โศกนาฏกรรมสุดเศร้า คละเคล้าความสยอง ‘หมอบี’ พบหุ่นจำลองปริศนา กับพฤติกรรมประหลาดของอาม่าเจ้าของบ้าน!

ENTERTAINMENT NEWS

โศกนาฏกรรมสุดเศร้า คละเคล้าความสยอง ‘หมอบี’ พบหุ่นจำลองปริศนา กับพฤติกรรมประหลาดของอาม่าเจ้าของบ้าน!

10 พ.ย. 2022

ประสบการณ์ชวนตระหนกตกใจและขนหัวลุกนี้ เป็นของ ‘หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ’ ที่ได้เข้ามาร่วมแชร์ประสบการณ์หลอนในรายการ ‘อังคารคลุมโปง’ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (8 พฤศจิกายน 2565) เรื่องที่นำมาเล่าจะน่าตกใจและเสียวสันหลังขนาดไหน เราสรุปไว้ให้คุณอ่านข้างล่างนี้แล้ว กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘สายใยของครอบครัว’

‘หมอบี’ เล่าว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นมาไม่นาน และเหตุเกิดที่ต่างประเทศ โดยมีผู้ว่าจ้างคนหนึ่งสงสัยว่า ‘พี่ชาย’ ถูกของเข้า และอยากให้มาช่วยดูพฤติกรรมแปลก ๆ ของ ‘อาม่า’ ด้วย

ต้องบอกก่อนว่าครอบครัวนี้ค่อนข้างมีอิทธิพลและร่ำรวย ชาวบ้านแถวนั้นต่างก็รู้จักกันดี เมื่อไปถึง ผู้ว่าจ้างก็บอกว่าพี่ชายของเขามีอาการผิดปกติ และยังไม่มีใครเห็นพี่ชายมานานเป็นเดือนแล้วด้วย ทางผู้ว่าจ้างเองก็ยืนยันและมั่นใจว่า พี่ชายของเขาถูกทำของใส่โดยพี่สะใภ้แน่นอน นอกจากนี้ ‘อาม่า’ หรือแม่ของผู้ว่าจ้าง ที่เรียกได้ว่ามีอำนาจสูงสุดของบ้าน ก็ยังคอยซื้อวัตถุดิบต่าง ๆ ไปทำอาหารที่บ้านของพี่ชายอยู่ทุกวัน แม้จะไม่มีใครเคยเห็น แม้แต่เงาของพี่ชายและครอบครัวเลยก็ตาม..

ถึงอย่างนั้น ‘อาม่า’ ก็ยืนกรานว่าครอบครัวของเธอไม่มีอะไรผิดปกติ อยู่กันอย่างมีความสุข ลูกสะใภ้ก็ทำตัวดีไม่มีปัญหาอะไร และไม่ยอมให้หมอบีเจอเดินทางไปบ้านของพี่ชาย หมอบีจึงจำใจยอมแพ้และกำลังจะออกจากบ้านหลังนั้น แต่น้องหมาสูงอายุที่นอนติดเตียง เพียงแค่หายใจก็ยังยากลำบาก ซึ่งโดยปกติแล้วจะนอนอยู่เฉยๆ ไม่มีปฏิกิริยากับใคร อยู่ ๆ ก็ตะเกียกตะกายตัวเข้ามาขวางหมอบีไว้ไม่ให้ออกจากบ้าน คนในบ้านเองก็แปลกใจว่าทำไมน้องถึงทำแบบนี้ แต่หมอบีเองก็ไม่ได้สนใจ จึงเดินเลี่ยงไปอีกทาง แต่น้องก็ยังคลานมาขวางหมอบีอีกอยู่ดี หมอบีจึงทำได้เพียงลูบหัวและส่งความรู้สึกบอกน้องไปว่า “ไม่เป็นไรนะ ถ้ามีอะไรจะช่วยเต็มที่” สุดท้ายก็เดินออกจากบ้านไป

ในคืนนั้น ทางผู้ว่าจ้างก็ได้โทรมาหาหมอบีและบอกว่า น้องหมาตัวนั้นได้ส่งเสียงหอนโหยหวนที่หน้าประตูห้องของพี่ชาย (เดิมเคยอยู่บ้านหลังนี้ แต่ปัจจุบันย้ายออกไปมีบ้านเป็นของตัวเอง) เรียกได้ว่าผิดปกติกว่าทุกครั้ง เพราะมันไม่เคยเห่าหรือหอนมานานมากแล้ว..

วันรุ่งขึ้น หมอบีก็ไปที่บ้านหลังนั้นตั้งแต่เช้าตรู่ ทุกคนในบ้านก็พยายามช่วยพูดให้อาม่ายอมใจอ่อนพาไปหาพี่ชายที่บ้านอีกหลัง อาม่าจึงบอกให้พิสูจน์อะไรบางอย่าง ถ้าเชื่อว่าช่วยได้จะยอมพาไป หมอบีจึงทำบางสิ่งบางอย่างให้อาม่าเชื่อ (หมอบีขอละตรงนี้ไว้เป็นความลับ) เมื่ออาม่าเชื่อแล้ว จึงบอกว่าจะพาไป แต่มีเงื่อนไขว่าหมอบีจะต้องไปคนเดียวเท่านั้น!

