
รายการ EFM FANDOM LIVE [ 12 มีนาคม 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมพบกับ “เบ็คกี้ อาร์มสตรอง” ที่มาฉายเดี่ยว แจกความน่ารัก สดใส พร้อมสับสวิตช์ความหลอน ชวนระทึกขวัญกับบทบาทที่ทุกคนรู้จักในฐานะ “แนนโน๊ะ” ไปกับ 2 ดีเจอารมณ์ดี “ดีเจแนน” และ “ดีเจโซเซฟ”

ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”
ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกัน

FANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... ปริศนาฆาตกรรมแห่งวินด์เฮเวน (The Windhaven Murders)
นามปากกา : saturn_29
เมืองเล็กๆทางตอนเหนือของอังกฤษที่ชื่อว่า "วินด์เฮเวน" เคยเป็นเมืองเงียบสงบที่ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดเหตุร้ายใดๆ จนกระทั่งคืนหนึ่ง ศพปริศนาปรากฏขึ้นกลางจัตุรัสเก่า พร้อมสัญลักษณ์ประหลาดที่ไม่มีใครเข้าใจ คดีที่ดูเหมือนการฆาตกรรมธรรมดา กลับค่อยๆเปิดเผยความจริงที่น่ากลัวกว่านั้น เมื่อทุกเบาะแสชี้ไปยังความลับของเมืองที่ถูกปกปิดมานานกว่าห้าทศวรรษ "รีเบคก้า" นักสืบสาวผู้มีสัญชาตญาณเฉียบคมถูกส่งมารับคดีนี้ แต่ยิ่งเธอสืบลึกลงไปเท่าไร เธอก็ยิ่งพบว่าทุกคนในเมืองนี้กำลังปิดบังบางอย่าง ตั้งแต่นายกเทศมนตรีผู้ทรงอิทธิพล นักบวชผู้หมกมุ่นกับตำนานของเมือง ไปจนถึงครอบครัวขุนนางเก่าแก่ที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง และยิ่งแปลกไปกว่านั้น รายชื่อเหยื่อทุกรายกลับเชื่อมโยงกันอย่างน่าประหลาด พวกเขาทุกคนล้วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในอดีตที่ถูกฝังกลบไว้ตั้งแต่ห้าสิบปีก่อน เมื่อจำนวนศพเพิ่มขึ้นทีละศพ รีเบคก้าเริ่มตระหนักว่านี่ไม่ใช่เพียงการไล่ล่าฆาตกร แต่มันคือ เกมปริศนาที่ถูกวางไว้ล่วงหน้า ราวกับมีใครบางคนกำลังนำทางเธอไปสู่คำตอบที่ไม่มีใครอยากให้เธอรู้ เพราะหากความจริงนั้นถูกเปิดเผย คนต่อไปที่จะตาย...อาจเป็นเธอเอง
FANFICTION #1: This FANFICTION is titled... The Windhaven Murders
Pen Name : saturn_29
Nestled in the serene north of England, Windhaven was once just another sleepy village, easily overlooked. That all changed one fateful night when a cryptic corpse materialized in the heart of the old town square, adorned with baffling symbols. What initially appeared to be a straightforward homicide soon morphed into a chilling revelation, as every shred of evidence whispered of a clandestine secret the townsfolk had guarded for over half a century. Enter Rebecca, a detective with a razor-sharp mind, tasked with untangling this macabre mystery. Yet, with each layer she peeled back, she found herself wading through a sea of deception. From the influential mayor and a priest consumed by local lore, to the aloof, ancient aristocratic clan, everyone seemed to be harboring a hidden agenda. The plot thickened when she discovered a bizarre, undeniable thread connecting the growing list of victims to events that transpired fifty years prior. As the body count climbed, Rebecca began to suspect this wasn't merely a manhunt for a murderer. It felt more like a meticulously orchestrated puzzle, with an unseen hand nudging her towards a truth nobody wanted unearthed. After all, if the real story came to light, the next name on the death toll could very well be her own.

FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... แวมไพร์บำเพ็ญตน
นามปากกา : มามี้ตลอดไป
มีแวมไพร์แฝด 3 พี่น้อง อาศัยอยู่ในปราสาทกลางป่าลึกบำเพ็ญตนเว้นเลือดมนุษย์มากว่า 512 ปี ออกหากินเมื่อไหร่จะผลัดกันไปทีละตน ตนละ 3 ชั่วโมงเท่านั้น เพื่อจำกัดการทำร้ายสิ่งมีชีวิตและไม่ให้ป่าแตกตื่น ถึงเวลา 1 ทุ่ม ‘Rebecca’ แวมไพร์คนโต ออกหากินก่อน กว่าจะกลับมาก็เกินเวลายาวไปยันห้าทุ่มเศษ หากดูจากปากของ Rebecca น่าจะแทบไม่ได้กินอะไรเพราะที่ปากไม่มีรอยเลือดติดอยู่เลย ถึงคิวของ ‘Patricia’ แวมไพร์คนกลาง ออกหากินบ้าง ไม่ต่างกัน แม้เวลาล่วงเลยไปจนตีสามกว่าจึงกลับมา แต่ที่ปากของ Patricia ก็มีแค่รอยคราบผลไม้เพียงเล็กน้อย ‘Becky’ แวมไพร์คนเล็กเห็นพี่ ๆ กินเวลาของตัวเองไปเยอะจึงต่อว่า “ไปทำอะไรกันมาตั้งนาน แต่ได้กินกันแค่นี้เองหรอ!” ก่อนที่จะรีบบินออกไปบ้าง ไม่ถึง 5 นาที Becky กลับมาพร้อมคราบเลือดที่ปากฉ่ำ ๆ จนพี่ ๆ ทั้งสองถามด้วยความแปลกใจว่า “ทำยังไงถึงหากินได้ไวและได้เยอะเต็มปากขนาดนั้น” Becky จึงย้อนถามพี่ ๆ ว่า “พี่ ๆ เห็นต้นไม้ใหญ่ตรงหน้าต่างนั่นมั้ย?” ทั้ง Rebecca และ Patricia ก็ตอบ “เห็น!” Becky รีบย้อนตอบกลับทันทีว่า “ช่าย~ แต่หนูไม่เห็น!”
FANFICTION #2: This FANFICTION is titled... Vampire self-discipline
Pen Name : มามี้ตลอดไป
Nestled deep within a forest, a rather peculiar trio of vampire siblings resided in a castle. For an astonishing 512 years, they'd managed to steer clear of human blood. Their hunting excursions were meticulously timed, with each sibling taking a mere three-hour shift. This was their clever strategy to minimize their impact on the local wildlife and keep the forest from getting, well, freaked out. At precisely 7 PM, Rebecca, the eldest of the brood, kicked off the night's hunt. She didn't make it back until well past 11 PM. A quick glance at Rebecca's mouth told a story: not much of a meal, as there wasn't a speck of blood to be seen. Next up was Patricia. Like her older sister, she returned after 3 AM, but her culinary exploits seemed limited to a few sips of fruit. Seeing her siblings hogging the night and apparently barely snacking, Becky, the youngest, couldn't hold back. She let them have it with a scolding, "Seriously, what were you two doing all that time, and you only managed to snag *this* much to eat?!" With that, she zoomed off. Less than five minutes later, Becky was back, her mouth practically gushing with blood, leaving her two sisters utterly gobsmacked. "How on earth do you manage to eat so fast and still have so much in your mouth?" she exclaimed. Then, with a mischievous glint, Becky posed a question to her bewildered siblings, "See that massive tree right outside the window?" Both Rebecca and Patricia, still trying to process the spectacle, nodded, "Yes!" Becky, with a triumphant grin, shot back, "Yeah~ but *I* don't see it!"

FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... Stolen Lives
นามปากกา : Meily
เบ็คกี้ คือผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่มีความสามารถประหลาดเกินคำอธิบาย เธอสามารถเดินเข้าไปอยู่ในความทรงจำของคนอื่นได้ เพียงแค่สบตาหรือแตะต้องตัวใครบางคน โลกในหัวของคนนั้นจะเปิดออกเหมือนประตู และเธอจะถูกดึงเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในเหตุการณ์นั้นราวกับมันเกิดขึ้นจริง บางวันเธอลืมตาขึ้นท่ามกลางแสงไฟเวทีและเสียงกรี๊ดของผู้คนนับหมื่น เหมือนเธอเคยเป็นนักร้องดังที่ยืนอยู่กลางสปอตไลต์ แต่บางคืนสิ่งที่ตามหลอกหลอนกลับโหดร้ายกว่านั้น เธอตื่นขึ้นมาพร้อมภาพมีดในมือ เลือดไหลนองพื้น และเสียงหายใจหนักของใครบางคนที่กำลังจะตาย เพราะเธอดันหลุดเข้าไปอยู่ในความทรงจำของฆาตกรขณะกำลังลงมือจริง ยิ่งเบ็คกี้เข้าไปในความทรงจำของคนอื่นมากเท่าไร เส้นแบ่งระหว่างชีวิตของเธอกับชีวิตของคนอื่นก็ยิ่งบิดเบี้ยว เธอเริ่มจำไม่ได้ว่าอะไรคือความทรงจำของตัวเอง อะไรคือสิ่งที่เธอเพียงแค่เข้าไปเห็น จนกระทั่งวันหนึ่งเธอหลุดเข้าไปในความทรงจำของใครบางคนอีกครั้ง และพบว่าฆาตกรที่ยืนอยู่ท่ามกลางเหตุการณ์นั้นไม่ใช่คนแปลกหน้าเลย แต่เป็นเบ็คกี้เอง ในเวอร์ชันที่เธอไม่เคยจำได้ว่า เคยมีอยู่จริง
FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... Stolen Lives
Pen Name : Meily
Meet Becky, a perfectly normal woman with a truly bizarre gift: a simple glance or a touch can plunge her headfirst into someone else's memories. It's like a hidden world inside their mind swings open, and she's pulled in, experiencing their past as if it were her own. Some mornings, she'll jolt awake feeling the roar of a massive crowd and the blinding glare of stage lights, as if she were a rockstar owning the moment. But then there are the darker nights, when the echoes are far more gruesome. She might find herself gripping a knife, the floor slick with blood, the ragged breaths of a dying person filling the air – because she's stumbled into the mind of a killer, right in the thick of their crime. The more Becky dives into other people's pasts, the blurrier the lines become between her own life and theirs. She starts to lose track of what's genuinely hers and what she's just a bystander to. Then, one day, during yet another memory dive, she finds herself in a chilling scene. The murderer at its center isn't some stranger; it's Becky herself, a version of her she never even knew existed.

FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... สายลับบ้าบิ่น
นามปากกา : สายไหม
รีเบคก้า ตำรวจสาวมือใหม่ ได้รับภารกิจลับให้สืบคดีค้ายาเสพติดในตลาดใหญ่ใจกลางเมือง เธอต้องแฝงตัวเป็นแม่ค้าขายบ้าบิ่น ขนมไทยที่ดูธรรมดา แต่จะกลายเป็นฉากบังหน้าอันสำคัญ วันแรกของการตั้งร้าน เธอตื่นเต้นจนมือสั่น แต่ได้รับการฝึกอย่างเร่งด่วนจากแม่ เธอเรียนรู้วิธีทอดบ้าบิ่นให้กรอบนอกนุ่มใน และฝึกยิ้มทักลูกค้า “บ้าบิ่นร้อน ๆ จ้า” เสียงของเธอกลมกลืนกับตลาด เธอสังเกตเห็นชายกลุ่มหนึ่งมาที่ตลาดในเวลาเดิมทุกวัน ไม่ซื้อของ แต่จะคุยแค่กับร้านขายเนื้อในมุมลับตาและแลกถุงเนื้อกัน เธอจึงแสร้งทำเป็นแม่ค้าขี้สงสัย เดินไปซื้อเนื้อและคุยเล่นบ้าง เพื่อเก็บรายละเอียด คืนหนึ่ง รีเบคก้าตามชายขายเนื้อไปโกดังร้าง เห็นการลักลอบส่งของ เธอจึงส่งสัญญาณให้ทีมตำรวจเข้าจับ แต่คนร้ายจับได้ว่าเธอคือสายลับ ในวินาทีคับขัน เธอคว้ากระทะบ้าบิ่นที่พกมาโยนใส่เพื่อเบี่ยงความสนใจ แล้ววิ่งไปหาทีมสนับสนุน เกิดการปะทะกัน แต่สุดท้ายแก๊งค้ายาก็ถูกจับกุม เช้าวันรุ่งขึ้น ตลาดกลับมามีชีวิตชีวา กลิ่นบ้าบิ่นหอมกรุ่นยังลอยอบอวล ภารกิจนี้สอนเธอว่า การเป็นตำรวจไม่จำเป็นต้องถือปืนเสมอไป บางครั้งรอยยิ้มและเตาถ่าน ก็เป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุด
FANFICTION #4: This FANFICTION is titled... Daredevil spy
Pen Name : สายไหม
Stepping into the bustling heart of the city's market, rookie officer Rebecca found herself on a clandestine assignment, tasked with unraveling a drug trafficking ring. Her ingenious cover? Posing as a vendor selling 'babbin,' a seemingly innocent Thai sweet. On her inaugural day, nerves made her hands shake as she set up her stall. Yet, thanks to her mom's crash course, she'd mastered the art of frying babbin to golden perfection and practiced her customer service spiel, her voice easily blending into the market's symphony with a cheerful "Hot babbins for you!" She soon noticed a peculiar daily ritual: a group of men arriving at the same time, not to shop, but to huddle with a butcher in a quiet corner, exchanging mysterious bags of meat. Rebecca, playing the part of an intrigued local, bought some meat and struck up a conversation with the butcher, subtly probing for intel. One night, her curiosity led her to follow the butcher to a deserted warehouse, where she stumbled upon the illicit dealings firsthand. She discreetly signaled her team for backup. But the criminals caught on, realizing she wasn't just a sweet vendor. In a heart-pounding moment, Rebecca grabbed her trusty babbin pan, tossed it to create a diversion, and bolted for reinforcements. A showdown ensued, but eventually, the drug syndicate was brought to justice. The next morning, the market buzzed with its usual energy, the comforting scent of babbin still perfuming the air. Rebecca's undercover escapade had taught her a profound lesson: being a cop isn't always about firepower. Sometimes, a warm smile and a humble charcoal stove are the most potent weapons in the arsenal.

FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... The Summer Map
นามปากกา : ลามะลิลา
ปี 2004 ย่านพาร์คสโลป , บรู๊คลิน เบคก้า เด็กสาวที่เพิ่งย้ายมาที่นี่ใช้เวลาหลังเลิกเรียนเดินหลงทางในสวนพรอสเปกต์อยู่บ่อยๆ การมาอยู่ในที่ไม่คุ้นเคยทำให้รู้สึกโดดเดี่ยว จนวันหนึ่งเธอได้รู้จักกับแอ๊บบี้ เด็กสาวที่ชอบเปิดเพลงดังๆให้เสียงเพลงป๊อปจากหูฟังลอยคลอมาให้ได้ยิน เธอมีสมุดเล่มเล็กที่เรียกว่า “แผนที่ฤดูร้อน” ข้างในมีเพียงสถานที่ที่เธอค้นพบและตั้งชื่อเอง เช่น จุดพบนกบลูเจย์ ร้านเบเกิลที่อร่อยเหาะ หรือมุมเงียบในสวนที่บางวันมีเสียงดนตรีจากแบนด์เชลล์ลอยมาให้ฟัง ตลอดฤดูร้อนนั้น ทั้งสองออกเดินสำรวจพาร์คสโลปด้วยกัน ทุกครั้งที่หลงทาง แอ๊บบี้จะเพิ่มจุดใหม่ลงในสมุด พร้อมโน้ต “บ่ายนี้อากาศดี” หรือ “ตรงนี้เหมาะกับการนั่งเฉยๆ” ถึงจะงงๆ แต่มันก็ทำให้เบคก้าเหงาน้อยลง แต่แล้ว ก่อนฤดูร้อนจะจบ แอ๊บบี้ก็มาบอกว่าเธอจะย้ายกลับ โอเรกอน และเงียบหายไป หลายปีต่อมาเบคก้ากลับมาที่สวนอีกครั้ง แล้วเธอก็ได้เข้าใจว่าแผนที่ฤดูร้อนไม่ได้มีไว้หาเส้นทาง แต่มีไว้เก็บความทรงจำอันล้ำค่าของเด็กผู้หญิงสองคนที่เคยหลงทาง และค้นพบโลกใบเล็กของตัวเองไปด้วยกัน ถึงแม้จะไม่ได้พบกันอีกแต่เธอก็จะจดจำฤดูร้อนนั้นตลอดไป
FANFICTION #5: This FANFICTION is titled… The Summer Map
Pen Name : ลามะลิลา
Back in 2004, Becca, a newcomer to Park Slope, Brooklyn, found herself frequently wandering lost in Prospect Park after school. The unfamiliar surroundings left her feeling adrift and alone. Then, one day, she bumped into Abby, a girl whose headphones pulsed with loud pop music. Abby carried a quirky little notebook she called her "Summer Map," a collection of her personal discoveries and whimsical names for places – a haven for blue jays, a bakery serving up divine bagels, or a peaceful nook in the park where the distant melodies from the bandshell might just reach you. As summer unfolded, the two girls became inseparable explorers of Park Slope. Each time they strayed from the known path, Abby would add a new entry to her map, jotting down simple observations like, "Lovely afternoon," or "Perfect spot for just chilling." While it might have seemed a bit chaotic, this process eased Becca's loneliness. However, as summer began to wane, Abby dropped the bombshell that she was moving back to Oregon, and then she was gone. Years later, returning to the park, Becca realized the "Summer Map" wasn't about navigation at all. It was a testament to the fleeting, treasured moments of two girls who, in their shared wanderings, had stumbled upon their own unique world. Though their paths never crossed again, that summer remained an indelible part of her memory.

เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE พร้อมต้อนรับ “เบ็คกี้ อาร์มสตรอง” ที่จะมาครองใจทุกคน
ด้วยความน่ารัก ขี้เล่น ปนหลอน ของ “เบ็คโน๊ะ” จนแฟน ๆ ต้องเผลอตกหลุมรัก “แนนโน๊ะ” คนนี้...กันแบบไม่รู้ตัววว

วิธีฮีลใจของ “เบ็คกี้ อาร์มสตรอง”
“เบ็คกี้” เผยว่า หากมีเวลาว่างเมื่อไหร่ สิ่งแรกที่จะทำเลยนั่นก็คือ การนอน พร้อมบอกว่าในช่วงนี้ เป็นช่วงที่มีมรสุมงานหนักมาก ทำให้ตนนั้นเคยมีเวลานอนน้อยที่สุดต่อวันเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น และต้องออกไปทำงานต่อตลอดทั้งวัน
โดย “เบ็คกี้” เล่าว่า ตอนแรก ๆ รู้สึกว่า มันง่วงมาก แต่เมื่อใดที่ออนเซ็ตปุ๊บ จะสวิตช์กลับมาได้เองเลยทันที จึงทำให้การง่วงนอนนี้ไม่มาเป็นปัญหากวนใจเวลาทำงาน อีกทั้งยังแอบสปอยว่า ช่วงนี้ตนนั้นกำลังซุ่มทำเพลงอยู่ และคิดว่าอีกไม่นานจะได้ปล่อยเพลงซีเครทนี้ให้แฟน ๆ ได้ฟังกันแบบฟินหูอย่างแน่นอนนน

Mini Mission เบ็คกี้-แนนโน๊ะ
โดยทางทีมงานก็ได้สร้างมินิเกมเล็ก ๆ สนุก ๆ มาให้กับ “เบ็คกี้” ได้เล่น ทดสอบการสับสวิตช์อารมณ์ และคาแรกเตอร์ของ “เบ็คกี้” ได้แบบจุใจ ด้วยการให้ “เบ็คกี้” ทำท่าทาง สลับคาแรกเตอร์ระหว่างการเป็น “เบ็คกี้” และการเป็น “แนนโน๊ะ” ทั้งท่าทาง ‘ยิ้ม’ ‘โกรธ’ ‘รัก’ และ ‘สงสัย’ ซึ่งทุก ๆ ท่าทาง “เบ็คกี้” ก็แสดงออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบสุด ๆ อย่างกับว่ามีทั้ง “เบ็คกี้ และแนนโน๊ะ” มานั่งอยู่ในสตูด้วยจริง ๆ !

กว่าจะมาเป็น “แนนโน๊ะ” ใน “เด็กใหม่ The Reset”
“เบ็คกี้” เล่าว่า เส้นทางกว่าจะมาเป็น “แนนโน๊ะ” ในซีรีส์ “เด็กใหม่ The Reset” นั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย โดยบอกว่า ตนนั้นต้อง Workshop กับผู้กำกับถึง 6 คน หรือก็คือ การต้อง Workshop ก่อนถ่ายทำจริงในทุก ๆ ตอนนั่นเอง ซึ่งเจ้าตัวก็ได้เผยว่าคาแรกเตอร์ของแนนโน๊ะแต่ละตอนนั้น ก็จะมีความต่างกันไป บางตอนอาจจะมีความขี้เล่น บางตอนอาจจะมีความ กวน ๆ ผสมไปบ้าง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ต้อง Workshop ก่อนถ่ายทำจริงในทุก ๆ ตอนนั่นเอง

‘ปิ๊บ ๆๆๆ’
หลังจากที่ซีรีส์ “เด็กใหม่ The Reset” ได้เปิดตัวออนแอร์ EP.แรก ไป ฉากหนึ่งที่เป็นภาพจำ และติดอยู่ในความทรงจำของคนดูก็คงหนีไม่พ้นฉาก ‘ปิ๊บ ๆๆๆ’ ที่ “แนนโน๊ะ” ได้พูดขึ้นมาในตอนที่กำลังถูกทำร้ายร่างกาย ด้วยหมัดค้อนของเล่นของ “สกาย” เพื่อแสดงออกให้เห็นว่าตนนั้นไม่ได้มีความรู้สึกเจ็บใด ๆ เลยจากการที่ “สกาย” ได้ทุ่มสุดแรงต่อยลงมา
โดย “เบ็คกี้” ก็ได้เผยว่า ‘ปิ๊บ ๆๆๆ’ นั้นไม่ใช่บทที่อยู่ใน Dialogue แต่เป็นการ Improvise ที่ตนนั้นคิดขึ้นมาเองหน้าเซ็ต เพราะตนรู้สึกว่า ตัวละคร “แนนโน๊ะ” ตอนนั้นมีความรู้สึกสนุกกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แต่ตัวเบ็คกี้เองก็คิดว่า ฉากนี้ก็เป็นฉากที่แสดงตอนถ่ายทำแล้วรู้สึกสนุกมาก ๆ เช่นกัน

กระแสตอบรับที่ดีมากของซีรีส์ “เด็กใหม่ The Reset”
“เบ็คกี้” เผยว่า “เด็กใหม่ The Reset” นั้น เป็นโปรเจกต์ที่ทีมงานทุกคนตั้งใจทำกันมาก แม้ตอนถ่ายทำจะยังมองไม่เห็นว่าภาพความสำเร็จจะออกมาเป็นยังไง แต่สุดท้ายพอทุกคนได้เห็นกระแสตอบรับที่ดีมาก ๆ ของแฟน ๆ ก็ทำให้ทุกคนรู้สึกว่ามันเกินคาดสุด ๆ

คาแรกเตอร์ไหน..ท้าทาย
“เบ็คกี้” เล่าว่า ตัวเองนั้นใส่สุดกับทุก ๆ ตอน ทั้ง 6 ตอน และรู้สึกว่า เวลาที่ได้แสดงอยู่หน้าเซ็ตนั้นสนุกมาก ๆ สำหรับการดีไซน์ฉากต่าง ๆ ของแต่ละซีน พร้อมเผยว่า แต่ละเทคที่ตนได้แสดงไปนั้น ตนก็เล่นออกมาต่างกันทุกเทค ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนน้ำเสียง ท่าทางต่าง ๆ เพราะตนรู้สึกสนุกกับการออกแบบตัวละครในแบบของตัวเองตามสถานการณ์หน้างานในแต่ละซีน จนทำเอาบางทีก็ถือเป็นการเซอร์ไพรส์นักแสดงคนอื่นที่มาร่วมอีกด้วย

