“แบมแบม” ถึงไทยแล้ว เซอร์ไพรส์เหล่าอากาเซ่ จนติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1

ENTERTAINMENT NEWS

“แบมแบม” ถึงไทยแล้ว เซอร์ไพรส์เหล่าอากาเซ่ จนติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1

15 มิ.ย. 2022

งานนี้เหล่าอากาเซ่ ถึงกับตั้งตัวไม่ทัน เมื่อ “BamBam” สมาชิกวง GOT7 เซอร์ไพรส์ชาวไทย ลงคลิปบนทวิตเตอร์ส่วนตัวพร้อมแคปชันว่า “ta da~

ประเทศไทยมี ‘แบมแบม’ อีกครั้ง ทำเอางานนี้ติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 ตั้งแต่ลงเครื่องกันเลยทีเดียว (วันที่ 15 มิถุนายน 2565) ครั้งนี้ ‘แบมแบม’ จะเสิร์ฟความฟินอะไรให้อากาเซ่ ต้องรอติดตามกันต่อไป 

สามารถเข้าไปรับชมโมเมนต์น่ารักๆ ของ ‘แบมแบม’ ที่แอบมาเซอร์ไพรส์เหล่าอากาเซ่ ได้ที่ #WelcomeBamBamToThailand

 

ภาพ : Chacha_World


related ENTERTAINMENT NEWS

บ้านพักร้างสร้างเรื่อง! 12 พยานหลอนเห็นตรงกัน ขนาดทำบุญใหญ่แล้วก็ยังดุดัน ไม่เกรงใจใคร! | อังคารคลุมโปง

27 ธ.ค. 2022

บ้านพักร้างสร้างเรื่อง! 12 พยานหลอนเห็นตรงกัน ขนาดทำบุญใหญ่แล้วก็ยังดุดัน ไม่เกรงใจใคร! | อังคารคลุมโปง

