มูฟออนยังไงไหว! เพราะหัวใจยังอยู่ธันเดอร์โดม “บีไอ” #BI_LOLTheHiddenStageinBKK ระเบิดเพอร์ฟอร์มสุดเป๊ะ สมเป็นสเตจเปิดเอเชียทัวร์

ENTERTAINMENT NEWS

มูฟออนยังไงไหว! เพราะหัวใจยังอยู่ธันเดอร์โดม “บีไอ” #BI_LOLTheHiddenStageinBKK ระเบิดเพอร์ฟอร์มสุดเป๊ะ สมเป็นสเตจเปิดเอเชียทัวร์

08 มี.ค. 2023

ยังหาทางออกจากธันเดอร์โดมไม่เจอสักที!! ก็ “บีไอ” (B.I) หรือ “คิมฮันบิน” (KIM HAN BIN) เขาจัดหนักจัดเต็มประเดิมเอเชียทัวร์คิวแรก ณ ประเทศไทยไว้ชนิดที่ทำเอาใครๆ ก็ไม่สามารถมูฟออนได้ไวเลยจริงๆ กับโซโลคอนเสิร์ต “บีไอ 2023 เอเชีย ทัวร์ [แอล.โอ.แอล เดอะ ฮิดเดน สเตจ] อิน แบงคอก” (B.I 2023 ASIA TOUR [L.O.L THE HIDDEN STAGE] IN BANGKOK) #BI_LOLTheHiddenStageinBKK ซึ่งอัดแน่นไปด้วยโชว์คุณภาพและความสนุกยาวนานกว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง

 

บรรยากาศในฮอลล์พร้อมมากกับการเริ่มต้น แสงไฟสีรุ้งจากบินบง (ชื่อเรียกแท่งไฟออฟฟิเชียลของ B.I) ส่องสว่างชัดเจนเต็มพื้นที่ คิมฮันบิน หรือ บีไอ ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางเสียงกรี๊ดต้อนรับของเหล่าไอดี เพลงไวรัลระดับโกลบอล BTBT รับหน้าที่เปิดเวทีในครั้งนี้ สเต็ปการเต้นอันเลื่องลือจนเป็นที่มาของฉายา ‘พ่อหนุ่มเอวหวาน’ สร้างเรื่องกันตั้งแต่เพอร์ฟอร์แมนซ์แรกไปเลย ก่อนจะไปต่อกันด้วยเมดเลย์ซึ่งเริ่มด้วย BE I ผลงานเพลงจากการแข่งขันในรายการ Show Me The Money ที่นำเสนอตัวตนของเขา ตามด้วยเพลง ONE AND ONLY (돗대) และ WATERFALL แค่เริ่มโชว์ไปได้ไม่ถึง 15 นาทีก็ทำเอามวลความสุขอัดแน่นไปทั้งฮอลล์

 

“What’s up Bangkok?” คิมฮันบินพักทักทายทุกคน “ครั้งนี้เป็นโซโลทัวร์คอนเสิร์ตครั้งแรกของผมเลย ถ้าจะให้พูดจริงๆ แล้ว ไม่คิดเลยว่าจะมีคนมาเยอะขนาดนี้ครับ สงสัยผมก็จะป็อปปูลาร์ที่เมืองไทยเหมือนกันนะเนี่ย ขอบคุณทุกคนที่เสียสละมากันในวันนี้นะครับ” พร้อมกับอนุญาตให้แฟนๆ สามารถเก็บโมเมนต์ประทับใจจากคอนเสิร์ตนี้ผ่านโทรศัพท์กันได้อย่างเต็มที่

 

จากนั้นทุกคนโยกย้ายไปตามจังหวะเพลง Alive และ Flame แสงสีแดงที่เปรียบเหมือนลาวาของภูเขาไฟกำลังไหลไปทั่วทุกโซน บีไอ ชวนให้ไอดียืนขึ้นและกระโดดไปกับเพลง Illusion (꿈결) ได้เวลาลดอุณหภูมิความร้อนด้วยความรักในเพลง Lover  ดื่มด่ำความหวานด้วยเนื้อเพลงที่ทำเอาแอบเขินกับท่อน My lover lover lover, You shot me down bang bang! ไอดีไทยรับบทที่รักแล้วหนึ่ง

 