การร่วมงานกับนักแสดงคนอื่น ๆ
“เบ็คกี้” เผยว่า สำหรับการร่วมงานการแสดงกับดารา หรือศิลปินคนอื่น ๆ ในเรื่องนี้นั้น เป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมงานด้วย โดยได้เริ่มมาทำความรู้จักกันในวัน Workshop และทุกคนก็เป็นนักแสดงที่เก่ง และเต็มที่กันสุด ๆ จึงทำให้ตัวเธอนั้นรู้สึกสนุกกับการแสดงในเรื่องนี้มาก ๆ

แนนโน๊ะ หรือ..เบ็คกี้
“เบ็คกี้” เผยว่า ในช่วงที่ถ่ายทำซีรีส์ “เด็กใหม่ The Reset” นั้น ตนก็ได้ถ่ายทำซีรีส์อีกเรื่องอยู่เช่นกัน ซึ่งคาแรกเตอร์ของทั้งสองตัวละคร ของทั้งสองเรื่องนั้น มีความแตกต่างกันแบบสุดขั้ว “เบ็คกี้” จึงมีเทคนิคในการสลับคาแรกเตอร์โดยการให้มองว่า ถ้าเราอยู่ในห้อง แล้วให้มองว่าห้องที่เราอยู่นั้นเป็นสีอะไร แล้วอินเนอร์ในตัวเราก็จะเปลี่ยนไปตามสีห้องที่เรามองเห็นนั่นเอง
“เบ็คกี้” เผยว่า ในตอนแรก การสลับคาแรกเตอร์นั้นเป็นสิ่งที่ท้าทายมาก ๆ แต่เมื่อได้เทคนิคนี้ก็ทำให้สามารถสลับคาแรกเตอร์ไปมาได้ไว และง่ายขึ้นมาก แถมเจ้าตัวยังบอกว่าชอบ และสนุกสำหรับบททดสอบ ความท้าทายนี้สุด ๆ !

“แนนโน๊ะ” สอนอะไรให้กับคนดู ?
“เบ็คกี้” ได้บอกว่า ในทุก ๆ ตอน ของทั้ง 6 ตอนนั้น เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมนุษย์ทุกคนมาก ๆ หรือบางทีอาจจะเป็นเรื่องที่คนใกล้ตัวเรากำลังเจออยู่ก็ได้ เพราะฉะนั้นจึงไม่อยากให้เพียงแค่รับชมซีรีส์เพื่อความสนุกสนาน เพียงเท่านั้น แต่อยากให้นำข้อคิดที่ได้จากซีรีส์เรื่องนี้กลับไปคิด และปรับใช้ต่อได้อีกด้วย

และอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญที่ทำให้กลายเป็นค่ำคืนที่แสนพิเศษสำหรับเหล่า Angles ตัวน้อย นางฟ้าของเบ็คกี้
ทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “เบ็คกี้ อาร์มสตรอง” ได้เล่นสนุกกัน
กับเกม ‘สวัสดีค่ะ แนนโน๊ะนะคะ เป็น…ใหม่’ งานนี้ “เบ็คโน๊ะ” ใส่เต็ม เสิร์ฟแฟน ๆ สุด ๆ
“แนนโน๊ะ” ในร่าง “เบ็คกี้” จะเป็นยังไง สามารถไปรับชมความน่ารักปนหลอน ชวนระทึกขวัญได้เลยยย!
(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)

ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ
ด้วยการให้ “เบ็คกี้ อาร์มสตรอง” โทรกลับ และพูดคุยกับแฟน ๆ ชวนแฟน ๆ อมยิ้มไปตาม ๆ กัน

สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “เบ็คกี้ อาร์มสตรอง” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่แม้จะฉายเดี่ยว มาคนเดียว แต่ความน่ารัก ความเต็มที่ ก็ยังมีให้เหล่าแฟน ๆ แบบไม่มีกั๊ก ฝากทุกคนติดตามซีรีส์ “เด็กใหม่ The Reset” สามารถรับชมได้ทุกวันเสาร์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง One 31 และรับชมย้อนหลังแบบ UNCUT ได้ทางแอปฯ oneD แต่....ระวังแนนโน๊ะจะไปหาน้าาา !

สามารถเข้าไปรับชมความน่ารักของเบ็คกี้ และความขี้เล่นชวนหลอนของแนนโน๊ะได้ทาง
แล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

-