EFM Fandom Live ชวนมา Dum Dum (ดึม ดึม) หัวใจ ไปกับ “เจฟ ซาเตอร์” กับเรื่องราวสุดอันซีนในคอนเสิร์ตครั้งแรกที่ไม่เคยเล่าที่ไหนมาก่อน !

EFM FANDOM RECAP

EFM Fandom Live ชวนมา Dum Dum (ดึม ดึม) หัวใจ ไปกับ “เจฟ ซาเตอร์” กับเรื่องราวสุดอันซีนในคอนเสิร์ตครั้งแรกที่ไม่เคยเล่าที่ไหนมาก่อน !

18 เม.ย. 2023

       เรียกได้ว่าแต่ละสัปดาห์ในช่วงเมษายนที่ผ่านมานี้ EFM Fandom Live ก็ได้มีโอกาสทำความรู้จักกับศิลปินหน้าใหม่ หลากหลายสไตล์ หลากหลายความสามารถด้วยกัน  ซึ่งสัปดาห์นี้ก็เอาใจสายหูเคลือบทองทุกท่านด้วยแขกรับเชิญสุดพิเศษของเรา กับศิลปินหนุ่มสาย R&B ที่ไม่ว่าใครก็ต่างรู้จักเค้าคนนี้ แถมการันตีด้วยความสามารถและเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ กับ “วรกมล ซาเตอร์ หรือ เจฟ ซาเตอร์ ”นั่นเอง !

 

      มาเริ่มกันที่ช่วงแรกของรายการ กับการร่วมพูดคุยกับตัวแทนบ้านแฟนคลับของหนุ่มเจฟอย่าง “คุณวี่” นั่นเอง ซึ่งบอกเลยว่าเรื่องราวความประทับใจจากแฟนคลับถึงหนุ่มเจฟ เป็นอะไรที่ทำให้เกิดความสุขใจกันไปทั้งทีมงานและรายการกันเลยทีเดียว

 

‘ เจฟ ซาเตอร์ ’  บุคคลที่น่ารักกับเหล่าแฟนคลับเสมอ

 

       ถ้าหากจะให้พูดถึงความประทับใจแรกที่มีต่อหนุ่มเจฟแล้วนั้น ตัวคุณวี่เองก็ได้ออกมาบอกว่า จริงๆ แล้วด่านแรกที่ใครหลายคนเกิดตกหลุมรักเจฟ ก็คงจะเป็นหน้าตาของเขา ไม่ก็น้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ที่เขาได้ขับร้องออกมา

         แต่แท้จริงแล้วแฟนคลับทุกคนที่ยังจะซับพอร์ตศิลปินคนหนึ่งต่อ ก็คงจะเป็นทั้ง ทัศนคติ ความคิด และความใส่ใจซะมากกว่า ซึ่งสิ่งที่กล่าวมานี้ เจฟ ซาเตอร์คนนี้ก็มีให้แฟนคลับอยู่เสมอ เขามองเห็นคุณค่าของแฟนคลับทุกคนที่มอบความรักให้เขา และเขาเองก็ได้กลายมาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตกับใครก็ตามที่ติดตามเขาเช่นกัน สิ่งเหล่านี้จึงกลายเป็นการตกหลุมรัก และประทับใจที่ได้ติดตามในตัวเจฟเสมอมา 

 

ถึงคุณวันเสาร์ “ รักตัวเองก่อนเสมอ ”

 

         คุณวี่เองก็ได้กล่าวกับทางรายการว่า ตัวเจฟเองจะบอกกับแฟนคลับทุกคนเสมอ ไม่ว่าจะในสัมภาษณ์หรืออะไรก็ตามว่าให้แฟนคลับทุกคน รักตัวเองก่อนเสมอ กอดตัวเองเหมือนที่กอดเจฟ หรือแม้แต่สิ่งเล็กๆ น้อยๆ อย่างการซื้อของ เจฟก็จะบอกตลอดว่าต้องเลือกที่จะซื้อของให้ตัวเองก่อน แล้วค่อยมาเลือกซื้อให้เจฟก็ได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันเป็นผลกับแฟนคลับทำให้แฟนคลับอย่างพวกเราดาวเสาร์รักตัวเองมากยิ่งขึ้น กล้าที่จะแต่งตัวมากขึ้น หรือมั่นใจกับตัวเองกว่าเดิม ซึ่งส่วนหนึ่งจากแรงบันดาลใจเหล่านี้มันก็มาจาก ผู้ชายคนนี้ที่ชื่อ เจฟ ซาเตอร์ ด้วยเช่นกัน

 

ความน่ารักของเหล่าคุณวันเสาร์  ‘Saturdayss’ 

 

      อย่างที่เรารู้กันว่า ‘ คุณวันเสาร์ ’เป็นชื่อเรียกของแฟนคลับหนุ่มเจฟ แต่ความน่ารักของหนุ่มเจฟก็ได้บอกเล่าผ่านเหล่าแฟนคลับเข้ามาให้ทางรายการได้รับฟังกันว่า จริงๆ แล้ว ‘Saturdayss’  ก็มาจากนามสกุลของหนุ่มเจฟอยู่แล้ว แต่ที่เติมตัว s เข้าไปสองตัวก็เพราะด้วยเหตุผลที่ว่าหนุ่มเจฟนั้นอยากให้เหล่า Saturdayss ของเขามีความพิเศษไม่เหมือนใครเลยเติมตัว s เข้าไปให้แปลกใหม่กว่าเดิม

 

       นอกจากนี้เหล่าคุณวันเสาร์นั้นก็ยังมีมาสคอตประจำด้อมกันอีกด้วย ซึ่งหลายคนก็อาจจะไม่รู้ชื่อเสียงเรียงนามของเจ้าตัวนี้กัน ต้องบอกเลยว่าน่ารักมาก จนได้รับชื่อจากเหล่าแฟนคลับว่า “ น้องดาวเสาร์ ” นั่นเอง ซึ่งด้วยลักษณะที่เป็นสีม่วงแล้วมีวงแหวนเป็นสีเหลือง ก็มักจะชอบถูกเหล่าแฟนคลับแซวกลายเป็นชื่อ ‘ น้องมันม่วง’ อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเจ้าน้องดาวเสาร์เองก็ได้ไปปรากฏตัวในงานคอนเสิร์ต  ‘ JEFF SATUR LIVE ON SATURN FIRST SOLO CONCERT IN BANGKOK ’ ของหนุ่มเจฟที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน เรียกได้ว่าความครีเอทีฟจากเหล่าแฟนคลับหนุ่มเจฟก็สร้างความประทับใจให้กับทางรายการไปอย่างมากกันเลยทีเดียว 

 

       พอพูดมาถึงงานคอนเสิร์ตที่ผ่านมาของหนุ่มเจฟแล้วนั้น ทางรายการก็อดเอ่ยปากชมกับความสามารถของหนุ่มเจฟกับคอนเสิร์ตที่ผ่านมาไปไม่ได้ จึงได้เอ่ยถามกับทางคุณวี่ กับความประทับใจที่มีต่อหนุ่มเจฟในคอนเสิร์ตครั้งแรกที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน ทางคุณวี่นั้นก็ได้ตอบว่า จริงๆ แล้วตัวเขาเองก็ไม่สามารถบรรยายความประทับใจนี้ได้หมด เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในคอนเสิร์ตของเจฟมันแสดงความเป็นตัวตนของเขาออกมาหมดแล้ว ความประทับใจก็คงจะเป็นการใส่ตัวตนในทุกรายละเอียดงานคอนเสิร์ตของเจฟเข้าไปจนกลายมาเป็นความสมบูรณ์แบบของคอนเสิร์ตนี้ขึ้นมา แต่ถ้าจะให้นึกถึงโชว์ที่กินใจและตราตรึงใจมากที่สุด ก็คงจะเป็นการโซโล่พิณของตัวหนุ่มเจฟเอง ที่สามารถนำเครื่องดนตรีไทยมาใส่เข้าไปในโชว์ให้กลายเป็นความตราตรึงใจจนใครหลายๆ คนในงานประทับใจกันไป อย่างไม่รู้ลืม

 

และสุดท้ายคุณวี่ก็ขอเป็นตัวแทนของคุณดาวเสาร์ฝากไปถึงหนุ่มเจฟให้ได้รู้ว่า…

 

     “ ถ้าจะให้พูดคำหนึ่งที่พูดถึงเจฟได้ดีที่สุดก็คงเป็นคำว่าภูมิใจในตัวผู้ชายคนนี้มากๆ ไม่ว่าจะผลงาน หรือ อะไรก็ตามที่เขามอบให้เหล่าแฟนคลับทุกคน รวมไปถึงคำว่าห่วงใยด้วยที่อยากจะมอบให้ผู้ชายคนนี้ เพราะแฟนคลับทุกคนรู้ว่าเจฟเองก็ทำงานหนักทุกวัน สิ่งที่อยากจะบอกก็คงมีแค่ว่า โปรดอย่าเจ็บ อย่าป่วย ดูแลตัวเองดีๆ เพื่อที่การมาเจอกันระหว่างคุณดาวเสาร์กับเจฟเองเกิดขึ้นได้อย่างความสุข สนุกสนาน และอยู่ด้วยกันนานๆ ตลอดไป

 

         และต่อด้วยช่วงที่สองของรายการกับการร่วมพูดคุยกับหนุ่ม “ เจฟ ซาเตอร์ ” กับการถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมาของคอนเสิร์ตครั้งแรกที่เกิดขึ้น กับเรื่องราวเนื้อหาเพลงสุดลึกล้ำอย่าง Dum Dum (ดึม ดึม) ซิงเกิลล่าสุดที่แสดงความเป็นตัวตนของหนุ่มเจฟอย่างแท้จริง 

 

เรื่องราวความเป็น ‘ Jeff Satur ‘ กับ First Solo คอนเสิร์ตครั้งแรก

 

       ต้องบอกเลยว่าเป็นที่ตราตรึงใจกับใครหลายๆ คนที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในคอนเสิร์ตครั้งแรกของหนุ่มเจฟ ซาเตอร์ ที่ผ่านมาเรียกได้ว่างัดทุกความสามารถทั้งร้อง ทั้งเต้นออกมา ทำเอาสร้างความประทับใจและความตราตรึงใจให้ใครไปได้อย่างยาวนานเลยทีเดียว ซึ่งพอมาได้สอบถามถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของหนุ่มเจฟแล้วนั้น ตนก็ได้กล่าวว่า คอนเสิร์ตครั้งนี้ถือเป็นการทุ่มทั้งแรงกายแรงใจลงไป กว่าจะมาเป็นคอนเสิร์ตครั้งแรกของตนได้ ก็ใช้เวลาไปร่วม 2 เดือนด้วยกัน ซึ่งความดีความชอบครั้งนี้ก็ขอบคุณทีมงานทุกท่าน รวมไปถึงศิลปินทุกคนที่เป็นส่วนหนึ่งในคอนเสิร์ตครั้งนี้ ที่มีส่วนให้คอนเสิร์ตของเจฟเองออกมาได้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น เพราะถ้าหากไม่มีพวกเขาความกลมกล่อมของงานก็อาจจะไม่น่าสนใจมากเท่านี้ ซึ่งอย่างที่บอกไปว่าหากในอนาคตมีคอนเสิร์ตครั้งที่สอง หรือสาม เค้าก็อยากที่จะพรีเซนต์ออกมาในรูปแบบที่แปลกใหม่มากยิ่งขึ้น เพื่อให้สมการรอคอยของทุกคนอย่างแน่นอน

