“จัสติน บีเบอร์” ป่วยอัมพาตครึ่งหน้า จำเป็นต้องยกเลิกงานทัวร์คอนเสิร์ตทั้งหมด เพื่อรักษาตัวให้หายดี

ENTERTAINMENT NEWS

“จัสติน บีเบอร์” ป่วยอัมพาตครึ่งหน้า จำเป็นต้องยกเลิกงานทัวร์คอนเสิร์ตทั้งหมด เพื่อรักษาตัวให้หายดี

12 มิ.ย. 2022

ทำเอาแฟน ๆ ช็อคและเป็นห่วงกันเลยทีเดียว หลังจาก “จัสติน บีเบอร์” ได้โพสต์คลิปวิดีโอแจ้งอาการป่วยผ่านอินสตาแกรม โดยเขาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค “แรมเซย์ ฮันท์ ซินโดรม” เว็บไซต์พบแพทย์ระบุว่าเป็นโรคที่เกิดจากภาวะแทรกซ้อนจากงูสวัดโดยตรง เกิดจากการที่เชื้อไวรัสเข้าไปจู่โจมเส้นประสาทสมอง ทำให้เขาไม่สามารถขยับใบหน้าซีกขวาได้

ซึ่ง “จัสติน บีเบอร์” ได้เล่าว่า “อาการเหล่านี้มาจากไวรัสโจมตีเส้นประสาทในหู และเส้นประสาทบนใบหน้า จนทำให้ใบหน้าของผมเป็นอัมพาต อย่างที่คุณเห็น ดวงตาข้างนี้กระพริบไม่ได้ ผมยิ้มไม่ได้ รูจมูกก็จะไม่ขยับ ใบหน้าข้างนี้ของผมเป็นอัมพาตไปแล้ว” อาการในตอนนี้ค่อนข้างเลวร้าย และต้องทำกายภาพใบหน้าเพื่อให้กลับมาเป็นปกติ

สำหรับงานทัวร์คอนเสิร์ต “Justice World Tour” ทั้งใน โตรอนโต, วอชิงตัน ดี.ซี. และนิวยอร์ก ต้องยกเลิกไปก่อน เพื่อรักษาตัวให้หายดี ซึ่ง “จัสติน บีเบอร์” ได้ทิ้งท้ายไว้ว่า “สำหรับคนที่ผิดหวังกับการยกเลิกคอนเสิร์ตของผม ร่างกายของผมมันไม่สามารถทำได้จริง ๆ มันค่อนข้างหนัก อย่างที่พวกคุณเห็น ร่างกายบอกให้ผมต้องช้าลง ผมหวังว่าพวกคุณจะเข้าใจ ผมจะใช้เวลานี้เพื่อพักผ่อน ผ่อนคลาย จะได้กลับมาเป็นเหมือนเดิม 100% เพื่อที่ผมจะได้ทำในสิ่งที่ผมรัก”

related ENTERTAINMENT NEWS

26 สิงหาคมนี้ ‘Lauv’ มีนัด มาพบกันอีกครั้งนะครับ ในงาน ‘lauv the between albums tour bangkok’ พร้อมศิลปินรับเชิญ Alexander 23

28 เม.ย. 2023

26 สิงหาคมนี้ ‘Lauv’ มีนัด มาพบกันอีกครั้งนะครับ ในงาน ‘lauv the between albums tour bangkok’ พร้อมศิลปินรับเชิญ Alexander 23

