สุดเศร้า! วงการบันเทิงสูญเสียดาวตลกชื่อดัง “โป๊งเหน่ง เชิญยิ้ม” ในวัย 59 ปี

ENTERTAINMENT NEWS

สุดเศร้า! วงการบันเทิงสูญเสียดาวตลกชื่อดัง “โป๊งเหน่ง เชิญยิ้ม” ในวัย 59 ปี

11 ก.ค. 2022

วงการบันเทิงสูญเสียดาวตลกชื่อดัง “โป๊งเหน่ง เชิญยิ้ม” ในวัย 59 ปี เมื่อวันที่ 10 กรกฏาคม เวลา 22.16 น. ที่โรงพยาบาลบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

หลังจากป่วยด้วยโรครุมเร้ามาหลายปี ทั้งเบาหวาน ความดัน เส้นเลือดหัวใจตีบ และไต

โดยทางครอบครัวและญาติจะนำศพไปบำเพ็ญกุศล ที่วัดช้างใหญ่ จ.พระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 11 กรกฏาคม 2565

EFM94 ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของ “คุณโป๊งเหน่ง เชิญยิ้ม” ด้วยนะคะ

 

ภาพ : โป๊งเหน่ง เชิญยิ้ม


related ENTERTAINMENT NEWS

“อันฮโยซอบ” ยกให้พอลจักไทยคือความรัก เผยโมเมนต์ประทับใจขั้นสุดที่แฟนคลับไทยต้องได้รู้!! พร้อมเตรียมส่งซีรีส์เรื่องใหม่ ‘A Time Called You’ ให้หายคิดถึง

14 ส.ค. 2023

“อันฮโยซอบ” ยกให้พอลจักไทยคือความรัก เผยโมเมนต์ประทับใจขั้นสุดที่แฟนคลับไทยต้องได้รู้!! พร้อมเตรียมส่งซีรีส์เรื่องใหม่ ‘A Time Called You’ ให้หายคิดถึง

