Big Mountain Music Festival ครั้งที่ 12 สนุกสุดมันส์ทุกเวที สมศักดิ์ศรีเทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ENTERTAINMENT NEWS

Big Mountain Music Festival ครั้งที่ 12 สนุกสุดมันส์ทุกเวที สมศักดิ์ศรีเทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

13 ธ.ค. 2022

คุ้มค่าการรอคอย! กับ Pepsi Presents Big Mountain Music Festival ครั้งที่ 12 ในธีม ‘ALL-NEW BMMF 12 มัน-ใหม่-มาก’ สำหรับงานในปีนี้จัดไปเมื่อวันที่ 10-11 ธันวาคม ที่ผ่านมา บนพื้นที่ที่จัดงานใหญ่ขึ้นกว่าเดิมถึง 600 ไร่ ของ ดิ โอเชี่ยน เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ซึ่งจัดโดยผู้จัดทีม ‘GAYRAY’ (เกเร) หน่วยงานภายใต้ ‘GMM SHOW’ ผู้นำด้านการจัดคอนเสิร์ตและมิวสิคเฟสติวัลที่ดีที่สุดของประเทศไทย ขอจัดหนักจัดเต็มด้วยหลากหลายประสบการณ์ใหม่ ๆ ในที่เดียว ครบทุกรสชาติ เก็บทุกอารมณ์ เป็นเวลาถึง 2 วัน 2 คืน เรียกว่าภายในงานแฟน ๆ เฟสติวัลนับแสนคนได้มีโอกาสสัมผัสกับบรรยากาศแปลกใหม่ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น เสพดนตรีกับไลน์อัพศิลปินกว่า 150 ศิลปิน ครบทุกแนวดนตรี รวมถึงโซนอาหารคาว-หวาน และเครื่องดื่มที่กระจายอยู่ทั่วบริเวณงานกันอย่างจุใจ

ความพิเศษของงานปี้นี้คือการทำให้ทุกคนได้เสพประสบการณ์แห่งความสุขมากกว่างานเทศกาลดนตรีอื่นของ ไม่ว่าจะเป็น การตั้งแคมป์ท่ามกลางธรรมชาติ เพราะทางงานได้จัดพื้นที่สำหรับลานแคมป์ปิ้งให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ทั้งสะอาด และสะดวกสบาย รวมทั้งกิจกรรมใหม่ที่ครบครันทุกไลฟ์สไตล์โดนใจ ทั้ง MOVIE CLUB กับหนังเรื่องโปรด, อิ่มอร่อยกับการนั่งกินหมูกระทะ และแซ่บไปกับ AFTER YUM ในบรรยากาศสุดชิลล์ และมีการมอบทะเบียนสมรสฉบับ BMMF ให้กับคู่รักที่มีวันครบรอบแต่งงานตรงกับวันจัดงานบิ๊กเมาท์เท่น ซึ่งทุกรายละเอียดของงานถูกคิดออกแบบมาอย่างตั้งใจเพื่อให้งานออกมาดีที่สุด

