จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน! “แบงค์ – พิมฐา” เปิดใจจุดเริ่มต้นความรักครั้งแรก... เขินหนัก คนแซวคลั่งรัก

ENTERTAINMENT NEWS

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน! “แบงค์ – พิมฐา” เปิดใจจุดเริ่มต้นความรักครั้งแรก... เขินหนัก คนแซวคลั่งรัก

30 มิ.ย. 2022

เป็นอีกหนึ่งคู่รักที่แฟนๆ จับตามอง สำหรับนักแสดงหนุ่ม “แบงค์ ธิติ มหาโยธารักษ์” และเน็ตไอดอลสาวสุดฮอต “พิมฐา ฐานิดา มานะเลิศเรืองกุล”

หลังจากเปิดตัวคบกันมาได้ไม่นาน ก็มีโมเมนต์น่ารักๆ มาให้แฟนๆ ได้แซวความคลั่งรักของทั้งคู่กันตลอด ซึ่งทั้งคู่ได้เปิดใจถึงความสัมพันธ์นี้ เป็นครั้งแรกว่า

เริ่มต้นความสัมพันธ์มาจากสถานะเพื่อน คอยให้คำปรึกษาซึ่งกันและกันมาโดยตลอด และคอยๆ ซึมซับความรู้สึกดีๆ ไม่ได้มีการขอจีบ แต่ปล่อยให้เป็นเรื่องของเวลา ถ้าถาม “แบงค์” ว่าตอนนี้เราเป็นอะไรกัน ตอบได้เลยว่า “เป็นแฟนครับ” แต่ก็ไม่ได้มีการขอเป็นแฟนอะไรแบบพิเศษ แค่รู้สึกว่าเริ่มสนิทใจกันมากขึ้น ตอนนี้ก็คอยดูแลซึ่งกันและกัน

คนชอบบอกว่า “คลั่งรัก” จริงๆ ก็ไม่ได้คลั้งรักนะ แค่อยากลองทำอะไรให้เขาประทับใจอย่าง “เซอร์ไพรวันเกิดใต้น้ำ” ส่วนเรื่องทะเลาะกันไม่มีเลย เพราะจะคอยถามกันตลอดว่าแบบนี้โอเคไหม และเลือกที่จะทำสิ่งที่ทั้งคู่มีความสุขมากกว่า

 

ภาพ : bank_thiti


related ENTERTAINMENT NEWS

“หลวงตาไหนโยม? วัดนี้ไม่มีหลวงตานะ..” กุฏิชวนหลอน ร่างหลวงตาหายวับไปกับตา !

13 ธ.ค. 2022

“หลวงตาไหนโยม? วัดนี้ไม่มีหลวงตานะ..” กุฏิชวนหลอน ร่างหลวงตาหายวับไปกับตา !

