ชาว ATIME - GREENWAVE และ EFM ร่วมส่งมอบความช่วยเหลือสู่พี่น้องชาวใต้ สู้วิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่

ENTERTAINMENT NEWS

ชาว ATIME - GREENWAVE และ EFM ร่วมส่งมอบความช่วยเหลือสู่พี่น้องชาวใต้ สู้วิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่

26 พ.ย. 2025

จากสถานการณ์อุทกภัยรุนแรง ที่กำลังส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ในภาคใต้ของไทยในขณะนี้ ATIME ร่วมกับคลื่นวิทยุในเครืออย่าง GREENWAVE 106.5 FM และ EFM94 ขยายพลังน้ำใจเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ ตอกย้ำความเป็นหนึ่งเดียวของคนไทยที่ไม่เคยทอดทิ้งกันในยามลำบาก

ภารกิจช่วยเหลือครั้งนี้นำโดย ดีเจพีเค–ปิยะวัฒน์ เข็มเพชร พี่ใหญ่แห่งรายการ แฉข่าวเช้า พร้อมเพื่อนดีเจและทีมงาน ATIME ที่ร่วมแรงรวบรวมสิ่งของจำเป็นต่อการยังชีพ ซึ่งได้รับการประสานข้อมูลจากทีมกู้ภัยในพื้นที่ว่าขาดแคลนอย่างเร่งด่วน อาทิ นมผงเด็กสูตร 1–2, ยาน้ำกัดเท้า, ยารักษาเชื้อรา, ยากันยุง, อาหารสุนัข–อาหารแมว, ผ้าอ้อมเด็ก–ผู้ใหญ่, ที่ชาร์ตไฟสำรอง, เสื้อผ้า ผ้าห่ม, กระดาษเปียก รวมถึงของใช้จำเป็นอื่น ๆ

สำหรับด้านการลำเลียง สิ่งของทั้งหมดได้ถูกบรรจุขึ้นรถบรรทุก เพื่อส่งตรงไปยังอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมีการประสานงานกับทีมกู้ภัยล่วงหน้า เพื่อร่วมลงพื้นที่และนำสิ่งของทุกชิ้นไปให้ถึงมือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วที่สุด

การรวมพลังครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของชาว ATIME ที่อยากเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการช่วยพี่น้องชาวใต้ก้าวผ่านช่วงเวลายากลำบาก พร้อมส่งต่อความอบอุ่นและพลังใจจากคนไทยที่ไม่เคยทิ้งกัน
 

related ENTERTAINMENT NEWS

พีพี-กฤษฏ์ เสียใจกับดราม่าที่เกิดขึ้น หลังโดนสมาชิกวง Gym and Swim พาดพิงผลงานและเหยียดเพศ

08 มิ.ย. 2022

พีพี-กฤษฏ์ เสียใจกับดราม่าที่เกิดขึ้น หลังโดนสมาชิกวง Gym and Swim พาดพิงผลงานและเหยียดเพศ

เป็นที่วิพากย์วิจารณ์กันอย่างหนักสำหรับแฮชแท็กดราม่าที่ร้อนแรงในโลกโซเชียล #แบนGymandswim (วันที่ 4 มิถุนายน 2565) หลังจากมีสมาชิกวง Gym and Swim ได้โพสต์พาดพิงผลงานและใช้ถ้อยคำในลักษณะเหยียดเพศ 2 ศิลปินชื่อดัง “บิวกิ้น พุฒิพงศ์” และ “พีพี กฤษฏ์” เมื่อทั้งคู่ได้โพสต์ภาพการร่วมขึ้นแสดงในงานเทศกาลดนตรี Summer Sonic 2022 ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งหลังจากมีกระแสดราม่า ทำให้ทางต้นสังกัดของวง Gym and Swim ได้ออกมาแถลงการณ์ขอโทษและลงโทษสมาชิกคนที่โพสต์เรียบร้อยแล้วภาพ : pp.krittล่าสุด “พีพี กฤษฏ์” ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นที่โดนพาดพิงว่า “เสียใจกับดราม่าที่เกิดขึ้น ถ้าเขาว่าพีคนเดียว พีรู้สึกไม่หนักเท่าที่เขาว่าบิวกิ้นและทีมของพีด้วย เพราะพี่ ๆ ทุกคนตั้งใจทำผลงานออกมาอย่างดีที่สุด และพีดีใจมาก ๆ ที่มีแฟนคลับรัก ซัพพอร์ตกันขนาดนี้”“พีอยากให้ทุกคนให้เกียรติและเคารพการตัดสินใจของพีเหมือนที่พีให้เกียรติและเคารพกันตัดสินใจของทุกคน ถือว่าเป็นประสบการณ์ในเรื่องที่จะโพสต์หรือพูดถึงใครในโซเชียลต้องระวังให้มาก ๆ เพราะมันเป็นพื้นที่สาธารณะ”