 

ที่ไปที่มาของน้อง Dum Dum ( ดึม ดึม )

 

        อย่างที่รู้กันว่าซิงเกิลล่าสุดอย่างเพลง Dum Dum (ดึม ดึม) ของหนุ่มเจฟนั้น ทางตัวเนื้อหาและสตอรี่มีเรื่องราวอันซับซ้อนมากมายที่ชวนสงสัยให้กับทางรายการ ทางเราจึงได้สอบถามหนุ่มเจฟไปถึงที่ไปที่มาของผลงานชิ้นนี้ว่ามีความเป็นมาอย่างไรถึงได้มีชื่อว่า Dum Dum ออกมาได้

         ซึ่งเจฟเองก็ได้บอกว่า จริงๆ แล้วผลงานชิ้นนี้มาจากที่เราอยากที่จะขึ้นเสียงกีตาร์ เพื่อฮัมเพลงไปเรื่อยๆ ขึ้นมา แล้วจู่ๆ ทำนองนี้มันก็เข้ามา จนทำให้เราปิ๊งไอเดียคิดเพลงนี้ขึ้นมาได้ในหัวอย่างทันที 

     ซึ่งพอมองลึกลงไปแล้วนั้นอย่างที่รู้ว่าเราใส่ความเป็นตัวเองเข้าไปในการโปรดิวซ์ครั้งนี้ค่อนข้างเยอะ เพื่อให้เกิดความเป็นตัวตนและลายเซ็นของเจฟมากยิ่งขึ้น

        ตัว Music Video จึงเกิดมาจากไอเดียเล็กๆ ของเราที่อยากจะทำผมสีเทา และมีการเพ้นท์เข้ามาในเนื้อหา จึงกลายเป็นเรื่องราวของตัวละครเทพเจ้า กับมนุษย์ ที่มีพันธะสัญญาถึงการแก้แค้นซึ่งกันและกัน ที่สุดท้ายนั้นมันก็ไม่ได้มาซึ่งความสงบสุขอยู่ดี เพราะถ้าสังเกตดีๆ เราจะใส่ดีเทลไปตรงที่รอยเพ้นท์ที่ตัวเจฟด้วยว่า “ SUNSHINE MOON SHINE LOVE DIE ” ซึ่งนิยามของมันก็เหมือนเปรียบว่าวันเวลาสุดท้ายมันก็ผ่านไปเรื่อยๆ เหมือนความรักที่ไม่ว่าอย่างไรมันก็จะตายไปกับเราอยู่ดี

        และสุดท้ายนี้ก่อนจะล่ำรากันไป EFM Fandom Live  ก็ขอขอบคุณหนุ่ม เจฟ ซาเตอร์ อย่างมากที่ได้มาร่วมสนุกกับทางรายการของเรา และหวังว่าคุณวันเสาร์ทุกคนจะมีความสุขไปกับเราในทุกกิจกรรมในรายการเช่นกัน สุดท้ายนี้ก็ขอฝากซับพอร์ตหนุ่ม เจฟ ซาเตอร์ กับทุกๆ ผลงานที่จะเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นซิงเกิลล่าสุดอย่าง Dum Dum (ดึม ดึม) ก็สามารถรับชมและรับฟังกันได้ในทุกสื่อสตรีมมิ่ง และแอบกระซิบมาว่าเร็วๆ นี้ก็จะมีผลงานซีรีส์กับน้อง ‘ บาร์โค้ด ตฤณสิษฐ์ ’ ด้วยเช่นกัน ก็อย่าลืมซับพอร์ตกับทุกผลงานของหนุ่มเจฟด้วยเลยน้า 

 

-           Saturdayss   to   Jeff Satur 

 

      “การที่พวกเรามาตามเจฟ ทำให้ได้รู้จักคนดีๆ มากมาย ได้ทั้งแฟนคลับที่เป็นได้ทั้ง เพื่อน พี่น้อง คนรอบข้างที่ดีเสมอ เวลาที่เราเหนื่อยหรือท้อ ผู้ชายที่ชื่อ เจฟ ซาเตอร์ ก็สามารถฮีลใจเราได้อย่างมาก คำพูดหลายคำพูดจากเจฟเองก็ทำให้คุณวันเสาร์ทุกคนเป็นตัวของตัวเองมากยิ่งขึ้น อยากที่จะทำอะไรก็ได้ทำ แค่มีความสุขก็พอ เหมือนที่เจฟได้บอกคุณวันเสาร์ทุกคนไว้ ซึ่งพวกเราเองก็อยากบอกเช่นกันว่า ก็อยากให้เจฟเองทำอะไรก็ได้ที่ตัวเองทำแล้วมีความสุข เพราะคุณดาวเสาร์ทุกคนจะคอยซับพอร์ตเจฟ ซาเตอร์ คนนี้อยู่ตรงนี้อยู่เสมอ ไม่ไปไหน เดินทางไปด้วยกันเรื่อยๆ แบบนี้ไปนานๆ เลยนะ รัก… เจฟ ซาเตอร์”

 

ภาพ EFM Fandom Live

related EFM FANDOM RECAP

“BUS” แปลงร่างรับรางวัล ‘เดอะเบสเบียวบอยแห่งปี (เบียว of the year)’ LIVE ที่อย่าพยายามทำความเข้าใจ เพราะสิ่งที่เกิดในรายการคือ BUS is เบียว ตัวจริง เสียงจริง!

26 พ.ย. 2024

“BUS” แปลงร่างรับรางวัล ‘เดอะเบสเบียวบอยแห่งปี (เบียว of the year)’ LIVE ที่อย่าพยายามทำความเข้าใจ เพราะสิ่งที่เกิดในรายการคือ BUS is เบียว ตัวจริง เสียงจริง!