ไม่ปล่อยให้ความคิดถึงต้องทำงานหนักจนเกินไป! “อันฮโยซอบ” (Ahn Hyo Seop) เตรียมส่งผลงานละครซีรีส์เรื่องใหม่ ‘A Time Called You’ ให้เหล่า “พอลจัก” (อ่านออกเสียงว่า “พอลจั๊ก” / PAULJJACK, 폴짝 ชื่อแฟนคลับของอันฮโยซอบ) ได้ตกหลุมรักครั้งที่ร้อย หลังจากพระเอกคนดังได้พบพอลจักชาวไทยเป็นครั้งแรกในงานแฟนมีตติ้ง 2023อันฮโยซอบ เอเชีย ทัวร์เดอะ เพรสเซนต์ โชว์ อิน แบงคอก “เฮียร์ แอนด์ นาว” (2023AHN HYO SEOP ASIA TOUR THE PRESENT SHOW in BANGKOK “here and now”) #AhnHyoSeopThePresentShowBKK ก็เล่นเอาเจ้าตัวถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ แถมยังหอบหิ้วความรัก ความเอาใจใส่ของแฟนๆ กลับไปใช้เป็นพลังบวกในการสร้างผลงานต่อๆ ไปแทนคำขอบคุณที่ทุกคนคอยสนับสนุนอยู่เสมอ งานนี้หนุ่มเจ้าเลยขอส่งตรงความรู้สึกดีๆ บอกเล่าโมเมนต์ที่ติดอยู่ในหัวใจของเขาถึงแฟนๆ ชาวไทยความประทับใจครั้งแรกที่มาประเทศไทย หนุ่ม อันฮโยซอบ เผยว่า “รู้สึกอบอุ่นครับ ผมยังจำรอยยิ้มและการต้อนรับของแฟนๆ ได้ รู้สึกเป็นกันเองเหมือนกับเจอเพื่อน ไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะมีแฟนๆ มารอส่งผมเยอะขนาดนั้นที่สนามบินตอนที่จะบินกลับเกาหลี ที่จริงอยากจะทักทายแฟนๆ ทีละคนเลย รู้สึกขอบคุณทุกคนมากที่มารอผม แต่เพราะว่ามีผู้โดยสารท่านอื่นอยู่ด้วยเลยต้องรีบเดินครับ ประเทศไทยเป็นประเทศที่ผมอยากจะกลับมาอีกครั้งครับ กรุงเทพฯ เป็นเมืองแรกเลยที่ได้มาจัดแฟนมีตติ้งในต่างประเทศ ผมจะเก็บความทรงจำที่มีความสุข ความทรงจำแรกนี้เอาไว้เป็นแรงเป็นพลังในการทัวร์ในเมืองอื่นๆ ต่อไปครับ” ส่วนเมนูอาหารไทยที่ชอบนั้นยกให้ “ผัดไทย” และ “ขนมไทย” เป็นเมนูอร่อยที่สุด แถมยังบอกอีกว่า “ไม่รู้มาก่อนเลยว่าเบียร์จะอร่อยขนาดนี้ครับ กินข้าวครบ 3 มื้อพร้อมผลไม้ทุกวันเลยครับ” และโมเมนต์ที่ชอบมากที่สุดในประเทศไทยคือช่วงเวลาตั้งแต่ที่ถึงสนามบิน เขาเล่าว่าตอนนั้นฝนตก วิวที่เห็นระหว่างทางไปโรงแรมสวยมากๆ แถมยังบอกอีกว่าก่อนที่จะมาไทยได้ลองหาข้อมูลเกี่ยวกับกรุงเทพฯ ไว้ด้วย เพราะอยากรู้ว่าเป็นเมืองแบบไหน แม้ว่าเป็นครั้งแรกที่ได้มาซึ่งไม่รู้ว่าจะมีเวลาหรือเปล่า แต่ก็ลองเสิร์ชหาสถานที่เที่ยวที่ขึ้นชื่อ วัฒนธรรม อาหารอร่อยๆ และภาษาไว้ด้วย “การที่ได้มาประเทศไทยครั้งนี้ทำให้ผมอยากรู้จักที่นี่มากขึ้นครับ” แน่นอนว่าพวกเราพอลจักไทยยินดีต้อนรับอยู่เสมอการมาจัดงานแฟนมีตติ้งที่ไทยครั้งแรกนี้สร้างความประทับใจให้เจ้าตัวไว้อย่างมาก เพราะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากแฟนๆรวมถึงสื่อมวลชน อันฮโยซอบ เล่าไว้อย่างน่าเอ็นดูว่า “มีความทรงจำหลายอย่างเลยครับ ยังจดจำใบหน้าและพลังของพี่ๆ นักข่าวที่งานแถลงข่าวได้ดีเลยครับ ผมถึงกับคิดเลยว่าเราสามารถพูดคุยกันสนุกสนานแบบนี้ได้ด้วยเหรอ และที่สำคัญผมไม่ลืมเสียงเชียร์และการสนับสนุนที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยความใส่ใจของแฟนๆ เลยครับ” ซึ่งในงานจะเห็นได้ว่าผู้ชายคนนี้ร้องไห้ เขาเฉลยที่มาของน้ำตานั้นว่า “แฟนๆ ชาวไทยเตรียมคลิปเซอร์ไพร์สให้ครับ ผมตกใจเพราะไม่มีใครบอกก่อนเลย และอีกอย่างคือมีข้อความจากแฟนๆ เป็นภาษาเกาหลีเต็มไปหมด ถึงแม้จะไม่สมบูรณ์แบบแต่แฟนๆ ก็นึกถึงผมและเขียนมาให้เป็นภาษาเกาหลี ทำให้ผมสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่อบอุ่นนั้นครับ”อีกทั้งยังเล่าความรู้สึกหลังจากที่ได้เดินลงไปหาแฟนๆ รอบฮอลล์ในระยะประชิดตัวไว้ว่า “ตอนแฟนมีตติ้งที่เกาหลีผมก็ตั้งใจเต็มที่เช่นกัน แต่เพราะครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ไทยผมก็เลยคิดอยู่นานว่าพอจะทำอะไรให้แฟนๆ ได้บ้าง ตอนวันแถลงข่าวซึ่งเป็นวันก่อนหน้าการแสดง ผมได้มีโอกาสไปดูสถานที่ ได้ดูโซนที่นั่ง ใช้เวลาซ้อมและปรึกษากับทีมงานครับ แฟนๆ ดูดีใจ และที่สำคัญผมรู้สึกขอบคุณมากๆ ที่แฟนๆ ช่วยกันรักษาความปลอดภัยครับ” แฟนไทยทำอะไรก็ชนะใจพระเอกคนนี้จนถึงขั้นได้รับตำแหน่ง “ความรัก” เป็นคำที่อันฮโยซอบเลือกใช้อธิบายถึงเหล่าพอลจักไทยของเขาไว้ได้อย่างโรแมนติก แถมเผยความในใจที่อยากบอกทุกๆ คนอีกว่า “ผมรู้สึกขอบคุณอยู่เสมอ และอยากบอกว่าไว้เรามาเจอกันอีกนะครับ ผมสัมผัสได้ถึงความรักที่แฟนๆ ส่งมาให้ พอคิดว่าจะตอบแทนพวกเขาอย่างไรดี ผมเลยคิดว่าอยากแสดงภาพลักษณ์ที่ดีในฐานะนักแสดง อยากจะทำผลงานดีๆ ให้ชมเรื่อยๆ และในเดือนกันยายนที่จะมาถึงนี้ จะมีละครเรื่องใหม่ของผมชื่อเรื่อง ‘A Time Called You’ ออกมา หวังว่าทุกคนจะรับชมกันอย่างสนุกสนานนะครับ”ภาพ Feoh

