ถึงสถานะ(จะ)เบลอ แต่ความน่ารักเธอมันชัดเจน ! ต้อนรับ 6 หนุ่ม “ PROXIE ” สู่ EFM Fandom Live

EFM FANDOM RECAP

ถึงสถานะ(จะ)เบลอ แต่ความน่ารักเธอมันชัดเจน ! ต้อนรับ 6 หนุ่ม “ PROXIE ” สู่ EFM Fandom Live

12 พ.ค. 2023

เรียกได้ว่าช่วงนี้มองไปทางไหนภาพมันก็เบลอไปหมด ถึงสถานะจะเบลอ แต่ภาพเธอก็ชัดเจน…

ใบ้มาขนาดนี้แล้ว พอจะเดากันได้มั้ยเอ่ยว่าแขกรับเชิญของ EFM Fandom Live รอบนี้จะเป็นใครกันบ้าง

 

         เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา EFM Fandom Live ก็ขอต้อนรับ T - POP บอยกรุ๊ปที่มาพร้อมความสดใสและความแปกกับ 6 หนุ่ม‘ PROXIE ’ ( กันต์ - คิม - โชกุน - กร - อองรี - วิคเตอร์ )

 

      ในช่วงแรกของรายการก็ได้เปิดโอกาสต้อนรับสายชาวยูซเซอร์ (User) ทุกท่านเข้ามาร่วมพูดคุยกันภายในรายการ ก่อนที่จะเข้าไปสอบถามถึงตัวตนของเมมเบอร์แต่ละคนเราก็ได้ถามถึงบรรยากาศของวันงาน The 1st PROXIEversary “ หนึ่งปี หกคน ตลอดไป ”  ที่ผ่านมา ว่ารู้สึกเป็นอย่างไรกันบ้างกับบรรยากาศครบรอบ 1 ปีที่ PROXIE ได้มีขึ้นมา

 

        ซึ่งเหล่าแฟนคลับก็ได้บอกกับทางรายการว่า รู้สึกภูมิใจและดีใจกับงานวันครบรอบ 1 ปีที่ผ่านมาของ PROXIE เป็นอย่างมาก เพราะด้วยบรรยากาศงานและความประทับใจต่างเต็มไปด้วยความสุขกันถ้วนหน้า ภายในงานวันนั้นเหมือนได้ย้อนบรรยากาศไปให้ PROXIE ได้คิดถึงช่วงเดบิวท์อีกครั้ง เพราะสถานที่จัดภายใน Siam Discovery ถือว่าเป็นสถานที่เก่าในการซ้อมเต้นช่วง The BROTHERs  เลยทำให้ทั้งยูซเซอร์และ PROXIE ก็ต่างซึ้งใจกันไปตามๆ กัน

 

“ ตัวตึงเรื่องเสี่ยงโชค ”

 

        และพอพูดมาถึงตัวตนและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ทางรายการก็เลยขอเริ่มกันที่พี่ใหญ่ประจำวงอย่างหนุ่ม “ กันต์ รัชชานนท์ ” ที่ชอบการออกกำลังกายเป็นอย่างมาก อย่างเมื่อก่อนกิจกรรมที่ชอบทำก็จะเป็นเล่นเทนนิส แต่เดี๋ยวนี้พี่กันต์ก็เริ่มสนใจในกีฬารูปแบบใหม่มากขึ้นนั่นก็คือ “ พาเดล (PADEL) ” ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างการเล่นเทนนิสและสควอชไปพร้อมๆ กัน  นอกจากนั้นพี่กันต์ยังถือว่าเป็นเมมเบอร์ที่ชอบเสี่ยงโชคที่สุดใน PROXIE อีกด้วย เพราะความฝันอันสูงสุงของพี่กันต์นั่นก็คือ การถูกรางวัลที่หนึ่งซักครั้งในชีวิตนั่นเอง

 

 

“ จริงๆแล้วผมเป็นประธานบริษัท ”

 

        ต่อกันด้วยพี่รองของเรากับ “ คิม ปัณณธร ” ที่มักจะถูกแฟนคลับแซวอยู่เสมอว่าเป็นประธานบริษัท เพราะด้วยลุคและสไตล์การแต่งตัว ก็ยิ่งทำให้เขาคนนี้ ยิ่งมีดีกรีเหมือนทีมผู้บริหารเข้าไปใหญ่ ซึ่งหลายครั้งแฟนคลับก็จะแซวพี่คิมว่า “วันนี้พี่คิมมาซื้ออะไรคะเนี่ย” ประมาณว่าลุคดูรวยจนเหมือนจะซื้อบริษัทกันไปเลยทีเดียว

 

“ ป่าวน้า…ผมไม่ใช่คนตลก ”

 

         และคนถัดมาตัวตึงประจำ PROXIE อย่าง “ โชกุน ปวริศร์ ” ที่เจ้าตัวก็ได้บอกกับแฟนคลับว่าตัวเองไม่ใช่คนตลก แต่ด้วยคาแรคเตอร์ชอบเมาส์มอยก็มักจะถูกเมมเบอร์ในวงและแฟนคลับยืนยันเสมอว่าโชกุนเป็นบุคคลที่ตลกอย่างแท้จริง ซึ่งยูซเซอร์ก็เล่าให้ทางรายการฟังว่า เวลาที่มีการพูดคุย หรือ Fansign โชกุนก็จะชอบเล่นมุขตลกกับแฟนคลับตลอด แม้ว่าตัวโชกุนเองจะคิดว่าสถานการณ์ตอนนั้นเขากำลังจริงจังอยู่ก็ตาม

 

“ กร กร เก่ง มากกก ”

 

        ต่อกันด้วยหนุ่ม “  กร วรรณไพโรจน์ ” ที่ล่าสุดก็ได้ไปออกรายการของ THE STANDDARD รายการที่ร่วมพูดคุยภาษาอังกฤษกับหนุ่ม T- POP รูปแบบใหม่ ซึ่งก็ถือว่าเป็นการเปิดมุมมองที่ดี และทำให้แฟนคลับทุกคนได้เรียนรู้ทัศนคติของหนุ่มกรมากขึ้น แต่ช่วงนี้แฟนคลับทุกคนก็ยังอยากที่จะให้กำลังใจกับหนุ่มกรให้มากๆ เพราะทั้งเรื่องการเรียนและการทำงาน เลยอยากที่จะเป็นพลังใจให้กรอยู่ตรงนี้ และคิดว่ากรก็จะทำทุกอย่างออกมาได้ดีอย่างแน่นอน

 

“ น้องน้อยอองรี ”

 

      ส่วนน้องน้อย “ อองรี ออสการ์ ” ของเราที่ถึงแม้จะยิ่งโตแต่ความน่ารักน่าเอ็นดูของอองรีก็ทำให้น้องดูเด็กลงไปยิ่งขึ้น ซึ่งอองรีของเราก็ยังมีผลงานการเป็นพระเอก MV  “ บอยพาโบ้ ” ซิงเกิลจาก 2 สาว Milli และ Bowkylion และ “ คนคุย ” จาก BowImm ( Club After Class ) อีกด้วย บอกเลยว่าพระเอกคนนี้ได้ทั้งความหล่อ ความน่ารักในคนเดียวกันไปเลย

 

 

“ โปรดเรียกผมว่า… เจ้าพ่อมีม ”

 

       และมักเน่ของเราอย่างหนุ่ม “ วิคเตอร์ วรเมธ ” ถือว่าเป็นอีกหนึ่งคนที่มีความเป็น Artist สูงอย่างมาก ทั้งเรื่องไลฟ์สไตล์และบุคลิกของน้อง จึงถือว่ามีความเป็นศิลปะในตัวเองสูงคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ แต่ทางรายการก็อดแซวเรื่องความมีมารยาทของน้องไปไม่ได้ ที่ล่าสุดชาวเน็ตต่างก็นำคลิปการพบกันระหว่างวิคเตอร์และจุ๊มเหม่งมาแซวเต็มไทม์ไลน์กันเลยทีเดียว และก็กลายเป็นกระแสที่ถูกแซวว่าวิคเตอร์ยังไหว้จุ๊มเหม่งไปด้วยเลย

 

     และความสนุกสนานก็ยังไม่จบเพียงเท่านี้เพราะช่วงที่สองของเรา ทางรายการก็ได้ร่วมพูดคุยกับเมมเบอร์ทั้งหมดของ PROXIE และเรื่องราววีรกรรมความแสบ ที่บอกเลยว่าไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

 

“ ที่นั่งข้าใครอย่าแตะ ! ”

 

       เริ่มกันที่วีรกรรมแรกที่ทางรายการก็ได้ถามไปว่า มีเหตุการณ์อะไรบ้างมั้ยที่ PROXIE อยากจะเล่าถึงความแสบของแต่ละคนให้ทางรายการได้ฟัง ซึ่งทั้งหมดก็เลยนึกถึงเรื่องรถตู้เป็นเรื่องแรก  เพราะรถตู้โดยปกติแล้วเมมเบอร์แต่ละคนในช่วงแรกที่รู้จักกันก็ยังไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ นั่งไหนก็ได้หมด ซักพักเวลาผ่านไปทุกคนก็เริ่มมีที่ประจำเป็นของตัวเอง ที่พอรู้แล้วว่าเข้ามาถึงปุ๊บจะอยู่ตำแหน่งไหนกันบ้าง แต่มันจะมีบางทีที่ 2 คนนี้ชอบแย่งตำแหน่งติดหน้าต่างกันตลอด นั่นก็คือวิคเตอร์และโชกุนนั่นเอง จนบางทีอยากได้ที่นั่งจุดนั้นจนต้องรีบวิ่งเข้ามาให้ถึงก่อนแล้วให้เมมเบอร์ที่เหลือช่วยดูต้นทางว่ามาทันมั้ยอะไรแบบนี้ ซึ่งก็ถือเป็นความแสบของแต่ละคนเลยก็ว่าได้

 

       พอพูดมาถึงเรื่องราวบนรถตู้ ทาง PROXIE ก็ขอเล่าอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่เกิดการเข้าใจผิดซึ่งกันและกันระหว่างกรและโชกุน อย่างที่บอกว่าทั้งกรและโชกุนเมมเบอร์มักจะบอกว่าคู่นี้ถือเป็นคู่ปรับการหยุมกันมาตลอด อย่างเหตุการณ์ที่เข้าใจผิดกันล่าสุด กรก็ได้อธิบายให้รายการฟังว่า บางทีที่เราทั้งคู่ทะเลาะกันก็มักจะมาจากเรื่องเล่นๆ ซะมากกว่า บางทีเข้าใจผิดกันจากน้ำเสียงที่พูดออกไป อย่างกรเองก็จะเป็นคนที่น้ำเสียงนิ่ง แล้วพอโชกุนได้ยินก็เลยเข้าใจผิดไปว่าเราวีนอะไรเขารึเปล่า เหมือนเหตุการณ์บนรถตู้ที่กรเองรู้สึกว่าสมาชิกในวงเริ่มเสียงดัง เราก็เลยบอกให้ทุกคนในรถเงียบ พูดประมาณว่า “ ก็บอกว่าอย่าเสียงดัง ” อะไรประมาณนี้ แล้วคือสถานการณ์ตอนนั้นเลยเป็นสาเหตุของความเข้าใจผิดมาจนถึงวันนี้