สายแรกของรายการ ‘อังคารคลุมโปง’ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (6 ธันวาคม 2565) เป็นสายจาก ‘คุณต้น’ ที่ได้แชร์ประสบการณ์หลอนของรุ่นพี่ที่รู้จัก มีชื่อเรื่องว่า ‘กุฏิหลอน’ เรื่องราวจะหลอนชวนขนหัวลุกขนาดไหน เชิญสัมผัสได้ข้างล่างนี้เลย..คุณต้นบอกว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 8-9 ปีที่ผ่านมา เป็นเรื่องของรุ่นพี่เอ (นามสมมติ) เกิดขึ้นที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.เพชรบุรี ซึ่งพี่เอนั้นเรียนทางด้านจิตรกรรม พอเรียนจบ ก็รับงานวาดรูปตามผนังในโบสถ์วัดต่าง ๆ อยู่มาวันหนึ่งก็มีคนติดต่อให้ไปวาดรูปผนังโบสถ์ที่วัดแห่งนี้ให้ เมื่อตกลงกันเสร็จเรียบร้อย ก็ถึงวันที่พี่เอ จะต้องเดินทางไปวาดรูปที่วัดเมื่อมาถึง พี่เอก็ได้ติดต่อกับหลวงพี่รูปหนึ่ง จากนั้นก็เข้าไปดูสถานที่ รวมถึงรับบรีฟเพื่อให้เข้าใจตรงกันจนเสร็จเรียบร้อย หลวงพี่ก็พาพี่เอไปห้องพัก (คุณต้นเล่าเพิ่มเติมว่า ถ้าพี่เอรับงานวาดรูปที่วัดไหน พี่เอก็จะนอนอยู่ที่วัดเลย) เมื่อไปถึงห้องพัก ซึ่งเป็นกุฏิที่ว่างอยู่ ไม่มีใครใช้ พี่เอที่รับงานและมักจะนอนที่วัดบ่อย ๆ ก็ไม่ได้คิดอะไร บวกกับไม่ใช่คนขี้กลัว จึงจะนอนที่วัดและนำของที่เตรียมมาไปวางไว้ในกุฏิอย่างเช่นที่เคยทำวันแรกของการทำงานเริ่มขึ้นและดำเนินไปอย่างปกติ ช่วงเที่ยงหลังเวลาเพลของพระ ขณะที่พี่เอกำลังวาดรูปอยู่นั้น ก็มีหลวงตารูปหนึ่งเดินมาเรียก “โยม ๆ มากินข้าวก่อนมั้ย?” เมื่อเห็นว่าหลวงตาเอ่ยปาก พี่เอจึงละจากงานที่ทำอยู่ไปกินข้าวตามที่หลวงตาบอก หลังจากเสร็จเรียบร้อย ก็กลับมาทำงานต่อจนถึงเย็นแล้วก็กลับห้องเพื่อพักผ่อนคุณต้นอธิบายลักษณะของกุฏิหรือห้องพักเพิ่มเติมว่า ข้างในก็เป็นกุฏิธรรมดาทั่วไป แต่ตรงกลางห้อง จะมีม่านกั้นอยู่ ทำให้ห้องนั้นแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ทางพี่เอเองก็ไม่ได้คิดอะไร คิดว่าคงเป็นถ้วยจานชาม หรือเป็นของที่ไม่ค่อยได้ใช้ คล้ายกับเป็นห้องเก็บของก็เป็นได้ เมื่อไม่ได้คิดอะไร และไม่มีอะไรน่าสงสัยจึงไม่ได้ลองเปิดดู พี่เอก็นอนหลับพักผ่อน ผ่านคืนนั้นไป...เช้าวันต่อมา พี่เอยังคงทำงานปกติ จนกระทั่งคืนนี้ ขณะที่พี่เอกำลังนอนอยู่ ก็ได้ยินเสียงสวดมนต์แว่วดังขึ้นมา จากนั้นก็เริ่มดังก้องกังวานไปทั่วห้อง พี่เอพยายามไม่คิดอะไร และเข้าใจว่าเราอยู่ในวัด ก็คงจะพระสวดมนต์ หรือใครสักคนเปิดเสียงสวดมนต์ดังขึ้นมาเป็นธรรมดา ผ่านไปสักพัก ขณะกำลังจะเคลิ้มหลับ ก็มีกลิ่นธูปลอยมาแตะที่จมูก พี่เอที่มองโลกในแง่ดีแบบสุด ๆ ก็คิดว่ามันเป็นเรื่องปกติ จากนั้นก็ผล็อยหลับไปเช้าวันที่ 3 นับได้ว่าเป็นครึ่งทางของการทำงานแล้ว (ตกลงกันว่างานจะแล้วเสร็จภายใน 5-6 วัน) ช่วงเย็นหลังเลิกงาน ประมาณ 6 โมง พี่เอจึงลองเดินสำรวจรอบ ๆ วัดว่ามีอะไรบ้าง หลังจากสำรวจจนพอใจก็จะเดินกลับไปยังห้องพัก เมื่อใกล้ถึงห้องพักก็ได้ยินเสียงคนเรียก หันไปตามเสียงก็เห็นเป็นหลวงตาแก่ ๆ รูปหนึ่ง เดินเข้ามาคุยด้วย เป็นคำถามทั่วไปที่ดูเหมือนเป็นการทำความรู้จักกัน เช่น “โยมมาทำอะไร?” ระหว่างที่คุยกับหลวงตา พี่เอก็รู้สึกได้กลิ่นธูปลอยมาจากตัวหลวงตารูปนี้อยู่ตลอดเวลา