พอไปถึงบ้านของพี่ชาย หมอบีก็ได้ยินเพื่อนบ้านโวยวายเรื่องกลิ่นเหม็นที่มาจากบ้านหลังนี้ และเมื่อได้เดินเข้าไปในบ้าน หมอบีก็ได้กลิ่นเหม็นที่ว่านั้นเข้าอย่างจัง หมอบีคิดในใจว่าจะต้องมีศพที่เน่าจนหนอนขึ้นยั๊วะเยี๊ยะเต็มไปหมดแน่นอน แต่ภาพที่เห็นกลับเป็นอาหารเน่าบูดกองใหญ่วางซ้อนกันอยู่บนโต๊ะอาหาร สภาพเละเทะเกินจะบรรยาย แต่เมื่อหันกลับมามองที่อาม่า ท่านกลับมีสีหน้าเรียบเฉยจนผิดปกติ แถมอาม่ายังบอกอีกว่า ก็เนี่ยไง ยังอยู่กันดี เป็นปกติ อาม่าก็ยังมาทำอาหารให้ ‘พวกเขา’ กินทุกวันอยู่เลย นั่นทำให้หมอบีรู้สึกขนหัวลุกกับพฤติกรรมแบบนี้ และเกิดข้อสงสัยว่า “แล้วอาม่าทำอาหารให้ใครกิน?

เมื่อเดินไปห้องนั่งเล่นของบ้าน ทีวีถูกเปิดทิ้งไว้ อากาศในห้องเย็นเฉียบ และหมอบีก็รู้สึกประหลาดใจอีกครั้ง ภาพตรงหน้าคือก้อนอะไรบางอย่างที่ถูกมัดกันจนมีรูปร่างคล้ายกับคนในสภาพนั่งอยู่บนโซฟา และมีอะไรบางอย่างที่หมอบีก็ยังไม่ทราบ ถูกนำมาแปะจนกลายเป็นใบหน้า วาดปากฉีกยิ้มชวนเสียวสันหลัง หมอบีเล่าว่าหุ่นนี้ประกอบไปด้วย ‘พี่ชาย’ และลูกของพี่ชายอีก 2 คน อาม่าบอกเพิ่มเติมว่า “ก็เนี่ยไง ลูกชั้นก็อยู่ตรงนี้

สักพักนึง อาม่าก็พาเดินเข้าไปที่ครัว ซึ่งหมอบีเองก็สัมผัสได้ว่าครัวนี้ถูกใช้ทำอาหารเป็นประจำ มีการเก็บล้างอย่างดี หมอบีคิดในใจ 2 อย่าง อย่างแรก อาม่าอาจมีอาการป่วยทางจิต และสอง ลูกสะใภ้หายไปไหน? เมื่อเดินดูข้างในบ้านเสร็จแล้ว หมอบีจึงเดินออกมาสำรวจนอกบ้าน รวมทั้งได้ข้อมูลสำคัญจากเพื่อนบ้านแถวนั้นว่า ในทุกวัน ๆ ลูกสะใภ้จะพาอาม่ามาที่บ้านในช่วงเย็น

หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายพิสูจน์หลักฐานก็ได้เข้ามาตรวจสอบบ้านหลังนี้ หมอบีก็ถูกเรียกตัวให้ไปที่บ้านหลังเกิดเหตุนั้นอีกครั้ง จึงได้ทราบว่า หุ่นที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นที่มีอะไรบางอย่างแปะไว้เป็นใบหน้า มันคือหน้าจริง! หมอบีอธิบายต่อว่ามันคือชิ้นเนื้อเละ ๆ ที่ถูกนำมาตัดแต่ง และติดเข้าไปที่หุ่น เมื่อเข้าไปในครัว และเปิดข้างล่างซิงก์ล้างจานออก ก็พบกับหุ่นของผู้หญิงนั่งคดคู้อยู่ใต้ซิงก์ อีกมือถือมีดอยู่ในท่าเตรียมจะจ้วงอะไรบางอย่าง และเช่นกัน ใบหน้านั้นคือเศษชิ้นเนื้อที่ถูกตัดแต่งจนเป็นใบหน้าที่มีรอยยิ้มอย่างสยดสยอง!

กลายเป็นว่าทุกคนที่ตามหา เสียชีวิตไปหมดแล้ว เมื่อสืบให้ลึกขึ้นก็พบว่าศพทั้งหมดนั้น ถูกนำไปทำพิธีและฌาปนกิจเรียบร้อยทุกอย่างแล้ว แต่ไม่มีใครรู้ ส่วนทางด้านอาม่าก็มีอาการเบลอ คุยด้วยไม่ได้ หมอบีไม่สามารถสอบถามอะไรอาม่าเพิ่มเติมได้เลย หลังจากนั้นได้มีการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า หุ่นเหล่านั้นมีอาหารปนเปื้อนอยู่ อาจจะเป็นอาม่าที่ป้อนอาหารเข้าไปก็เป็นได้ ซึ่งอาหารเหล่านั้นเมื่อตรวจสอบดูอีกทีก็พบว่ามีเศษชิ้นเนื้อของลูกสะใภ้ปะปนอยู่ด้วย หมอบีเล่าต่อว่าเนื้อพวกนี้ เขาจะแยกเก็บไว้เป็นบางส่วนเพื่อทำฮวงซุ้ย และอาจจะถูกขโมยออกมาก็เป็นได้

