YG Entertainment จับมือ YG’’MM เปิดออดิชั่นครั้งใหญ่ร่วมกันครั้งแรก! กับโปรเจกต์ 2022 YG x YG”MM Audition

ENTERTAINMENT NEWS

YG Entertainment จับมือ YG’’MM เปิดออดิชั่นครั้งใหญ่ร่วมกันครั้งแรก! กับโปรเจกต์ 2022 YG x YG”MM Audition

21 มิ.ย. 2022

บินลัดฟ้าเฟ้นหาศิลปินฝึกหัดจากทั่วทุกมุมโลก ล่าสุด! YG Entertainment (วายจี เอนเตอร์เทนเมนต์) ร่วมกับ YG’’MM (วายจีเอ็มเอ็ม) บริษัทพัฒนาศิลปินระดับโลกแบบครบวงจรของประเทศไทย ประกาศจัดออดิชั่นค้นหาเด็กรุ่นใหม่มาเป็นศิลปินฝึกหัดเป็นครั้งแรก! กับโปรเจกต์พิเศษแห่งปี “2022 YG x YG”MM Audition”

เปิดรับสมัครเด็กรุ่นใหม่ทั้งเพศชายและเพศหญิง ไม่จำกัดสัญชาติ ที่มีอายุระหว่าง 10-19 ปี (เกิดปี พ.ศ. 2546 – 2555) ส่งคลิปความสามารถของตนเองเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น คลิปการร้อง (Vocal) คลิปการแรป (Rap) หรือ คลิปการเต้น (Dance) สำหรับการคัดเลือกครั้งนี้จะมีคณะกรรมการจากทั้ง 2 ประเทศของบริษัท YG และ YG”MM เดินทางมาเป็นผู้ทำการคัดเลือกด้วยตนเอง ในวันที่ 28-29 กรกฎาคมนี้ ณ อาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส

โอกาสมาถึงแล้ว สำหรับใครที่สนใจ กรอกใบสมัครทางเว็ปไซต์ https://www.ygmmofficial.com ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 10 กรกฎาคม 2565

 

ภาพ : YG”MM


related ENTERTAINMENT NEWS

“หลวงตาไหนโยม? วัดนี้ไม่มีหลวงตานะ..” กุฏิชวนหลอน ร่างหลวงตาหายวับไปกับตา !

13 ธ.ค. 2022

“หลวงตาไหนโยม? วัดนี้ไม่มีหลวงตานะ..” กุฏิชวนหลอน ร่างหลวงตาหายวับไปกับตา !

