ฉลองปีที่ 16 แบบเต็มแมกซ์ของวงแบนด์ตัวตึงแห่งยุค FTISLAND ใน "2023 FTISLAND LIVE 'RE : FTISLAND' IN BANGKOK"

ENTERTAINMENT NEWS

ฉลองปีที่ 16 แบบเต็มแมกซ์ของวงแบนด์ตัวตึงแห่งยุค FTISLAND ใน "2023 FTISLAND LIVE 'RE : FTISLAND' IN BANGKOK"

19 มิ.ย. 2023

           สนุกแบบตะโกน!! สำหรับการกลับมาเยือนเมืองไทยในรอบ 5 ปี ของ 3 หนุ่มชาวเกาะ FTISLAND ซึ่งประกอบด้วย Lee Hong Gi (อี ฮงกิ), Lee Jae Jin (อี แจจิน) และ Choi Min Hwan (ชเว มินฮวาน) กับคอนเสิร์ตที่มันส์สุดของแห่งปี สมศักดิ์ศรีศิลปินระดับตัวแด๊ด! 2023 FTISLAND LIVE 'RE : FTISLAND' IN BANGKOK ในวันเสาร์ที่ 10 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา ณ ไบเทค ฮอลล์ 1-3

 ซึ่งกลับมาครั้งนี้ FTISLAND ยังคงได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากทั้ง “พรีมาดอนน่า” (ชื่อแฟนคลับ) ที่มากันแน่นฮอลล์คอนเสิร์ต รวมถึงคณะสื่อมวลชน ที่มาร่วมงานแถลงข่าวและงานคอนเสิร์ตกันอย่างหนาแน่นไม่แพ้กัน โดยทั้ง 3 หนุ่มออกมาต้อนรับพร้อมพูดคุยอย่างเป็นกันเอง โดยสิ่งแรกที่พวกเขาพูดถึงคือความคิดถึงประเทศไทย อาหารไทย และพรีมาดอนน่าไทย ที่บอกเลยว่าครั้งนี้เตรียมความพิเศษมาฝากอีกเพียบ และดีใจมากที่สุด ที่ได้มาฉลองครบรอบเดบิวต์ 16 ปี ร่วมกับแฟนๆ ชาวไทยในคอนเสิร์ตครั้งนี้

 รายงานความพร้อมแบบ 100% กันแล้ว ก็มาถึงช่วงที่ทุกคนรอคอย เตรียมนับถอยหลัง 3 2 1 สู่ 2023 FTISLAND LIVE 'RE : FTISLAND' IN BANGKOK เหล่าพรีมาดอนน่าพร้อมเพรียงกันโบกธง และแท่งไฟจนทั้งฮอลล์กลายเป็นสีเหลืองทอง พร้อมกรี๊ดกันแบบสุดเสียงต้อนรับ 3 หนุ่ม อีฮงกิ,อีแจจิน และ ชเว มินฮวาน ขึ้นบนเวที พร้อมประจำการในตำแหน่งของแต่ละคน ประเดิมเสียงร้องอันทรงพลัง และดนตรีอันหนักหน่วงกระแทกใจ ด้วยเพลง Don't Lose YourSelf ,TIME TO และ PRAY ซึ่งทำเหล่าพรีมาดอนน่านั่งไม่ติดเก้าอี้ ลุกกระโดดกันตั้งแต่วินาทีแรก!

ทั้ง 3 หนุ่ม ขอเบรกทักทายแฟนๆ อย่างเป็นทางการ ด้วยการแนะนำตัวเป็นภาษาไทย เริ่มที่หนุ่มฮงกิ ที่ทักทายด้วยประโยค “สวัสดีครับ ผมฮงกิครับ ผมรักคนไทยมากๆ เก่งจังเล้ย!” หนุ่มแจจิน และมินฮวาน อ้อนต่อ “คิดถึงมากๆ ครับ” เป็น 5 ปีที่คิดถึงพรีมาดอนน่าไทยมากๆ วันนี้ขอให้ทุกคนสนุกจนจบคอนเสิร์ตนะ และไปสนุกต่อกับลิสต์เพลงใหม่ที่แฟนๆ จะได้ฟังเป็นครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็น Champagne, PUPPY, Falling Star และ FREEDOM ซึ่งพอจบเพลย์ลิสต์นี้ นักร้องนำอย่างหนุ่ม “ฮงกิ” ถึงกับลงไปนอนบนเวที เพราะวิ่งไปหาแฟนๆ ทั้งฝั่งซ้าย-ฝั่งขวา ร้องไปวิ่งไปแบบเสียงไม่ตกแม้แต่โน้ตเดียว ส่วนแฟนๆ ด้านล่างเวทีก็มันส์ไม่แพ้กัน บัตรนั่งกลายเป็นบัตรยืน เก้าอี้มีหน้าที่เป็นแค่พร็อพเท่านั้น!!