8 ปีที่หนูไม่เคยลืม... พ่อเป็นคนอารมณ์ร้อน เอาปืนจ่อหัวหนู วิ่งเท้าเปล่าหนีตายออกจากบ้าน ไปขออาศัยอยู่บ้านแฟน มาวันนี้แม่ขอให้กลับบ้าน ถ้าทุกคนเป็นหนูจะกลับไปไหมคะ?

10 ก.พ. 2023

8 ปีที่หนูไม่เคยลืม... พ่อเป็นคนอารมณ์ร้อน เอาปืนจ่อหัวหนู วิ่งเท้าเปล่าหนีตายออกจากบ้าน ไปขออาศัยอยู่บ้านแฟน มาวันนี้แม่ขอให้กลับบ้าน ถ้าทุกคนเป็นหนูจะกลับไปไหมคะ?

“คุณเค (นามสมมุติ)” อายุ 26 ปี สายแรกในรายการพุธทอล์คพุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (08/02/2023) ได้โทรเข้ามาปรึกษาดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างตนกับพ่อโดย “คุณเค (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘ต้องบอกก่อนว่าหนูเป็น LGBTQ แล้วเดิมทีครอบครัวของหนูอยู่กันด้วยความรักใคร่กันมาตลอด จนพ่อเริ่มมีปัญหากับแม่เรื่องที่พ่อมีบ้านเล็กบ้านน้อย แล้วก็ทำให้พ่อเปลี่ยนไป คุณพ่อไม่มีอาชีพ ปกติแม่จะเป็นคนเลี้ยงคนทั้งครอบครัวเลย และบอกเลยว่าหนูกับพ่อแทบไม่ค่อยได้คุยกันเลย เพราะพ่อเป็นคนอารมณ์ร้อนมากๆ หนูไม่สามารถปรึกษาอะไรได้เลย เวลามีปัญหาหรือไม่พอใจพ่อจะทำร้ายร่างกายทั้งหนูและแม่เลย แต่พ่อไม่ดื่ม อาจเป็นเพราะแกโตมาในพื้นฐานครอบครัวที่อารมณ์ร้อนด้วยพอหนูอายุได้ 18 ปี หนูก็ตั้งใจอ่านหนังสือเพื่อไปสอบเข้ามหาลัย แต่พ่อด้วยความที่แกว่าง ก็เลยรับลูกสุนัขมาเลี้ยง โดยที่ไม่ได้ปรึกษาคนในบ้านเลย แล้วน้องเขาก็ยังเด็ก พ่อเลยให้หนูเลี้ยงแทน ในขณะที่หนูกำลังพยายามทำเกรด ตั้งใจเรียน ทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อจะได้เข้ามหาลัยตามที่คาดหวังไว้ แล้วหนูก็อดทนเลี้ยงมาให้พ่อสักพักนึง หนูก็เริ่มทนไม่ไหวแล้ว ก็ไปบอกกับพ่อดีๆว่าให้พ่อไปดูแลหมาแทนได้มั้ย? เพราะหนูต้องอ่านหนังสือ คือหนูพูดตรงๆเลย และไม่ได้มีทะเลาะอะไรกันเลย แต่หลังจากนั้นพ่อก็โมโหหนูมาก แล้วก็พังห้องที่หนูกำลังอ่านหนังสือสอบอยู่ พีคสุดคือพ่อเอาปืนมาจ่อที่หัวของหนู แล้ววันนั้นก็คือเวลาเที่ยงคืนแล้ว มันดึกมาก หนูก็วิ่งออกมาจากบ้านเท้าเปล่าเลย ตอนแรกนึกว่าพ่อแค่ไม่พอใจหนู แต่มันไม่น่าใช่ เพราะหนูได้ยินเสียงปืนมาจากหลังบ้าน หนูก็รู้เลยว่าถ้าไม่ออกมาตอนนั้นคือหนูไม่รอดแล้วแต่หนูโชคดีอย่างนึง คือ หนูมีแฟน แล้วมันก็เป็นช่วงที่หนูเรียนจบพอดี ก็เลยไปอยู่มหาลัย เรียนมาประมาณ 5 – 6 ปี เรียนจบหนูก็กลับมาอยู่บ้านแฟน แต่ไม่ได้กลับไปบ้านตัวเอง เพราะมันยังมีเรื่องที่ยังไม่เคลียร์ใจ ตั้งแต่วันที่หนีออกมาหนูก็ไม่เคยกลับบ้านเลย 8 ปีแล้ว จนตอนนี้หนูก็ทำงานแล้ว ปกติจะโทรคุยกับแม่ แต่เรื่องนี้แม่ไม่เคยทราบเลยว่าหนูมีปัญหาในใจตลอด และพ่อก็ไม่เคยโทรมาถามความรู้สึกหนูเลยว่าหนูรู้สึกยังไง หนูมีน้องสาว 1 คน แต่พ่อจะรักใคร่เอ็นดูมากกว่าเพราะน้องเป็นผู้หญิงด้วย แต่หนูเป็นเพศทางเลือก พ่อก็เป็นคนจีนด้วยเขาก็คงไม่โอเค แต่น้องก็เจอแบบที่หนูเจอเหมือนกัน...