สายแรกของรายการ ‘อังคารคลุมโปง’ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (6 ธันวาคม 2565) เป็นสายจาก ‘คุณต้น’ ที่ได้แชร์ประสบการณ์หลอนของรุ่นพี่ที่รู้จัก มีชื่อเรื่องว่า ‘กุฏิหลอน’ เรื่องราวจะหลอนชวนขนหัวลุกขนาดไหน เชิญสัมผัสได้ข้างล่างนี้เลย..คุณต้นบอกว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 8-9 ปีที่ผ่านมา เป็นเรื่องของรุ่นพี่เอ (นามสมมติ) เกิดขึ้นที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.เพชรบุรี ซึ่งพี่เอนั้นเรียนทางด้านจิตรกรรม พอเรียนจบ ก็รับงานวาดรูปตามผนังในโบสถ์วัดต่าง ๆ อยู่มาวันหนึ่งก็มีคนติดต่อให้ไปวาดรูปผนังโบสถ์ที่วัดแห่งนี้ให้ เมื่อตกลงกันเสร็จเรียบร้อย ก็ถึงวันที่พี่เอ จะต้องเดินทางไปวาดรูปที่วัดเมื่อมาถึง พี่เอก็ได้ติดต่อกับหลวงพี่รูปหนึ่ง จากนั้นก็เข้าไปดูสถานที่ รวมถึงรับบรีฟเพื่อให้เข้าใจตรงกันจนเสร็จเรียบร้อย หลวงพี่ก็พาพี่เอไปห้องพัก (คุณต้นเล่าเพิ่มเติมว่า ถ้าพี่เอรับงานวาดรูปที่วัดไหน พี่เอก็จะนอนอยู่ที่วัดเลย) เมื่อไปถึงห้องพัก ซึ่งเป็นกุฏิที่ว่างอยู่ ไม่มีใครใช้ พี่เอที่รับงานและมักจะนอนที่วัดบ่อย ๆ ก็ไม่ได้คิดอะไร บวกกับไม่ใช่คนขี้กลัว จึงจะนอนที่วัดและนำของที่เตรียมมาไปวางไว้ในกุฏิอย่างเช่นที่เคยทำวันแรกของการทำงานเริ่มขึ้นและดำเนินไปอย่างปกติ ช่วงเที่ยงหลังเวลาเพลของพระ ขณะที่พี่เอกำลังวาดรูปอยู่นั้น ก็มีหลวงตารูปหนึ่งเดินมาเรียก “โยม ๆ มากินข้าวก่อนมั้ย?” เมื่อเห็นว่าหลวงตาเอ่ยปาก พี่เอจึงละจากงานที่ทำอยู่ไปกินข้าวตามที่หลวงตาบอก หลังจากเสร็จเรียบร้อย ก็กลับมาทำงานต่อจนถึงเย็นแล้วก็กลับห้องเพื่อพักผ่อนคุณต้นอธิบายลักษณะของกุฏิหรือห้องพักเพิ่มเติมว่า ข้างในก็เป็นกุฏิธรรมดาทั่วไป แต่ตรงกลางห้อง จะมีม่านกั้นอยู่ ทำให้ห้องนั้นแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ทางพี่เอเองก็ไม่ได้คิดอะไร คิดว่าคงเป็นถ้วยจานชาม หรือเป็นของที่ไม่ค่อยได้ใช้ คล้ายกับเป็นห้องเก็บของก็เป็นได้ เมื่อไม่ได้คิดอะไร และไม่มีอะไรน่าสงสัยจึงไม่ได้ลองเปิดดู พี่เอก็นอนหลับพักผ่อน ผ่านคืนนั้นไป...เช้าวันต่อมา พี่เอยังคงทำงานปกติ จนกระทั่งคืนนี้ ขณะที่พี่เอกำลังนอนอยู่ ก็ได้ยินเสียงสวดมนต์แว่วดังขึ้นมา จากนั้นก็เริ่มดังก้องกังวานไปทั่วห้อง พี่เอพยายามไม่คิดอะไร และเข้าใจว่าเราอยู่ในวัด ก็คงจะพระสวดมนต์ หรือใครสักคนเปิดเสียงสวดมนต์ดังขึ้นมาเป็นธรรมดา ผ่านไปสักพัก ขณะกำลังจะเคลิ้มหลับ ก็มีกลิ่นธูปลอยมาแตะที่จมูก พี่เอที่มองโลกในแง่ดีแบบสุด ๆ ก็คิดว่ามันเป็นเรื่องปกติ จากนั้นก็ผล็อยหลับไปเช้าวันที่ 3 นับได้ว่าเป็นครึ่งทางของการทำงานแล้ว (ตกลงกันว่างานจะแล้วเสร็จภายใน 5-6 วัน) ช่วงเย็นหลังเลิกงาน ประมาณ 6 โมง พี่เอจึงลองเดินสำรวจรอบ ๆ วัดว่ามีอะไรบ้าง หลังจากสำรวจจนพอใจก็จะเดินกลับไปยังห้องพัก เมื่อใกล้ถึงห้องพักก็ได้ยินเสียงคนเรียก หันไปตามเสียงก็เห็นเป็นหลวงตาแก่ ๆ รูปหนึ่ง เดินเข้ามาคุยด้วย เป็นคำถามทั่วไปที่ดูเหมือนเป็นการทำความรู้จักกัน เช่น “โยมมาทำอะไร?” ระหว่างที่คุยกับหลวงตา พี่เอก็รู้สึกได้กลิ่นธูปลอยมาจากตัวหลวงตารูปนี้อยู่ตลอดเวลา