 

พัฒนาการของ ‘ PROXIE ‘

 

         อย่างที่บอกว่า PROXIE ถือเป็นวงที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดทั้งฐานแฟนคลับและความสามารถของสมาชิกในวง ซึ่งวันนี้ทางรายการก็เลยอย่างจะให้แต่ละคนพูดถึงการเปลี่ยนแปลงของแต่ละคนจากวันแรกจนมาถึงวันนี้ว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง

        เริ่มที่โชกุน เมมเบอร์ทุกคนก็ได้เล่าว่า โชกุนถือว่าเป็นอีกหนึ่งคนที่โตขึ้นมาก เพราะเมื่อก่อนเขาอาจจะยังไม่ได้แสดงให้เห็น ถึง passion มากเท่าไหร่แต่พอโตขึ้นเขาก็ทำให้เห็นถึง passion ที่แรงกล้ามากขึ้น และความเต็มที่กับการทำงานในแต่ละงานที่ผ่านมา

      ตามมาด้วยพี่ใหญ่อย่างพี่กันต์ ความเป็นพี่ใหญ่ของเขาก็ยังคงสม่ำเสมอตลอดมา แต่ที่มากกว่าเดิมคือความเก่ง ความเข้าถึงง่ายมากขึ้น ที่ไม่ว่าจะพบเจอปัญหาอะไรพี่กันต์ก็ถือว่าทำให้เมมเบอร์สบายใจได้เสมอมา

    ตามมาด้วยหนุ่มกรของเราที่สิ่งที่เห็นได้ชัดเลยนั่นก็คือความเก่งและความรับผิดชอบที่มากขึ้นแต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงของกรเลยก็คือความซุกซนและเอเนอร์จี้บวกอยู่เสมอ ซึ่งส่วนนี้เราก็อยากที่จะให้กรเก็บความน่ารักแบบนี้เอาไว้ด้วย

        ส่วนน้องน้อยอองรีของเรา ถ้าเป็นเมื่อก่อนน้องก็เคยบอกว่าเคยมีเหตุการณ์หมด passion ไปกับการเต้นไปเรียบร้อยแล้ว แต่พอช่วงนี้มาเมมเบอร์ทุกคนรู้สึกว่าอองรีมีความสนุก มีความสุขกับการได้ทำจุดนี้มากขึ้น ซึ่งก็ถือว่าเป็นอีกการเปลี่ยนแปลงที่ดีมากเลยทีเดียว

       ต่อที่พี่รองของ PROXIE อย่างพี่คิม กับสิ่งไม่เปลี่ยนไปเลยของพี่คิมนั่นก็คือ การคอยผลักดัน PROXIE ทุกคนให้มี passion อยู่เสมอ ทั้งยังเป็นที่ปรึกษาที่ดีของวงได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็ถือเป็นมาตรฐานของพี่คิมที่ทำให้เขาเองเก่งมากขึ้นไปได้ด้วยเหมือนกัน

          และสุดท้ายมักเน่วิคเตอร์ของเราที่เหล่าแฟนคลับและเมมเบอร์ก็ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เปลี่ยนไปมากขึ้นจริงๆ หากเมื่อก่อนก็คงจะเป็นหนุ่มแว่นที่ขี้อาย แต่ตอนนี้พอ on stage ทีไรวิคเตอร์ก็จะกลายเป็นอีกร่างไปเลยทันที ซึ่งถือเป็นพัฒนาการที่ดีมากเช่นกัน

 

         และมาช่วงสุดท้ายของรายการ ก็ได้พูดถึง Music Video ล่าสุดอย่าง “ สถานะเบลอ (BLURRR)” ที่ได้ร่วมงานกับสาวมิลลิ (Milli) เป็นครั้งแรก พ่วงมาด้วยนางเอก MV ชิ้นแรกในชีวิตของมิลลิอีกด้วย ซึ่ง PROXIE ก็ได้เอ่ยปากชมและขอขอบคุณสาวมิลลิที่ได้มาร่วมสนุกกันในซิงเกิลนี้ พร้อมกับบรรยากาศการถ่ายทำที่ผ่านไปได้ด้วยดีเช่นกัน

 

     EFM Fandom Live ก็ขอขอบคุณ PROXIE เป็นอย่างมากที่ได้มาร่วมสนุก ร่วมพูดคุยและเปลี่ยนทัศนคติซึ่งกันและกัน ก็ขอให้ในอนาคตข้างหน้าของ PROXIE เป็นไปได้ด้วยดี มี User ที่รักให้มากขึ้น และขอฝากผลงานล่าสุดอย่าง สถานะเบลอ (BLURRR) ที่สามารถเข้าไปฟังกันได้ทุกสื่อสตรีมมิ่งแล้วตอนนี้ และเร็วๆ นี้ก็จะมี sign ครั้งที่  3 ของ PROXIE ก็สามารถไปติดตามความเคลื่อนไหวของ PROXIE กันได้ผ่าน OFFICIAL PROXIE ในทุกแพลตฟอร์มกันได้เลย

 

‘ ข้อความเล็กๆ จาก User ถึง PROXIE ’

       “ พวกเรา User ทุกคนอยากจะบอกกับ PROXIE ว่า เก่งกันมากๆ เลย พวกเรารู้ว่าคุณผ่านอะไรมาเยอะแยะแค่ไหน ขอบคุณที่อดทนและตั้งใจทำทุกอย่างจนมาถึงจุดนี้ได้ ก็อยากขอบคุณ PROXIE ทุกคนที่มาเป็นความสุข เป็นครอบครัวให้กับยูซเซอร์ในทุกวัน ในอนาคตก็อยากให้ PROXIE เป็นตัวเองแบบนี้ไปเรื่อยๆ และขอให้มีคนรัก คนซับพอร์ต PROXIE มากขึ้น  วันไหนที่ท้อหรือเหนื่อย User ก็จะคอยเป็นกำลังใจอยู่ตรงนี้เสมอเลยนะ รักนะ PROXIE ”

ติดตามความสนุกย้อนหลัง

related EFM FANDOM RECAP

ต้อนรับการกลับมา EFM FANDOM LIVE ครั้งที่ 2 ของ “อิงฟ้า - ชาล็อต” พร้อมเม้าท์มอยถึงซีรีส์ “หยดฝนกลิ่นสนิม” กับคาแรคเตอร์ “สารวัตรตุลย์ - หมอรัน”

05 ก.พ. 2025

ต้อนรับการกลับมา EFM FANDOM LIVE ครั้งที่ 2 ของ “อิงฟ้า - ชาล็อต” พร้อมเม้าท์มอยถึงซีรีส์ “หยดฝนกลิ่นสนิม” กับคาแรคเตอร์ “สารวัตรตุลย์ - หมอรัน”

