่วยดู เขาจึงแนะนำว่าให้ปรับหน้าตาของอาคารให้ดูดีขึ้น ให้มันมีอะไรอยู่ข้างหน้าหน่อย จึงเป็นที่มาของการสร้างระเบียงนั่นเอง นั่นยิ่งทำให้เหมือนทางขึ้นเมรุเข้าไปอีก เรียกได้ว่ายิ่งแก้ยิ่งเละและเมื่อขุดประวัติลึกเท่าไหร่ ความน่ากลัวของคูหาเหล่านี้ก็ยิ่งทวีคูณ ห้องกลางนั้นมีเคยมีผู้หญิงผูกคอตาย ห้องขวาเคยมีสามีภรรยาทะเลาะกัน ฝ่ายชายลงมือฆ่า ส่วนห้องซ้ายเป็นสามีภรรยาเช่นกัน ฝ่ายชายฆ่าฝ่ายหญิง แล้วกินยาฆ่าตัวตายตาม ยังไม่นับรวมเคสอื่น ๆ อีก รวมแล้วมีการเสียชีวิตเกิดขึ้นกว่า 5 ราย ส่วนคูหาอื่นที่ไม่มีคนเข้าไปอยู่ก็ไม่รู้ว่ามีเคสอะไรเกิดขึ้นบ้าง…และนี่คือเหตุการณ์หลอนทั้งหมด ที่โฟร์แมนทั้ง 12 คนเป็นพยานรู้เห็นความหลอนในครั้งนี้ติดตามความหลอนย้อนหลังได้

“อันฮโยซอบ” ยกให้พอลจักไทยคือความรัก เผยโมเมนต์ประทับใจขั้นสุดที่แฟนคลับไทยต้องได้รู้!! พร้อมเตรียมส่งซีรีส์เรื่องใหม่ ‘A Time Called You’ ให้หายคิดถึง

14 ส.ค. 2023

“อันฮโยซอบ” ยกให้พอลจักไทยคือความรัก เผยโมเมนต์ประทับใจขั้นสุดที่แฟนคลับไทยต้องได้รู้!! พร้อมเตรียมส่งซีรีส์เรื่องใหม่ ‘A Time Called You’ ให้หายคิดถึง