หนูจะเลือกใครดี? ระหว่าง ‘แฟนเก่า’ ที่เข้ากันไม่ได้ แต่พร้อมปรับปรุงตัว กับ ‘แฟนใหม่’ ที่ Sex ดี เอาใจใส่ เขาดีทุกอย่างเลย แต่คบกันได้ 3 เดือน เขาก็นอกใจ เอาผู้หญิงอีกคนมานอนที่คอนโดของหนู...

30 ม.ค. 2023

หนูจะเลือกใครดี? ระหว่าง ‘แฟนเก่า’ ที่เข้ากันไม่ได้ แต่พร้อมปรับปรุงตัว กับ ‘แฟนใหม่’ ที่ Sex ดี เอาใจใส่ เขาดีทุกอย่างเลย แต่คบกันได้ 3 เดือน เขาก็นอกใจ เอาผู้หญิงอีกคนมานอนที่คอนโดของหนู...

“คุณนุ๊ก (นามสมมุติ)” ได้โทรเข้ามาปรึกษาดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม ในรายการพุธทอล์คพุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (25/01/2023) เกี่ยวกับปัญหาไม่รู้จะเลือกใครดีระหว่างแฟนเก่ากับแฟนใหม่โดย “คุณนุ๊ก (นามสมมุติ)” ได้ปรึกษาว่า ‘หนูเลิกกับแฟนเก่าที่คบกันมา 2 ปี ได้ 7 – 8 เดือน สาเหตุคือนิสัยเข้ากันไม่ได้ เกิดปัญหาตลอด เขาไม่ค่อยสนใจอะไร ไม่พาไปกินข้าว ไม่ออกไปไหน อยู่แต่บ้าน ก็คือไลฟ์สไตล์ต่างกัน แต่ไม่เคยมีปัญหาเรื่องเซ็กส์เลย จะมีแค่ปัญหาไลฟ์สไตล์กันมากกว่า เวลาอยู่กับเขาเราไม่ชอบตัวเองเลย แล้วเลิกกันไป หนูก็มาเจอแฟนใหม่ ตอนนี้คบกันได้ 3 เดือนแล้ว เขาดีทุกอย่าง คอยดูแลเรา ซัพพอร์ตเราแบบที่แฟนเก่าไม่เคยทำ เราแฮปปี้มากๆ เข้ากับเขาได้หมด ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิต การกิน การเป็นอยู่ หรือแม้กระทั่งเรื่องเซ็กส์จนเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมาหนูป่วย ก็เลยกลับไปพักฟื้นที่บ้าน ระหว่างนั้นเขาดันพลาดไปมีอะไรกับผู้หญิงคนหนึ่ง เขาเอาผู้หญิงคนนั้นมามีอะไรกันที่คอนโดของหนู แล้วหนูก็จับได้ มารู้ความจริง เขาสารภาพ แต่ตอนแรกเขาบอกแค่ว่าแค่คุยกันมารับกันไปกินข้าว แต่หนูได้คุยกับผู้หญิงคนนั้นต่อหน้า ผู้หญิงยอมรับว่ามีอะไรกัน ตอนนั้นหนูเสียใจมาก หนูก็เลยคิดว่าจะเลิกแน่นอนแต่ระหว่างที่หนูกำลังตัดสินใจ แฟนเก่าก็กลับมาขอคืนดี เขาบอกจะเปลี่ยนแปลงตัวใหม่ทุกอย่าง อยากกินอะไรก็จะพาไป อยากไปไหนก็จะพาไป แต่พอระยะเวลาผ่านไปไม่กี่วัน หนูก็รู้สึกขาดแฟนใหม่ที่นอกใจไม่ได้เลย หนูติดเขาและเหมือนว่าจะรู้สึกติดเซ็กส์เขาไปแล้ว แต่พอย้อนกลับไปนึกถึงตอนที่เขาไปมีอะไรกับผู้หญิงคนนั้น หนูกลับไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไรเลย แค่ต้องการให้เขาอยู่กับเราแค่เซ็กส์เท่านั้น มันไม่ได้คิดเรื่องที่จะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันยังไง แค่นอนด้วยกัน ตื่นมาก็แยกย้ายกันไป แต่ก็สับสนเพราะอยากใช้ชีวิตเหมือนเป็นแฟนกับเขา ไม่ได้อยากขาดเขาตอนที่ยังไม่เลิกกับแฟนใหม่ เขามาร้องไห้ บอกว่าสำนึกผิด จะไม่ทำอีกแล้ว เขาแค่พลาดไป และบอกว่าระหว่างที่คบกัน เราไม่เคยแสดงออกว่ารักเขา คิดถึงเขาเลย เขาก็เลยคิดว่าเราไม่รักเขา เลยพลาดไปมีอะไรกับคนอื่น ก็จริงอย่างที่เขาพูดเพราะหนูไม่เคยบอกรัก บอกคิดถึงเขาเลย ส่วนหนึ่งมันเป็นความผิดของหนูด้วยหรือเปล่า..? ส่วนกับแฟนเก่าหนูก็อยากกลับไปคืนดีนะ แต่ความรู้สึกมันไม่มีอีกแล้ว แต่หนูก็ยังรักแฟนเก่าอยู่มาก เพราะตอนเลิกก็เลิกกันทั้งๆที่ยังรักกันอยู่ แต่ระหว่างเวลาที่เลิกกัน 7 – 8 เดือน เขาไม่เคยเปลี่ยนตัวเองได้เลยแม้แต่นิดเดียว ก่อนที่หนูจะมีแฟนใหม่ หนูก็รอเขามาตลอดว่าเขาจะเปลี่ยนตัวเองได้บ้างมั้ย สักข้อหนึ่งก็ยังดี แต่เขาก็ไม่ยอมคิดจะเปลี่ยนเลย หนูไม่อยากกลับไปเสี่ยงเลย เพราะกลัวถ้ากลับไปแล้วเขาจะทำไม่ได้อย่างที่พูดไว้ตอนนี้หนูสับสนไปหมดแล้ว ไม่รู้ว่าแฟนใหม่เขารักเราจริงๆ รู้สึกผิดจริงๆ หรือเขาต้องการเหมือนเรา หนูอยากอยู่กับเขาแค่เฉพาะตอนที่อยากอยู่ หนูไม่ได้รักเขามากขนาดนั้น แค่ไม่อยากให้เขาหายไปไหน อยากให้อยู่ตรงนี้ หนูอยากปรึกษาพี่ๆว่า หนูควรจะไปต่อกับแฟนใหม่คนนี้ดีมั้ย? หรือควรเลิกแล้วไปหาคนใหม่อีก...ซึ่งพี่ๆ 3 ดีเจก็ได้ให้คำแนะนำว่า ‘แนะนำให้ตัดแฟนเก่าไปเลย การไม่ได้เป็นตัวของตัวเองมันน่าเบื่อ กลับไปคบสุดท้ายก็จบแบบเดิม ไม่มีประโยชน์ แต่กับแฟนใหม่เขาจะมีบทเรียนมาให้เราเป็นร้อยข้อเลย เพราะถ้า 3 เดือนนอกใจกันได้ เขาก็ไม่ใช่คนดี ณ ตอนนี้หนูไม่เหมาะที่จะเป็นคนรักดีๆให้ใครสักคน แต่ไม่ได้บอกว่าหนูจะไม่ดีไปตลอด เพราะฉะนั้นหนูเหมาะกับซื้อกินมากกว่า ไม่เหมาะกับมีความรัก ยังไม่พร้อมที่จะมีความรักและถ้าให้ตอบด้วยความหวังดี ไม่ได้อยากให้หนูกลับไปคบกับทั้งแฟนเก่าและแฟนใหม่เลย เพราะถ้าหนูอยากมีความรักดีๆมันก็เห็นได้ชัดแล้วว่าทั้งสองคนนี้มันไม่ใช่ คนแรกทำให้หนูไม่รักตัวเอง คนที่สองมีชู้ตั้งแต่ 3 เดือนแรกที่คบกัน และไม่อยากแนะนำให้หาคนใหม่ แต่ถ้าอยากหาใหม่หนูต้องปรับตัวเองก่อน ถ้ายังไม่รู้ว่าอยากได้ความรักแบบไหน ลองค่อยๆคิด ค่อยๆอยู่กับตัวเองไปก่อน...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางhttps://youtu.be/z2vNj0dyEaEใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