รายการEFM FANDOM LIVE[30 มกราคม 68] คืนนี้ต้อนรับ “อิงฟ้า - ชาล็อต”จากซีรีส์ “หยดฝนกลิ่นสนิม (Petrichor The Series)” พร้อมพูดคุยเม้าท์มอยกับ 2 ดีเจสุดสวย “ดีเจดาว”และ“ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ๆดีเจอ่าน 5 จดหมาย “EFM FANDOM LOVE LETTERS”ที่ถูกเลือกมาจากแฟนๆ ส่งความในใจที่อยากจะบอกศิลปินเข้ามาจดหมายฉบับที่ 1 ชื่อจดหมายว่า... อิงล็อต จะถูกค้นพบด้วย ‘รัก’ ของเราเสมอ หลายครั้งที่มือเราเกือบจะหลุดกันไป แต่ตราบใดที่รักยังอยู่ เราจะคว้ากันทันเสมอ มีหลายเรื่องราวที่เราผ่านด้วยกันมาทั้งร้ายและดี อยากขอบคุณทั้งคู่ที่ทำให้เข้าใจคำว่า รัก มากขึ้น ขอบคุณที่พามิตรภาพดีๆสังคมดีๆมาเจอกันเพราะมีอิงล็อตเป็นหัวใจของบ้าน เชื่อเสมอว่าทุกอย่างมีเวลาของมันเสมอ ไม่รู้ว่าเราจะหมดอายุรักหรือหมดอายุขัยก่อนกัน แต่ตราบใดที่ยังมีแรงพูดคำว่ารัก อิงล็อต จะยังเป็นเจ้าของคำนั้นอยู่เสมอ Letter #1: This letter is titled... Through our affection, we will always uncover the beauty of Englot. Our hands may have almost faltered at times, but as long as love remains, we will always find a way to hold onto one another. We've shared countless experiences together, both joyful and challenging. I want to express my heartfelt gratitude to both of you for deepening my understanding of love. Thank you for fostering wonderful friendships and a strong sense of community, as Englot truly is the heart of our home. Let's always remember that everything happens in its own time. While I don't know what the future holds for our love or what lies ahead for us, as long as we have the strength to say the word love, Englot will continue to reflect its beautiful essence.จดหมายฉบับที่ 2 ชื่อจดหมายว่า... ขอบคุณหยดฝนที่ทำให้ค้นพบอิงล็อต ตอนแรกไม่เคยคิดเลยว่าจะมาชอบ อิงฟ้า กับ ชาล็อต ได้ คือเห็นผ่านตามานานแต่ก็ยังไม่ได้อะไร จนได้มาดูซีรีส์หยดฝนกลิ่นสนิม ที่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชอบอิงล็อตมากๆ เริ่มจากการชอบการแสดง ไปๆมาๆก็หาดูซีรีส์เรื่องเก่าๆที่เคยเล่นด้วยกัน สัมภาษณ์ต่างๆ แล้วก็โดนตกจนโงหัวไม่ขึ้นแล้ว มันอาจจะเป็นเรื่องจังหวะและเวลาจริงๆ เสียดายที่มารู้จักช้าไปหน่อย แต่ก็ดีใจนะที่อย่างน้อยได้ค้นพบอิงล็อต จะตามซัพพอร์ตไปเรื่อยๆนะคะLetter #2: This letter is titled... Thanks a bunch, Petrichor The Series, for introducing us to Englot. Initially, I didn't think I would be a fan of Engfa and Charlotte. I had seen them around for quite some time, but they didn't catch my attention until I watched 'Petrichor The Series.' That was the moment I truly began to appreciate Englot. It started with their fantastic performances. I found myself searching for older shows they had appeared in together, along with interviews and other content, and I was so captivated that I could hardly look away. Perhaps it was just a matter of timing, and although I discovered them a little later than I would have liked, I’m genuinely thankful to have found Englot. I’m excited to continue cheering them on!จดหมายฉบับที่ 3 ชื่อจดหมายว่า... หนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสาม (POWER OF ENGLOT) อิงล็อต คำนิยามของมวลความสุขที่เกิดขึ้นกับเราเสมอ เวลาเกือบ 3 ปีที่ติดตามทั้งคู่ถูกรายล้อมไปด้วยความรักและความเข้าใจ ดีใจมากๆที่ได้มารู้จักกัน จนทำให้เป็นที่มาของสมการความรักของด้อมคือ 1+1 = 3 สิ่งที่อยากจะบอกกับทั้งคู่มากที่สุดก็คงจะขอให้เค้าทั้งสองคนรักษาสุขภาพ เพราะทำงานกันหนักมาก พยายามหาความสุขรอบตัวง่ายๆ และยิ้มให้กับตัวเองเสมอ ท้ายที่สุดก็อยากบอกว่ารักและจะซัพพอร์ตให้เต็มที่เท่าที่จะทำได้Letter #3: This letter is titled... One Plus One Equals Three. (POWER OF ENGLOT) Englot truly embodies the essence of happiness for all of us. Over nearly three years of following this lovely couple, I've been enveloped in a world of love and understanding. It brings me immense joy to know them. Their relationship is the heart of our fandom's love story, symbolized by the beautiful equation 1+1=3. What I wish to express most to them is a gentle reminder to take care of their health, as they put in so much effort. They have a wonderful way of seeking happiness in their surroundings and always manage to smile at themselves. Ultimately, I just want to say how much I love them and that I will always be here to support them in any way I can.จดหมายฉบับที่ 4 ชื่อจดหมายว่า... กาลเวลาของอิงล็อต เดินทางมาด้วยกันสามปีแล้วนะ ตลอดระยะเวลาที่อยู่ตรงนี้ไม่เสียใจเลยที่ได้มารักกัน เราผ่านสุขและทุกข์มาด้วยกันมากมายเลยเนอะ ดีใจที่พวกเรายังคว้ากันทัน ขอบคุณที่เลือกปรับเข้าหากันเสมอ ต่อให้ถึงวันนึงที่หมดสัญญาและต้องแยกย้ายกันไป พวกแกจะเป็น อิงล็อต ที่ไม่มีวันหมดสัญญาสำหรับเราอยู่ดีLetter #4: This letter is titled... The Era of Englot. It’s hard to believe we’ve been together for three years! I truly cherish the love we’ve built during this time. We’ve shared so many joyful moments and overcome challenges side by side, and I’m really thankful that we’ve always found a way to support each other. Even if the time comes when our paths need to part, you will always hold a special place in my heart, and our bond will remain unbreakable.จดหมายฉบับที่ 5 ชื่อจดหมายว่า... พี่กุหลาบขาวกับน้องทานตะวัน รู้ใช่มั้ยว่ารักมาก... เราทุกคนอยากเห็นแกมีความสุขนะ ได้ใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการ อยากทำอะไรก็ทำ อยากเดินทางไหนก็เดินกันได้เลยนะ เพราะเราจะอยู่กับแกเสมอ พร้อมซัพพอร์ตทุกการเติบโต :-)ขอบคุณนะอิงล็อต ขอบคุณที่เกิดมาเจอกัน เป็นสีขาวดำกับสีรุ้งในชีวิตกันและกัน มาแต่งเติมสีสันให้มันพิเศษขอบคุณที่สร้างบ้านหลังใหญ่นี้ขึ้นมา บ้านที่มีผู้คนจากทั่วโลก และขอบคุณที่เปลี่ยนจาก house กลายเป็นhomeLetter #5: This letter is titled... White rose and sunflower I want you to know just how deeply I care about you. We all wish for your happiness and for you to live life on your own terms, pursuing your desires and exploring the world freely, knowing we’ll always be here to support you every step of the way. Thank you, Englot, for coming into my life and being the vibrant mix of black, white, and rainbow hues that makes our journey so beautiful. I’m grateful for the wonderful home you’ve created, bringing together people from around the globe and transforming a house into a warm, welcoming home.ถึงเวลาที่แฟน ๆ ชาวด้อมรอคอยกันแล้วว~~เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVEเราจะมาพูดคุยกับ “อิงฟ้า - ชาล็อต” กัน2 ปีที่ผ่านมากับการเติบโตของ “อิงล็อต” อิงฟ้า : ที่ทำให้เห็นได้ชัดเลย โตขึ้น การทำงานที่เก่งขึ้น ชัดๆ เลยที่เราร่วมงานกันล่าสุดคือซีรีส์ หยดฝนกลิ่นสนิม เห็นได้ชัดเลยว่าน้องมีพัฒนาการที่ดีขึ้นค่ะ ชาล็อต : รู้สึกว่าพี่ฟ้าได้ทำหลากหลายอย่างมากขึ้นภายในสองปี ซึ่งสำหรับหนูเป็นระยะเวลาที่สั้นมาก แต่ด้วยความสามารถเขาด้วย แล้วก็โอกาสต่างๆ สิ่งที่เขาได้รับมาคือทำดีตลอดค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเดินแบบ เล่นเอ็มวี ร้องเพลง โฆษณาถึงในซีรีส์จะไม่ชอบฝน แต่ชีวิตจริง “อิงล็อต” ชอบมาก อิงฟ้า : ชอบค่ะ ชอบมาก หนูเหมือนกบเลยเวลาฝนตก ชอบที่รู้สึกเย็น และในความเหงานั้นมันก็มีความโรแมนติกอยู่ ชาล็อต : ถ้าไม่ต้องทำงานก็ชอบฝน ไม่ชอบแดด แล้วแต่อารมณ์ แต่ว่าส่วนตัวชอบฝนตกตอนกลางคืนเวลานอนอะไร ถ้าวันไหนฝนไม่ตกก็จะเปิดในแอปพลิเคชั่น Youtube เพื่อกล่อมให้หลับความท้าทายในคาแรคเตอร์ของ “สารวัตรตุลย์” กับ “หมอรัน” อิงฟ้า : ท้าทายทุกอย่างค่ะ เราเป็นนางงามเนอะ ในเรื่องนี้ต้องเป็นอาชีพที่เป็นทางการด้วย วิชาการด้วย มันพลาดได้ยากมากเพราะว่ามันละเอียดอ่อน เรื่องนี้มีแฟนซีรีส์ แฟนนิยายก็เยอะ ความกดดันต่างๆ เห็นได้ว่าเรื่องนี้เราถ่ายกันฟุ้งน้อยมาก มันจะเน้นความเรียลมากๆ จริงๆ สังเกตจากเมคอัพ จากผมหรือการแต่งกาย ต้องเป๊ะไปตามวิชาชีพจริงๆ ซึ่งความเป็นตำรวจ เป็นหมอ ก็ถือว่ายากอยู่ค่ะ ชาล็อต : สำหรับหนูพอดูเรื่องนี้จบ หนูเข้าคลินิกเลย ทำทรีทเมนหน้า มันเรียลมากเลย เห็นทุกกระ ทุกรูขุมขนของหนู สิวทุกเม็ดหรือแบบอันไหนยังไม่โผล่คือก็เห็นเลย โทรบอกคุณหมอ detox หน้าให้หน่อย แล้วมันต้องเล่นยังไงก็ได้ให้เป็นคุณหมอจริงๆ จากที่เราไม่ได้มีความรู้ด้านหมอเลย ก็ต้องไปเจอแบบเลือด เจอร่างกายต่างๆ ที่เราไม่ได้เห็นทุกวัน แล้วก็กลัวด้วย แต่ต้องก้าวข้ามความกลัวให้ได้ครั้งแรกกับการเจออาจารย์ใหญ่ของจริง! อิงฟ้า : ได้ไปเจออาจารย์ใหญ่ แต่ว่าเขาถามก่อนว่าอยากจะไปดูไหม? ถามความสมัครใจก่อน เราก็ตอบว่าไป ชาล็อต : ตอนแรกหนูก็บอกว่าไม่เอา ไม่ไป เขาเลยบอกว่าให้ไปดูหมอ ดูวิธีการทำงานของคุณหมอว่าเขาทำยังไงในห้องนั้น เวลาเราเข้าซีน เราจะได้เข้าใจ อิงฟ้า : เราก็เข้าไปด้วยกัน เพราะในเรื่องตำรวจกับแพทย์นิติเวชต้องทำงานคู่กันอยู่แล้ว แต่ว่าตอนที่เราตอบว่าตกลง เราก็คิดก่อนว่าโอกาสที่คนธรรมดาอย่างเราจะไปอยู่ในห้องนั้นอ่ะ มันยาก เรามีโอกาสที่จะไปยืนตรงนั้นแล้วก็เอาสักหน่อย สักตั้งหนึ่ง เอาที่เราไหว ก็คือดูกันจนจบ ก็มีกลัวบ้าง แพนิคบ้าง เป็นอาทิตย์กว่าหนูจะเอาภาพ เอากลิ่นออกไปได้ มันก็ทำให้เราปลงในการใช้ชีวิตมากขึ้นสุดฟิน~ ฉากเลิฟซีนที่ทั้งคู่อิมโพรไวซ์เอง... อิงฟ้า : คือผู้กำกับอยากให้เราเล่นเป็นฟิลเรา อยากรู้เราเล่นจะออกมาฟิลไหน เพราะ 3 เรื่องที่ผ่านมาไม่ได้เล่นกันขนาดนี้ ด้วยเรื่องนี้เลิฟซีนน้อยมาก ส่วนมากมันจะเป็นบู๊ เป็นไขคดี พอมันแวะมาเป็นฉากเลิฟซีนก็ต้องเอาให้อยู่ เราก็เลยลองเล่นตามที่เขาอยากให้เล่น ก็เหมือนฟรีเลย แต่ก็มีการขออนุญาตกันก่อน ชาล็อต: ตอนนั้นเหมือนมันไหลไปตามอารมณ์ตัวละครด้วย คิดในใจก็คือเอาที่เดียวเต็มที่ให้มันผ่าน ให้มันดี ก็เลยปล่อยตามฟิลไปเลยใกล้เดินทางสู่ตอนจบแล้ว ขอสปอยนิดนึง! ชาล็อต : หนูว่าเรื่องนี้อะ เราได้ดูใน EP10 นิดนึงละ หนูรู้สึกว่ามันยังคงมีให้ลุ้นต่อ ถึงมันเป็นตอนจบก็ตาม ยังลุ้นว่าสรุปแล้วฆาตกรจะยังไง แล้วตัวละครหลักจะยังไง คือมันไม่ได้จบแบบโอเค สบายใจแล้ว มันยังมีให้ลุ้นอยู่ทุกช็อตแม้กระทั้งตอนเกือบสุดท้ายว่ายังไงต่อ อิงฟ้า : เรื่องของความฟินก็อาจจะมี แต่ว่าจะเป็นเลเวลไหนต้องไปรอลุ้นดู แต่ว่ายังคงมีเซอร์ไพรส์อยู่ใน EP10 อาจจะมีคนตายเพิ่ม อาจจะมีการหักมุมหรืออะไร ก็ต้องไปรอลุ้นในวินาทีสุดท้ายใน EP10นอกจากมาพูดคุย เม้าท์มอยกันแล้ว ทางรายการ EFM FANDOM LIVEก็มีเกมมาให้ “อิงฟ้า - ชาล็อต” เล่นกันด้วย ชื่อเกมว่า “หยดฝน กลิ่นความรัก”แล้วมาดูกันว่าทั้งคู่จะรู้ใจกันมากขนาดไหน? (เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)เดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย ทางรายการเสิร์ฟความฟินกันแบบจุกๆให้ “อิงฟ้า - ชาล็อต” ได้โทรหาแฟนคลับมาพูดคุยกัน (เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME) สุดท้ายนี้... รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “อิงฟ้า - ชาล็อต” มากๆเลยน้า ที่มาร่วมพูดคุย สร้างสีสัน ความน่ารัก ความสุขให้กับแฟนๆ และฝากซีรีส์ “หยดฝนกลิ่นสนิม (Petrichor The Series)” ทางช่อง one31 เวลา 21.15 น. และสามารถรับชมย้อนหลังแบบ Uncut ได้ทาง iQIYI เท่านั้นสามารถเข้าไปรับชมความฟินความสนุกกันได้ทางSee you next week nakaa : )

