สุดฟิน! 5 เมมเบอร์ BNK48 และ CGM48 โชว์ทักษะร้อง เล่น กระหน่ำความประทับใจ เสิร์ฟผู้ชมใน INDY CAMP FESTIVAL CONCERT

ENTERTAINMENT NEWS

สุดฟิน! 5 เมมเบอร์ BNK48 และ CGM48 โชว์ทักษะร้อง เล่น กระหน่ำความประทับใจ เสิร์ฟผู้ชมใน INDY CAMP FESTIVAL CONCERT

25 ส.ค. 2022

ครั้งแรกกับ 5 เมมเบอร์ วี-สตางค์-แพนด้า BNK48 และฟอร์จูน-มามิ้งค์ CGM48 ในคอนเสิร์ต INDY CAMP FESTIVAL CONCERT

เมื่อวันอาทิตย์ที่  21 สิงหาคม ที่ผ่านมา นับเป็นการจัดคอนเสิร์ตครั้งแรกของกลุ่มโปรเจกต์พิเศษอินดี้แคมป์ ซีซั่นแรก ของ 5 เมมเบอร์ ได้แก่ วี - แพนด้า - สตางค์ วง BNK48 , ฟอร์จูน - มามิ้งค์ วง CGM48

ซึ่งทั้ง 5 เมมเบอร์  ได้มีการพัฒนาทักษะการแต่งเพลง รวมถึงการใช้เครื่องมืออัดเสียง รู้กระบวนการลงเสียงด้วยตนเอง  มีไอเดียใหม่ใหม่เกิดขึ้นมากขึ้น โดยทั้ง 5 เมมเบอร์ได้ทำเพลงที่เป็นของตนเองจนสำเร็จ ผ่านอุปสรรค การเขียนเนื้อเพลงจนเป็นเพลงธรรมชาติที่ตนเองชื่นชอบของแต่ละเมมเบอร์

อีกทั้งยังได้ร่วมงานกับ “รัฐ พิฆาตไพรี” หรือ “รัฐ วง Tattoo Colour “ และทีม PLATFORM MAKKASAN; พงศ์จักร พิษฐานพร, ตนุภพ โนทยานนท์, โพธิสิวะ โสตถิพันธ์ และ เภาวสฎษดิ์ เล็กชม อีกด้วย

ภาพ iAM

related ENTERTAINMENT NEWS

“บีม กวี” เปิดใจสมาชิกคนใหม่ของครอบครัว เป็นฝาแฝดเพศหญิงทั้งคู่

20 มิ.ย. 2022

“บีม กวี” เปิดใจสมาชิกคนใหม่ของครอบครัว เป็นฝาแฝดเพศหญิงทั้งคู่

หลังจาก “บีม กวี” และภรรยา “ออย อฏิพรณ์” พร้อมลูกชายฝาแฝด “น้องธีร์-น้องพีร์” ได้ไปออกรายการแฉ ทีวี ทางช่อง GMM25 และแอบบอกใบ้แฟน ๆ เกี่ยวกับเรื่องเพศของสมาชิกคนใหม่ โดยมีหนึ่งในฝาแฝดเป็นเพศหญิงล่าสุด “บีม กวี” ได้ออกมาเปิดเผยอย่างเป็นทางการแล้วว่า สมาชิกคนใหม่ของครอบครัวตันจรารักษ์ เป็นฝาแฝดเพศหญิงทั้งคู่ ซึ่งทาง “บีม กวี” และ “ออย อฏิพรณ์” ก็ได้เตรียมความพร้อมกับการต้อนรับสมาชิกใหม่แล้ว รวมถึงมีการวางแผนในเรื่องของการเลี้ยงดูอีกด้วย ภาพ : beamkawee

“บิวกิ้น – พีพี” จัดเต็มโชว์เพลงฮิตในงานเทศกาลดนตรีระดับโลก SUMMER SONIC 2022 สร้างความประทับใจให้แฟน ๆ ทั่วโลก จนขึ้นอันดับ 1 เทรนด์ทวิตเตอร์โลก

23 ส.ค. 2022

“บิวกิ้น – พีพี” จัดเต็มโชว์เพลงฮิตในงานเทศกาลดนตรีระดับโลก SUMMER SONIC 2022 สร้างความประทับใจให้แฟน ๆ ทั่วโลก จนขึ้นอันดับ 1 เทรนด์ทวิตเตอร์โลก