นอกจากนี้ตำรวจยังได้สืบหาเบาะแสเพิ่มเติมพบว่า ลูกสะใภ้มักจะถูกผู้เป็นสามีทำร้ายร่างกายอยู่บ่อย ๆ แต่ก็ไม่เคยปริปากบอกใคร และพยายามดูแลครอบครัวให้ดีที่สุดอยู่เสมอ ในช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่ เธอก็มักจะพาอาม่าไปซื้อวัตถุดิบเพื่อมาทำอาหารทุกวัน นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมหุ่นของลูกสะใภ้จึงถือมีดและอยู่ในท่าพร้อมที่จะทำร้ายคนอื่นอยู่นั่นเอง

หมอบีเล่าต่อว่า ศพทั้ง 4 ชีวิตนั้น เสียชีวิตไปเป็นระยะเกือบ 1 เดือน ตรงตามกับที่ผู้ว่าจ้างบอกว่าไม่มีใครพบเห็นพี่ชายมาเป็นเวลากว่า 1 เดือน

หลังจากนี้หมอบีก็ยังต้องกลับไปสืบเรื่องนี้ต่ออีกครั้ง เพราะตอนนี้ทางตำรวจเองก็สันนิษฐานว่าคนทำอาจไม่ใช่ลูกสะใภ้ ถ้าอย่างนั้นแล้ว ใครคือคนร้ายตัวจริง? หรือมีอะไรอยู่เบื้องลึกเบื้องหลังโศกนาฏกรรมในครั้งนี้กันแน่...

ชมไลฟ์สดย้อนหลัง

related ENTERTAINMENT NEWS

‘F.HERO’ เซอร์ไพร์สเพื่อนใหม่! จัดขบวนรถแห่ต้อนรับ ‘BALLISTIK BOYZ’ และ ‘PSYCHIC FEVER’ กลางสยามฯ

31 ส.ค. 2022

‘F.HERO’ เซอร์ไพร์สเพื่อนใหม่! จัดขบวนรถแห่ต้อนรับ ‘BALLISTIK BOYZ’ และ ‘PSYCHIC FEVER’ กลางสยามฯ

น่าเอ็นดูที่สุด! สำหรับ 2 บอยแบนด์สุดฮอตแดนปลาดิบอย่าง ‘BALLISTIK BOYZ’ และ ‘PSYCHIC FEVER’ ที่ได้บินลัดฟ้าจากญี่ปุ่น เพื่อมาทำกิจกรรมโปรโมตที่ประเทศไทยงานนี้เลยโดน F.HERO จัดหนัก สร้างเซอร์ไพร์สชุดใหญ่ด้วยการพาขบวนรถแห่ร่วม 10 คัน มาเป็นภารกิจแรกให้หนุ่มๆ ได้โปรโมตตัวเองกันตามแบบฉบับ ‘ไทยสไตล์’ ใจกลางสยามฯ กันเลยทีเดียวซึ่งการโปรโมตที่ประเทศไทยกว่า 5 เดือนเต็ม (กันยายน 2565 - มกราคม 2566) ในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจาก 3 พาร์ทเนอร์สุดแน่นแฟ้น ที่ได้สร้างโมเม้นต์ดีๆ ดึงค่ายเพลงยักษ์ใหญ่อย่าง LDH JAPAN ร่วมกับ High Cloud Entertainment ค่ายเพลง T-POP บ้าพลังแห่งยุคฯ และ CHET ASIA ปั้นโปรเจกต์แลกเปลี่ยนศิลปินระหว่างประเทศ เพื่อต้อนรับแขกบ้าน’ เข้ามาเรียนรู้วัฒนธรรม ภาษา ศิลปะ ดนตรี และวิถีชีวิตระหว่าง 2 ประเทศ (ไทย - ญี่ปุ่น) ซึ่งถือเป็นโปรเจกต์ใหญ่อีกหนึ่งชิ้น หลังประกาศตัวเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านบันเทิงในระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปได้ไม่นานโดยศิลปินทั้ง 14 คน ได้เดินทางมาถึงประเทศไทย เมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนเดินทางมาทำภารกิจพิชิตใจแฟนชาวไทยกันต่อที่แลนด์มาร์ควัยรุ่นไทย ใจกลางสยามสแควร์เป็นที่แรกโดยหลังจากนี้พวกเขามีแผนทำกิจกรรมโปรโมตที่ประเทศไทยกันต่อเพื่อพิสูจน์ความสามารถรอบด้าน พร้อมเรียนรู้ความเป็น ไทย ทั้งภาษา ศิลปะ ดนตรี และวิถีชีวิต เพื่อสร้างสรรค์ผลงานเพลงของวงให้เกิดขึ้นในประเทศไทยให้สำเร็จ พร้อมขึ้นแท่นเป็นเขยไทยหัวใจ J-POP ในรายการ New School Break’in Thailand อีกด้วยทั้งนี้ “BLLISTIK BOYZ” ก่อตั้งวงขึ้นในปี 2018 มีสมาชิก 7 คน ประกอบด้วย Ryuta Hidaka (ริวตะ ฮิดากะ), Kano Yoshiyuki (คะโน โยชิยูกิ), Ryusei Kainuma(ริวเซ ไคนุมะ), Riki Matsui(ริคิ มัตสึอิ) ซึ่งเคยผ่านการประกวด VOCAL BATTLE AUDITION 5 การแข่งขันออดิชั่นมาตราฐานสูงมาแล้ว และยังมีสมาชิก อีก 3 คนอย่าง Miku Fukahori (มิคุ ฟคุาโฮริ), Rikiya Okuda (ริกิยะ โอคุดะ) และ Masahiro Sunada (มาซาฮิโระ สุนาดะ) ที่เคยผ่านการฝึกฝนอย่างหนักในโครงการ GLOBAL JAPAN CHALLENGE ที่ นิวยอรก์ ประเทศอเมริกาเป็นเวลานานกว่า 3 ปี จนพวกเขาทุกคนได้มารวมกลุ่มกันเดบิวต์เป็นวงลำดับที่ 6 ใน EXILE TRIBE ด้วยผลงานอัลบั้มชื่อเดียวกับวง "BALLISTIK BOYZ" ในเดือนพฤษภาคมปี2019 โดยในปีเดียวกัน ‘พวกเขา’ ยังได้รับรางวัล Rising Star Award จาก MTV Awards VMAJ อีกด้วยด้าน “PSYCHIC FEVER” ขึ้นชื่อว่าเป็นวงใหม่ไฟแรงที่ประกอบด้วยสมาชิกที่ครบเครื่องทั้งด้านการร้องและเต้น 7 คน ได้แก่ KOKORO KOHATSU (โคโคโระ โคฮัตสึ), WEESA (วีซ่า), TSURUGI (ทสึรุกิ), RYOGA NAKANISHI (เรียวกะ นาคานิชิ), REN WATANABE (เรน วาตานาเบะ), JIMMY (จิมมี่) และ RYUSHIN HANDA (ริวชิน ฮันดะ) สมาชิกทุกคนเป็นศิษย์เก่าของ EXPGSTUDIO โรงเรียนสำหรับพัฒนาศิลปินของค่าย LDH โดยเฉพาะ พวกเขาใช้เวลาหลายปีในการฝึกฝนสกิลต่างๆ ผ่านการเป็นแบ็คอัพแดนเซอร์ให้กับศิลปินในเครือ LDH มากมาย สมาชิกแต่ละคนมีความสามารถหลายด้านอาทิ การเต้น การแร็ปในปี 2019 พวกเขาทำการทัวร์ทั่วประเทศกว่า 47 จังหวัดมีผู้ชมรวมกันร่วม 40,000 คน จนในปี 2021 พวกเขาได้ปล่อยผลงานพรีเดบิวต์ซิงเกิลใช้ชื่อว่า “Hotline”ออกมา และในปีเดียวกันพวกเขาได้ร่วมมือกับ Tiktok จัด “MushaShugyo” ทัวร์ในรูปแบบออนไลน์ มียอดผู้เข้าชมทั้งหมด 300,000 คน จากทั้งหมด 6 รอบการแสดงได้อย่างสง่างาม โดยเมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2022 พวกเขาก็ได้เดบิวต์ในชื่อ PSYCHIC FEVER from EXILE TRIBE อย่างเป็นทางการ ภาพ : High Cloud Entertainment