PERSES เสิร์ฟซิงเกิลใหม่ ONE SHOT ที่เล่าถึงช่วงเวลาที่ได้พบเจอใครสักคนที่ถูกใจ แต่ไม่อยากให้เขาหลุดมือไป พร้อมทำภารกิจถ่ายรูปสุดแชะ! กันในเกม EFM FANDOM LIVE

26 มี.ค. 2025

PERSES เสิร์ฟซิงเกิลใหม่ ONE SHOT ที่เล่าถึงช่วงเวลาที่ได้พบเจอใครสักคนที่ถูกใจ แต่ไม่อยากให้เขาหลุดมือไป พร้อมทำภารกิจถ่ายรูปสุดแชะ! กันในเกม EFM FANDOM LIVE

รายการ EFM FANDOM LIVE [20 มีนาคม 68] คืนนี้ต้อนรับ 5 หนุ่ม “PERSES” ที่มาพร้อมกับซิงเกิลใหม่ล่าสุด “ONE SHOT feat. PiXXiE” และพูดคุยเม้าท์มอยกับ 2 ดีเจสุดสวย “ดีเจดาว” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ๆดีเจอ่าน 5 จดหมาย “EFM FANDOM LOVE LETTERS"ที่ถูกเลือกมาจากแฟนๆ ส่งความในใจที่อยากจะบอกศิลปินเข้ามาจดหมายฉบับที่ 1 ชื่อจดหมายว่า…ยินดีที่ได้รู้จัก PERSES :) สวัสดี PERSES เจอเธอแล้วเราได้ใช้ "MY TIME" ของตัวเองอย่างคุ้มค่าเลย เหมือนได้ไป "CATCH THE NIGHT" ได้ไปอยู่ “ใกล้ดาว” ทำให้รู้สึกว่าเป็น “คนใกล้ที่คิดไกล” เลยอ่ะ พวกเธอช่วย “น่ารักน้อยลงหน่อย" ได้ไหม ใจเราทำงานหนัก เธอทำให้ชีวิตเรา “Beautiful” ขึ้นนะ ขอให้พวกเธอมีวันที่สดใส “อย่าฝืน” ตัวเองมากเกินไปนะ หลังจากนี้ก็ช่วยมาเป็น “Bodyguard” หัวใจให้เราด้วย ใครไม่หวังดี ช่วยจัดการภายใน “One Shot” เลยนะLetter #1: This letter is titled...Glad to meet PERSES :) Hi PERSES, after spending time with you, I truly enjoyed ‘MY TIME.’ It felt like I got to ‘CATCH THE NIGHT’ and score a ‘TOUCHDOWN.’ Being around you brings me ‘FAR TOO CLOSE’. Can everyone be ‘CUTELESS’? Our hearts really put in the effort. You add so much ‘BEAUTIFUL’ to our lives. Wishing you all a wonderful day. Don’t ‘OVER’ on it too much. After this, please look out for our hearts as our ‘BODYGUARD.’ And for those who don’t wish us well, let’s handle them swiftly with ‘ONE SHOT.’จดหมายฉบับที่ 2 ชื่อจดหมายว่า…ขอบคุณที่ทำให้หลงคุณในวันที่หลงทาง ถึง PERSESอยากจะบอกพวกเธอว่าขอบคุณมากๆที่ช่วยต่อลมหายใจให้เราในวันที่หมดแรง หลงทาง และเหนื่อยกับการใช้ชีวิตอย่างมาก การที่มาเจอพวกเธอเหมือนเจอแสงสว่างในชีวิตมากๆ พวกเธอเปร่งประกาย สดใส แข็งแกร่งมากๆ เรามาตามได้ไม่นาน แต่ได้เจอเธอในช่วงที่เราเจอปัญหา เราอยากจะขอบคุณจริงๆ ที่ทำให้เรามีแรง มีกำลังใช้ชีวิตต่อ และพวกเธอจะเป็นเป้าหมายที่ทำให้เราอยากใช้ชีวิตเพื่อไปเจอพวกเธอนะ รัก PERSESLetter #2: This letter is titled...I appreciate you for making me fall in love with you when I felt so lost. To PERSES, I just want to thank you for the lifeline you've offered me when I felt worn out, lost, and weary of life. Meeting all of you feels like discovering a guiding light. Your energy, freshness, and strength are truly inspiring. Although our time together was brief, I encountered you during a challenging period in my lives. Thank you for empowering me to keep moving forward. You all inspire me to embrace life with the hope of reconnecting. With love, PERSES.จดหมายฉบับที่ 3 ชื่อจดหมายว่า…กลุ่มคนที่คู่ควรกับความรักที่สุดในโลกกำลังอ่านจดหมายฉบับนี้ ติดต่อจาก บริษัท พีซเซสรักเพอร์เซส ไม่จำกัด เรียนคุณ วิกร ณรัณ กฤติน พีรวิชญ์ ธรากร จดหมายฉบับนี้เขียนมาเพื่อแจ้งให้ทราบแค่ว่าเรารักคุณ ซึ่งไม่มีอะไรมากกว่านั้นแล้ว แต่ก็อ่านๆไปเถอะเน้อ ยินดีด้วยกับเพลงใหม่นะคะ ชอบมากๆ ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาพวกคุณทำให้เรารู้สึกถูกรักโดยการผลิตผลงานที่มีคุณภาพมาตลอด ทั้งตัวเมมเบอร์และทีมงาน เรามีความสุขทุกครั้งเลยที่ได้รู้ว่าหัวใจเต้นให้กับกลุ่มคนที่คู่ควร ขอบคุณนะคะLetter #3: This letter is titled...Those who truly deserve love in this world are the ones reading this letter. Hello from PIECES Love PERSES Unlimited. Dear Mr. Wikorn, Naran, Krittin, Perawit, and Tharakorn, I just wanted to take a moment to express our love for all of you. Please take a moment to read this. Congratulations on your new song; I absolutely love it. Over the past two years, your dedication to creating high-quality work has made us feel truly appreciated. We feel a sense of joy every time we realize our hearts are in sync with such deserving people. Thank you!จดหมายฉบับที่ 4 ชื่อจดหมายว่า…หนึ่งในชิ้นส่วนเล็กๆ ที่เฝ้ามองพวกเธอเติบโต โดนตกลงหลุมรักจากเพลง BODYGUARD เลยฮะ เพอร์ฟอร์มกันดีมาก (ก.ไก่ล้านตัว) แบบนี่ T-pop หรอเนี่ย!! เก่งสุดไม่รู้จะบอกอะไรพวกเธอดี ถ้าได้อ่านเป็นกำลังใจให้เสมอละกัน พักผ่อนกันเยอะๆน้า รู้แหละวัยรุ่นสร้างตัว อยากทำในสิ่งที่รัก แต่พออายุเข้าเลขสามเท่านั้นแหละ รู้เรื่อง!! เหนื่อยนอยเมื่อไหร่หันกลับมาฉันยังยืนอยู่ตรงนี้เสมอ (ไม่รู้ช่วยได้รึป่าวนะ555) คอยเฝ้ามองพวกเธอเสมอ จะพยายามไปเจอให้ได้เล้ย คิดถึงละLetter #4: This letter is titled...One of the small pieces that witnessed your growth. I absolutely loved the song ‘BODYGUARD’. The performance was amazing! Is this T-pop? Honestly, I'm not sure what to say. But if you're reading this, please know that I’m always here to support you. Make sure to get enough rest. I understand that as teenagers, you want to carve your own path and follow your passions, but once you hit your thirties, you'll get it! Whenever you're feeling tired or down, just look for me—I’ll be right here for you (I'm not sure if this will be helpful or not, haha). I’ll always be keeping an eye on you, and I’ll do my best to come see you. I really miss you.จดหมายฉบับที่ 5 ชื่อจดหมายว่า…ถึงคุณคนนั้นในกิตติกรรมประกาศ ยินดีกับคัมแบค ONE SHOT มากๆเลย เป็น PERSES ที่โตขึ้น เก่งขึ้น ประสบความสำเร็จมากขึ้นด้วย เห็นการเติบโตมาตั้งแต่ DAY1 รู้ว่ากว่าจะมาถึงจุดนี้ไม่ง่ายเลย อยากให้เพอร์เซสภูมิใจในตัวเองกันเยอะๆ เหมือนที่พีซเซสภูมิใจอยู่เสมอ ธีสิสจบป.ตรีเราเขียนชื่อเพอร์เซสด้วยนะ ขอบคุณที่ทำให้เราผ่านในสิ่งที่ไม่คิดว่าจะผ่านมาได้ ขอบคุณที่ทำหน้าที่ตัวเองอย่างตั้งใจเสมอ ไว้รอเราผ่านป.