สำหรับบรรยากาศภายในงาน Pepsi Presents Big Mountain Music Festival ครั้งที่ 12 ที่ผ่านมา ก็จะมีศิลปินที่ทยอยมามอบความสนุกสุดมันส์ผ่านเสียงเพลงตลอดทั้งวันทั้งคืน ซึ่งมีให้เลือกชมหลากหลายศิลปิน ทั้งป๊อป, ร็อก, ฮิปฮอป, แดนซ์, อินดี้, ลูกทุ่ง และยังมีต่างประเทศมารวมงานในปีนี้ด้วย ได้แบ่งเวทีเป็นทั้งหมด 9 เวที แถมยังได้ดีไซน์ใหม่ทั้งหมด ได้แก่ MOUNTAIN STAGE (เวทีภูเขา) เป็นเวทีใหญ่ที่สุดเห็นตั้งแต่เข้ามาในงาน ซึ่งเป็นเวทีที่รองรับการแสดงดนตรีสดเต็มรูปแบบอันหลากหลายจากศิลปินเบอร์ใหญ่สุดฮิตอย่าง KLEAR (เคลียร์), GETSUNOVA (เกทสึโนวา), NUM KALA (หนุ่ม กะลา), BIG ASS (บิ๊กแอส), COCKTAIL (ค็อกเทล), POTATO (โปเตโต้),  SLOT MACHINE (สล็อตแมชชีน), BOOM BOOM CASH (บูม บูม แคช), F.HERO x BEAR KNUCKLE (ฟักกลิ้ง ฮีโร่ x แบร์ นัคเคิล), LOMOSONIC (โลโมโซนิก), MILLI (มิลลิ), URBOYTJ (ยัวร์บอยทีเจ), THREE MAN DOWN (ทรี แมน ดาวน์), PALMY (ปาล์มมี่), LABANOON (ลาบานูน), BODYSLAM (บอดี้สแลม), CLASH (แคลช), TAITOSMITH (ไททศมิตร) มาถึงเวทีหลักของงานอย่าง COW STAGE (เวทีวัว) เวทีที่ได้ขยายพื้นที่แห่งความสนุกให้กว้างใหญ่ขึ้น และเป็นเวทีรวมศิลปินโคตรแมสแห่งปี อาทิ ALLY (แอลลี่),  ZOM MARRIE (ส้ม มารี), VIOLETTE WAUTIER (วิโอเลต วอเทียร์), THE PAKINSON (เดอะ พาร์กินสัน), NON TANONT (นนท์ ธนนท์), STAMP (สแตมป์), LIPTA (ลิปตา), TATTOO COLOUR (แทททูคัลเลอร์), LAZ1 (ลาซวัน), PROXIE (พร็อกซี), PUN x TXRBO x PEARWAH (ปัน x เทอร์โบ x แพรวา), PARADOX (พาราด็อกซ์), LULA (ลุลา), OAT PRAMOTE (โอ๊ต ปราโมทย์), POP PONGKOOL (ป๊อบ ปองกูล), INK WARUNTORN (อิ้งค์   วรันธร), SINGTO NUMCHOK (สิงโต นำโชค), SCRUBB (สครับบ์), POLYCAT (โพลีแคท)

มาถึงเวทีใหม่ของปีนี้ BLOCK STAGE (เวทีบล็อค)ที่รวมศิลปินขวัญใจวัยรุ่นไว้แน่นๆ THE DARKEST ROMANCE (เดอะ ดาร์คเคสท์ โรแมนซ์), PAPER PLANES (เปเปอร์ เพลนส์),  BRIGHT x WIN x KRIST x NANON (ไบร์ท x วิน x คริส x นนน), BILLKIN x PP KRIT (บิวกิ้น x พีพี กฤษฏ์), THE TOYS (เดอะทอยส์), TWOPEE SOUTHSIDE x XOFLOW (ทูพี เซาท์ไซด์ x โซโฟลว์), ATLAS (แอทลาส), MATCHA x KIN x ALALA x PERSES (มัจฉาx คินน์ x อาลาล่า), PIXXIE x BAMM x PROO THUNWA  (พิกซี่ x แบม x พรู ธันวา), 4MIX (โฟร์มิกซ์), 4EVE (โฟร์อีฟ), TILLY BIRDS (ทิลลี่เบิร์ด), D GERRARD (ดี เจอร์ราร์ด), THAITANIUM (ไทยเทเนี่ยม)