ฮันบินขอเช็กความพร้อมของไอดี “ทุกคนสนุกกันไหมครับ ผมเองก็สนุกเหมือนกันครับ เดี๋ยวเราก็จะเริ่มลุกขึ้นยืนแล้วนะครับ ไม่ได้ให้กรี๊ดนะครับให้ลุกขึ้นครับ หลังจากนี้ประมาณ 10-15 นาที ทุกคนจะเสียใจถ้านั่งอยู่นะครับ เตรียมใจรีบลุกไว้ก่อนเลยนะครับ” โดยเพลงต่อไปเป็นเพลงน่ารักๆ และสดใส ซึ่งเจ้าตัวอยากให้ทุกคนมากระโดดและเต้นไปด้วยกัน ท่าเต้นและดนตรีของเพลง GRAY (비 온 뒤 흐 림) ทำเอาคนบนสเตจอย่างคิมฮันบินกลายเป็นน้องต๋าทรงเสน่ห์ที่น่าเอ็นดู ความน่ารักรวมทั้งสกิลการเต้นอันล้นเหลือส่งต่อมายังเพลง Remember me (역겹겠지만) ใช้ความน่ารักมาเยอะแล้ว ขอเป็นฮันบินคนเท่ในเพลง Got it like that กันบ้าง เพลงนี้ไอดีเองก็ไม่พลาดที่จะร้องท่อนคอรัสไปตามๆ กัน อีกหนึ่งผลงานเพลงที่ภาคภูมิใจ ถือเป็นซิงเกิลระดับโลกที่บีไอได้ร่วมงานคอลแลบกับ Destiny Rogers และ Tyla Yaweh

 

อินโทรเพลง Daydream (긴 꿈) ดังขึ้นพร้อมฮันบินในเสื้อผ้าชุดใหม่ (ตามที่เคยสปอยล์ไว้ว่าโชว์ครั้งนี้คุณพี่สไตลิสต์จัดเต็มแน่นอน) จากนั้นเข้าช่วงแฟนเซอร์วิส ศิลปินหนุ่มคนเก่งลงจากเวทีขอไปแจกโมเมนต์ใกล้ชิดไอดีพร้อมเพลง Tangerine และ Nerd ยกให้เป็นเจ้าพ่อแห่งความใส่ใจเบอร์ต้นไปเลย สเตจกลับมาไวบ์เท่อีกครั้งด้วยเพลง STAY ก่อนจะฝากเวทีให้กับสเปเชียลเกสต์คนที่ 1 อย่าง “ไทแทน” (TYTAN) - ไทแทน ทีปประสาน ช่วยดูแลผู้ชมระหว่างที่เจ้าของเวทีไปพักเบรกและเปลี่ยนคอสตูม โดย ไทแทน หยิบเอาเพลง All Night (feat. Loco) และ Love Yourself มาฝาก นอกเหนือจากที่เราได้เห็นไทแทนพารุ่นพี่ฮันบินไปเล่นกีฬาบาส แอร์ฮอกกี้ และทานอาหารไทย อย่าง ผัดไทย ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ ผัดซีอิ๊ว ผัดผักบุ้งด้วยกันในวันที่บีไอเดินทางมาถึงประเทศไทย ไทแทนยังเผยด้วยว่ามีสิ่งหนึ่งที่เขาเป็นเหมือนกับไอดีทุกคน นั่นก็คือตัวเขาเองก็เป็นแฟนเพลงของบีไอด้วยเหมือนกัน

 

จากนั้นเทพบุตรชุดขาวกลับมาหาไอดีด้วยสเตจ illa illa (해변) ลุคแฟชั่นสุดเซ็กซี่และสเต็ปการเต้นในเพลง Endless summer (영원한 여름) ทำให้ทุกคนไม่สามารถละสายตา ได้แต่คิดว่าคนอะไรทำไมครบเครื่องขนาดนี้ บีไอชวนกระโดดต่อด้วยเพลง Middle with you ซึ่งงานนี้ไอดีไทยก็เตรียมเซอร์ไพรส์ตอบแทนความน่ารักของเมนด้วยการแปรอักษรในเพลงนี้ โดยการเชื่อม B.I และ ID ไว้ด้วยกันผ่าน Light Box หลังจบเพลงศิลปินรับรู้ถึงความโรแมนติกของไอดีไทย จึงขอบคุณที่มอบความสวยงามให้กับโชว์นี้ด้วยการจัดหนักจัดเต็มทั้งร้องทั้งเต้น ทุกมูฟเมนต์การเคลื่อนไหวสะกดหัวใจไอดีไว้อยู่หมัดทั้งเพลง Keep me up, Numb, Nineteen (열아홉) และ COSMOS ที่ฮันบินและไอดีประสานเสียงร้องไปด้วยกันทั่วทั้งฮอลล์

