สุดยอด “เทพบิว” เข้าที่ 4 วิ่ง 100 เมตร ชวดเหรียญทองแดง แค่เสี้ยววินาที ศึกกรีฑาเยาวชนอายุไม่เกิน 20 ปี ชิงแชมป์โลก2022 ที่ประเทศโคลัมเบีย

ENTERTAINMENT NEWS

สุดยอด “เทพบิว” เข้าที่ 4 วิ่ง 100 เมตร ชวดเหรียญทองแดง แค่เสี้ยววินาที ศึกกรีฑาเยาวชนอายุไม่เกิน 20 ปี ชิงแชมป์โลก2022 ที่ประเทศโคลัมเบีย

03 ส.ค. 2022

เช้าวันที่ 3 สิงหาคม ตามเวลาประเทศไทย “เทพบิว ภูริพล บุญสอน” ลมกรดเยาวชนไทยวัย 16 ปี เจ้าของ 3 เหรียญทองซีเกมส์ครั้งที่ 31 ที่ประเทศเวียดนามที่ผ่านมา

ลงแข่งขันชิงชัยเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร “เทพบิว” อยู่ในลู่ที่ 5 แม้จะออกสตาร์ทไม่ดีรั้งอันดับสุดท้าย แต่ก็เร่งสปืดขึ้นมา เข้าเส้นชัยอันดับที่ 4 ด้วยสถิติ 10.12 วินาที เท่ากับ “เบนจามิน ริชาร์ดสัน” จากแอฟริกาใต้ แต่เมื่อดูจากภาพถ่ายอย่างละเอียดแล้วผลออกมาว่า “ริชาร์ดสัน” เข้าเส้นชัยก่อนเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น ชวดเหรียญทองแดง ไปอย่างน่าเสียดาย 

ส่วนเหรียญทองตกเป็นของ “เลตซิล เตโบโก” จาก บอตสวาน่า ทำเวลา  9.91 วินาที เป็นสถิติโลกของศึกชิงแชมป์โลกรุ่นนี้ด้วย เหรียญเงิน “บูวาห์จี ครูมี” จากจาเมกา เวลา 10.02 วินาที และเหรียญทองแดง “เบนจามิน ริชาร์ดสัน” จากแอฟริกาใต้ เวลา 10.12 วินาที 

ถึงแม้จะพลาดเหรียญวิ่ง 100 เมตร แต่ในรอบรองชนะเลิศ “เทพบิว” ก็ยังสามารถทำลายสถิติประเทศไทยที่ตัวเองได้ทำไว้ด้วยเวลา 10.09 วินาที อีกด้วย  สำหรับ “เทพบิว” ยังมีให้ลุ้นอีก 1 รายการคือ วิ่ง 200 ม. ซึ่งเป็นตัวเต็งและระยะที่เจ้าตัวถนัด โดยจะลงแข่งรอบคัดเลือก วันนี้ 3 สิงหาคม เวลา 23.25 น. ส่วนรอบรองฯ และรอบชิง จะแข่งขันในวันที่ 4 สิงหาคม 

มาร่วมส่งแรงเชียร์และแรงใจให้ เทพบิว คว้าชัย ถึงประเทศโคลัมเบีย กันด้วยนะครับ

ภาพ : ppbs_b

related ENTERTAINMENT NEWS

แฟนคลับมีเฮ เตรียมพบ เหยาเชิน YAOCHEN ในงาน YAOCHEN The 1st Fan Meeting <I’M YAOCHEN> in Bangkok

16 มิ.ย. 2023

แฟนคลับมีเฮ เตรียมพบ เหยาเชิน YAOCHEN ในงาน YAOCHEN The 1st Fan Meeting <I’M YAOCHEN> in Bangkok

ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง! คุกกี้ (ชื่อแฟนคลับ) ชาวไทยเตรียมพบกับความฮอต ความเก่ง ความน่ารัก พร้อมกับทำความรู้จักตัวตนของหนุ่ม เหยาเชิน ศิลปินเดี่ยวชาวจีนจากค่าย JYP Entertainment ให้มากขึ้น กับงานแฟนมีตติ้งครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อ BNJ ร่วมกับ INFLUOS ขอคว้าตัวหนุ่ม เหยาเชิน จัดกิจกรรม YAOCHEN The 1st Fan Meeting I’M YAOCHEN in Bangkok (เหยาเชิน เดอะ เฟิรส์ แฟน มีตติ้ง (แอม เหยาเชิน) อิน แบงค็อก) ในวันเสาร์ ที่ 8 กรกฎาคม 2566 ที่โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ รางน้ำ งานนี้แฟนคลับห้ามพลาดเด็ดขาด เพราะภายในงาน นอกจากจะได้ชมเพอร์ฟอร์แมนซ์เท่ๆ ของเหยาเชินแล้ว ยังมีกิจกรรมที่เตรียมมาให้แฟนคลับได้สนุกและมีความสุขไปด้วยกัน สมกับที่รอคอยกันมานานกว่า 4 ปีแน่นอน อนึ่ง เหยาเชิน เกิดเมื่อวันที่ 23 เดือนมีนาคม ปี 1998 เคยเป็นเด็กฝึกหัดในช่วงเดียวกับวง ITZY และ Stray Kids ก่อนได้เข้าร่วมแข่งขันในรายการเรียลลิตี้ออดิชัน CHUANG 2019 ของ Tencent ในนามเด็กฝึกหัดของค่าย JYP และได้อันดับที่ 5 มาครอบครองในรอบสุดท้าย ทำให้ได้เดบิวต์และทำกิจกรรมในวงบอยกรุ๊ปจีนชื่อดัง R1SE ปัจจุบันกำลังทำกิจกรรมในฐานะศิลปินเดี่ยวภายใต้สังกัดค่าย FANLING CULTURE (บริษัทลูกของ JYP CHINA)YAOCHEN The 1st Fan Meeting I’M YAOCHEN in Bangkok เปิดจำหน่ายบัตร ในวันที่ 18 มิถุนายน 2566 เวลา 10:00 น. เป็นต้นไป ทาง https://www.eventpop.me/ โดยมีราคาบัตรเข้าชม : 4,500 บาท / 3,500 บาท / 2,500 บาทสามารถติดตามรายละเอียดอื่นๆ ของงานได้ที่Twitter: https://twitter.com/bnj_entInstagram: https://instagram.com/bnj_ent/Facebook: https://facebook.com/bnjentภาพ BNJ Entertainment

‘F.HERO’ เซอร์ไพร์สเพื่อนใหม่! จัดขบวนรถแห่ต้อนรับ ‘BALLISTIK BOYZ’ และ ‘PSYCHIC FEVER’ กลางสยามฯ

31 ส.ค. 2022

‘F.HERO’ เซอร์ไพร์สเพื่อนใหม่! จัดขบวนรถแห่ต้อนรับ ‘BALLISTIK BOYZ’ และ ‘PSYCHIC FEVER’ กลางสยามฯ