รายการ ‘อังคารคลุมโปง’ ที่ผ่านมา (20 ธันวาคม 2565) ได้เชิญ ‘คุณแจ็ค The Ghost Radio’ กลับมาเล่าเรื่องผีกันอีกครั้ง คราวนี้แพ็คความหลอนมาเต็มกระเป๋าต้อนรับปีใหม่ กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘ผีในวงเหล้า’ งานนี้ทำเอาดีเจแนน และดีเจซันเดย์ต้องอ้าปากค้าง ยกให้เป็นเรื่องหลอนระดับสิบกันเลยทีเดียว !คุณแจ็คเกริ่นเรื่องว่า ในทุก ๆ วงสนทนา และการดื่มกินสังสรรค์ ภายใต้ค่ำคืนแห่งความมืดมิด บรรยากาศหลอน ๆ ชวนให้ต้องเล่าเรื่องผี ดังนั้นเรื่องที่จะเล่านี้ ผีไม่ได้ปรากฏขึ้นมาในวงเหล้าให้เห็นจะ ๆ แต่เป็นเรื่องเล่าที่เกิดขึ้นในวงสนทนาเรื่องนี้มาจาก ‘คุณเยี่ยม’ เพื่อนของ ‘คุณเซน’ แฟนรายการ The Ghost Radio เขาเล่าว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับกลุ่มคน 12 คน ที่อยู่ในสถานที่เดียวกัน ทั้งหมดเป็นพยานความหลอนในครั้งนี้ ย้อนกลับไปเมื่อช่วงที่พึ่งเข้าไปทำงานใหม่กับบริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่งในตำแหน่ง ‘โฟร์แมน’ หรือ ‘ผู้ควบคุมงานก่อสร้าง’ ครั้งนั้นได้รับมอบหมายให้ไปทำงานสร้างห้างสรรพสินค้าในจังหวัดปราจีนบุรี ทางคุณเยี่ยมและเพื่อนร่วมงาน ก็ต้องเดินทางไปประจำที่ไซต์งานแห่งนั้น โดยทางบริษัทได้จัดหาที่พักไว้ให้ และต้องอยู่ที่นั่นเป็นเวลา 7 เดือนเต็มที่พักแห่งนี้มีลักษณะเป็นคูหาทั้งหมด 8 ห้องใหญ่ กำแพงไม่ติดกัน เหมือนเป็นแท่งสี่เหลี่ยมยาว ๆ ลึกเข้าไป ด้านหน้าของตึกติดตั้งระเบียงเหล็ก (คล้ายกับตะแกรงเหล็ก) และมีบันไดขึ้นทั้ง 2 ทาง เหมือนทางขึ้นเมรุอย่างไรอย่างนั้น ซึ่งทางบริษัทจัดหาไว้ให้ 3 ห้อง นับเรียงจากฝั่งซ้าย (คุณแจ็คขอเรียกเป็นห้องซ้าย ห้องกลาง ห้องขวา) แต่ละห้องจะแบ่งเป็น 2 ห้องนอน (นอนด้วยกันห้องนอนละ 2 คน ก็จะพอดีจำนวน 12 คน) คุณแจ็คเล่าเสริมว่า อาชีพโฟร์แมนจะมีความรู้เรื่ององค์ประกอบการก่อสร้าง แต่เมื่อได้เห็นที่พักที่ถูกจัดให้พักนั้นก็เกิดความรู้สึกว่ามัน ‘แปลก’ ชอบกลในแต่ละห้อง ส่วนของชั้นล่างจะโล่ง มีบันไดขึ้นชั้นบน มีห้องนอน 2 ห้อง คือ ห้องนอนด้านหน้าที่ติดกับระเบียงเหล็ก และห้องนอนด้านหลัง ส่วนที่แปลกคือประตูทางเข้าของห้องนอนด้านหน้าต้องเข้าจากทางระเบียงเท่านั้น ไม่มีประตูให้เข้าจากข้างใน แม้จะเป็นสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยเพียงใด เหล่าโฟร์แมนทั้ง 12 