 

และไปสนุกโดดต่อไม่แคร์ข้อเข่ากับเพลง The Night, Want และ Take me now หลังจากนั้น...มาถึงอีเว้นท์พิเศษที่หนุ่มๆ เขาเตรียมมาเพื่อแฟนๆ โดยเฉพาะ เหมือนแฟนมีตติ้งเล็กๆ ได้นั่งพูดคุยกับเหล่าพรีมาดอนน่า เล่นเกมส์ทายเพลงของ FTISLAND ที่ชาวพรีมาดอนน่าไทยชอบมากที่สุด ภายใน 1 วินาที ซึ่ง 3 หนุ่มตอบถูกทั้ง 5 เพลง เรียกว่ารู้จักรู้ใจกันสุดๆ  ก่อนพาแฟนๆ ไปหูเคลือบทองคำกับโชว์สุดพิเศษที่มาแบบ Acoustic Live เปิดด้วยเพลง Don't love ,Do You Know why,  Severely และ WIND ขอยกพาร์ตนี้ให้เป็นสเตจเสียงสวรรค์ ยิ่งคลอไปกับเสียงร้องของเหล่าพรีมาดอนน่าบอกได้คำเดียวว่าเพอร์เฟค!  ไม่ปล่อยให้แฟนๆ พักนาน ขึ้นชื่อว่าคอนเสิร์ตของ FTISLAND ทุกคนต้องมาโดดและโยกให้หัวหลุดเท่านั้น! สเตจถัดมาถึงเวลามือกลองหนุ่ม “มินฮวาน” ได้ปล่อยของกับสเตจ M.H Drum Solo เท่สุด ระเบิดสุด ก่อนอีก 2 หนุ่มจะขึ้นมาบรรเลงความสนุกอีก 2 เพลงสุดท้ายของวันนี้ เพลง Hourglass และ Aqua

 

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ที่ตั้งตารอมา 5 ปี ชาวพรีมาดอนน่าขอต่อเวลาแห่งความสุข ความสนุก ออกไปอีกนิด ระหว่างที่ 3 หนุ่มไปเตรียมตัวสำหรับอังกอร์ แฟนๆ ส่งเสียงเรียกพวกเขาตลอดเวลา และทั้ง 3 หนุ่มกลับขึ้นมาบนเวทีอีกครั้ง กับเพลง Still With U  และเผยความรู้สึกขอบคุณเหล่าพรีมาดอนน่าที่มาหาพวกเขาทั้ง 3 คนในวันนี้อีกด้วย...โดยฮงกิ ก็ได้บอกว่าการได้ทัวร์อีกครั้งในปีนี้แม้จะยุ่ง แต่อยากที่จะได้มาสนุกกับแฟนๆ ชาวไทย รู้สึกขอบคุณทุกๆคนด้วย ครั้งหน้าพวกเขาก็จะมาพร้อมกับอัลบั้มใหม่ และเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา เป็นวันครบรอบเดบิวต์ 16 ปี ในฐานะ FTISLAND พร้อมกับอัลบั้มใหม่ๆ และคอนเสิร์ตต่อๆไป ส่วนแจจิน เองก็บอกว่า "ตั้งแต่เดบิวต์ พวกเราก็ชอบเมืองไทยมาตลอด พรีมาดอนนน่าไทยให้ความรักและกำลังใจกับพวกเราเสมอ ครั้งต่อไปหวังว่าพรีมาดอนน่าจะให้กำลังใจกันต่อไป อย่าป่วย หาเงินได้เยอะๆ ขอให้มีความสุขครับ" ปิดท้ายที่ มินฮวาน "พวกเราไปเกณฑ์ทหาร และมีโควิด-19 ด้วย ทำให้มีช่องว่างในการทำงานยาวพอสมควร แต่ว่าพอได้มาร้อง มาเล่นดนตรีให้ทุกคนได้ฟังในวันนี้ เรามีความสุขมากจริงๆ จากนี้ไปก็จะไม่มีอะไรขัดขวางได้แล้ว เราจะพยายามทำอัลบั้ม และคอนเสิร์ตต่อไปนะครับ"

