GDH ปล่อยตัวอย่างของ “One for the Road วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอ” ภาพยนตร์ไทยที่หลายคนบอกว่าน่าดูสุดๆ

ENTERTAINMENT NEWS

GDH ปล่อยตัวอย่างของ “One for the Road วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอ” ภาพยนตร์ไทยที่หลายคนบอกว่าน่าดูสุดๆ

20 ม.ค. 2022

“เตรียมน้ำตาไว้เป็นลิตร เพื่อเข้าไปร้องไห้ในโรงภาพยนตร์ได้เลย” นี่คือหนึ่งคอมเมนต์จากคอหนัง หลังจากที่ได้ชมตัวอย่างแรกของ “One for the Rode วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอ” ภาพยนตร์เรื่องแรกของปีนี้จาก GDH ผลงานการกำกับของ บาส-ณัฐวุฒิ พูนพิริยะ โดยมี หว่องกาไว ผู้กำกับระดับตำนานมานั่งเก้าอี้เป็นโปรดิวเซอร์

เรื่องราวของ “อู๊ด” (ไอซ์ซึ ณัฐรัตน์) ชายหนุ่มที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย ที่ตัดสินใจชวน “บอส” (ต่อ ธนภพ) เพื่อนรักเจ้าของบาร์จากนิวยอร์ก เดินทางเพื่อทำให้สิ่งที่อยากทำเป็นครั้งสุดท้าย นั่นคือการไปเจอ “แฟนเก่าส์” ที่ติดอยู่ในความทรงจำ ทั้งเธอที่เคยรัก, เธอที่ยังคิดถึง และ เธอที่อยากขอบคุณและขอโทษเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ทริปของเพื่อนทั้งสองจะต้องสิ้นสุดลง พร้อมกับชวนผู้ชมตั้งคำถามว่า “คุณอยากยูเทิร์นกลับไปรักใคร...ในวันสุดท้ายของชีวิต”

โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ประเดิมด้วยการคว้ารางวัลระดับนานาชาติ อย่าง World Dramatic Special Jury Award : Creative Vision จากเทศกาลภาพยนตร์ Sundance 2021 มาครอง พร้อมได้รับคำวิจารณ์ด้านบวกมากมาย ทั้ง แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร, การเดินทางที่น่าจดจำ, กระแทกใจแบบเต็มๆ, หนังว่าด้วยความน่ายินดีของการมีชีวิต ที่ซาบซึ้งเกินคาด

อีกหนึ่งความน่าสนใจคือ ทัพนักแสดงนำระดับรางวัล นำโดย ต่อ ธนภพ, วี วิโอเลต, พลอย หอวัง, ออกแบบ ชุติมณฑน์, นุ่น ศิรพันธ์, หญิง รฐา และ ไอซ์ซึ ณัฐรัตน์ ที่ครั้งนี้ทุ่มเทขั้นสุดด้วยการลดน้ำหนักลงหลายกิโลกรัม เพื่อการแสดงในครั้งนี้ ซึ่งสามารถเข้าไปชมตัวอย่างภาพยนตร์ “One for the Rode วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอ” ได้แล้ววันนี้ และรอไปติดตามเรื่องราวการเดินทาง ความรัก และมิตรภาพได้ 10 กุมภาพันธ์ นี้ ในโรงภาพยนตร์

ภาพ : GDH


related ENTERTAINMENT NEWS

‘ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ’ ฉบับรีมาสเตอร์ 4K ฉลองครบรอบ 20 ปีผีขี่คอ เตรียมเข้าฉาย 9 กันยายนนี้

30 ส.ค. 2024

‘ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ’ ฉบับรีมาสเตอร์ 4K ฉลองครบรอบ 20 ปีผีขี่คอ เตรียมเข้าฉาย 9 กันยายนนี้