คนก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะที่พักแห่งนี้ถูกจัดมาให้เรียบร้อยแล้ว ถ้าจะให้หาที่พักใหม่ ก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเองวันหนึ่ง หลังจากเลิกงาน ก็มีปาร์ตี้สังสรรค์กินดื่มกันบ้างเป็นเรื่องปกติ 1 ใน 12 โฟร์แมน นามว่า ‘คุณต้อม’ บอกว่ารู้สึกเหนื่อย จึงขอเข้าไปนอนพักแทนที่จะสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงาน สมาชิกที่เหลือไม่ได้ผิดสังเกตอะไร จึงดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน จนถึงเวลาประมาณ 4 ทุ่ม คุณต้อมก็วิ่งหน้าตื่นออกมาจากห้อง แล้วบอกว่า “ผีอำว่ะ” เพื่อนร่วมงานที่เป็นชายปากกล้าก็ถามกลับไปว่า “คิดมากไปหรือเปล่า นอนมากไป ฝันมากไป ผีไม่มีหรอก และผีที่อำเนี่ย ผู้หญิงหรือผู้ชาย ถ้าเป็นผู้หญิง เดี๋ยวจัดการให้” สิ้นเสียงนั้น ทุกคนในที่นั้นก็เห็นผ้าขนหนูผืนบางที่ถูกแขวนอยู่ตรงผนังหลุดออกมา แล้วก็ถูกเหวี่ยงมาใส่หน้าของผู้ชายคนนั้น! ทุกคนทั้งอึ้งและงงกับเหตุการณ์นั้น จากนั้นพี่ซีเนียร์ในกลุ่มก็พยายามพูดเพื่อไม่ให้ทุกคนหวั่นกระเจิงไปกันใหญ่ว่า “ห้องนี้ไม่ได้ปิดประตูหน้าต่างให้มันดี ลมมันอาจจะพัดมาก็ได้” แต่ทุกคนก็อดคิดไม่ได้ช่วงกลางวันของวันต่อมา คุณเยี่ยมก็ออกเดินสำรวจพื้นที่รอบ ๆ สิ่งหนึ่งที่เห็นคือบริเวณหน้าประตูมีปี่เซียะตั้งอยู่ นั่นไม่ใช่จุดที่ผิดสังเกต แต่สิ่งที่ชวนสงสัยคือทุกซอกทุกมุมของตึกไม่ว่าจะเป็นประตู หน้าต่าง มีปี่เซียะวางอยู่ทุกจุด! คุณเยี่ยมคิดว่าเจ้าของตึกอาจจะมีความเชื่อทางด้านนี้ และเขาเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปี่เซียะมีไว้ทำไม จึงไม่ได้สนใจแม้จะสงสัยอยู่ในใจก็ตามหลังจากนั้นหลังเลิกงาน ปาร์ตี้สังสรรค์ก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง เวลาประมาณเที่ยงคืนทุกคนก็เริ่มแยกย้ายไปนอน เริ่มจากห้องกลาง เป็นห้องของคุณเยี่ยมและคุณต้อม ระหว่างที่กำลังจะเคลิ้มหลับประมาณตีหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงคนเดินขึ้นมาจากบันได คล้ายกับเสียงรองเท้าคัทชูไม่ก็ส้นสูง คุณเยี่ยมนอนฟังอยู่ก็นึกสงสัยว่าใครกันที่จะใส่รองเท้าแบบนั้นเดินขึ้นบันได เพราะทั้งเขาและคุณต้อมต่างก็เป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่ จากเสียงรองเท้ากระทบกับปูนก็เปลี่ยนเป็นเสียงที่กระทบกับเหล็กดัง “ก๊องแก๊ง ก๊องแก๊ง” ไปตามจังหวะการเดินคุณเยี่ยมที่นอนอยู่มองเห็นเงาของผู้หญิงผ่านหน้าต่าง