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 7 พฤศจิกายน 2567] คืนนี้เปิดสตูต้อนรับ “BUS because of you i shine” กับซิงเกิลใหม่ล่าสุด “TRANSFORMER” พร้อมอัพเดตพูดคุยกับ 2 สาว “ดีเจดาว และ ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการเป็นการคัดเลือกชื่อ“EFM FANDOM AWARDS รางวัลพิเศษ เพื่อคนพิเศษ” จากที่แฟน ๆ เสนอและเปิดให้โหวต1. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “หนุ่มสุดหล่อล้ำนำสมัย ไฮเทคสเปคเลย” เนื่องจากคัมแบคล่าสุดของน้องบัสคือเพลง transformer โดยเรื่องราวใน mv เปรียบเสมือนเมมเบอร์แต่ละคนอยู่ในโลก sci-fi สามารถแปลงร่างเป็นรถได้ และที่สำคัญน้องๆหล่อกันมากๆ ตรงตามสเปคหลายคนจึงขอเสนอชื่อ หนุ่มสุดหล่อล้ำนำสมัยไฮเทคสเปคเลย ให้บัสค่าาA good-looking, contemporary, tech-savvy gentleman. Because Bus has made a recent return with the track Transformer, the plot in the music video depicts each member entering a futuristic realm where they can morph into automobiles. What's most notable is the guys' striking appearance, ticking all the boxes for many people's preferences. Therefore, I happily propose Bus as the charming, up-to-date, high-tech individual.2. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “BUS THE PHENOMENON” BUS ทั้ง 12 คนได้สร้างผลงานและปรากฎการณ์ใหม่ๆให้วงการ T-POP มากมาย ROOKIE OF THE YEAR [ Engagement All Platform สูงมาก! / ผลงานเพลงได้รับความนิยมระดับ 10 M / Presenter แบรนด์ชั้นนำของประเทศ ]BUS THE PHENOMENON Members of the BUS 12 have contributed to the T-POP industry by introducing fresh content and trends. They gained high engagement across all platforms and received 10 million ratings on their popular songs. Additionally, they have been selected as the face of leading brands in the country. Congratulations to them for their impressive achievements!3.ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “เทสที่สร้าง ร่างที่แปลก” รางวัลนี้เป็นรางวัลที่ค่อนข้างจะภูมิใจให้น้องๆมากกกค่ะ ความหล่อที่พระเจ้าให้มายังไม่เท่าความแปลกที่น้องมี เทสที่สร้างแสนเท่ในเอ็มวีนั้น ยังไม่เท่าร่างที่แปลกของน้องๆในแต่ละวัน บางวันเห็นน้องๆทำอะไรแปลกๆบ่อยมากจนบางทีก็สงสัย ในหัวน้องคิดอะไรอยู่อยากลองเข้าใจพวกน้องสักวันที่น้องคิดบ้างน่าจะสนุก รู้สึกว่ามันต้องสุดโต่งมากแน่ๆ แต่ชอบนะคะเพราะน้องๆเลยทำให้เรายิ้มได้ หัวเราะได้ในทุกๆวันนี้ ในวันที่รู้สึกไม่ดีแค่ได้เห็นน้องก็มีความสุขแล้วค่ะTaste manifested, unusual physique This accolade is one that fills me with pride on their behalf. The beauty bestowed upon them by God pales in comparison to the uniqueness they possess. The charm exuded in the music video is no match for the peculiarity of their everyday bodies. I often witness them engaging in eccentric behaviors, prompting me to ponder their thoughts. I aspire to unravel their minds one day, a prospect that seems exhilarating. While their ways may be unconventional, I find solace in the joy and laughter they bring me each day. In moments of distress, their presence alone is enough to lift my spirits.4.ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “12 ภูตจิ๋วฮีลใจ” 12 มาจาก BUS ทั้ง12คนค่ะ แต่ทำไมถึงเป็น “ภูตจิ๋วฮีลใจ” เพราะ BUS ก็เปรียบเสมือนเหล่าภูตตัวน้อยๆ ที่คอยให้กำลังใจ BEUS อยู่เสมอ ภูตที่หมายถึงในที่นี้คือ ภูตดอกไม้ เพราะภูตดอกไม้เป็นสิ่งมีชีวิตที่มหัศจรรย์ เหมือนความมหัศจรรย์ในตัวBUSอ้วร ที่สามารถเปลี่ยนวันแย่ๆให้กลายเป็นวันที่ดีได้ โดยที่บางครั้งไม่ต้องทำอะไร เพราะการมีอยู่ของ BUS ทั้ง12คน ก็ถือเป็นสิ่งวิเศษแล้วค่ะ12 Tender Spirits Bring Comfort to the Heart The number 12 symbolizes the 12 individuals of BUS. But why mention "Little Spirits Bring Comfort to the Heart"? It's because BUS embodies those gentle spirits who offer unwavering support to BEUS. In this context, the spirits refer to flower spirits, known for their magical abilities. Just like how BUS has the power to transform a gloomy day into a bright one effortlessly. The presence of the 12 BUS members is truly a marvel in itself.5. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “เดอะเบสเบียวบอยแห่งปี (เบียว of the year)” **ชื่อสาขานี้เป็นชื่อที่ได้รับการเสนอเข้ามาเยอะที่สุด นี่คือแนวคิด/ที่มาบางส่วนเท่านั้น** แนวคิด 1 : เพราะ MV transformers ของ BUS เบียวสะใจเอาสุดมาก!!! แนวคิด 2 : เนื่องจากน้องๆบัสเพิ่งปล่อยเอ็มวีเพลง Transformer ซึ่งเป็นเพลง performance ที่ร้อนแรงมาก แต่ว่าในเวลาเดียวกัน ก็โชว์ลูกเล่นความหล่อเบียวๆ 12 แบบสไตล์เด็กหนุ่มหุ่นเหล็กแปลงร่างค่ะ แนวคิด 3 : อย่างที่ทราบคือพวกเค้าหล่อแต่ไม่ได้ติดแอคเพราะแอคมันติดผม ใครบอกผมเบียวอย่างน้อยผมก็เคี้ยวแล้วกลืน ออร่าของตัวพ่อมันระเบิดออกมาแบบว่า “เอาสุดอ่ะค้าบ” ความจึ้ง ความปึ้ง ยังไม่จบเพราะผมหล่อครบรส ความสามารถครบทุกแขนง ทั้งแรปทั้งเต้นทั้งร้องโคตรจะเฟี้ยวโคตรจะโดนใจ จะอลันที่กล้ามแน่นปึ้ก ม้าคจิ้ดที่บ้อกแบ้ก ขุนพลที่แค่เห็นก็แทบละลาย ฮาร์ทโคตรพระเอกในดวงใจ พี่จินพ่อเทพบุตร ไทยแปลกแต่หล่อระเบิด พี่แช่มที่สุดของสเปคหนู เฮียภูหมาทิชชุ่ลาบูบู้สุดหล่อ น้องเป้อเด้กเล้กตัวจิ๋วน่ารักของมามี้หนูทำอะไรก็เท่ที่สุดฉุดไม่ไหวใจละลายจะบ้าตายน่ารักจังㅠ ㅠ พี่อชิเก่งขึ้นทุกวันจนมัมหมีกี้ดมือทาบอก จั๋งแรปเป้อสุดเท่ระเบิด ภีมวสุสุดหล่อของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ หล่อแอคเบียวเฟี้ยวโดนใจจะเป็นใครถ้าไม่ใช่บัสอ้วรThe Amazing boys of the year**This particular branch has received the highest number of suggestions.Here are just a few concepts to consider:** Idea 1: The MV Transformers of BUS is truly remarkable! Idea 2: The Bus boys recently debuted the MV for the song Transformer, a sensational performance piece. They showcased 12 different impressive and unique tricks reminiscent of a young Iron Man’s transformation. Idea 3: You might already know about their stunning looks and captivating presence, but their skills extend far beyond mere appearances. They are talented in various areas like rapping, dancing, and singing, marking them as incredibly cool and gifted individuals. From Alan’s impressive muscles to Marckris’s commanding presence, Khunpol, who just witnessed it, nearly melted - this group truly shines in every aspect. Heart is the ultimate hero, P’Jin is like a wise godfather, and Thai is quirky yet extremely handsome. P’Nex embodies the perfect type. And let's not forget P’ Phu, the perfect image of handsome, along with Copper, the adorable baby of the group. Each member possesses a unique charm that captivates fans, leaving them in wonder. AA is improving day by day until Mommy shouts and cries. With Jungt’s outstanding rapping skills and Peemwasu’s captivating charm, Bus truly stands out as the most handsome person in Thailand. Their calm demeanor and charming personalities have made them beloved figures in the entertainment industry.ถึงเวลาที่ BEUS รอคอยแล้วน้าาา...เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVEมาพูดคุยกับหนุ่ม ๆ “BUS because of you i shine” กันความรู้สึกที่มีต่อชื่อรางวัลนี้ BEUS ตั้งใจเสนอชื่อรางวัล และได้รับการโหวตสูงสุด กับ “The Best เบียว Boy แห่งปี (เบียว of the year)” ทันทีที่ได้รับถ้วยรางวัล ฮาร์ท ถึงกับพูดขึ้นมาว่า “รางวัลนี้ ไม่ว่าใครที่ได้จับก็จะเบียวนะ ไม่เชื่อลองดู” พูดจบแล้วก็ยื่นถ้วยรางวัลให้กับคนอื่นๆ พอถึงคิวของภูธัชชัย ภูธัชชัย จับถ้วยรางวัลและพูดอย่างมั่นใจว่า “จริงๆ ไม่ต้องจับ ก็เบียวอยู่แล้ว!!”