“BLACKPINK” ปล่อยภาพโปสเตอร์ซิงเกิล “Pink Venom” ให้ชมกันแล้ว!

11 ส.ค. 2022

“BLACKPINK” ปล่อยภาพโปสเตอร์ซิงเกิล “Pink Venom” ให้ชมกันแล้ว!

“BLINK” อดใจรออีก 8 วันเท่านั้น สำหรับการคัมแบคของ “BLACKPINK” ที่ก่อนหน้านี้ทาง YG Entertainment ได้ปล่อยภาพทีเซอร์และประกาศคัมแบคซิงเกิลใหม่ “Pink Venom” ในวันที่ 19 สิงหาคมนี้ ตามเวลาประเทศเกาหลี 13.00 น. และเวลาประเทศไทย 11.00 น.โดยล่าสุด! YG Entertainment ได้ปล่อยภาพโปสเตอร์ของทั้ง 4 สาว “BLACKPINK” ทั้งหมด 2 โปสเตอร์ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำเอาแฟนๆ ตื่นเต้นกันไม่น้อย เพราะการคัมแบคในรอบนี้ ทั้ง 4 สาว ได้เปลี่ยนลุคที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะสาว “ลิซ่า” ที่โปสเตอร์แรกมาในลุคผมสีชมพูเข้มเปิดหน้าม้าโชว์ความมั่นใจ ที่เรียกได้ว่าเปลี่ยนไปจากลุคก่อนๆ แต่สวยขึ้นแบบสุดๆ งานนี้เหล่า “BLINK” ก็พาติด #PinkVenom โชว์ภาพโปสเตอร์ของทั้ง 4 สาว จนติดเทรนด์ทวิตเตอร์กันเลยทีเดียว ส่วนคอนเซปต์ของเพลงและมิวสิกวิดีโอจะออกมาเป็นอย่างไร คงต้องอดใจรออีกอึดใจเดียวเท่านั้นภาพ : blackpinkofficial