น่าเอ็นดูที่สุด! สำหรับ 2 บอยแบนด์สุดฮอตแดนปลาดิบอย่าง ‘BALLISTIK BOYZ’ และ ‘PSYCHIC FEVER’ ที่ได้บินลัดฟ้าจากญี่ปุ่น เพื่อมาทำกิจกรรมโปรโมตที่ประเทศไทยงานนี้เลยโดน F.HERO จัดหนัก สร้างเซอร์ไพร์สชุดใหญ่ด้วยการพาขบวนรถแห่ร่วม 10 คัน มาเป็นภารกิจแรกให้หนุ่มๆ ได้โปรโมตตัวเองกันตามแบบฉบับ ‘ไทยสไตล์’ ใจกลางสยามฯ กันเลยทีเดียวซึ่งการโปรโมตที่ประเทศไทยกว่า 5 เดือนเต็ม (กันยายน 2565 - มกราคม 2566) ในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจาก 3 พาร์ทเนอร์สุดแน่นแฟ้น ที่ได้สร้างโมเม้นต์ดีๆ ดึงค่ายเพลงยักษ์ใหญ่อย่าง LDH JAPAN ร่วมกับ High Cloud Entertainment ค่ายเพลง T-POP บ้าพลังแห่งยุคฯ และ CHET ASIA ปั้นโปรเจกต์แลกเปลี่ยนศิลปินระหว่างประเทศ เพื่อต้อนรับแขกบ้าน’ เข้ามาเรียนรู้วัฒนธรรม ภาษา ศิลปะ ดนตรี และวิถีชีวิตระหว่าง 2 ประเทศ (ไทย - ญี่ปุ่น) ซึ่งถือเป็นโปรเจกต์ใหญ่อีกหนึ่งชิ้น หลังประกาศตัวเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านบันเทิงในระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปได้ไม่นานโดยศิลปินทั้ง 14 คน ได้เดินทางมาถึงประเทศไทย เมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนเดินทางมาทำภารกิจพิชิตใจแฟนชาวไทยกันต่อที่แลนด์มาร์ควัยรุ่นไทย ใจกลางสยามสแควร์เป็นที่แรกโดยหลังจากนี้พวกเขามีแผนทำกิจกรรมโปรโมตที่ประเทศไทยกันต่อเพื่อพิสูจน์ความสามารถรอบด้าน พร้อมเรียนรู้ความเป็น ไทย ทั้งภาษา ศิลปะ ดนตรี และวิถีชีวิต เพื่อสร้างสรรค์ผลงานเพลงของวงให้เกิดขึ้นในประเทศไทยให้สำเร็จ พร้อมขึ้นแท่นเป็นเขยไทยหัวใจ J-POP ในรายการ New School Break’in Thailand อีกด้วยทั้งนี้ “BLLISTIK BOYZ” ก่อตั้งวงขึ้นในปี 2018 มีสมาชิก 7 คน ประกอบด้วย Ryuta Hidaka (ริวตะ ฮิดากะ), Kano Yoshiyuki (คะโน โยชิยูกิ), Ryusei Kainuma(ริวเซ ไคนุมะ), Riki Matsui(ริคิ มัตสึอิ) ซึ่งเคยผ่านการประกวด VOCAL BATTLE AUDITION 5 การแข่งขันออดิชั่นมาตราฐานสูงมาแล้ว และยังมีสมาชิก อีก 3 คนอย่าง Miku Fukahori (มิคุ ฟคุาโฮริ), Rikiya Okuda (ริกิยะ โอคุดะ) และ Masahiro Sunada (มาซาฮิโระ สุนาดะ) ที่เคยผ่านการฝึกฝนอย่างหนักในโครงการ GLOBAL JAPAN CHALLENGE ที่ นิวยอรก์ ประเทศอเมริกาเป็นเวลานานกว่า 3 ปี จนพวกเขาทุกคนได้มารวมกลุ่มกันเดบิวต์เป็นวงลำดับที่ 6 ใน EXILE TRIBE ด้วยผลงานอัลบั้มชื่อเดียวกับวง "BALLISTIK BOYZ" ในเดือนพฤษภาคมปี2019 โดยในปีเดียวกัน ‘พวกเขา’ ยังได้รับรางวัล Rising Star Award จาก MTV Awards VMAJ อีกด้วยด้าน “PSYCHIC FEVER” ขึ้นชื่อว่าเป็นวงใหม่ไฟแรงที่ประกอบด้วยสมาชิกที่ครบเครื่องทั้งด้านการร้องและเต้น 7 คน ได้แก่ KOKORO KOHATSU (โคโคโระ โคฮัตสึ), WEESA (วีซ่า), TSURUGI (ทสึรุกิ), RYOGA NAKANISHI (เรียวกะ นาคานิชิ), REN WATANABE (เรน วาตานาเบะ), JIMMY (จิมมี่) และ RYUSHIN HANDA (ริวชิน ฮันดะ) สมาชิกทุกคนเป็นศิษย์เก่าของ EXPGSTUDIO โรงเรียนสำหรับพัฒนาศิลปินของค่าย LDH โดยเฉพาะ พวกเขาใช้เวลาหลายปีในการฝึกฝนสกิลต่างๆ ผ่านการเป็นแบ็คอัพแดนเซอร์ให้กับศิลปินในเครือ LDH มากมาย สมาชิกแต่ละคนมีความสามารถหลายด้านอาทิ การเต้น การแร็ปในปี 2019 พวกเขาทำการทัวร์ทั่วประเทศกว่า 47 จังหวัดมีผู้ชมรวมกันร่วม 40,000 คน จนในปี 2021 พวกเขาได้ปล่อยผลงานพรีเดบิวต์ซิงเกิลใช้ชื่อว่า “Hotline”ออกมา และในปีเดียวกันพวกเขาได้ร่วมมือกับ Tiktok จัด “MushaShugyo” ทัวร์ในรูปแบบออนไลน์ มียอดผู้เข้าชมทั้งหมด 300,000 คน จากทั้งหมด 6 รอบการแสดงได้อย่างสง่างาม โดยเมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2022 พวกเขาก็ได้เดบิวต์ในชื่อ PSYCHIC FEVER from EXILE TRIBE อย่างเป็นทางการ ภาพ : High Cloud Entertainment