รักเมืองไทยกว่าใครต้องยกให้คนนี้! Lauv กลับมาอีกครั้งพร้อมคอนเสิร์ตใหญ่ในรอบ 3 ปี ‘lauv the between albums tour’ ที่มีกำหนดออนทัวร์ทั่วเอเชียกว่า 8 เมือง ได้แก่ เซินเจิ้น เซี่ยงไฮ้ ฮ่องกง ไทเป โซล สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ รวมถึงกรุงเทพฯ บ้านเราในวันที่ 26 สิงหาคมนี้Lauv เจ้าของผลงานเพลงฮิต “I Like Me Better” เป็นศิลปินที่มักถูกพูดถึงการแง่การนำเสนอแนวเพลง และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ให้กับวงการเพลงยุคปัจจุบัน เขานิยามตัวเองว่าเป็นนักเล่าเรื่อง (Storyteller) และเรื่องราวที่ Lauv เผยแพร่ออกไปนั้น ก็ได้กลายเป็นเพลงแห่งยุคสมัย พิสูจน์ได้จากรางวัลแพลตินัมมากมาย รวมไปถึงการไต่ชาร์ตระดับโลก และผลงานเพลงที่ถูกเปิดอย่างต่อเนื่องที่เรามักจะได้ยินไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลกผลงานรวมเพลงอัลบั้มแรกของ Lauv อย่าง I Met You When I was 18 เป็นที่จดจำในฐานะอัลบั้มที่รวมเพลงโกลบอลฮิต ไม่เพียงแต่ “I Like Me Better” ที่กล่าวถึงไปแล้ว ยังมี “The Other” ซิงเกิลที่ทำให้ Lauv เริ่มเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางอีกด้วย ในอัลบั้มเดียวกันนี้ผลงานคอลแลบกับศิลปินที่กลมกล่อมลงตัวไม่ว่าจะเป็น “I’m So Tired” ที่ทำร่วมกับ Troye Sivan หรือ “There’s No Way” ฟีเจอริ่ง Julia Michaels และ “Fuck, I’m Lonely” ที่ได้ Anne-Marie มาร่วมร้องด้วยในปี 2563 Lauv ได้พาอัลบั้มเต็มชุดแรก ~how i'm feeling~ ขึ้นอันดับ 20 บน Billboard Top 200 ด้วยเพลงฮิต “Who” [feat. BTS], “El Tejano” [feat. Sofia Reyes], “Canada” [feat. Alessia Cara], และ “Mean It” ร่วมกับ LANY นิตยสารเพลงชื่อดังอย่าง NME กล่าวถึงอัลบั้มชุดนี้ของ Lauv ว่า “เป็นอัลบั้มเดบิวต์ที่งดงาม และทรงพลัง” และคำวิจารณ์จาก Teen Vogue ว่าเป็น “รวบตึง 21 เพลงที่ระบายความรู้สึกต่อความรักโลกาภิวัตน์ ที่อ่อนล้า โรแมนติกร้าย”ระหว่างที่เดินหน้าออนทัวร์ตามมิวสิคเฟสติวัล และขึ้นซัพพอร์ต Ed Sheeran ไปด้วย Lauv ก็ซุ่มทำเพลงจนได้ผลงานชุด All 4 Nothing, บทเพลงที่อุทิศให้แก่ช่วงเวลาไร้เดียงสาของวัยเยาว์ บรรเทาปมยุ่งเหยิงของวัยผู้ใหญ่ ที่ขยายขอบเขตของเพลงป๊อปให้ไกลโพ้นกว่าเดิมแฟน ๆ เตรียมตัวให้พร้อม ซ้อมร้องเพลง Lauv แล้วมาเจอกันใน ‘lauv the between albums tour bangkok’ วันเสาร์ที่ 26 สิงหาคมนี้ ที่บอลรูม ฮอลล์ 1-4 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมศิลปินรับเชิญพิเศษ Alexander 23 บัตรราคา 1,800 / 2,300 และ 2,800 บาท ไลฟ์เนชั่นเทโรพรีเซลส์ 5 พฤษภาคมนี้ (10.00 - 22.00 น.) จำหน่ายบัตรรอบทั่วไป 6 พฤษภาคมนี้ 10.00 น. เป็นต้นไป ทาง livenation.co.thภาพ Live Nation Tero

8 ปีที่หนูไม่เคยลืม... พ่อเป็นคนอารมณ์ร้อน เอาปืนจ่อหัวหนู วิ่งเท้าเปล่าหนีตายออกจากบ้าน ไปขออาศัยอยู่บ้านแฟน มาวันนี้แม่ขอให้กลับบ้าน ถ้าทุกคนเป็นหนูจะกลับไปไหมคะ?