โทไปได้ จะรอเขียนชื่อคุณอีกครั้งนะคะ :-)Letter #5: This letter is titled...To someone who was referenced in the acknowledgments. Congratulations on your comeback with 'ONE SHOT.' You're a PERSES who has grown, improved, and achieved more. I've seen your growth since DAY 1. I know it hasn't been easy to reach this point. I want PERSES to be proud of themselves, as PIECES always are. In my bachelor's thesis, I wrote PERSES' name. Thank you for making me go through things I didn't think I could. Thank you for always doing your job diligently. When I complete my master's degree, I'll be ready to write your name again. :-)ถึงเวลาที่แฟน ๆ ชาวด้อมรอคอยกันแล้วว~~เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE เราจะมาพูดคุยกับ 5 หนุ่ม “PERSES” กันReview กันและกัน ตลอด 2 ปี ของ PERSES ปาล์ม to กฤติน : พี่เขาก็มีความแพรวพราวของตัวเองอยู่แล้ว และเสน่ห์ในบางมุมที่มากขึ้น ช่วงแรกๆ เราอาจจะเห็นเขาในมุมเท่ๆ ดุๆ แต่ตอนนี้เริ่มตลกแล้ว แบบมีความตลก เจ้าเล่ห์ น่ารัก จากสายตา แล้วก็มีความตึงๆ ในบางมุม กฤติน to จั๋ง : เขามีความเป็นผู้นำสูงขึ้นมาก เพราะตอนแรกเขาเป็นคนที่แทบจะไม่มีความมั่นใจเลย ขนาดพูดก็แทบจะไม่มองหน้าเลย แล้วเป็นคนชอบหลบตาเวลาพูด แต่ว่าตอนนี้เขามีความมั่นใจสูงมาก ด้วยความรักที่แฟนคลับให้เขา ทำให้เขามีความมั่นใจมากขึ้น ทำให้รู้สึกว่า “เฮ้ย การเป็นตัวเองมันก็ดีเหมือนกันนะ” การเป็นพี่จั๋งก็ได้มอบความรักให้ PIECES ให้มีความมั่นใจในการออกมาใช้ชีวิตมากขึ้น จั๋ง to ปลั๊กกี้ : เขาดูมีความเป็นตัวเองสูงขึ้นจากเมื่อก่อน แรกๆ เขาจะเหมือนยังไม่ออกนอกกรอบ ยังไม่เป็นตัวของตัวเองที่ชัดเจนเท่าไหร่ แต่หลังจากที่เวลาผ่านมาเรื่อยๆ เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์แล้ว ก็เริ่มเป็นตัวของตัวเองเต็มที่ แล้วทุกคนก็รักในแบบที่เขาเป็น และเขาก็มี mindset ที่โตขึ้นเรื่อยๆ ปลั๊กกี้ to เน : บนเวทีในช่วงแรกๆ ผมจะดูตอนซ้อมเต้นตลอด เขาก็จะเกร็งๆ จะชอบเม้มปาก แบบไม่รู้ตัวตลอดเวลา แต่ว่าตอนนี้เขาแพรวพราวมาก สกิลบนเวทีตอนนี้คือพัฒนาขึ้นเยอะมาก กล้ามองคนดู กล้าเล่น เก่งขึ้นเยอะ เน to ปาล์ม : เรารู้สึกว่าเขาสนุกกับการอยู่บนเวทีมากๆ แบบเวลาเต้น เวลาโชว์บนเวที เขาเป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่ คือเขาก็เต้นเก่งอยู่แล้ว แต่พอเวลาผ่านไป ผ่านประสบการณ์ ความเท่ในตัวเขา บวกกับสกิลของเขาก็ยิ่งทำให้เขาทั้งเท่ ทั้งน่ารัก ได้ในทุกเวลาซิงเกิลใหม่ ONE SHOT feat. PiXXiE ต้อนรับ Summer! กฤติน : จริงๆ เพลงนี้จะเป็นเพลงที่ออกมาก่อน เพลง BODYGUARD แต่ว่าเราอยากได้เพลงเดือดๆ ก็เลยเอาเพลง BODYGUARD มาก่อน ปาล์ม : ที่จริงเราคุยกันว่าจะเอาเพลงนี้เป็นเพลงแรกของอัลบั้มที่ 2โมเม้น ONE SHOT ที่น่าจดจำของ PERSES แต่ละคน จั๋ง : เป็นเรื่องสมัยมอปลาย เรื่องความรัก ประมาณว่าเราชอบผู้หญิงคนนั้นมากๆ แต่เราไม่มีความมั่นใจในตัวเอง พอนัดเขาเราก็เบี้ยวเขาตลอด เพราะว่าเราไม่มั่นใจในตัวเอง จนวันหนึ่ง ตัดสินใจเลยว่า ถ้าเราพลาดครั้งนี้ไป คงไม่ได้เจอเขาอีกแล้ว ก็เลยซื้อตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ๆ ไปให้เขาที่ห้าง เขาก็รับตุ๊กตาหมีไป แต่เขาไม่ได้เอาใจไปด้วยเน : ONE SHOT ของผมก็คงเป็นการไม่ปิดโอกาสให้ตัวเอง เหมือนเราใช้ชีวิต มันก็จะมีโอกาสที่เข้ามาในแต่ละวัน เราอาจจะไม่รู้ตัว เราต้องค่อยเปิดการรับรู้เอาไว้และเก็บโอกาสไว้กับมือ ตอนแรกที่ได้เข้าไปออดิชั่น คือการเป็นนศิลปิน มันเป็นอะไรที่ไกลตัวผมมาก ครั้งนั้นก็เป็น ONE SHOT หนึ่งที่ผมคว้ามันเอาไว้ แล้วทำให้ได้มาอยู่ตรงจุดนี้ ปลั๊กกี้ : ผมจำได้ว่า SHOT นี้ เป็น SHOT เด็ดอีกอันหนึ่งของผม คือ ตอนที่เราเป็นเทรนนี่ ช่วงแรกๆ เหมือนเราจะต้องไปถ่าย โฟโต้ชู้ต แล้วผมถ่ายเป็นคนแรก ตอนนั้นเราก็ไม่ได้รู้จักกันเยอะ พอเขาไปถ่าย ผมก็โพสถ้าไม่เก่ง ผมเลยรู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่างให้รูปออกมาดีและโชว์สกิลด้วย ผมเลยเต้นอยู่ตรงหน้าโฟโต้ชู้ต แล้วช่างภาพก็บอกว่า ‘ดีมากเลย’ แล้วเพื่อนๆ ที่อยู่แถวนั้น ก็มามุงดูว่า ’เฮ้ย นี้มัน shot อะไรกันเนี่ย’ รูปมันออกมาเว่อมากเลย และออกมาดีมาก ปาล์ม : ของผมเป็น ONE SHOT ที่พลาดในชีวิตของตัวเอง เพราะเคยมีครั้งหนึ่งในช่วงวัยเรียนแล้วผมแอบชอบเพื่อนคนหนึ่งที่เรียนอยู่ห้องเดียวกัน ฟิลแบบ Puppy love แต่ไม่ได้พูดอะไรไป มีซื้อของขวัญให้เขา มีหยอดๆ ไปบ้าง จนวันหนึ่ง เขามาบอกกับเราว่าเขาก็ชอบเราเหมือนกัน แต่ผมก็บอกปฏิเสธเขาไป ตอนนั้นเราคิดแค่ว่า ถ้าสมมติเราคบเขาเป็นแฟน ผมกลัวความสัมพันธ์ดีๆ ที่เป็นเพื่อนกันมามันจะจบลง กลัวความรู้สึกเราเปลี่ยนไป เลยบอกเขาไปว่าเราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ ดีกว่า แล้วเขาก็เข้าใจเราด้วย กฤติน : ผมมี ONE SHOT บ่อยมาก เกือบทุกวัน ฟิลแบบ บางเวลาเราเจอคนที่แบบ ‘อุ้ย คนนี้ดีเนาะ’ เราก็จะเดินไป เก๊กๆ จะทำทรง แต่พอเขาเดินมาบางทีเราก็ลื่น โทรศัพท์หล่นบ้าง ทุกครั้งที่ผมพยายามจะ keep cool มันจะต้องมีอะไรแย่ๆ ออกมาตลอด เป็นจังหวะนรกตลอดเคมี เคใจ ที่ใครๆ ก็ต้องพูดถึง~~ ปลั๊กกี้ : เกิดขึ้นมาจากรูปที่เราถ่ายโปรโมทกัน จริงๆ เราจะจำคู่กันถ่ายกับ PiXXiE ในช่วงแรกๆ ที่กำลังจะปล่อยเพลง แฟนคลับก็จะแซวๆ กัน ว่า ‘เอ๊ะยังไง’ แต่จริงๆ คือมีรูปกับทุกคน ทุกคู่ แบบผลัดกันถ่าย จั๋ง : น้องๆ เขาก็ Nice มากๆ ปกติเราทำงานกันก็จะจริงจังนิดนึง แต่พอมี PiXXiE มาก็จะมีเสียงขำ เสียงหัวเราะตลอดนอกจากมาพูดคุย เม้าท์มอยกันแล้ว ทางรายการ EFM FANDOM LIVEก็มีเกมมาให้ “PERSES” เล่นกัน! ชื่อเกม... ONE SHOT แชะ แชะ แชะ(เข้าไปชมได้ใน YouTube: ATIME)เดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย ทางรายการเสิร์ฟความฟินกันแบบจุกๆให้ “PERSES” ได้โทรหาแฟนคลับมาพูดคุยกัน (เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME) สุดท้ายนี้... รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “PERSES” มากๆเลยน้า ที่มาร่วมพูดคุย สร้างสีสัน ความน่ารัก ความสุขให้กับแฟนๆ และสามารถไปฟังพร้อมดู MV ซิงเกิลใหม่ล่าสุดจากพี่เพอร์ “ONE SHOT feat. PiXXiE” ได้ที่ Youtube: gnest_official และติดตามข่าวสารของ PERSES ได้ทางโซเชียลมีเดีย PERSES และ Gnest ได้ทุกแพลตฟอร์มสามารถเข้าไปรับชมความฟิน ความสนุกกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

