COCKTAIL EVER LIVE การแสดงที่ประวัติศาสตร์วงการดนตรีต้องจารึก โมเมนต์ยิ่งใหญ่และน่าจดจำก่อนบอกลาวง COCKTAIL

ENTERTAINMENT NEWS

COCKTAIL EVER LIVE การแสดงที่ประวัติศาสตร์วงการดนตรีต้องจารึก โมเมนต์ยิ่งใหญ่และน่าจดจำก่อนบอกลาวง COCKTAIL

01 เม.ย. 2025

กลายเป็นอีกหนึ่งตำนานไปแล้ว สำหรับคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งสำคัญ COCKTAIL EVER LIVE ที่ได้ถูกบันทึกไว้ในใจแฟนเพลง เมื่อวันที่ 30-31 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ชาวร็อกทั่วไทยและจากหลากหลายประเทศ พร้อมใจกันมุ่งหน้าสู่ราชมังคลากีฬาสถาน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ทางดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ COCKTAIL ศิลปินคลาสสิกร็อกแถวหน้าของไทย ในค่ำคืนแห่งบทสรุปของเส้นทางดนตรีอันยาวนานกว่า 22 ปี

COCKTAIL ขนเพลงฮิตและโชว์สุดพิเศษที่ไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนมาก่อน มาสร้างความประทับใจให้กับผู้ชม เสริมความยิ่งใหญ่ด้วยโปรดักชันระดับโลก ทั้งจอเวทีขนาดยักษ์ CG สุดอลังการ และสเปเชียลเอฟเฟกต์ตระการตา ที่ถูกเนรมิตขึ้นภายใน 72 ชั่วโมง โดยทีมงานมากฝีมือจาก GAYRAY และ GMM SHOW จนเกิดเป็นคอนเสิร์ตที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในคอนเสิร์ตที่ดีที่สุดของปี และยังติดเทรนด์อันดับ 1 บนแพลตฟอร์ม X ยาวนานข้ามคืน

ค่ำคืนแห่งตำนานก็เริ่มต้นขึ้น COCKTAIL เปิดโชว์อย่างยิ่งใหญ่ด้วยพลุชุดใหญ่และวงออร์เคสตรานับร้อยชีวิตในเพลง ไม่มีมิตรแท้หรือศัตรูถาวร ก่อนพาผู้ชมย้อนรอยไปกับเพลงฮิตที่ทุกคนร้องตามได้ อาทิ สาวเซี่ยงไฮ้, ฉันร้องไห้เป็นหมื่นครั้งเพื่อมาเจอเธอ, งานเต้นรำในคืนพระจันทร์เต็มดวง, ช่างมัน, เธอทำให้ฉันเสียใจ และ ดีซะกว่า

อีกหนึ่งช่วงเวลาสุดพิเศษของค่ำคืนนี้คือการปรากฏตัวของ Bowkylion ที่ร่วมขับร้องเพลง ดึงดัน และ วาดไว้ เติมเต็มอารมณ์ให้ค่ำคืนนี้มีมิติยิ่งขึ้น ต่อด้วยเซอร์ไพรส์ที่ทำให้ทั้งราชมังฯ ต้องตะลึง กับเวทีไฮดรอลิกที่พาสมาชิกวงขึ้นไปโชว์ในจุดที่สูงที่สุดของเวที สามารถทักทายแฟน ๆ ได้แบบ 360 องศาในเพลง ระบำกลางใจ เสริมด้วย CG เอฟเฟกต์ไฟ และพลุสุดอลังการที่พาผู้ชมดำดิ่งไปกับอารมณ์ของบทเพลงอย่างสมบูรณ์แบบ

ความร้อนแรงยังคงพุ่งทะลุขีดสุด เมื่อเกสต์พิเศษอย่าง ตูน Bodyslam, ปั๊บ Potato และ เจ๋ง Big Ass ขึ้นมาร่วมสร้างพลังดนตรีอันเร่าร้อนกับเพลง ความคาดหวัง พร้อมนำเพลงเดี่ยวของแต่ละคนมาร้องร่วมกับ โอม COCKTAIL จนเกิดเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ยากจะลืม

คอนเสิร์ตดำเนินมาถึงช่วงกลางคืน COCKTAIL เชิญบุคคลเบื้องหลังความสำเร็จของวง อาทิ อดีตสมาชิก โปรดิวเซอร์ และศิลปินร่วมค่าย มาร่วมแสดงบนเวที พร้อมโชว์เพลงพิเศษที่ไม่เคยถูกเล่นที่ไหนมาก่อน อย่าง ดนตรีกาล, วัย, ความเยาว์ และ อาจเพราะ ก่อนปิดท้ายช่วงนี้ด้วยแขกรับเชิญพิเศษ F.Hero และ คิว FLURE ในเพลง หัวใจเหล็ก, Yours Ever และ รักจริง (ให้ดิ้นตาย)