10 ก.พ. 2023

8 ปีที่หนูไม่เคยลืม... พ่อเป็นคนอารมณ์ร้อน เอาปืนจ่อหัวหนู วิ่งเท้าเปล่าหนีตายออกจากบ้าน ไปขออาศัยอยู่บ้านแฟน มาวันนี้แม่ขอให้กลับบ้าน ถ้าทุกคนเป็นหนูจะกลับไปไหมคะ?

“คุณเค (นามสมมุติ)” อายุ 26 ปี สายแรกในรายการพุธทอล์คพุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (08/02/2023) ได้โทรเข้ามาปรึกษาดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างตนกับพ่อโดย “คุณเค (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘ต้องบอกก่อนว่าหนูเป็น LGBTQ แล้วเดิมทีครอบครัวของหนูอยู่กันด้วยความรักใคร่กันมาตลอด จนพ่อเริ่มมีปัญหากับแม่เรื่องที่พ่อมีบ้านเล็กบ้านน้อย แล้วก็ทำให้พ่อเปลี่ยนไป คุณพ่อไม่มีอาชีพ ปกติแม่จะเป็นคนเลี้ยงคนทั้งครอบครัวเลย และบอกเลยว่าหนูกับพ่อแทบไม่ค่อยได้คุยกันเลย เพราะพ่อเป็นคนอารมณ์ร้อนมากๆ หนูไม่สามารถปรึกษาอะไรได้เลย เวลามีปัญหาหรือไม่พอใจพ่อจะทำร้ายร่างกายทั้งหนูและแม่เลย แต่พ่อไม่ดื่ม อาจเป็นเพราะแกโตมาในพื้นฐานครอบครัวที่อารมณ์ร้อนด้วยพอหนูอายุได้ 18 ปี หนูก็ตั้งใจอ่านหนังสือเพื่อไปสอบเข้ามหาลัย แต่พ่อด้วยความที่แกว่าง ก็เลยรับลูกสุนัขมาเลี้ยง โดยที่ไม่ได้ปรึกษาคนในบ้านเลย แล้วน้องเขาก็ยังเด็ก พ่อเลยให้หนูเลี้ยงแทน ในขณะที่หนูกำลังพยายามทำเกรด ตั้งใจเรียน ทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อจะได้เข้ามหาลัยตามที่คาดหวังไว้ แล้วหนูก็อดทนเลี้ยงมาให้พ่อสักพักนึง หนูก็เริ่มทนไม่ไหวแล้ว ก็ไปบอกกับพ่อดีๆว่าให้พ่อไปดูแลหมาแทนได้มั้ย? เพราะหนูต้องอ่านหนังสือ คือหนูพูดตรงๆเลย และไม่ได้มีทะเลาะอะไรกันเลย แต่หลังจากนั้นพ่อก็โมโหหนูมาก แล้วก็พังห้องที่หนูกำลังอ่านหนังสือสอบอยู่ พีคสุดคือพ่อเอาปืนมาจ่อที่หัวของหนู แล้ววันนั้นก็คือเวลาเที่ยงคืนแล้ว มันดึกมาก หนูก็วิ่งออกมาจากบ้านเท้าเปล่าเลย ตอนแรกนึกว่าพ่อแค่ไม่พอใจหนู แต่มันไม่น่าใช่ เพราะหนูได้ยินเสียงปืนมาจากหลังบ้าน หนูก็รู้เลยว่าถ้าไม่ออกมาตอนนั้นคือหนูไม่รอดแล้วแต่หนูโชคดีอย่างนึง คือ หนูมีแฟน แล้วมันก็เป็นช่วงที่หนูเรียนจบพอดี ก็เลยไปอยู่มหาลัย เรียนมาประมาณ 5 – 6 ปี เรียนจบหนูก็กลับมาอยู่บ้านแฟน แต่ไม่ได้กลับไปบ้านตัวเอง เพราะมันยังมีเรื่องที่ยังไม่เคลียร์ใจ ตั้งแต่วันที่หนีออกมาหนูก็ไม่เคยกลับบ้านเลย 8 ปีแล้ว จนตอนนี้หนูก็ทำงานแล้ว ปกติจะโทรคุยกับแม่ แต่เรื่องนี้แม่ไม่เคยทราบเลยว่าหนูมีปัญหาในใจตลอด และพ่อก็ไม่เคยโทรมาถามความรู้สึกหนูเลยว่าหนูรู้สึกยังไง หนูมีน้องสาว 1 คน แต่พ่อจะรักใคร่เอ็นดูมากกว่าเพราะน้องเป็นผู้หญิงด้วย แต่หนูเป็นเพศทางเลือก พ่อก็เป็นคนจีนด้วยเขาก็คงไม่โอเค แต่น้องก็เจอแบบที่หนูเจอเหมือนกัน...