‘ซองแดงแต่งผี’ เปิดตัวที่ญี่ปุ่น พร้อมถูกเลือกให้เข้าฉายสายประกวด Osaka Asian Film Festival 2025

ENTERTAINMENT NEWS

‘ซองแดงแต่งผี’ เปิดตัวที่ญี่ปุ่น พร้อมถูกเลือกให้เข้าฉายสายประกวด Osaka Asian Film Festival 2025

01 ส.ค. 2025

ภาพยนตร์ไทยแนวหลอนคอมเมดี้ ‘ซองแดงแต่งผี’ เดินหน้าสร้างความสำเร็จต่อเนื่อง ล่าสุดได้รับเลือกให้เข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ The 21st Osaka Asian Film Festival - EXPO2025 ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เปิดตัวต่อสายตาผู้ชมชาวญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ หรือในฐานะ Japan Premiere

ไม่เพียงแค่นั้น ‘ซองแดงแต่งผี’ ยังได้รับเลือกให้เข้าฉายในสาย Competition หรือสายประกวดหลักของเทศกาล ซึ่งเป็นเวทีสำคัญที่ภาพยนตร์จากทั่วเอเชียจะได้ร่วมชิงรางวัลในหลากหลายสาขา

สำหรับ The 21st Osaka Asian Film Festival - EXPO2025 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม – 7 กันยายน 2025 ณ Osaka City Central Public Hall โดยภาพยนตร์เรื่อง ‘ซองแดงแต่งผี’ จะมีรอบฉายทั้งหมด 2 รอบ ได้แก่ วันจันทร์ที่ 1 กันยายน 2025 เวลา 19:00 น. และวันเสาร์ที่ 6 กันยายน 2025 เวลา 10:00 น. ที่ ABC Hall

นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของวงการภาพยนตร์ไทย ที่สามารถก้าวไปสู่สายตาผู้ชมระดับนานาชาติ พร้อมร่วมลุ้นความสำเร็จของ ‘ซองแดงแต่งผี’ บนเวทีระดับเอเชียครั้งนี้ไปด้วยกัน

ภาพ : GDH

related ENTERTAINMENT NEWS

บิวกิ้น-พีพี เคลียร์ข่าวซุบซิบคู่จิ้นมีแฟน ย้ำไม่ว่าสถานะไหน ก็พร้อมจะให้เกียรติและซัพพอร์ตกัน

22 พ.ย. 2022

บิวกิ้น-พีพี เคลียร์ข่าวซุบซิบคู่จิ้นมีแฟน ย้ำไม่ว่าสถานะไหน ก็พร้อมจะให้เกียรติและซัพพอร์ตกัน

ย้อนกลับไปในช่วงสัปดาห์ก่อน บนโซเชียลมีข่าวบันเทิงซุบซิบหนึ่งข่าว ว่าด้วยเรื่องราวของคู่จิ้นคู่ดังของวงการบันเทิง ที่มีฝ่ายหนึ่งมีแฟนแต่ไม่กล้าเปิดตัวคนรัก เพราะเกรงว่าความนิยมของคู่จิ้นจะลดน้อยลง และกลายเป็นประเด็นที่ชาวเน็ตหยิบมาพูดถึงมากมาย อีกทั้งยังไม่วายมีการเชื่อมโยงข่าวดังกล่าวว่าเป็นคู่จิ้นคู่ไหนกันนะ ซึ่งหนึ่งคนที่โดยโยงไปเอี่ยวกับข่าวนี้คือ บิวกิ้น พุฒิพงศ์ กับ พีพี กฤษฏ์ สองนักแสดงสุดฮอตแต่ดูเหมือนว่าดราม่าไหนๆ ก็คงไม่อาจทำลายความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของทั้งคู่ได้ เพราะไม่กี่วันก่อนทั้ง บิวกิ้น และ พีพี ก็ถือโอกาสแพ็คคู่ออกมาตอบข่าวซุบซิบดังกล่าวแล้วว่า ไม่ใช่คู่ของตัวเองอย่างแน่นอน อีกทั้งยังคอนเฟิร์มว่า หากวันหนึ่งวันใดใครได้พบเจอกับคนพิเศษ มันก็จะมีแต่ความยินดี รวมทั้งซัพพอร์ตให้กำลังใจกันเสมอไปบิวกิ้น : “สำหรับผมนะผมไม่ได้ซีเรียสเรื่องอะไรแบบนั้นอยู่แล้ว จากที่เราเคยไปสัมภาษณ์ที่ผ่านมาคนก็จะถามว่า ถ้าอีกคนหนึ่งมีแฟน แล้วอีกคนจะรู้สึกยังไง ผมรู้สึกว่าสำหรับผมกับพีพี ถ้าเกิดเขาจะมีแฟนเราก็รู้สึกว่าเราให้เกียรติและเราก็ซัพพอร์ตเขาอยู่แล้ว ผมก็รู้สึกว่าพีพีก็น่าจะเหมือนกัน”พีพี : “นอนยันเลย (หัวเราะ) จริงๆ ใครจะโยงยังไงมันก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลของแต่ละคนการที่เขาจะโพสต์ จะแชร์อะไร เรารู้สึกว่าก็เข้าใจว่ามันอาจจะหมายถึงเราก็ได้ หรืออาจจะหมายถึงใครก็ได้ หรือจะเป็นคนอื่นก็ได้แต่เรารู้สึกว่าขอให้เคารพพื้นที่ส่วนตัวซึ่งกันและกันด้วยนะครับ”ภาพ : bbillkin