คบกับแฟนมา 5 ปี ไม่เคยมีอะไรกันเลย มากสุดแค่จูบปาก ปีนึงไม่ถึงสามครั้ง และหนูเป็นฝ่ายเริ่มเองทุกครั้ง พอเข้าปีที่ 3 เพิ่งรู้ว่าแฟนไม่มีความรู้สึกทางเพศเลย... หรือหนูต้องมองข้ามเรื่องนี้ แล้วโฟกัสความดีที่เขาทำมาตลอด

20 ก.พ. 2023

คบกับแฟนมา 5 ปี ไม่เคยมีอะไรกันเลย มากสุดแค่จูบปาก ปีนึงไม่ถึงสามครั้ง และหนูเป็นฝ่ายเริ่มเองทุกครั้ง พอเข้าปีที่ 3 เพิ่งรู้ว่าแฟนไม่มีความรู้สึกทางเพศเลย... หรือหนูต้องมองข้ามเรื่องนี้ แล้วโฟกัสความดีที่เขาทำมาตลอด

“คุณบี (นามสมมุติ)” อายุ 30 ปี สายที่สามในรายการพุธทอล์ค พุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (15/02/2023) ได้โทรเข้ามาปรึกษาดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม – ดีเจอั๋น ภูวนาท เกี่ยวกับปัญหาความสัมพันธ์กับแฟนโดย “คุณบี (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘เราคบกับแฟนมาได้ประมาณ 5 ปีแล้ว เราก็ทำงานที่เดียวกัน และแฟนก็มีธุรกิจส่วนตัวด้วย ซึ่งในระหว่าง 5 ปีที่คบกันมาเขาดีทุกอย่าง ใส่ใจ ไม่นอกใจ ไม่มีปัญหาเรื่องผู้หญิง ขยันทำงาน แล้วพอคบกันนานๆ แฟนเขาก็พร้อมมีครอบครัวและมีแพลนจะแต่งงานกันปลายปีนี้ แต่มันมีปัญหามาตลอด เราก็ได้บอกเขามาตั้งแต่ 2 – 3 ปีแรกแล้วว่าเราไม่โอเคกับเรื่องนี้ คือเขาไม่เคยมีเพศสัมพันธ์กับเราตั้งแต่ที่คบกันมาเลย มากสุดคือครั้งเดียวที่เราให้เขาพยายาม แค่สัมผัสช่วงบนเท่านั้นเลย แล้วเขาก็หยุดชะงักไป ไม่ได้ทำต่อ แล้วตอนที่เขาทำก็ดูเหมือนฝืนๆทำ ไม่ได้เต็มใจอยากจะทำให้เรามีความสุขถ้าเป็นจูบที่ไม่ใช่จุ๊บกัน แค่ปี 2 – 3 ครั้ง ซึ่งเป็นเราที่เริ่มก่อนทุกครั้ง ในปีแรกๆเวลาไปเที่ยวด้วยกัน ทุกครั้งที่เราเริ่มเข้าไปใกล้ๆเขา เขาก็บอกว่าเขาให้เกียรติเรานะ อยากคบกันไปสักพักนึงก่อน เราก็เข้าใจ แต่พอเข้าปีที่ 2 เขาก็เริ่มไม่พูดอะไรแล้ว เริ่มนิ่ง เราก็นอนร้องไห้ เขาไม่สนใจแล้วเราก็หลับไป แล้วพอเข้าปีที่ 3 เราเอะใจ ก็เลยไปสัมผัสตรงนั้นของเขา ปรากฏว่ามันไม่ได้ตื่นตัว ก็เลยถามเขาไปตรงๆว่ามีปัญหาหรือป่าว และเขาเพิ่งมายอมรับว่าเขามีปัญหา เขาบอกว่าเขาทำธุรกิจแล้วมีความเครียด เขาไม่ได้ช่วยตัวเองมานานแล้วเราเคยถามเขาว่าเคยมีอะไรกับแฟนเก่ามั้ย เขาบอกเคยมี แต่แฟนเก่าทำเองหมด เขาแค่นอนเฉยๆ เหมือนเขาเป็นคนที่ไม่ได้มีความต้องการทางด้านนี้เลย ส่วนสุขภาพด้านอื่นๆเขาแข็งแรง อาจจะแค่น้ำหนักขึ้นมากกว่าเดิม แล้วเราก็มาคุยกันแบบจริงจังมากๆว่าเรารับไม่ได้นะเรื่องนี้ ถ้าจะคบกันต่อให้คุณไปหาหมอได้มั้ย เหมือนเขาบอกแค่ว่าไม่มีเวลา ยุ่ง แต่เราก็เห็นว่าเขานัดเพื่อนไปเที่ยวได้ นัดไปเที่ยวกับเราได้ แต่ไม่ไปหาหมอสักที แล้วเวลาเราคุยเขาก็บอกว่าเหมือนเราไปกดดันเขาวันนั้นได้จังหวะพอดี คือ ไปตรวจสุขภาพด้วยกัน แล้วก็บอกเขาว่างั้นก็หาหมอวันนี้เลย นัดหมอด่วนตอนนั้นเลย ก็เลยไปหาหมอที่เกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ หมอก็แนะนำในเชิงทั่วไปว่าให้ออกกำลังกาย อย่าหักโหมกับงาน เขาก็รับปากกับหมอว่าจะพยายาม หลังจากนั้นมาก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้น ทุกอย่างเหมือนเดิม ต้องท้าวความก่อนว่าเราต้องเป็นคนที่แต่งเข้าบ้านเขา