ก่อนจะย้ายไปสนุกกันต่อที่เวที EGG STAGE (เวทีไข่) เวทีนี้นอกจากดีไซน์ออกมาได้เจ๋งสุด ๆ แล้ว ยังเต็มไปด้วยศิลปินมากความสามารถ อาทิ H 3 F (เอช 3 เอฟ), เขียนไขและวานิช, PATRICKANANDA (แพทริคอนันดา), ไปส่งกู บขส.ดู๊, MIRRR (เมอร์), DESKTOP ERROR (เดสก์ทอป เออร์เรอร์), SAFEPLANET (เซฟแพลนเน็ต), ONLY MONDAY (โอนลี่ มันเดย์), JOEY PHUWASIT  (โจอี้ ภูวศิษฐ์), DEPT (เดปป์), ANATOMY RABBIT(อนาโตมี แรบบิท), THE YERS (เดอะเยอร์ส), PHUM VIPHURIT (ภูมิ วิภูริศ), WHAL & DOLPH (วาฬแอนด์ดอล์ฟ)

ด้านเวที PEPSI CHIC STAGE (เวทีไก่) ศิลปินเวทีนี้ก็สนุกไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น TELEVISION OFF (เทเลวิชั่น ออฟ), BELL WARISARA (เบล วริศรา), SERIOUS BACON (ซีเรียส เบคอน), SLAPKISS (สแลปคิสส์), YOURMOOD (ยัวร์มู้ด), SARAH SALOLA (ซาร่าห์ ซาโลร่า), NO ONE ELSE (โน วัน เอลส์), ZWEED N’ROLL (สวีด แอนด์โรล) KARTOM STAGE (เวทีกระท่อม)เวทีน้องใหม่ที่ออกแบบให้เหมือนกระท่อมที่ตั้งอยู่ในป่า มีศิลปินดี ๆ มากมาย ได้แก่ LANDOKMAI (ลานดอกไม้), STOONDIO (สตูนดิโอ) และโชว์อะคูสติกสุดพิเศษจากศิลปิน POTATO (โปเตโต้)  มาชิลล์กันต่อที่เวที FOR-REST STAGE (เวทีฟอร์เรส) กับศิลปินหน้าใหม่ ทั้ง GMM ACADEMY (จีเอ็มเอ็ม อคาเดมี่), YES INDEED (เยส อินดีส), TOFFIE (ท๊อฟฟี่), T!NE (ไทน์) และกิจกรรมสบาย ๆ อย่าง MOVIE CLUB (มูฟวี่คลับ)

อีก 1 เวทีที่จะไม่พูดถึงก็คงจะไม่ได้ เพราะเป็นการเลี้ยงส่งครั้งสุดท้ายให้กับเวที AKOJORN PUB BY NANAKE (อโคจร ผับ บาย น้าเนค) ที่มาพร้อมกับแก๊งศิลปินสุดป่วน อาทิ ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล x จั๊ก ชวิน x ตาร์ มิสเตอร์ทีม, PIMRYPIE (พิมรี่พาย), แจ๊ส สปุ๊กนิค ปาปิยอง กุ๊กกุ๊ก, เอ๊ะ จิรากร, PARADOX (พาราด็อกซ์)

แต่ไฮไลท์ไอเดียในปีนี้คงต้องเป็นเวที RUMWONG BAR BY JOEYBOY x ระเบียบวาทะศิลป์ (บาร์รำวงบายโจอี้บอย x ระเบียบวาทะศิลป์) ที่งานนี้ได้ขนเอาความบันเทิงมาเพียบมีทั้งศิลปินลูกทุ่งที่กำลังมาแรงอย่าง จ๊ะ นงผณี, หญิงลี ศรีจุมพล, ลำเพลิน วงศกร, เบลล์ นิภาดา, เวียง นฤมล, มินตรา อินทิรา, NEW COUNTRY (นิว คันทรี) และอีกหนึ่งความพิเศษของงานปีนี้ กับครั้งแรกของ คณะหมอลำระเบียบวาทศิลป์ ซึ่งเป็นการแสดงที่ถูกพูดถึงมากที่สุด แถมยังเป็นการสร้างตำนานบทใหม่ให้กับวงการหมอลำอีกด้วย อีกทั้งเป็นเวทีที่มีความตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก จึงทำให้บรรยากาศการแสดงเป็นไปด้วยความคึกคักสนุกสนาน เหล่าวัยรุ่นและแฟนๆ ต่างแห่เข้ามาชมการแสดงแน่นขนัดทั้ง 2 วัน 2 คืน เลยก็ว่าได้