“เบนซ์กาฟิวส์แบตเตอรี่ของหัวใจ” รางวัลที่ชนะใจเหล่าแฟนๆจาก EFM FANDOM AWARDS มอบให้ “เบนซ์ - กาฟิวส์” พร้อมให้คำสัญญาจะทำให้ภูมิใจว่าเลือกรักคนไม่ผิด

03 เม.ย. 2024

“เบนซ์กาฟิวส์แบตเตอรี่ของหัวใจ” รางวัลที่ชนะใจเหล่าแฟนๆจาก EFM FANDOM AWARDS มอบให้ “เบนซ์ - กาฟิวส์” พร้อมให้คำสัญญาจะทำให้ภูมิใจว่าเลือกรักคนไม่ผิด

EFM FANDOM LIVE [21 มีนาคม 2567] คืนนี้เปิดสตูต้อนรับ “เบนซ์ - กาฟิวส์” พร้อมอัปเดตพูดคุยกับ “ดีเจแนน และ ดีเจโซเซฟ” ในช่วงแรกของรายการเป็นการคัดเลือกชื่อ EFM FANDOM AWARDS จากที่แฟน ๆ เสนอและเปิดให้โหวต1.ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “MYRNA AWARDS FOR BENZGARFIELD” ที่มาคือคำว่า Myrna (เมอร์นา) ในภาษาแกลิก ที่แปลว่า "เป็นที่รัก" ค่ะ ชอบคำนี้มากๆเพราะความหมายดี ที่เลือกคำนี้มาใช้ก็เพราะว่าเปรียบพี่เบนซ์กับพี่กาฟิวส์เหมือน "ผู้เป็นที่รัก" การที่ได้มารู้จักพี่ๆเหมือนเป็นของขวัญอันล้ำค่าในชีวิตค่ะ ไม่ว่าในหนึ่งวันเราเจอเรื่องอะไรแย่ๆมา แค่ได้เห็นพี่ๆอัพไอจีอัพทวิตเคลื่อนไหวในโซเชียลเพียงเล็กน้อย วันนั้นก็จะเป็นวันที่สดใสขึ้นมาทันที และมีแพชชั่นในการใช้ชีวิตต่อ เลยเลือกใช้คำว่าเมอร์นามาเป็นชื่อรางวัลที่อยากมอบให้ศิลปินคนโปรดค่ะ2.ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “เบนซ์กาฟิวส์แบตเตอรี่ของหัวใจ” ที่เสนอชื่อนี้ ตั้งใจเอาความหมายชื่อด้อมของทั้งสองคนมา mix กันค่ะ เพราะชื่อด้อมของน้องทั้งคู่ความหมายดีมากๆเลย ของเบนซ์คือ #แบตเตอรี่ของอเลิ้ต ที่มีความหมายสื่อตรงๆเลยคือแฟนคลับทุกคนคือแบตเตอรี่ คือพลังงานดีๆที่อเลิ้ตได้รับ ส่วนของกาฟิวส์คือ #ฟิวส์มิลี่ ที่มีความหมายที่ดีไม่แพ้กัน คือแฟนคลับทุกคนเปรียบเสมือนครอบครัวของกาฟิวส์ สุดท้ายแล้วพอเราเอาสองความหมายที่สื่อนี้มารวมกัน มันก็กลายเป็นครอบครัวใหญ่ ที่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะเหนื่อยหรือจะท้อยังไง หากทั้งคู่หันกลับมาก็ยังมีครอบครัวที่พร้อมจะเติมแบตให้น้องทั้งคู่ไว้ลุยต่อกับงานหรือเรื่องที่ต้องเจอเสมอ และน้องๆเองก็เป็นเหมือนแบตเตอรี่ เป็นเหมือนครอบครัวของพวกเราเหมือนกัน มองเห็นเขาสองคนมีโอกาสดีๆเข้ามา มีคนรักมากขึ้นทุกวัน ได้เห็นรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ พวกเราก็เหมือนได้ชาร์ตแบตแล้วค่ะ ฝากชื่อรางวัลนี้ไว้พิจารณาด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ :)3.ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “จะไปหา...เมื่อเธอหิว” แนวคิดคือ เบนซ์เป็นคนชอบหิวมากๆ เวลาที่หิวก็อาจจะมีชวนพี่ฟิวส์ออกไปหาอะไรกิน หรือว่าเวลาที่พี่ฟิวส์หิวก็จะพากันออกไปหาอะไรกิน ฟิลแบบไม่ว่าเธออยู่ไหน...แค่เธอทักมาเราพร้อมไปหา55554.ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “หนุ่มรถหรูกับคู่หูแมวส้ม” ที่มาขอชื่อนี้ คือง่ายๆเลยค่ะ มาจากชื่อของทั้งสองคน เบนซ์ก็คือรถหรู(รถเบนซ์)นั้นเอง ส่วนกาฟิวส์ก็ได้มาจากการ์ตูนแมวกาฟิวส์ ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วทุกคนรู้โลกรู้กาฟิวส์ก็คือแมวส้ม เราก็เลยสรรหาคำที่จะมาเชื่อมชื่อของเบนซ์และกาฟิวส์ให้มาแมทซ์กัน ก็เลยได้มาเป็นหนุ่มรถหรูกับคู่หูแมวส้ม นั้นเองค่ะ5.ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “เพื่อนรักนักซัพพอร์ตแห่งปี” แนวคิดมาจากความน่ารักของน้อง ๆ ทั้งคู่ค่ะ ตามใจเก่ง ซัพพอร์ตเก่ง ในที่นี้คือ ตามใจแฟนคลับ ซัพพอร์ตแฟนคลับเก่งมากค่ะ รวมถึงน้อง ๆ ทั้งคู่ก็ตามใจกันและกัน ซัพพอร์ตกันและกันเก่งมากๆ เช่นกัน คนนึงหิวก็จะมีอีกคนพาไปกินถึงจะไม่กินก็ไปนั่งเป็นเพื่อนได้ เวลาอยู่ด้วยกันถ้าคนใดคนนึงขอให้ทำอะไร เช่น การเต้น ถ้าขอให้ทำถึงแม้จะเขินแต่ก็ไม่เคยขัด พร้อมจะเป็นคนไทยไปเรื่อยด้วยกันเสมอค่ะ น่ารักกันมากๆ อยู่ด้วยกันทีไรโลกสดใสทุกทีเลยค่ะ ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย! เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ เราจะมาพูดคุยกับ “เบนซ์ - กาฟิวส์”รางวัล “เบนซ์กาฟิวส์แบตเตอรี่ของหัวใจ”ความรู้สึกที่มีต่อชื่อรางวัล “เบนซ์กาฟิวส์แบตเตอรี่ของหัวใจ” เบนซ์ : เอาจริงมันคือ 2 ด้อมรวมกัน ให้มันเป็นหนึ่งเดียวก็คือ “แบตเตอรี่ของอเลิ้ต” กับ “ฟิวส์มิลี่” เหมือนกับว่าเราสองคนได้อยู่คู่กัน มันก็คือครอบครัวเดียวกัน ถ้าเอามามิกซ์กันมันก็เหมือนกับว่าเรา forever เราก็สามารถอยู่ด้วยกันตลอดไป จริง ๆ ก็ดีใจ ไม่ว่าชื่อไหนเราก็ดีใจหมด มันมีความหมายทุกชื่อเลย ชอบมาก กาฟิวส์ : จริง ๆ เราชอบทุกชื่อที่เสนอมาที่มาของชื่อรางวัล “จะไปหา...เมื่อเธอหิว” เบนซ์ : อันนี้ชอบ เพราะเราทั้งสองคนคือเวลาหิว ผมชอบไลน์ไปหา “กาฟิวส์...กินข้าวไหม” เขาชอบกินดึก ปกติพวกเราซ้อมเต้นกันดึกมาก เลิกตี 2 ตี3 ผมก็หิวไง กลัวไม่มีเพื่อนไป ผมก็ชวนกาฟิวส์ก่อน ปกติเขาจะไป แต่ช่วงหลัง ๆ เริ่มลดหุ่น เขาไม่อยากกินดึก กาฟิวส์ : คิดว่าชื่อนี้จะได้ น้อยมากทีผมจะไม่ไป เหมือนโดนบังคับยังไงก็ไม่รู้3 ร้านอาหารในดวงใจของ “เบนซ์ - กาฟิวส์”1. Shakariki432 ไปเกือบทุกสัปดาห์2. A RAMEN ราเมงข้อสอบ ไปบ่อยมาก เอะอะก็ราเมง3. สมยง ร้านส้มตำข้างตึก หมดเงินเป็นหมื่น ๆ แล้วเบนซ์ชอบดูตลก ส่วนกาฟิวส์ชอบออกกำลังกาย เบนซ์ : ดูรายการตลก พวกพี่แจ๊ส พี่บอล พี่นุ้ย ในวันที่เราแย่ ๆ ในวันที่เราต้องการกำลังใจ เราเปิดดูรายการของพวกเขา แล้วก็รู้สึกว่าสามารถทำให้เรายิ้มได้ สามารถทำให้เราหัวเราะได้ในวันนั้น มันเป็นฟิลกู๊ดที่มันดีมาก ๆ สำหรับรายการของพวกพี่ ๆ เขา กาฟิวส์ : ปกติผมเป็นคนออกกำลังกายอยู่แล้ว ในวันที่รู้สึกเบื่อ ผมก็จะออกไปเสียเหงื่อสักหน่อย พวกวิ่ง หรืออะไรก็ได้ที่ธรรมดา ให้รู้สึกว่าวันนี้มีอะไรทำแล้วขอเม้าท์คู่ “สายลับ-ภณ” FAN MEETING ที่ฮองกง เบนซ์ : อย่างภณเขาไม่เคยขึ้นเครื่องบินมาก่อน แล้ววันนั้นคือทริปแรกของเขา การไปฮองกงคือการขึ้นเครื่องบินครั้งแรกในชีวิตของเขา ซึ่งผมคิดว่ามันน่าตื่นเต้นนะสำหรับการขึ้นเครื่องบินครั้งแรก เขาก็รู้สึก โอ้โห ดี๊ด้าใหญ่เลย ไปถึงสุวรรณภูมิคือทุกอย่างคือโลกใบใหม่ของเขา ไปเดิน Duty Free