 

เดินทางมาสู่ช่วงท้ายของคอนเสิร์ต บีไอ กลับขึ้นเวทีอีกครั้งหลังจากเหล่าไอดีตะโกนลั่นขอ ENCORE พร้อมเพลง BTBT ซึ่งรอบนี้มีเซอร์ไพรส์ระดับตกใจหนักมากกับ “ยอร์ช” (Yorch) - ยงศิลป์ วงศ์พนิตนนท์ สเปเชียลเกสต์คนที่ 2 ขึ้นมาร่วมสเตจโชว์สกิลแร็ปและแดนซ์ในเพลงนี้ด้วย หลังเพอร์ฟอร์มจบเพลง บีไอก็ได้เปิดเผยว่าตัวเขาได้เห็นคลิปวิดีโอที่ ยอร์ช คัฟเวอร์เพลง BTBT ก็เลยชวนมาร่วมสเตจนี้ด้วยกันเลย และยังได้ไปทานอาหารไทยพร้อมกันทั้งตัวเขา ยอร์ช และ ไทแทน

 

ก่อนที่ บีไอ จะกลับมาสานต่อเวทีนี้ในเพลง Then (그땐 내가) พร้อมกับกล่าวปิดท้ายด้วยว่า ขอบคุณทีมงานและแฟนคลับทุกคนที่ทำให้เกิดคอนเสิร์ตนี้ขึ้นมา โดยอำลาแฟนๆ ไปด้วย Re-Birth (다음 생) เพลงที่เป็นเหมือนสัญญาระหว่างบีไอและไอดีว่าจะกลับมาพบกันอีก ถึงตอนนี้เจ้าตัวอยากบันทึกความทรงจำร่วมกับไอดีไทย จึงชวนกันถ่ายรูปพร้อมป้ายโปรเจ็กต์ที่แฟนๆ ตั้งใจเตรียมมา “한빈과 함께 보낸 시간은 아이디의 가장 소중한 시간이었다” แปลว่า “ทุกช่วงเวลาที่ได้ใช้กับฮันบิน คือช่วงเวลาที่ดีสุดของไอดี” จากนั้นบีไอกล่าวขอบคุณแล้วกลับเข้าหลังเวทีไป

 

บีไอสร้างเรื่องไว้เยอะ ไทยไอดีเลยขอสร้างเรื่องบ้าง ไม่ยอมให้ศิลปินที่รักรีบจบโชว์ไปง่ายๆ ต่างช่วยกันส่งเสียงเชียร์เรียก บีไอ จนต้องกลับขึ้นเวทีมาหากันอีกครั้ง พร้อมหอบหิ้วความสนุก 4 เพลงรวดทั้ง Flame , Illusion (꿈결), ONE AND ONLY (돗대), BE I และแน่นอนว่าพูดคำไหนคำนั้น เพลงใหม่ที่ยังไม่เคยปล่อยออกมาถูกนำมาร้องให้ไอดีไทยฟังเป็นครั้งแรก พร้อมบุกประชิดตัวไอดีทั่วทั้งฮอลล์อีกครั้ง เซอร์วิสดีแบบนี้ไม่รักยังไงไหว ปิดท้ายแบบท้ายสุดของจริงด้วยเพลง COSMOS ซึ่งบีไออดใจไม่ไหว วิ่งลงจากสเตจไปหาไอดีรอบฮอลล์เป็นครั้งที่สาม แทนคำบอกลาที่วันนี้ได้สร้างความทรงจำดีๆ ร่วมกัน

 