ช่วงประมาณกลางปีที่แล้วเราก็เลยขอลองไปอยู่ก่อนแต่งว่าจะเป็นยังไง พอไปลองอยู่แล้วก็เหมือนอยู่กันเป็นรูมเมท เรานอนข้างๆเขาโดยที่ไม่มีแม้กระทั่งจูบกัน ไม่มีการสัมผัสกันเลย ก็เลยคุยกับเขาว่าเราไม่อยากอยู่กันเป็นรูมเมทตลอดชีวิต เพราะเรายังมีความต้องการกับแฟนทีนี้เราก็ร้องไห้จริงจังเลย บอกเขาบอกว่านัดหมอสักทีได้มั้ย ซึ่งเราได้ไปปรึกษาแม่ เพราะแม่เราทำงานอยู่ในโรงพยาบาล แม่ก็เลยไปหาชื่อหมอที่เก่งเชี่ยวชาญมาให้ แม่หามาให้ตั้งแต่เดือนกรกฏาที่ไปอยู่ด้วยกัน เราก็ส่งรายชื่อทั้งหมดไปให้เขา เขาก็ทำหาย ไม่ได้สนใจอะไร จนเราก็คุยกับเขาจริงจังอีก เขาก็รับปากว่าปีนี้จะไปหาหมอกัน พอต้นเดือนมกราที่ผ่านมาเราก็ได้พาเขาไปปรึกษาหมอจิตแพทย์ครอบครัว นั่งคุย 3 ชั่วโมง เท่าที่ฟัง หมอบอกว่าเขาเป็นคนประเภทนึงที่มีความต้องการน้อย และหมอบอกว่าถ้าเขาอยากรักษาชีวิตคู่ ในเมื่อเรารู้ว่าแฟนรับไม่ได้ก็อยากให้ลองทานไวอาก้า แล้วก็ทายาที่หน้าอกช่วยกระตุ้นให้ตื่นตัว หาหมอตั้งแต่ต้นเดือนมกราจนป่านนี้เขาก็ยังไม่ได้กระตือรือร้นที่จะซื้อยาเลยด้วยซ้ำหมอที่คุยก็บอกว่าการมีเพศสัมพันธ์มีหลายรูปแบบ หมอก็ถามเราว่าถ้าเกิดเขาสอดใส่ไม่ได้ เราโอเคมั้ย เราก็บอกว่าเราก็โอเค จริงๆผู้หญิงบางคนก็ไม่ได้มีความสุขที่สอดใส่ ไม่ใช่ทุกคนที่ชอบแบบนั้น ใช้อย่างอื่นก็ได้ หมอก็ถามว่าแล้วเราเต็มใจที่จะใช้อย่างอื่นมั้ย เราบอกเราเต็มใจทุกอย่าง แต่พอถามเขาเขาก็บอกเขาไม่เคยทำ แต่ลองก็ได้ เหมือนเขาไม่ได้เต็มใจ ไม่ได้อยากมีเราเคยถามเขาว่าถ้าแต่งงานกันไปแล้ว ไม่คิดที่จะทำอะไรให้เรามีความสุขในด้านนี้เลย เราสามารถที่จะมีอะไรกับคนอื่นได้มั้ย เขาบอกว่ามันทำใจยาก แต่ถ้าเกิดจะไปเป็นครั้งเป็นคราวแบบไม่ได้ผูกมัด เขายอม แต่คือเราไม่ได้ต้อการที่จะทำแบบนั้น คือเราถามเพื่อจะลองใจ เราต้องการแค่กับเขา เหมือนเขาไม่ได้พยายามให้เรามีความสุข เขาก็จะใช้วิธีแสดงความรักด้วยการกอดบ้าง มีจุ๊บๆบ้าง เขาให้ทุกอย่างที่เราต้องการ ยกเว้นเรื่องนี้เรามั่นใจว่าเขาชอบผู้หญิง 100% เราอยู่ในสังคมเพื่อนของเขา แล้วเขาก็ดูภูมิใจที่มีเราเป็นแฟนด้วย เขาพาเราไปหาครอบครัว ซึ่งครอบครัวเขาก็ดีมากๆ เขาแนะนำกับเพื่อนทุกคนว่าเราคือแฟนเขา โพสต์รูปกับเราตลอด วันวาเลนไทน์ พาไปเที่ยวตลอด ติดแค่เรื่องนีเรื่องเดียว เราพยายามมองด้านดีของเขามาตลอด 5 ปี แต่พอมองไปถึงจุดที่ว่ามันไหวจริงๆใช่มั้ย เราอายุแค่ 30 ความต้องการของเราคือพื้นฐานของมนุษย์ กับแฟนนอนข้างๆกันเราก็อยากจะกุ๊กกิ๊กกันบ้าง แล้วเขาก็บอกว่าอยู่เป็นรูมเมทตลอดชีวิต ไหวจริงหรือป่าว เรากับเขาจริงจังในเรื่องความสัมพันธ์กันมากๆอยากถามพี่ๆดีเจทั้ง 3 คนว่า ถ้าวันนี้เราตัดสินใจมองแค่จุดนั้นแล้วมองข้ามข้อดีทั้งหมดของเขาแล้วก็เลิกกับเขา เราจะดูเป็นคนเห็นแก่ตัวหรือป่าว? ด้วยความที่ไม่รู้อนาคต และไม่รู้จะเป็นไปได้มั้ยว่ามันจะสามารถหักล้างกับข้อดีต่างๆได้มั้ย?เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางhttps://www.youtube.com/live/KMMMeQKSouc?feature=shareใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ฉลองปีที่ 16 แบบเต็มแมกซ์ของวงแบนด์ตัวตึงแห่งยุค FTISLAND ใน "2023 FTISLAND LIVE 'RE : FTISLAND' IN BANGKOK"

