ดู๋ สัญญา เผยว่าความรู้สึกหลัง หลานม่า เป็น 1 ใน 15 ผลงานที่ผ่านเข้ารอบ ลุ้นเป็น 5 เรื่องสุดท้ายชิงออสการ์

ENTERTAINMENT NEWS

ดู๋ สัญญา เผยว่าความรู้สึกหลัง หลานม่า เป็น 1 ใน 15 ผลงานที่ผ่านเข้ารอบ ลุ้นเป็น 5 เรื่องสุดท้ายชิงออสการ์

26 ธ.ค. 2024

ระหว่างที่คณะกรรมการจาก สถาบันศิลปะและวิทยาการภาพยนตร์ (The Academy) กำลังพิจารณาและให้คะแนน เพื่อตัดสินว่าภาพยนตร์เรื่องใดจะเป็น 5 เรื่องสุดท้ายในฐานะนอมินีชิงรางวัลออสการ์ สาขา ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมประจำปีนี้ ดู๋-สัญญา คุณากร นักแสดงมากความสามารถผู้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ หลานม่า (How To Make Millions before Grandma Dies) ผลงานตัวแทนประเทศไทยที่สร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้าไปเป็น 15 เรื่องสุดท้าย ก็ให้สัมภาษณ์ถึงความภาคภูมิใจที่เกิดขึ้นกับวงการหนังไทย

“ผมว่านี่ก็ทะลุความตั้งใจไปเยอะ ตอนแรกแค่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงในฐานะตัวแทนหนังไทยเราก็ดีใจแล้วครับ แต่ตอนนี้พอเข้าไปอยู่ใน 15 เรื่องสุดท้าย ก่อนที่จะไปถึง 5 นอมินี ผมว่าเป็นความรู้สึกที่ดี เป็นชัยชนะในใจของทุกคนแล้วครับ ผมว่าหนังไทยไม่ใช่แค่เรื่องหลานม่า ก่อนหน้านี้เราก็มีผลงานดี ๆ ที่น่าประทับใจ ให้ความรู้สึกว่าไม่ได้ด้อยไปกว่าชาติไหน แน่นอนว่าคนทั้งโลกก็มีของดีเป็นของตัวเอง สักวันก็ต้องมีวันนั้น เหมือนวงการกีฬาได้เหรียญทองโอลิมปิกเหรียญแรก วงการหนังก็ต้องมีวันนั้น เอาใจช่วยกันไปเรื่อย ๆ หนังไทยไม่สามารถไปต่อได้ด้วยรางวัล แต่ไปต่อได้การการสนับสนุนจากคนไทย หนังจะไปได้จากคนไทยดูก่อน แล้วนานาชาติช่วยกันดูมันก็จะไปต่อได้ อยากให้กำลังใจคนทำหนังทุกคน

“ผมไม่ได้เก่งเรื่องการวิเคราะห์หนัง ผมพูดในฐานะคนดูหนังไทยคนหนึ่ง ผมเคยอ่านนิยายกำลังภายในจีนซึ่งมีประโยคหนึ่งที่ตรงกับหลานม่า เขาบอกว่า ‘สูงสุดคืนสู่สามัญ’ เราพัฒนาความซับซ้อนของเทคนิคขึ้นไปเรื่อย ๆ เหมือนมือกระบี่ที่เก่งขึ้นเรื่อย ๆ จนวันหนึ่งกลายเป็นท่าที่ดูเบาเบา ดูธรรมดา ไม่ได้พยายามเข้น พยายามขยี้ แต่มันเกิดสิ่งนั้นขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ คือ ความซาบซึ้ง ความประทับใจที่ไม่ได้ถูกเข็น หลานม่าไม่ได้สร้างมาให้ร้องไห้ สร้างมาให้มันรีเลทกับเรื่องราวของแต่ละบุคคล ผมดีใจที่เป็นส่วนหนึ่งขององค์ประกอบเล็ก ๆ ที่ทำให้หนังไปถึงตรงนั้นครับ”

มาร่วมลุ้นและเอาใจช่วยให้หนังไทยอย่าง หลานม่า ทะลุผ่านเข้าไปยืนเป็นผลงาน 5 เรื่องสุดท้ายเพื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขา ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม โดยจะมีการเผยรายชื่อผลงาน 5 เรื่องในฐานะนอมินีวันที่ 17 มกราคมที่จะถึงนี้