จังหวะที่คุยกับหลวงตาอยู่นั้น หลวงพี่ที่จัดหาห้องพักให้ก็เปิดกุฏิของท่านออกมา แล้วก็ถามว่า “อ้าวโยม ทำอะไร ยังไม่เข้ากุฏิไปพักอีกหรอ?” พี่เอจึงตอบหลวงพี่ไปว่า “อ๋อ คุยกับหลวงตาอยู่ครับ เดี๋ยวแปปนึง” จังหวะที่หันไปตอบหลวงพี่ แล้วหันกลับมา หลวงตารูปนั้นก็หายไป ไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว! พี่เอคิดในใจว่าทำไมท่านเดินไปเร็วจัง จึงได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ และพยายามทำตัวตามปกติ แต่สายตาของหลวงพี่ได้มองไปข้างหลังของพี่เอ จากนั้นจึงบอกว่า “รีบเข้านอนได้แล้ว” และกลับเข้ากุฏิของตัวเองไปกลางดึกคืนนั้น พี่เอรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำขึ้นมา แต่ห้องน้ำนั้นอยู่ไกลต้องเดินออกไปนอกห้องพัก จึงพยายามข่มตาให้หลับ สักพักก็ได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินไปเดินมาอยู่รอบ ๆ มุ้งที่พี่เอนอนอยู่ พอมองออกไปก็เห็นเป็นเงาคนเดินอยู่จริง ๆ จึงเปิดมุ้งออกมาดู ก็เห็นเป็นร่างนึง ยืนอยู่ตรงมุมประตู เป็นชุดจีวรสีเหลืองห่มอยู่ พี่เอจึงพยายามจะเดินไปใกล้ ๆ แล้วร่างนั้นก็หายวับไปกับตา! พี่เอตกใจจึงรีบวิ่งเข้ามาในมุ้ง จากที่ตอนแรกไม่กลัว ตอนนี้พี่เอรู้สึกกลัวมาก ๆ อาการอยากเข้าห้องน้ำก็หายไปหมด และเกิดคำถามว่า “ใครอ่ะ มันคืออะไร?” พี่เอพยายามสงบสติอารมณ์และกลั้นใจนอนต่อไป ไม่นานก็มีเสียงสวดมนต์ดังขึ้นมาจากฝั่งที่เป็นผ้าม่านกั้นอยู่ คราวนี้เป็นกลิ่นสาปเหมือนหนูตายลอยมา พี่เอลืมตาและตามหากลิ่น จากนั้นก็ได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรสักอย่างร่วงตกลงสู่พื้น! ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าคนเดินรอบ ๆ มุ้งของพี่เออีกครั้ง พี่เอจึงเริ่มสวดมนต์เพื่อให้หลุดพ้นจากเหตุการณ์นี้ หลังจากนั้นฝีเท้าก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหัวนอนที่พี่เอนอน แล้วกลิ่นก็หายไป พี่เอที่ไม่รู้จะทำยังไง สวดมนต์เสร็จก็หลับไป ราวกับว่าภาพมันตัดไปเองปกติแล้วทุกเช้า พี่เอจะตื่นออกไปช่วยหลวงพี่ตอนบินฑบาตร แต่เช้านี้ยังไม่เห็นพี่เอตื่น หลวงพี่จึงมาเคาะเรียกที่กุฏิห้องพัก พี่เอได้เล่าเรื่องที่เจอให้หลวงพี่ฟัง หลวงพี่ก็ไม่ได้พูดอะไร เมื่อถึงวันสุดท้ายของการทำงาน พี่เอเก็บข้าวของเสร็จเรียบร้อย ก็บอกหลวงพี่ว่าเห็นหลวงตารูปหนึ่ง อยากจะไปกราบลาท่าน หลวงพี่ก็ถามว่า “หลวงตาไหน?” พี่เอก็อธิบายลักษณะของหลวงตา เมื่อหลวงพี่ได้ยินก็เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะบอกว่า “ถ้าอย่างนั้น โยมตามมานี่” หลวงพี่พาพี่เอกลับมายังกุฏิห้องที่พี่เอพัก แล้วก็เปิดม่านที่กั้นอยู่ สิ่งที่เห็นคือร่างของพระรูปหนึ่งนอนอยู่ในโลงแก้ว!พี่เอเห็นดังนั้นจึงตกใจ ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เพราะจำได้แม่นว่าลักษณะเหมือนกันกับหลวงตาที่เดินเข้ามาคุยและที่เจอในคืนนั้นเลย มองข้าง ๆ ก็จะมีรูปตั้งอยู่ นั่นยิ่งตอกย้ำกับพี่เอเลยว่าใช่ ใช่แน่ ๆ เมื่อตั้งสติได้ พี่เอก็กราบลาหลวงพี่และหลวงตา จากนั้นก็กลับบ้านไป...ชมไลฟ์สดย้อนหลัง