แม่ก็ถามหนูว่าอยู่บ้านแฟนนานแล้ว ไม่เกรงใจเขาหรอ? แต่จริงๆหนูช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายเขาทุกอย่าง เพราะหนูไม่อยากเป็นภาระใคร แต่แม่อยากให้หนูกลับไปอยู่บ้าน ถามว่าอยากกลับมั้ย หนูก็อยาก แม่ชอบพูดเข้าข้างพ่อ บอกว่าพ่อดีขึ้นแล้วนะ เขาอายุมากขึ้นแล้ว ความคิดเขาคงเปลี่ยน ไม่เป็นแบบนั้นแล้ว แต่เมื่อไม่นานมานี้แม่ก็ยังโทรมาเล่าเรื่องที่พ่อฟิลขาด อารมณ์ร้อน ให้หนูฟังเหมือนเดิม หนูก็กลัวจะโดนอีก หนูก็เข้าใจแหละว่าแม่รักพ่อ แต่ในใจหนูตอนนี้คือมองหน้าพ่อไม่ได้แล้ว ไม่รู้จะคุยเรื่องอะไร แต่แม่อยากให้กลับไปอยู่บ้าน อยากให้กลับไปอยู่กับครอบครัวเหมือนเดิม แต่หนูคิดว่าครอบครัวหนูเขาก็ควรเซฟความรู้สึกหนูด้วยสิ ไม่ใช่แค่อยู่ครบ อยู่กันครบแล้วทำไม? หนูโตแล้ว และหนูรู้ว่ายังไงพ่อก็เปลี่ยนไม่ได้ถ้าเป็นพวกพี่ๆดีเจ จะกลับไปอยู่กับครอบครัวตัวเองมั้ย? หรือจะอยู่ตรงนี้ของเราเหมือนเดิมดีแล้ว?3 ดีเจได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ตอนนี้เคอายุ 26 ปีแล้ว ควรจะเป็นช่วงเวลาที่จะสร้างเนื้อสร้างตัว หรือหาความมั่นคง หาเอนเนอร์จี้ในการทำงาน ไม่ใช่มานั่ง Toxic กับครอบครัว ถ้าแม่อยากเจอให้นัดแม่มาหาหรือมาเจอกันข้างนอก ไม่จำเป็นต้องเข้าไปอยู่ในบ้าน ถ้าพ่อ Toxic ไม่ต้องรับโทรศัพท์ ถ้าพ่อแรงมาก็แรงกลับได้ให้รู้ว่าไม่ยอมแล้วเหมือนกันแสดงออกชัดเจนไปเลยว่าถ้าพ่อจะเป็นคนแบบนี้ก็อย่ามายุ่งกับเค ต่อให้วันนึงบังเอิญเจอกับพ่อ แล้วพ่อทำอะไรที่รุนแรงกับเราหรือร่างกายเราก็ต้องไม่ยอมนะ หรือถ้าเอาปืนมาจ่อหัวอีก ให้แจ้งตำรวจ ลงบันทึกประจำวันเคเก่งมากเลยนะ สำหรับสิ่งที่เคต้องเจอ สามารถประคองชีวิตได้ และต้องขอบคุณแฟนเคด้วยที่เขาเป็นครอบครัว บ้านอีกหลังให้เค ทั้งๆที่บ้านจริงๆ มันไม่น่าอยู่ และมันไม่มีประโยชน์อะไรเลยกับการที่จะกลับไปเพื่อให้แม่สบายใจว่าเรามีภาพพ่อ-แม่-ลูกอยู่พร้อมกัน แต่ความรู้สึกของคนที่เป็นลูกและพ่อ มันไม่เคยได้เชื่อมสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเลย แล้วจะกลับไปเพื่ออะไร?ตอนนี้พยายามทำชีวิตตัวเองให้ดีเพื่อวันใดวันหนึ่งเราได้ดูแล เอาน้องออกมาจากบ้านนั้นได้ ส่วนแม่ละไว้ในฐานที่เข้าใจเลยว่านี่คือชีวิตที่เขาเลือกว่าเขาจะทนอยู่กับผู้ชายคนนี้ จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่สำหรับเรา เราเลือกจะมีชีวิตเราได้ เราเลือกที่จะไม่กลับไปเจอคนแบบนี้ที่ไม่ทำให้ชีวิตเราดีขึ้น...เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางhttps://www.youtube.com/live/sC5zxuGHJQQ?feature=shareใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