นับถอยหลังเพื่อไปสัมผัส ‘อาการปวดคอ’ กันอีกครั้งกับความสยองของภาพยนตร์ไทยยอดนิยมและประสบความสำเร็จอย่าง ‘ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ’ ซึ่งปีนี้ครบ 20 ปีตำนาน ‘ผีขี่คอ’ หลอนครองใจแฟนหนังไทยด้วยรายได้กว่า 100 ล้านบาท และแฟนหนังผีต่างประเทศจนถูกฮอลลีวูดซื้อลิขสิทธิ์ไปรีเมกและโอกาสนี้ GDH ได้เฉลิมฉลองด้วยการหยิบมารีมาสเตอร์ใหม่คมชัดระดับ 4K และเตรียมนำกลับมาฉายในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 9 กันยายน 2567 เพื่อให้ทุกคนได้หลอนแบบชัดเจนกว่าเดิมด้าน โต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกูล หนึ่งในผู้กำกับได้เล่าความรู้ถึงโปรเจกต์นี้ว่า “เผลอแป๊บเดียว ผ่านไป 20 ปีแล้ว ยังจำความรู้สึกตอนดูชัตเตอร์ครั้งแรกได้อยู่ไหม หลายคนอาจจะไม่เคยดูในโรง ปีนี้เลยอยากชวนมาดูในโรงในแบบ Remastered 4K ภาพและเสียงจัดเต็ม เอาให้ออฟฟิศซินโดรมกำเริบกว่าเดิม It’s 20th anniversary of my first film Shutter. Now remastered in 4K” ขณะที่ โอ๋-ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ ก็ได้เชิญชวนแฟน ๆ ไปสัมผัสประสบการณ์สยองเขย่าโรงของหนึ่งในผีไทยที่น่ากลัวที่สุดกันอีกครั้งพร้อมกันนี้ GDH ยังได้เปิดตัวทีเซอร์โปสเตอร์ใหม่ 3 ใบให้แฟน ๆ ได้อุ่นเครื่องความหลอน ก่อนเข้าไปชม ‘ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ’ ภาพยนตร์สยองขวัญระดับตำนานกับการรีมาสเตอร์ใหม่กระจ่างชัดระดับ 4K กันอีกครั้ง 9 กันยายน 2567 ในโรงภาพยนตร์ภาพ : GDH

ภาพชุดแรกจาก โกฮัง..หัวใจโกโฮม อุ่นเครื่องภารกิจหาบ้านในฝันของหมาจรตัวขาวจมูกชมพู ที่จะทำให้หัวใจพองโต

05 มี.ค. 2026

ภาพชุดแรกจาก โกฮัง..หัวใจโกโฮม อุ่นเครื่องภารกิจหาบ้านในฝันของหมาจรตัวขาวจมูกชมพู ที่จะทำให้หัวใจพองโต