แม่ก็ถามหนูว่าอยู่บ้านแฟนนานแล้ว ไม่เกรงใจเขาหรอ? แต่จริงๆหนูช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายเขาทุกอย่าง เพราะหนูไม่อยากเป็นภาระใคร แต่แม่อยากให้หนูกลับไปอยู่บ้าน ถามว่าอยากกลับมั้ย หนูก็อยาก แม่ชอบพูดเข้าข้างพ่อ บอกว่าพ่อดีขึ้นแล้วนะ เขาอายุมากขึ้นแล้ว ความคิดเขาคงเปลี่ยน ไม่เป็นแบบนั้นแล้ว แต่เมื่อไม่นานมานี้แม่ก็ยังโทรมาเล่าเรื่องที่พ่อฟิลขาด อารมณ์ร้อน ให้หนูฟังเหมือนเดิม หนูก็กลัวจะโดนอีก หนูก็เข้าใจแหละว่าแม่รักพ่อ แต่ในใจหนูตอนนี้คือมองหน้าพ่อไม่ได้แล้ว ไม่รู้จะคุยเรื่องอะไร แต่แม่อยากให้กลับไปอยู่บ้าน อยากให้กลับไปอยู่กับครอบครัวเหมือนเดิม แต่หนูคิดว่าครอบครัวหนูเขาก็ควรเซฟความรู้สึกหนูด้วยสิ ไม่ใช่แค่อยู่ครบ อยู่กันครบแล้วทำไม? หนูโตแล้ว และหนูรู้ว่ายังไงพ่อก็เปลี่ยนไม่ได้ถ้าเป็นพวกพี่ๆดีเจ จะกลับไปอยู่กับครอบครัวตัวเองมั้ย? หรือจะอยู่ตรงนี้ของเราเหมือนเดิมดีแล้ว?3 ดีเจได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ตอนนี้เคอายุ 26 ปีแล้ว ควรจะเป็นช่วงเวลาที่จะสร้างเนื้อสร้างตัว หรือหาความมั่นคง หาเอนเนอร์จี้ในการทำงาน ไม่ใช่มานั่ง Toxic กับครอบครัว ถ้าแม่อยากเจอให้นัดแม่มาหาหรือมาเจอกันข้างนอก ไม่จำเป็นต้องเข้าไปอยู่ในบ้าน ถ้าพ่อ Toxic ไม่ต้องรับโทรศัพท์ ถ้าพ่อแรงมาก็แรงกลับได้ให้รู้ว่าไม่ยอมแล้วเหมือนกันแสดงออกชัดเจนไปเลยว่าถ้าพ่อจะเป็นคนแบบนี้ก็อย่ามายุ่งกับเค ต่อให้วันนึงบังเอิญเจอกับพ่อ แล้วพ่อทำอะไรที่รุนแรงกับเราหรือร่างกายเราก็ต้องไม่ยอมนะ หรือถ้าเอาปืนมาจ่อหัวอีก ให้แจ้งตำรวจ ลงบันทึกประจำวันเคเก่งมากเลยนะ สำหรับสิ่งที่เคต้องเจอ สามารถประคองชีวิตได้ และต้องขอบคุณแฟนเคด้วยที่เขาเป็นครอบครัว บ้านอีกหลังให้เค ทั้งๆที่บ้านจริงๆ มันไม่น่าอยู่ และมันไม่มีประโยชน์อะไรเลยกับการที่จะกลับไปเพื่อให้แม่สบายใจว่าเรามีภาพพ่อ-แม่-ลูกอยู่พร้อมกัน แต่ความรู้สึกของคนที่เป็นลูกและพ่อ มันไม่เคยได้เชื่อมสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเลย แล้วจะกลับไปเพื่ออะไร?ตอนนี้พยายามทำชีวิตตัวเองให้ดีเพื่อวันใดวันหนึ่งเราได้ดูแล เอาน้องออกมาจากบ้านนั้นได้ ส่วนแม่ละไว้ในฐานที่เข้าใจเลยว่านี่คือชีวิตที่เขาเลือกว่าเขาจะทนอยู่กับผู้ชายคนนี้ จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่สำหรับเรา เราเลือกจะมีชีวิตเราได้ เราเลือกที่จะไม่กลับไปเจอคนแบบนี้ที่ไม่ทำให้ชีวิตเราดีขึ้น...เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางhttps://www.youtube.com/live/sC5zxuGHJQQ?feature=shareใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนคลับเฮ! “นุ๊ก - ปาย” กับภาพยนต์เรื่องแรก “เฟื่อน” มากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟน

04 ส.ค. 2022

แฟนคลับเฮ! “นุ๊ก - ปาย” กับภาพยนต์เรื่องแรก “เฟื่อน” มากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟน

นับว่าเป็นข่าวดีของแฟนคลับ “นุ๊ก ธนดล” และ “ป๊ายปาย โอริโอ้” ที่ล่าสุด!ทางค่าย “สิงห์มิวสิค” ได้ปล่อยตัวอย่างภาพยนต์เรื่อง “เฟื่อน” (More Than Friend) ออกมาให้แฟนๆ ได้ชมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เรียกได้ว่าเป็นภาพยนต์เรื่องแรกของทั้งคู่เลยทีเดียว โดยมีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนต์วันที่ 18 สิงหาคมนี้ สำหรับภาพยนต์เรื่อง “เฟื่อน” จะเป็นเรื่องราวของชายหนุ่ม (นุ๊ก) อกหัก ที่กำลังออกเดินทางตามหาความฝัน เพื่อจะเป็นนักร้อง และก็ได้มีโอกาศโคจรมาเจอกับเพื่อนซี้ (ป๊ายปาย) ในสมัยเรียน แต่แล้วก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้ทั้งคู่ต้องอยู่ใกล้ชิดกัน จนทำให้เกิดความรู้สึกที่มากกว่าเพื่อน แต่ยังไม่ใช่แฟน งานนี้ความสัมพันธ์ของ “นุ๊ก - ปาย” จะดำเนินต่อไปอย่างไร ต้องติดตามกันต่อได้ในภาพยนต์เรื่อง “เฟื่อน” (More Than Friend) เฉพาะโรงภาพยนตร์ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเท่านั้นภาพ : Support NookPai

เซนส์แรงเป็นเหตุ จะเกิดอะไรขึ้น?! เมื่อ ‘คน’ มีเพื่อนเป็น ‘ผี’ !!