แปลงร่างของ BUS แต่ละคน Unique ไม่ซ้ำกันเลยทีเดียว เมื่อดีเจแนน ดีเจดาว ให้ BUS ลองแปลงร่าง เพราะไหนๆก็มาฝากซิงเกิ้ล TRANSFORMER กันแล้ว โดยมีกติกาให้เริ่มแปลงร่างทีละคน ไทย – ไทยได้ทำท่าแปรงสีฟัน ฟันล่าง ก็เลยกลายเป็นแปลงร่าง (แปรงล่าง) จั๋ง - จั๋งได้ทำท่าปั่นไฟ และ พูดขึ้นมาว่า นี่คือการ ปั่นไฟหม้อแปลงครับ (หม้อแปลง) ภีม – ภีมไม่น้อยหน้า ทำท่าทีแปรงฟันคล้ายกับไทย แต่มีกริมมิกคือ แปรงแล้ววาง แปรงแล้ววาง (เปลี่ยนแปลง) ฮาร์ท - ฮาร์ทบอกว่า ผมไม่แปรงบน แปรงล่างอะไรเหมือนคนอื่น ผมจะแปรงร่างจริงๆ แปรงจากหนุ่มเนิร์ต เป็นหนุ่มฮอต ด้วยการ ถอดแว่น แล้วฮอตเลย (แปรงร่างเป็นหนุ่มฮอต) เน็กซ์ – เน็กซ์ขิงใส่บอกว่าวันนี้ผมไม่ต้องแปรงร่างก็ได้ เพราะเป็นเสืออยู่แล้ว (เน็กซ์ใส่เสื้อลายเสือมารายการ) เอเอ - เอเอได้ทำท่าแปรงร่างด้วยการกัดข้อมือตัวเอง และบอกว่า ผมแปรงร่างเป็น ไททัน จินวุค - นั่งคิดอยู่นาน และ พูดขึ้นมาว่า ผมแปรงร่างจากคนที่หล่อเท่ที่สุด เป็น... “คนที่น่ารักที่สุด” (พร้อมกับทำเสียงสองแบบน่ารักๆ) ภูธัชชัย – พูดด้วยอาการงงๆว่า แปรงปลอม ทุกคนในไลฟ์รีบค้านขึ้นมาว่า ไม่ใช่! นั่นมัน ปลอมแปลง และ ภูธัชชัย อธิบายต่อว่า ผมแค่จะสื่อว่า ผมแปลงร่างปลอมๆ เพราะตอนนี้ผมกำลังไม่แปรงร่างไงครับ ทำเอาอึ้งกันทั้งสตูหลังจากจบภูธัชชัย ดีเจดาว แซวๆว่า ไม่ต้องพยายามทำความเข้าใจ เพราะนี่คือความเบียวววววว มาถึงคนสุดท้ายอย่าง พี่อลัน - พี่อลัน ได้ทำท่าทางคล้ายๆกับหุ่นยนต์ และ ทำเสียงแปลงร่างเหมือนโรบ็อท พร้อมอธิบายว่า นี่คือเสียงแปลงร่างของ TRANSFORMERขอคนละ 1 คำ ให้กับการ เดบิวต์ครบ 1 ปีของ BUS อลัน ให้คำว่า “รัก” ชัดเจนตรงตัว ไม่ต้องอธิบายใดๆเพิ่ม ภูธัชชัย ให้คำว่า “ซึ้ง” เพราะ 1 ปีที่ผ่านมา มันมีความซึ้ง จินวุค ให้คำว่า “เรา” พวกเราแบบนี้ เอเอ ให้คำว่า “สนุก” เป็นปีที่สนุกมากครับ เน็กซ์ ให้คำว่า “ใจ” เพราะว่า ใจใจครับ ฮาร์ท ให้คำว่า “ONE” นอกจากคำว่า ONE จะแปลว่า 1 ยังไม่เข้าใจผมตอนนี้ก็ได้ครับ เดี๋ยวก็รู้กัน ภีม ให้คำว่า “พอ” พอเจอพวกคุณแล้วผมก็เลยอยากหยุดชีวิตไว้ จั๋ง ให้คำว่า “สุข” เพราะ มีความสุขครับ ไทย ให้คำว่า “รอ” รอ รอ รอละกันน่า รออะไรไม่รู้ แต่ให้รอกันละกันนความรู้สึกต่อ ซิงเกิ้ล TRANSFORMERS BUS ได้เล่าให้ฟังว่า เพลงนี้ ทุกคนได้เห็น 5 จังหวัดจากการทัวร์ของเรามาแล้ว แต่เราได้ปล่อยออกมาทางโซเชียล ก็แอบลุ้นอยู่ว่า แฟนๆจะลุ้นไปเหมือนกับเราไหม เพลงนีเป็นเพลงที่พวกเราตื่นเต้นมากๆ แปลกใหม่สำหรับพวกเรา แล้วก็พวกเราก็ไม่เคยเป็นรถกันมาก่อน ไม่เคยแปลงร่างกันมาก่อน เรื่องของคอสตูม แต่ละคนก็ล้ำสมัยกันสุดๆ ไทยบอกว่า ผมสักอ่ะ พิ่คิดดู ผมสักอ่ะ แต่จริงๆ ผมติด Tattoo ทั้งตัวเลย ส่วนอลัน ดีเจดาวชื่นชมว่า ตอนที่อลันยืนอยู่คนเดียว ให้ฟิลถึง พี่เจ เจตริน สมัยเด็กๆ คือเท่มากๆ เหมือนพี่เจตอนนั้น ฮอตสุดๆ หลังชมคำชม ก็ถามพี่อลันต่อว่า เราดูแลตัวเองเยอะขึ้นด้วยไหม? พี่อลันก็ตอบว่า ดูแลตัวเองเยอะขึ้นนิดนึงละกัน พอพูดถึงเรื่องคอสตูม ดีเจแนนก็อดแซวไม่ได้ว่า ตอนแรกที่เห็น MV ก็เกิดความสงสัยว่าใครไปติดเคราให้มาร์คคริส ซึ่ง BUS ก็ได้อธิบายว่า เป็น Shift ที่ทุกคนใน BUS จะมี แต่เป็นคนละที่เท่านั้นเอง ของมาร์คจะเป็นตำแหน่งตรงนั้นครั้งแรกของการแปลงร่างเป็นรถของ BUS จินวุค ชื่นชม ขุนพล ว่า อินเนอร์ พี่ขุนคือ เฟี้ยวสุดๆ เค้าจินตนาการได้เลยว่า เหมือนเค้าแปลงร่างเป็นรถจริงๆ พี่ขุน ก่อนเข้ากล้องจะนิ่งๆ แต่พอเข้ากล้องปุ๊บ เค้าก็มีอินเนอร์เลย พี่ขุนพล เป็นพี่ที่ดูแลเราได้ดีหลายๆอย่าง อยากจะแชร์ว่า พี่ขุนเป็นคนที่ก่อนเข้าฉากถ่าย ก็นอนหลับ แต่พอจะเข้าแล้ว เขาก็เปลี่ยนแววตา ได้ทันที สดใสเลย สามารถทำให้ตัวเองเตรียมพร้อมได้ตลอด ซึ่งการถ่ายทำ พวกเราก็ถ่ายกันในสตูดิโอ และ มีถ่ายที่ ม.กรุงเทพด้วย ดีเจแนนแซวว่า BUS ชอบเต้นที่โล่งแจ้ง ซึ่ง BUS ก็ได้ตอบสั้นๆว่า BUS รักธรรมชาติครับ BUS รักฝนเหมือนกัน ฝนตกทุกครั้งที่ถ่ายเลย ใช้เวลาหลายชั่วโมง กว่าจะรอฝนหยุดการดีไซน์การร้องของซิงเกิ้ล TRANSFORMER พี่อลันได้เล่าให้ฟังว่า การดีไซน์ Vocal มาจะมีความโมโนโทนอยู่ เป็นฟิลโรบอทๆ เท่ๆหน่อย โดยเฉพาะท่อนของ ภีม และ เน็กซ์ “Like woo! เขาไม่ดีเธอเองรู้ดีว่าเขาไม่ดีทำไมยังรักอยู่ดีก็ไม่รู้ (I don't get it) Like woo! รักที่ดีเธอเองรู้ดีว่าฉันน่ะมีลองมองดิดูดีๆ จะได้รู้” เพลงนี้ไทยได้เล่าต่อว่า เนื้อไทย พี่ AUTTA ได้แต่งไว้ คือพี่เขาเก่งมาก เพลงนี้คือมีหลายภาษาด้วย แต่พอเป็นภาษาไทยแล้ว มันฟังแล้วมันเท่ระเบิดมากๆวันนี้ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ก็มีเกมสำหรับ “BUS” เล่นกันด้วยกับเกมที่มีชื่อว่า BUS FORMER’ สนุกสนานกันแน่นอน (เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)เดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายรายการได้เปิดโอกาสให้เหล่าแฟนคลับ ได้เข้ามาถาม QA กับ “BUS” Q: ถ้าให้ BUS เปรียบ BEUS เป็นสิ่งที่สำคัญในชีวิต 1 อย่างเป็นอะไรก็ได้ จะเปรียบเป็นอะไร? คนแรกที่อาสาตอบ คือ พี่อลัน เปรียบ BEUS เป็นที่ขูดลิ้น พอพูดจบ ทุกคนในสตูถึงกับอึ้ง อ้าปากค้าง พี่อลันรีบอธิบาย แถลงไขเลยทันที ว่า “ผมเป็นคนที่ดูแลสุขภาพช่องปากมากๆ” เมื่อก่อนตอนเด็กๆ เราอาจจะใช้แปรงฟัน แปรงลิ้น แต่ตอนนี้รู้สึกไม่ได้แล้ว ต้องใช้ที่ขูดลิ้นเพื่อความสะอาดที่สุด เหมือนกับการมี BEUS แล้วรู้สึกว่าจิตใจสะอาด เป็นของที่ผมขาดไม่ได้เลย ติดมากๆ อาจจะแปลกนิดนึง แต่ผมรัก BEUS นะ รักมาก อยากอยู่ด้วยทุกวัน มาถึง ไทย กันบ้าง ไทย ได้เปรียบ BEUS เป็น “ปอด” เพราะว่าอยู่กับเราตลอดเวลา เป็นสิ่งที่สำคัญ พอเราหายใจเข้าไป ก็จะใช้ปอด ใช้ทุกๆวัน เหมือนกับที่เราอยู่กับ BEUS ทุกๆเวลา ด้านของหนุ่มฮาร์ท ขอให้เป็น หมอนข้าง กับ ผ้าห่ม แต่ถ้าต้องเลือก 1 อย่างจริงๆ คือ หมอนข้าง เพราะเป็นคนที่หมอนข้างมากๆ ติดการกอด ถ้าไม่มีหมอนผมนอนได้ แต่ถ้าไม่มีหมอนข้างผมนอนไม่ได้ ส่วน ภีม ขอเลือกเป็น เครื่องฟอกอากาศ ขอเป็นโหมดกลางคืนด้วย เวลานอนจะได้สะอาด กรองสิ่งสกปรกของห้องนอนออกไป เหมือน BEUS ที่กรองสิ่งที่ไม่ดี ออกไปจากชีวิตผม เหมือน BEUS เค้ากรองสิ่งไม่ดีๆ ออกไปจากชีวิตของผมไงครับ อยากให้เป็นเครื่องฟอกอากาศที่ฟอกตัวเองได้ด้วย เน็กซ์ บอกว่าตอนแรกจะตอบหมอนข้าง แต่พี่ฮาร์ทเอาไปแล้ว ก็เลยขอตอบ สวนหน้าบ้าน เพราะ BEUS เป็นเหมือนสวนหน้าบ้านผม ที่ผมอยากมานั่งเล่นตลอด กินข้าว ดูนก ดูไม้ เล่นบอลกับพี่ชาย เป็นที่พักผ่อน ทำเสต็กหน้าบ้าน ภูธัชชัย อยากให้เป็นแว่นตา เพราะว่า BEUS อยู่ในสายตาครับ ต่อด้วย จินวุค จินวุคให้ BEUS เป็นแฟน แบบ แฟนจริงๆ แต่ถ้าเป็นแฟน กลัวจะโดนบอกเลิก เลยอยากให้เป็นเพื่อนมากกว่า เพราะอยู่กันตลอด ส่วนเอเอ ให้ BEUS เป็นหิน เพราะ ภาษาอังกฤษหินคือ Rock เพราะผม Rock BEUS ไง (รัก BEUS) และคนสุดท้ายคือจั๋ง ให้ BEUS เป็นหลอดไฟ เพราะ BEUS คือแสงสว่างที่นำทางชีวิตผมให้สว่างครับQ: ถ้าให้ BUS โหวตกันเองว่าใครเบียวที่สุด จะเป็นใคร? หลังจากจบคำถาม ได้ทำการโหวตกัน รอบแรก 4 คนสุดท้ายที่ดูถูกเสนอมากที่สุดคือ คอปเปอร์ ภู เน็กซ์ ขุนพล โหวตกันไปกันมา สุดท้ายผลออกมาที่ ภูธัชชัย เบียวที่สุด ซึ่ง ภูธัชชัย ก็ได้ตอบว่า “ผมเป็นตัวของตัวเอง ผมผิดตรงไหน” นิยามความเบียวของภูคือ ซิกเนเจอร์ เลเยอร์ คัสตอม ภีม ได้เล่าเสริมว่า ชอบคลิปนึงมากๆ ที่มีคนมาตัดคลิปว่า วันๆนึงในหัวของโต๋ย คิดอะไรวะ?? ผมก็สงสัยเหมือนกัน ส่วนอีกเรื่องนึง ไทยก็ได้เล่าความเบียวของภูธัชชัย คือ นั่งเล่นกับแว่นตาที่ไม่มีเลนส์ แล้วเอานิ้วจิ้ม แล้วโดนตาตัวเอง เพื่อแค่จะเช็คว่า แว่นมีเลนส์รึเปล่า? สุดท้ายนี้ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “BUS because of you i shine” ที่มาร่วมพูดคุย สร้างความสุข สนุกสนานให้แฟนๆกันในรายการ และฝากติดตามเพลง “TRANSFORMER” สามารถรับชมได้ทาง YouTube : TADA LABELS หรือสตรีมมิ่งทุกแพลตฟอร์ม ไปติดตามกันได้เลยสามารถเข้าไปรับชมกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