บอยซ์ไทย ห้ามพลาด 30 กรกฎาคมนี้ เจอ ‘จอง ยงฮวา’ แน่ๆ ! กับงาน 2023 JUNG YONG HWA LIVE 'ALL-ROUNDER' IN BANGKOK

16 พ.ค. 2023

บอยซ์ไทย ห้ามพลาด 30 กรกฎาคมนี้ เจอ ‘จอง ยงฮวา’ แน่ๆ ! กับงาน 2023 JUNG YONG HWA LIVE 'ALL-ROUNDER' IN BANGKOK

บอยซ์ไทยไปกับหนุ่ม จอง ยงฮวา พี่ใหญ่จากวง CNBLUE หนุ่มหล่อครบเครื่อง ทั้งงานร้องเพลง การแต่งเพลง หรืองานแสดง ที่มีโอกาสทำเมื่อไหร่ก็มักจะได้รับความรักและการสนับสนุนจากแฟนคลับ และแฟนเพลง อย่างล้นหลาม ซึ่งในปี 2023 นี้ได้เริ่มเปิดฉากทัวร์คอนเสิร์ตเดี่ยวไปในเมืองต่างๆ จนขึ้น Sold Out ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังเปิดจำหน่ายบัตร!!!โดยในคอนเสิร์ตครั้งนี้หนุ่มยงฮวาก็ไม่พลาดที่จะกลับมาประเทศไทยในรอบหลายปีเพื่อมาเขย่าใจแฟนๆ บอยซ์ไทย ต้องโดนตกอีกครั้ง!!! ใน “2023 JUNG YONG HWA LIVE 'ALL-ROUNDER' IN BANGKOK” วันอาทิตย์ที่ 30 กรกฎาคม 2566 เวลา 6 โมงเย็น ณ ยูเนี่ยนฮอลล์ เปิดจำหน่ายบัตร :วันเสาร์ที่ 10 มิถุนายน 2566 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ทางเว็บไซต์ www.ticketmelon.com บัตรราคา 6,500 / 5,500 /4,800 / 3,800 และ 2,500 บาทภาพ Bestwarin

กีตาร์ 1 ตัวเติมเต็มหัวใจผู้ชมทั้งฮอลล์ กับคอนเสิร์ต “2022 ซองฮา จอง มิวสิก คาเฟ่ [มูคา] ไลฟ์ อิน แบงคอก”

12 ต.ค. 2022

กีตาร์ 1 ตัวเติมเต็มหัวใจผู้ชมทั้งฮอลล์ กับคอนเสิร์ต “2022 ซองฮา จอง มิวสิก คาเฟ่ [มูคา] ไลฟ์ อิน แบงคอก”