ภาพ : 411entertainment

related ENTERTAINMENT NEWS

รอลุ้นข่าวดี! “แดน-วรเวช” เปิดใจใกล้ถึงเวลาคุกเข่าขอ “แพทตี้-อังศุมาลิน” แต่งงาน

16 มิ.ย. 2022

รอลุ้นข่าวดี! “แดน-วรเวช” เปิดใจใกล้ถึงเวลาคุกเข่าขอ “แพทตี้-อังศุมาลิน” แต่งงาน

รักเราไม่เก่าเลยจริง ๆ สำหรับนักร้องและนักแสดงชื่อดัง “แดน วรเวช” ที่คบหาดูใจกันมายาวนานถึง 10 ปี กับนางเอกสาว “แพทตี้ อังศุมาลิน” ซึ่งแฟน ๆ ก็แอบรอลุ้นว่าเมื่อไรจะมีข่าวดีกันสักที ล่าสุด “แดน” ได้เปิดเผยว่า “เราก็อยากให้มันมีภาพแบบนั้นในเร็ววันนะ ถามว่ามันถึงเวลาอันสมควรหรือยัง เอาจริง ๆ มันก็ควรจะแล้วนะครับเมื่อก่อนเราก็รักอิสระมาก จะหวงความเป็นส่วนตัวของตัวเองสุด ๆ เลย แต่พอวันนึงเรารู้สึกเคยคิดมาตลอดว่าการที่เราจะมีใครสักคน เขาต้องมาเติมเต็ม ต้องไม่ทำให้เราสูญเสียความเป็นตัวตน ซึ่งเมื่อก่อนมันก็มีที่เราสองคนคิดไม่เหมือนกัน จนวันนี้เราเริ่มรู้สึกแล้วว่ามันดีขึ้นเรื่อย ๆ ก็คงใกล้แล้วแหละ เดี๋ยววันไหนก็คงได้รู้กันครับ” ภาพ : pattieung งานนี้ทำเอาแฟน ๆ มีลุ้นกันทีเดียว และจะมีข่าวดีเมื่อไหร่ EFM จะมาอัปเดตให้ทราบกันแน่นอนค่ะ

“เอ้ BOTCASH” เตรียมสร้างผลงานศิลปะชิ้นใหญ่กับอัลบั้มแรกในชีวิต “BEHIND THE SMILE” พร้อมศิลปินชื่อดังอีก 9 คน

03 ส.ค. 2022

“เอ้ BOTCASH” เตรียมสร้างผลงานศิลปะชิ้นใหญ่กับอัลบั้มแรกในชีวิต “BEHIND THE SMILE” พร้อมศิลปินชื่อดังอีก 9 คน

กว่าสองปีที่ “เอ้ BOTCASH” ก้าวขึ้นมาเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วในฐานะดีเจและโปรดิวเซอร์ที่มาพร้อมกับความสามารถในการทำเพลงอีดีเอ็ม ผสมผสานดนตรีไทยที่สร้างความแปลกใหม่และสนุกเร้าใจจนสามารถมัดใจผู้ติดตามใน TikTok ไปสองล้านกว่าคนหลังจากที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการเป็นดีเจและทำเพลงทั่วทั้งเอเชียไปจนถึงเนเธอร์แลนด์พร้อมทั้งอยู่เบื้องหลังเพลงดังของศิลปินชั้นนำมากมายแล้ว ในที่สุด! “เอ้ BOTCASH” ก็พร้อมแล้วที่จะสร้างผลงานศิลปะชิ้นใหญ่จากศาสตร์ดนตรีกับอัลบั้มแรกในชีวิตที่ชื่อว่า “BEHIND THE SMILE” (บีไฮด์ เดอะ สไมล์) อัลบั้มที่จะพาทุกคนไปรู้จักเบื้องหลังรอยยิ้มผ่านเสียงเพลงที่ “เอ้ BOTCASH” ได้สร้างสรรค์มาหลายปี ซึ่งในอัลบั้มชุดนี้จะมีการผสมผสานทั้งดนตรีไทย , อีดีเอ็ม , ร็อก และออเคสตร้า จะรวมกันเป็น ‘สี่ศาสตร์’ โดยมีศิลปินชื่อดังทั้งหมด 9 คนอย่าง “สุนารี ราชสีมา , โมส – จ๋าย ไททศมิตร , แน็ป – The Nap , พลอยชมพู , F.HERO – SCOTT , ยังโอม (YOUNGOHM) และ OG BOBBY” มาร่วมสื่อสารผ่านอัลบั้มนี้ด้วย โดย “เอ้ BOTCASH” ก็ได้เผยความรู้สึกว่า ‘รู้สึกดีมาก ๆ ที่ได้ทำอัลบั้มนี้ อยากทำมานานมากเหมือนให้ของขวัญตัวเองชิ้นใหญ่ มันเพิ่มทั้งแรงบันดาลใจและกำลังใจให้ตัวเอง อยากให้ทุกคนไม่ยอมแพ้ ไม่ท้อแท้ เพราะว่า Behind the Smile มันคือเบื้องหลังรอยยิ้มว่าศิลปินทุกคนเขาผ่านอะไรมาบ้าง กว่าที่จะยิ้มอย่างมีความสุขได้เต็มที่แบบนี้...’ ภาพ : BOTCASH