“Blow” ซิงเกิลใหม่แนว Hard Rock 90’s จาก Jackson Wang มียอดผู้ชมทะลุ 20 ล้าน! ลุ้นปล่อยอัลบั้ม MAGIC MAN เร็วๆ นี้

28 เม.ย. 2022

“Blow” ซิงเกิลใหม่แนว Hard Rock 90’s จาก Jackson Wang มียอดผู้ชมทะลุ 20 ล้าน! ลุ้นปล่อยอัลบั้ม MAGIC MAN เร็วๆ นี้

หลังจากหนุ่มสุดฮอตอย่าง แจ็คสัน หวัง (Jackson Wang)หนึ่งในสมาชิกวง GOT7 คัมแบ็คด้วยการปล่อยเพลงภาษาอังกฤษ “Blow” ออกมาให้แฟนๆ ได้ติดตามกันเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ล่าสุดสามารถพาเพลงใหม่เพลงนี้สะสมยอดผู้ชมบน YouTube ทะลุไปกว่า 20.9 ล้านแล้ว! (ข้อมูลเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2565 11.30 น.) สำหรับ “Blow” เป็นผลงานภายใต้ TEAM WANG Records, 88rising Records และ Warner Records ที่เซอร์ไพรส์แฟนคลับตั้งแต่ปล่อยทีเซอร์ เพราะครั้งนี้ แจ็คสัน หวัง มาพร้อมกับแนวเพลงแบบ Hard Rock90’s ที่มีการผสมผสานระหว่างเสียงร้อง กับดนตรีคลาสสิกและซาวด์ดิจิทัล เสริมความน่าสนใจด้วยเสียงกีต้าร์ให้ตื่นตาตื่นใจ เผยให้เห็นถึงพัฒนาการของ แจ็คสัน หวัง ที่เติบโตขึ้นไปอีกขั้น ส่วน Music Video เพลง “Blow” ก็ถือเป็นการกลับมาร่วมงานอีกครั้งกับ Daniel Cloud Campos ผู้กำกับคู่ใจที่เคยฝากผลงานมาแล้วในเพลง “100 Ways” ให้ความรู้สึกถึงความคึกคะนอง และพลังที่ล้นหลามสุดระทึก ประหนึ่งอยู่ในโลกของโรงละครเวที ด้วยท่าเต้นและแฟชั่นสุดล้ำของเพลงนี้ ถือเป็นการเปิดตัวเพลงแรก และเปิดเผยให้เห็นถึงทิศทางของอัลบั้ม“MAGIC MAN” ที่จะปล่อยเร็วๆ นี้ด้วยภาพ : jacksonwang852g7

กีตาร์ 1 ตัวเติมเต็มหัวใจผู้ชมทั้งฮอลล์ กับคอนเสิร์ต “2022 ซองฮา จอง มิวสิก คาเฟ่ [มูคา] ไลฟ์ อิน แบงคอก”

