คอนเสิร์ต “We're Gonna Be OK” เปิดอัลบั้มแบบสุดปังจาก Tilly Birds พร้อมชม MV “ถ้าเราเจอกันอีก” ครั้งแรกพร้อมกันทั่วโลก

ENTERTAINMENT NEWS

คอนเสิร์ต “We're Gonna Be OK” เปิดอัลบั้มแบบสุดปังจาก Tilly Birds พร้อมชม MV “ถ้าเราเจอกันอีก” ครั้งแรกพร้อมกันทั่วโลก

03 เม.ย. 2022

นาทีนี้ต้องยกให้ Tilly Birds เป็นวงดนตรีอัลเทอเนทีฟร็อกแห่งยุค ที่ไม่ว่าจะปล่อยเพลงอะไรออกมาก็ได้รับความนิยม พุ่งขึ้นชาร์ทอันดับ 1 ทุกสตรีมมิ่งแพลทฟอร์ม โดยมิวสิควิดีโอเพลงล่าสุด “ถ้าเราเจอกันอีก” พุ่งแตะล้านวิวภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ปล่อยออกมา นอกจากเพลงฮิตที่ปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่องแล้ว พวกเขายังกวาดรางวัลชั้นนำมามากมาย ไม่ว่าจะเป็น Best Album of the Year, รางวัล Best Music of the Year จากเพลง “เพื่อนเล่น ไม่เล่นเพื่อน”, รางวัล Best Artist of the Year, รางวัล Best Producer of the Year โดย บิลลี่-ณัฐดนัย ชูชาติ, รางวัล Best Song of the Year เพลง “ถ้าเราเจอกันอีก” จากเวที TOTY Music Awards 2021 และ Best Asian Artist จาก Mnet Asian Music Awards 2021 รวมทั้งอีก 2 รางวัลล่าสุด ศิลปินกลุ่มยอดเยี่ยม และ อัลบั้มยอดเยี่ยม จากเวทีคมชัดลึก อวอร์ด

ล่าสุดพวกเขามีการจัดงานเปิดตัวอัลบั้ม “It’s Gonna Be OK” ขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ ลานหน้า Siam Discovery โดยใช้ชื่องานว่า “We're Gonna Be OK” ที่จัดขึ้นในรูปแบบ Exhibition & Concert เพื่อฉลองความสำเร็จของอัลบั้มนี้ร่วมกับแฟนเพลงอย่างใกล้ชิด พร้อมชมคอนเสิร์ตสุดพิเศษและชม MV “ถ้าเราเจอกันอีก” ครั้งแรกพร้อมกันทั้งจากในงานและทางออนไลน์

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยเสียงกรี๊ด ความสนุกสนาน และความอบอุ่นใกล้ชิดภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19 เริ่มงานด้วยการเปิดตัวเอ็มวี “ถ้าเราเจอกันอีก” อย่างเป็นทางการครั้งแรก ที่รับชมพร้อมกันทั่วโลก ทำเอาหลายคนต้องปาดน้ำตากันไปตามๆกัน ก่อนจะเข้าสู่บรรยากาศคอนเสิร์ตที่ทุกคนรอคอย โดยเริ่มที่เพลง “เบื่อคนขี้เบื่อ” ที่เต็มไปด้วยสีสันจัดจ้าน ในเวอร์ชั่นการแสดงสด ที่ทุกคนใส่พลังเต็มทั้งร้อง และ เล่น แบบไม่มีกั๊ก ทำเอาในงานเต็มไปด้วยเสียงกรี๊ด

สานต่ออารมณ์เดือดๆ กับ อิมโพรไวซ์หนักๆ อย่างต่อเนื่องกับเพลงจากอัลบั้มแรก “แค่พี่น้อง” ก่อนที่บรรยากาศจะเริ่มเบาลงด้วยเพลง “ลู่วิ่ง” และ “ฤดูหนาว” จากอัลบั้มแรกที่ไมโลเข้ามาแร็ป เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นจากแฟนเพลง โดยตลอดช่วงการแสดง Tilly Birds ได้โชว์ศักยภาพในการร้อง เล่น แบบใส่เต็มไม่มียั้ง งัดทุกความสามารถที่มีจัดหนักให้แฟนๆ ได้อิ่มใจ