นอกจากนี้อีกหนึ่งซีนสำคัญที่แฟนๆ ของบิ๊กเมาน์เท่นมิวสิคเฟสติวัล ตั้งตารอชมในทุกๆ ปี นั่นก็คือ การจุดพลุไฟในคืนสุดท้ายของการจัดงาน ซึ่งปีนี้พูดเลยว่าผู้จัดงานอย่าง ‘GAYRAY’ (เกเร) ได้รังสรรค์การจุดพลุไฟได้อลังการสมศักดิ์ศรีกับเทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และสามารถพูดได้ว่านี่แหละคือ ‘ALL-NEW BMMF 12 มัน-ใหม่-มาก’ ที่คุ้มค่าการรอคอยอย่างแท้จริง! สำหรับใครที่พลาดไม่ได้มาสัมผัสประสบการณ์ความใหญ่ ความใหม่ของงานในปีนี้ไปก็ไม่ต้องกังวล สามารถชมภาพบรรยากาศทั้งหมดและติดตามข่าวสารอัพเดทได้ที่ FB : BigMountainMusicFestival / TikTok: @bigmountainmusicfestival / Twitter: @bigmountainTH   /  YouTube: @BigMountainMusicFestival0

related ENTERTAINMENT NEWS

การกลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่! ในเทศกาลดนตรีที่ทุกคนต่างรอคอย ‘บิ๊ก เมาน์เท่น มิวสิค เฟสติวัล ครั้งที่ 12’

28 ส.ค. 2022

การกลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่! ในเทศกาลดนตรีที่ทุกคนต่างรอคอย ‘บิ๊ก เมาน์เท่น มิวสิค เฟสติวัล ครั้งที่ 12’

แม้ ‘บิ๊กเมาน์เท่นมิวสิคเฟสติวัล’ ไม่ได้จัดงานมา 2 ปี แต่สิ่งที่ยังไม่เคยห่างหายไปจากเทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยนี้ ก็คือประสบการณ์และความประทับใจที่เหล่าแฟน ๆ ทั้งหลายยังคงคิดถึง และต่างรอคอยการกลับมาอีกครั้งปีนี้ผู้จัดคอนเสิร์ต และมิวสิคเฟสติวัลที่มีไอเดียสุดสร้างสรรค์ กล้าคิด กล้าลอง กล้าทำ อย่างครีเอทีฟทีม ‘GAYRAY’ พร้อมเสิร์ฟความหลากหลายของประสบการณ์ใหม่ และความสนุกหลากสไตล์ที่คัดสรรมาเป็นอย่างดีแถมยิ่งใหญ่กว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ตลอด 2 วัน 2 คืน ในเทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บิ๊ก เมาน์เท่น มิวสิค เฟสติวัล ครั้งที่ 12 ครั้งนี้มาในธีม ‘ALL-NEW BMMF 12 มัน-ใหม่-มาก’ โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 - 11 ธันวาคม 2565 ณ ดิ โอเชี่ยน เขาใหญ่ จ.นครราชสีมาซึ่งการกลับมาอีกครั้งของเทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยครั้งนี้ ทุกคนจะได้สัมผัสประสบการณ์มากกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็น1.ประสบการณ์ใหม่ไร้ขีดจำกัด ด้วยพื้นที่จัดงานที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม2.ประสบการณ์ใหม่ที่ขอเล่นใหญ่ด้วยเวทีใหม่ และดีไซน์ใหม่3.ประสบการณ์ใหม่ทางดนตรี ด้วยแนวเพลงที่หลากหลาย4.ประสบการณ์ใหม่ในบิ๊กเมาน์เท่นมิวสิคเฟสติวัล ครั้งที่ 12 ที่มากกว่าแค่ดนตรีพร้อมเปิดจำหน่ายบัตร Early Cow ในวันที่ 1 - 2 กันยายน 2565 (บัตร 1 ใบ เข้างานได้ 2 วัน) ราคา 1,600 บาท (จากราคาปกติ 2,500 บาท) ซื้อบัตรได้ที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส ออลล์ ทิคเก็ต ในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ www.allticket.com สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ FB : Big Mountain Music Festivalภาพ : Big Mountain Music Festival