พี่แม้ก - น้องณฐ กลับมา EFM FANDOM LIVE ครั้งนี้มีแต่... ตำนาน !! และอีกไม่นานก็จะได้แต่งงานกันแล้ว ในซีรีส์ 'ดื้อเฮียก็หาว่าซน'

25 ต.ค. 2023

พี่แม้ก - น้องณฐ กลับมา EFM FANDOM LIVE ครั้งนี้มีแต่... ตำนาน !! และอีกไม่นานก็จะได้แต่งงานกันแล้ว ในซีรีส์ 'ดื้อเฮียก็หาว่าซน'

กลับมาอีกครั้งกับรายการ EFM FANDOM LIVE [19 ตุลาคม 66] มารับชมความดื้อความซนของ “พี่แม้ก - น้องนฐ” นักแสดงนำจากซีรีส์ ‘ดื้อเฮียก็หาว่าซน’ ที่จะพาทุกคนไปนุ้บนิบอุ๋งอิ๋งในหัวใจ ที่ทำให้บรรยากาศในสตูของเราฟุ้งไปด้วยความน่ารักน่าเอ็นดูจากสองคนในช่วงแรกของรายการ วันนี้เราจะมาพูดคุยกับตัวแทนแฟนคลับ ที่จะมาชวนทุกคนมาเป็นฮาร์ทดิสและมาอยู่ในดิสฮาร์ทของ “พี่แม้ก - น้องนฐ” ให้เราได้รู้จักพี่แม้กและน้องนฐกันมากขึ้น!! ชื่อด้อม : ฮาร์ทดิสของแม้กนฐ (ดิสฮาร์ทของแม้กนฐ) เป็นพี่แม้กกับน้องนฐเขาช่วยกันคิด ฮาร์ทดิสเป็นที่เก็บความทรงจำ ฮาร์ทดิสของแม้กนฐก็เหมือนกับพื้นที่เก็บความทรงจำดีๆ ของพี่แม้ก-น้องนฐที่มีกับแฟนคลับนั่นเอง น้องนฐมีความโตขึ้นมากๆ โดยเฉพาะในการแสดง ทักษะการแสดงของเขาเติบโตขึ้นมากๆเลยค่ะ แต่ยังคงเป็นเด็กน้อยน่ารักในดงหมู่พี่ๆ ดูมันดิ เป็นที่เอ็นดู และตอนนี้สิ่งที่พี่แม้กอินคือ การออกกำลังกาย ฟิตมากทานอาหารคลีน ออกกำลังกาย มีวินัยสุดๆ ค่ะ เพราะว่าเขาทำเพื่อซีรีส์ดื้อเฮียด้วย เพราะว่าตัวละคร เขาดูมีความภูมิฐาน ตัวพี่แม้กก็เลยอยากให้ตัวเองฟิตขึ้นมา ส่วนน้องนฐตอนนี้เป็นป๊ะป๊าแล้ว เพราะว่ามีลูกสาวแล้ว ชื่อเดซี่ เป็นน้องแมวตัวเล็กๆ ตอนนี้ก็ฝากซีรีส์ตอนสุดท้ายกับเพลงของพี่แม้กน้องนฐด้วยนะคะ แล้วก็จะมีซีรีส์ คู่กัดออกทริป เป็นมินิซีรีส์ที่ทำร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ทุกวันเสาร์อาทิตย์ เวลา 17:00 ทาง ais play และตอนนี้ซีรีส์ Two worlds กำลังเริ่ม Workshop กันแล้ว ตรงนี้พี่แม้กน้องนฐเตรียมพร้อมเพื่อแฟนคลับโดยเฉพาะความประทับใจ To… พี่แม้ก - น้องนฐ ประทับใจว่าเขามีวินัยมาก ของน้องนฐ นับถืออย่างนึงคือเขาแบ่งเวลาเก่งมาก เพราว่าเขาทั้งเรียน และทั้งทำงาน ตอนนี้ก็กำลังต่อปริญญาโทอยู่ด้วย เลยคิดว่าเขาเก่งสุดๆ เลยคนนี้เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการที่จะมาพูดคุยไปกับ “แม้ก - นฐ” ที่จะพาไปรู้จักความเป็น “พี่แม้ก - น้องนฐ” และชาวฮาร์ทดิสของแม้กนฐสินสอด 800 ลดให้เหลือ 8 ล้านไปถึงไหนแล้ว พี่แม้ก : โห ดีนะที่ลดไม่เพิ่ม ลดดีแล้วครับ สินสอดนี่กำลังจะถึงมือแล้วนะครับ เดี๋ยวให้ทุกคนไปรับกันในวันเสาร์นี้ กำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกันแล้วนะครับ ในดื้อเฮียก็หาว่าซน แล้วก็ให้ทุกๆ คนนับได้เลยนะครับว่าสินสอดที่เฮียอี้ให้ประมาณกี่พันร้อยล้านช่วงน้องนฐรีวิวเพลงพี่แม้ก น้องนฐ : เพราะมากเลย เป็นเพลงแทนความรู้สึกเฮียอี้เลยครับ แล้วก็พี่แม้กเขาเต็มที่มากๆ เดี๋ยวให้พี่แม้กพูดถึงดีกว่า พี่แม้ก : จริงๆ แล้วเพลงนี้เป็นเพลงแทนความรู้สึกของเฮียอี้ครับ ที่มีต่อคนเดียว ความรู้สึกต่างๆ ในหลายๆ ปีที่ผ่านมา เพราะว่าเฮียอี้เป็นคนไม่ค่อยพูด ปากไม่ตรงกับใจ ไม่แสดงอารมณ์ความรู้สึกให้ใครรอบข้างได้เห็นเลย เพลงนี้ก็จะเป็นเพลงแทนความรู้สึกของเฮียอี้ครับ น้องนฐ : ตอนที่ฟังเพลงก็รู้สึกชอบตั้งแต่เปิดมาเรื่อยๆ เลย แต่มันจะมีท่อนนึงที่ผมชอบที่สุด พอขึ้นมาแล้วเหมือนเราฟีลไปกับมันเลย ก็คือท่อนฮุก พอพี่แม้กเขาร้อง “เธอฟังอยู่ใช่ไหม ใช่หรือเปล่า” แล้วเรารู้สึกถึงมวลความรักในท่อนนี้ แล้วยิ่งตอนที่ถ่าย MV ด้วย เหมือนเราจะต้องดู projector แล้วตอนแรกเหมือนเราจะงอนๆ เขาอยู่ แต่พอพี่แม้กเขาร้องท่อนนี้ขึ้นมาบอกรักเรา มันก็ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น จากที่งอนอยู่ก็หายงอนเลย เราก็ค่อนข้างฟีลกับท่อนนั้นมากๆ เลยชอบท่อนนั้นสุดบรรยากาศในด้อมฮาร์ทดิสของแม้กนฐ พี่แม้ก : มีทุกอารมณ์เลยครับ แฟนคลับด้อมนี้คือจะมีความแปลกนิดนึงครับ จะมีแบบบางโหมดที่มาซึ้ง ก็คือมาซึ้งจัดเลยครับ บางโหมดมาแกล้ง ก็คือแต่ละอย่างนี่คือคิดได้ยังไง คำพูดแบบแกล้งแบบแซวอย่างนี้ ครีเอทสุดๆ แต่คือเป็นแฟนคลับที่ซัพพอร์ตที่ดีมากๆ ให้ได้หลายอารมณ์ ทั้งอารมณ์ซึ้งทั้งเรียกเสียงหัวเราะได้หมดเลยครับ น้องนฐ : มีครบรสครับ ชาวครอบครัวฮาร์ทดิสเรา ก็จะค่อนข้างมีจินตนาการที่ล้ำเลิศด้วยครับ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งแคปชั่นที่ไม่เหมือนใคร หรือว่าการทำ Artwork ที่แบบอู้หู้ว ครีเอทสุดๆ แต่ในทางเดียวกันเวลาที่ทำ Artwork น่ารัก ก็น่ารักมากจับใจเหมือนกันครับผม เป็นฟีลแบบเมนว่าแปลกแล้วแฟนคลับแปลกกว่าเม้าท์ความแปลกของกันน้องนฐ เม้าท์… พี่แม้ก น้องนฐ : เวลาอยู่ในกองถ่าย เดี๋ยวจะต้องเป็นเฮียอี้แล้วต้องออกไปถ่ายก็จะมีความแบบเ ช็คความหล่อแบบตอนนั้นกำลังจะออกไปถ่ายแล้ว แล้วในห้องแต่งตัวจะมีกระจก พี่แม้กเขาก็จะเดินมาแบบ ทำท่าลูบหัว แล้วก็จะแบบ พี่หล่อยัง หนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยวรึเปล่า เรียกองค์อี้ลงมา เพราะว่าเปิดประตูไปแล้วจากหน้ายิ้มก็จะ ฮึ้บบ พี่แม้ก : คือตอนนั้นกำลังจะแอคชั่นแล้วครับ ผมกำลังจะเดินเข้าไปในห้องแล้วหน้าห้องมันมีกระจก ผมก็กำลังจะแอคชั่นแล้วหันไปเจอกระจก ก็แบบสักหน่อย ไม่โดนผมนะเพราะโดนผมไม่ได้เพราะมันเช็ตไว้แล้วพี่แม้ก เม้าท์… น้องนฐ พี่แม้ก : ไม่ได้แปลกมากขนาดนั้นครับ แต่จะให้เม้าท์นิดนึง จะเรียกว่าอิจฉาดีกว่า อิจฉาความหลับง่าย มันจะมีช็อต ตอนนั้นเราไปเที่ยวญี่ปุ่นกัน เราไปกินข้าวกัน นั่งหันหน้าเข้าหากันแล้วเราก็นั่งคุยกัน แล้วนฐกำลังจะกินน้ำ ปึ้ป แล้วก็หลับ เราก็เรียกน้องนฐ น้องนฐก็ซู้ดๆๆ น้องนฐ : ถ้าผมจำไม่ผิดนะ มันอาจจะเป็นวันที่ เราไปแฟนมีตด้วยกันมาก่อน แล้วมันเดินเยอะด้วยแล้วทำงานทั้งวัน แล้วพอตอนกลางคืนไปถึงร้าน ระหว่างรออาหารเขาก็เสิร์ฟน้ำก่อนไง ไอ้เราก็กินน้ำอยู่มันก็ป๊อกไป ผมแปลกสุดก็นอนท่าแปลกแหละ พี่แม้ก : ผมไปนอนบ้านน้องนฐมาครับ แล้วแม้กตื่นมากลางดึกเจอน้องนฐหลับอยู่ หลับท่านี้ นั่งหลับไม่ยอมนอน ถือมือถือ น้องนฐ : ใช่ครับ เพราะว่าปกติเวลาถ้านฐจะนอนดีๆ เนี่ยก็นอนบนเตียงแบบคนปกติเลยครับ แต่ว่าเหตุการณ์นี้น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่นฐเป็นบ่อยมาก คือผมจะเป็นคนที่ชอบเล่นโทรศัพท์แล้วก็เปิดแท็กอ่านข้อความจากมามี๊อ่านไปเรื่อยๆ แล้วมันจะมีจุดนึงที่มันเหมือนเพลินมากๆ จนแบบข้างในบางอย่างมันค่อยๆหรี่ลงๆ แล้วจังหวะนึงมันก็เผลอหลับไปเลย แต่ความพิเศษคือผมไม่เคยทำโทรศัพท์หล่นเลยโตขึ้นในมุมของพี่แม้กช่วงนี้ดูแลสุขภาพ นอนหัวค่ำตื่นเช้า กินอกไก่ พี่แม้ก : ดูแลตัวเองครับ 80% ดูแลตัวเอง 20% ก็มีหลุดบ้าง แม้ค่อยได้เล่นไม่ได้ติดโซเชียลมาก ไม่ค่อยได้ดูซีรีส์ พอรู้สึกว่า เอาเวลาตรงนี้ไปนอนดีกว่า พอเรานอนเร็วขึ้นมันก็ตื่นเองอัตโนมัติ ถ้าอยู่บ้าน 21:30 ก็คือหลับแล้วครับ ตื่นมาก็รู้สึกเฟรชตอนเช้า น้องนฐ : ตอนรีแอคชั่นซีรีส์กันดึกๆ พี่แม้กจะชอบง่วง นั่งดูด้วยกันนะแต่อีกคนแบบตาจะปิดๆ เอ็นดูน้องนฐอัพเดตเรื่องเรียนค้าบบงานเยอะแค่ไหนก็ยังแบ่งเวลาไปเรียนโทด้วย น้องนฐ : คณะนฐเหมือนเป็นหลักสูตรตรีควบโทด้วยอย่างนี้อยู่แล้ว เหมือนพอเราจบตรีปุ้บ เราก็ต่อโทไปเรา ตอนนี้เหลืออีกเทอมเดียวก็จะจบแล้ว ทางรายการEFM FANDOM LIVEของเราก็มีเกมให้กับ “พี่แม้ก - น้องนฐ”ได้เล่นกัน โชว์ความดื้อ ความดุ ความน้วย น่ารักๆ มุ้บมิบ ของทั้งคู่กับชื่อเกมว่า“เด็กดื้อต้องโดนอะไรน้าาา?” (เข้าไปชมได้ในYouTube : ATIME)ช่วงสุดท้ายของรายการเปิดโอกาสให้ชาวฮาร์ทดิสโทรเข้ามาพูดคุยกับ “พี่แม้ก - น้องนฐ”สิ่งที่อยากจะบอกทั้งคู่ก็อยากจะบอกว่า เป็นกำลังใจให้เสมอ แล้วก็คอยติดตามผลงานอยู่ตลอดเลย ดื้อเฮียก็จะจบแล้ว EP สุดท้าย พี่ติดตามอยู่ตลอดเลย ทั้งสองคนเก่งมากๆ เลย แล้วก็เห็นพัฒนาการของทั้งพี่แม้กแล้วก็น้องนฐมาตลอดเลย แสดงเก่งขึ้นมากแล้วก็การร้องเพลง พี่แม้กร้องเพลงเก่งมากเลยนะค้า น้องนฐด้วยนะค้าบบ หนูเห็นพัฒนาการของสองคนมานานมาก รู้สึกภูมิใจมาเลย ทั้งคู่เก่งมากๆ หล่อขึ้นทุกวันเลย หนูรู้สึกภูมิใจมากๆ เลยค่ะ โมเม้นต์ที่ประทับใจ เวลาที่เขาอยู่ด้วยกันมันน่ารัก แล้วมันทำให้เราอุ๋งอิ๋งในใจ เวลาเรามองเขามันจะรู้สึกว่ามีกำลังใจในการที่จะทำอะไรต่อๆ ไปสุดท้ายนี้ความรู้สึกถึงกันละกันพี่แม้ก To… น้องนฐ ก็ขอบคุณมากๆ ครับที่ทำงานด้วยกันมาจนถึงตอนนี้แล้วก็ในอนาคตอีก ก็จะมีผลงานที่ได้ทำร่วมกันอยู่ ขอบคุณมากๆ แล้วก็จะทำให้เต็มที่ ก็จะทำงานร่วมกันตรงนี้ไม่ไปไหนแน่นอนครับน้องนฐ To… พี่แม้ก ผมก็ขอบคุณพี่แม้กมากๆ เหมือนกันครับ ก็คือเริ่มต้นต่อสู้กันตั้งแต่ Day 1 ของจริงเลย ก็มาถึงวันนี้เอาจริงๆ เราสองคนก็มาไกลอยู่เหมือนกันนะ ก็อยากสู้อยากทำงานที่รักไปกับพี่แม้กเรื่อยๆ อย่างนี้เลยครับ เพาะว่าทุกวันนี้ก็มีความสุขมากครับผม เราก็สู้ไปด้วยกัน ไล่ตามหาความฝันไปด้วยกัน สุดท้ายนี้... รายการ EFM FANDOM LIVE ขอบคุณ “พี่แม้ก - น้องนฐ”มากๆเลยน้าที่มาร่วมกันส่งแฟนๆก่อนเข้านอนในคืนนี้ และขอฝากซีรีส์ดื้อเฮียเสาร์นี้จะเป็น Final EP แล้ว แล้วก็ฝากเพลงประกอบซีรีส์ “ดื้อ” “ฟังอยู่ใช่ไหม” และก็ “คนเดียวไม่ได้แล้ว” แล้วก็ฝากซีรีส์ Two Worlds โลกสองใบใจดวงเดียว ใกล้จะเปิดกล้องแล้ว และ อีกเรื่องนึงเป็นเกี่ยวกับซอมบี้ โปรเจคใหญ่ ใกล้จะเกิดขึ้นจริงแล้วครับสามารถเข้าไปรับชมกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

รักเพื่อนต้อง “แซน - เรย์” ในซีรีส์ Only Friends แต่ “เฟิร์ส - ข้าวตัง” เป็นเพื่อนรักกันในชีวิตจริง!