สุดท้ายก่อนจะโบกมือลา พวกเขาก็ขอส่งเพลง Paradise เป็นของขวัญสุดท้าย ก่อนที่จะเซอร์ไพร์สยิ่งกว่า เมื่อพรีมาดอนน่าไทย เตรียมโปรเจกต์พิเศษมามอบให้พวกเขา ไม่ว่าจะเป็นป้ายแบนเนอร์ที่มีข้อความว่า "에프티를 지켜줘서 고마워요" ซึ่งมีความหมายว่า “ขอบคุณที่ปกป้องเอฟทีนะ” และแปลอักษรเป็นคำว่า “16주년” ซึ่งมีความหมายตรงตัวว่า “16ปี” รวมถึงยังมีเค้กสุดน่ารักที่มามอบให้ 3 หนุ่ม เพื่อฉลองวันครบรอบเดบิวต์ 16 ปีไปด้วยกัน ซึ่งเหล่าพรีมาดอนน่าก็ร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์เวอร์ชั่นเกาหลีให้หนุ่มๆฟังอีกด้วย แม้จะดำน้ำไปหน่อย แต่ทั้ง 3 หนุ่ม ก็สัมผัสได้ถึงความรักของแฟนๆ ที่มีต่อพวกเขาแน่นอน ยกให้เป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความประทับใจ สำหรับ 2023 FTISLAND LIVE 'RE : FTISLAND' IN BANGKOK เพราะไม่ว่าจะเป็น แสง สี เสียง โปรดักชั่น เรียกได้ว่าจัดเต็ม เมื่อบวกกับความเป็นหนึ่งด้านดนตรีของ 3 หนุ่ม FTISLAND ที่ทั้งร้องสด เล่นสด พลังร้อง พลังดนตรี ที่ไม่ใช่แค่เพราะ แต่กระแทกไปถึงใจคนฟัง ทำให้ตลอด 2 ชั่วโมงในคอนเสิร์ต ไม่มีวินาทีไหนที่แฟนเพลง แฟนคลับของพวกเขา ไม่สนุก ไม่กระโดด ไม่มันส์ ทำให้ FTISLAND ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน เป็นวงดนตรีที่สักครั้งในชีวิตต้องมาชมพวกเขาเล่นคอนเสิร์ตให้ได้!!!

 

ภาพ Ujin Entertianment

related ENTERTAINMENT NEWS

“หลวงตาไหนโยม? วัดนี้ไม่มีหลวงตานะ..” กุฏิชวนหลอน ร่างหลวงตาหายวับไปกับตา !

13 ธ.ค. 2022

“หลวงตาไหนโยม? วัดนี้ไม่มีหลวงตานะ..” กุฏิชวนหลอน ร่างหลวงตาหายวับไปกับตา !