กีตาร์ 1 ตัวเติมเต็มหัวใจผู้ชมทั้งฮอลล์ กับคอนเสิร์ต “2022 ซองฮา จอง มิวสิก คาเฟ่ [มูคา] ไลฟ์ อิน แบงคอก”

12 ต.ค. 2022

กีตาร์ 1 ตัวเติมเต็มหัวใจผู้ชมทั้งฮอลล์ กับคอนเสิร์ต “2022 ซองฮา จอง มิวสิก คาเฟ่ [มูคา] ไลฟ์ อิน แบงคอก”

“2022 ซองฮา จอง มิวสิก คาเฟ่ [มูคา] ไลฟ์ อิน แบงคอก” (2022 Sungha Jung's Music Café [MuCa] Live in Bangkok) งานของเจ้าชายฟิงเกอร์สไตล์แห่งเอเชีย “ซองฮา จอง” หรือ “จองซองฮา” (Sungha Jung / JUNG SUNG HA) หนึ่งไอดอลผู้เป็นแรงบันดาลใจให้กับวัยรุ่นทั่วโลก และเป็นแรงผลักดันในการหัดเล่นกีตาร์ของใครๆ หลายคนนั่นเอง!!ซองฮา อัจฉริยะนักกีตาร์ฟิงเกอร์สไตล์กลับมาเปิดคอนเสิร์ตที่ประเทศไทยอีกครั้งในรอบ 5 ปีด้วยคอนเสิร์ตที่มีชื่อว่า “2022 ซองฮา จอง มิวสิก คาเฟ่ [มูคา] ไลฟ์ อิน แบงคอก” เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2565 ซึ่งสร้างความคึกคักให้กับโรงละคร เอ็ม เธียเตอร์ (M Theatre)เริ่มต้นโชว์ครั้งนี้ด้วย 2 เพลงจากผลงานล่าสุด ‘Poetry’ อัลบั้มเต็มชุดที่ 9 ซึ่งเจ้าตัวเล่าว่าเขาตั้งใจรวบรวมบทเพลงต่างๆ เข้าไว้ราวกับหนังสือรวมบทกวี เปิดเวทีที่ Prologue ต่อเนื่องด้วย Yuumi's Waltz โดยเพลงนี้ ซองฮา แต่งให้กับแมวของเขาที่มีชื่อว่า ยูมี และเขาเลือกเพลงนี้มาเป็นเพลงเปิดคอนเสิร์ตแทนความรู้สึกยินดีของเขาที่ได้กลับมาแสดงที่ไทยอีกครั้งหลังจากห่างหายไปนานกว่า 5 ปี บรรยากาศบนเวทีถูกจัดให้เหมือนกับบรรยากาศอบอุ่นน่ารักในคาเฟ่ที่โอบล้อมผู้ชมเอาไว้เข้ากับชื่อของ Music Cafe [MuCa] ที่เป็นธีมคอนเสิร์ตครั้งนี้ซองฮา ได้เปิดเผยความรู้สึกว่าเขาดีใจมากที่ได้กลับมาแสดงที่ประเทศไทยอีกครั้งเพราะที่นี่ก็เปรียบเสมือนเป็นบ้านอีกหลังของเขา ซึ่งในช่วงที่ผ่านมานั้นมีหลายเหตุผลที่ทำให้เขาไม่ได้เดินทางมาเมืองไทย ทั้งเรื่องของการเกณฑ์ทหารและสถานการณ์ของโควิด-19 เพื่อความพิเศษของการได้กลับมาแสดงที่ไทยในครั้งนี้เขาจึงเตรียมเพลงไว้มากมายทั้งเพลงจากอัลบั้มใหม่ เพลงคัฟเวอร์ที่แฟนๆ ชื่นชอบ โดยพาแฟนๆ เข้าสู่บทเพลงเซ็ตต่อไปซึ่งมีทั้งเพลงป็อประดับตำนาน ไปจนถึงเพลงเคป็อปยอดนิยม เริ่มต้นจากเพลง Englishman in New York ของ Sting ต่อเนื่องด้วย 2 เพลงที่ปล่อยออกมาในโปรเจ็กต์ของ MuCa ได้แก่ Loving You Girl ของ Peder Elias