สักพักเงานี้ก็เอาอะไรบางอย่างทุบกำแพงดัง “ตึงๆๆๆๆ” ซึ่งคุณเยี่ยมที่นอนอยู่ก็คิดว่าคงโดนเข้าให้แล้ว จึงหันไปหาคุณต้อมที่นอนอยู่ข้าง ๆ ก็พบว่า คุณต้อมเองก็ไม่ได้หลับเช่นกัน! ทั้งคู่ตาเบิกโพลงและทำได้แค่มองหน้ากัน ไม่ทันได้หายตกใจ เงาร่างนั้นก็เดินไล่บนระเบียงไปห้องซ้ายไปห้องขวา เดินไปเดินมา (ระเบียงเชื่อมกันหมด) จนถึงตีสาม คุณเยี่ยมและคุณต้อมก็ยังนอนฟังเสียงนั้นอยู่และไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเจอกับอะไร!วันต่อมา ทั้งคู่ได้เล่าเรื่องที่เจอให้กับทุกคนฟัง ฝ่ายห้องขวาเป็นผู้หญิงก็บอกว่า “หนูคิดว่าหนูได้ยินแค่ 2 คน” ส่วนห้องทางซ้ายเป็นพี่ซีเนียร์คู่กับผู้ชายปากกล้าก็บอกว่า “ได้ยินเสียงเดินแบบนี้ทั้งคืน ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร” เมื่อทุกคนไม่รู้ว่ากำลังเจอกับอะไร แต่หลังจากนั้นเป็นเวลากว่า 1 อาทิตย์ เมื่อเข้าสู่เวลาตีหนึ่ง เสียงนั้นก็จะดังขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และไม่มีใครใจกล้าพอที่จะออกไปดูว่ามันคืออะไรกันแน่..เรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้นจากห้องข้างหน้าไม่พอ ห้องข้างหลังเองก็เช่นกัน เขาเล่าว่า “ตอนที่นอนอยู่นั้น ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย แต่ผมโดนผีอำ” ไม่ได้โดนผีอำแค่คนเดียว แต่ทุกคนที่นอนอยู่ห้องข้างหลังก็โดนผีอำกันทุกคน! เมื่อเรื่องมันชักจะไปกันใหญ่ ทุกคนจึงตกลงกันว่าหลังจากนี้จะไม่ดื่มแอลกอฮอล์กันอีกและนอนให้เร็วขึ้น เผื่อว่าจะดีขึ้นเมื่อเปลี่ยนเวลาให้นอนเร็วขึ้น คุณเยี่ยมกลับไม่สบายตัวอย่างที่คิด เขานอนกระสับกระส่าย จนถึงเวลา 4 ทุ่ม เสียงเคาะหน้าต่างก็ดังขึ้น! “พี่ๆ ช่วยหนูด้วย!” เป็นน้องผู้หญิง 2 คน ที่มาจากห้องขวาวิ่งมาขอความช่วยเหลือ เมื่อเปิดประตูออกไป น้องก็บอกว่า “หนูอ่ะ หลับไปแล้ว ส่วนเพื่อนอีกคนลุกไปเข้าห้องน้ำ ก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนมาทำกับข้าวอยู่ข้างล่าง แล้วก็มีเสียงคนซักผ้า” เธอเล่าต่อว่าพอเข้าห้องน้ำเสร็จก็ปิดไฟเดินกลับมาที่ห้อง เพื่อนคนที่นอนอยู่ก็นอนบิดไปบิดมา สักพักก็เอามาคว้าอะไรบางอย่าง แล้วก็ตะโกนออกมา “ว๊ากกกกก!” หลุดออกมาจากอาการผีอำ! เธอเล่าเพิ่มเติมว่าเหมือนมีผู้หญิงคนนึงมานั่งทับที่หน้าอก แล้วก็จับตัวไว้ไม่ให้ขยับ พอเพื่อนที่ลุกไปเข้าห้องน้ำกลับมา