สายแรกของรายการ ‘อังคารคลุมโปง’ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (6 ธันวาคม 2565) เป็นสายจาก ‘คุณต้น’ ที่ได้แชร์ประสบการณ์หลอนของรุ่นพี่ที่รู้จัก มีชื่อเรื่องว่า ‘กุฏิหลอน’ เรื่องราวจะหลอนชวนขนหัวลุกขนาดไหน เชิญสัมผัสได้ข้างล่างนี้เลย..คุณต้นบอกว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 8-9 ปีที่ผ่านมา เป็นเรื่องของรุ่นพี่เอ (นามสมมติ) เกิดขึ้นที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.เพชรบุรี ซึ่งพี่เอนั้นเรียนทางด้านจิตรกรรม พอเรียนจบ ก็รับงานวาดรูปตามผนังในโบสถ์วัดต่าง ๆ อยู่มาวันหนึ่งก็มีคนติดต่อให้ไปวาดรูปผนังโบสถ์ที่วัดแห่งนี้ให้ เมื่อตกลงกันเสร็จเรียบร้อย ก็ถึงวันที่พี่เอ จะต้องเดินทางไปวาดรูปที่วัดเมื่อมาถึง พี่เอก็ได้ติดต่อกับหลวงพี่รูปหนึ่ง จากนั้นก็เข้าไปดูสถานที่ รวมถึงรับบรีฟเพื่อให้เข้าใจตรงกันจนเสร็จเรียบร้อย หลวงพี่ก็พาพี่เอไปห้องพัก (คุณต้นเล่าเพิ่มเติมว่า ถ้าพี่เอรับงานวาดรูปที่วัดไหน พี่เอก็จะนอนอยู่ที่วัดเลย) เมื่อไปถึงห้องพัก ซึ่งเป็นกุฏิที่ว่างอยู่ ไม่มีใครใช้ พี่เอที่รับงานและมักจะนอนที่วัดบ่อย ๆ ก็ไม่ได้คิดอะไร บวกกับไม่ใช่คนขี้กลัว จึงจะนอนที่วัดและนำของที่เตรียมมาไปวางไว้ในกุฏิอย่างเช่นที่เคยทำวันแรกของการทำงานเริ่มขึ้นและดำเนินไปอย่างปกติ ช่วงเที่ยงหลังเวลาเพลของพระ ขณะที่พี่เอกำลังวาดรูปอยู่นั้น ก็มีหลวงตารูปหนึ่งเดินมาเรียก “โยม ๆ มากินข้าวก่อนมั้ย?” เมื่อเห็นว่าหลวงตาเอ่ยปาก พี่เอจึงละจากงานที่ทำอยู่ไปกินข้าวตามที่หลวงตาบอก หลังจากเสร็จเรียบร้อย ก็กลับมาทำงานต่อจนถึงเย็นแล้วก็กลับห้องเพื่อพักผ่อนคุณต้นอธิบายลักษณะของกุฏิหรือห้องพักเพิ่มเติมว่า ข้างในก็เป็นกุฏิธรรมดาทั่วไป แต่ตรงกลางห้อง จะมีม่านกั้นอยู่ ทำให้ห้องนั้นแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ทางพี่เอเองก็ไม่ได้คิดอะไร คิดว่าคงเป็นถ้วยจานชาม หรือเป็นของที่ไม่ค่อยได้ใช้ คล้ายกับเป็นห้องเก็บของก็เป็นได้ เมื่อไม่ได้คิดอะไร และไม่มีอะไรน่าสงสัยจึงไม่ได้ลองเปิดดู พี่เอก็นอนหลับพักผ่อน ผ่านคืนนั้นไป...เช้าวันต่อมา พี่เอยังคงทำงานปกติ จนกระทั่งคืนนี้ ขณะที่พี่เอกำลังนอนอยู่ ก็ได้ยินเสียงสวดมนต์แว่วดังขึ้นมา จากนั้นก็เริ่มดังก้องกังวานไปทั่วห้อง พี่เอพยายามไม่คิดอะไร และเข้าใจว่าเราอยู่ในวัด ก็คงจะพระสวดมนต์ หรือใครสักคนเปิดเสียงสวดมนต์ดังขึ้นมาเป็นธรรมดา ผ่านไปสักพัก ขณะกำลังจะเคลิ้มหลับ ก็มีกลิ่นธูปลอยมาแตะที่จมูก พี่เอที่มองโลกในแง่ดีแบบสุด ๆ ก็คิดว่ามันเป็นเรื่องปกติ จากนั้นก็ผล็อยหลับไปเช้าวันที่ 3 นับได้ว่าเป็นครึ่งทางของการทำงานแล้ว (ตกลงกันว่างานจะแล้วเสร็จภายใน 5-6 วัน) ช่วงเย็นหลังเลิกงาน ประมาณ 6 โมง พี่เอจึงลองเดินสำรวจรอบ ๆ วัดว่ามีอะไรบ้าง หลังจากสำรวจจนพอใจก็จะเดินกลับไปยังห้องพัก เมื่อใกล้ถึงห้องพักก็ได้ยินเสียงคนเรียก หันไปตามเสียงก็เห็นเป็นหลวงตาแก่ ๆ รูปหนึ่ง เดินเข้ามาคุยด้วย เป็นคำถามทั่วไปที่ดูเหมือนเป็นการทำความรู้จักกัน เช่น “โยมมาทำอะไร?” ระหว่างที่คุยกับหลวงตา พี่เอก็รู้สึกได้กลิ่นธูปลอยมาจากตัวหลวงตารูปนี้อยู่ตลอดเวลา