ไม่ปล่อยให้ความคิดถึงต้องทำงานหนักจนเกินไป! “อันฮโยซอบ” (Ahn Hyo Seop) เตรียมส่งผลงานละครซีรีส์เรื่องใหม่ ‘A Time Called You’ ให้เหล่า “พอลจัก” (อ่านออกเสียงว่า “พอลจั๊ก” / PAULJJACK, 폴짝 ชื่อแฟนคลับของอันฮโยซอบ) ได้ตกหลุมรักครั้งที่ร้อย หลังจากพระเอกคนดังได้พบพอลจักชาวไทยเป็นครั้งแรกในงานแฟนมีตติ้ง 2023อันฮโยซอบ เอเชีย ทัวร์เดอะ เพรสเซนต์ โชว์ อิน แบงคอก “เฮียร์ แอนด์ นาว” (2023AHN HYO SEOP ASIA TOUR THE PRESENT SHOW in BANGKOK “here and now”) #AhnHyoSeopThePresentShowBKK ก็เล่นเอาเจ้าตัวถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ แถมยังหอบหิ้วความรัก ความเอาใจใส่ของแฟนๆ กลับไปใช้เป็นพลังบวกในการสร้างผลงานต่อๆ ไปแทนคำขอบคุณที่ทุกคนคอยสนับสนุนอยู่เสมอ งานนี้หนุ่มเจ้าเลยขอส่งตรงความรู้สึกดีๆ บอกเล่าโมเมนต์ที่ติดอยู่ในหัวใจของเขาถึงแฟนๆ ชาวไทยความประทับใจครั้งแรกที่มาประเทศไทย หนุ่ม อันฮโยซอบ เผยว่า “รู้สึกอบอุ่นครับ ผมยังจำรอยยิ้มและการต้อนรับของแฟนๆ ได้ รู้สึกเป็นกันเองเหมือนกับเจอเพื่อน ไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะมีแฟนๆ มารอส่งผมเยอะขนาดนั้นที่สนามบินตอนที่จะบินกลับเกาหลี ที่จริงอยากจะทักทายแฟนๆ ทีละคนเลย รู้สึกขอบคุณทุกคนมากที่มารอผม แต่เพราะว่ามีผู้โดยสารท่านอื่นอยู่ด้วยเลยต้องรีบเดินครับ ประเทศไทยเป็นประเทศที่ผมอยากจะกลับมาอีกครั้งครับ กรุงเทพฯ เป็นเมืองแรกเลยที่ได้มาจัดแฟนมีตติ้งในต่างประเทศ ผมจะเก็บความทรงจำที่มีความสุข ความทรงจำแรกนี้เอาไว้เป็นแรงเป็นพลังในการทัวร์ในเมืองอื่นๆ ต่อไปครับ” ส่วนเมนูอาหารไทยที่ชอบนั้นยกให้ “ผัดไทย” และ “ขนมไทย” เป็นเมนูอร่อยที่สุด แถมยังบอกอีกว่า “ไม่รู้มาก่อนเลยว่าเบียร์จะอร่อยขนาดนี้ครับ กินข้าวครบ 3 มื้อพร้อมผลไม้ทุกวันเลยครับ” และโมเมนต์ที่ชอบมากที่สุดในประเทศไทยคือช่วงเวลาตั้งแต่ที่ถึงสนามบิน เขาเล่าว่าตอนนั้นฝนตก วิวที่เห็นระหว่างทางไปโรงแรมสวยมากๆ แถมยังบอกอีกว่าก่อนที่จะมาไทยได้ลองหาข้อมูลเกี่ยวกับกรุงเทพฯ ไว้ด้วย เพราะอยากรู้ว่าเป็นเมืองแบบไหน แม้ว่าเป็นครั้งแรกที่ได้มาซึ่งไม่รู้ว่าจะมีเวลาหรือเปล่า แต่ก็ลองเสิร์ชหาสถานที่เที่ยวที่ขึ้นชื่อ วัฒนธรรม อาหารอร่อยๆ และภาษาไว้ด้วย “การที่ได้มาประเทศไทยครั้งนี้ทำให้ผมอยากรู้จักที่นี่มากขึ้นครับ” แน่นอนว่าพวกเราพอลจักไทยยินดีต้อนรับอยู่เสมอการมาจัดงานแฟนมีตติ้งที่ไทยครั้งแรกนี้สร้างความประทับใจให้เจ้าตัวไว้อย่างมาก เพราะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากแฟนๆรวมถึงสื่อมวลชน อันฮโยซอบ เล่าไว้อย่างน่าเอ็นดูว่า “มีความทรงจำหลายอย่างเลยครับ ยังจดจำใบหน้าและพลังของพี่ๆ นักข่าวที่งานแถลงข่าวได้ดีเลยครับ ผมถึงกับคิดเลยว่าเราสามารถพูดคุยกันสนุกสนานแบบนี้ได้ด้วยเหรอ และที่สำคัญผมไม่ลืมเสียงเชียร์และการสนับสนุนที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยความใส่ใจของแฟนๆ เลยครับ” ซึ่งในงานจะเห็นได้ว่าผู้ชายคนนี้ร้องไห้ เขาเฉลยที่มาของน้ำตานั้นว่า “แฟนๆ ชาวไทยเตรียมคลิปเซอร์ไพร์สให้ครับ ผมตกใจเพราะไม่มีใครบอกก่อนเลย และอีกอย่างคือมีข้อความจากแฟนๆ เป็นภาษาเกาหลีเต็มไปหมด ถึงแม้จะไม่สมบูรณ์แบบแต่แฟนๆ ก็นึกถึงผมและเขียนมาให้เป็นภาษาเกาหลี ทำให้ผมสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่อบอุ่นนั้นครับ”อีกทั้งยังเล่าความรู้สึกหลังจากที่ได้เดินลงไปหาแฟนๆ รอบฮอลล์ในระยะประชิดตัวไว้ว่า “ตอนแฟนมีตติ้งที่เกาหลีผมก็ตั้งใจเต็มที่เช่นกัน แต่เพราะครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ไทยผมก็เลยคิดอยู่นานว่าพอจะทำอะไรให้แฟนๆ ได้บ้าง ตอนวันแถลงข่าวซึ่งเป็นวันก่อนหน้าการแสดง ผมได้มีโอกาสไปดูสถานที่ ได้ดูโซนที่นั่ง ใช้เวลาซ้อมและปรึกษากับทีมงานครับ แฟนๆ ดูดีใจ และที่สำคัญผมรู้สึกขอบคุณมากๆ ที่แฟนๆ ช่วยกันรักษาความปลอดภัยครับ” แฟนไทยทำอะไรก็ชนะใจพระเอกคนนี้จนถึงขั้นได้รับตำแหน่ง “ความรัก” เป็นคำที่อันฮโยซอบเลือกใช้อธิบายถึงเหล่าพอลจักไทยของเขาไว้ได้อย่างโรแมนติก แถมเผยความในใจที่อยากบอกทุกๆ คนอีกว่า “ผมรู้สึกขอบคุณอยู่เสมอ และอยากบอกว่าไว้เรามาเจอกันอีกนะครับ ผมสัมผัสได้ถึงความรักที่แฟนๆ ส่งมาให้ พอคิดว่าจะตอบแทนพวกเขาอย่างไรดี ผมเลยคิดว่าอยากแสดงภาพลักษณ์ที่ดีในฐานะนักแสดง อยากจะทำผลงานดีๆ ให้ชมเรื่อยๆ และในเดือนกันยายนที่จะมาถึงนี้ จะมีละครเรื่องใหม่ของผมชื่อเรื่อง ‘A Time Called You’ ออกมา หวังว่าทุกคนจะรับชมกันอย่างสนุกสนานนะครับ”ภาพ Feoh