GDH เดินหน้าตอกย้ำกระแสความอบอุ่น หลังปล่อยตัวอย่างภาพยนตร์ โกฮัง..หัวใจโกโฮม จนได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม ล่าสุดได้เผยภาพชุดแรกจากภาพยนตร์ออกมาเรียกน้ำย่อย เพิ่มดีกรีความน่ารักและความซาบซึ้ง ก่อนพาผู้ชมออกเดินทางสู่ภารกิจตามหาบ้านในฝันของหมาจรตัวสีขาวจมูกชมพู ที่พร้อมจะทำให้ทุกหัวใจพองโตก่อนหน้านี้ เพียงแค่ตัวอย่างถูกปล่อยออกมา ก็สามารถครองใจผู้ชมจำนวนมาก ด้วยเรื่องราวอบอุ่นและเสน่ห์ของทั้งเจ้าหมาและเหล่าเจ้านายทั้งสามที่ผลัดเปลี่ยนเข้ามาในชีวิตของมัน การปล่อยภาพชุดล่าสุดจึงยิ่งเป็นการตอกย้ำว่า นี่คืออีกหนึ่งหนังไทยที่หลายคนยกให้เป็นลิสต์ห้ามพลาดแห่งปีภาพยนตร์เล่าเรื่องของลูกหมาจรสีขาวจมูกชมพูที่ใช้ชีวิตกินนอนอยู่หน้าเซเว่น ก่อนจะเริ่มฝันอยากมีบ้านที่อบอุ่นเป็นของตัวเอง จนได้พบกับเจ้าของคนแรก ฮิโระ (ยาซูชิ คิตะจิมะ) วิศวกรรถยนต์ชาวญี่ปุ่นวัยใกล้เกษียณ ผู้ตั้งชื่อให้มันว่า “โกฮัง” จากนั้นเส้นทางชีวิตได้พาโกฮังไปพบเจ้าของคนที่สอง น้ำชา (พิ้งกี้-ปู มามี ตา) แม่บ้านชาวเมียนมาที่คอยดูแลและปกป้องมันในบ้านพักพิงสุนัขจรจัดเมื่อกาลเวลาผ่านไป โกฮังเติบโตเป็นหมาคณะสุดเก๋า และได้พบกับเจ้าของคนที่สาม เปเล่ (เจ้านาย-จินเจษฎ์ วรรธนะสิน) และ ใจดี (ตู-ต้นตะวัน ตันติเวชกุล) สองนักศึกษามหาวิทยาลัยที่ตัดสินใจช่วยกันดูแลมัน หมาแก่อย่างโกฮังจึงตอบแทนความรัก ด้วยการสอนให้ทั้งคู่ได้เรียนรู้ความหมายของความผูกพันและการเติบโตไปพร้อมกันร่วมเดินทางผ่านสามช่วงเวลาของชีวิตเจ้าหมาโกฮัง ที่ทุกช่วงวัยคือการเริ่มต้นใหม่ และทุกการจากลาคือบทเรียนของหัวใจ เพื่อค้นหาความหมายที่ยิ่งใหญ่ของคำว่า ‘บ้าน’ ไปด้วยกันใน โกฮัง..หัวใจโกโฮม 2 เมษายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ภาพ : GDH

GDH แจ้งเปลี่ยนตัวนักแสดงนำในโปรเจกต์ Beauty and The Beat

17 ม.ค. 2025

GDH แจ้งเปลี่ยนตัวนักแสดงนำในโปรเจกต์ Beauty and The Beat

GDH ออกมาแจ้งความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับโปรเจกต์ภาพยนตร์ Beauty and The Beat (working title) ซึ่งถูกเปิดตัวเป็น 1 ใน 5 ผลงานใหม่จากงาน GDH LINEUP 2025 LOOK FORWARD รุก (เกิน) คาด เมื่อปี 2567 ว่ามีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนนักแสดงนำของเรื่อง เนื่องด้วย ไอซ์-ปรีชญา พงษ์ธนานิกร มีปัญหาสุขภาพ“บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด ขอแจ้งให้ทราบว่าภาพยนตร์ Beauty and the Beat (working title) ที่ได้ประกาศเปิดตัวไปเมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา มีเหตุจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนนักแสดง เนื่องจาก ไอซ์-ปรีชญา พงษ์ธนานิกร มีปัญหาด้านสุขภาพ จึงกังวลว่าจะไม่สามารถปรับเปลี่ยนตัวเองให้เหมาะกับคาแรกเตอร์ของตัวแสดงได้ทันกำหนดเปิดกล้อง ไอซ์ จึงปรึกษากับทางบริษัทฯ เพื่อหาทางออกร่วมกัน ซึ่งสุดท้าย ไอซ์ ตัดสินใจขอถอนตัวจากโปรเจกต์ภาพยนตร์ดังกล่าว“ทางบริษัทฯ ขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง สำหรับความเข้าใจและความสนับสนุนที่มีให้เสมอมา บริษัทฯ จะดำเนินโปรเจกต์นี้ต่อ หากมีความคืบหน้าจะประกาศให้ทราบอีกครั้ง”สำหรับ Beauty and The Beat เป็นหนังเวรี่คอมเมดี้ที่เล่าถึงนักร้องตัวแม่ตัวลูกทั้ง 4 ที่สวรรค์แกล้งให้ต้องมาเล่นคอนเสิร์ตด้วยกัน นางสิงห์ 2 ตัวยังอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ 4 DIVA ในคอนเดียวกันจะบันเทิงขนาดไหน โดยได้ ไตเติ้ล-กิตติภัค ทองอ่วม มานั่งเก้าอี้เป็นผู้กำกับ พร้อมด้วยโปรดิวซ์เซอร์ เดียว-วิชชพัชร์ โกจิ๋วและ สุย-สุวิมล เตชะสุปินัน และมีการเปิดตัว 4 นักแสดงนำอันประกอบด้วย ไอซ์-ปรีชญา พงษ์ธนานิกร, นุนิว-ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์, ปิงปอง-ธงชัย ทองกันทม และ นินิว เพชรด่านแก้ว ซึ่งก็ต้องมารอติดตามกันต่อไปว่านักแสดงที่จะมารับบทบาทนี้แทน ไอซ์ จะเป็นใครภาพ : GDH