ซึ่งเขาได้ร่วมงานกับ SHAUN (เจ้าของเพลงฮิต Way Back Home) และเพลง Don't Look Back in Anger ของ Oasis ที่ร่วมงานกับ ควอนอินฮา (ศิลปินระดับตำนานของเกาหลีที่ขึ้นชื่อในเรื่องของพลังเสียง)ก่อนจะเรียกเสียงปรบมือจากแฟนๆ ดังกึกก้องจากเพลง Butter ของ BTS โดยกีตาร์ริสต์หนุ่มบอกว่าเป็นเพลงที่แฟนๆ ชื่นชอบกันมาก จึงอยากแสดงเพลงนี้ให้กับแฟนๆ ที่ไทยได้ฟังกันสดๆ แถมด้วยเพลง Dynamite ซึ่งเดิมไม่ได้อยู่ในลิสต์ของคอนเสิร์ตแต่เขาตั้งใจมอบให้กับแฟนๆ ชาวไทยเป็นเซอร์ไพรส์พิเศษ แล้วจึงปิดท้ายพาร์ตแรกด้วยเพลง The Ocean อีกหนึ่งงานจากอัลบั้มชุดใหม่ซึ่งเจ้าตัวเปิดเผยว่าส่วนตัวแล้วเขาชอบเพลงนี้มากหลังจากพักเบรก 15 นาทีในช่วงอินเตอร์มิสชั่น ซองฮา พาทุกคนเข้าสู่พาร์ตที่ 2 ด้วยการเปิดตัว โต๋ - ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร ศิลปินรับเชิญในคอนเสิร์ตครั้งนี้ ซึ่ง โต๋ ได้เล่าถึงความประทับใจว่า การได้ร่วมงานกับ ซองฮา เพื่อเตรียมตัวขึ้นโชว์ด้วยกันในวันนี้ ทำให้เขารู้สึกเหมือนว่ารู้จักกันและกันมานานซึ่งเพลงแรกที่ทั้งคู่ได้แจมกันก็คือ Sunroof ของ Nicky Youre ที่ ซองฮา เป็นคนเลือกขึ้นมา ต่อเนื่องด้วยเพลง River Flow in You เพลงบรรเลงเปียโนขึ้นหิ้งของ Yiruma นักเปียโนชาวเกาหลีใต้ชื่อดัง ซึ่ง โต๋ เลือกเพลงนี้เพราะเป็นเพลงที่ตัวเขาเองชื่นชอบมาก และเห็นว่า ซองฮา เองก็เคยเล่นเพลงนี้เป็นสไตล์ของเขาเอาไว้ เลยเป็นโอกาสดีที่จะเรียบเรียงเพลงนี้ขึ้นมาใหม่โดยผสมผสานเสียงเปียโนของ โต๋ เข้ากับเสียงกีตาร์ฟิงเกอร์สไตล์ของ ซองฮา เพื่อให้เป็นครั้งแรกที่เพลงนี้ถูกถ่ายทอดออกมาด้วยเครื่องดนตรี 2 ชนิดในแบบ duet กันถึงช่วงเซอร์ไพรส์ที่ ซองฮา และ โต๋ เตรียมเพลงไทยเอาไว้เป็นของขวัญพิเศษมอบให้กับแฟนๆ ชาวไทยโดยเฉพาะ เริ่มต้นด้วยเพลง เดือนเพ็ญ เพลงไทยคลาสสิกที่เต็มไปด้วยท่วงทำนองแบบไทยๆ ถูกถ่ายทอดออกมาด้วยเครื่องดนตรีเพียงสองชิ้น คือกีตาร์และเปียโน แต่สะกดใจผู้ชมได้ทั้งฮอลล์ต่อด้วยเพลง คนไม่พิเศษ เพลงฮิตของโต๋ ปิดท้ายความทรงจำสุดพิเศษที่ 2 สุดยอดศิลปินจาก 2 ประเทศมอบให้กับแฟนๆ ชาวไทยในค่ำคืนนี้ แต่เซอร์ไพรส์เพลงไทยยังไม่หมด เมื่อ ซองฮา หยิบเอาเพลง ในลิ้นชัก เพลงไทยอะคูสติกจากยุค 80 ของวง กอหญ้าก่อนจะนำเข้าสู่ผลงานเพลงใหม่ของเขาที่มีชื่อว่า Dreaming