จังหวะที่คุยกับหลวงตาอยู่นั้น หลวงพี่ที่จัดหาห้องพักให้ก็เปิดกุฏิของท่านออกมา แล้วก็ถามว่า “อ้าวโยม ทำอะไร ยังไม่เข้ากุฏิไปพักอีกหรอ?” พี่เอจึงตอบหลวงพี่ไปว่า “อ๋อ คุยกับหลวงตาอยู่ครับ เดี๋ยวแปปนึง” จังหวะที่หันไปตอบหลวงพี่ แล้วหันกลับมา หลวงตารูปนั้นก็หายไป ไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว! พี่เอคิดในใจว่าทำไมท่านเดินไปเร็วจัง จึงได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ และพยายามทำตัวตามปกติ แต่สายตาของหลวงพี่ได้มองไปข้างหลังของพี่เอ จากนั้นจึงบอกว่า “รีบเข้านอนได้แล้ว” และกลับเข้ากุฏิของตัวเองไปกลางดึกคืนนั้น พี่เอรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำขึ้นมา แต่ห้องน้ำนั้นอยู่ไกลต้องเดินออกไปนอกห้องพัก จึงพยายามข่มตาให้หลับ สักพักก็ได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินไปเดินมาอยู่รอบ ๆ มุ้งที่พี่เอนอนอยู่ พอมองออกไปก็เห็นเป็นเงาคนเดินอยู่จริง ๆ จึงเปิดมุ้งออกมาดู ก็เห็นเป็นร่างนึง ยืนอยู่ตรงมุมประตู เป็นชุดจีวรสีเหลืองห่มอยู่ พี่เอจึงพยายามจะเดินไปใกล้ ๆ แล้วร่างนั้นก็หายวับไปกับตา! พี่เอตกใจจึงรีบวิ่งเข้ามาในมุ้ง จากที่ตอนแรกไม่กลัว ตอนนี้พี่เอรู้สึกกลัวมาก ๆ อาการอยากเข้าห้องน้ำก็หายไปหมด และเกิดคำถามว่า “ใครอ่ะ มันคืออะไร?” พี่เอพยายามสงบสติอารมณ์และกลั้นใจนอนต่อไป ไม่นานก็มีเสียงสวดมนต์ดังขึ้นมาจากฝั่งที่เป็นผ้าม่านกั้นอยู่ คราวนี้เป็นกลิ่นสาปเหมือนหนูตายลอยมา พี่เอลืมตาและตามหากลิ่น จากนั้นก็ได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรสักอย่างร่วงตกลงสู่พื้น! ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าคนเดินรอบ ๆ มุ้งของพี่เออีกครั้ง พี่เอจึงเริ่มสวดมนต์เพื่อให้หลุดพ้นจากเหตุการณ์นี้ หลังจากนั้นฝีเท้าก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหัวนอนที่พี่เอนอน แล้วกลิ่นก็หายไป พี่เอที่ไม่รู้จะทำยังไง สวดมนต์เสร็จก็หลับไป ราวกับว่าภาพมันตัดไปเองปกติแล้วทุกเช้า พี่เอจะตื่นออกไปช่วยหลวงพี่ตอนบินฑบาตร แต่เช้านี้ยังไม่เห็นพี่เอตื่น หลวงพี่จึงมาเคาะเรียกที่กุฏิห้องพัก พี่เอได้เล่าเรื่องที่เจอให้หลวงพี่ฟัง หลวงพี่ก็ไม่ได้พูดอะไร เมื่อถึงวันสุดท้ายของการทำงาน พี่เอเก็บข้าวของเสร็จเรียบร้อย ก็บอกหลวงพี่ว่าเห็นหลวงตารูปหนึ่ง อยากจะไปกราบลาท่าน หลวงพี่ก็ถามว่า “หลวงตาไหน?” พี่เอก็อธิบายลักษณะของหลวงตา เมื่อหลวงพี่ได้ยินก็เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะบอกว่า “ถ้าอย่างนั้น โยมตามมานี่” หลวงพี่พาพี่เอกลับมายังกุฏิห้องที่พี่เอพัก แล้วก็เปิดม่านที่กั้นอยู่ สิ่งที่เห็นคือร่างของพระรูปหนึ่งนอนอยู่ในโลงแก้ว!พี่เอเห็นดังนั้นจึงตกใจ ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เพราะจำได้แม่นว่าลักษณะเหมือนกันกับหลวงตาที่เดินเข้ามาคุยและที่เจอในคืนนั้นเลย มองข้าง ๆ ก็จะมีรูปตั้งอยู่ นั่นยิ่งตอกย้ำกับพี่เอเลยว่าใช่ ใช่แน่ ๆ เมื่อตั้งสติได้ พี่เอก็กราบลาหลวงพี่และหลวงตา จากนั้นก็กลับบ้านไป...ชมไลฟ์สดย้อนหลัง