หลังจากบินลัดฟ้าสู่โตเกียวแล้ว ล่าสุด “บิวกิ้น พุฒิพงศ์” และ “พีพี กฤษฏ์” ก็ได้ร่วมโชว์ในงานเทศกาลดนตรีระดับโลก SUMMER SONIC 2022 ที่จัดขึ้น ณ Zozo Marine Stadium และ Makuhari Messe โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น พร้อมศิลปินดังจากหลากหลายประเทศ สำหรับโชว์ในครั้งนี้ “บิวกิ้น – พีพี” ก็ได้จัดเต็มผลงานเพลงจากซีรีส์ “แปลรักฉันด้วยใจเธอ” อย่าง ‘รู้งี้เป็นแฟนกันตั้งนานแล้ว’ , ‘โคตรพิเศษ’ , ‘ห่มผ้า’ และซิงเกิลเดี่ยวอย่าง ‘I'll Do It How You Like It’ , ‘ชอบตัวเองตอนอยู่กับเธอ’ , ‘iไม่o’ พร้อมเซอร์ไพรส์สุดพิเศษด้วยการร้องเพลง ‘กีดกัน’ เป็นภาษาญี่ปุ่น งานนี้สร้างความประทับใจให้แฟน ๆ ทั่วโลก จน #BKPPsummersonic ขึ้นอันดับ 1 เทรนด์ทวิตเตอร์โลกและประเทศไทยกันเลยทีเดียวนอกจากนี้ “บิวกิ้น – พีพี” ยังมีกำหนดจะขึ้นแสดงอีกรอบใน “SUMMER SONIC EXTRA” ที่จะจัดขึ้นในวันพุธที่ 24 สิงหาคมนี้ ณ EBISU Garden Hall เวลา 19.30 น. (เวลาญี่ปุ่น) หรือ 17.30 น. (เวลาไทย) ซึ่งบัตรก็ได้ Sold out ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วภาพ : Billkin EntertainmentPP Krit Entertainment

“บีม กวี” ขอเลื่อนคอนเสิร์ต “D2B” เพราะอยากดูแลภรรยาช่วงใกล้คลอด

13 ก.ค. 2022

“บีม กวี” ขอเลื่อนคอนเสิร์ต “D2B” เพราะอยากดูแลภรรยาช่วงใกล้คลอด

“บีม กวี” เปิดใจขอเลื่อนคอนเสิร์ต “D2B” ที่จะจัดขึ้นในช่วงปลายปี 2565โดย “บีม กวี” ได้เปิดเผยว่า “ผมก็ได้ไปคุยกับทางผู้ใหญ่ไว้แล้วว่าขอเลื่อนคอนเสิร์ตไปก่อน เพราะปลายปีเป็นช่วงที่ภรรยาของผมจะคลอด ซึ่งเวลาที่ผู้หญิงท้องเขาจะมีช่วง “Baby Blue” ที่ทำให้ฮอร์โมนเปลี่ยนได้ ก็เลยเป็นห่วงเขา” “ตอนนั้นเคยรับงานคอนเสิร์ต แล้วเป็นช่วงที่ภรรยาคลอดลูกชายฝาแฝดพอดี เราก็ไม่รู้เพราะมันเป็นครั้งแรกของเรา และรู้สึกผิดมากที่ไม่ได้อยู่กับเขาในช่วงเวลา 1 เดือนตอนนั้น และลูกยังอ่อน ๆ เขาต้องเผชิญกับฮอร์โมนที่มันเปลี่ยนแปลงไป ก็เลยบอกเขาว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวในช่วงระหว่างที่ท้องจนคลอดเราจะอยู่กับเธอเอง ตอนนี้งานละครก็ไม่ได้รับเล่นเลย เพราะอยากจะใช้เวลาอยู่กับครอบครัวให้มากที่สุด” ภาพ : beamkawee