“2022 ซองฮา จอง มิวสิก คาเฟ่ [มูคา] ไลฟ์ อิน แบงคอก” (2022 Sungha Jung's Music Café [MuCa] Live in Bangkok) งานของเจ้าชายฟิงเกอร์สไตล์แห่งเอเชีย “ซองฮา จอง” หรือ “จองซองฮา” (Sungha Jung / JUNG SUNG HA) หนึ่งไอดอลผู้เป็นแรงบันดาลใจให้กับวัยรุ่นทั่วโลก และเป็นแรงผลักดันในการหัดเล่นกีตาร์ของใครๆ หลายคนนั่นเอง!!ซองฮา อัจฉริยะนักกีตาร์ฟิงเกอร์สไตล์กลับมาเปิดคอนเสิร์ตที่ประเทศไทยอีกครั้งในรอบ 5 ปีด้วยคอนเสิร์ตที่มีชื่อว่า “2022 ซองฮา จอง มิวสิก คาเฟ่ [มูคา] ไลฟ์ อิน แบงคอก” เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2565 ซึ่งสร้างความคึกคักให้กับโรงละคร เอ็ม เธียเตอร์ (M Theatre)เริ่มต้นโชว์ครั้งนี้ด้วย 2 เพลงจากผลงานล่าสุด ‘Poetry’ อัลบั้มเต็มชุดที่ 9 ซึ่งเจ้าตัวเล่าว่าเขาตั้งใจรวบรวมบทเพลงต่างๆ เข้าไว้ราวกับหนังสือรวมบทกวี เปิดเวทีที่ Prologue ต่อเนื่องด้วย Yuumi's Waltz โดยเพลงนี้ ซองฮา แต่งให้กับแมวของเขาที่มีชื่อว่า ยูมี และเขาเลือกเพลงนี้มาเป็นเพลงเปิดคอนเสิร์ตแทนความรู้สึกยินดีของเขาที่ได้กลับมาแสดงที่ไทยอีกครั้งหลังจากห่างหายไปนานกว่า 5 ปี บรรยากาศบนเวทีถูกจัดให้เหมือนกับบรรยากาศอบอุ่นน่ารักในคาเฟ่ที่โอบล้อมผู้ชมเอาไว้เข้ากับชื่อของ Music Cafe [MuCa] ที่เป็นธีมคอนเสิร์ตครั้งนี้ซองฮา ได้เปิดเผยความรู้สึกว่าเขาดีใจมากที่ได้กลับมาแสดงที่ประเทศไทยอีกครั้งเพราะที่นี่ก็เปรียบเสมือนเป็นบ้านอีกหลังของเขา ซึ่งในช่วงที่ผ่านมานั้นมีหลายเหตุผลที่ทำให้เขาไม่ได้เดินทางมาเมืองไทย ทั้งเรื่องของการเกณฑ์ทหารและสถานการณ์ของโควิด-19 เพื่อความพิเศษของการได้กลับมาแสดงที่ไทยในครั้งนี้เขาจึงเตรียมเพลงไว้มากมายทั้งเพลงจากอัลบั้มใหม่ เพลงคัฟเวอร์ที่แฟนๆ ชื่นชอบ โดยพาแฟนๆ เข้าสู่บทเพลงเซ็ตต่อไปซึ่งมีทั้งเพลงป็อประดับตำนาน ไปจนถึงเพลงเคป็อปยอดนิยม เริ่มต้นจากเพลง Englishman in New York ของ Sting ต่อเนื่องด้วย 2 เพลงที่ปล่อยออกมาในโปรเจ็กต์ของ MuCa ได้แก่ Loving You Girl ของ Peder Elias ซึ่งเขาได้ร่วมงานกับ SHAUN (เจ้าของเพลงฮิต Way Back Home) และเพลง Don't Look Back in Anger ของ Oasis ที่ร่วมงานกับ ควอนอินฮา (ศิลปินระดับตำนานของเกาหลีที่ขึ้นชื่อในเรื่องของพลังเสียง)ก่อนจะเรียกเสียงปรบมือจากแฟนๆ ดังกึกก้องจากเพลง Butter ของ BTS โดยกีตาร์ริสต์หนุ่มบอกว่าเป็นเพลงที่แฟนๆ ชื่นชอบกันมาก จึงอยากแสดงเพลงนี้ให้กับแฟนๆ ที่ไทยได้ฟังกันสดๆ แถมด้วยเพลง Dynamite ซึ่งเดิมไม่ได้อยู่ในลิสต์ของคอนเสิร์ตแต่เขาตั้งใจมอบให้กับแฟนๆ ชาวไทยเป็นเซอร์ไพรส์พิเศษ แล้วจึงปิดท้ายพาร์ตแรกด้วยเพลง The Ocean อีกหนึ่งงานจากอัลบั้มชุดใหม่ซึ่งเจ้าตัวเปิดเผยว่าส่วนตัวแล้วเขาชอบเพลงนี้มากหลังจากพักเบรก 15 นาทีในช่วงอินเตอร์มิสชั่น ซองฮา พาทุกคนเข้าสู่พาร์ตที่ 2 ด้วยการเปิดตัว โต๋ - ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร ศิลปินรับเชิญในคอนเสิร์ตครั้งนี้ ซึ่ง โต๋ ได้เล่าถึงความประทับใจว่า การได้ร่วมงานกับ ซองฮา เพื่อเตรียมตัวขึ้นโชว์ด้วยกันในวันนี้ ทำให้เขารู้สึกเหมือนว่ารู้จักกันและกันมานานซึ่งเพลงแรกที่ทั้งคู่ได้แจมกันก็คือ Sunroof ของ Nicky Youre ที่ ซองฮา เป็นคนเลือกขึ้นมา ต่อเนื่องด้วยเพลง River Flow in You เพลงบรรเลงเปียโนขึ้นหิ้งของ Yiruma นักเปียโนชาวเกาหลีใต้ชื่อดัง ซึ่ง โต๋ เลือกเพลงนี้เพราะเป็นเพลงที่ตัวเขาเองชื่นชอบมาก และเห็นว่า ซองฮา เองก็เคยเล่นเพลงนี้เป็นสไตล์ของเขาเอาไว้ เลยเป็นโอกาสดีที่จะเรียบเรียงเพลงนี้ขึ้นมาใหม่โดยผสมผสานเสียงเปียโนของ โต๋ เข้ากับเสียงกีตาร์ฟิงเกอร์สไตล์ของ ซองฮา เพื่อให้เป็นครั้งแรกที่เพลงนี้ถูกถ่ายทอดออกมาด้วยเครื่องดนตรี 2 ชนิดในแบบ duet กันถึงช่วงเซอร์ไพรส์ที่ ซองฮา และ โต๋ เตรียมเพลงไทยเอาไว้เป็นของขวัญพิเศษมอบให้กับแฟนๆ ชาวไทยโดยเฉพาะ เริ่มต้นด้วยเพลง เดือนเพ็ญ เพลงไทยคลาสสิกที่เต็มไปด้วยท่วงทำนองแบบไทยๆ ถูกถ่ายทอดออกมาด้วยเครื่องดนตรีเพียงสองชิ้น คือกีตาร์และเปียโน แต่สะกดใจผู้ชมได้ทั้งฮอลล์ต่อด้วยเพลง คนไม่พิเศษ เพลงฮิตของโต๋ ปิดท้ายความทรงจำสุดพิเศษที่ 2 สุดยอดศิลปินจาก 2 ประเทศมอบให้กับแฟนๆ ชาวไทยในค่ำคืนนี้ แต่เซอร์ไพรส์เพลงไทยยังไม่หมด เมื่อ ซองฮา หยิบเอาเพลง ในลิ้นชัก เพลงไทยอะคูสติกจากยุค 80 ของวง กอหญ้าก่อนจะนำเข้าสู่ผลงานเพลงใหม่ของเขาที่มีชื่อว่า Dreaming ไตเติลแทร็กจากอัลบั้มล่าสุดซึ่งแต่งขึ้นจากตัวเขาเองฝันว่าได้แหวกว่ายอยู่ท่ามกลางทะเลแห่งดวงดาว