GDH เตรียมเปิดกล้องถ่ายทำ ‘The Marriage’ กำกับโดย บอส นฤเบศ และมี เจฟ ซาเตอร์-อิงฟ้า วราหะ นำแสดง

30 พ.ย. 2023

GDH เตรียมเปิดกล้องถ่ายทำ ‘The Marriage’ กำกับโดย บอส นฤเบศ และมี เจฟ ซาเตอร์-อิงฟ้า วราหะ นำแสดง

GDH ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าของโปรเจกต์ล่าสุดอย่าง The Marriage (Working Title) ว่า กำลังจะเดินหน้าเปิดกล้องถ่ายทำกันแล้ว หลังจากมีเหตุให้ต้องชะงัก และมีการประกาศปรับเปลี่ยนทีมนักแสดงนำของเรื่องเมื่อช่วงสิงหาคมที่ผ่านมาสำหรับ The Marriage (Working Title) หรือชื่อเดิมคือ Project D ผลงานการกำกับของ บอส-นฤเบศ​ กูโน ที่มี เก้ง-จิระ มะลิกุล และ วัน-วรรณฤดี พงษ์สิทธิศักดิ์ นั่งเก้าอี้เป็นโปรดิวเซอร์ ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน GDH Line Up 2023 ซึ่งว่างเอาไว้ว่าจะเป็นครั้งแรกของ พีพี กฤษฎ์ และ อิงฟ้า วราหะ ที่ได้โคจรมาเจอกันในงานแสดงเป็นครั้งแรก แต่มีเหตุให้ต้องระงับโปรเจกต์ และปรับเปลี่ยนทีมนักแสดงอีกครั้งซึ่งได้ เจฟ ซาเตอร์ ศิลปินดังมาถ่ายทอดความเข้มข้นสู่สายตาผู้ชม อีกทั้งยังมี หฤษฎ์ บัวย้อย ร่วมเสริมทัพด้วยเจฟ เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่า คาแร็กเตอร์ในเรื่องนี้ถือว่าเป็นที่สุดของการทรานส์ฟอร์มตัวเอง เพราะจะเป็นครั้งแรกของเขากับการปรับลุคเป็นคนผิวดำและโกนหัว ซึ่งเขามองว่าหากจะต้องไปเป็นคนอื่น ก็ต้องทิ้งตัวตนของตัวเองไว้ที่หน้าเซ็ตแล้วเข้าไปในโลกของตัวละครนั้นจริง ๆ ต้องรอดูว่าฝีมือการแสดงของเขาจะออกมาเป็นยังไง แต่ที่แน่ ๆ เจฟ ก็ทุ่มสุดตัวเลยทีเดียวแฟน ๆ สามารถรอติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของ The Marriage (Working Title) ได้ทุกช่องทางโซเชียลมีเดียของ GDHภาพ : GDH