ก่อนถึงเวลาสิ้นสุดค่ำคืน COCKTAIL จัดเต็มกับเซตลิสต์ที่เดือดที่สุด นำโดย DJ 22BULLETS พร้อมการแสดงโดรนแปลอักษรสุดอลังการ CG บนจอเวทีที่สร้างความตื่นเต้นต่อเนื่อง ผสานกับพลุชุดใหญ่ในเพลง แรงเสียดทาน, ตราบธุลีดิน, น้ำตาสุดท้าย และ คุกเข่า

คอนเสิร์ตครั้งประวัติศาสตร์ปิดฉากลงอย่างสวยงามด้วยเพลง ปรารถนาสิ่งใดฤา บทเพลงที่ทำให้ทุกคนได้ย้อนคิดถึงความฝันและเส้นทางที่เลือกเดิน เปรียบเสมือนการขมวดบทสรุปของการเดินทาง 22 ปีของ COCKTAIL บนเวทีราชมังคลากีฬาสถาน และเป็นก้าวสำคัญสู่บทบาทใหม่ของพวกเขาในอนาคตอันใกล้

ทุกโมเมนต์ของ COCKTAIL EVER LIVE ได้หล่อหลอมให้คอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นความทรงจำที่สมบูรณ์แบบ เป็นบทสรุปที่ยิ่งใหญ่ และเป็นตำนานที่จะอยู่ในใจของแฟนเพลงตลอดไป

ภาพ : COCKTAIL

related ENTERTAINMENT NEWS

โอม ปัณฑพล เผยว่าจะไม่รับงานร้องเพลงอีกหลัง COCKTAIL เดินทางถึงบทสรุป

17 ม.ค. 2025

โอม ปัณฑพล เผยว่าจะไม่รับงานร้องเพลงอีกหลัง COCKTAIL เดินทางถึงบทสรุป

วันพรุ่งนี้ (18 มกราคม 2568) เป็นวันสำคัญอีกหนึ่งวันของแฟนเพลงวง COCKTAIL เพราะจะมีการเปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมคอนเสิร์ต COCKTAIL EVER LIVE คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งสุดท้ายและเป็นจุดเริ่มต้นบทสรุปของ COCKTAIL ซึ่งจากกระแสที่ถูกพูดถึงบนโซเชียลมีเดียก็สะท้อนถึงความต้องการบัตรที่มีจำนวนสูงมาก จึงทำให้หลายคนต้องวางแผนเรื่องการซื้อนอกเหนือจากความรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ร่วมเป็นหนึ่งในโชว์ประวัติศาสตร์ มีแฟนเพลงหลายคนอยากรู้ว่าในอนาคตสมาชิก COCKTAIL แต่ละคนจะเดินไปทางไหนในบทบาทอะไรต่อหลังจากที่วง COCKTAIL เดินทางถึงบทสรุป และจะมีโอกาสเห็นแต่ละคนในฐานะศิลปินเดี่ยวในวงการเพลงต่อไปหรือไม่ ซึ่ง โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ นักร้องนำของวงก็ได้ตอบถึงเรื่องนี้ไว้ในรายการ กรรมกรข่าว ทางช่อง 3 ว่า วันที่ COCKTAIL ต้องยุติการทำงานเพลง เขาก็จะไม่ร้องเพลงเป็นอาชีพอีกต่อไป“นักร้องนำจะถูกจำได้ง่าย สปริตของวงมันจะติดตัวไปกับนักร้องได้ง่าย ดังนั้นในเมื่อเราตกลงร่วมกันแล้วว่าจะเลิก ผมก็ไม่อยากจะใช้ประโยชน์จากชื่อเสียงของวงมาที่ตัวเอง ดังนั้นผมเลยเป็นคนเดียวที่จะไม่รับงานร้องอีกเลยครับ เป็นเหตุผลที่จ้างงานเดี่ยวแล้วผมจะไม่ร้องเพลง ถ้าผมไม่อยู่กับวงของผม ผมก็จะไม่ทำครับ แต่ถ้าไม่เป็นอาชีพผมก็ร้องได้”นอกจากนี้ โอม ยังเผยถึงการเตรียมตัวก่อนที่วง COCKTAIL จะถึงบทสรุปว่า ทางวงมีการวางแผนมานานเป็น 10 ปี เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับทีมงานที่ทำงานกับวงในทุก ๆ ส่วน มีการจัดตั้งกองทุนและการจัดการทรัพย์สินของวงไว้ โดยมีการตกลงแบ่งผลประโยชน์อย่างเท่าเทียม ถือเป็นกองทุนสำหรับเพื่อให้ทีมงานทุกคนได้มีเงินใช้ชีวิตในระยะหนึ่งแม้ไม่มีวงแล้วภาพ : COCKTAIL