คัมแบ็คในรอบ 10 ปี “TKP” เยือน EFM 94 สดๆ ครั้งแรก ในรายการ พฤหัสจุ๊กกรู้ววว

01 ก.ค. 2022

คัมแบ็คในรอบ 10 ปี “TKP” เยือน EFM 94 สดๆ ครั้งแรก ในรายการ พฤหัสจุ๊กกรู้ววว

2 ดีเจสาวสวยอารมณ์ดี (ดีเจหยาดพิรุณ-ดีเจดาว) เปิดสตูดิโอตอนรับ “TKP” (เขื่อน-โทโมะ-ป๊อปปี๊) ศิลปินวงแรกที่มาสัมภาษณ์พูดคุย และ แนะนำซิงเกิลใหม่กันสดๆ ในรายการ พฤหัสจุ๊กกรู้ววว ถือเป็นการมาเยือน EFM 94 ครั้งแรกของ 3 หนุ่ม “TKP” ทำเอา 2 ดีเจ ถึงกับตื่นเต้น! ที่ได้เห็นการคัมแบ็คในรอบ 10 ปี งานนี้มาถึงรายการ พฤหัสจุ๊กกรู้ววว ทั้งที “TKP” ขอร่วมแจมเล่น TOPIC ประจำสัปดาห์ “มอบ 1 เพลงให้กับคนเจ้าชู้” แต่จะมอบเพลงอย่างเดียวคงไม่ได้ ก็ถามกันสดๆ กลางรายการไปเลย ว่าทั้ง 3 คน ใครเจ้าชู้กว่ากัน? บอกได้คำเดียวเลยว่า กรี๊ดกันทั้งสตู!แต่ความพิเศษยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะ “TKP” ขอมอบเพลง “เจ้าชู้” เวอร์ชั่นสุดพิเศษ ที่สามารถฟังได้ที่รายการ พฤหัสจุ๊กกรู้วว ที่เดียวเท่านั้น!! ถ้าอยากรู้ว่าจะพิเศษขนาดไหน ต้องไปติดตามย้อนหลังความจุ๊กกรู้วววกันแบบจุกจุกที่ หรือรอติดตามชมสดพร้อมกัน ทุกคืนวันพฤหัสบดี 2 ทุ่มถึง 4 ทุ่ม ที่ EFM94 / Facebook Live / YouTube Live / App Atime FungFin และที่ atime.live/efm

“อันฮโยซอบ” ยกให้พอลจักไทยคือความรัก เผยโมเมนต์ประทับใจขั้นสุดที่แฟนคลับไทยต้องได้รู้!! พร้อมเตรียมส่งซีรีส์เรื่องใหม่ ‘A Time Called You’ ให้หายคิดถึง

14 ส.ค. 2023

“อันฮโยซอบ” ยกให้พอลจักไทยคือความรัก เผยโมเมนต์ประทับใจขั้นสุดที่แฟนคลับไทยต้องได้รู้!! พร้อมเตรียมส่งซีรีส์เรื่องใหม่ ‘A Time Called You’ ให้หายคิดถึง