จำฝังใจ!! แม่เปลี่ยนไป เพราะปลดเบาผิดที่…

20 ต.ค. 2022

จำฝังใจ!! แม่เปลี่ยนไป เพราะปลดเบาผิดที่…

เรื่องราวชวนขนหัวลุกนี้ มาจากคุณฟีน สายแรกที่โทรเข้ามาแชร์ประสบการณ์ของคุณแม่ให้ดีเจแนน และดีเจเคเบิลได้คลุมโปงไปด้วยกัน ในรายการ “อังคารคลุมโปง” เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา (18 ตุลาคม 2565)คุณฟีนเล่าว่า ครอบครัวของคุณฟีนมีกิจการคณะลิเก ในช่วงๆ หนึ่งของทุกปี จะต้องเดินทางไปแสดงลิเกที่วัดชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ และในปีที่ทำให้ต้องพบกับประสบการณ์หลอนนั้น คือปี พ.ศ. 2545 ทางวัดได้จัดพื้นที่ให้คณะลิเกตั้งซุ้มคณะใกล้ๆ กับพื้นที่ก่อสร้างด้วยพื้นที่ที่จำกัดทำให้คณะลิเก จัดตั้งได้เพียงแค่ด้านหน้าเวทีการแสดงเท่านั้น ส่วนด้านหลังที่เป็นพื้นที่พักผ่อนหรือแต่งตัวแต่งหน้าของทีมงานและนักแสดง ต้องย้ายไปจัดอยู่ในพื้นที่ก่อสร้างข้างๆ ที่เป็นลักษณะลานกว้างและหลังคายังสร้างไม่เสร็จดี ถัดจากลานกว้าง ก็มีห้องๆ หนึ่งที่ยังเป็นโครงประตู หน้าต่างที่กำลังก่อสร้างอยู่และเนื่องจากทางวัดไม่เคยจัดให้โรงลิเกอยู่ในพื้นที่นี้มาก่อน ทำให้ระยะทางระหว่างโรงลิเกและห้องน้ำอยู่ห่างกันมาก ทีมงานและนักแสดงหลายคนจึงตัดสินใจปลดเบาที่ห้องห้องนั้นแทน...จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่ยังมีการแสดงลิเกอยู่นั้น คุณแม่ของคุณฟีนก็ได้ไปปลดเบาที่ห้องนั้นเช่นเคย หลังจากนั้นแกก็เริ่มมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรงราวกับว่ามีคนเอาไม้หน้าสามมาตีที่หัวอย่างไรอย่างนั้น!เมื่อการแสดงจบลง คนในครอบครัวก็สังเกตว่าอาการปวดหัวนั้นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั้งทำให้ตาของคุณแม่เหล่ และเมื่อคุณแม่ไปหาหมอ ก็ได้รับมาเพียงยาพาราเซตามอลคุณฟีนเล่าต่ออีกว่า บ้านของเธอเป็นบ้าน 2 ชั้น ชั้นบนมี 4 ห้อง แบ่งเป็นฝั่งซ้ายขวาอย่างละ 2 ห้อง ซึ่งทางด้านขวาเป็นห้องพระ ในระหว่างที่คุณพ่อกำลังประคองคุณแม่เดินขึ้นมายังชั้น 2 จู่ๆ คุณแม่ก็ก้มหัวตัวเองลงกับพื้น จากนั้นก็ไถหัวแล้วเบนหน้าหนีจากห้องพระเพื่อขึ้นบันไดจนถึงห้องแล้วก็ปิดประตูทันที!