บรรยากาศบนเวทีในตอนนี้จึงนำพาแฟนๆ เดินทางเข้าสู่ภาพจำลองความฝันของซองฮา ฉากหลังของท้องฟ้ายามค่ำที่เต็มไปด้วยดวงดาวส่องประกายเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของโชว์ในวันนี้กับบทเพลงอีกหนึ่งเซ็ตที่ถูกถ่ายทอดออกมาแบบต่อเนื่อง เริ่มต้นด้วยเพลงป็อปร่วมสมัยอย่าง Closer ของ The Chainsmokers ซึ่ง ซองฮา เปลี่ยนไวบ์จากต้นฉบับที่เป็นแนวอิเล็กโทรป็อปมาสู่ความเป็นอะคูสติกเต็มร้อยผ่านเสียงกีตาร์ของเขา ก่อนจะพาทุกคนย้อนเวลากลับไปในยุค 70 กับเพลงป็อปอมตะอย่าง Close to you ของวง The Carpenters ซึ่ง ซองฮา หยิบมาเรียบเรียงใหม่โดยใส่เทคนิคการเล่นกีตาร์ของเขาเข้าไป กลายเป็นเวอร์ชั่นที่เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้ฟังอย่างดีงาม แสงออกหูต่อเนื่องด้วย Seventh #9 เพลงจากอัลบั้ม L’Atelier ของตัวเขาเองเท่านั้นยังไม่พอเขาได้เลือกเพลงที่เหล่ามือกีตาร์ต่างยกให้เป็นเพลงที่ยากในการเล่นอย่าง Neon ของ John Mayer มาโชว์ให้ได้ฟังกัน ซึ่งเพลงนี้เขาได้นำมาเรียบเรียงใหม่ให้ออกมาเป็นแบบฟิงเกอร์สไตล์ที่นอกจากจะคงไลน์กีตาร์ยากๆ ของต้นฉบับไว้แล้ว ยังมีไลน์เมโลดี้ที่ถูกเพิ่มเติมเข้ามาให้ซับซ้อนยิ่งขึ้นไปอีกมาถึงเพลงสุดท้าย กีตาร์ริสต์แห่งมูคา ได้กล่าวขอบคุณแฟนๆ ที่มาร่วมสร้างช่วงเวลาดีๆ ด้วยกันในคอนเสิร์ตครั้งนี้ โดยเขาให้สัญญาว่าจะกลับมาแสดงให้ได้ชมกันอีกบ่อยๆ จากนั้นหยอดมุกเรียกรอยยิ้มว่าหลังจบเพลงนี้หากไม่มีใครร้องเรียกเขาแล้ว นั่นก็คงจะเป็นเพลงสุดท้ายจริงๆ ดังนั้นหากอยากฟังเพลงเพิ่มอีกให้ลองแกล้งๆ เรียกเขาสักหน่อยซึ่งเพลงสุดท้ายที่เขาเลือกมาปิดโชว์คือ Flaming ผลงานเพลงที่ได้รับความรักอย่างมากจากอัลบั้ม Monologue โดยทันทีที่โน้ตตัวสุดท้ายจบลงเสียงปรบมือของผู้ชมก็ดังกึกก้องขึ้นต่อเนื่องยาวนาน ส่งสัญญาณขออังกอร์จาก ซองฮา หนุ่มนักกีตาร์จึงไม่รอช้า กลับออกมาอีกครั้งพร้อมเพลง Classical Gas ที่ Tommy Emmanuel มือกีตาร์ระดับโลกผู้เป็นเหมือนฮีโร่ของเขาเคยเล่นไว้ มาเป็นเพลงส่งท้ายความทรงจำในคอนเสิร์ต 2022 Sungha Jung's Music Cafe [MuCa] live in Bangkokภาพ : JIN CORPORATION และ PICCOLO MUSIC ENTERTAINMENT

album
efm
-

-