ไม่ปล่อยให้ความคิดถึงต้องทำงานหนักจนเกินไป! “อันฮโยซอบ” (Ahn Hyo Seop) เตรียมส่งผลงานละครซีรีส์เรื่องใหม่ ‘A Time Called You’ ให้เหล่า “พอลจัก” (อ่านออกเสียงว่า “พอลจั๊ก” / PAULJJACK, 폴짝 ชื่อแฟนคลับของอันฮโยซอบ) ได้ตกหลุมรักครั้งที่ร้อย หลังจากพระเอกคนดังได้พบพอลจักชาวไทยเป็นครั้งแรกในงานแฟนมีตติ้ง 2023อันฮโยซอบ เอเชีย ทัวร์เดอะ เพรสเซนต์ โชว์ อิน แบงคอก “เฮียร์ แอนด์ นาว” (2023AHN HYO SEOP ASIA TOUR THE PRESENT SHOW in BANGKOK “here and now”) #AhnHyoSeopThePresentShowBKK ก็เล่นเอาเจ้าตัวถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ แถมยังหอบหิ้วความรัก ความเอาใจใส่ของแฟนๆ กลับไปใช้เป็นพลังบวกในการสร้างผลงานต่อๆ ไปแทนคำขอบคุณที่ทุกคนคอยสนับสนุนอยู่เสมอ งานนี้หนุ่มเจ้าเลยขอส่งตรงความรู้สึกดีๆ บอกเล่าโมเมนต์ที่ติดอยู่ในหัวใจของเขาถึงแฟนๆ ชาวไทยความประทับใจครั้งแรกที่มาประเทศไทย หนุ่ม อันฮโยซอบ เผยว่า “รู้สึกอบอุ่นครับ ผมยังจำรอยยิ้มและการต้อนรับของแฟนๆ ได้ รู้สึกเป็นกันเองเหมือนกับเจอเพื่อน ไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะมีแฟนๆ มารอส่งผมเยอะขนาดนั้นที่สนามบินตอนที่จะบินกลับเกาหลี ที่จริงอยากจะทักทายแฟนๆ ทีละคนเลย รู้สึกขอบคุณทุกคนมากที่มารอผม แต่เพราะว่ามีผู้โดยสารท่านอื่นอยู่ด้วยเลยต้องรีบเดินครับ ประเทศไทยเป็นประเทศที่ผมอยากจะกลับมาอีกครั้งครับ กรุงเทพฯ เป็นเมืองแรกเลยที่ได้มาจัดแฟนมีตติ้งในต่างประเทศ ผมจะเก็บความทรงจำที่มีความสุข ความทรงจำแรกนี้เอาไว้เป็นแรงเป็นพลังในการทัวร์ในเมืองอื่นๆ ต่อไปครับ” ส่วนเมนูอาหารไทยที่ชอบนั้นยกให้ “ผัดไทย” และ “ขนมไทย” เป็นเมนูอร่อยที่สุด แถมยังบอกอีกว่า “ไม่รู้มาก่อนเลยว่าเบียร์จะอร่อยขนาดนี้ครับ กินข้าวครบ 3 มื้อพร้อมผลไม้ทุกวันเลยครับ” และโมเมนต์ที่ชอบมากที่สุดในประเทศไทยคือช่วงเวลาตั้งแต่ที่ถึงสนามบิน เขาเล่าว่าตอนนั้นฝนตก วิวที่เห็นระหว่างทางไปโรงแรมสวยมากๆ แถมยังบอกอีกว่าก่อนที่จะมาไทยได้ลองหาข้อมูลเกี่ยวกับกรุงเทพฯ ไว้ด้วย เพราะอยากรู้ว่าเป็นเมืองแบบไหน แม้ว่าเป็นครั้งแรกที่ได้มาซึ่งไม่รู้ว่าจะมีเวลาหรือเปล่า แต่ก็ลองเสิร์ชหาสถานที่เที่ยวที่ขึ้นชื่อ วัฒนธรรม อาหารอร่อยๆ และภาษาไว้ด้วย “การที่ได้มาประเทศไทยครั้งนี้ทำให้ผมอยากรู้จักที่นี่มากขึ้นครับ” แน่นอนว่าพวกเราพอลจักไทยยินดีต้อนรับอยู่เสมอการมาจัดงานแฟนมีตติ้งที่ไทยครั้งแรกนี้สร้างความประทับใจให้เจ้าตัวไว้อย่างมาก เพราะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากแฟนๆรวมถึงสื่อมวลชน อันฮโยซอบ เล่าไว้อย่างน่าเอ็นดูว่า “มีความทรงจำหลายอย่างเลยครับ ยังจดจำใบหน้าและพลังของพี่ๆ นักข่าวที่งานแถลงข่าวได้ดีเลยครับ ผมถึงกับคิดเลยว่าเราสามารถพูดคุยกันสนุกสนานแบบนี้ได้ด้วยเหรอ และที่สำคัญผมไม่ลืมเสียงเชียร์และการสนับสนุนที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยความใส่ใจของแฟนๆ เลยครับ” ซึ่งในงานจะเห็นได้ว่าผู้ชายคนนี้ร้องไห้ เขาเฉลยที่มาของน้ำตานั้นว่า “แฟนๆ ชาวไทยเตรียมคลิปเซอร์ไพร์สให้ครับ ผมตกใจเพราะไม่มีใครบอกก่อนเลย และอีกอย่างคือมีข้อความจากแฟนๆ เป็นภาษาเกาหลีเต็มไปหมด ถึงแม้จะไม่สมบูรณ์แบบแต่แฟนๆ ก็นึกถึงผมและเขียนมาให้เป็นภาษาเกาหลี ทำให้ผมสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่อบอุ่นนั้นครับ”อีกทั้งยังเล่าความรู้สึกหลังจากที่ได้เดินลงไปหาแฟนๆ รอบฮอลล์ในระยะประชิดตัวไว้ว่า “ตอนแฟนมีตติ้งที่เกาหลีผมก็ตั้งใจเต็มที่เช่นกัน แต่เพราะครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ไทยผมก็เลยคิดอยู่นานว่าพอจะทำอะไรให้แฟนๆ ได้บ้าง ตอนวันแถลงข่าวซึ่งเป็นวันก่อนหน้าการแสดง ผมได้มีโอกาสไปดูสถานที่ ได้ดูโซนที่นั่ง ใช้เวลาซ้อมและปรึกษากับทีมงานครับ แฟนๆ ดูดีใจ และที่สำคัญผมรู้สึกขอบคุณมากๆ ที่แฟนๆ ช่วยกันรักษาความปลอดภัยครับ” แฟนไทยทำอะไรก็ชนะใจพระเอกคนนี้จนถึงขั้นได้รับตำแหน่ง “ความรัก” เป็นคำที่อันฮโยซอบเลือกใช้อธิบายถึงเหล่าพอลจักไทยของเขาไว้ได้อย่างโรแมนติก แถมเผยความในใจที่อยากบอกทุกๆ คนอีกว่า “ผมรู้สึกขอบคุณอยู่เสมอ และอยากบอกว่าไว้เรามาเจอกันอีกนะครับ ผมสัมผัสได้ถึงความรักที่แฟนๆ ส่งมาให้ พอคิดว่าจะตอบแทนพวกเขาอย่างไรดี ผมเลยคิดว่าอยากแสดงภาพลักษณ์ที่ดีในฐานะนักแสดง อยากจะทำผลงานดีๆ ให้ชมเรื่อยๆ และในเดือนกันยายนที่จะมาถึงนี้ จะมีละครเรื่องใหม่ของผมชื่อเรื่อง ‘A Time Called You’ ออกมา หวังว่าทุกคนจะรับชมกันอย่างสนุกสนานนะครับ”ภาพ Feoh