12 ต.ค. 2022

กีตาร์ 1 ตัวเติมเต็มหัวใจผู้ชมทั้งฮอลล์ กับคอนเสิร์ต “2022 ซองฮา จอง มิวสิก คาเฟ่ [มูคา] ไลฟ์ อิน แบงคอก”

“2022 ซองฮา จอง มิวสิก คาเฟ่ [มูคา] ไลฟ์ อิน แบงคอก” (2022 Sungha Jung's Music Café [MuCa] Live in Bangkok) งานของเจ้าชายฟิงเกอร์สไตล์แห่งเอเชีย “ซองฮา จอง” หรือ “จองซองฮา” (Sungha Jung / JUNG SUNG HA) หนึ่งไอดอลผู้เป็นแรงบันดาลใจให้กับวัยรุ่นทั่วโลก และเป็นแรงผลักดันในการหัดเล่นกีตาร์ของใครๆ หลายคนนั่นเอง!!ซองฮา อัจฉริยะนักกีตาร์ฟิงเกอร์สไตล์กลับมาเปิดคอนเสิร์ตที่ประเทศไทยอีกครั้งในรอบ 5 ปีด้วยคอนเสิร์ตที่มีชื่อว่า “2022 ซองฮา จอง มิวสิก คาเฟ่ [มูคา] ไลฟ์ อิน แบงคอก” เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2565 ซึ่งสร้างความคึกคักให้กับโรงละคร เอ็ม เธียเตอร์ (M Theatre)เริ่มต้นโชว์ครั้งนี้ด้วย 2 เพลงจากผลงานล่าสุด ‘Poetry’ อัลบั้มเต็มชุดที่ 9 ซึ่งเจ้าตัวเล่าว่าเขาตั้งใจรวบรวมบทเพลงต่างๆ เข้าไว้ราวกับหนังสือรวมบทกวี เปิดเวทีที่ Prologue ต่อเนื่องด้วย Yuumi's Waltz โดยเพลงนี้ ซองฮา แต่งให้กับแมวของเขาที่มีชื่อว่า ยูมี และเขาเลือกเพลงนี้มาเป็นเพลงเปิดคอนเสิร์ตแทนความรู้สึกยินดีของเขาที่ได้กลับมาแสดงที่ไทยอีกครั้งหลังจากห่างหายไปนานกว่า 5 ปี บรรยากาศบนเวทีถูกจัดให้เหมือนกับบรรยากาศอบอุ่นน่ารักในคาเฟ่ที่โอบล้อมผู้ชมเอาไว้เข้ากับชื่อของ Music Cafe [MuCa] ที่เป็นธีมคอนเสิร์ตครั้งนี้ซองฮา ได้เปิดเผยความรู้สึกว่าเขาดีใจมากที่ได้กลับมาแสดงที่ประเทศไทยอีกครั้งเพราะที่นี่ก็เปรียบเสมือนเป็นบ้านอีกหลังของเขา ซึ่งในช่วงที่ผ่านมานั้นมีหลายเหตุผลที่ทำให้เขาไม่ได้เดินทางมาเมืองไทย ทั้งเรื่องของการเกณฑ์ทหารและสถานการณ์ของโควิด-19 เพื่อความพิเศษของการได้กลับมาแสดงที่ไทยในครั้งนี้เขาจึงเตรียมเพลงไว้มากมายทั้งเพลงจากอัลบั้มใหม่ เพลงคัฟเวอร์ที่แฟนๆ ชื่นชอบ โดยพาแฟนๆ เข้าสู่บทเพลงเซ็ตต่อไปซึ่งมีทั้งเพลงป็อประดับตำนาน ไปจนถึงเพลงเคป็อปยอดนิยม เริ่มต้นจากเพลง Englishman in New York ของ Sting ต่อเนื่องด้วย 2 เพลงที่ปล่อยออกมาในโปรเจ็กต์ของ MuCa ได้แก่ Loving You Girl ของ Peder Elias ซึ่งเขาได้ร่วมงานกับ SHAUN (เจ้าของเพลงฮิต Way Back Home) และเพลง Don't Look Back