ถึงได้หลุดออกจากตรงนั้น เมื่อเห็นท่าไม่ดี จึงวิ่งออกมาขอความช่วยเหลือหลังจากได้ยินเสียงผู้หญิงเรียก ทุกคนก็มารวมตัวกันที่ห้องกลาง และพร้อมใจบอกว่า “โดนผีอำเหมือนกัน” ซึ่งจะโดนแตกต่างกันไป ผู้หญิงบ้าง ผู้ชายบ้าง บางคนไม่เห็นตัวแต่ขยับตัวไม่ได้ คุณเยี่ยมซึ่งไม่เคยโดนผีอำก็โดนเช่นกัน เหตุการณ์คือ ขณะที่กำลังนอนอยู่ เห็นผู้หญิงเดินเข้ามาในห้อง แล้วก็เอามานั่งทับที่หน้าอก จากนั้นก็บีบคอ คุณเยี่ยมก็พยายามขัดขืนแต่ก็ทำไม่ได้ และหันไปหาเพื่อนที่นอนอยู่ข้าง ๆ พร้อมกับตะโกนเรียก แต่เรียกเท่าไหร่ ก็ไม่มีเสียงใดเล็ดลอด จึงนึกถึงพระ จากนั้นเสียงก็ออกมา เพื่อนที่นอนอยู่บอกว่าได้ยินเสียงแปลก ๆ จึงปลุกคุณเยี่ยมให้ตื่นด้วยความที่ทั้งหมดเป็นพนักงานใหม่ การจะย้ายออกแล้วต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเองนั้นก็ดูจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ทุกคนจึงจำใจอยู่ที่นี่ต่อ ในทุก ๆ คืน ตี 1 – 3 ก็จะต้องเจอกับเหตุการณ์หลอนซ้ำ ๆ วนมาไม่จบสิ้น จะมีเพียงวันเสาร์อาทิตย์ที่แต่ละคนได้กลับบ้าน นั่นจึงเป็นเวลาหาเครื่องรางของขลังมาป้องกันตัวเอง ซึ่งมันก็ไม่ได้ช่วยอะไร…เหตุการณ์ดำเนินมาจนถึงช่วงประมาณเดือนที่ 4 – 5 บริษัทได้เรียกพนักงาน 6 คน เปลี่ยนไปทำงานที่อื่น ทำให้เหลือเพียง 6 คน ที่โชคร้ายยังต้องเผชิญเรื่องหลอนไม่จบไม่สิ้น ทุกคนตกลงกันว่าจะนอนด้วยกัน ห้องละ 3 คน เพื่อความสบายใจ พี่ซีเนียร์พูดขึ้นมาว่า “ที่เราเจอกันอยู่เนี่ย มันไม่ใช่ผีแค่ตัวเดียว น่าจะมีเป็นสิบ” น้อง ๆ ในกลุ่มจึงถามขึ้นว่า “พี่รู้ได้ยังไง?” พี่ซีเนียร์ตอบว่า “กูไปรู้อะไรบางอย่างมา มึงรู้มั้ยว่าค่าเช่าของที่นี่เดือนละเท่าไหร่? 3 คูหา มันเดือนละ 5,000” ซึ่งก็ได้วิเคราะห์ว่า อาจเป็นเพราะตึกนี้มันร้างมาก่อน แล้วพอมีบริษัทมาเช่าให้พนักงานอยู่ เขาก็เลยพยายามมาเคลียร์โดยการเอาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ มาวางไว้ และยังสังเกตอีกว่า ตลอดเวลา 4 – 5 เดือนที่ผ่านมานี้ ไม่มีใครสักคนที่เดินเข้ามาถามว่าอีก 5 คูหาที่เหลือยังว่างให้เช่ามั้ย ทั้ง ๆ ที่ตรงนี้เป็นทำเลดี ติดถนนใหญ่ ทุกคนจึงคุยกันอีกรอบว่าจะแก้ปัญหานี้กันอย่างไรดี ได้ข้อสรุปว่าจะทำบุญครั้งใหญ่ จึงไปซื้ออาหารและจัดเตรียมสิ่งของสำหรับการทำบุญ…เมื่อวันทำบุญมาถึง ช่วงเวลากลางวันแสก ๆ หลังจากปักธูปไหว้เสร็จ พี่ซีเนียร์ก็ดันคิดอะไรแปลก ๆ ไปหยิบจานและตะเกียบมาเคาะแล้วพูดว่า “อ้าว มากินข้าวกินเร็ว” หลังจากเคาะ ก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนกำลังวิ่งลงมาเป็นสิบ ๆ คน ผ้าม่านที่อยู่ตรงนั้นก็ไหวไปมา ทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น!