เจฟ ซาเตอร์ จะมารับบทนำใน Project D ของ GDH ร่วมกับ อิงฟ้า วราหะ ซึ่งมีกำหนดเปิดกล้องปลายปีนี้

29 ส.ค. 2023

เจฟ ซาเตอร์ จะมารับบทนำใน Project D ของ GDH ร่วมกับ อิงฟ้า วราหะ ซึ่งมีกำหนดเปิดกล้องปลายปีนี้

GDH ออกมาอัปเดตความคืบหน้าของ Project D (Working Title) หนึ่งในโปรเจกต์ภาพยนตร์ชิ้นใหม่ของ GDH ผลงานของผู้กำกับ บอส-นฤเบศ กูโน ว่าจะกลับมาเริ่มกระบวนการทำงานอีกครั้ง หลังต้องระงับการทำงานไปชั่วคราว โดยมีความเปลี่ยนแปลงลิสของนักแสดงซึ่งครั้งนี้ได้ เจฟ ซาเตอร์ (Jeff Satur) ศิลปินและนักแสดงมากความสามารถมารับบทนำคู่กับ อิงฟ้า วราหะ“บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด ขอประกาศอัปเดตความคืบหน้าของภาพยนตร์ โปรเจกต์ D (Working Title) ซึ่งทางบริษัทมีเหตุจำเป็นต้องระงับการถ่ายทำไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เนื่องจากความไม่ลงตัวของระยะเวลาในการเตรียมงาน“ซึ่งทางบริษัทฯ ผู้กำกับภาพยนตร์ และทีมงานที่เกี่ยวข้องกับโปรเจกต์นี้ ได้ใช้เวลาในช่วงที่ผ่านมาในการแก้ไขปรับเปลี่ยนรายละเอียดต่างๆ ของบทภาพยนตร์จนสมบูรณ์เรียบร้อย ทางบริษัทฯ จึงขอแจ้งให้แฟน ๆ ทราบว่า ขณะนี้ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวกำลังจะเข้าสู่กระบวนการเตรียมงานก่อนการถ่ายทำจริงแล้ว โดยทีมนักแสดงหลักทั้ง 5 ท่าน ได้แก่ เจฟ ซาเตอร์, อิงฟ้า วราหะ, พงศกร เมตตาริกานนท์, หฤษฎ์ บัวย้อย และ สีดา พัวพิมล จะเริ่มทำการเวิร์กช็อปร่วมกัน เพื่อให้พร้อมสำหรับการเปิดกล้องที่จะเกิดขึ้นในปลายปีนี้“ทางบริษัทฯ ขอขอบคุณแฟนๆ ที่ให้ความสนใจรอชมภาพยนตร์เรื่องนี้ และให้การสนับสนุนที่ดีเสมอมา”สำหรับ Project D ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน GDH Line Up 2023 นำแสดงโดย พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร แต่เนื่องด้วยระยะเวลาในการเตรียมงาน รวมถึงสถานที่ที่ไม่ลงตัว ทำให้ต้องระงับการถ่ายทำไปชั่วคราว