27 ต.ค. 2022

เซนส์แรงเป็นเหตุ จะเกิดอะไรขึ้น?! เมื่อ ‘คน’ มีเพื่อนเป็น ‘ผี’ !!

ใครเป็นเด็กหอต้องมีเสียวสันหลัง เมื่อได้ฟังเรื่อง “รูมเมท” จากคุณนุ๊ก สายที่ 2 ในรายการ “อังคารคลุมโปง” เธอได้โทรเข้ามาแชร์ประสบการณ์ขวัญผวาของคนมีเซนส์ เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา (25 ตุลาคม 2565)“อยู่ที่ไหน นุ๊กก็จะมีรูมเมท” คุณนุ๊กเปิดหัวเรื่องด้วยประโยคชวนขนลุก ก่อนจะเล่าว่า ในช่วงที่ยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่นั้น คุณนุ๊กพักอยู่หอในกับรูมเมท (คน) ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ทางคุณนุ๊กเองก็ได้บอกรูมเมทไปล่วงหน้าว่า “เราอาจจะเห็นอะไรแปลกๆ นะ” รูมเมทก็ตอบกลับมาว่า “เราชอบฟังเรื่องผี” ทั้งสองจึงอยู่ด้วยได้กันช่วงแรกหลังจากได้เข้าไปอยู่ คุณนุ๊กก็รู้สึกว่าเหมือนมีใครอีกคนอยู่ในห้อง หลังๆ ก็เริ่มรู้สึกมากขึ้น อย่างตอนที่นั่งทำงานอยู่บนโต๊ะก็จะรู้สึกว่าที่หางตามีผู้หญิงนั่งอยู่ปลายเตียงของรูมเมท ในทุกๆคืน คุณนุ๊กจะสวดมนต์ก่อนนอน แต่ถ้าวันไหนไม่ได้สวด ก็จะรู้สึกว่ามีอะไรมาดึงขาบ้าง มาทุบที่คางบ้างและนั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นมีอยู่วันหนึ่งคุณนุ๊กกลับมานอนพักที่ห้อง ระหว่างที่กำลังกึ่งหลับกึ่งตื่น ตอนนั้นเธอรู้สึกตัว แต่ขยับไม่ได้ จากนั้นก็เห็นคนเปิดประตูเข้ามา ซึ่งก็คิดว่าเป็นรูมเมท สักพักพอคนนั้นเดินมาข้างๆ เตียง เธอก็เริ่มรู้สึกว่ามันแปลกเพราะตรงเตียงของคุณนุ๊กและรูมเมทนั้นจัดชิดติดกันตั้งแต่แรกไม่มีช่องว่างที่จะสามารถเดินเข้ามาได้แล้วคนๆ นั้นเธอเดินเข้ามาระหว่างเตียงคุณนุ๊กกับเตียงรูมเมทได้ยังไง?จากนั้นเธอก็ยื่นมือมาจัดหิ้งพระที่คุณนุ๊กนำมาวางไว้บนหัวเตียง พอเสร็จ เรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้น ก็กำลังจะเกิดขึ้น!เธอค่อยๆ นั่งลงกับพื้นแล้วก็เอามือจับขอบเตียงทั้งสองข้าง ใบหน้ายื่นเข้ามาหาคุณนุ๊กในระยะประชิด! ลักษณะตาโบ๋ลึกเข้าไป ปากก็โบ๋กว้าง คุณนุ๊กคิดในใจว่าไม่ใช่รูมเมทแล้ว ไม่ใช่แม้กระทั่งคนด้วยซ้ำไป จึงพยายามคิดว่าจะทำยังไงให้หลุดออกจากตรงนี้ ในระหว่างนั้นก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น