โอม ปัณฑพล เผยว่าจะไม่รับงานร้องเพลงอีกหลัง COCKTAIL เดินทางถึงบทสรุป

17 ม.ค. 2025

โอม ปัณฑพล เผยว่าจะไม่รับงานร้องเพลงอีกหลัง COCKTAIL เดินทางถึงบทสรุป

วันพรุ่งนี้ (18 มกราคม 2568) เป็นวันสำคัญอีกหนึ่งวันของแฟนเพลงวง COCKTAIL เพราะจะมีการเปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมคอนเสิร์ต COCKTAIL EVER LIVE คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งสุดท้ายและเป็นจุดเริ่มต้นบทสรุปของ COCKTAIL ซึ่งจากกระแสที่ถูกพูดถึงบนโซเชียลมีเดียก็สะท้อนถึงความต้องการบัตรที่มีจำนวนสูงมาก จึงทำให้หลายคนต้องวางแผนเรื่องการซื้อนอกเหนือจากความรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ร่วมเป็นหนึ่งในโชว์ประวัติศาสตร์ มีแฟนเพลงหลายคนอยากรู้ว่าในอนาคตสมาชิก COCKTAIL แต่ละคนจะเดินไปทางไหนในบทบาทอะไรต่อหลังจากที่วง COCKTAIL เดินทางถึงบทสรุป และจะมีโอกาสเห็นแต่ละคนในฐานะศิลปินเดี่ยวในวงการเพลงต่อไปหรือไม่ ซึ่ง โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ นักร้องนำของวงก็ได้ตอบถึงเรื่องนี้ไว้ในรายการ กรรมกรข่าว ทางช่อง 3 ว่า วันที่ COCKTAIL ต้องยุติการทำงานเพลง เขาก็จะไม่ร้องเพลงเป็นอาชีพอีกต่อไป“นักร้องนำจะถูกจำได้ง่าย สปริตของวงมันจะติดตัวไปกับนักร้องได้ง่าย ดังนั้นในเมื่อเราตกลงร่วมกันแล้วว่าจะเลิก ผมก็ไม่อยากจะใช้ประโยชน์จากชื่อเสียงของวงมาที่ตัวเอง ดังนั้นผมเลยเป็นคนเดียวที่จะไม่รับงานร้องอีกเลยครับ เป็นเหตุผลที่จ้างงานเดี่ยวแล้วผมจะไม่ร้องเพลง ถ้าผมไม่อยู่กับวงของผม ผมก็จะไม่ทำครับ แต่ถ้าไม่เป็นอาชีพผมก็ร้องได้”นอกจากนี้ โอม ยังเผยถึงการเตรียมตัวก่อนที่วง COCKTAIL จะถึงบทสรุปว่า ทางวงมีการวางแผนมานานเป็น 10 ปี เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับทีมงานที่ทำงานกับวงในทุก ๆ ส่วน มีการจัดตั้งกองทุนและการจัดการทรัพย์สินของวงไว้ โดยมีการตกลงแบ่งผลประโยชน์อย่างเท่าเทียม ถือเป็นกองทุนสำหรับเพื่อให้ทีมงานทุกคนได้มีเงินใช้ชีวิตในระยะหนึ่งแม้ไม่มีวงแล้วภาพ : COCKTAIL

ศึก “ตัน Fight ตัน Variety Concert” จบไปแบบกรามแทบค้าง “ป๊อบ-โอ๊ต” สร้างเซอร์ไพรส์ทุกนาทีตั้งแต่ต้นจนจบ!