ขณะที่แฟนคลับเองก็แอบเสียดายที่จะไม่ได้เห็นฝีมือการแสดงภาพยนตร์ของ พีพี แต่ก็เคารพการตัดสินใจของทุกฝ่ายทางด้าน เจฟ ซาเตอร์ ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้แล้วว่า เป็นโอกาสดีที่ได้ร่วมงานกับทาง GDH และนักแสดงทุกคนในเรื่อง ส่วนตัวเขารู้สึกว่าเป็นงานที่ท้าทายมาก รวมถึงประเด็นหลักของเรื่องที่จะพูดถึงก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจทีเดียว“จริงๆ เราคุยกันมาประมาณ 3-4 เดือนแล้ว พอได้เห็นตัวบทก็รู้สึกว่ามันท้าทายมาก หลังจากนั้นก็ได้เข้าไปแคสต์กับพี่บอสผู้กำกับ ความน่าสนใจของตัวบทคือ มีการพูดถึงประเด็นที่น่าสนใจมาก ๆ ซึ่งเกี่ยวกับ LGBT ด้วย แล้วมันเป็นประเด็นที่ผมพูดมาตลอด เรารู้สึกว่าก็ดีนะถ้าเราจะได้เป็นตัวแทนในการพูดถึงเรื่องนี้แทนคนที่เขาไม่สามารถพูดออกมาได้ รวมถึงไดนามิกของเรื่องมันค่อย ๆ ไล่ไปจนถึงจุดที่มันไม่น่าจะไปถึงได้“ตอนแรกผมก็รู้สึกกังวลว่าผมเหมาะหรือเปล่า ซึ่งผู้ใหญ่บอกว่าจากการได้ดูวิดีโอแคสต์ก็รู้สึกว่านี่เป็นเวอร์ชั่นที่เขาอยากจะเห็นในหนังเรื่องนี้ ตอนแรกที่ผมกังวลเพราะตัวบทมันท้าทายมาก แล้วผมอาจจะมีเวลาเตรียมตัวไม่ได้เยอะขนาดนั้น แล้วการที่จะต้องทรานส์ฟอร์มตัวเองไปเป็นคนอื่นมันก็ยาก การทำงานเพลงมันคือการเป็นตัวเรา แต่งานหนังมันเป็นการทิ้งตัวเราแล้วไปเป็นคนอื่น“ผมไม่ได้รู้สึกว่ามันกดดันอะไรในเรื่องนี้ แต่ถ้าจะกดดันผมกดดันกับเรื่องบทมากกว่า ในฐานะเป็นนักแสดงสิ่งที่ต้องทำการบ้านจริง ๆ คือตัวบท แล้วเราจะไปเป็นคนคนนั้นในหนังเรื่องนี้ได้ยังไง”เจฟ ยังบอกอีกว่า คาแร็กเตอร์ในเรื่องนี้ถือว่าเป็นที่สุดของการทรานส์ฟอร์มตัวเอง เพราะนี่จะเป็นครั้งแรกที่แฟน ๆ ได้เห็นเขาในลุคผิวดำและต้องโกนหัว ซึ่งเขามองว่าหากจะต้องไปเป็นคนอื่น ก็ต้องทิ้งตัวตนของตัวเองไว้ที่หน้าเซ็ตแล้วเข้าไปในโลกของตัวละครนั้นจริง ๆ ต้องรอดูว่าฝีมือการแสดงของเขาจะออกมาเป็นยังไง แต่ที่แน่ ๆ เจฟ ก็ทุ่มสุดตัวเลยทีเดียวภาพ : Wayfer Records