in Anger ของ Oasis ที่ร่วมงานกับ ควอนอินฮา (ศิลปินระดับตำนานของเกาหลีที่ขึ้นชื่อในเรื่องของพลังเสียง)ก่อนจะเรียกเสียงปรบมือจากแฟนๆ ดังกึกก้องจากเพลง Butter ของ BTS โดยกีตาร์ริสต์หนุ่มบอกว่าเป็นเพลงที่แฟนๆ ชื่นชอบกันมาก จึงอยากแสดงเพลงนี้ให้กับแฟนๆ ที่ไทยได้ฟังกันสดๆ แถมด้วยเพลง Dynamite ซึ่งเดิมไม่ได้อยู่ในลิสต์ของคอนเสิร์ตแต่เขาตั้งใจมอบให้กับแฟนๆ ชาวไทยเป็นเซอร์ไพรส์พิเศษ แล้วจึงปิดท้ายพาร์ตแรกด้วยเพลง The Ocean อีกหนึ่งงานจากอัลบั้มชุดใหม่ซึ่งเจ้าตัวเปิดเผยว่าส่วนตัวแล้วเขาชอบเพลงนี้มากหลังจากพักเบรก 15 นาทีในช่วงอินเตอร์มิสชั่น ซองฮา พาทุกคนเข้าสู่พาร์ตที่ 2 ด้วยการเปิดตัว โต๋ - ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร ศิลปินรับเชิญในคอนเสิร์ตครั้งนี้ ซึ่ง โต๋ ได้เล่าถึงความประทับใจว่า การได้ร่วมงานกับ ซองฮา เพื่อเตรียมตัวขึ้นโชว์ด้วยกันในวันนี้ ทำให้เขารู้สึกเหมือนว่ารู้จักกันและกันมานานซึ่งเพลงแรกที่ทั้งคู่ได้แจมกันก็คือ Sunroof ของ Nicky Youre ที่ ซองฮา เป็นคนเลือกขึ้นมา ต่อเนื่องด้วยเพลง River Flow in You เพลงบรรเลงเปียโนขึ้นหิ้งของ Yiruma นักเปียโนชาวเกาหลีใต้ชื่อดัง ซึ่ง โต๋ เลือกเพลงนี้เพราะเป็นเพลงที่ตัวเขาเองชื่นชอบมาก และเห็นว่า ซองฮา เองก็เคยเล่นเพลงนี้เป็นสไตล์ของเขาเอาไว้ เลยเป็นโอกาสดีที่จะเรียบเรียงเพลงนี้ขึ้นมาใหม่โดยผสมผสานเสียงเปียโนของ โต๋ เข้ากับเสียงกีตาร์ฟิงเกอร์สไตล์ของ ซองฮา เพื่อให้เป็นครั้งแรกที่เพลงนี้ถูกถ่ายทอดออกมาด้วยเครื่องดนตรี 2 ชนิดในแบบ duet กันถึงช่วงเซอร์ไพรส์ที่ ซองฮา และ โต๋ เตรียมเพลงไทยเอาไว้เป็นของขวัญพิเศษมอบให้กับแฟนๆ ชาวไทยโดยเฉพาะ เริ่มต้นด้วยเพลง เดือนเพ็ญ เพลงไทยคลาสสิกที่เต็มไปด้วยท่วงทำนองแบบไทยๆ ถูกถ่ายทอดออกมาด้วยเครื่องดนตรีเพียงสองชิ้น คือกีตาร์และเปียโน แต่สะกดใจผู้ชมได้ทั้งฮอลล์ต่อด้วยเพลง คนไม่พิเศษ เพลงฮิตของโต๋ ปิดท้ายความทรงจำสุดพิเศษที่ 2 สุดยอดศิลปินจาก 2 ประเทศมอบให้กับแฟนๆ ชาวไทยในค่ำคืนนี้ แต่เซอร์ไพรส์เพลงไทยยังไม่หมด เมื่อ ซองฮา หยิบเอาเพลง ในลิ้นชัก เพลงไทยอะคูสติกจากยุค 80 ของวง กอหญ้าก่อนจะนำเข้าสู่ผลงานเพลงใหม่ของเขาที่มีชื่อว่า Dreaming