หลังจากทำบุญให้ ก็ยังเจออยู่เหมือนเดิมไม่เบาลงเลย แม้ทุกคนจะรู้อยู่แก่ใจว่าที่แห่งนี้มีอะไรบางอย่างมาอยู่ร่วมด้วย แต่ก็ทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้ จึงต้องอยู่และทำงานกันต่อไป จนกระทั่งถึงเดือนที่ 7 พนักงานกลุ่มนี้ต้องย้ายออก ก็ได้มีพนักงานใหม่เข้ามาอยู่แทน ทั้ง 2 กลุ่มได้คุยกัน หนึ่งในกลุ่มที่มาใหม่บอกว่า “ผมเอาลูกมาอยู่ด้วย วันหนึ่งผมเห็นลูกผมยื่นขนมให้ใครก็ไม่รู้” ในวันย้ายออกมีการจ้างรถชาวบ้านมาช่วยขนย้าย คุณลุงที่เป็นคนขับรถก็ชวนคุยระหว่างทาง “นึกว่าใครมาอยู่ ที่แท้ก็นายช่างนี่เอง แล้วมาอยู่ได้ยังไง ที่นี่ผีดุ นายช่างไม่รู้เหรอ” จากนั้นทุกคนก็รุมถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่…คุณลุงเล่าว่าย้อนกลับไปว่า สมัยก่อนที่ตรงนั้นยังเป็นป่าช้า จากนั้นก็มีการล้างป่าช้า ซึ่งก็ไม่รู้ว่าล้างหมดหรือไม่ ส่วนใกล้ ๆ กับบริเวณนั้นเป็นลานโล่ง แล้วก็มีการสร้างโรงพยาบาล คนที่เป็นเจ้าของที่เห็นว่ามันน่าจะพัฒนาที่ดินได้ จึงอยากสร้างอาคารพาณิชย์ แม้จะมีเสียงรอบข้างห้ามปราม แต่เขาก็ดึงดันที่จะสร้าง รวมทั้งไม่ได้สนใจโครงสร้างและการออกแบบเลย ตึกที่ได้จึงมีลักษณะเป็นกล่องสี่เหลี่ยมยาววางเรียงกันเหมือนกับโลงศพ! พอมีคนมาเช่า ผลประกอบการก็ไม่ดี ทำมาค้าขายไม่ขึ้น จึงให้ซินแสเข้ามาช่วยดู เขาจึงแนะนำว่าให้ปรับหน้าตาของอาคารให้ดูดีขึ้น ให้มันมีอะไรอยู่ข้างหน้าหน่อย จึงเป็นที่มาของการสร้างระเบียงนั่นเอง นั่นยิ่งทำให้เหมือนทางขึ้นเมรุเข้าไปอีก เรียกได้ว่ายิ่งแก้ยิ่งเละและเมื่อขุดประวัติลึกเท่าไหร่ ความน่ากลัวของคูหาเหล่านี้ก็ยิ่งทวีคูณ ห้องกลางนั้นมีเคยมีผู้หญิงผูกคอตาย ห้องขวาเคยมีสามีภรรยาทะเลาะกัน ฝ่ายชายลงมือฆ่า ส่วนห้องซ้ายเป็นสามีภรรยาเช่นกัน ฝ่ายชายฆ่าฝ่ายหญิง แล้วกินยาฆ่าตัวตายตาม ยังไม่นับรวมเคสอื่น ๆ อีก รวมแล้วมีการเสียชีวิตเกิดขึ้นกว่า 5 ราย ส่วนคูหาอื่นที่ไม่มีคนเข้าไปอยู่ก็ไม่รู้ว่ามีเคสอะไรเกิดขึ้นบ้าง…และนี่คือเหตุการณ์หลอนทั้งหมด ที่โฟร์แมนทั้ง 12 คนเป็นพยานรู้เห็นความหลอนในครั้งนี้ติดตามความหลอนย้อนหลังได้