เจฟ ซาเตอร์ จะมารับบทนำใน Project D ของ GDH ร่วมกับ อิงฟ้า วราหะ ซึ่งมีกำหนดเปิดกล้องปลายปีนี้

29 ส.ค. 2023

เจฟ ซาเตอร์ จะมารับบทนำใน Project D ของ GDH ร่วมกับ อิงฟ้า วราหะ ซึ่งมีกำหนดเปิดกล้องปลายปีนี้

GDH ออกมาอัปเดตความคืบหน้าของ Project D (Working Title) หนึ่งในโปรเจกต์ภาพยนตร์ชิ้นใหม่ของ GDH ผลงานของผู้กำกับ บอส-นฤเบศ กูโน ว่าจะกลับมาเริ่มกระบวนการทำงานอีกครั้ง หลังต้องระงับการทำงานไปชั่วคราว โดยมีความเปลี่ยนแปลงลิสของนักแสดงซึ่งครั้งนี้ได้ เจฟ ซาเตอร์ (Jeff Satur) ศิลปินและนักแสดงมากความสามารถมารับบทนำคู่กับ อิงฟ้า วราหะ“บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด ขอประกาศอัปเดตความคืบหน้าของภาพยนตร์ โปรเจกต์ D (Working Title) ซึ่งทางบริษัทมีเหตุจำเป็นต้องระงับการถ่ายทำไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เนื่องจากความไม่ลงตัวของระยะเวลาในการเตรียมงาน“ซึ่งทางบริษัทฯ ผู้กำกับภาพยนตร์ และทีมงานที่เกี่ยวข้องกับโปรเจกต์นี้ ได้ใช้เวลาในช่วงที่ผ่านมาในการแก้ไขปรับเปลี่ยนรายละเอียดต่างๆ ของบทภาพยนตร์จนสมบูรณ์เรียบร้อย ทางบริษัทฯ จึงขอแจ้งให้แฟน ๆ ทราบว่า ขณะนี้ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวกำลังจะเข้าสู่กระบวนการเตรียมงานก่อนการถ่ายทำจริงแล้ว โดยทีมนักแสดงหลักทั้ง 5 ท่าน ได้แก่ เจฟ ซาเตอร์, อิงฟ้า วราหะ, พงศกร เมตตาริกานนท์, หฤษฎ์ บัวย้อย และ สีดา พัวพิมล จะเริ่มทำการเวิร์กช็อปร่วมกัน เพื่อให้พร้อมสำหรับการเปิดกล้องที่จะเกิดขึ้นในปลายปีนี้“ทางบริษัทฯ ขอขอบคุณแฟนๆ ที่ให้ความสนใจรอชมภาพยนตร์เรื่องนี้ และให้การสนับสนุนที่ดีเสมอมา”สำหรับ Project D ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน GDH Line Up 2023 นำแสดงโดย พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร แต่เนื่องด้วยระยะเวลาในการเตรียมงาน รวมถึงสถานที่ที่ไม่ลงตัว ทำให้ต้องระงับการถ่ายทำไปชั่วคราว