08 ส.ค. 2022

ศึก “ตัน Fight ตัน Variety Concert” จบไปแบบกรามแทบค้าง “ป๊อบ-โอ๊ต” สร้างเซอร์ไพรส์ทุกนาทีตั้งแต่ต้นจนจบ!

เป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตที่สร้างความประทับใจตั้งแต่วินาทีแรกที่เปิดโชว์เลยทีเดียว สำหรับ “ตัน Fight ตัน Variety Concert” กับการต่อสู้กันบนสังเวียนอย่างเต็มรูปแบบครั้งแรก ด้วยบรรยากาศความสนุกสนาน ฮากันแบบจุกๆ 2 รอบการแสดง ในวันเสาร์ที่ 6 และวันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานีสนุกได้เต็มอิ่มไปกับเซอร์ไพรส์ที่ “ป๊อบ-โอ๊ต” เตรียมมาให้หลากหลายรูปแบบจนคาดไม่ถึงเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวของ “ป๊อบ-โอ๊ต” ในมาดนักมวยคู่แค้น พร้อมโปรโมเตอร์ “อาร์ต มารุต” และตัวริงเกิร์ล “คาริสสา” เดินถือป้ายยกที่ 1 ต้อนรับเข้าสู่สังเวียนเดือดอย่างเป็นทางการ เริ่มด้วย “ลุลา” ที่มาในลุคสาวบลอนสุดเซ็กซี่ ตามมาติดๆ กับ “ซานิ” ที่เปิดตัวกลางอากาศด้วยความร้อนแรงส่วนในยกที่ 2 เปิดตัวมาด้วย “วี วิโอเลต และ แอลลี่” ที่ออกมาพร้อมความสดใสปนเซ็กซี่ เรียกรอยยิ้มและเสียงปรบมือได้ดังสนั่นตั้งแต่เมโลดี้ขึ้นเลยทีเดียวมาถึงยกที่ 3 “ไอซ์ พาริส” ขึ้นมาโชว์พลังเสียง และสเต็ปแดนซ์ระดับเทพ รวมถึงยังคว้ากีตาร์มาเล่นโชว์กลางคอนเสิรต์อีกด้วย พร้อมเปิดตัวแขกรับเชิญลับ “นนท์ ธนนท์” ที่เผยว่าหลังจากที่ได้รับโทรศัพท์สายด่วนมาชวนตอนเที่ยงคืนก็รับปากทันที ว่าจะมาเป็นแขกรับเชิญชูชีพให้ในครั้งนี้และยกสุดท้ายเป็นคิวของ “ยัวร์บอยทีเจ” ที่พอขึ้นมาบนเวทีก็ได้รับเสียงกรี๊ดให้กำลังใจดังสนั่นยาวเป็นนาที ทำเอาเจ้าตัวตื้นตันแบบสุดๆ ก่อนจะส่งต่อให้นักร้องสุดปังอย่าง “มิลลิ” ออกมาแร็ปสับๆ รัวๆ จนแฟนเพลงต้องขอลุกขึ้นมาเต้นกันทั้งฮอลปิดท้ายคอนเสิร์ตด้วยเพลง “ยิ้ม” ที่ “ป๊อบ-โอ๊ต” ตั้งใจร้องอย่างสุดความสามารถ เพื่อปิดท้ายคอนเสิร์ตครั้งนี้ แทนคำขอบคุณให้แฟนเพลงทุกๆ คนภาพ : GMM SHOW

แคปเจอร์โมเมนต์สุดม่วนจอยบนเวที ‘ออนซอนเดย์’ คอนเสิร์ตแรกครั้งใหญ่ในชีวิตของ โจอี้ ภูวศิษฐ์

25 พ.ย. 2024

แคปเจอร์โมเมนต์สุดม่วนจอยบนเวที ‘ออนซอนเดย์’ คอนเสิร์ตแรกครั้งใหญ่ในชีวิตของ โจอี้ ภูวศิษฐ์