“แต้ว ณฐพร” เปิดใจเรื่องโดนบูลลี่ ไม่น้อยใจแต่ทำให้เข้าใจโลกมากขึ้น

01 ก.ค. 2022

“แต้ว ณฐพร” เปิดใจเรื่องโดนบูลลี่ ไม่น้อยใจแต่ทำให้เข้าใจโลกมากขึ้น

ทำอะไรก็เป็นดราม่า สำหรับนางเอกสาว “แต้ว ณฐพร” หลังจากโพสต์ภาพลงโซเชียล และมีชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์ในเชิงบูลลี่ จน “แต้ว” ทนไม่ไหว จึงออกมาโพสต์สตอรี่ไอจีว่า “ไม่งอนละ มาดีกันเถอะ 2022 ละเขาไม่บูลลี่กันละเนอะ โต ๆ กันละ สู้ ๆ นะเพื่อน ๆ”ซึ่ง “แต้ว” ก็ได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ว่า “รูปภาพที่ลงในโซเชียลอาจจะเป็นเพราะมุมกล้องด้วย และเป็นขาของเราเอง เรารู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับเรา และคอมเมนต์แย่ ๆ ก็เป็นเรื่องที่เล็กน้อยมากสำหรับอุปสรรค์ต่าง ๆ ในการทำงาน แต่พอกลับมาคิดก็เข้าใจได้ว่าหลายคนอาจจะมองแปปเดียวแล้วก็คอมเมนต์เลย”“เราอยู่ในสังคมก็ต้องมีที่จะโดนพูดถึงอยู่แล้วทั้งแง่บวกและแง่ลบแต่เลือกจัดการกับความคิดของตัวเองมากกว่า คงเปลี่ยนความคิดของใครไม่ได้ และไม่น้อยใจคนที่บูลลี่ เพราะเราแค่ทำงานที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด เขาไม่ได้ทำลายเรา แต่เขากลับทำให้เราเข้าใจโลกมากขึ้น”ภาพ : taewaew_natapohn

album
efm
-

-