ภาพ : GDH

related ENTERTAINMENT NEWS

‘วิมานหนาม’ และ ‘แฟนฉัน’ 2 หนังไทยเตรียมฉายในเทศกาลภาพยนตร์ CinemAsia Film Festival 2025

03 มี.ค. 2025

‘วิมานหนาม’ และ ‘แฟนฉัน’ 2 หนังไทยเตรียมฉายในเทศกาลภาพยนตร์ CinemAsia Film Festival 2025

อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยยังคงเดินหน้าสร้างความประทับใจบนเวทีระดับโลก ล่าสุด 2 ภาพยนตร์ไทยจาก 2 ยุค ‘วิมานหนาม’ และ ‘แฟนฉัน REMASTERED IN 4K’ ได้รับคัดเลือกให้เข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์ CinemAsia Film Festival 2025 ณ เมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-11 มีนาคม 2568 นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงศักยภาพของวงการหนังไทย‘วิมานหนาม’ เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ได้รับเลือกให้ฉายในสาขา New Visions ซึ่งเป็นหมวดหมู่ที่เปิดพื้นที่ให้กับคนทำหนังรุ่นใหม่ ที่มาพร้อมแนวทางและมุมมองที่โดดเด่น เทศกาลนี้ถือเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้กำกับหน้าใหม่ได้แสดงศักยภาพ และ ‘วิมานหนาม’ ก็ก้าวเข้ามาในฐานะภาพยนตร์ที่น่าจับตามอง ด้วยการเล่าเรื่องที่สดใหม่ผ่านมุมมองที่แสดงถึงพลังสร้างสรรค์ของผู้กำกับยุคใหม่ขณะที่ ‘แฟนฉัน REMASTERED IN 4K’ ได้รับเลือกให้อยู่ในหมวดหมู่ Pioneers ซึ่งเป็นสาขาที่ให้เกียรติภาพยนตร์ระดับตำนานของเอเชีย และนำเสนอผลงานที่ได้รับการปรับคุณภาพภาพและเสียงใหม่ โดยหนังเรื่องนี้ไม่เพียงเป็นที่จดจำของแฟนหนังชาวไทย แต่ยังถือเป็นหนึ่งในผลงานที่ทรงอิทธิพลต่อวงการภาพยนตร์เอเชีย และยังคงเป็นที่รักของผู้ชมทั่วโลกแม้เวลาจะผ่านไปถึงสองทศวรรษการได้รับคัดเลือกให้ฉายในเทศกาล CinemAsia Film Festival 2025 นับเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าภาพยนตร์ไทยกำลังเป็นที่สนใจในระดับสากล ขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพของงานสร้างและการเล่าเรื่องของหนังไทย อีกทั้งยังเป็นโอกาสในการนำเสนอเอกลักษณ์ของวงการภาพยนตร์ไทยบนเวทีระดับนานาชาติด้วยภาพ : GDH

วิมานหนาม ได้รับเลือกให้ฉายในเทศกาลภาพยนตร์ Queer Screen's 32nd Mardi Gras Film Festival

13 ม.ค. 2025

วิมานหนาม ได้รับเลือกให้ฉายในเทศกาลภาพยนตร์ Queer Screen's 32nd Mardi Gras Film Festival