Three Man Down เล่าถึงที่มาของ ‘BASIC TOUR’ ว่าเป็นคอนเสิร์ตที่ทำมาเพื่อแฟนเพลงทุกเพศทุกวัย

04 มิ.ย. 2024

Three Man Down เล่าถึงที่มาของ ‘BASIC TOUR’ ว่าเป็นคอนเสิร์ตที่ทำมาเพื่อแฟนเพลงทุกเพศทุกวัย

หลังจากที่วง Three Man Down สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ด้วยการประกาศจัด ‘BASIC TOUR’ ครั้งแรกที่พวกเขาจะเดินทางไปพบปะกับชาวเมืองถึงที่แบบครบทั้ง 4 ภาคในประเทศไทย เหนือ, อิสาน, ตะวันออก และ ใต้ พร้อมกับแสดงสดให้ทุกคนได้ชมกันแบบเต็มอิ่มจุใจ ซึ่งมีการเปิดจำหน่ายบัตรอย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมาทาง The Concert Application หรือเว็บไซต์ The Concert โดยราคาบัตรยืนราคาเดียว 2,000 บาทและก่อนที่จะเริ่มต้นออกเดินทาง พวกเขาได้มาเล่าถึงไอเดียและเหตุผลที่ทำให้พวกเขาจัดคอนเสิร์ตนี้ขึ้น เพื่อให้แฟนเพลงทุกวัยและทุกเพศ สามารถเข้าถึงผลงานและมีโอกาสได้ชมพวกเขาเล่นสดในสถานที่ที่ทุกคนสามารถเข้าไปสัมผัสกับความสนุกร่วมกันได้ และเป็นคอนเสิร์คที่พวกเขาเองก็อยากทำมานานแล้ว“BASIC TOUR คือสิ่งที่พวกเราอยากทำให้มันเกิดขึ้นมาก ๆ โดยปกติแล้วเวลาที่เราจะได้พบกับชาวเมืองทุกคน ส่วนใหญ่มันมักจะเป็นสถานบันเทิง ซึ่งทำให้เราไม่ได้เจอกับน้อง ๆ ที่อายุไม่ถึงกำหนดที่จะเข้าร้านได้ แต่พวกเราก็มักจะเห็นน้อง ๆ มายืนตรงข้ามถนนของร้าน หรือว่าแอบมาดูข้าง ๆ ร้าน ตามมุม ตามที่ต่าง ๆ ที่พอจะทำให้มองเห็นพวกเราได้ พีกสุดคือร้านอยู่ริมคลอง แล้วน้องไปนั่งฟังที่ริมคลองฝั่งตรงข้าม“ผมเอง (กิต) เลยอยากจะให้การที่คน ๆ หนึ่งที่อยากจะดูคอนเสิร์ตวงที่ตัวเองอยากดู มันไม่ได้ยากขนาดนั้น มันจะไม่ต้องมีประโยคที่บอกว่า ‘เดี๋ยวอายุ 20 แล้วจะไปดูพี่ที่ร้านเหล้านะ’ ผมตอบน้องตลอดว่า อายุ 20 น้องอาจไม่ได้ชอบวงพี่แล้วก็ได้นะ..มันเลยเกิดเป็น BASIC TOUR ขึ้นมา”พวกเขายังเล่าต่อว่า ‘BASIC TOUR’ คือการไปเล่นดนตรี และสิ่งที่จะกลายเป็นความพิเศษก็คือ การที่พวกเขาทุกคนได้เดินทางไปเจอกับ ‘ชาวเมือง’ เพื่อร่วมกับสร้างโมเมนต์พิเศษในการรับชมคอนเสิร์ต ซึ่งงานนี้ไม่ได้มีธีมหรือคอนเซ็ปต์อะไรที่มากไปกว่า ‘การเล่นดนตรีอย่างสุดกำลัง’ ต่อหน้าผู้ชม ซึ่งนี่ก็คือเบสิกที่ Three Man Down อยากทำให้เกิดขึ้นสำหรับ ‘BASIC TOUR’ จะออกเดินทางไปพบกับชาวเมืองที่• ภาคเหนือ วันที่ 22 มิถุนายน 2567ณ เชียงใหม่ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต• ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันที่ 6 กรกฎาคม 2567ณ ขอนแก่นฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ขอนแก่น• ภาคตะวันออก วันที่ 13 กรกฎาคม 2567ณ ศรีราชาฮอลล์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ศรีราชา• ภาคใต้ วันที่ 20 กรกฎาคม 2567ณ หาดใหญ่ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล หาดใหญ่บัตรยืนราคาเดียว 2,000 บาท เปิดจำหน่ายบัตรแล้ววันนี้ทาง The Concert Application หรือที่เว็บไซต์ The Concert *ราคานี้ยังไม่รวมค่าธรรมเนียม และค่าบริการ ‘ชาวเมือง’ เตรียมพร้อมซ้อมร้องเพลงไว้ แล้วไปสนุกกับโชว์สุดมันจาก Three Man Down กันได้ภาพ : Gene Lab