ขณะที่แฟนคลับเองก็แอบเสียดายที่จะไม่ได้เห็นฝีมือการแสดงภาพยนตร์ของ พีพี แต่ก็เคารพการตัดสินใจของทุกฝ่ายทางด้าน เจฟ ซาเตอร์ ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้แล้วว่า เป็นโอกาสดีที่ได้ร่วมงานกับทาง GDH และนักแสดงทุกคนในเรื่อง ส่วนตัวเขารู้สึกว่าเป็นงานที่ท้าทายมาก รวมถึงประเด็นหลักของเรื่องที่จะพูดถึงก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจทีเดียว“จริงๆ เราคุยกันมาประมาณ 3-4 เดือนแล้ว พอได้เห็นตัวบทก็รู้สึกว่ามันท้าทายมาก หลังจากนั้นก็ได้เข้าไปแคสต์กับพี่บอสผู้กำกับ ความน่าสนใจของตัวบทคือ มีการพูดถึงประเด็นที่น่าสนใจมาก ๆ ซึ่งเกี่ยวกับ LGBT ด้วย แล้วมันเป็นประเด็นที่ผมพูดมาตลอด เรารู้สึกว่าก็ดีนะถ้าเราจะได้เป็นตัวแทนในการพูดถึงเรื่องนี้แทนคนที่เขาไม่สามารถพูดออกมาได้ รวมถึงไดนามิกของเรื่องมันค่อย ๆ ไล่ไปจนถึงจุดที่มันไม่น่าจะไปถึงได้“ตอนแรกผมก็รู้สึกกังวลว่าผมเหมาะหรือเปล่า ซึ่งผู้ใหญ่บอกว่าจากการได้ดูวิดีโอแคสต์ก็รู้สึกว่านี่เป็นเวอร์ชั่นที่เขาอยากจะเห็นในหนังเรื่องนี้ ตอนแรกที่ผมกังวลเพราะตัวบทมันท้าทายมาก แล้วผมอาจจะมีเวลาเตรียมตัวไม่ได้เยอะขนาดนั้น แล้วการที่จะต้องทรานส์ฟอร์มตัวเองไปเป็นคนอื่นมันก็ยาก การทำงานเพลงมันคือการเป็นตัวเรา แต่งานหนังมันเป็นการทิ้งตัวเราแล้วไปเป็นคนอื่น“ผมไม่ได้รู้สึกว่ามันกดดันอะไรในเรื่องนี้ แต่ถ้าจะกดดันผมกดดันกับเรื่องบทมากกว่า ในฐานะเป็นนักแสดงสิ่งที่ต้องทำการบ้านจริง ๆ คือตัวบท แล้วเราจะไปเป็นคนคนนั้นในหนังเรื่องนี้ได้ยังไง”เจฟ ยังบอกอีกว่า คาแร็กเตอร์ในเรื่องนี้ถือว่าเป็นที่สุดของการทรานส์ฟอร์มตัวเอง เพราะนี่จะเป็นครั้งแรกที่แฟน ๆ ได้เห็นเขาในลุคผิวดำและต้องโกนหัว ซึ่งเขามองว่าหากจะต้องไปเป็นคนอื่น ก็ต้องทิ้งตัวตนของตัวเองไว้ที่หน้าเซ็ตแล้วเข้าไปในโลกของตัวละครนั้นจริง ๆ ต้องรอดูว่าฝีมือการแสดงของเขาจะออกมาเป็นยังไง แต่ที่แน่ ๆ เจฟ ก็ทุ่มสุดตัวเลยทีเดียวภาพ : Wayfer Records

album
efm
-

-