มีอีกหนึ่งข่าวดีของแวดวงหนังไทยมาอัปเดต เพราะล่าสุด GDH ออกมาเปิดเผยว่าภาพยนตร์เรื่อง วิมานหนาม (The Paradise of Thorns) ได้รับคัดเลือกให้เข้าฉายที่เทศกาลภาพยนตร์ Queer Screen’s 32nd Mardi Gras Film Festival (อ่าน : มาร์ดิกรา) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-27 กุมภาพันธ์ 2568 ณ เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลียโดย วิมานหนาม จะได้เข้าฉายในวันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ รอบเวลา 18:30 น. ที่ Event Cinemas George Street พร้อมกันนี้ยังเปิดให้คอหนังได้เข้าไปจองตั๋วเข้าชมภาพยนตร์ได้แล้วที่ queerscreen.org.au/sessions/The-Paradise-of-Thornsสำหรับ Mardi Gras Film Festival เป็นเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ ที่นำเสนอภาพยนตร์ LGBTQIA+ ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์รักโรแมนติก ตลก สารคดี ดราม่า โดยจะมีการคัดเลือกผลงานจากทั่วโลกมาฉายเพื่อสนับสนุนความหลากหลาย โดยมีโปรแกรมที่น่าจับตามองไม่ว่าจะเป็น Queer, Young Hearts, High Tide, What a Feeling, Ponyboi, Gay Shorts, The Last Taboo, Lilies Not for Me, Duino, Demons at Dawn, Imagine Me You ฯลฯ รวมถึงตัวแทนหนังไทยอย่าง วิหมานหนามนอกจากโปรแกรมภาพยนตร์ที่ถูกคัดสรรค์มา ในงานยังมี Talk Session ที่จะชวนบุคคลหลากหลายทางเพศ มาพูดคุยเพื่อแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์การทำงานเบื้องหลัง ไม่ว่าจะเป็นในฐานะผู้กำกับ นักเขียนบท เพื่อจุดประกายความสามารถให้กับผู้ร่วมงานด้วยสามารถติดตามรายละเอียดและเช็กโปรแกรมฉายของภาพยนตร์ใน Queer Screen’s 32nd Mardi Gras Film Festival ได้แล้ววันนี้ที่ queerscreen.org.au/whats-onภาพ : GDH

‘ไร่ตาเพ่ง’ สวนทุเรียน จ.ตราด เปิดให้นักท่องเที่ยวตามรอยภาพยนตร์ ‘วิมานหนาม’ ฟรี!

29 ส.ค. 2024

‘ไร่ตาเพ่ง’ สวนทุเรียน จ.ตราด เปิดให้นักท่องเที่ยวตามรอยภาพยนตร์ ‘วิมานหนาม’ ฟรี!

หลายคนที่ได้เข้าไปชม ‘วิมานหนาม’ หนังดราม่าทริลเลอร์เรื่องล่าสุดจาก GDH ผลงานการกำกับของ บอส-นฤเบศ กูโน ที่กำลังเข้าฉายและสร้างปรากฏการณ์กวาดรายได้ทะลุ 50 ล้านบาท นอกจากความสามารถของทีมนักแสดงนำที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยม อีกหนึ่งสิ่งที่ผู้ชมพูดถึงคือโลเคชั่นในการถ่ายทำ ที่สวยงามจนอยากออกไปตามรอยถ่ายรูปเช็กอินแม้ว่าในเนื้อหาของภาพยนตร์จะกล่าวถึงสวนทุเรียนว่าตั้งอยู่ใน จ.แม่ฮ่องสอน แต่สถานที่ถ่ายทำจริง ๆ แล้วอยู่ในพื้นที่ จ.ตราด ซึ่งสวนทุเรียนแห่งนั้นมีชื่อว่า ‘ไร่ตาเพ่ง’ ที่เขียวขจีไปด้วยต้นทุเรียน สุดสายตาจะมองไปเห็นเนินเขาเล็ก ๆ ซึ่งบนยอดเนินจะมองเห็นบ้านไม้ยกสูงเด่นเป็นสง่าน่าเข้าไปเยี่ยมชม และตอนนี้สถานที่หลักในการถ่ายทำ ได้เปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวให้เข้าไปเยี่ยมชมตามรอยภาพยนตร์ ‘วิมานหนาม’ แล้วโดยแฟนเพจ ‘ไร่ตาเพ่ง – Rai ta peng สวนทุเรียนตราด400ไร่’ ได้ออกมาเขียนข้อความว่า หลังจากที่ภาพยนตร์เข้าฉายหลายคนต้องการอยากจะเข้าไปเที่ยวชมความสวยงามของสวน และก่อนหน้านี้ได้เริ่มดำเนินการปรับปรุงพื้นที่เพื่อความสะดวกในการเข้าชม นักท่องเที่ยวท่านใดที่สนใจอยากเข้าไปตามรอย ก็สามารถแวะเข้าไปได้‘ไร่ตาเพ่ง’ จะเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวฟรี ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. แม้จะไม่ได้มีกติกาอะไรมากนัก แต่อยากขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยงรักษาความสะอาด ไม่ไปรบกวนหรือสร้างความเสียหายให้กับสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงพืชผลในสวนกันด้วยนะภาพ : GDH / TWO ART