คุณนุ๊กก็หลุดออกจากตรงนั้นพลันคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู ปรากฏว่าไม่มีเบอร์ใครโทรเข้ามาเลย คุณนุ๊กไม่รอช้า รีบออกจากห้องทันทีหลังจากวันนั้น คุณนุ๊กก็ไม่กล้านอนคนเดียวในตอนกลางวันอีกเลย และมักจะชวนเพื่อนอีก 2 คนมานั่งเล่นด้วยแทน หนึ่งในบทสนทนาคือประสบการณ์หลอนที่คุณนุ๊กมักจะเจอ แต่แล้วคุณนุ๊กและเพื่อนอีกคนก็ต้องหันมามองหน้ากัน เมื่อได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ดังแว่วมา ทั้งคู่พยายามไม่คิดอะไร และทำตัวให้ปกติที่สุด เพื่อให้เพื่อนอีกคนที่ไม่ได้ยินเสียงนั้นสบายใจนอกจากเหตุการณ์นั้นแล้ว คุณนุ๊กก็ยังเจออีกเรื่อยๆ เช่น มีเพื่อนมาอยู่ด้วยในขณะที่คุณนุ๊กนั่งสวดมนต์อยู่ เพื่อนคนนั้นก็ได้ยินเสียงสวดมนต์เป็นเสียงผู้หญิงหวานๆ ตอนแรกก็นึกว่าเป็นคุณนุ๊กที่สวด แต่พอมองไปที่คุณนุ๊กก็พบว่า เธอสวดอยู่ในใจ ไม่ได้อ้าปากออกเสียงอะไรเลย ส่วนคุณนุ๊กเองก็เคยได้ยินคนสวดมนต์ตามเสียงตัวเองเหมือนกัน ก็เข้าใจว่ารูมเมทมาร่วมสวดด้วย แต่พอหันไปดูก็พบว่าเขาแค่นั่งดูโทรทัศน์ไม่ได้ขยับปากแม้กระทั่งรูมเมทที่บอกว่าชอบฟังเรื่องผี แต่ไม่เคยเจอกับตัว กลายเป็นว่าเขาก็ต้องเจอไปด้วย อย่างในตอนที่ออกมาจากห้องน้ำ ก็เห็นผู้หญิงยืนหันหลังอยู่ คิดว่าเป็นคุณนุ๊ก จึงเรียก แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับแต่อย่างใด รูมเมทจึงไม่ได้สนใจ พอเดินมาที่กลางห้อง ถึงได้เห็นว่าคุณนุ๊กยืนส่องกระจกอยู่ที่หน้าห้องน้ำ ซึ่งเป็นคนละตำแหน่งกับที่เจอเมื่อสักครู่นี้เมื่อไม่สามารถย้ายหอได้เพราะข้อจำกัดหลายๆ อย่าง คุณนุ๊กจึงทำได้เพียงสวดมนต์และแผ่เมตตาให้บ่อยๆ หลังจากนั้นก็เริ่มดีขึ้น ไม่ค่อยปรากฏตัวให้เห็น และเริ่มมาเฉพาะตอนที่ต้องการความช่วยเหลือ เช่น มีครั้งหนึ่งที่คุณนุ๊กป่วย คืนนั้นคุณนุ๊กกำลังโทรคุยกับเพื่อน พอเวลาประมาณ 5 ทุ่ม เพื่อนก็ถามว่า “ห้ะ? พูดว่าอะไรนะ?” จากนั้นสายก็ตัดไป พยายามโทรกลับไปหาเท่าไหร่ก็ไม่ติด แต่ก็ไม่คิดอะไรแล้วก็นอนหลับไป วันต่อมา คุณนุ๊กก็ถามเพื่อนว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อนก็บอกว่าได้ยินเสียงผู้หยิงพูดแทรกเข้ามาว่า “พอแล้วนะ จะให้นอน” ด้วยน้ำเสียงไพเราะฟังสบายและอีกเหตุการณ์ที่คุณนุ๊กจำได้แม่นเลยก็คือ ในตอนนั้น สมุดบัญชีได้หายไปทั้งหมด 2 เล่ม คุณนุ๊กก็มานั่งที่เตียงแล้วก็พึมพำว่า “ช่วยนุ๊กหาสมุดบัญชีหน่อยสิ” สักพักก็มีความรู้สึกให้เดินไปที่เก้าอี้ที่มีประเป๋าแขวนไว้ พอเปิดดูก็พบสมุดบัญชีเล่มหนึ่ง จากนั้นคุณนุ๊กก็กลับมานั่งที่เตียงแล้วบอกว่า “เจอเล่มเดียวเอง แล้วอีกเล่มนึงล่ะ?” หลังจากนั้นก็รู้สึกว่าต้องเดินกลับไปที่เดิม แล้วก็มองไปที่พื้น ซึ่งรอบแรก คุณนุ๊กมั่นใจเลยว่าไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้นจริงๆ พอมารอบนี้ก็พบสมุดบัญชีวางอยู่คุณนุ๊กเล่าเพิ่มว่า ช่วงหนึ่งรูมเมทที่เคยอยู่ด้วยกันมีเหตุต้องย้ายออกไป ทำให้คนใหม่ย้ายมา แต่ก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันอย่างสบายใจนัก เพราะคนใหม่มักคุยโทรศัพท์เสียงดัง คุณนุ๊กจึงคิดในใจว่า “อยากนอนอ่ะ จัดการให้หน่อย” หลังจากพูดเสร็จ อยู่ดีๆ รูมเมทคนใหม่ก็วางสายแล้วก็นอนทันทีคุณนุ๊กเองในตอนนั้น ก็รู้สึกเหมือนว่าเขาเป็นเพื่อนคนนึงไปแล้ว ตอนที่ต้องย้ายออกจากหอ คุณนุ๊กก็ร้องไห้เพราะรู้สึกผูกพัน หลังจากนั้นก็มีทำบุญให้เรื่อยๆอีกเหตุการณ์ที่คุณนุ๊กเล่า คือก่อนหน้าที่คุณนุ๊กจะย้ายเข้าไปอยู่ ที่ชั้น 5 ของหอนี้ได้เกิดเหตุมีคนเสียชีวิต คุณนุ๊กเองก็ทราบและไม่อยากอยู่ที่นี่ ไม่อยากได้ห้องหมายเลข 214 ที่เป็นห้องตรงสามแยกพอดี แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ วันหนึ่งขณะกำลังจะเดินไปขึ้นลิฟต์ ก็สังเกตเห็นผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งใส่กระโปรงสั้นเดินเข้าไปในลิฟต์ก่อน แต่คุณนุ๊กอยากขึ้นแค่คนเดียว จึงยืนรออยู่หน้าลิฟต์ ส่วนผู้หญิงคนนั้นก็ไม่กดลิฟต์สักที คุณนุ๊กจึงเดินเข้าไป ปรากฏว่าในลิฟต์ดันไม่มีใครอยู่เลย คุณนุ๊กที่ชินกับเรื่องแบบนี้ จึงไม่ได้คิดอะไรมาก แต่หลังจากนั้นก็ได้มีโอกาสคุยกับยามประจำหอ พี่ยามก็บอกว่า “อ๋อ คนเห็นประจำ น่าจะเป็นคนที่ชั้น 5 ส่วนลิฟต์ตัวนั้น เป็นลิฟต์ที่ขนศพเขาลงมา”ปัจจุบัน คุณนุ๊กก็ยังคงมีเซนส์ มักจะเห็นอะไรที่คนปกติไม่เห็นอยู่เสมอสามารถติดตามชมความหลอนย้อนหลังแบบเต็มๆ ได้ทาง

album
efm
-

-