ผ่านไปแล้วสำหรับคอนเสิร์ตที่หลายคนยกให้เป็นหนึ่งในคอนเสิร์ตที่ดีที่สุดของปีนี้ สำหรับ ‘ออนซอนเดย์ โจอี้ ภูวศิษฐ์ คอนเสิร์ต’ เมื่อวันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ณ ธันเดอร์ โดม เมืองทองธานี สำหรับคอนเสิร์ตนี้ โจอี้ ภูวศิษฐ์ มาพร้อมกับตัวตนที่ทำให้เราสัมผัสได้ถึงความสามารถทางด้านดนตรีของเขาได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมจัดเต็มด้วยโปรดักชั่น แสงสีเสียง และกราฟฟิกที่ดีที่สุดในทุกซีน โดยผู้จัดมืออาชีพ GAYRAY ภายใต้หน่วยงาน GMM SHOW และบทเพลงต่าง ๆ ที่นำมาร้อยเรียงเล่าการเดินทางในวงการดนตรี รวมถึงแขกรับเชิญที่ล้วนแล้วแต่มีความหมายกับ โจอี้ มาร่วมสร้างความสุขและความประทับใจให้กับคอนเสิร์ตครั้งนี้ไปด้วยกันประเดิมเปิดเวทีด้วยการปรากฏตัวของ โจอี้ ภูวศิษฐ์ กลางเวทีคอนเสิร์ตด้วยลุคสุดเท่ เริ่มด้วยเซ็ตเพลงฮิตหลายล้านวิวอย่าง หมาคาบเกิบ, ตะวันทอแสง, ปรากฏการณ์ผีเสื้อ และ เดือนชนเดือน ที่สนุกจนทำเอาเหล่าแฟนเพลงกรี๊ดกระหึ่มฮอลล์ตั้งแต่โชว์แรก และในคอนเสิร์ตครั้งนี้ โจอี้ ไม่ได้มาแค่คนเดียว ยังชวนแขกรับเชิญจากเวทีการประกวดร้องเพลง The Voice Thailand และยังเป็นศิลปินร่วมค่าย genie records มาร่วมโชว์ในคอนเสิร์ตครั้งนี้ นั่นก็คือ เล็ก รัชเมศฐ์ โดย โจอี้ และ เล็ก ได้ร่วมกันร้องเพลงอย่าง โหยหา, เมษาจะกลับมา รวมถึงเพลง ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว ที่ทั้งคู่ได้โชว์สกิลล์เสียง จนผู้ชมขนลุกกันไปทั้งฮอลล์ ต่อด้วยโหมดเพลงแห่งความสนุกกับเพลง โอ๊ย, หัวใจสะออน และเพลงดังอย่าง สาริกาลิ้นทอง ทำเอาแฟน ๆ ร้องตามกันสนั่นฮอลล์มาถึงแขกรับเชิญอีกหนึ่งคนที่มีความหมายต่อ โจอี้ นั่นคือ เฟิด Slot Machine ที่มาร่วมร้องเพลง มนุษย์ต่างดาว และเพลง เคลิ้ม ซึ่งเป็นเพลงที่ โจอี้ นำไปร้องตอนประกวดจนทำให้เขาได้เป็นศิลปินในทุกวันนี้ และอีกหนึ่งโชว์ที่ถือว่าเซอร์ไพรส์สุด ๆ ที่ โจอี้ มาในลุคสุดเซ็กซี่กับเพลง Versace on The Floor ซึ่งถือเป็นร้องโชว์เพลงภาษาอังกฤษบนเวทีคอนเสิร์ตเป็นครั้งแรก พร้อมใส่ตัวตนความเป็น โจอี้ ด้วยการเล่นพิณในเพลงนี้ด้วย ตามมาด้วยแขกรับเชิญสาวสวยดีกรีนางงามที่สะกดทุกสายตาคนดูอย่าง อิงฟ้า วราหะ ที่เคยประกวดร้องเพลงบนเวที The Voice Thailand ในปีเดียวกัน มาร่วมสร้างสีสันให้คอนเสิร์ตนี้ได้อย่างดีเยี่ยม