19 มิ.ย. 2023

ฉลองปีที่ 16 แบบเต็มแมกซ์ของวงแบนด์ตัวตึงแห่งยุค FTISLAND ใน "2023 FTISLAND LIVE 'RE : FTISLAND' IN BANGKOK"

สนุกแบบตะโกน!! สำหรับการกลับมาเยือนเมืองไทยในรอบ 5 ปี ของ 3 หนุ่มชาวเกาะ FTISLAND ซึ่งประกอบด้วย Lee Hong Gi (อี ฮงกิ), Lee Jae Jin (อี แจจิน) และ Choi Min Hwan (ชเว มินฮวาน) กับคอนเสิร์ตที่มันส์สุดของแห่งปี สมศักดิ์ศรีศิลปินระดับตัวแด๊ด! 2023 FTISLAND LIVE 'RE : FTISLAND' IN BANGKOK ในวันเสาร์ที่ 10 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา ณ ไบเทค ฮอลล์ 1-3ซึ่งกลับมาครั้งนี้ FTISLAND ยังคงได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากทั้ง “พรีมาดอนน่า” (ชื่อแฟนคลับ) ที่มากันแน่นฮอลล์คอนเสิร์ต รวมถึงคณะสื่อมวลชน ที่มาร่วมงานแถลงข่าวและงานคอนเสิร์ตกันอย่างหนาแน่นไม่แพ้กัน โดยทั้ง 3 หนุ่มออกมาต้อนรับพร้อมพูดคุยอย่างเป็นกันเอง โดยสิ่งแรกที่พวกเขาพูดถึงคือความคิดถึงประเทศไทย อาหารไทย และพรีมาดอนน่าไทย ที่บอกเลยว่าครั้งนี้เตรียมความพิเศษมาฝากอีกเพียบ และดีใจมากที่สุด ที่ได้มาฉลองครบรอบเดบิวต์ 16 ปี ร่วมกับแฟนๆ ชาวไทยในคอนเสิร์ตครั้งนี้รายงานความพร้อมแบบ 100% กันแล้ว ก็มาถึงช่วงที่ทุกคนรอคอย เตรียมนับถอยหลัง 3 2 1 สู่ 2023 FTISLAND LIVE 'RE : FTISLAND' IN BANGKOK เหล่าพรีมาดอนน่าพร้อมเพรียงกันโบกธง และแท่งไฟจนทั้งฮอลล์กลายเป็นสีเหลืองทอง พร้อมกรี๊ดกันแบบสุดเสียงต้อนรับ 3 หนุ่ม อีฮงกิ,อีแจจิน และ ชเว มินฮวาน ขึ้นบนเวที พร้อมประจำการในตำแหน่งของแต่ละคน ประเดิมเสียงร้องอันทรงพลัง และดนตรีอันหนักหน่วงกระแทกใจ ด้วยเพลง Don't Lose YourSelf ,TIME TO และ PRAY ซึ่งทำเหล่าพรีมาดอนน่านั่งไม่ติดเก้าอี้ ลุกกระโดดกันตั้งแต่วินาทีแรก!ทั้ง 3 หนุ่ม ขอเบรกทักทายแฟนๆ อย่างเป็นทางการ ด้วยการแนะนำตัวเป็นภาษาไทย เริ่มที่หนุ่มฮงกิ ที่ทักทายด้วยประโยค “สวัสดีครับ ผมฮงกิครับ ผมรักคนไทยมากๆ เก่งจังเล้ย!” หนุ่มแจจิน และมินฮวาน อ้อนต่อ “คิดถึงมากๆ ครับ” เป็น 5 ปีที่คิดถึงพรีมาดอนน่าไทยมากๆ วันนี้ขอให้ทุกคนสนุกจนจบคอนเสิร์ตนะ และไปสนุกต่อกับลิสต์เพลงใหม่ที่แฟนๆ จะได้ฟังเป็นครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็น Champagne, PUPPY, Falling Star และ FREEDOM ซึ่งพอจบเพลย์ลิสต์นี้ นักร้องนำอย่างหนุ่ม “ฮงกิ” ถึงกับลงไปนอนบนเวที เพราะวิ่งไปหาแฟนๆ ทั้งฝั่งซ้าย-ฝั่งขวา ร้องไปวิ่งไปแบบเสียงไม่ตกแม้แต่โน้ตเดียว ส่วนแฟนๆ ด้านล่างเวทีก็มันส์ไม่แพ้กัน บัตรนั่งกลายเป็นบัตรยืน เก้าอี้มีหน้าที่เป็นแค่พร็อพเท่านั้น!!และไปสนุกโดดต่อไม่แคร์ข้อเข่ากับเพลง The Night, Want และ Take me now หลังจากนั้น...