‘กูฟังเพลงไท’ คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของวงไททศมิตร ระเบิดพลังการแสดงได้ดุเดือด-ถึงใจ!

16 ก.ย. 2024

‘กูฟังเพลงไท’ คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของวงไททศมิตร ระเบิดพลังการแสดงได้ดุเดือด-ถึงใจ!

เป็นอีกค่ำคืนที่ยิ่งใหญ่และน่าจดจำที่สุดสำหรับ ไททศมิตร (TaitosmitH) วงดนตรีร็อกเนื้อหาเพื่อชีวิตแห่งค่าย GeneLab ในเครือ GMM MUSIC และเหล่า ‘เสาไฟ’ (ชื่อเรียกแฟนเพลงของวง) กับคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรก ‘กูฟังเพลงไท’ จัดเต็ม 2 รอบสุดพิเศษ ไปเมื่อวันที่ 14-15 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี งานนี้พวกเขาระเบิดพลังการแสดงที่อัดแน่นไปด้วยดนตรีที่มีเอกลักษณ์ แสง สี เสียง ที่ดุเดือด เร้าใจ ตลอดทั้งงานแบบใส่สุดแรงไม่มียั้งกว่า 4 ชั่วโมงโดยบรรยากาศภายในงานคึกคักไปด้วยเหล่าเสาไฟ ที่เดินทางมาทั่วทุกสารทิศเพื่อรอเจอไททศมิตร วงดนตรีที่พวกเขาชื่นชอบ พร้อมต่อคิวจับจองของที่ระลึกคอนเสิร์ตและอัลบั้ม ‘ภาคพิสดาร’ ที่วางขายครั้งแรกที่งานอย่างเนืองแน่น ซึ่งการจัดคอนเสิร์ตถึง 2 รอบติดกันนี้ คือสิ่งที่ยืนยันได้ว่าไททศมิตรมีฐานแฟนเพลงที่เหนียวแน่น และพร้อมสนับสนุนพวกเขาอย่างเต็มที่ และเมื่อถึงเวลา 1 ทุ่มตรง เสียงดนตรีเริ่มดังขึ้นพร้อมเสียงเชียร์ของแฟน ๆ ที่ดังกระหึ่มในทันทีเมื่อ จ๋าย-อิชณน์กร พึ่งเกียรติรัศมี (ร้องนำ), โมส-ตฤณสิษฐ์ สิริพิชญาศานต์ (ร้องนำ), เจ-ธนกฤต สองเมือง (คีย์บอร์ด), มีน-ปัณณสิทธิ์ สุขโหตุ (กีตาร์ โซโล่), เจต-เจษฎา ปัญญา (เบส), ตุ๊ก-พัฒนภูมิ ชอุ่มผล (กลอง) ปรากฏตัวขึ้นบนเวทีอย่างยิ่งใหญ่ด้วยพลังดนตรีที่ไร้ขีดจำกัดของพวกเขาที่มาพร้อมทีม Chorus, Percussions, Brass Section งานนี้พวกเขาขนเพลงตั้งแต่ยุคอินดี้จนถึงปัจจุบันมาโชว์ให้แฟนเพลงได้ฟังอยากจุใจกว่า 33 เพลงเปิดด้วยเพลง ‘Amazing Thailand’ ต่อด้วย ‘ยุติ-ธรรม’ เพลงที่สะท้อนความเจ็บปวดและความเป็นจริงของสังคมไทย ตามด้วยเพลง ‘รจนา’ ที่มีการนำระนาดเอกบรรเลงเพิ่มสีสันให้แฟน ๆ ได้อินไปกับเพลงและร้องตามกันอย่างสุดเสียง ทำให้บรรยากาศในฮอลล์เดือดขึ้นทันทีตั้งแต่ช่วงแรก ต่อด้วยเพลงที่เป็นจุดเริ่มต้นให้แฟนเพลงได้รู้จักพวกเขาอย่าง ‘เป็นตะลิโตน’ , ‘Pattaya Lover’ และโยกหัวกันต่อไปกับเพลงที่ทำได้เข้าถึงอารมณ์อย่าง ‘ทนได้ทุกที’ และ ‘ผีพนัน’ จากนั้นพวกเขาก็ไต่กราฟความสนุกในคอนเสิร์ตนี้ขึ้นไปอีกแบบไม่มีพักด้วย ‘บังขายถั่ว’ , ‘จะหมัดจะมวย’ , ‘เพื่อนผมเกมได้ไง’ , ‘เสื้อกั๊ก’ และ ‘ไอ้สอง’ ที่มาพร้อมหางเครื่องและแดนเซอร์ชุดใหญ่ทำเอาแฟนเพลงทั้งโดดทั้งเต้นกันแบบสุดตัวต่อด้วยการเปิดตัวแขกรับเชิญสุดพิเศษช่วงแรก อย่าง เบิ้ล คณะขวัญใจ ที่มาในเพลง ‘แม่เสือสาว’, หมู ไววิทย์ กับเพลง ‘มีชีวิตเพื่อคนอื่น’ และ ไม้หมอน วชิรวิทย์ กับเพลง ‘หลุด’ ที่มาร่วมส่งต่ออุดมการณ์ดนตรีเพื่อชีวิตรุ่นใหม่ด้วยกันในเพลง ‘หัวใจเสรี’ ต่อด้วยเพลงจากอัลบั้มแรกของวงที่หลายคนคิดถึงอย่าง ‘ฮาคูน่า มาทาท่า’ , ‘คางคก’จากนั้นไททศมิตรก็ได้เซอร์ไพรส์แฟนเพลงด้วยการปรากฏตัวในลุคแปลกตาด้วยชุดสูทพร้อมเล่นเพลงช้าสุดซึ้งเข้าถึงอารมร์อย่างเพลง ‘ตราบ’, ‘แอบเก็บความในใจไว้ภายในแว่นเรย์แบนสีดำ’ และพวกเขาได้นั่งพูดคุยกับแฟนเพลง โดย จ๋าย ได้เล่าถึงการเดินทางของวง ได้เปิดใจถึงความหมายเบื้องหลังของเพลงที่งานนี้ทำเอาหลายคนเสียน้ำตาไปกับมิตรภาพที่สวยงามและจริงใจแบบลูกผู้ชายของวงไททศมิตรในเพลง ‘มึงกับกู’ ตามด้วยเพลงช้าเนื้อหาเข้มข้นและเศร้าที่สุดจากไททศมิตรที่มาพร้อมแขกรับเชิญสุดพิเศษ ‘พี่ตูน Bodyslam’ มาร่วมถ่ายทอดทุกความรู้สึกของเพลง ‘กี่ฤดู’ และชวนเหล่าเสาไฟกระโดดกันต่อไม่ให้พักไปกับเพลง ‘ท่านผู้ชม’ , ‘คนมีตังค์’ สร้างความสนุกและประทับใจให้แฟนเพลงในฮอลล์จากนั้นเวทีก็กลับมาเดือดและฮึกเหิมด้วยเพลงที่สะท้อนถึงการต่อสู้และการยืนหยัดในชีวิตอีกครั้งในเพลง ‘เพื่อชีวิตกู’ ตามด้วยเพลงที่ใครหลายคนรอคอยอย่าง ‘โคโยตี้’ ที่วงได้เซอร์ไพร์แฟนเพลงด้วยการชวน จินตหรา พูนลาภ มาร่วมร้องในเพลงนี้ และชวนเหล่าเสาไฟเซิ้งกันต่อไปกับเพลง ‘มาทำไม’ พร้อมเครื่องดนตรีประจำวงหมอลำอย่าง ‘พิณ’ ‘แคน’ และหางเครื่องแบบจัดเต็ม เหมือนยกเวทีหมอลำของแท้มาผสมผสานกับร็อกเพื่อชีวิตของไททศมิตรอย่างลงตัว และมาถึงช่วงที่ไททศมิตรสาดความเดือดกันต่อด้วยเพลง ‘หมวกกันน็อค’, ‘ไส้แห้ง’, ‘แดงกับเขียว’ ตามด้วยเพลงฮิตชวนคิดถึงบ้านอย่างเพลง ‘Hello Mama’ ที่แฟนเพลงร้องตามกันดังกึกก้องไปทั่วทั้งฮอลล์ พร้อมกับคำกล่าวขอบคุณที่วงตั้งใจมอบให้แฟนเพลงที่คอยสนับสนุนมาตลอดต่อด้วยเพลง ‘สักวันหนึ่ง’ ที่โมสและจ๋ายได้ลงจากเวทีไปหาคนดู เรียกว่าเป็นบรรยากาศที่อบอุ่นและมีความหมายกับทั้งศิลปินและแฟนเพลงมากจริงๆ ก่อนปิดท้ายคอนเสิร์ตด้วยความมันแบบพุ่งทะลุกราฟด้วยเพลง ‘นักเลงเก่า’ แต่เหมือนแฟนเพลงจะยังไม่อยากให้โชว์จบลง ต่างส่งเสียงเรียกชื่อวง ‘ไททศมิตร’ อย่างต่อเนื่อง วงเลยขึ้นมาโชว์เพลงที่มีความหมายกับวงอย่าง ‘อนัตตา’ และปิดท้ายคอนเสิร์ตด้วยเพลง ‘แดงกับเขียว’ อีกครั้ง งานนี้เรียกว่ามีเท่าไรใส่กันสุดพลังแทบไม่เหลือแรงกลับบ้าน ก่อนลากันไปด้วยเสียงปรบมือและเสียงตะโกนขอบคุณทั้งจากศิลปินและแฟนเพลงที่ดังก้องไปทั่วทั้งฮอลล์เรียกได้ว่าคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของไททศมิตรจบลงไปด้วยความสำเร็จอย่างงดงาม เป็นค่ำคืนที่ครบรสด้วยพลังแห่งมิตรภาพ ความสุข ความสนุกสุดมัน ‘กูฟังเพลงไท’ ไม่เพียงแต่เป็นคอนเสิร์ตที่แสดงถึงพลังดนตรีของไททศมิตรเท่านั้นแต่ยังเป็นการรวมตัวของเหล่าแฟนเพลงผู้รักในดนตรีที่สะท้อนสังคมอย่างแท้จริงด้วยภาพ : GeneLab