จนเข้าสู่พาร์ทของเพลงเศร้า เป็นช่วงแห่งความประทับใจจากเหล่าแฟนเพลงที่ต่างร้องตาม พร้อมรอยยิ้มและน้ำตาส่งให้บรรยากาศยิ่งซาบซึ้งกินใจ ก่อนจะส่งต่ออารมณ์สู่ช่วงท้ายของงาน กับเพลงที่ทุกคนคิดถึง “คิด(แต่ไม่)ถึง” จนถึงโมเมนต์สำคัญในเพลง “เธอไม่ได้อยู่คนเดียว” ที่ไมโล ทิ้งกลองมาโชว์เล่นกีตาร์โปร่งเรียกเสียงกรี๊ดกันอีกรอบ และเดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายกับเพลงสุดท้ายของอัลบั้ม “ถ้าเราเจอกันอีก” ที่เติร์ดได้ตั้งใจถ่ายทอดอารมณ์ของเพลงอย่างเต็มที่ แทนคำขอบคุณทุกคน พร้อมภาพบรรยากาศทะเลดาวจากแฟนๆ เป็นอันปิดฉากการแสดงทั้งหมดอย่างสวยงามประทับใจจนกว่าจะได้เจอกันอีกในคอนเสิร์ตต่อไป


related ENTERTAINMENT NEWS

ชวนดู ‘COCKTAIL, YOURS EVER, LIFETIME EXHIBITION’ นิทรรศการที่มัดรวมศิลปะและเสียงเพลงจาก COCKTAIL

05 ก.ย. 2024

ชวนดู ‘COCKTAIL, YOURS EVER, LIFETIME EXHIBITION’ นิทรรศการที่มัดรวมศิลปะและเสียงเพลงจาก COCKTAIL

สุดสัปดาห์แบบนี้ใครที่ยังไม่มี แพลนไปไหน เราอยากแนะนำให้คุณไปที่งานนี้ ‘COCKTAIL, YOURS EVER, LIFETIME EXHIBITION’ นิทรรศการเชิงประสบการณ์ที่ขมวดรวมศิลปะและเสียงเพลงของวง COCKTAIL มาไว้ที่งานนี้ ซึ่งเปิดให้เข้าชมแล้ววันนี้ถึง 21 กันยายนนี้ ณ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อกโดย GMM Music, ค่าย GeneLab, Eyedropper Fill และ วง COCKTAIL ร่วมกันรวบรวมผลงานเพลงของ COCKTAIL ตลอดระยะเวลา 20 กว่าปี ตั้งแต่สตูดิโออัลบั้มแรกจนถึงสตูดิโออัลบั้มสุดท้าย ‘Yours Ever’ มาถ่ายทอดเป็นงานศิลปะ โดยการเดินชมนิทรรศการแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก ประกอบด้วย1. ‘The Calling’ เตรียมพร้อม : ผู้เข้าชมจะได้รับการต้อนรับและเตรียมความพร้อมก่อนการเข้าร่วมประสบการณ์ด้วยการเตรียมหูฟังส่วนตัว (หรือสามารถรับหูฟังที่ทางงานเตรียมไว้) และคำแนะนำจากทีมงาน2. ‘The Mission’ ออกเดินทาง : สำรวจ 5 พื้นที่ของนิทรรศการพร้อมกับเรื่องราวของวง COCKTAILพื้นที่ ที่โอบล้อมไปด้วยบรรยากาศช่วง ณ ขณะของการพานพบ ‘รักแท้’ (True Love)พื้นที่ของมวลอารมณ์ที่กลั่นมาจาก ‘ความผิดหวัง’ และ ‘การลาจาก’ (Disappointment and Farewell)พื้นที่ ที่จะชวนให้คิดถึงใครบางคนในระหว่าง ‘จุดหมายของการเดินทาง’ และ ‘ความคิดถึง’ (Destination and Longing)พื้นที่ ที่จะชวนให้เห็นการเปลี่ยนผ่าน เพื่อ ‘ก้าวผ่าน’ และ ‘เข้าใจ’ (Understand and Moving On)พื้นที่ ที่จะชวนมานั่งเติมไฟให้กับการ ‘เริ่มต้นใหม่’ และ ‘มีหวัง’ (New Beginning and New Hope)3. ‘Epilogue’ บทสรุป : ห้องสุดท้ายที่สรุปการเดินทางพร้อมบอกเล่าเรื่องราวของวง COCKTAIL ตั้งแต่อัลบั้มแรกจนถึงอัลบั้มล่าสุด ‘Yours Ever’ และจัดแสดงของมีค่าของสมาชิกวงวง COCKTAIL พูดถึงแรงบันดาลใจในงานครั้งนี้ว่า“เราคิดว่างานศิลปะสร้างแรงบันดาลใจจำนวนมากให้การทำงานตลอดมา พวกเราชอบที่มีโอกาสได้ทำงานกับศิลปินท่านอื่น ๆ ในแขนงอื่น ๆ เราทำในส่วนของดนตรี แต่ก็มีคนทำวิชวล คนทำซาวด์ คนทำอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกัน ผมว่าดนตรีสามารถเมิร์จไปกับทุกอย่างได้“นอกจากงานศิลปะและเพลงแล้วก็จะมีโซนที่เป็นของสะสมของวง มีสมุดไดอารี่, สมุดโน้ตเพลง, ตารางงาน, อัลบั้ม และอุปกรณ์ดนตรีที่เราใช้ในการทำงานตลอดที่ผ่านมา รวมถึงประวัติของวงที่ให้ทุกคนได้อ่าน และมีคอสตูมจาก COCKTAIL CLASSICS ด้วย ของเหล่านี้เป็นกิมมิคที่ทุกคนได้เห็นว่าเรามีแรงบันดาลใจจากอะไร ประสบการณ์ที่ผ่านมาคืออะไร อุปกรณ์เหล่านั้นอาจจะไม่ได้เป็นของแรร์ แต่มันมีคุณค่าทางจิตใจกับพวกเราครับ”สำหรับ ‘COCKTAIL, YOURS EVER, LIFETIME EXHIBITION’ เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 21 กันยายน 2567 เข้าชมได้ระกว่าง 11.00 – 20.00 น. ที่ RCB Galleria 1 และ 2 ที่ชั้น 2 ของ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก แล้วมาร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ เพื่อเฉลิมฉลองสตูดิโออัลบั้มสุดท้าย ‘Yours Ever’ ของวง COCKTAIL ไปด้วยกันภาพ : GeneLab