ไตเติลแทร็กจากอัลบั้มล่าสุดซึ่งแต่งขึ้นจากตัวเขาเองฝันว่าได้แหวกว่ายอยู่ท่ามกลางทะเลแห่งดวงดาว บรรยากาศบนเวทีในตอนนี้จึงนำพาแฟนๆ เดินทางเข้าสู่ภาพจำลองความฝันของซองฮา ฉากหลังของท้องฟ้ายามค่ำที่เต็มไปด้วยดวงดาวส่องประกายเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของโชว์ในวันนี้กับบทเพลงอีกหนึ่งเซ็ตที่ถูกถ่ายทอดออกมาแบบต่อเนื่อง เริ่มต้นด้วยเพลงป็อปร่วมสมัยอย่าง Closer ของ The Chainsmokers ซึ่ง ซองฮา เปลี่ยนไวบ์จากต้นฉบับที่เป็นแนวอิเล็กโทรป็อปมาสู่ความเป็นอะคูสติกเต็มร้อยผ่านเสียงกีตาร์ของเขา ก่อนจะพาทุกคนย้อนเวลากลับไปในยุค 70 กับเพลงป็อปอมตะอย่าง Close to you ของวง The Carpenters ซึ่ง ซองฮา หยิบมาเรียบเรียงใหม่โดยใส่เทคนิคการเล่นกีตาร์ของเขาเข้าไป กลายเป็นเวอร์ชั่นที่เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้ฟังอย่างดีงาม แสงออกหูต่อเนื่องด้วย Seventh #9 เพลงจากอัลบั้ม L’Atelier ของตัวเขาเองเท่านั้นยังไม่พอเขาได้เลือกเพลงที่เหล่ามือกีตาร์ต่างยกให้เป็นเพลงที่ยากในการเล่นอย่าง Neon ของ John Mayer มาโชว์ให้ได้ฟังกัน ซึ่งเพลงนี้เขาได้นำมาเรียบเรียงใหม่ให้ออกมาเป็นแบบฟิงเกอร์สไตล์ที่นอกจากจะคงไลน์กีตาร์ยากๆ ของต้นฉบับไว้แล้ว ยังมีไลน์เมโลดี้ที่ถูกเพิ่มเติมเข้ามาให้ซับซ้อนยิ่งขึ้นไปอีกมาถึงเพลงสุดท้าย กีตาร์ริสต์แห่งมูคา ได้กล่าวขอบคุณแฟนๆ ที่มาร่วมสร้างช่วงเวลาดีๆ ด้วยกันในคอนเสิร์ตครั้งนี้ โดยเขาให้สัญญาว่าจะกลับมาแสดงให้ได้ชมกันอีกบ่อยๆ จากนั้นหยอดมุกเรียกรอยยิ้มว่าหลังจบเพลงนี้หากไม่มีใครร้องเรียกเขาแล้ว นั่นก็คงจะเป็นเพลงสุดท้ายจริงๆ ดังนั้นหากอยากฟังเพลงเพิ่มอีกให้ลองแกล้งๆ เรียกเขาสักหน่อยซึ่งเพลงสุดท้ายที่เขาเลือกมาปิดโชว์คือ Flaming ผลงานเพลงที่ได้รับความรักอย่างมากจากอัลบั้ม Monologue โดยทันทีที่โน้ตตัวสุดท้ายจบลงเสียงปรบมือของผู้ชมก็ดังกึกก้องขึ้นต่อเนื่องยาวนาน ส่งสัญญาณขออังกอร์จาก ซองฮา หนุ่มนักกีตาร์จึงไม่รอช้า กลับออกมาอีกครั้งพร้อมเพลง Classical Gas ที่ Tommy Emmanuel มือกีตาร์ระดับโลกผู้เป็นเหมือนฮีโร่ของเขาเคยเล่นไว้ มาเป็นเพลงส่งท้ายความทรงจำในคอนเสิร์ต 2022 Sungha Jung's Music Cafe [MuCa] live in Bangkokภาพ : JIN CORPORATION และ PICCOLO MUSIC ENTERTAINMENT

album
♪efm
-

-