24 ต.ค. 2023

รักเพื่อนต้อง “แซน - เรย์” ในซีรีส์ Only Friends แต่ “เฟิร์ส - ข้าวตัง” เป็นเพื่อนรักกันในชีวิตจริง!

EFM FANDOM LIVE (12 ตุลาคม 2566) คืนนี้ ขอเปิดสตูต้อนรับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากนักแสดงนำซีรีส์ ‘Only Friends เพื่อนต้องห้าม’ กับคู่หู “เฟิร์ส - ข้าวตัง” ที่จะมาร่วมพูดคุยกันเป็นครั้งแรกกับ “ดีเจดาว – ดีเจแนน” คืนนี้ฟินกันไปอย่างต่อเนื่องเพราะคู่นี้บอกเลยว่าครบทุกรส ต้องห้ามพลาดด!! ช่วงแรกเรามาเรียกน้ำย่อยพูดคุยทำความรู้จักกับ “เฟิร์ส - ข้าวตัง” ในมุมมองของแฟนคลับ โดยตัวแทนแฟนคลับจะอาสาพาเราไปรู้จักกับทั้งสองคนกันก่อนเลยตัวแทนแฟนคลับของเฟิร์ส Firstmemorie ถ้าพูดถึงเฟิร์ส เค้าเป็นคนสดใส เป็นคนมีพลังบวก เวลาใครได้อยู่ใกล้เฟิร์สรับรองว่าจะได้รับพลังบวกพวกนี้ไปด้วยแน่นอน ทุกคนมักจะต้องยิ้มตามเวลาที่เค้ายิ้ม ทำให้แฟนคลับก็มีความสุขที่ได้เจอเฟิร์ส เพราะเฟิร์สคุยเก่ง ชวนแฟนคลับคุยตลอดไม่อยากให้แฟนคลับเหงา และที่น่ารักมาก ๆคือเฟิร์สยังเป็นคนที่ให้กำลังใจแฟนคลับเก่งด้วย อย่างเวลาที่แฟนคลับไปเจอก็จะมีการพูดคุยถึงวันนี้เป็นยังไงบ้าง ไปเรียนมา เหนื่อยจังเลย เฟิร์สเค้าก็จะให้กำลังใจประมาณว่า “สู้ ๆนะ ทำได้” บางทีแฟนคลับมีสอบ เฟิร์สก็จะบอก “ทำได้แน่นอน ตั้งใจเรียนนะ” หรือ แฟนคลับวัยทำงานเฟิร์สจะคอยพูดเสมอว่า “เป็นกำลังใจให้นะ” ไม่ว่าแฟนคลับจะทำอะไร เค้าจะเป็นคนที่คอยส่งพลังบวกให้แฟนคลับอยู่เสมอด้อมกองทัพของเฟิร์ส ที่มาของชื่อด้อมมาจากวันสงกรานต์ ซึ่งเป็นปกติที่เวลานัดเจอกันของแฟนคลับและศิลปินจะมีของฝากให้กัน แล้วในวันนั้นก็เป็นช่วงสงกรานต์พอดีแฟนคลับก็ได้มีการแจกปืนฉีดน้ำให้เล่นด้วยกัน จู่ ๆเฟิร์สก็พูดขึ้นมาว่า ‘นี่ไงเฟิร์สมีปืนแล้ว เฟิร์สจะปกป้องทุกคนเองเพราะทุกคนคือกองทัพของเฟิร์ส’ตัวแทนแฟนคลับของข้าวตัง Forkhaotungg มารู้จักข้าวตังกัน ข้าวตังเป็นคนอบอุ่น เค้าเป็นคนที่ค่อนข้างดูนิ่ง แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นจริง ๆ เค้ามีเต็มไปด้วยความใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆน้อย ๆอยู่เสมอ แฟนคลับจะรู้กันเลยว่าทุกครั้งที่เจอข้าวตังจะมีประโยคนึงที่ข้าวตังพูดตลอดคือ “ทุกคนอย่าลืมกินข้าวด้วยน้า ทุกคนกินข้าวหรือยัง ทุกคนกลับบ้านยังไง วันนี้ฝนตกไหม” เราเชื่อเลยว่าทุกงานอีเว้นท์ทุกคนจะได้ยินประโยคนี้จากข้าวตังเสมอ ไม่ว่าตัวของข้าวตังเองจะกินข้าวหรือยัง เค้าก็จะถามแฟนคลับอยู่เสมอ ทำให้แฟนคลับรู้สึกว่าเป็นอะไรเล็ก ๆน้อย ๆที่เรามาหาเค้า แต่เราได้รับความใส่ใจกลับมาด้อมเด็กน้อยของขอตอ ที่ว่าข้าวตังเป็นคนใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆน้อย ๆทางเราขอยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง แม้ขนาดชื่อด้อมข้าวตังยังใช้ชื่อด้อมว่า ‘เด็กน้อย’ เพราะเป็นชื่อที่ข้าวตังเองรู้สึกว่าเวลาที่รู้สึกดีกับใคร เค้าอยากเรียกว่าเด็กน้อย ซึ่งขอตอ ก็มาจากชื่อข้าวตังอาจจะยาวไปทำให้ทุกคนเรียกว่า ‘เด็กน้อยของขอตอ’ ก็คือคนที่ข้าวตังรู้สึกดีด้วยพร้อมแล้วกับช่วงที่สองเราจะมาร่วมพูดคุยและพูดถึงผลลงานซีรีส์เรื่องล่าสุดกันด้วยกับ “เฟิร์ส - ข้าวตัง” บอกเลยว่าแค่เริ่มต้นก็สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะกันล้นสตูเลยยHAPPY BIRTHDAY ข้าวตังวัย 25 ขวบ ทางเราก็ขอร่วมอวยพรวันเกิดให้กับข้าวตังล่วงหน้าหนึ่งวันด้วยนะคะ แอบบอกว่ามีเซอร์ไพรส์มาให้ข้าวตังด้วย จะเป็นอะไรไปตามชมบรรยากาศเต็ม ๆใน YouTube ทางช่อง ATIME ได้เลยเป้าหมายในวัย 25 ข้าวตัง : “ไม่เคยวางแผนไกล ๆไว้เลย จะใช้ชีวิตแบบวางไว้ในช่วง 1-2 ปี ถ้าวัย 25 นี้ก็จะพยายามเก็บเงิน สร้างบ้าน ซื้อบ้าน เป็นเป้าหมายล่าสุดที่คิดไว้ค่อย ๆเก็บไป ”Passion อันแรงกล้า ข้าวตังเป็นคนมี Passion เรื่องของการทำงานสูงมาก เวลาแสดงซีรีส์ก็จะตั้งใจมาก ๆ อย่างบางคนทำงานถ่ายซีรีส์ก็หวังว่าแค่แสดงออกมาให้ดีนั้นก็คือความสำเร็จแล้ว แต่สำหรับข้าวตังมีประโยคที่เคยพูดไว้จนสะดุดหูใครหลาย ๆคน กับประโยคที่ว่า “แค่อ่านบท ก็คิดว่าอยากได้รางวัลจากเรื่องนั้นแล้ว” แล้วที่สำคัญซีรีส์เรื่องที่เคยพูดไว้ ข้าวตังก็ได้รับรางวัลจริง ๆ ทางเราขอปรบมือให้เลยข้าวตังเก่งมาก ๆความสัมพันธ์ของ เฟิร์ส-ข้าวตัง ที่สนิมสนมกันมานาน เฟิร์ส-ข้าวตัง ก็สนิทกันมากนานแล้วจริง ๆตั้งแต่เข้ามาด้วยกันเลย เพราะด้วยระยะเวลาที่เข้ามาเซ็นสัญญาใกล้เคียงกันมาก ไล่กันไม่กี่เดือนแต่ First impression กลับไม่ชอบหน้ากันแล้ว เจอกันครั้งแรกที่ class acting ทั้งคู่ก็คิดตรงกันเลยว่าไม่ชอบหน้ากันและกัน ดูท่าไม่น่าไปด้วยกันได้ มีการวางเชิงดูกันไปกันมา เลยทำให้ในตอนนั้นทั้งคู่เลยไม่ค่อยเข้าหากันเท่าไหร่จุดเปลี่ยนจากไม่ชอบหน้า กลายมาสนิทกันเฉย เริ่มจากกินข้าวหลังเรียน acting เสร็จ ทำให้ได้คุยกันมากขึ้นก็ค่อย ๆขยับนัดกันไปร้องคาราโอเกะบ้าง พอเจอกันบ่อย ๆคุยเรื่องชีวิตประจำวันกันมากขึ้น ด้วยความที่ทั้งคู่มีนิสัยคล้ายกันคือถ้าโทรชวนไปไหน ก็ไปทันที เลยทำให้ความสัมพันธ์ค่อย ๆต่อกันติดมากขึ้นเรื่อย ๆจนมาสนิทกันได้เวลาอยู่ด้วยกันมีข้อห้ามอะไรที่ห้ามทำบ้าง เฟิร์ส To.... ข้าวตัง “อย่าสั่งอาหารที่กินร่วมกัน แล้วเป็นอาหารเผ็ด” เพราะข้าวตังเป็นคนไม่กินเผ็ดเลย ข้าวตัง To.... เฟิร์ส “นึกไม่ออกเลย เพราะเค้าเป็นคนตามใจมาก ๆล่าสุดผู้จัดการก็บอกว่าเค้าเป็นคนตามใจจริง ๆเราไม่ได้คิดไปเอง”พูดถึง Only Friends เพื่อนต้องห้าม กันบ้าง ข้าวตังพูดถึง บทของ เรย์ ชายหนุ่มขี้เหงา เอาแต่ใจ ติดแอลกอฮอล์ มีอารมณ์ร้อน แปรปรวนง่าย ซึ่งแตกต่างกับข้าวตังในชีวิตจริงอยู่พอสมควร อย่างข้าวตังเป็นคนไม่ค่อยเอาแต่ใจ ใจเย็น จะใจร้อนเป็นบางเรื่อง อย่างการซื้อของจะไม่อยากรออยากได้เลย เฟิร์ส กับบทบาท แซนด์ นักดนตรีกลางคืน เป็นอีกหนึ่งคาแรคเตอร์ที่เฟิร์สมองว่าแตกต่างกับตัวเฟิร์สอยู่เหมือนกัน แทบจะไม่มีส่วนไหนคล้ายกับแซนด์เลย แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาในการแสดงเพราะความแตกต่างมาก ๆทำให้เฟิร์สเองเห็นภาพว่าถ้าเป็นการกระทำตรงข้ามจะออกมาเป็นยังไงสมมุติว่าได้เป็นเพื่อนสนิทกับบทที่เราได้รับ เฟิร์ส To.... แซนด์ “รักคนที่เค้ารักเรา มันอาจจะมีความสุขมากกว่าก็ได้นะ” ข้าวตัง To.... เรย์ “ชวนด้วยนะ (หัวเราะ) ด้วยเรย์เป็นคนขี้เหงา ติดการสังสรรค์ เลยบอกชวนเราด้วยนะ”ความพิเศษใน Fan meeting ที่จะเกิดขึ้น 28 ตุลาคม นี้ แอบมาสปอยว่าจะมี มินิโชว์ถึง 3 โชว์ด้วยกัน พร้อมกับได้มาร่วมพูดคุยกับนักแสดงและผู้กำกับอีกด้วย สุดพิเศษยิ่งไปอีกคือการได้มานั่งดูซีรีส์ตอนจบไปพร้อม ๆกันคืนนี้เตรียมยิ้มตาม ๆกันกับ “เฟิร์ส - ข้าวตัง” จะมาร่วมเล่นเกมสนุก ๆแจกโมเมนต์ความน่ารักของทั้งคู่ให้กับทุกคนในเกมที่มีชื่อว่า “เพื่อนกันห้าม…แต่...ได้” (เข้าไปชมใน Youtube ทางช่อง ATIME)ช่วงสุดท้ายของรายการมาทิ้งท้ายด้วยความประทับใจจากตัวแทนแฟนคลับกัน บอกเลยว่าค่ำคืนนี้จบลงกันแบบน้ำตาแห่งความรักท่วมสตูกันเลย “เราชอบการแสดงของทั้งสองคนมาก ๆเลย ถ้าให้อวยทั้งวันก็ไม่หมด กระดาษ A4 ก็ยังไม่พอ คือการแสดงของทั้งสองคนดีมาก ๆ ถ้าให้สรุปโดยย่อก็คือ เลิศมาก ปังมาก ประเสริฐเลิศสุด ปัง ปัง ปัง สุดยอดมากเลย” “ขอบคุณนะคะที่แสดงผลงานดี ๆออกมาให้พวกเราได้ดูอยู่ตลอดเลย คือจริง ๆเพิ่งกลับมาไทยมันเป็นช่วงที่เหนื่อยมาก ๆแล้วพอได้ดูผลงานของทั้งสองคนแล้วมันทำให้มีกำลังใจขึ้นมาก ๆ” “ทุกครั้งที่ได้ไปเจอน้อง ๆไม่ว่าจะงานไหนคือได้เห็นพัฒนาการหลาย ๆอย่างทั้งสองคนเก่งขึ้นมาก ๆนะ ทั้งในเรื่องของการแสดง ก็เป็นคุณนักแสดงคนเก่ง เป็นคุณนักร้องคนเก่ง เป็นคุณนายแบบคนเก่ง เก่งมาก ๆมาตลอดนะ น้อง ๆชอบขอบคุณแฟนคลับที่มาซัพพอร์ตกัน ก็อยากจะบอกว่าอย่าลืมขอบคุณตัวเองด้วยนะ ที่พาตัวเองมาถึงตรงนี้ ขอบคุณที่ไม่ท้อ ขอบคุณที่พยายามให้เห็นถึงความตั้งใจที่ผ่านมา”EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณความน่ารัก รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ น้ำตาจากความประทับใจทั้งของแฟนคลับและ “เฟิร์ส - ข้าวตัง” ด้วยนะคะ ก่อนจบลงทางเราก็ขอฝากซีรีส์เรื่อง ‘Only Friends เพื่อนต้องห้าม’ เดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายแล้ว บอกเลยว่ากำลังเข้มข้นสุด สามารถเข้าไปติดตามได้ทุกวันเสาร์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง GMM 25 และดูย้อนหลังฟรีที่แรกที่เดียวทางแอป OneD ที่สำคัญ Fan meeting เปิดให้กดบัตรแล้ว 14 ตุลาคม 2566 นี้ มาร่วมชมตอนสุดท้ายของซีรีส์ไปพร้อมกันกับ “เฟิร์ส - ข้าวตัง” แล้วเจอกันวันที่ 28 ตุลาคม 2566 น้าสามารถเข้าไปรับชมกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