ช่างกิ๊กอยู่ไหนนนนนน !! หนุ่มทนไม่ไหว ไม่ได้ตัดผมมา 3 เดือน เหตุเพราะตามหาช่างคู่ใจไม่เจอ ขอรายการ ‘พุธทอล์ค พุธโทร’ ช่วยตามหา

15 ก.ค. 2022

ช่างกิ๊กอยู่ไหนนนนนน !! หนุ่มทนไม่ไหว ไม่ได้ตัดผมมา 3 เดือน เหตุเพราะตามหาช่างคู่ใจไม่เจอ ขอรายการ ‘พุธทอล์ค พุธโทร’ ช่วยตามหา

‘การที่ได้เจอช่างตัดผมที่ถูกใจ มันก็หายากพอ ๆ กับการหาเนื้อคู่เลย’ ประโยคโดนใจจากสายสุดท้ายของรายการพุธทอล์คพุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา(13 กรกฎาคม 2565) “คุณแล็ค (นามสมมุติ)” ได้โทรเข้ามาในรายการเพื่อตามหาตัวช่างตัดผมคู่ใจ ซึ่ง “คุณแล็ค (นามสมมุติ)” เล่าว่า มีช่างตัดผมสาวหล่อคนหนึ่ง ชื่อว่า ‘ช่างกิ๊ก’ ร้านตัดผมอยู่ที่รัชดา 32 เขาตัดผมถูกใจเรามาก ตัดกี่รอบก็ถูกใจทุกรอบ ราคาก็ไม่แพง เราตัดผมกับ ‘ช่างกิ๊ก’ มาปีกว่าแล้ว และเราต้องย้ายไปอยู่อีกจังหวัด แต่ก็ยอมขับรถ 20 กิโลกว่าเพื่อมาตัดผมกับ ‘ช่างกิ๊ก’ จนวันหนึ่งเราไปหา ‘ช่างกิ๊ก’ ที่ร้าน แต่พนักงานบอก ‘ช่างกิ๊ก’ ย้ายไปอยู่ที่สาขานาคนิวาส แถวเลียบด่วนแล้ว เราก็ยอมตามไปตัดผมถึงที่นั่นจนเราติดต่อไปจองคิวกับทางร้านอีกครั้ง พนักงานก็ได้แจ้งว่า ‘ช่างกิ๊ก’ ลาออกไปแล้ว เราเสียใจมากและตอนนี้ไม่ได้ตัดผมมา 3 เดือนแล้ว อยากตัดผมมาก เลยโทรเข้ามาในรายการพุธทอล์คพุธโทร อยากให้ ‘ชาวพุธโทรเรี่ยน’ ช่วยตามหาเบาะแสของ ‘ช่างกิ๊ก’ ให้หน่อย พยายามเข้าไปหาในเฟซบุ๊กของร้านก็ไม่เจอ อยากรู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ร้านไหน จะได้ตามไปตัดผม หรือถ้าเขาไม่ทำอาชีพนี้แล้วเราก็จะได้หาช่างคนใหม่... ‘ลักษณะของช่างกิ๊ก เป็นสาวหล่อ อายุประมาณ 30 ต้น ๆ หน้าใส เหมือนคนจีน ออกหมวย ๆ ตี๋ ๆ ผมสั้น ผิวขาว’ สำหรับใครที่รู้จัก ‘ช่างกิ๊ก’ สามารถติดต่อมาได้ที่ Facebook : EFM Stationเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรก ของ “ก้อง สหรัถ” ตั้งแต่เข้าวงการมา 34 ปี “KONG SAHARAT IN MY LIFE CONCERT”

03 ส.ค. 2022

คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรก ของ “ก้อง สหรัถ” ตั้งแต่เข้าวงการมา 34 ปี “KONG SAHARAT IN MY LIFE CONCERT”