ลดน้ำหนัก 17 กิโลกรัม-โกนหัว-ทำความเข้าใจกับผู้ป่วยมะเร็ง 3 สิ่งที่ ไอซ์ซึ ทุ่มเทเพื่อรับบท “อู๊ด” ในหนัง “One for the Road วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอ”

08 ก.พ. 2022

ลดน้ำหนัก 17 กิโลกรัม-โกนหัว-ทำความเข้าใจกับผู้ป่วยมะเร็ง 3 สิ่งที่ ไอซ์ซึ ทุ่มเทเพื่อรับบท “อู๊ด” ในหนัง “One for the Road วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอ”

นอกจากจะเป็นภาพยนตร์ที่คอหนังชาวไทยรอคอยแล้ว “One for the Road วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอ” กำกับโดย บาส-นัฐวุฒิ พูนพิริยะ ดูแลงานสร้างโดย หว่องกาไว ยังเป็นผลงานอีกหนึ่งเรื่องพิสูจน์ฝีมือ ความสามารถ และความทุ่มเทของทีมนักแสดงด้วย โดยเฉพาะ ไอซ์ซึ-ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์ ที่เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นภาพข่าวก่อนหน้านี้ ที่เจ้าตัวนั้นลงทุนรีดน้ำหนักหายไปหลายสิบกิโลกรัม เพื่อความสมจริงของตัวละคร “อู๊ด” ที่ ไอซ์ซึ รับเล่นโดยภาพที่ถูกเผยแพร่ออกมา ทำเอาหลายคนฮือฮามากๆ เพราะแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายชนิดที่ว่าจากหน้ามือเป็นหลังมือ จนแฟนคลับอดเป็นห่วงไม่ได้ว่า จะกระทบถึงสุขภาพในระยะยาวของ ไอซ์ซึ หรือไม่ ก่อนที่เจ้าตัวจะออกมาเปิดเผยว่า ทุกขั้นตอนของการลดน้ำหนักนั้น เป็นไปด้วยความปลอดภัย บวกกับ ไอซ์ซึ เองก็เคยมีประสบการณ์การลดน้ำหนัก จึงรู้กระบวนการและที่วิธีการที่ทำให้รับมือกับร่างกายที่เปลี่ยนไปได้สำหรับระยะเวลาหนึ่งเดือนครึ่งของการเตรียมตัว ไอซ์ซึ ลดน้ำหนักลงไปถึง 17 กิโลกรัม ไม่เพียงเท่านั้น เขายังลงทุนโกนหัวของตัวเอง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายมากๆ ในฐานะนักแสดงอาชีพ ทั้งยังต้องเข้าไปศึกษา ทำความเข้าใจกับผู้ป่วย ไม่ใช่แค่ให้รู้เรื่องภายนอก แต่ต้องเข้าใจถึงความคิดของคนที่ป่วยเป็นโรคนี้ด้วย“บทอู๊ดเป็นงานที่ท้าทายสำหรับผมมาก ผมมีไปปรึกษาคุณหมอ และได้รู้จักเพื่อนพี่บาสที่อเมริกาที่เป็นโรคนี้ ซึ่งพี่ลอยด์มาช่วยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องทางจิตใจแล้วก็ร่างกาย พี่ลอยด์ทำให้ผมเข้าใจกระบวนความคิดของตัวละครอู๊ดมากขึ้น แกเป็นเหมือน role model ที่ผมนำมาใช้กับการแสดงเป็นตัวละครอู๊ด หนังเรื่องนี้ให้ประสบการณ์ชีวิตผมหลายอย่างมาก ได้ทำงานกับพี่บาส และหว่องกาไว ได้ร่วมงานกับนักแสดงสุดยอดฝึมือทุกคน ต่อ, พี่เอก ธเนศ, พลอย, ออกแบบ, พี่นุ่น, วี ทุกคนเก่งมาก ทุกคนทำให้ผมสามารถสวมบทอู๊ด และไปสู่จุดที่ทำให้ออกมาเป็นหนังเรื่องนี้ได้ ขอบคุณทีมเวิร์คทีมนี้มากๆ ครับ”เตรียมออกเดินทางไปพร้อมกันในหนัง “One for the Road วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอ” 10 กุมภาพันธ์นี้ ในโรงภาพยนตร์ภาพ : GDH

album
efm
-

-