“ถึงเวลาที่เราต้องกล่าวลากันแล้วครับ” วง COCKTAIL ประกาศว่าได้เดินทางมาถึงบทสรุป และเตรียมส่งท้ายด้วยคอนเสิร์ตใหญ่ปี 2025

29 ม.ค. 2024

“ถึงเวลาที่เราต้องกล่าวลากันแล้วครับ” วง COCKTAIL ประกาศว่าได้เดินทางมาถึงบทสรุป และเตรียมส่งท้ายด้วยคอนเสิร์ตใหญ่ปี 2025

โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ ร้องนำแห่งวง COCKTAIL เป็นตัวแทนสมาชิกวงได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อประกาศข่าวสำคัญกับแฟนเพลงว่า พวกเขาได้ตัดสินใจร่วมกันว่าจะยุติบทบาทและการทำงานร่วมกันในฐานะวงดนตรี ซึ่งตลอดทั้งปี 2024 จะเป็นปีสุดท้ายที่วงจะออกทัวร์ร่วมกัน ก่อนที่จะมีคอนเสิร์ตใหญ่เพื่อส่งท้ายในช่วงปี 2025ในประกาศ โอม ได้เปิดเผยด้วยว่า พวกเขาทุกคนได้วางแผนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันที่จะอำลามานานกว่า 2 ปี และได้เตรียมกองทุนไว้สำหรับให้สมาชิกทุกคน รวมถึงทีมงานเบื้องหลังของวง COCKTAIL ทุกคนได้รับผลประโยชน์ต่าง ๆ รวมถึงสิทธิ์ในทรัพสินทางปัญญาเพื่อหล่อเลี้ยงทุกคนที่เคยร่วมงานกันมาด้วย“สวัสดีครับ“ผมเริ่มรู้จักกับดนตรีจากการฟังเพลงที่ครอบครัวเปิดให้ฟังมาตั้งแต่เด็ก แต่มาเริ่มเล่นดนตรีตอนอายุ 17 หลังจากเห็นเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนเล่นดนตรีกันเป็นวงแล้วเท่มาก ๆ หลังจากนั้นมา ดนตรีก็กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผมมาโดยตลอด และดนตรีก็พาเพื่อนร่วมทางมากมายมาอยู่ด้วยกัน ด้วยความมุ่งหมายเดียวกัน และความเชื่อเดียวกัน“ผมและเพื่อน ๆ วิ่งไล่ตามเงาของศิลปินมากมายที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับเรา เราอยากจะทำให้ได้แบบพี่ ๆ เขา เปิดวิดิโอพี่ ๆ เขาแล้วทำตาม ฟังเพลงของเขาซ้ำ ๆ แล้วอยากทำให้ได้แบบเขาบ้าง อยากจะเป็นวงที่ประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับเหมือนพี่ ๆ ที่เป็นตัวอย่าง จนผ่านเวลาไปมากมาย ผมและเพื่อน ๆ ในวง ก็เริ่มเข้าใจว่าเราคงไม่สามารถเป็นได้แบบเขาและคงไม่สามารถใช้วิธีของเขาในความเป็นตัวเราได้ ผมและเพื่อน ๆ จึงเริ่มเบนเข็มมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า “เราจะสร้างพื้นที่ของเราขึ้นมาเองได้อย่างไร ที่ของเราเอง ที่ใครก็เป็นแบบเราไม่ได้” และนั่นได้กลายมาเป็นเสาหลักทางความคิดของ COCKTAIL ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา“เมื่อมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับใครอีกแล้ว เป้าหมายของเราจึงมีแต่เรื่องของตัวเราเองว่าเราต้องการอะไร