จำฝังใจ!! แม่เปลี่ยนไป เพราะปลดเบาผิดที่…

20 ต.ค. 2022

จำฝังใจ!! แม่เปลี่ยนไป เพราะปลดเบาผิดที่…

เรื่องราวชวนขนหัวลุกนี้ มาจากคุณฟีน สายแรกที่โทรเข้ามาแชร์ประสบการณ์ของคุณแม่ให้ดีเจแนน และดีเจเคเบิลได้คลุมโปงไปด้วยกัน ในรายการ “อังคารคลุมโปง” เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา (18 ตุลาคม 2565)คุณฟีนเล่าว่า ครอบครัวของคุณฟีนมีกิจการคณะลิเก ในช่วงๆ หนึ่งของทุกปี จะต้องเดินทางไปแสดงลิเกที่วัดชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ และในปีที่ทำให้ต้องพบกับประสบการณ์หลอนนั้น คือปี พ.ศ. 2545 ทางวัดได้จัดพื้นที่ให้คณะลิเกตั้งซุ้มคณะใกล้ๆ กับพื้นที่ก่อสร้างด้วยพื้นที่ที่จำกัดทำให้คณะลิเก จัดตั้งได้เพียงแค่ด้านหน้าเวทีการแสดงเท่านั้น ส่วนด้านหลังที่เป็นพื้นที่พักผ่อนหรือแต่งตัวแต่งหน้าของทีมงานและนักแสดง ต้องย้ายไปจัดอยู่ในพื้นที่ก่อสร้างข้างๆ ที่เป็นลักษณะลานกว้างและหลังคายังสร้างไม่เสร็จดี ถัดจากลานกว้าง ก็มีห้องๆ หนึ่งที่ยังเป็นโครงประตู หน้าต่างที่กำลังก่อสร้างอยู่และเนื่องจากทางวัดไม่เคยจัดให้โรงลิเกอยู่ในพื้นที่นี้มาก่อน ทำให้ระยะทางระหว่างโรงลิเกและห้องน้ำอยู่ห่างกันมาก ทีมงานและนักแสดงหลายคนจึงตัดสินใจปลดเบาที่ห้องห้องนั้นแทน...จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่ยังมีการแสดงลิเกอยู่นั้น คุณแม่ของคุณฟีนก็ได้ไปปลดเบาที่ห้องนั้นเช่นเคย หลังจากนั้นแกก็เริ่มมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรงราวกับว่ามีคนเอาไม้หน้าสามมาตีที่หัวอย่างไรอย่างนั้น!เมื่อการแสดงจบลง คนในครอบครัวก็สังเกตว่าอาการปวดหัวนั้นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั้งทำให้ตาของคุณแม่เหล่ และเมื่อคุณแม่ไปหาหมอ ก็ได้รับมาเพียงยาพาราเซตามอลคุณฟีนเล่าต่ออีกว่า บ้านของเธอเป็นบ้าน 2 ชั้น ชั้นบนมี 4 ห้อง แบ่งเป็นฝั่งซ้ายขวาอย่างละ 2 ห้อง ซึ่งทางด้านขวาเป็นห้องพระ ในระหว่างที่คุณพ่อกำลังประคองคุณแม่เดินขึ้นมายังชั้น 2 จู่ๆ คุณแม่ก็ก้มหัวตัวเองลงกับพื้น จากนั้นก็ไถหัวแล้วเบนหน้าหนีจากห้องพระเพื่อขึ้นบันไดจนถึงห้องแล้วก็ปิดประตูทันที!