มิวเลียนส์ทำสนามบินแตกอีกครั้ง เมื่อ “มิว ศุภศิษฏ์” ต้องบินลัดฟ้าไปทำงานที่ประเทศเกาหลีนานถึง 2 เดือน

04 ก.ค. 2022

มิวเลียนส์ทำสนามบินแตกอีกครั้ง เมื่อ “มิว ศุภศิษฏ์” ต้องบินลัดฟ้าไปทำงานที่ประเทศเกาหลีนานถึง 2 เดือน

นาทีนี้ต้องยอมให้กับความฮอตของ “มิว ศุภศิษฏ์” ที่ล่าสุดทำเอาสนามบินแตกกันเลยทีเดียว เมื่อชาวมิวเลียนส์พร้อมใจกันไปส่ง “มิว” บินลัดฟ้าจากไทยสู่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อไปทำงานเป็นเวลานานถึง 2 เดือน หลังจากเครื่อง Landing มิวเลียนส์เกาหลีก็รับไม้ต่อจากมิวเลียนส์ไทย มาต้อนรับ “มิว” ถึงสนามบินอินชอนกันอย่างคับคั่ง ซึ่งก่อนที่จะบินลัดฟ้า “มิว” ก็ได้ฝากผลงานเพลงสากลซิงเกิลที่ 3 ของโปรเจค “Mew Suppasit Global Collaboration Project 2022” เพลง “FOREVER LOVE” โดย Featuring กับ “BUMKEY” ศิลปิน RB จากเกาหลี เพื่อให้ชาวมิวเลียนส์ได้ฟังระหว่างที่คิดถึงกัน งานนี้ “มิว” ก็ได้รับปากแฟน ๆ ไว้แล้วว่าจะไม่หายไปนาน จะอัปเดตโซเชียลตลอด และตั้งใจทำผลงานโกอินเตอร์อย่างเต็มที่ ทำเอาชาวมิวเลียนส์อดคิดถึงและอดเป็นห่วงไม่ได้จนต้องมาร่วมกันติดแฮชแท็ก #MEWINKOREA ติดเทรนด์ทวิตเตอร์กันเลยทีเดียว ภาพ : mewsuppasit.studio

“คิมเบอร์ลี่” อัปเดตแพลนงานแต่งกับ “หมาก ปริญ” จัดปีหน้าแน่นอน! ส่วนชุดเจ้าบ่าว – เจ้าสาวเป็นสไตล์ลูกครึ่ง

10 ส.ค. 2022

“คิมเบอร์ลี่” อัปเดตแพลนงานแต่งกับ “หมาก ปริญ” จัดปีหน้าแน่นอน! ส่วนชุดเจ้าบ่าว – เจ้าสาวเป็นสไตล์ลูกครึ่ง