อยากทำอะไร ไม่ใช่การพิสูจน์ตัวเองต่อคนอื่น แต่เป็นการเติมเต็มจุดมุ่งหมายของตัวเองว่าทำได้ตามที่ตั้งเป้าหรือไม่ในแต่ละวัน ความสำเร็จที่เกิดขึ้นกลายมาเป็นฐานของเป้าหมายใหม่ ความล้มเหลวใด ๆ ก็กลายมาเป็นแรงขับในการปรับเปลี่ยนและเรียนรู้ให้เอาชนะให้ได้ในที่สุด ยิ่งเวลาผ่านไปเป้าที่วางเอาไว้ก็ทวีความท้าทายมากยิ่งขึ้น ๆ และมันยังสนุกอยู่เสมอที่ได้เดินทางผ่านความท้าทายนั้น“ระหว่างทาง ผมและเพื่อน ๆ ได้เรียนรู้ว่าลำพังความสามารถของเราไม่ใช่ปัจจัยของทุกอย่าง ผู้คนรอบ ๆ ข้าง สิ่งแวดล้อม ปัจจัยจากโลกภายนอก ล้วนแต่ส่งผลให้การเดินทางของเราเป็นไปได้ และเราคงทำมันสำเร็จโดยลำพังไม่ได้เลย หลายครั้งเราพบว่าเราสำเร็จเพราะเราอยู่ถูกที่ถูกเวลาโดยบังเอิญ บางครั้งเพราะมีคนยื่นมือมาช่วย บางครั้งเป็นเพราะโชค ดังนั้นเราจึงบอกตัวเองอยู่เสมอว่าต้องเจียมตัวนะ ถ้ามันดีได้ มันก็แย่เมื่อไรก็ได้นะ เราจึงสร้างงานและเป้าหมายด้วยการรู้จักตัวเอง เราตระหนักถึงขีดความสามารถและปัจจัยแวดล้อมของตัวเราเสมอมา ทำในแบบของตัวเอง ยอมรับในความอ่อนแอและข้อจำกัดทางความสามารถของตัวเองและเลือกเอาส่วนที่ดีที่สุดออกมาสร้างเป็นจุดเด่นให้กับวง เลือกทำในสิ่งที่ทำได้ดีและเรียนรู้ที่จะขอร้องให้คนช่วยในเรื่องที่ไม่รู้และไม่สามารถ เรียนรู้ที่จะชื่นชมผู้อื่นที่สำเร็จในสิ่งที่เราทำไม่ได้หรือทำได้ดีกว่า และพยายามพัฒนาจุดดีจุดด้อยของตัวเองจนถึงที่สุด เราทั้งหมดเล่นดนตรีเพื่อขัดเกลาตัวเองและเพื่อเป้าหมายของเราแบบนั้นเสมอมา เราโชคดีที่มีคนหลากหลายให้คุณค่ากับงานของเราและส่งต่องานของเราจากใจถึงใจมายาวนาน ขอบคุณมากจริง ๆ ครับ“แม้ว่าวิธีคิดเหล่านั้นจะพาเราเดินทางมาไกล แต่ในขณะเดียวกันการเรียนรู้ที่จะรู้จักตัวเองทำให้ผมได้รับรู้ถึงข้อจำกัดที่ไม่อาจเอาชนะได้อย่าง “วัย” และ “ความเปลี่ยนแปลง” เช่นเดียวกัน ตั้งแต่ได้มองเห็นข้อจำกัดเหล่านั้นผมพยายามอย่างมากที่จะใช้เวลาที่มีกับทรัพยากรทั้งหลายให้คุ้มค่ามากที่สุด เพื่อที่จะใช้ชีวิตในฐานะนักดนตรีที่สามารถพูดได้เต็มปากว่า “ในช่วงเวลาที่มีอยู่จำกัดนี้เราได้ใช้ชีวิตจนถึงที่สุดแล้ว และไม่มีอะไรเลยที่เราเสียดาย”“มาจนถึงวันนี้ผมในฐานะตัวแทนของวงคิดว่าผมและเพื่อนได้ใช้ชีวิตในฐานะนักดนตรีที่ใช้ชื่อวงว่า COCKTAIL มาจนถึงที่สุดแล้ว เป้าหมายทั้งหมดที่ได้เคยวางเอาไว้ได้เดินทางมาถึงบทสรุป เราได้ทำทุกสิ่งที่ทำได้ และสามารถที่จะยอมรับได้กับสิ่งที่ผิดพลาดหรือไม่อาจทำได้ “เราทำดีที่สุดแล้ว” เวลานี้ถึงเวลาที่เราต้องกล่าวลากันแล้วครับ วง COCKTAIL