คุณฟีนเสริมว่า ภายในห้องพระนั้น มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของต้นตระกูลอยู่มากมาย หนึ่งในนั้นคือพ่อแก่ที่ตกทอดมาตั้งแต่รุ่นปู่ของทวด ซึ่งไม่มีใครกล้าบูรณะให้เพราะหลายคนสัมผัสได้ถึงความดุของท่านเมื่ออาการของคุณแม่เริ่มหนักขึ้น บรรดาญาติๆ ต่างก็แวะเวียนมาเยี่ยมเยียน ไม่ต่างจากคุณลุง ผู้ซึ่งทำงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งแถบบางรัก คุณลุงเองก็อยากให้คุณแม่ไปรักษาที่โรงพยาบาลนี้ และตั้งใจจะไปขอให้คุณหมอที่สนิทกันช่วยรักษาให้เมื่อไปถึงโรงพยาบาล คุณหมอก็ยินดีรับคุณแม่เข้ารับการรักษา ซึ่งตอนนั้นคุณฟีนเองก็สัมผัสได้ว่าตอนนี้เหมือนคุณแม่ของเธอเหมือนมีสองคนอยู่ในร่างเดียว บางครั้งก็เป็นคุณแม่ที่คุณฟีนรู้จัก แต่ในบางครั้งก็จะแสดงท่าทีแปลกไปทางด้านลูกพี่ลูกน้องของคุณฟีน ก็รู้สึกแปลกใจเรื่องนี้เช่นกัน ขณะที่คุณแม่กำลังพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ญาติของคุณฟีน จึงลองสวดคาถาชินบัญชร พอสวดเสร็จก็สอดคาถาไว้ใต้หมอนของคุณแม่ จากนั้น คุณแม่ก็ตื่นขึ้น!แต่กลับกลายเป็นว่า คุณแม่ไม่ยอมนอนหนุนหมอนที่มีคาถาซ่อนอยู่ พร้อมกันนั้นแกกลับสลับเอาเท้าไปพาดกับหมอนแทน ก่อนจะพูดว่า “ไม่นอน ไม่อยากนอน ไม่เอา” ซ้ำวนไปมาหลายรอบ แล้วยังบอกอีกว่า “เอาบทสวดมนต์ออกไป” เหตุการณ์นี้ทำให้ทุกคนเข้าใจแล้วว่า คุณแม่ต้องโดนของหรืออะไรบางอย่างแน่ๆ... แต่ก็จะรักษาด้านวิทยาศาสตร์ควบคู่กับความเชื่อไปด้วยผ่านไปได้ 3-4 วัน คุณอาที่รับหน้าที่เฝ้าคุณแม่ก็ได้โทรมาบอกว่า คุณแม่เริ่มอาการไม่ดี ให้รีบมาที่โรงพยาบาลด่วน ถ้าคืนนี้ไม่ไหว ก็อาจจะต้องปล่อยให้คุณแม่ไป เมื่อไปถึงโรงพยาบาล บรรดาญาติก็เห็นว่าคุณแม่ไม่ได้นอนซมเพราะป่วย แต่ลุกขึ้นมาพูดด้วยเสียงเล็กเสียงน้อยว่า “ขอตังค์หน่อยสิ ขอตังค์หน่อยได้ไหม” ญาติก็ถามกลับว่า “จะเอาตังค์ไปทำอะไร?” แม่ก็ตอบว่า “อยากได้เงิน ต้องใช้เงิน”หลังจากนั้นคุณหมอก็พาเข้าห้องไป เมื่อรักษาเสร็จก็พาออกมา และดูเหมือนว่า อาการของคุณแม่จะดีขึ้น แต่ก็ถูกมัดมือมัดเท้าเพราะมีสายท่อที่ใช้ในการรักษาระโยงระยางเต็มไปหมดทางครอบครัวยังคงรักษาคุณแม่ต่อในโรงพยาบาล ส่วนในแง่ของความเชื่อ ก็มีคนแนะนำมาว่าให้ไปหาพระวัดป่ารูปหนึ่งในจ.ราชบุรี เผื่อท่านจะช่วยได้ จากนั้นคุณย่าก็ไปหาพระรูปนั้น เพื่อนำวันเดือนปีเกิดของคุณแม่ไปให้ พอยื่นให้ท่าน ท่านก็พูดว่า “เขาโกรธนะ ไปเยี่ยวรดหัวเขาแบบนั้น คนมอญน่ะเขาโกรธนะ เขาจะเอาไปเลยนะ”นอกจากนี้ยังบอกอีกว่า “คนที่มาสิง เป็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ ผิวสองสี เป็นคนมอญ”และยังถามอีกว่า “มีลูก 2 