จังหวะที่คุยกับหลวงตาอยู่นั้น หลวงพี่ที่จัดหาห้องพักให้ก็เปิดกุฏิของท่านออกมา แล้วก็ถามว่า “อ้าวโยม ทำอะไร ยังไม่เข้ากุฏิไปพักอีกหรอ?” พี่เอจึงตอบหลวงพี่ไปว่า “อ๋อ คุยกับหลวงตาอยู่ครับ เดี๋ยวแปปนึง” จังหวะที่หันไปตอบหลวงพี่ แล้วหันกลับมา หลวงตารูปนั้นก็หายไป ไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว! พี่เอคิดในใจว่าทำไมท่านเดินไปเร็วจัง จึงได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ และพยายามทำตัวตามปกติ แต่สายตาของหลวงพี่ได้มองไปข้างหลังของพี่เอ จากนั้นจึงบอกว่า “รีบเข้านอนได้แล้ว” และกลับเข้ากุฏิของตัวเองไปกลางดึกคืนนั้น พี่เอรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำขึ้นมา แต่ห้องน้ำนั้นอยู่ไกลต้องเดินออกไปนอกห้องพัก จึงพยายามข่มตาให้หลับ สักพักก็ได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินไปเดินมาอยู่รอบ ๆ มุ้งที่พี่เอนอนอยู่ พอมองออกไปก็เห็นเป็นเงาคนเดินอยู่จริง ๆ จึงเปิดมุ้งออกมาดู ก็เห็นเป็นร่างนึง ยืนอยู่ตรงมุมประตู เป็นชุดจีวรสีเหลืองห่มอยู่ พี่เอจึงพยายามจะเดินไปใกล้ ๆ แล้วร่างนั้นก็หายวับไปกับตา! พี่เอตกใจจึงรีบวิ่งเข้ามาในมุ้ง จากที่ตอนแรกไม่กลัว ตอนนี้พี่เอรู้สึกกลัวมาก ๆ อาการอยากเข้าห้องน้ำก็หายไปหมด และเกิดคำถามว่า “ใครอ่ะ มันคืออะไร?” พี่เอพยายามสงบสติอารมณ์และกลั้นใจนอนต่อไป ไม่นานก็มีเสียงสวดมนต์ดังขึ้นมาจากฝั่งที่เป็นผ้าม่านกั้นอยู่ คราวนี้เป็นกลิ่นสาปเหมือนหนูตายลอยมา พี่เอลืมตาและตามหากลิ่น จากนั้นก็ได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรสักอย่างร่วงตกลงสู่พื้น! ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าคนเดินรอบ ๆ มุ้งของพี่เออีกครั้ง พี่เอจึงเริ่มสวดมนต์เพื่อให้หลุดพ้นจากเหตุการณ์นี้ หลังจากนั้นฝีเท้าก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหัวนอนที่พี่เอนอน แล้วกลิ่นก็หายไป พี่เอที่ไม่รู้จะทำยังไง สวดมนต์เสร็จก็หลับไป ราวกับว่าภาพมันตัดไปเองปกติแล้วทุกเช้า พี่เอจะตื่นออกไปช่วยหลวงพี่ตอนบินฑบาตร แต่เช้านี้ยังไม่เห็นพี่เอตื่น หลวงพี่จึงมาเคาะเรียกที่กุฏิห้องพัก พี่เอได้เล่าเรื่องที่เจอให้หลวงพี่ฟัง หลวงพี่ก็ไม่ได้พูดอะไร เมื่อถึงวันสุดท้ายของการทำงาน พี่เอเก็บข้าวของเสร็จเรียบร้อย ก็บอกหลวงพี่ว่าเห็นหลวงตารูปหนึ่ง อยากจะไปกราบลาท่าน หลวงพี่ก็ถามว่า “หลวงตาไหน?” พี่เอก็อธิบายลักษณะของหลวงตา เมื่อหลวงพี่ได้ยินก็เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะบอกว่า “ถ้าอย่างนั้น โยมตามมานี่” หลวงพี่พาพี่เอกลับมายังกุฏิห้องที่พี่เอพัก แล้วก็เปิดม่านที่กั้นอยู่ สิ่งที่เห็นคือร่างของพระรูปหนึ่งนอนอยู่ในโลงแก้ว!พี่เอเห็นดังนั้นจึงตกใจ ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เพราะจำได้แม่นว่าลักษณะเหมือนกันกับหลวงตาที่เดินเข้ามาคุยและที่เจอในคืนนั้นเลย มองข้าง ๆ ก็จะมีรูปตั้งอยู่ นั่นยิ่งตอกย้ำกับพี่เอเลยว่าใช่ ใช่แน่ ๆ เมื่อตั้งสติได้ พี่เอก็กราบลาหลวงพี่และหลวงตา จากนั้นก็กลับบ้านไป...ชมไลฟ์สดย้อนหลัง