ซึ่งคอนเสิร์ตในครั้งนี้นอกจากแฟนๆ จะได้ฟังเพลงฮิตแล้ว ยังได้ฟังเพลงละคร รวมถึงเพลงที่ “พี่ก้อง” อยากร้อง แต่ยังไม่เคยร้องที่ไหนมาก่อนอีกด้วย พร้อมพาทุกคนมาสัมผัสถึงตัวตนในมุมอื่นๆ ที่นอกเหนือจากการเป็นนักดนตรี ได้ที่คอนเสิร์ต “KONG SAHARAT IN MY LIFE CONCERT” พร้อมกัน ในวันเสาร์ที่ 10 กันยายน 2565 เวลา 18.00 น. ณ IMPACT ARENA เมืองทองธานีโดย “ก้อง สหรัถ” กล่าวว่า “ตอนที่ทีมงาน GMM SHOW โทรมาชวนทำคอนเสิร์ตด้วยกัน คิดไม่นานเลยครับ ตอบตกลงไปทันที เหมือนได้กลับบ้านที่ GMM GRAMMY ความรู้สึกตอนนี้คือนับวันรอ ว่าเมื่อไรจะถึงวันที่ 10 กันยายน ที่จะได้กลับมาเจอแฟนเพลง ในคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของผมตั้งแต่เข้าวงการมา 34 ปี เพราะแฟนเพลงสำหรับผมเป็นพลังชีวิต เหมือนกับต้นไม้ที่ได้ปุ๋ยดีๆ มาเติมให้ชีวิตเรามีพลัง เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนที่จะทำให้เราได้เดินต่อไปบอกเลยว่าผมและทีมงาน พวกเราทุกคนตั้งใจและเต็มที่กับคอนเสิร์ตครั้งนี้มากครับ เพราะอยากให้แฟนๆ ประทับใจมากที่สุด รวมถึงซีนของแขกรับเชิญแต่ละท่านรับรองพิเศษแน่นอน แล้วมาเจอกันนะครับ”เปิดจำหน่ายบัตรแล้วตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2565 ที่ไทยทิกเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา แล้วมาเจอ “พี่ก้อง สหรัถ” ได้ในคอนเสิร์ต “KONG SAHARAT IN MY LIFE CONCERT” ที่จะรวบรวมเรื่องราว 34 ปี ในวงการบันเทิงของนักดนตรีตัวจริงภาพ : GMM SHOW

“ตูมตาม” เผยฤกษ์แต่งงานกับ “อาหลี” จะจัดงานแต่งในช่วงปี 67 ตอนนี้กำลังช่วยกันสร้างเรือนหออยู่

16 ส.ค. 2022

“ตูมตาม” เผยฤกษ์แต่งงานกับ “อาหลี” จะจัดงานแต่งในช่วงปี 67 ตอนนี้กำลังช่วยกันสร้างเรือนหออยู่

หลังจากนักแสดงหนุ่ม “ตูมตาม ยุทธนา” ได้คุกเข่าขอแฟนสาวนอกวงการ “อาหลี อัฐริญญา” เมื่อช่วงวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา ล่าสุด “ตูมตาม” ก็ได้ออกมาเปิดเผยถึงแพลนงานแต่งว่า ‘ตอนนี้ดูฤกษ์แต่งงานไว้แล้ว เป็นช่วงปี 67 จริง ๆ มีฤกษ์ปลายปีนี้แต่เตรียมการไม่ทันก็เลยรออีก 2 ปีกำลังดี ถ้ารีบไปก็ไม่ดีเพราะมันต้องเอาฤกษ์ที่พร้อมด้วย ต้องเป็นฤกษ์ที่ดีและเหมาะสมในการแต่งงาน การที่เราจะรักใครสักคนไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ดวง แต่ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมมากกว่า ส่วนพิธีการตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงที่คุยกับทางบ้านอยู่ ส่วนเรื่องเรือนหอ จริง ๆ ซื้อที่ไว้แล้วที่จังหวัดนครนายก ตอนนี้ก็อยู่ในขั้นตอนของการสร้างบ้าน เป็นแบบบ้านพักตากอากาศ ตั้งใจจะให้เป็นบ้านของเราทั้ง 2 คน ช่วยกันสร้าง ช่วยกันทำ ค่อย ๆ วางแผนชีวิต ไม่ได้ซีเรียสเรื่องอยู่ด้วยกันก่อนแต่ง เพราะแสดงออกทุกอย่างให้เห็นทั้งหมดอยู่แล้วว่าเรามั่นใจในสิ่งที่ตัดสินใจ เรามั่นใจในตัวเขา เขามั่นใจในตัวเรา จะอยู่ก่อน อยู่หลังก็มีค่าเท่ากัน เพราะคำตอบสุดท้ายมันสำคัญกว่า...’ ภาพ : y.n.p.k

album
efm
-

-