กับ แหล่ (อิงฟ้า) ต่อด้วยเพลง แฟนจ๋า และเพลงร้องแก้สนุก ๆ อย่างเพลง ยาใจคนจน และเพลง ไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้ เรียกว่าถูกอกถูกใจแฟน ๆ กันอย่างยกใหญ่จากนั้น โจอี้ ขอจัดเต็มความสนุกพร้อมกับ วงหมอลำตุ้มเติ่น ที่มาสร้างความม่วนจอยไปทั้งฮอลล์ กับเมดเลย์เพลงโจ๊ะ ๆ อย่าง คิดฮอดสาวฟังลำ, สาวจันทร์กั้งโกบ, คนบ้านเดียวกัน เรียกว่าทั้งเต้นทั้งร้องสะเทือนธันเดอร์ โดมกันเลยทีเดียว กลับสู่โหมดเพลงช้าในเวอร์ชั่นอะคูสติกสุดซึ้งที่มินิสเตจ พร้อมขนเพลงช้าสุดซึ้งของศิลปินในดวงใจที่เป็นต้นแบบในการเป็นศิลปินของ โจอี้ ไม่ว่าจะเป็นเพลง ใจสั่งมา - โลโซ, ขอเช็ดน้ำตา - แคลช รวมถึงเพลงของพี่ชายสุดที่รักคนสนิทอย่าง ป๊อบ ปองกูล กับเพลง ปล่อย ก่อนจะไปเซิ้งสุดมันกันต่อกับเพลง วัดใจ, แดงกับเขียว, เสี่ยว เรียกว่าคอนเสิร์ตนี้มีครบทุกอารมณ์เลยก็ว่าได้ มาถึงซีนพิเศษกับเพลงฮิตอย่าง นะหน้าทอง มาพร้อมกับฝนกระดาษสีทองทั่วทั้งฮอลล์ และแสงสีโปรดักชั่นที่ส่งให้เพลงนี้สมบูรณ์และเต็มอิ่มเดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายของคอนเสิร์ตในบรรยากาศอบอุ่นซาบซึ้ง ซึ่งเป็นช่วงที่ โจอี้ ได้บอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ในอดีต ทั้งขำ ทั้งเศร้า จนแฟน ๆ ในฮอลล์ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว เรียกว่าเป็น Magic Moment ที่เรียบง่าย แต่ทรงพลัง พร้อมมอบ 2 เพลงที่มีเนื้อหาลึกซึ้งกินใจ อย่างเพลง ของตาย ซึ่งเป็นเพลงแรกที่ส่งเดโม่เข้าแกรมมี่ฯ และเป็นเพลงที่ไม่เคยร้องที่ไหนมาก่อน รวมทั้งเป็นเพลงที่บอกความรู้สึกทั้งหมดที่ออกมาจากใจของหนุ่ม โจอี้ ได้เป็นอย่างดี และยังเดินลงจากเวทีมาร้องเพลงนี้ท่ามกลางแฟน ๆ อย่างใกล้ชิดอีกด้วย ปิดท้ายด้วยเพลงฮิต ดวงเดือน ที่ทำให้แฟน ๆ ทั่วประเทศได้รู้จักกับผู้ชายชื่อ โจอี้ ภูวศิษฐ์‘ออนซอนเดย์ โจอี้ ภูวศิษฐ์ คอนเสิร์ต’ เป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตคุณภาพที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า โจอี้ ภูวศิษฐ์ ศิลปินเลือดอีสานขวัญใจมหาชนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสามารถทางด้านดนตรี ที่มาพร้อมกับตัวตนที่ทุกคนยอมรับ และยกให้เป็นคอนเสิร์ตที่ดีที่สุดที่จะติดอยู่ในใจของทุกคนไปอีกนานภาพ : GMM SHOW

album
efm
-

-