“ปาล์ม” สมาชิกวง MEAN เตรียมจูงมือแฟนสาว “เนย ภัสสภร” เข้าประตูวิวาห์ วันที่ 18 มิถุนายน 2565

16 มิ.ย. 2022

“ปาล์ม” สมาชิกวง MEAN เตรียมจูงมือแฟนสาว “เนย ภัสสภร” เข้าประตูวิวาห์ วันที่ 18 มิถุนายน 2565

ขอแสดงความยินดีกับบ่าวสาวป้ายแดง “ปาล์ม - ปวีร์ ปรีชาวีรกุล” สมาชิกวง MEAN เตรียมจูงมือเจ้าสาว “เนย ภัสสภร กาญจโนภาส” ลั่นระฆังเข้าประตูวิวาห์ ฉลองมงคลสมรส ในวันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน 2565ซึ่งทั้งคู่ก็ได้ลงภาพพรีเวดดิ้งโมเมนต์สุดน่ารัก ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว งานนี้ก็มีเพื่อนๆ และแฟนคลับ เข้ามาร่วมแสดงความยินดีกับความรักในครั้งนี้กันอย่างคับคั่งเลยทีเดียวEFM94 ขอร่วมแสดงความยินดีกับเจ้าบ่าวและเจ้าสาวด้วยนะคะภาพ : palmpawee

บัตร Sold Out แล้ว กับงานแฟนมีตติ้งเดี่ยว ของ “บิวกิ้น พุฒิพงศ์” พร้อมเผยเหตุผลทำไมถึงจัดเพียงวันเดียว

03 ส.ค. 2022

บัตร Sold Out แล้ว กับงานแฟนมีตติ้งเดี่ยว ของ “บิวกิ้น พุฒิพงศ์” พร้อมเผยเหตุผลทำไมถึงจัดเพียงวันเดียว