เตรียมเป็นว่าที่เจ้าสาวอย่างเต็มตัว สำหรับนักแสดงชื่อดัง “คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ” หลังถูกหวานใจพระเอกชื่อดัง “หมาก ปริญ” คุกเข่าขอแต่งงานเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ล่าสุด “คิมเบอร์ลี่” ก็ได้ออกมาอัปเดตถึงเรื่องแพลนงานแต่งว่า ‘ตอนนี้เรื่องฤกษ์ยังไม่ลงตัว แต่ก็มีวันมาให้เลือกคร่าว ๆ ประมาณ 2 – 3 วันแล้ว ยังเลือกวันไม่ได้ ตีกับ “หมาก” อยู่เพราะชอบเดือนไม่ตรงกัน แต่เป็นปีหน้าแน่นอน เพราะปีนี้ไม่ทันแล้ว และเอาฤกษ์ที่สะดวก ญาติคิมอยู่ที่ต่างประเทศเยอะต้องบอกเขาล่วงหน้าด้วย ดูชุดแต่งงานทุกวัน มีไปลองชุดมาบ้างแล้ว สวยทุกชุด อยากใส่ไปหมดเลย และก็ได้ปรึกษาสไตล์ลิสต์ที่เคยทำงานด้วยว่าจะใส่แบบไหนดี วันจริงก็คงมีมากกว่า 1 ชุด ที่เลือกไว้เป็นชุดสไตล์ลูกครึ่ง และได้ไปปรึกษา ขอคำแนะนำจากพี่ ๆ ที่เคยแต่งงานแล้วด้วย’ ภาพ : kimmy_kimberley

บัตร Sold Out แล้ว กับงานแฟนมีตติ้งเดี่ยว ของ “บิวกิ้น พุฒิพงศ์” พร้อมเผยเหตุผลทำไมถึงจัดเพียงวันเดียว

03 ส.ค. 2022

บัตร Sold Out แล้ว กับงานแฟนมีตติ้งเดี่ยว ของ “บิวกิ้น พุฒิพงศ์” พร้อมเผยเหตุผลทำไมถึงจัดเพียงวันเดียว

เรียกได้ว่ากระแสตอบรับดีเกินต้าน สำหรับ “บิวกิ้น พุฒิพงศ์” หลังประกาศจัดงานแฟนมีตติ้งเดี่ยว #Billkin1stFanmeeting กับโปรเจกต์ใหม่ “GOLDEN HOURS’ BILLKIN THE FIRST FAN MEETING” ในคอนเซปต์ “Golden Hour” ช่วงเวลาแสนพิเศษ และเป็นการโชว์เดี่ยวบนเวทีใหญ่ครั้งแรกในชีวิตของหนุ่ม “บิวกิ้น” ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 ตุลาคม 2565 นี้ล่าสุด! บัตร Sold Out แล้ว ทำเอาเจ้าตัวปลื้มใจแบบสุดๆ พร้อมเปิดใจถึงเหตุผลว่าทำไมถึงจัดเพียงวันเดียว ทั้งทีแฟนคลับเรียกร้อง ขอให้เพิ่มวันโดยหนุ่ม “บิวกิ้น” ได้บอกว่า “อยากจัดงานวันที่ 8 เพราะว่าเป็นวันเกิดผม และมันก็มีแค่วันเดียว เพราะถ้าเป็นวันอื่น มันจะไม่ใช่วันเกิดเรา เลยกลัวว่าความพิเศษมันจะไม่เท่ากัน และเวลาที่เราโชว์ เราก็อยากมองเห็นหน้าทุกๆ คน อยากทำให้บรรยากาศภายในงานมันรู้สึกอบอุ่น รวมถึงเรายังสามารถดูแลทุกคนได้ทั่วถึงอีกด้วย”ส่วนทาง “พีพี” ที่แฟนๆ ลุ้นว่าจะมาร่วมงานแฟนมีตติ้งในครั้งนี้ไหม เจ้าตัวได้บอกว่า “ต้องขอดูตารางงานอีกทีครับ แต่ซื้อของขวัญให้ ‘บิ้วกิ้น’ ตั้งแต่ 4 เดือนที่แล้ว”ภาพ : billkin_entertainment

album
efm
-

-