ไตเติลแทร็กจากอัลบั้มล่าสุดซึ่งแต่งขึ้นจากตัวเขาเองฝันว่าได้แหวกว่ายอยู่ท่ามกลางทะเลแห่งดวงดาว บรรยากาศบนเวทีในตอนนี้จึงนำพาแฟนๆ เดินทางเข้าสู่ภาพจำลองความฝันของซองฮา ฉากหลังของท้องฟ้ายามค่ำที่เต็มไปด้วยดวงดาวส่องประกายเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของโชว์ในวันนี้กับบทเพลงอีกหนึ่งเซ็ตที่ถูกถ่ายทอดออกมาแบบต่อเนื่อง เริ่มต้นด้วยเพลงป็อปร่วมสมัยอย่าง Closer ของ The Chainsmokers ซึ่ง ซองฮา เปลี่ยนไวบ์จากต้นฉบับที่เป็นแนวอิเล็กโทรป็อปมาสู่ความเป็นอะคูสติกเต็มร้อยผ่านเสียงกีตาร์ของเขา ก่อนจะพาทุกคนย้อนเวลากลับไปในยุค 70 กับเพลงป็อปอมตะอย่าง Close to you ของวง The Carpenters ซึ่ง ซองฮา หยิบมาเรียบเรียงใหม่โดยใส่เทคนิคการเล่นกีตาร์ของเขาเข้าไป กลายเป็นเวอร์ชั่นที่เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้ฟังอย่างดีงาม แสงออกหูต่อเนื่องด้วย Seventh #9 เพลงจากอัลบั้ม L’Atelier ของตัวเขาเองเท่านั้นยังไม่พอเขาได้เลือกเพลงที่เหล่ามือกีตาร์ต่างยกให้เป็นเพลงที่ยากในการเล่นอย่าง Neon ของ John Mayer มาโชว์ให้ได้ฟังกัน ซึ่งเพลงนี้เขาได้นำมาเรียบเรียงใหม่ให้ออกมาเป็นแบบฟิงเกอร์สไตล์ที่นอกจากจะคงไลน์กีตาร์ยากๆ ของต้นฉบับไว้แล้ว ยังมีไลน์เมโลดี้ที่ถูกเพิ่มเติมเข้ามาให้ซับซ้อนยิ่งขึ้นไปอีกมาถึงเพลงสุดท้าย กีตาร์ริสต์แห่งมูคา ได้กล่าวขอบคุณแฟนๆ ที่มาร่วมสร้างช่วงเวลาดีๆ ด้วยกันในคอนเสิร์ตครั้งนี้ โดยเขาให้สัญญาว่าจะกลับมาแสดงให้ได้ชมกันอีกบ่อยๆ จากนั้นหยอดมุกเรียกรอยยิ้มว่าหลังจบเพลงนี้หากไม่มีใครร้องเรียกเขาแล้ว นั่นก็คงจะเป็นเพลงสุดท้ายจริงๆ ดังนั้นหากอยากฟังเพลงเพิ่มอีกให้ลองแกล้งๆ เรียกเขาสักหน่อยซึ่งเพลงสุดท้ายที่เขาเลือกมาปิดโชว์คือ Flaming ผลงานเพลงที่ได้รับความรักอย่างมากจากอัลบั้ม Monologue โดยทันทีที่โน้ตตัวสุดท้ายจบลงเสียงปรบมือของผู้ชมก็ดังกึกก้องขึ้นต่อเนื่องยาวนาน ส่งสัญญาณขออังกอร์จาก ซองฮา หนุ่มนักกีตาร์จึงไม่รอช้า กลับออกมาอีกครั้งพร้อมเพลง Classical Gas ที่ Tommy Emmanuel มือกีตาร์ระดับโลกผู้เป็นเหมือนฮีโร่ของเขาเคยเล่นไว้ มาเป็นเพลงส่งท้ายความทรงจำในคอนเสิร์ต 2022 Sungha Jung's Music Cafe [MuCa] live in Bangkokภาพ : JIN CORPORATION และ PICCOLO MUSIC ENTERTAINMENT