บิวกิ้น พุฒิพงศ์ ทุ่มสุดตัว! ปรับลุค-ลดน้ำหนักกว่า 10 กิโลเพื่อบท ‘เอ็ม’ ในภาพยนตร์เรื่องแรก ‘หลานม่า’

06 มี.ค. 2024

บิวกิ้น พุฒิพงศ์ ทุ่มสุดตัว! ปรับลุค-ลดน้ำหนักกว่า 10 กิโลเพื่อบท ‘เอ็ม’ ในภาพยนตร์เรื่องแรก ‘หลานม่า’

อีกเพียงไม่กี่สัปดาห์แฟน ๆ ก็จะได้รับชม ‘หลานม่า’ ภาพยนตร์เรื่องแรกของปีจาก GDH ฝีมือการกำกับของ พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์ ที่เตรียมพาคอหนังเปิดประตูเข้าบ้านไปสำรวจความสัมพันธ์ภายในครอบครัวว่า เราแอบหลงลืมที่จะดูแลเอาใจใส่ใครคนใดคนหนึ่งในบ้านไปหรือเปล่า โดยหยิบยกเอาความผูกพันของสมาชิกหลากเจเนอเรชันในครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีนมาถ่ายทอด เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศวันครอบครัว และเทศกาลหยุดยาวที่กำลังจะมาถึงหนึ่งในสิ่งที่แฟน ๆ เซอร์ไพรส์และเฝ้ารอคือ ฝีมือการแสดงของ บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล เพราะนี่เป็นครั้งแรกของเขาในฐานะนักแสดงภาพยนตร์ กับการรับบทเป็น ‘เอ็ม’ หลายชายของอาม่า และเพื่อให้สื่อสารเรื่องราวของตัวละครนี้ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด บิวกิ้น จึงทุ่มเททั้งกายและใจ ใส่เต็มร้อยทั้งเวิร์กช็อป และยอมปรับลุคด้วยการรีดน้ำหนักลงไปกว่า 10 กิโลกรัม นับเป็นอีกบทบาทที่ท้าทายอาชีพนักแสดงของเขาไม่น้อยบิวกิ้น เล่าให้เราฟังว่า ผลงานเรื่องนี้เป็นเหมือนการเปิดประตูบานใหม่ในโลกของการแสดง และเพื่อสื่อสารตัวละคร ‘เอ็ม’ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ เขาจึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ผลงานชิ้นนี้ออกมาดีที่สุด“หลานม่า เป็นหนังที่เปิดประตูบานใหม่ และเปิดโลกทางการแสดงให้กับผม ผมอยากปรับภาพลักษณ์ของตัวเอง เพื่อให้เป็นตัวละครเอ็มได้อย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุดตามที่พี่พัฒน์ผู้กำกับต้องการ ผมเลยลดน้ำหนักลงกว่า 10 กิโล เพื่อให้ดูเป็นเด็กติดเกม ตัดผมใหม่ เลือกเสื้อผ้าใหม่ ดีไซน์ท่าทางการเดินใหม่ รวมถึงมุมมองความคิดทุกอย่างให้เป็นตัวละครตัวนี้ให้มากที่สุด ซึ่งตอนไปถ่ายที่ตลาดพลู ไม่มีใครจำผมได้เลย นอกจากนี้ผมกับพี่ ๆ นักแสดงทุกคนก็ได้ทำเวิร์กช็อปกันอย่างหนัก“ผมต้องเวิร์กช็อปกับอาม่า และพี่เจีย ที่รับบทเป็นแม่ของผม ซึ่งพี่เจียมีความเหมือนแม่ผมหลายอย่าง ทำให้เราจูนกันไม่ยาก ผมมีความสุขมาก ๆ ที่ได้มาเล่นหนังเรื่องนี้ เพราะมันทำให้ผมตกตะกอนเรื่องครอบครัวเหมือนกันนะ“ผมถูกสอนมาตลอดว่า ญาติพี่น้องคือคนในครอบครัวเดียวกัน ต้องดูแลรักใคร่กัน อากง อาม่า คือพ่อแม่ของเราอีกคนที่อยู่ด้วยกันมาตลอด กินข้าวด้วยกัน ไปเที่ยวด้วยกัน แต่พอวันหนึ่งเราโตขึ้น มีภาระหน้าที่ที่มากขึ้น พอมองย้อนกลับไป มีโมเมนท์บางอย่างที่เราเคยทำตอนเด็ก ๆ ด้วยกันกับเขา แล้วเราหลงลืมไป หนังเรื่องนื้ทำให้เราย้อนกลับไปมองตรงนั้น“ตอนนี้ผมกลับไปใช้เวลากับครอบครัว กับอาม่ามากขึ้น พาท่านไปเที่ยว ดูแลกันและกันในวันที่ท่านยังอยู่ ผมว่าหนังเรื่องนี้น่าจะรีเลทกับทุกคน เพราะทุกคนน่าจะมีโมเมนท์ดี ๆ กับญาติผู้ใหญ่ที่บ้านด้วยกันทั้งนั้น ยังไงผมขอฝากหนังหลานม่าด้วยนะครับ พวกเราทุกคนเต็มที่กันมากๆ ทั้งผม ยายแต๋ว, พี่ดู๋, พี่เจีย, พี่เผือก, ตู ฯลฯ ฝากเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะครับ”สำหรับภาพยนตร์เรื่อง ‘หลานม่า’ จะเข้าฉายพร้อมกัน 4 เมษายนนี้ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศภาพ : GDH

album
efm
-

-