คนใช่ไหม?” ย่าก็ตอบว่า “ใช่” พระท่านจึงแนะนำว่า “ให้คนโตบวช 15 วัน ส่วนคนเล็กให้เลิกกินเนื้อตลอดชีวิต และให้นำของไหว้ ไปที่ที่แม่เคยโดนของ แล้วก็ขอขมา บอกว่าเราไม่ได้ตั้งใจ” หลังจากนั้นไม่กี่วัน คุณย่าก็รีบไปทำพิธีตามที่พระท่านบอก คุณย่าเล่าให้ฟังว่า ที่ตรงนั้นทั้งมืด ทั้งน่ากลัว แต่ก็ทำการสวดมนต์และขอขมาจนเสร็จสิ้นกลับมาที่ฝั่งของโรงพยาบาล ก็เหมือนมีอะไรมาดลใจคุณหมอให้เดินมาที่เตียงของคุณแม่ แล้วถามคุณอาว่า “ขอถามหน่อยสิ คนไข้ตาเหล่มาตั้งแต่กำเนิดเลยไหม?” อาก็ตอบกลับว่า “ไม่ใช่ค่ะ” เมื่อคุณหมอได้ยินดังนั้น ก็ให้นักศึกษาแพทย์มาช่วยกันตรวจอาการของคุณแม่ทันที เพราะมีเคสน้อยมากที่จะปวดหัวจนตาเหล่แบบนี้ เมื่อคุณหมอได้วินิจฉัยเสร็จแล้ว ผลตรวจออกมาว่า คุณแม่มีอาการไวรัสขึ้นสมอง เป็นช่วงเวลาไล่เลี่ยกับที่คุณย่าได้ไปขอขมาพอดี คุณแม่ก็เริ่มมีอาการดีขึ้นแต่ก็ใช้เวลาเกือบ 1 เดือนเต็มเลยทีเดียวเมื่อได้ออกจากโรงพยาบาล คุณแม่ก็กลายเป็นคนที่พูดช้าลง รวมทั้งการกระทำต่างๆ ก็ด้วย แล้วคุณแม่ก็เล่าให้ฟังว่า “ก่อนที่แม่จะไปโรงพยาบาล แม่ก็ยืนอยู่หน้าห้องพระ แล้วพูดว่าพ่อแก่ ขอให้ลูกหายกลับมา ลูกจะบวช 15 วัน” แล้วก็บอกว่าตอนที่อยู่โรงพยาบาลแม่ฝันว่า “มีคนมาจ้างลิเกให้ไปเล่นบนสวรรค์ แม่ก็ชักรอกขึ้นไป แล้วก็มีคนเอาตุ๊กตามาให้แม่ถือเต็มมือเลย แต่แม่ก็ทำหล่น คนข้างล่างที่เป็นเหมือนคนมอญก็พูดขึ้นมาว่าทำหล่นเหรอ แล้วก็โดนด่า” แล้วยังฝันอีกว่า “แม่กระโดดข้ามตึกไปมา แล้วก็ไม่ตาย มีคนมาช่วย แล้วก็เห็นคนที่ตายทุกคนมายืนล้อมเตียงเหมือนพยายามจะมาช่วยแม่”หลังจากนั้น คุณแม่และพี่ชายของคุณฟีนก็ไปบวช ส่วนคุณฟีนก็เลิกกินเนื้อตลอดชีวิต และคุณแม่ก็ได้ไปหาพระรูปนั้นที่คุณย่าเคยไปหา พระท่านก็แนะนำอีกว่า “ให้เลิกกินหอยที่มีคนเอาไปปล่อย พยายามทำบุญตักบาตรเรื่อยๆ นะ”แต่หลายคนก็สงสัยว่ามีทีมงานและนักแสดงหลายคนที่ไปปลดเบาในห้องนั้น ไม่เห็นมีใครมีอาการเหมือนคุณแม่เลย ท่านจึงบอกว่า “อาจเพราะดวงกำลังตก และเป็นคนจิตอ่อนทำให้โดนได้ง่าย”นับตั้งแต่วันนั้น คุณแม่ก็ยังคงพูดช้าจวบจนทุกวันนี้ แต่ก็ไม่มีอาการแปลกๆ เหมือนช่วงที่เข้าโรงพยาบาลอีกเลย... สามารถติดตามชมความหลอนย้อนหลังแบบเต็มๆได้ทางหากคุณชอบเรื่องหลอน และอยากแชร์ประสบการณ์ขนหัวลุก รับชมรายการสดได้ทุกวันอังคาร เวลา 20.00-22.00 น. ทางคลื่นวิทยุ EFM94 และ App : Atimefungfin

album
efm
-

-