Tilly Birds ใส่สุดในทุกมิติของ ‘It's Gonna Be Tilly Birds’ คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกที่ครบรสและทรงพลัง

03 ก.ค. 2023

Tilly Birds ใส่สุดในทุกมิติของ ‘It's Gonna Be Tilly Birds’ คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกที่ครบรสและทรงพลัง

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีอีเวนต์ทางดนตรีเกิดขึ้นมากมาย และหนึ่งในนั้นคือคอนเสิร์ตเดี่ยวและคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของ Tilly Birds วงอัลเทอร์เนทีฟแห่งค่าย GeneLab ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 1 กรกฎษคมที่ผ่านมา ณ Show DC Hall ศูนย์การค้า Show DC ซึ่งทันทีที่เริ่มเปิดโชว์ ก็พา #TillyBirdsConcert ติด TOP 3 เทรนด์ทวิตเตอร์ประเทศไทยในทันที เพราะอะไรเดี๋ยว EFM จะมาเล่าในฟัง พร้อมกับแคปโมเมนต์สำคัญบนเวทีมาให้แฟนเพลงของ Tilly Birds ได้ชมกันอีกครั้งด้วยความเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของวง มีหรือที่ 3 สมาชิกทั้ง เติร์ด-บิลลี่-ไมโล จะทำแบบธรรมดา เพราะปีนี้ยังเป็นวาระครบรอบ 16 ปีการรวมตัวทำผลงานเพลงในชื่อ Tilly Birds หัวใจสำคัญอย่างแรกคือการพาแฟนเพลงเดินทางย้อนกลับไปสัมผัสกับ Day 1 และชมการเดินทางเรื่อยมาจนถึงวันที่พวกเขามีเพลงและอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จ ในโชว์เราเลยได้ยินและได้เห็นการหยิบเอาเพลงที่หลากหลายทั้งใหม่และเก่า ใครเป็นแฟนตัวยงต้องฟินแน่นอนนอกจากการพาเรากลับไปชม Day 1 แล้ว คอนเสิร์ตนี้เป็นเหมือนรอยต่อระหว่างการเดินทางก้าวใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นของพวกเขา เพราะในอนาคตอันใกล้นี้ Tilly Birds กำลังจะมีอัลบั้มเต็มที่เป็นเพลงสากล เพื่อลุยตลาดเพลงนานาชาติมากขึ้น ในโชว์นี้เลยเราได้มีโอกาสฟังเพลงใหม่จากอัลบั้มใหม่แบบสดๆ ครั้งแรกด้วยอีกหนึ่งเรื่องที่เด่นและต้องยกนิ้วให้ คือ เรื่องการออกแบบเวทีและดีไซน์ไลท์ติ้งที่จัดเต็มมากๆ แม้ในช่วงแรกจะมีแฟนเพลงกังวลเรื่องสถานที่การจัดงานว่าเล็กไปหรือไม่ ซึ่งพวกเขาก็ยืนยันว่าอยากจะทำโชว์ให้สมบูรณ์แบบจนลืมไปเลยว่าสถานที่เป็นอย่างไร โดยเวทีออกแบบด้วยการใช้กระจกแผ่นใหญ่ยักษ์ เพื่อให้เข้ากันกันไฟหลากหลายสีสัน และเลเซอร์ที่จัดเต็มตลอดโชว์ (ใครยืนในโซนตรงกลางด้านหลังก็จะเต็มตาเลย)หนึ่งโมเมนต์พิเศษที่เกิดขึ้นบนเวทีจนทำให้ผู้ชมหลายคนถึงกับซาบซึ้ง เมื่อมีการเปิดตัวอดีตสมาชิกของวง Tilly Birds อย่าง เบ๊บ (อดีตมือกีตาร์) และ บุ๊คกี้ส์ (อดีตมือเบส) ขึ้นมาบนเวทีเพื่อร่วมแจมโชว์ให้แฟนเพลงได้ทบทวนความทรงจำอันแสนอบอุ่นของพวกเขา ก่อนที่จะได้ฟังเพลงฮิต 172 ล้านวิวอย่า ‘ถ้าเราเจอกันอีก’ แม้หลายคนจะมีประสบการณ์ร่วมที่ทำให้ฟังแล้วต้องเสียน้ำตา แต่ในโชว์นี้เพลงถูกสื่อสารด้วยความรู้สึกใหม่ จนเป็นเพลงแห่งการฮีลใจและทำให้น้ำตาของความเศร้าถูกแทนด้วยความสุขนับว่าเป็นโชว์เกือบ 3 ชั่วโมงที่ครบรสและทรงพลังในทุกมิติ จนหลายคนที่ได้ดูมูฟออนจากความรู้สึกเหล่านั้นไม่ได้ และถึงแม้คอนเสิร์ตจะจบลงไป แต่เส้นทางของ Tilly Birds ยังไม่จบ ในเร็วๆ นี้เชื่อว่าแฟนเพลงจะได้เห็นก้าวใหม่ที่ท้าทายและใหญ่ขึ้นของพวกเขาอย่างแน่นอน ‘Until Next Time’ภาพ : Tilly Birds