เปิดวาร์ปการ์ดงานแต่ง “เวียร์-วิกกี้” ที่เต็มอิ่มไปด้วยความรัก

13 ก.ค. 2022

เปิดวาร์ปการ์ดงานแต่ง “เวียร์-วิกกี้” ที่เต็มอิ่มไปด้วยความรัก

เริ่มเดินสายแจกการ์ดแต่งงานแล้ว สำหรับคู่บ่าวสาวป้ายแดง “เวียร์ ศุกลวัฒน์” กับแฟนสาวนอกวงการ “วิกกี้” ที่ก่อนหน้านี้มีภาพของการสวมแหวนหมั้นออกมาให้แฟนๆ ได้เห็นกัน ตามมาติดๆ กับการโพสต์ภาพคู่ถือทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย บนอินสตาแกรมส่วนตัวอีกด้วยเรียกได้ว่าเตรียมพร้อมเกือบหมดแล้ว สำหรับงานวิวาห์ที่จะมาถึงในวันที่ 17 กรกฏาคมนี้ โดยล่าสุด! “เวียร์-วิกกี้” ได้เผยการ์ดแต่งงานที่มีการออกแบบเรียบง่าย มาในซองใส่การ์ดสีน้ำตาล ผูกด้วยเชือกป่าน มีดอกไม้แห้งประดับตกแต่ง ประทับด้วยตราครั่งหรือขี้ผึ้งโบราณสีแดง ที่มีตัวอักษร "V" และ "W" ซึ่งเป็นอักษรตัวแรกในชื่อย่อภาษาอังกฤษของทั้งคู่ เป็นฟีลธรรมชาติสุดๆ ที่เต็มอิ่มไปด้วยความรัก ส่วนตัวการ์ดเชิญ ออกแบบให้เป็นเหมือนตั๋วสไตล์วินเทจ มีรายละเอียด วัน เวลา สถานที่ และเลขที่นั่งของแขก สำหรับพิธีมงคลสมรสจะมีขึ้นในวันที่ 17 กรกฏาคม 2565 เวลา 18.00 น. ณ ห้องบอลรูม โรงแรมคาเพลลา กรุงเทพ ธีมงานสีชมพูเข้ม ชมพูอ่อน และน้ำตาลทองEFM94 ขอแสดงความยินดีล่วงหน้ากับเจ้าบ่าวเจ้าสาวด้วยนะคะภาพ : vikkiiexplorer

album
efm
-

-