คุณฟีนเสริมว่า ภายในห้องพระนั้น มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของต้นตระกูลอยู่มากมาย หนึ่งในนั้นคือพ่อแก่ที่ตกทอดมาตั้งแต่รุ่นปู่ของทวด ซึ่งไม่มีใครกล้าบูรณะให้เพราะหลายคนสัมผัสได้ถึงความดุของท่านเมื่ออาการของคุณแม่เริ่มหนักขึ้น บรรดาญาติๆ ต่างก็แวะเวียนมาเยี่ยมเยียน ไม่ต่างจากคุณลุง ผู้ซึ่งทำงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งแถบบางรัก คุณลุงเองก็อยากให้คุณแม่ไปรักษาที่โรงพยาบาลนี้ และตั้งใจจะไปขอให้คุณหมอที่สนิทกันช่วยรักษาให้เมื่อไปถึงโรงพยาบาล คุณหมอก็ยินดีรับคุณแม่เข้ารับการรักษา ซึ่งตอนนั้นคุณฟีนเองก็สัมผัสได้ว่าตอนนี้เหมือนคุณแม่ของเธอเหมือนมีสองคนอยู่ในร่างเดียว บางครั้งก็เป็นคุณแม่ที่คุณฟีนรู้จัก แต่ในบางครั้งก็จะแสดงท่าทีแปลกไปทางด้านลูกพี่ลูกน้องของคุณฟีน ก็รู้สึกแปลกใจเรื่องนี้เช่นกัน ขณะที่คุณแม่กำลังพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ญาติของคุณฟีน จึงลองสวดคาถาชินบัญชร พอสวดเสร็จก็สอดคาถาไว้ใต้หมอนของคุณแม่ จากนั้น คุณแม่ก็ตื่นขึ้น!แต่กลับกลายเป็นว่า คุณแม่ไม่ยอมนอนหนุนหมอนที่มีคาถาซ่อนอยู่ พร้อมกันนั้นแกกลับสลับเอาเท้าไปพาดกับหมอนแทน ก่อนจะพูดว่า “ไม่นอน ไม่อยากนอน ไม่เอา” ซ้ำวนไปมาหลายรอบ แล้วยังบอกอีกว่า “เอาบทสวดมนต์ออกไป” เหตุการณ์นี้ทำให้ทุกคนเข้าใจแล้วว่า คุณแม่ต้องโดนของหรืออะไรบางอย่างแน่ๆ... แต่ก็จะรักษาด้านวิทยาศาสตร์ควบคู่กับความเชื่อไปด้วยผ่านไปได้ 3-4 วัน คุณอาที่รับหน้าที่เฝ้าคุณแม่ก็ได้โทรมาบอกว่า คุณแม่เริ่มอาการไม่ดี ให้รีบมาที่โรงพยาบาลด่วน ถ้าคืนนี้ไม่ไหว ก็อาจจะต้องปล่อยให้คุณแม่ไป เมื่อไปถึงโรงพยาบาล บรรดาญาติก็เห็นว่าคุณแม่ไม่ได้นอนซมเพราะป่วย แต่ลุกขึ้นมาพูดด้วยเสียงเล็กเสียงน้อยว่า “ขอตังค์หน่อยสิ ขอตังค์หน่อยได้ไหม” ญาติก็ถามกลับว่า “จะเอาตังค์ไปทำอะไร?” แม่ก็ตอบว่า “อยากได้เงิน ต้องใช้เงิน”หลังจากนั้นคุณหมอก็พาเข้าห้องไป เมื่อรักษาเสร็จก็พาออกมา และดูเหมือนว่า อาการของคุณแม่จะดีขึ้น แต่ก็ถูกมัดมือมัดเท้าเพราะมีสายท่อที่ใช้ในการรักษาระโยงระยางเต็มไปหมดทางครอบครัวยังคงรักษาคุณแม่ต่อในโรงพยาบาล ส่วนในแง่ของความเชื่อ ก็มีคนแนะนำมาว่าให้ไปหาพระวัดป่ารูปหนึ่งในจ.ราชบุรี เผื่อท่านจะช่วยได้ จากนั้นคุณย่าก็ไปหาพระรูปนั้น เพื่อนำวันเดือนปีเกิดของคุณแม่ไปให้ พอยื่นให้ท่าน ท่านก็พูดว่า “เขาโกรธนะ ไปเยี่ยวรดหัวเขาแบบนั้น คนมอญน่ะเขาโกรธนะ เขาจะเอาไปเลยนะ”นอกจากนี้ยังบอกอีกว่า “คนที่มาสิง เป็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ ผิวสองสี เป็นคนมอญ”และยังถามอีกว่า “มีลูก 2 