เที่ยงนี้เปิดขายบัตร! It's Gonna Be Tilly Birds คอนเสิร์ตเดี่ยวที่ทบทวนทุกการเดินทาง และก้าวใหม่ใหญ่กว่าเดิมของ Tilly Birds

01 มิ.ย. 2023

เที่ยงนี้เปิดขายบัตร! It's Gonna Be Tilly Birds คอนเสิร์ตเดี่ยวที่ทบทวนทุกการเดินทาง และก้าวใหม่ใหญ่กว่าเดิมของ Tilly Birds

จัดงานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกของ เติร์ด-อนุโรจน์ เกตุเลขา, บิลลี่-ณัฐดนัย ชูชาติ และ ไมโล-ธุวานนท์ ตันติวัฒนวรกุล ในนามวง Tilly Birds หลังจากเดินทางสร้างความสุขผ่านเสียงเพลงให้แฟนๆ ได้ติดตาม และเป็นอีกหนึ่งวงดนตรีที่แฟนเพลงเฝ้ารอคอนเสิร์ตเดี่ยวของพวกเขาวันนี้ถึงเวลาแล้วที่จะพาทุกคนไปร่วมอยู่ในโมเมนต์สำคัญกับ Leo Presents It's Gonna Be Tilly Birds คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของวง ที่จะพาไปสัมผัสตัวตนและฝีมือทางดนตรี หลังสะสมชั่วโมงบินมายาวนาน ทุกการเดินทาง ทุกประสบการณ์จะถูกถ่ายทอดผ่านทุกรายละเอียด บทเพลงจากทุกอัลบั้มจะถูกนำมาร้อยเรียงอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้แฟนเพลงทุกคนได้ย้อนความทรงจำตั้งแต่วันแรก มาถึงวันที่พวกเขามีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จเป็นที่ยอมรับของแฟนๆ ทั้งประเทศที่สำคัญคอนเสิร์ตนี้จะเป็นบทสรุปการเดินทางของอัลบั้ม It’s Gonna Be OK เพื่อเชื่อมพาทุกคนไปพบกับมิชชั่นใหม่ที่ใหญ่และท้าทายขึ้นของพวกเขา เพราะหลังจากนี้นอกจากวงจะยังคงเดินหน้าสร้างผลงานให้แฟนเพลงได้ติดตาม พวกเขามีเป้าหมายใหม่กับการทำอัลบั้มเต็มภาษาอังกฤษ เพื่อขยายฐานแฟนเพลงไปในระดับอินเตอร์เนชันแนล ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผ่านมาทั้งในฐานะศิลปินเบื้องหน้า และคนเบื้องหลังของผลงานต่างๆ มากมาย ก็เป็นเครื่องช่วยยืนยันว่าความฝันนี้จะเป็นจริงได้ไม่ยากมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางกับพวกเขา ในคอนเสิร์ตเดี่ยว It's Gonna Be Tilly Birds ได้ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2566 ณ SHOW DC HALL ศูนย์การค้า SHOW DC เริ่มจำหน่ายเวลาเที่ยงตรง! ในวันพฤหัสบดีที่ 1 มิถุนายนนี้ ภายในงานมีเพียงบัตรยืนราคาเดียว 2,500 บาท ทาง www.theconcert.com หรือ Application : The Concert และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทุกช่องทางโซเชียลมีเดียของ Tilly Birds และ GeneLab