มาถึงอีเว้นท์พิเศษที่หนุ่มๆ เขาเตรียมมาเพื่อแฟนๆ โดยเฉพาะ เหมือนแฟนมีตติ้งเล็กๆ ได้นั่งพูดคุยกับเหล่าพรีมาดอนน่า เล่นเกมส์ทายเพลงของ FTISLAND ที่ชาวพรีมาดอนน่าไทยชอบมากที่สุด ภายใน 1 วินาที ซึ่ง 3 หนุ่มตอบถูกทั้ง 5 เพลง เรียกว่ารู้จักรู้ใจกันสุดๆ ก่อนพาแฟนๆ ไปหูเคลือบทองคำกับโชว์สุดพิเศษที่มาแบบ Acoustic Live เปิดด้วยเพลง Don't love ,Do You Know why, Severely และ WIND ขอยกพาร์ตนี้ให้เป็นสเตจเสียงสวรรค์ ยิ่งคลอไปกับเสียงร้องของเหล่าพรีมาดอนน่าบอกได้คำเดียวว่าเพอร์เฟค! ไม่ปล่อยให้แฟนๆ พักนาน ขึ้นชื่อว่าคอนเสิร์ตของ FTISLAND ทุกคนต้องมาโดดและโยกให้หัวหลุดเท่านั้น! สเตจถัดมาถึงเวลามือกลองหนุ่ม “มินฮวาน” ได้ปล่อยของกับสเตจ M.H Drum Solo เท่สุด ระเบิดสุด ก่อนอีก 2 หนุ่มจะขึ้นมาบรรเลงความสนุกอีก 2 เพลงสุดท้ายของวันนี้ เพลง Hourglass และ Aquaสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ที่ตั้งตารอมา 5 ปี ชาวพรีมาดอนน่าขอต่อเวลาแห่งความสุข ความสนุก ออกไปอีกนิด ระหว่างที่ 3 หนุ่มไปเตรียมตัวสำหรับอังกอร์ แฟนๆ ส่งเสียงเรียกพวกเขาตลอดเวลา และทั้ง 3 หนุ่มกลับขึ้นมาบนเวทีอีกครั้ง กับเพลง Still With U และเผยความรู้สึกขอบคุณเหล่าพรีมาดอนน่าที่มาหาพวกเขาทั้ง 3 คนในวันนี้อีกด้วย...โดยฮงกิ ก็ได้บอกว่าการได้ทัวร์อีกครั้งในปีนี้แม้จะยุ่ง แต่อยากที่จะได้มาสนุกกับแฟนๆ ชาวไทย รู้สึกขอบคุณทุกๆคนด้วย ครั้งหน้าพวกเขาก็จะมาพร้อมกับอัลบั้มใหม่ และเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา เป็นวันครบรอบเดบิวต์ 16 ปี ในฐานะ FTISLAND พร้อมกับอัลบั้มใหม่ๆ และคอนเสิร์ตต่อๆไป ส่วนแจจิน เองก็บอกว่า "ตั้งแต่เดบิวต์ พวกเราก็ชอบเมืองไทยมาตลอด พรีมาดอนนน่าไทยให้ความรักและกำลังใจกับพวกเราเสมอ ครั้งต่อไปหวังว่าพรีมาดอนน่าจะให้กำลังใจกันต่อไป อย่าป่วย หาเงินได้เยอะๆ ขอให้มีความสุขครับ" ปิดท้ายที่ มินฮวาน "พวกเราไปเกณฑ์ทหาร และมีโควิด-19 ด้วย ทำให้มีช่องว่างในการทำงานยาวพอสมควร แต่ว่าพอได้มาร้อง มาเล่นดนตรีให้ทุกคนได้ฟังในวันนี้ เรามีความสุขมากจริงๆ จากนี้ไปก็จะไม่มีอะไรขัดขวางได้แล้ว เราจะพยายามทำอัลบั้ม และคอนเสิร์ตต่อไปนะครับ"สุดท้ายก่อนจะโบกมือลา พวกเขาก็ขอส่งเพลง Paradise เป็นของขวัญสุดท้าย ก่อนที่จะเซอร์ไพร์สยิ่งกว่า เมื่อพรีมาดอนน่าไทย เตรียมโปรเจกต์พิเศษมามอบให้พวกเขา ไม่ว่าจะเป็นป้ายแบนเนอร์ที่มีข้อความว่า "에프티를 지켜줘서 고마워요" ซึ่งมีความหมายว่า “ขอบคุณที่ปกป้องเอฟทีนะ” และแปลอักษรเป็นคำว่า “16주년” ซึ่งมีความหมายตรงตัวว่า “16ปี” รวมถึงยังมีเค้กสุดน่ารักที่มามอบให้ 3 หนุ่ม เพื่อฉลองวันครบรอบเดบิวต์ 16 ปีไปด้วยกัน ซึ่งเหล่าพรีมาดอนน่าก็ร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์เวอร์ชั่นเกาหลีให้หนุ่มๆฟังอีกด้วย แม้จะดำน้ำไปหน่อย แต่ทั้ง 3 หนุ่ม ก็สัมผัสได้ถึงความรักของแฟนๆ ที่มีต่อพวกเขาแน่นอน ยกให้เป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความประทับใจ สำหรับ 2023 FTISLAND LIVE 'RE : FTISLAND' IN BANGKOK เพราะไม่ว่าจะเป็น แสง สี เสียง โปรดักชั่น เรียกได้ว่าจัดเต็ม เมื่อบวกกับความเป็นหนึ่งด้านดนตรีของ 3 หนุ่ม FTISLAND ที่ทั้งร้องสด เล่นสด พลังร้อง พลังดนตรี ที่ไม่ใช่แค่เพราะ แต่กระแทกไปถึงใจคนฟัง ทำให้ตลอด 2 ชั่วโมงในคอนเสิร์ต ไม่มีวินาทีไหนที่แฟนเพลง แฟนคลับของพวกเขา ไม่สนุก ไม่กระโดด ไม่มันส์ ทำให้ FTISLAND ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน เป็นวงดนตรีที่สักครั้งในชีวิตต้องมาชมพวกเขาเล่นคอนเสิร์ตให้ได้!!!ภาพ Ujin Entertianment