‘เมย์ อรวรรณ (MAME)’ นักเขียนนิยาย BL ไทยคนแรก ที่จัดงานแฟนไซน์ในประเทศญี่ปุ่น

17 เม.ย. 2023

‘เมย์ อรวรรณ (MAME)’ นักเขียนนิยาย BL ไทยคนแรก ที่จัดงานแฟนไซน์ในประเทศญี่ปุ่น

ถึงวันนี้คงไม่มีแฟนนิยายวายคนไหนที่จะไม่รู้จัก "คุณเมย์ - อรวรรณ วิชญวรรณกุล" นักเขียนดังที่ใช้นามปากกาว่า "MAME" รวมถึงเป็นผู้บริหารและผู้จัดซีรีส์ของ บริษัท มี มายด์ วาย จำกัด ที่ประสบความสำเร็จกับบทบาทนักเขียนนิยายวาย Boy Love (BL) อย่างมาก จนเป็นที่รู้จักในหลายประเทศ และมีนิยายหลายเรื่องที่ถูกนำไปแปลเป็นภาษาต่างประเทศแล้วทั่วโลก จากประสบการณ์และความตั้งใจทำให้ MAME เป็นนักเขียนนิยายวายไทยคนแรกที่มีโอกาสได้ไปจัดงานแฟนไซน์ไกลถึงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น กับงานที่มีชื่อว่า "BEGINNING OF LOVE MAME 1st FANSIGNING IN TOKYO" เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ที่ผ่านมา โดย เมย์ อรวรรณ เปิดใจถึงงานแฟนไซน์ครั้งนี้ว่า "เอาจริง ๆ ตอนแรกเลยที่รู้ว่ามีทีมออแกไนซ์สนใจจัดงานแฟนไซน์นักเขียนให้กับเมย์ ก็รู้สึกตกใจนะคะ เพราะไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นจริง ๆ กับเราหลังจากที่เขียนนิยายมากว่า 10 ปี แล้วยิ่งเป็นที่ต่างประเทศอีก ปลื้มเลย (หัวเราะ) ซึ่งตอนแรกที่ประกาศงานออกไป แค่มีคนมาถึงสัก 100 คน เมย์ก็ดีใจแล้ว แต่พอวันสรุปยอดคนซื้อบัตรปรากฏว่ามีคนมา 600 กว่าคนเลย ดีใจมาก (ยิ้ม) ที่มีคนมารอเจอเมย์ ชื่นชอบผลงานของเมย์ และเห็นคุณค่าในความพยายามของเมย์มากขนาดนี้ ในวันงานตื่นเต้นจนไม่กล้าไปแอบดูหน้าเวทีเลยค่ะ กลัวทำตัวไม่ถูก (หัวเราะ) ในงานนี้เมย์ได้มีโอกาสแอบเอาเบื้องหลัง Wedding Plan The Series มาเปิดให้แฟน ๆ ที่ญี่ปุ่นได้ดูก่อนใครเป็นที่แรกด้วยค่ะ เมย์อยากขอบคุณแฟน ๆ นิยายขอเมย์ทุกคนทั้งในไทยเองหรือในต่างประเทศก็ตาม ที่สนับสนุนเมย์เสมอมา ทุกกำลังใจเป็นแรงผลักดันที่สำคัญมาก ๆ ที่ทำให้เมย์ยังตั้งใจทำตามความฝันของตัวเอง จนถึงทุกวันนี้ มันทำให้เมย์อยากทำผลงาน สร้างความสุขให้กับทุกคนออกมาเรื่อย ๆ ไปอีกนาน ๆ เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นนิยายหรือซีรีส์ ยังไงก็ขอฝากผลงานต่าง ๆ ของเมย์ด้วยนะคะ หวังว่าผลงานทุกชิ้นของเมย์จะสร้างความสุข และรอยยิ้มให้กับทุกคนอยู่เสมอค่ะ" ภาพ Me Mind Y

album
efm
-

-