โอม ปัณฑพล เผยว่าจะไม่รับงานร้องเพลงอีกหลัง COCKTAIL เดินทางถึงบทสรุป

17 ม.ค. 2025

โอม ปัณฑพล เผยว่าจะไม่รับงานร้องเพลงอีกหลัง COCKTAIL เดินทางถึงบทสรุป

วันพรุ่งนี้ (18 มกราคม 2568) เป็นวันสำคัญอีกหนึ่งวันของแฟนเพลงวง COCKTAIL เพราะจะมีการเปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมคอนเสิร์ต COCKTAIL EVER LIVE คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งสุดท้ายและเป็นจุดเริ่มต้นบทสรุปของ COCKTAIL ซึ่งจากกระแสที่ถูกพูดถึงบนโซเชียลมีเดียก็สะท้อนถึงความต้องการบัตรที่มีจำนวนสูงมาก จึงทำให้หลายคนต้องวางแผนเรื่องการซื้อนอกเหนือจากความรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ร่วมเป็นหนึ่งในโชว์ประวัติศาสตร์ มีแฟนเพลงหลายคนอยากรู้ว่าในอนาคตสมาชิก COCKTAIL แต่ละคนจะเดินไปทางไหนในบทบาทอะไรต่อหลังจากที่วง COCKTAIL เดินทางถึงบทสรุป และจะมีโอกาสเห็นแต่ละคนในฐานะศิลปินเดี่ยวในวงการเพลงต่อไปหรือไม่ ซึ่ง โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ นักร้องนำของวงก็ได้ตอบถึงเรื่องนี้ไว้ในรายการ กรรมกรข่าว ทางช่อง 3 ว่า วันที่ COCKTAIL ต้องยุติการทำงานเพลง เขาก็จะไม่ร้องเพลงเป็นอาชีพอีกต่อไป“นักร้องนำจะถูกจำได้ง่าย สปริตของวงมันจะติดตัวไปกับนักร้องได้ง่าย ดังนั้นในเมื่อเราตกลงร่วมกันแล้วว่าจะเลิก ผมก็ไม่อยากจะใช้ประโยชน์จากชื่อเสียงของวงมาที่ตัวเอง ดังนั้นผมเลยเป็นคนเดียวที่จะไม่รับงานร้องอีกเลยครับ เป็นเหตุผลที่จ้างงานเดี่ยวแล้วผมจะไม่ร้องเพลง ถ้าผมไม่อยู่กับวงของผม ผมก็จะไม่ทำครับ แต่ถ้าไม่เป็นอาชีพผมก็ร้องได้”นอกจากนี้ โอม ยังเผยถึงการเตรียมตัวก่อนที่วง COCKTAIL จะถึงบทสรุปว่า ทางวงมีการวางแผนมานานเป็น 10 ปี เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับทีมงานที่ทำงานกับวงในทุก ๆ ส่วน มีการจัดตั้งกองทุนและการจัดการทรัพย์สินของวงไว้ โดยมีการตกลงแบ่งผลประโยชน์อย่างเท่าเทียม ถือเป็นกองทุนสำหรับเพื่อให้ทีมงานทุกคนได้มีเงินใช้ชีวิตในระยะหนึ่งแม้ไม่มีวงแล้วภาพ : COCKTAIL

album
efm
-

-