“ไดร์ม่อน ณรกร” อาจจะเป็นพระรองตลอดไป แต่ยังไงก็เป็นพระเอกในใจชาว DiamondDee ตลอดกาล

27 พ.ย. 2023

“ไดร์ม่อน ณรกร” อาจจะเป็นพระรองตลอดไป แต่ยังไงก็เป็นพระเอกในใจชาว DiamondDee ตลอดกาล

EFM FANDOM LIVE [16 พฤศจิกายน 66] คืนนี้ต้อนรับ “ไดร์ม่อน ณรกร” กับซิงเกิลแรกในฐานะศิลปินเดี่ยว พร้อมอัปเดตพูดคุยไปกับ 2 สาว “ดีเจดาว และ ดีเจแนน”ช่วงแรกของรายการ เราจะมาพูดคุยกับตัวแทนแฟนคลับถึงความน่ารักของ “ไดร์ม่อน”ความเป็นมาของชื่อด้อม ชื่อด้อม “DiamondDee” E ตัวแรกหมายถึง “Everyone” เปรียบเสมือนพวกเราทุกคน และ E ตัวที่สอง “Eager” คือความพยายามของน้องไดร์ม่อน ซึ่งชื่อนี้น้องไดร์ม่อนเป็นคนตั้งใจคิดมาให้พวกเราทุกคนเลย ให้เป็นตัวแทนเป็นชื่อด้อมของทุกคน และชื่อด้อมนี้ได้มาเมื่อวันที่ 17 มีนาคม เมื่อประมาณเกือบ 2 ปีที่แล้ว หมายความว่าเราอยู่กันมาจะ 2 ปีแล้วเชิญชวนทุกคนไปดูซีรีส์ “Across the Sky ลัดฟ้าล่าฝัน” ตอนนี้ซีรีส์มีหลายตอนและกำลังเข้มข้นเลย เริ่มเข้าเนื้อหาที่มีเกี่ยวกับตัวละครหลาย ๆ คน อยากแนะนำให้หลาย ๆ คนมาดูเรื่องนี้ บางคนอาจจะคิดว่าเป็นซีรีส์รักวัยรุ่นทั่วไป แต่จริง ๆ แล้วในเรื่องมันไม่ได้มีแค่นั้น มันจะมีเรื่องเกี่ยวกับการตามล่าหาความฝัน เกี่ยวกับเรื่องครอบครัว เกี่ยวกับเรื่องปัญหาต่าง ๆ ว่าเด็ก ๆ ทุกคนจะฝ่าฟันไปได้ยังไง ซึ่งซีนที่ชอบที่สุดคือซีนที่ไดร์ม่อนเจอกับคุณพ่อ เพราะว่าคุณพ่อเขาเป็นดารารุ่นใหญ่ ทั้งคุณพ่อคุณแม่เลย จริง ๆ แล้วยอมรับเลยว่าเราไม่คาดคิดว่าน้องจะมาในทางเรื่องของการแสดงได้ เพราะเราก็มองว่าน้องเป็นไอดอล ร้องเพลง เต้นได้ ก็มองว่าเนี่ยความสามารถเขาสุด ๆ แล้ว แต่เราคาดไม่ถึงจริง ๆ ว่าพอมีโอกาสเข้ามาให้เขาได้แสดงละคร ได้เริ่มโชว์ในทักษะของการแสดงของเขา ทักษะการแสดงของเขา เขาทำได้ดีมากกว่าที่เราคิด ก็คือไม่ว่าเขาจะเล่นในซีนไหนก็ตามแต่ เขาเริ่มเล่นดีขึ้นทุกอีพี ก็ชื่นชมเขามาก ๆ เลย“พระรองตลอดไป” แต่เป็นพระเอกในใจชาว DiamondDee ซิงเกิลนี้ค่อนข้างปุ๊บปั๊บสำหรับ DiamondDee ทุกคนเลย แบบเริ่มเลยเหรอ เอาแล้วเหรอ ตื่นเต้นมากกก! พอทีเซอร์แรกออกมาแม่ ๆ น้ำตาคลอเบ้า เพราะว่าเศร้ามากลูกต้องเศร้าแน่นอน กางร่ม, ตักหิมะใด ๆ คือคิดว่าเศร้าแน่ แม่ ๆ ต้องเตรียมทิชชูม้วนแล้วตอนนั้น แต่ปรากฏว่าเพลงออกมาคือเกินคาด รู้สึกว่าเพลงดึงเอกลักษณ์ต่าง ๆ ของไดร์ม่อนออกมาได้ทั้งหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นทั้งทำนอง เนื้อร้อง การแต่งแรปที่น้องมีส่วนร่วมในการแสดงศักยภาพด้านนี้ด้วย รวมถึงตัวเอ็มวีคือ น่ารักมากกก ชื่นชอบมาก ซึ่งตอนนี้ครึ่งล้านแล้ว 5 แสนวิว ก็อยากให้พุ่งทะยานสู่ 1 ล้านวิวไปด้วยกันความประทับใจที่มีต่อ “ไดร์ม่อน” อยากบอกว่า DiamondDee ทุกคนภูมิใจกับไดร์ม่อนมาตลอดอยู่แล้ว คือไม่ว่าวันแรกเราจะมีความรู้สึกยังไง วันนี้มันก็เหมือนเดิม และก็คิดว่าจะสนับสนุนและภูมิใจในตัวเขาไปเรื่อย ๆ เลย เพราะว่าเขาเป็นคนที่เก่งขึ้นในทุก ๆ วัน เขาเป็นคนที่ไม่น่าเป็นห่วงอะไรสำหรับเรา เขาสามารถดูแลตัวเองได้ ดูแลคุณแม่ ดูแลทุกคนได้ เวลาเขาได้รับความรู้ หรือว่าได้รับประสบการณ์การทำงานกับพี่ ๆ ทุกคน เขาจะสามารถนำไปพัฒนาศักยภาพ พัฒนาตัวเองไปได้ขึ้นอีก เพราะว่าเรามองว่า “ไดร์ม่อนคือมีค่ามากกว่าเพชร” รู้สึกภูมิใจในตัวเขามาก ๆ จริง ๆ และคิดว่าผลงานต่อไป ครอบครัวของเราก็จะใหญ่ขึ้นอีกเยอะเลย ก็ฝากถึงไดร์ม่อนว่าจะไปทำใบขับขี่วันไหน เดี๋ยวแม่ ๆ ตั้ง #ไดร์ม่อนมีใบขับขี่แล้ว รอเลย สุดท้ายก็อยากให้น้องไดร์ม่อนดูแลสุขภาพเยอะ ๆ อย่าป่วย ให้กินอิ่มนอนหลับก็พอแล้ว แม่ ๆ พี่สาว DiamondDee พร้อมสนับสนุน เรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่พวกเรา ส่วนไดร์ม่อนก็ให้ทำตามความฝันอย่างที่เขาอยากจะทำไป เดี๋ยวแม่ ๆ สนับสนุนเองได้ทั้งหมดเลยยย!ช่วงสองของรายการมาพบกับพระรองสุดหล่อของเรากับ “ไดร์ม่อน”รีวิวชีวิตของปีนี้ กับสิ่งใหม่ ๆ ที่ “ไดร์ม่อน” ได้มีโอกาสทำ ปีนี้ดีขึ้นและมีงานเข้ามาเรื่อย ๆ รู้สึกว่าเราได้ลองทำอะไรใหม่ ๆ แล้วก็มีโอกาสเข้ามาหาเราเยอะมาก ๆ คืออย่างงานนี้ในชีวิตไม่เคยคิดว่าเราจะได้ทำ คือเราเป็นคนที่ชอบฟังเพลงอีสาน เพลงลูกทุ่งอะไรแบบนี้ ทาง Grammy Gold ก็ติดต่อมาอยากให้ไปแรปใส่ผสมลงไปในเพลงอีสาน เราก็รู้สึกว่ามันชาเลนจ์เรามาก เราเครียดมากแบบ เห้ยยย! มาแบบไม่ทันตั้งตัว เราจะต้องแต่งแรปยังไงให้มันเข้ากับเพลงนั้นให้ได้ ก็ได้เพลง “ป้ายยา” กับพี่มินตรา ทำงานกับพี่มินตราก็สาวครับ สาวก็คือยังดูเหมือนคนไม่ใช่อายุ 27 คือพอเรารู้สึกว่าเขาอายุ 27 เราก็แอบตกใจนิดนึง เพราะเราก็รู้สึกว่าเราก็เคยเห็นผลงานเขาผ่านทาง The Voice, Youtube อะไรแบบนี้เยอะ พอมาทำงานจริง ๆ ผลงานชิ้นนี้มันยากสำหรับผมมาก คือเราเริ่มต้นมาคนอาจยังไม่เห็นว่าเราแต่งแรปเก่ง แต่งแรปเป็นอะไรแบบนี้ แต่พอมีผลงานนี้ขึ้นมามันทำให้ผมได้พิสูจน์ว่า “เราก็อาจจะทำได้เหมือนกัน” ก็แอบตื่นเต้นเหมือนกันว่ามันจะออกมาเป็นยังไง เพราะว่าจริง ๆ เราก็ได้ workshop กับทางพี่โปรดิวเซอร์และก็ทุกคนที่มีส่วนร่วมแล้วในเพลงนี้ คือถ้าสมมติเราเป็นเด็ก ตอนแรกเราแต่งไปดราฟนึง เราเป็นเด็กไปแต่งเรียกเขาว่า “หนู” ก็จะแปลก ๆ เราก็เลยลองใช้คำว่า “พี่” เยอะหน่อย คือเหมือนว่าในเนื้อเพลง “ขับรถ บรื้นๆ จากกรุงเทพมาทำยังไงกันดี ความสวยกระแทกตาก็โดนฮุกซ้าย ฮุกขวา” คือเหมือนว่าเราอยู่กรุงเทพแล้วเราได้ไปฟีทกับเขา เราเลยแบบเอาประโยคนี้มาเชื่อมกันว่าแบบ คือมันมีอะไรที่มันเชื่อมโยงกันNew Year’s Resolution ของ “ไดร์ม่อน” ต้องบอกว่าปีนี้เราได้โอกาสมาเยอะ ปีนี้เราไม่เคยตั้งว่าเราจะไปถึงตรงไหน ปีหน้าเราอาจทำในสิ่งที่เป็นตัวของไดร์ม่อน อาจจะมีซักเพลงมั้ยหรือว่าแบบอาจจะมีโคฟเวอร์ให้คนเห็นตัวตนเรามากขึ้น เราก็ไปเรียนเต้นมา คนก็อาจจะยังไม่เห็นก็เลยคิดว่าอาจจะลงเต้นโหด ๆ ลงดู แต่จริง ๆ ก็หวังว่าปีหน้าอยากมีอัลบั้มเต็ม ๆ ซักอัลบั้มนึงพูดถึงซิงเกิลแรกในชีวิตที่เป็นซิงเกิลเดี่ยวกับ “พระรองตลอดไป” ตอนที่ได้ฟังครั้งแรกก็รู้สึกว่าว้าววว! เพราะมันไม่เคยมีเพลงที่แบบสื่อถึงพระรองจริง ๆ เราได้ฟังก็รู้สึกตื่นเต้นและเราอยากจะทำมันจริง ๆ ซึ่งถือว่าเป็นเดบิวต์ซิงเกิลในฐานะศิลปินเดี่ยว และเบื้องหลังในการทำเพลงนี้เราได้ทีมสุดเก๋านั่นก็คือ พี่แอ้ม, พี่โดม, พี่เบนซ์ แต่เราเคยทำงานด้วยกันมาแล้วในเพลง “ไม่ตอบเลยน้า” ก็เลยไม่ได้รู้สึกเกร็งหรือว่าทำงานไม่ได้ในส่วนของเพลงนี้ก็เป็นคนขอเพิ่มท่อนแรปด้วยตัวเองในช่วงตอนสุดท้าย ให้มันเป็นแบบสื่อถึงตัวเราจริง ๆ คือผมชอบแต่งแรปอยู่แล้ว เราเลยอยากให้ทุกคนได้ฟังแรปที่ม่อนแต่งจริง ๆ ก็เลยไปขอเขาว่าแต่งได้มั้ยอะไรแบบนี้ สตอรี่ตอนแต่งก็คือเรากำลังจะกลับบ้าน นั่งวินมอเตอร์ไซค์อยู่ตรงแยกอโศกแล้วรถติดไฟแดงพอดี เรารู้สึกว่ามันเคว้งดีเลยนั่งแต่ท่อนแรปตอนนั้นเลย ใช้เวลาประมาณ 10 นาที คอนเซ็ปต์เอ็มวีขอยกให้ ‘พี่บอย’ เพราะว่าผมได้ยินมาว่าพระรองเป็นพระรองธรรมดาไม่ได้ เพราะชื่อภาษาอังกฤษเขาเขียนว่า Best Supporting Actor” ก็คือถ้าจะเป็นพระรองก็ต้องเป็นพระรองที่ดีที่สุด เลยได้คอนเซ็ปต์นี้มา คือผมก็รีเควสไปเกือบหมดว่าเราอยากเล่นอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นก้อนเมฆรูปหมา ก็เป็นเรื่องที่เซอไพรส์เหมือนกัน ตอนแรกเราไม่คิดว่าเขาจะยอมให้เราเล่นอะไรเยอะขนาดนี้ แต่พอเล่นก็สนุกดีและเวลาก็ผ่านไปเร็วมาก ๆ สำหรับใครที่ยังไม่ได้ดู ในตัวเอ็มวีก็จะมีจำลองหลาย ๆ ซีน เช่น 4 kings, งานประกาศรางวัลเดินพรมแดง ซึ่งซีนเดินพรมแดงก็เกี่ยวข้องกับการเป็น Best Supporting Actor “เหมือนแบบเราได้รางวัลนี้มาเพราะเราเป็นพระรองทุกเรื่อง” ก็อยากบอกคนที่อยู่ในสถานะพระรอง หรือเป็นพระรองมาตลอดว่าการเป็นพระรองมันไม่ได้เศร้าขนาดนั้น “พระรองมีอะไรที่พิเศษมากกว่าพระเอกอยู่แล้ว” ทุกคนมีความพิเศษไม่เหมือนกัน สมมติว่าผมเป็นพระรอง ความพิเศษของผมคือการเทคแคร์คนอะไรแบบนี้ น่าจะเข้าถึงได้มากที่สุด แต่ก็อย่าไปเศร้ากับมันเลย เพราะว่าถ้าวันนึงเราเจอคนที่จริงใจจริง ๆ ซักวันเราก็จะเป็นพระเอก“ไดร์ม่อน” มารายการเราทั้งที งานนี้จะพลาดช่วงพิเศษแบบนี้ไปได้ยังไง!EFM FANDOM LIVEวันนี้จะชวนไดร์ม่อนมาร้องเพลง กับเกม“...ตลอดไป” (เข้าไปชมได้ในYouTube: ATIME)เดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายของรายการกันแล้ว ทางเราก็ได้เปิดโอกาสให้แฟนคลับมาร่วมพูดคุย ฝากความรักมาให้กับ “ไดร์ม่อน” กันด้วย สิ่งที่ทำให้สนับสนุนไดร์ม่อนมาจนถึงตอนนี้เป็นปีที่ 3 แล้ว เพราะทุกอย่างที่เป็นไดร์ม่อน ตั้งแต่ที่เราเห็นเขาครั้งแรก เหมือนเราอยากเห็นเด็กคนนี้เติบโตไปเรื่อย ๆ เหมือนแค่ได้เฝ้ามองก็รู้สึกมีความสุข คอยให้กำลังใจเขา และคอยมองดูเขาในทุก ๆ อย่างที่เขาทำ สิ่งที่เขามีความสุข สิ่งที่เขาชอบ เราก็แบบมีความสุขไปด้วย ก็อยากบอกม่อนว่า ไม่ว่าม่อนจะทำอะไรอยากให้ม่อนทำเลยเต็มที่ พี่สาว DiamondDee จะค่อยสนับสนุนไดร์ม่อนเสมอ น้องเป็นคนที่รู้อยู่แล้วว่าน้องอยากทำอะไร แล้วน้องอยากไปถึงจุดไหน แล้วเราก็เชื่อว่าไดร์ม่อนทำได้ ไดร์ม่อนจะเหมือนมีคำพูดว่า “ผมสัญญานะผมจะทำอันนี้ให้ได้ แล้วเขาก็ทำได้ทุกครั้ง” ก็ขอให้เขาทำทุกย่างให้ประสบความสำเร็จ และก็ขอให้ไดร์ม่อนรักษาสุขภาพ ห้วงแรกที่โดนไดร์ม่อนตกคือตอนที่เขาออกมาโชว์ความสามารถในรายการ เหมือนเป็นสเตจแรกแล้วกรรมการก็ให้เขาร้องโชว์ซักท่อนนึงเป็นเสียงเขาอย่างเดียวเลย และสิ่งที่ทำให้ยังคอยสนับสนุนไดร์ม่อนมาตลอดจนถึง 2-3 ปีนี้ คือจิตใจของน้อง ในอายุของน้อง สภาพจิตใจหรือว่าความคิดของน้องโตมาก ทำให้รู้สึกว่าได้มุมมองความคิด ได้ทัศนคติ ได้เห็นวิธีการมองโลก ผ่านการทำงานผ่านวิธีคิดของไดร์ม่อน ตอนแรกเป็นสิ่งที่ทำให้เราแบบถ้าเรารักเด็กคนนี้ เราก็จะรักได้ทั้งใจเลย ได้เห็นผลงานก็ชื่นใจ ได้ติดตามตัวตนของเขาก็รู้สึกภูมิใจ อยากบอกไดร์ม่อนว่าให้มีความสุขมาก ๆ อยากทำอะไรให้ทำให้เต็มที่ รู้ว่าไดร์ม่อนทำได้ ไดร์ม่อนจะทำได้ดีขึ้นไปอีกเรื่อย ๆ ดีทุกการเติบโตของไดร์ม่อนเลย สุดท้ายนี้ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “ไดร์ม่อน” ที่มาร่วมพูดคุย สร้างสีสัน สร้างเสียงหัวเราะให้กันในรายการ และก่อนที่จะจบรายการกันไป ฝาก ‘พระรองตลอดไป’ เป็นซิงเกลเดี่ยวของไดร์ม่อนที่พึ่งปล่อยไป, ซีรีส์เรื่อง Across the Sky ลัดฟ้าล่าฝัน ที่ตอนนี้กำลังเข้มข้นเลย และซิงเกลที่ไปร่วมงานกับมินตรา กับเพลง ‘ป้ายยา’ ไปติดตามกันได้เลยยย!สามารถเข้าไปรับชมกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

album
efm
-

-