เรียกได้ว่ากระแสตอบรับดีเกินต้าน สำหรับ “บิวกิ้น พุฒิพงศ์” หลังประกาศจัดงานแฟนมีตติ้งเดี่ยว #Billkin1stFanmeeting กับโปรเจกต์ใหม่ “GOLDEN HOURS’ BILLKIN THE FIRST FAN MEETING” ในคอนเซปต์ “Golden Hour” ช่วงเวลาแสนพิเศษ และเป็นการโชว์เดี่ยวบนเวทีใหญ่ครั้งแรกในชีวิตของหนุ่ม “บิวกิ้น” ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 ตุลาคม 2565 นี้ล่าสุด! บัตร Sold Out แล้ว ทำเอาเจ้าตัวปลื้มใจแบบสุดๆ พร้อมเปิดใจถึงเหตุผลว่าทำไมถึงจัดเพียงวันเดียว ทั้งทีแฟนคลับเรียกร้อง ขอให้เพิ่มวันโดยหนุ่ม “บิวกิ้น” ได้บอกว่า “อยากจัดงานวันที่ 8 เพราะว่าเป็นวันเกิดผม และมันก็มีแค่วันเดียว เพราะถ้าเป็นวันอื่น มันจะไม่ใช่วันเกิดเรา เลยกลัวว่าความพิเศษมันจะไม่เท่ากัน และเวลาที่เราโชว์ เราก็อยากมองเห็นหน้าทุกๆ คน อยากทำให้บรรยากาศภายในงานมันรู้สึกอบอุ่น รวมถึงเรายังสามารถดูแลทุกคนได้ทั่วถึงอีกด้วย”ส่วนทาง “พีพี” ที่แฟนๆ ลุ้นว่าจะมาร่วมงานแฟนมีตติ้งในครั้งนี้ไหม เจ้าตัวได้บอกว่า “ต้องขอดูตารางงานอีกทีครับ แต่ซื้อของขวัญให้ ‘บิ้วกิ้น’ ตั้งแต่ 4 เดือนที่แล้ว”ภาพ : billkin_entertainment

“จัสติน บีเบอร์” ป่วยอัมพาตครึ่งหน้า จำเป็นต้องยกเลิกงานทัวร์คอนเสิร์ตทั้งหมด เพื่อรักษาตัวให้หายดี

12 มิ.ย. 2022

“จัสติน บีเบอร์” ป่วยอัมพาตครึ่งหน้า จำเป็นต้องยกเลิกงานทัวร์คอนเสิร์ตทั้งหมด เพื่อรักษาตัวให้หายดี

ทำเอาแฟน ๆ ช็อคและเป็นห่วงกันเลยทีเดียว หลังจาก “จัสติน บีเบอร์” ได้โพสต์คลิปวิดีโอแจ้งอาการป่วยผ่านอินสตาแกรม โดยเขาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค “แรมเซย์ ฮันท์ซินโดรม”เว็บไซต์พบแพทย์ระบุว่าเป็นโรคที่เกิดจากภาวะแทรกซ้อนจากงูสวัดโดยตรงเกิดจากการที่เชื้อไวรัสเข้าไปจู่โจมเส้นประสาทสมองทำให้เขาไม่สามารถขยับใบหน้าซีกขวาได้ ซึ่ง “จัสติน บีเบอร์” ได้เล่าว่า “อาการเหล่านี้มาจากไวรัสโจมตีเส้นประสาทในหู และเส้นประสาทบนใบหน้า จนทำให้ใบหน้าของผมเป็นอัมพาตอย่างที่คุณเห็น ดวงตาข้างนี้กระพริบไม่ได้ ผมยิ้มไม่ได้ รูจมูกก็จะไม่ขยับ ใบหน้าข้างนี้ของผมเป็นอัมพาตไปแล้ว”อาการในตอนนี้ค่อนข้างเลวร้าย และต้องทำกายภาพใบหน้าเพื่อให้กลับมาเป็นปกติ สำหรับงานทัวร์คอนเสิร์ต “Justice World Tour” ทั้งใน โตรอนโต, วอชิงตัน ดี.ซี. และนิวยอร์ก ต้องยกเลิกไปก่อน เพื่อรักษาตัวให้หายดี ซึ่ง “จัสติน บีเบอร์” ได้ทิ้งท้ายไว้ว่า “สำหรับคนที่ผิดหวังกับการยกเลิกคอนเสิร์ตของผม ร่างกายของผมมันไม่สามารถทำได้จริง ๆ มันค่อนข้างหนัก อย่างที่พวกคุณเห็น ร่างกายบอกให้ผมต้องช้าลง ผมหวังว่าพวกคุณจะเข้าใจผมจะใช้เวลานี้เพื่อพักผ่อน ผ่อนคลาย จะได้กลับมาเป็นเหมือนเดิม 100%เพื่อที่ผมจะได้ทำในสิ่งที่ผมรัก”

album
efm
-

-