ได้เดินทางมาถึงบทสรุปแล้ว“จริงอยู่ว่านักดนตรีอาจจะต่างกับนักกีฬาที่ร่างกายอาจเดินมาถึงข้อจำกัดในช่วงอายุใดอายุหนึ่ง ผมและวงอาจจะเปลี่ยนแปลงวิธีการเดินทางและปรับตัวไปเรื่อย ๆ แต่ผมเองกลับรู้สึกอยากที่จะให้ภาพของวงดนตรีวงนี้อยู่ในสภาพที่แข็งแรงแบบนี้ในความทรงจำ มากกว่าที่จะปล่อยให้มันร่วงโรยหรือต้องเปลี่ยนแปลงไปอีก“จริงอยู่ที่ว่ามีนักดนตรีหลายท่านที่สามารถจะเล่นดนตรีในระดับอาชีพได้อย่างยาวนาน แต่ทางเลือกนี้ของเราคิดมาสำหรับ COCKTAIL เท่านั้นและเป็นวิธีคิดแบบของ COCKTAIL ลำพังคงไม่สามารถเอาไปเปรียบเทียบกับใครได้ครับ“เราเตรียมตัวสำหรับการสิ้นสุดลงของวงมาตั้งแต่หลายปีก่อน มีการจัดเตรียมกองทุนของวงเอาไว้รองรับ มีการจัดสรรผลประโยชน์ต่าง ๆ รวมถึงสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาใด ๆ เอาไว้อย่างยั่งยืนเพื่อให้สามารถที่จะหล่อเลี้ยงทุกท่านที่เคยร่วมงานกันมาต่อไปในช่วงชีวิตได้อย่างดีที่สุด สมาชิกทุกคนแม้ว่าจะมีความรู้สึกหลากหลายปนเปกันไปในช่วงที่เราเริ่มถกกันในเรื่องนี้ แต่ในที่สุดเราทั้งหมดต่างก็ตัดสินใจร่วมกัน สมาชิกในที่นี้ไม่ได้หมายความถึงสมาชิกบนเวที แต่รวมถึงทีมงานทั้งหมดของเราด้วย“เราทั้งหมดตัดสินใจร่วมกันที่จะแจ้งการสิ้นสุดของวงลงล่วงหน้าเป็นระยะเวลาราว 2 ปี เนื่องจากเราเห็นว่าระยะเวลาดังกล่าวเป็นระยะเวลาที่นานพอที่เราจะได้มีโอกาสใช้เวลาร่วมและบอกลาต่อทุก ๆ คนที่สำคัญกับเราตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา“ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้เราขอบอกกับทุกคนว่า“วง COCKTAIL จะสิ้นสุดลงในปี 2025 โดยหลังจากนั้นจะไม่มีการเล่นดนตรีในนามวง COCKTAIL อีก เราทั้งหมดจะแยกย้ายกันเดินทางไปสู่ช่วงเวลาใหม่ในชีวิต และผมในฐานะนักร้องนำจะไม่แสดงดนตรีเป็นอาชีพอีกต่อไปเช่นกันครับ”และสำหรับในช่วงสองปีสุดท้ายนี้ เราตั้งใจที่จะสร้างและทำในสิ่งต่าง ๆ ที่เรายังไม่เคยทำ ออกไปเจอกับทุกคนให้มากที่สุดและใช้เวลาที่มีในฐานะ COCKTAIL อย่างคุ้มค่าเท่าที่จะทำได้ เราจะมีงานคอนเสิร์ตแบบใกล้ชิดเป็นพิเศษในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ รับงานจ้างการแสดงใด ๆ รวมถึงร่วมเล่นในเทศกาลดนตรีใด ๆ ในปีนี้เป็นปีสุดท้าย หลังจากนั้นในปี 2025 ก็จะเข้าสู่คอนเสิร์ตใหญ่และการเดินสายอำลาของเราอย่างเป็นทางการซึ่งจะได้เล่ารายละเอียดให้ฟังในโอกาสต่อไป“ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตอนนี้ เราจะยังไม่เอ่ยคำลากันในวันนี้นะครับถ้ามีโอกาสเอาไว้พบกันนะครับ#CheersCOCKTAIL

album
efm
-

-