คนใช่ไหม?” ย่าก็ตอบว่า “ใช่” พระท่านจึงแนะนำว่า “ให้คนโตบวช 15 วัน ส่วนคนเล็กให้เลิกกินเนื้อตลอดชีวิต และให้นำของไหว้ ไปที่ที่แม่เคยโดนของ แล้วก็ขอขมา บอกว่าเราไม่ได้ตั้งใจ” หลังจากนั้นไม่กี่วัน คุณย่าก็รีบไปทำพิธีตามที่พระท่านบอก คุณย่าเล่าให้ฟังว่า ที่ตรงนั้นทั้งมืด ทั้งน่ากลัว แต่ก็ทำการสวดมนต์และขอขมาจนเสร็จสิ้นกลับมาที่ฝั่งของโรงพยาบาล ก็เหมือนมีอะไรมาดลใจคุณหมอให้เดินมาที่เตียงของคุณแม่ แล้วถามคุณอาว่า “ขอถามหน่อยสิ คนไข้ตาเหล่มาตั้งแต่กำเนิดเลยไหม?” อาก็ตอบกลับว่า “ไม่ใช่ค่ะ” เมื่อคุณหมอได้ยินดังนั้น ก็ให้นักศึกษาแพทย์มาช่วยกันตรวจอาการของคุณแม่ทันที เพราะมีเคสน้อยมากที่จะปวดหัวจนตาเหล่แบบนี้ เมื่อคุณหมอได้วินิจฉัยเสร็จแล้ว ผลตรวจออกมาว่า คุณแม่มีอาการไวรัสขึ้นสมอง เป็นช่วงเวลาไล่เลี่ยกับที่คุณย่าได้ไปขอขมาพอดี คุณแม่ก็เริ่มมีอาการดีขึ้นแต่ก็ใช้เวลาเกือบ 1 เดือนเต็มเลยทีเดียวเมื่อได้ออกจากโรงพยาบาล คุณแม่ก็กลายเป็นคนที่พูดช้าลง รวมทั้งการกระทำต่างๆ ก็ด้วย แล้วคุณแม่ก็เล่าให้ฟังว่า “ก่อนที่แม่จะไปโรงพยาบาล แม่ก็ยืนอยู่หน้าห้องพระ แล้วพูดว่าพ่อแก่ ขอให้ลูกหายกลับมา ลูกจะบวช 15 วัน” แล้วก็บอกว่าตอนที่อยู่โรงพยาบาลแม่ฝันว่า “มีคนมาจ้างลิเกให้ไปเล่นบนสวรรค์ แม่ก็ชักรอกขึ้นไป แล้วก็มีคนเอาตุ๊กตามาให้แม่ถือเต็มมือเลย แต่แม่ก็ทำหล่น คนข้างล่างที่เป็นเหมือนคนมอญก็พูดขึ้นมาว่าทำหล่นเหรอ แล้วก็โดนด่า” แล้วยังฝันอีกว่า “แม่กระโดดข้ามตึกไปมา แล้วก็ไม่ตาย มีคนมาช่วย แล้วก็เห็นคนที่ตายทุกคนมายืนล้อมเตียงเหมือนพยายามจะมาช่วยแม่”หลังจากนั้น คุณแม่และพี่ชายของคุณฟีนก็ไปบวช ส่วนคุณฟีนก็เลิกกินเนื้อตลอดชีวิต และคุณแม่ก็ได้ไปหาพระรูปนั้นที่คุณย่าเคยไปหา พระท่านก็แนะนำอีกว่า “ให้เลิกกินหอยที่มีคนเอาไปปล่อย พยายามทำบุญตักบาตรเรื่อยๆ นะ”แต่หลายคนก็สงสัยว่ามีทีมงานและนักแสดงหลายคนที่ไปปลดเบาในห้องนั้น ไม่เห็นมีใครมีอาการเหมือนคุณแม่เลย ท่านจึงบอกว่า “อาจเพราะดวงกำลังตก และเป็นคนจิตอ่อนทำให้โดนได้ง่าย”นับตั้งแต่วันนั้น คุณแม่ก็ยังคงพูดช้าจวบจนทุกวันนี้ แต่ก็ไม่มีอาการแปลกๆ เหมือนช่วงที่เข้าโรงพยาบาลอีกเลย... สามารถติดตามชมความหลอนย้อนหลังแบบเต็มๆได้ทางหากคุณชอบเรื่องหลอน และอยากแชร์ประสบการณ์ขนหัวลุก รับชมรายการสดได้ทุกวันอังคาร เวลา 20.00-22.00 น. ทางคลื่นวิทยุ EFM94 และ App : Atimefungfin

album
efm
-

-