กัน อรรถพันธ์ และ มุก วรนิษฐ์ มอบอำนาจให้ทนาย แจ้งความเอาผิดเว็บพนัน หลังนำภาพไปแอบอ้างโปรโมท

27 เม.ย. 2022

กัน อรรถพันธ์ และ มุก วรนิษฐ์ มอบอำนาจให้ทนาย แจ้งความเอาผิดเว็บพนัน หลังนำภาพไปแอบอ้างโปรโมท

เดินหน้าเอาผิดเต็มที่ สำหรับ 2 นักแสดงชื่อดังอย่าง กัน อรรถพันธ์ และ มุก วรนิษฐ์ หลังพบว่าถูกนำภาพ และชื่อไปแอบอ้างในการโปรโมทเว็บพนันออนไลน์ พร้อมทั้งระบุว่าทั้ง 2 เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ จนทำให้หลายคนเกิดความเข้าใจผิด และเจ้าตัวก็ได้ออกมายืนยันแล้วว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ล่าสุดต้นสังกัดอย่าง GMMTV ก็ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าของเรื่องนี้ว่า หลังตรวจสอบข้อมูลแล้ว ทั้ง กัน และ มุก ได้มอบอำนาจให้ทางทนายเจน ไพศาล เข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ชื่อ “วินบล๊อกซ์ Winbox, Winbox Thailand 06 และ Winbox Thailand 08” ที่นำรูปภาพไปใช้ในการชักชวนเล่นพนันออนไลน์ โดยที่ไม่ได้รับอนุญาต และเนื่องด้วยเป็นการกระทำที่นอกจากจะละเมิดสิทธิแล้ว ยังถือว่ามีวัตถุประสงค์ที่มิชอบด้วยกฏหมาย ดังนั้นหากพบการกระทำผิดซ้ำอีก ทาง GMMTV จะดำเนินการเอาผิดถึงที่สุดภาพ : gmm-tv.com/artists

album
efm
-

-