เดินหาของกิน ดูน้ำหอม อะไรทุกอย่างคือเปิดโลกเขาหมด พอไปขึ้นเครื่องบินเขามีจอ กาฟิวส์ : มีจอ แล้วก็จะมีหน้าต่าง แล้วเขาก็จะแบบอยากรู้อยากเห็นไปหมดเลย เขาก็จะกดนู้นกดนี้ เขานั่งข้างพี่สายลับ เขาก็จะถามพี่สายลับนี่กดยังไง หรือหันไปมีหน้าต่าง เขาก็จะหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูป“เบนซ์ - กาฟิวส์” ทำอะไรบนเครื่องบิน กาฟิวส์ : ผมนั่งข้างเขา เขาจะเป็นคนชอบทำสมาธิ นั่งแล้วก็หลับ เบนซ์ : คือวันนั้นผมไม่สบายด้วย ขึ้นเครื่องแล้วสัปหงกประมาณ 100 กว่ารอบ ส่วนกาฟิวส์ตรงที่นั่งก็จะมีโทรศัพท์ที่สามารถโทรไปหาเพื่อนที่นั่งตรงไหนก็ได้ กาฟิวส์ก็นั่งเล่นโทรศัพท์เล่น โทรหาคนฝั่งโน้นINTER FAN ให้การต้องรับดีมาก เบนซ์ : โอ้โหให้การต้องรับดีมาก มารอที่สนามบินแตกแตน พอวันโชว์จริงก็รู้สึกว่าแฟน ๆ มี Reaction กับเรา พูดภาษาของเขาโต้ตอบกับเรา บางทีเขาเตรียมภาษาไทยมาบอกรักเรา ก็รู้สึกว่าเขาอยากมอบความรัก อยากสื่อสารให้เรารู้สึกมีความสุขกับโมเมนต์นั้นจริง ๆ กาฟิวส์ : ตอนโชว์ แฟน ๆ ทุกคนน่ารักกันมาก ให้การต้อนลับเราเป็นอย่างดี เจอหน้าทักทาย ถึงเราจะสื่อสารกับเขาคนละภาษา แต่เขาก็พยายามสื่อสารกับเรา เพื่อต้องการที่จะให้กำลังใจเรารับบทเป็นตัวละคร...ในซีรีส์เรื่อง “รักนี้ไม่มีถั่วฟักยาว” เบนซ์ : รับบทเป็น “เมธัส” นักธุรกิจอสังหา กาฟิวส์ : ผมรับบทเป็น “หมอเจเจ” หมอกายภาพความยากของ “เมธัส - หมอเจเจ” กาฟิวส์ : อย่างเจเจ เขาเป็นหมอกายภาพ ผมไม่เคยมีความรู้ด้านกายภาพเลย ผมแค่นวดเป็น พอมาเป็นหมอกายภาพมันมีการยืด ต้องรักษาผู้บาทเจ็บ คุณเมธัสที่มีอาการบาดเจ็บด้านหัวเข่า ก็จะยิ่งหนักเข้าไปอีก ศัพท์ทางด้านการแพทย์อะไรอย่างงี้ ช่วงนี้ก็มีการ Workshop กันอยู่และก็ทยอยหาข้อมูลเกี่ยวกับหมอกายภาพก่อนเริ่มถ่าย เบนซ์ : ฝึกรวย555 รับงานทั่วทุกราชอาณาจักร เอาจริง ๆ มันก็ต่างจากบทที่เราเล่นมา ติดหล่ออย่างเดียว รวยด้วย หล่อกวนด้วย พี่ฉอดก็มีการปรับผมให้เข้ากับบท บทก็จะมีความกวน ๆผัดกะเพราไม่ใส่ถั่วฝักยาวหรือใส่ถั่วฝักยาว เบนซ์ : ไม่ใส่ถั่วฝักยาว กะเพราเป็นเมนูที่มาอันดับแรกของผมเลย คิดอะไรไม่ออกสั่งผัดกะเพราไว้ก่อน ผมชอบกินกะเพราแบบเผ็ด ๆ ฉ่ำน้ำหน่อย ๆ ขลุกขลิก ใส่อะไรก็ได้ แต่ที่สำคัญไม่ใส่ถั่วฝักยาวจะดีกว่า กาฟิวส์ : ผมไม่ชอบถั่วฝักยาวอยู่แล้ว เวลากินมันเป็น Texture แปลก ๆ โดยปกติผมจะกินแบบ ผัดกะเพราที่ใส่ใบกะเพราไม่เผ็ด วันนี้ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ก็มีเกมสำหรับ “เบนซ์ - กาฟิวส์” เล่นกันด้วย กับเกมที่มีชื่อว่า ‘3 2 1 Action เจ้า!’ สนุกสนานกันแน่นอน (เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME) เดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย รายการได้เปิดโอกาสให้เหล่าแฟนคลับ ได้โทรเข้ามาพูดคุยกับ “เบนซ์ - กาฟิวส์” พูดถึงเบนซ์ก่อน พึ่งติดตามพี่เบนซ์จริง ๆ จัง ๆ ก็ช่วงที่ PitBabe เริ่มฉาย ก็คือชอบที่เวลายิ้มมาก ๆ อยากให้พี่ยิ้มเยอะ ๆ อยากให้พี่มีรอยยิ้มที่สดใสในทุก ๆ วัน ไม่อยากให้มีเรื่องที่แบบมัวหมองใจเลย พี่เหมาะกับรอยยิ้มที่สุด ส่วนกาฟิวส์ ก็จะพูดเหมือนกันกับเบนซ์ ก็อยากให้กาฟิวส์ยิ้มเยอะ ๆ เหมือนกัน ไม่อยากให้มีเรื่องขุ่นหมองอะไรในใจ อยากให้ทุกวันเป็นวันที่ดีของกาฟิวส์ อยากให้กาฟิวส์สดใสในทุก ๆ วัน รอติดตามซีรีส์ใหม่ รอชมทั้ง “หมอเจเจ” และ “เสี่ยเมธัส” ด้วย แล้วก็แก็งแมวเหมียวฝากมาบอกว่า “รักมาก ๆ นะคะ” ขอบคุณที่เข้ามาทำให้เราได้รู้จักกัน คือชอบรอยยิ้มทั้ง 2 คนมากเลย แล้วก็ทำให้หนูได้รักพวกพี่มากยิ่งขึ้น หนูจะคอยซัพพอร์ตพวกพี่ไปเรื่อย ๆ ขอให้ซีรีส์เรื่องใหม่ประสบความสำเร็จ รอยยิ้มของทั้ง 2 คนเหมือนทำให้โลกสดใส ฮีลใจมาก ๆ ในวันที่เราเหนื่อยล้า ไม่สบายใจหนูก็จะเปิดภาพเบนซ์อเลิ้ต หรือไม่ก็เปิดคลิปที่พ่อเอส แม่ฉอดถ่ายลงสตอรี่ ขอบคุณเบนซ์มากที่ยังไม่หมดความพยายาม ยังไม่หมด Passtion แล้วก็ขอบคุณมากที่ทำให้ได้ถูกค้นพบขึ้นอีกครั้งหนึ่ง พี่รอมานานมาก ว่าเมื่อไหร่เบนซ์จะกลับมา แล้วก็ดีใจมากเมื่อรู้ว่าเบนซ์กลับมาอีกครั้ง ถึงต่อจากนี้มันจะเหนื่อยหน่อย แต่ว่าก็อยากให้มีความสุขแล้วก็สู้ ๆ ต่อไป ตอนที่ได้เจอกาฟิวส์ แค่เห็นกาฟิวส์ยิ้มพี่ก็รู้สึกว่า เหมือนเรื่องแย่ ๆ ทั้งหมดในชีวิตมันหายไปเลย คือจริง ๆ มันทำให้พี่กลับมามีกำลังใจอีกครั้ง อยากจะสู้กับชีวิตอีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณมาก ๆ ที่ได้รู้จักกาฟิวส์ ต่อจากนี้ก็จะพยายามซัพพอร์ตตลอดไปและสายสุดท้ายเป็นสาย Special จาก “ภณ ธนภณ เอี่ยมกําชัย” นักแสดงนำจากซีรีส์เรื่อง “รักนี้ไม่มีถั่วฟักยาว” ก็ดีใจกับทั้ง 2 คนที่ไป EFM FANDOM LIVE ในครั้งนี้ แล้วก็ดีใจที่ได้ร่วมโปรเจคด้วยกัน ซีรีส์เรื่อง “รักนี้ไม่มีถั่วฟักยาว” ผมเชื่อว่าทั้ง 2 คนจะสร้างผลงานดี ๆ ให้กับแฟนคลับที่รักพวกคุณ ที่รอติดตามพวกคุณอยู่แน่นอน ผมมั่นใจ ยืนยันกับแฟนคลับได้เลยว่า คุณรัก 2 คนนี้ไม่ผิดแน่นอน“เบนซ์ - กาฟิวส์” ขอบคุณสำหรับรางวัล “เบนซ์กาฟิวส์แบตเตอรี่ของหัวใจ” กาฟิวส์ : ขอบคุณรางวัลแรกของ “เบนซ์ - กาฟิวส์” เป็นรางวัลที่พวกเราสองคนรู้สึกดีใจ ขอบคุณมาก ๆ เลยที่มอบรางวัลนี้ให้พวกเราเห็นที่ส่งชื่อกันเข้ามาและร่วมกันโหวต ก็ขอให้รักพวกเราแบบนี้ตลอดไป เบนซ์ : ขอบคุณทุกคนมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็น “แบตเตอรี่ของอเลิ้ต” หรือ “ฟิวส์มิลี่” ทุกคนก็ส่งชื่อกันมาเยอะจริง ๆ ทุกชื่อมีความหมายหมด ขอให้รักพวกเราไปนาน ๆ ละกันอยากให้ทุกคนติดตามผลงานของพวกเราและ PitBabe ทั้ง 12 คน พวกเราอยากสร้างความสุขแบบนี้ไปเรื่อย ๆ และจะให้คำสัญญากับทุกคน จะทำให้ภูมิใจว่าเลือกรักคนไม่ผิด ขอบคุณมากครับ สุดท้ายนี้ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “เบนซ์ - กาฟิวส์” ที่มาร่วมพูดคุย สร้างเสียงหัวเราะ ความสุขให้กับรายการ และก่อนจะจบรายการกันไป ฝากติดตามซีรีย์ “รักนี้ไม่มีถั่งฟักยาว” และกิจกรรม “กะเพราCHALLENGE” สามารถติดตามข้อมูลได้ทาง CHANGE2561 ไปติดตามกันได้เลยสามารถเข้าไปรับชมกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

EFM Fandom Live ชวนมา Dum Dum (ดึม ดึม) หัวใจ ไปกับ “เจฟ ซาเตอร์” กับเรื่องราวสุดอันซีนในคอนเสิร์ตครั้งแรกที่ไม่เคยเล่าที่ไหนมาก่อน !

18 เม.ย. 2023

EFM Fandom Live ชวนมา Dum Dum (ดึม ดึม) หัวใจ ไปกับ “เจฟ ซาเตอร์” กับเรื่องราวสุดอันซีนในคอนเสิร์ตครั้งแรกที่ไม่เคยเล่าที่ไหนมาก่อน !

เรียกได้ว่าแต่ละสัปดาห์ในช่วงเมษายนที่ผ่านมานี้ EFM Fandom Live ก็ได้มีโอกาสทำความรู้จักกับศิลปินหน้าใหม่ หลากหลายสไตล์ หลากหลายความสามารถด้วยกัน ซึ่งสัปดาห์นี้ก็เอาใจสายหูเคลือบทองทุกท่านด้วยแขกรับเชิญสุดพิเศษของเรา กับศิลปินหนุ่มสาย RB ที่ไม่ว่าใครก็ต่างรู้จักเค้าคนนี้ แถมการันตีด้วยความสามารถและเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ กับ “วรกมล ซาเตอร์ หรือ เจฟ ซาเตอร์ ”นั่นเอง ! มาเริ่มกันที่ช่วงแรกของรายการ กับการร่วมพูดคุยกับตัวแทนบ้านแฟนคลับของหนุ่มเจฟอย่าง “คุณวี่” นั่นเอง ซึ่งบอกเลยว่าเรื่องราวความประทับใจจากแฟนคลับถึงหนุ่มเจฟ เป็นอะไรที่ทำให้เกิดความสุขใจกันไปทั้งทีมงานและรายการกันเลยทีเดียว‘ เจฟ ซาเตอร์ ’ บุคคลที่น่ารักกับเหล่าแฟนคลับเสมอ ถ้าหากจะให้พูดถึงความประทับใจแรกที่มีต่อหนุ่มเจฟแล้วนั้น ตัวคุณวี่เองก็ได้ออกมาบอกว่า จริงๆ แล้วด่านแรกที่ใครหลายคนเกิดตกหลุมรักเจฟ ก็คงจะเป็นหน้าตาของเขา ไม่ก็น้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ที่เขาได้ขับร้องออกมา แต่แท้จริงแล้วแฟนคลับทุกคนที่ยังจะซับพอร์ตศิลปินคนหนึ่งต่อ ก็คงจะเป็นทั้ง ทัศนคติ ความคิด และความใส่ใจซะมากกว่า ซึ่งสิ่งที่กล่าวมานี้ เจฟ ซาเตอร์คนนี้ก็มีให้แฟนคลับอยู่เสมอ เขามองเห็นคุณค่าของแฟนคลับทุกคนที่มอบความรักให้เขา และเขาเองก็ได้กลายมาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตกับใครก็ตามที่ติดตามเขาเช่นกัน สิ่งเหล่านี้จึงกลายเป็นการตกหลุมรัก และประทับใจที่ได้ติดตามในตัวเจฟเสมอมาถึงคุณวันเสาร์ “ รักตัวเองก่อนเสมอ ” คุณวี่เองก็ได้กล่าวกับทางรายการว่า ตัวเจฟเองจะบอกกับแฟนคลับทุกคนเสมอ ไม่ว่าจะในสัมภาษณ์หรืออะไรก็ตามว่าให้แฟนคลับทุกคน รักตัวเองก่อนเสมอ กอดตัวเองเหมือนที่กอดเจฟ หรือแม้แต่สิ่งเล็กๆ น้อยๆ อย่างการซื้อของ เจฟก็จะบอกตลอดว่าต้องเลือกที่จะซื้อของให้ตัวเองก่อน แล้วค่อยมาเลือกซื้อให้เจฟก็ได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันเป็นผลกับแฟนคลับทำให้แฟนคลับอย่างพวกเราดาวเสาร์รักตัวเองมากยิ่งขึ้น กล้าที่จะแต่งตัวมากขึ้น หรือมั่นใจกับตัวเองกว่าเดิม ซึ่งส่วนหนึ่งจากแรงบันดาลใจเหล่านี้มันก็มาจาก ผู้ชายคนนี้ที่ชื่อ เจฟ ซาเตอร์ ด้วยเช่นกันความน่ารักของเหล่าคุณวันเสาร์ ‘Saturdayss’ อย่างที่เรารู้กันว่า ‘ คุณวันเสาร์ ’เป็นชื่อเรียกของแฟนคลับหนุ่มเจฟ แต่ความน่ารักของหนุ่มเจฟก็ได้บอกเล่าผ่านเหล่าแฟนคลับเข้ามาให้ทางรายการได้รับฟังกันว่า จริงๆ แล้ว ‘Saturdayss’ ก็มาจากนามสกุลของหนุ่มเจฟอยู่แล้ว แต่ที่เติมตัว s เข้าไปสองตัวก็เพราะด้วยเหตุผลที่ว่าหนุ่มเจฟนั้นอยากให้เหล่า Saturdayss ของเขามีความพิเศษไม่เหมือนใครเลยเติมตัว s เข้าไปให้แปลกใหม่กว่าเดิม นอกจากนี้เหล่าคุณวันเสาร์นั้นก็ยังมีมาสคอตประจำด้อมกันอีกด้วย ซึ่งหลายคนก็อาจจะไม่รู้ชื่อเสียงเรียงนามของเจ้าตัวนี้กัน ต้องบอกเลยว่าน่ารักมาก จนได้รับชื่อจากเหล่าแฟนคลับว่า “ น้องดาวเสาร์ ” นั่นเอง ซึ่งด้วยลักษณะที่เป็นสีม่วงแล้วมีวงแหวนเป็นสีเหลือง ก็มักจะชอบถูกเหล่าแฟนคลับแซวกลายเป็นชื่อ ‘ น้องมันม่วง’ อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเจ้าน้องดาวเสาร์เองก็ได้ไปปรากฏตัวในงานคอนเสิร์ต ‘ JEFF SATUR LIVE ON SATURN FIRST SOLO CONCERT IN BANGKOK ’ ของหนุ่มเจฟที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน เรียกได้ว่าความครีเอทีฟจากเหล่าแฟนคลับหนุ่มเจฟก็สร้างความประทับใจให้กับทางรายการไปอย่างมากกันเลยทีเดียว พอพูดมาถึงงานคอนเสิร์ตที่ผ่านมาของหนุ่มเจฟแล้วนั้น ทางรายการก็อดเอ่ยปากชมกับความสามารถของหนุ่มเจฟกับคอนเสิร์ตที่ผ่านมาไปไม่ได้ จึงได้เอ่ยถามกับทางคุณวี่ กับความประทับใจที่มีต่อหนุ่มเจฟในคอนเสิร์ตครั้งแรกที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน ทางคุณวี่นั้นก็ได้ตอบว่า จริงๆ แล้วตัวเขาเองก็ไม่สามารถบรรยายความประทับใจนี้ได้หมด เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในคอนเสิร์ตของเจฟมันแสดงความเป็นตัวตนของเขาออกมาหมดแล้ว ความประทับใจก็คงจะเป็นการใส่ตัวตนในทุกรายละเอียดงานคอนเสิร์ตของเจฟเข้าไปจนกลายมาเป็นความสมบูรณ์แบบของคอนเสิร์ตนี้ขึ้นมา แต่ถ้าจะให้นึกถึงโชว์ที่กินใจและตราตรึงใจมากที่สุด ก็คงจะเป็นการโซโล่พิณของตัวหนุ่มเจฟเอง ที่สามารถนำเครื่องดนตรีไทยมาใส่เข้าไปในโชว์ให้กลายเป็นความตราตรึงใจจนใครหลายๆ คนในงานประทับใจกันไป อย่างไม่รู้ลืมและสุดท้ายคุณวี่ก็ขอเป็นตัวแทนของคุณดาวเสาร์ฝากไปถึงหนุ่มเจฟให้ได้รู้ว่า… “ ถ้าจะให้พูดคำหนึ่งที่พูดถึงเจฟได้ดีที่สุดก็คงเป็นคำว่า ‘ภูมิใจ’ ในตัวผู้ชายคนนี้มากๆ ไม่ว่าจะผลงาน หรือ อะไรก็ตามที่เขามอบให้เหล่าแฟนคลับทุกคน รวมไปถึงคำว่า ‘ ห่วงใย ‘ ด้วยที่อยากจะมอบให้ผู้ชายคนนี้ เพราะแฟนคลับทุกคนรู้ว่าเจฟเองก็ทำงานหนักทุกวัน สิ่งที่อยากจะบอกก็คงมีแค่ว่า โปรดอย่าเจ็บ อย่าป่วย ดูแลตัวเองดีๆ เพื่อที่การมาเจอกันระหว่างคุณดาวเสาร์กับเจฟเองเกิดขึ้นได้อย่างความสุข สนุกสนาน และอยู่ด้วยกันนานๆ ตลอดไป ” และต่อด้วยช่วงที่สองของรายการกับการร่วมพูดคุยกับหนุ่ม “ เจฟ ซาเตอร์ ” กับการถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมาของคอนเสิร์ตครั้งแรกที่เกิดขึ้น กับเรื่องราวเนื้อหาเพลงสุดลึกล้ำอย่าง Dum Dum (ดึม ดึม) ซิงเกิลล่าสุดที่แสดงความเป็นตัวตนของหนุ่มเจฟอย่างแท้จริงเรื่องราวความเป็น ‘ Jeff Satur ‘ กับ First Solo คอนเสิร์ตครั้งแรก ต้องบอกเลยว่าเป็นที่ตราตรึงใจกับใครหลายๆ คนที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในคอนเสิร์ตครั้งแรกของหนุ่มเจฟ ซาเตอร์ ที่ผ่านมาเรียกได้ว่างัดทุกความสามารถทั้งร้อง ทั้งเต้นออกมา ทำเอาสร้างความประทับใจและความตราตรึงใจให้ใครไปได้อย่างยาวนานเลยทีเดียว ซึ่งพอมาได้สอบถามถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของหนุ่มเจฟแล้วนั้น ตนก็ได้กล่าวว่า คอนเสิร์ตครั้งนี้ถือเป็นการทุ่มทั้งแรงกายแรงใจลงไป กว่าจะมาเป็นคอนเสิร์ตครั้งแรกของตนได้ ก็ใช้เวลาไปร่วม 2 เดือนด้วยกัน ซึ่งความดีความชอบครั้งนี้ก็ขอบคุณทีมงานทุกท่าน รวมไปถึงศิลปินทุกคนที่เป็นส่วนหนึ่งในคอนเสิร์ตครั้งนี้ ที่มีส่วนให้คอนเสิร์ตของเจฟเองออกมาได้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น เพราะถ้าหากไม่มีพวกเขาความกลมกล่อมของงานก็อาจจะไม่น่าสนใจมากเท่านี้ ซึ่งอย่างที่บอกไปว่าหากในอนาคตมีคอนเสิร์ตครั้งที่สอง หรือสาม เค้าก็อยากที่จะพรีเซนต์ออกมาในรูปแบบที่แปลกใหม่มากยิ่งขึ้น เพื่อให้สมการรอคอยของทุกคนอย่างแน่นอนที่ไปที่มาของน้อง Dum Dum ( ดึม ดึม ) อย่างที่รู้กันว่าซิงเกิลล่าสุดอย่างเพลง Dum Dum (ดึม ดึม) ของหนุ่มเจฟนั้น ทางตัวเนื้อหาและสตอรี่มีเรื่องราวอันซับซ้อนมากมายที่ชวนสงสัยให้กับทางรายการ ทางเราจึงได้สอบถามหนุ่มเจฟไปถึงที่ไปที่มาของผลงานชิ้นนี้ว่ามีความเป็นมาอย่างไรถึงได้มีชื่อว่า Dum Dum ออกมาได้ ซึ่งเจฟเองก็ได้บอกว่า จริงๆ แล้วผลงานชิ้นนี้มาจากที่เราอยากที่จะขึ้นเสียงกีตาร์ เพื่อฮัมเพลงไปเรื่อยๆ ขึ้นมา แล้วจู่ๆ ทำนองนี้มันก็เข้ามา จนทำให้เราปิ๊งไอเดียคิดเพลงนี้ขึ้นมาได้ในหัวอย่างทันที ซึ่งพอมองลึกลงไปแล้วนั้นอย่างที่รู้ว่าเราใส่ความเป็นตัวเองเข้าไปในการโปรดิวซ์ครั้งนี้ค่อนข้างเยอะ เพื่อให้เกิดความเป็นตัวตนและลายเซ็นของเจฟมากยิ่งขึ้น ตัว Music Video จึงเกิดมาจากไอเดียเล็กๆ ของเราที่อยากจะทำผมสีเทา และมีการเพ้นท์เข้ามาในเนื้อหา จึงกลายเป็นเรื่องราวของตัวละครเทพเจ้า กับมนุษย์ ที่มีพันธะสัญญาถึงการแก้แค้นซึ่งกันและกัน ที่สุดท้ายนั้นมันก็ไม่ได้มาซึ่งความสงบสุขอยู่ดี เพราะถ้าสังเกตดีๆ เราจะใส่ดีเทลไปตรงที่รอยเพ้นท์ที่ตัวเจฟด้วยว่า “ SUNSHINE MOON SHINE LOVE DIE ” ซึ่งนิยามของมันก็เหมือนเปรียบว่าวันเวลาสุดท้ายมันก็ผ่านไปเรื่อยๆ เหมือนความรักที่ไม่ว่าอย่างไรมันก็จะตายไปกับเราอยู่ดี และสุดท้ายนี้ก่อนจะล่ำรากันไป EFM Fandom Live ก็ขอขอบคุณหนุ่ม เจฟ ซาเตอร์ อย่างมากที่ได้มาร่วมสนุกกับทางรายการของเรา และหวังว่าคุณวันเสาร์ทุกคนจะมีความสุขไปกับเราในทุกกิจกรรมในรายการเช่นกัน สุดท้ายนี้ก็ขอฝากซับพอร์ตหนุ่ม เจฟ ซาเตอร์ กับทุกๆ ผลงานที่จะเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นซิงเกิลล่าสุดอย่าง Dum Dum (ดึม ดึม) ก็สามารถรับชมและรับฟังกันได้ในทุกสื่อสตรีมมิ่ง และแอบกระซิบมาว่าเร็วๆ นี้ก็จะมีผลงานซีรีส์กับน้อง ‘ บาร์โค้ด ตฤณสิษฐ์ ’ ด้วยเช่นกัน ก็อย่าลืมซับพอร์ตกับทุกผลงานของหนุ่มเจฟด้วยเลยน้า- Saturdayss to Jeff Satur “การที่พวกเรามาตามเจฟ ทำให้ได้รู้จักคนดีๆ มากมาย ได้ทั้งแฟนคลับที่เป็นได้ทั้ง เพื่อน พี่น้อง คนรอบข้างที่ดีเสมอ เวลาที่เราเหนื่อยหรือท้อ ผู้ชายที่ชื่อ เจฟ ซาเตอร์ ก็สามารถฮีลใจเราได้อย่างมาก คำพูดหลายคำพูดจากเจฟเองก็ทำให้คุณวันเสาร์ทุกคนเป็นตัวของตัวเองมากยิ่งขึ้น อยากที่จะทำอะไรก็ได้ทำ แค่มีความสุขก็พอ เหมือนที่เจฟได้บอกคุณวันเสาร์ทุกคนไว้ ซึ่งพวกเราเองก็อยากบอกเช่นกันว่า ก็อยากให้เจฟเองทำอะไรก็ได้ที่ตัวเองทำแล้วมีความสุข เพราะคุณดาวเสาร์ทุกคนจะคอยซับพอร์ตเจฟ ซาเตอร์ คนนี้อยู่ตรงนี้อยู่เสมอไม่ไปไหน เดินทางไปด้วยกันเรื่อยๆ แบบนี้ไปนานๆ เลยนะ รัก… เจฟ ซาเตอร์”ภาพ EFM Fandom Live

album
efm
-

-