ต้อนรับ 3 หนุ่ม 3 สไตล์ “เจ็ท – ภูมิ - เออร์วิน ” ATLAS กับฉายาสุดแปก! พร้อมเผยโมเมนต์ความประทับใจที่มีให้เหล่าแฟนคลับ

EFM FANDOM RECAP

ต้อนรับ 3 หนุ่ม 3 สไตล์ “เจ็ท – ภูมิ - เออร์วิน ” ATLAS กับฉายาสุดแปก! พร้อมเผยโมเมนต์ความประทับใจที่มีให้เหล่าแฟนคลับ

03 เม.ย. 2023

           มวลความสนุกกลับมาให้เราคึกคักกันอีกครั้ง กับ 3 หนุ่ม  จาก  ATLAS ‘ ภูมิ ‘ เดชาธร วรรณวานิชกุล ‘ เจ็ท ’ภัทร์ไพบูลย์โอภาส สุวรรณ และ เออร์วิน ศุภกฤต เพนนอร์ส ที่ได้กลับมาเยี่ยมเยือน EFM Fandom live อีกครั้ง!

          ในช่วงแรกเหล่าแฟนคลับของสามหนุ่มก็ได้มีโอกาสมาร่วมพูดคุยกับทางรายการ EFM Fandom live พร้อมบอกเล่าเรื่องราวความน่ารักและวีรกรรมสุดแสบของ เจ็ท ภูมิ และเออร์วิน พร้อมฉายามากมายที่เผยความเป็นตัวตนในแบบ ATLAS

 

ฉายานี้นั้น ท่านได้แต่ใดมา ?

 

“เออร์วิน”  ตัวตึงประจำวง ใครเห็นเป็นต้องเรียกน้อง ‘หรั่ง’

             มาเริ่มกันที่น้องเล็กของเรา เออร์วิน บุคคลที่แฟนคลับการันตีว่า ‘ตัวตึง’ ประจำวง !  ฉายาเบสิคที่ใครหลายๆ คนเคยได้ยินนั้นก็คือ ‘ หรั่ง ’  ด้วยความที่เป็นลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส สมาชิกในวงและแฟนคลับเลยเรียกกันด้วยฉายานี้นั่นเอง และนอกจากนี้เหล่าแฟนคลับก็ยังแอบกระซิบมาว่า เออร์วิน ก็ยังมีฉายามากกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็น ‘ ตัวตึง ’ สมญานามที่ได้มาจากความขี้แกล้งขี้หยอกของน้อง หรือ ฉายา ‘หลง’ ฉายาที่เพื่อนให้ไว้จากวีรกรรมช่วงเปิดเทอม กับตำนานหาห้องเรียนใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง !

          ถ้าหากให้แฟนคลับพูดถึง ‘ เออร์วิน ’ กับความน่ารักที่มีต่อแฟนคลับของน้องเอง เหล่าเอลิสก็ได้เล่าให้พวกเราชาวแฟนด้อมไลฟ์ฟังว่า จริงๆ แล้วหลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้ว่าเออร์วินเป็นคนขี้เขินแฟนคลับมาก น้องจะคอยใส่ใจกับดีเทลของแฟนคลับอยู่เสมอ มากกว่านั้นความน่ารักอีกอย่างของน้องเลยก็คือ เออร์วินจะคอยเก็บของที่แฟนคลับให้ไว้ทุกชิ้นอยู่เสมอ

 

“เจ็ท” พี่ใหญ่สุดเท่กับฉายาสุดคูล ‘ เจ็ท (เคย) สงบ ’

           มาต่อกันที่พี่ใหญ่ของเรา เจ็ท กับฉายาที่มีชื่อว่า เจ็ท (เคย) สงบ ฉายาที่ถูกเปลี่ยนมาจากนิยามเก่าของพี่เจ็ท โดยเจ็ทเองได้เคยบอกว่า นิยามของตัวเองนั้นก็คือ ‘เจ็ทสงบ’ แต่หลังมานี้ความสงบก็ไม่มีอีกต่อไป เมื่อได้อยู่กับเมมเบอร์ในวง ความแปก ความปล่อยจอยก็มีมากยิ่งขึ้น จนกลายมาเป็น ‘เจ็ท(เคย)สงบ ชื่อในตำนานที่เมมเบอร์และแฟนคลับใช้เรียกกันนั่นเอง นอกจากนี้เจ็ท ก็ยังมีฉายาที่แฟนคลับเรียกอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น มุแตม หรือ พี่น้องแตม ที่มาจากชื่อ ‘เฌอแตม’ ชื่อสมัยก่อนของเจ็ท ‘มุแตม’ ชื่อนี้จะมีไว้ใช้เรียกตอนแฟนคลับรู้สึกเอ็นดูพี่เจ็ทมากๆ ส่วน  ‘พี่น้องแตม’ ก็จะเป็นบางช่วงที่ตัดสินใจไม่ได้ว่าแฟนคลับจะให้เจ็ทเป็นพี่หรือเป็นน้องดีก็เลยกลายเป็นสองคำรวมกันเป็น พี่น้องแตม นั่นเอง

         โดยแฟนคลับพี่เจ็ทก็ได้เล่าว่า หนุ่มเจ็ทเป็นบุคคลที่ใส่ใจรายละเอียดแฟนคลับเสมอ แม้ว่าเมื่อก่อนที่รู้จักเขาจะเป็นคนเงียบๆ ก็ตาม แต่เขาก็จะคอยมองแฟนคลับ มองป้ายไฟที่มีชื่อเขา แม้ดีเทลเล็กๆ อย่างการเปลี่ยนสีป้ายไฟของแฟนคลับเอง เขาก็จะจำได้และถามทันทีว่า รอบนี้เปลี่ยนสีป้ายไฟมารึเปล่า หรืออย่างของขวัญวันเกิดที่แฟนคลับได้ส่งมาให้ เจ็ทก็จะรอจนกว่าแฟนคลับจะส่งของมาครบทุกชิ้น แล้วค่อยลงขอบคุณแฟนคลับทุกคน นี่จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่เหล่าเอลิสรักในตัวเจ็ทมากๆ เพราะเจ็ทเองก็เป็นคนใส่ใจคนรอบข้างเสมอมาเช่นกัน

 

“ภูมิ” แจกความน่ารักสดใสในแบบ ‘ภูมิมี่โป๊ะโกะ’

         และคนสุดท้ายของเรา ภูมิ หนุ่มน้อยตัวขาว แก้มป่อง คาแรคเตอร์ความน่ารักชัดเจน จนได้รับฉายาว่า  ภูมิมี่โป๊ะโกะ ฉายาที่แปลงมาจาก Mamypoko ที่เรารู้จักกันนั่นเอง  นอกจากนี้ภูมิก็ยังมีอีกหลายฉายาที่แฟนคลับใช้เรียก ไม่ว่าจะเป็น ภูมิมี่ , ภูมิมี่ภูมิ , พี่เด ( เดชาธร) หรืออีกชื่อที่ถูกแซวจากเมมเบอร์อยู่ตลอด กับชื่อ ดาราเบอร์ใหญ่ จนกลายมาเป็นซิกเนเจอร์ภูมิ ที่ชอบเล่นใหญ่จนกลายมาเป็นฉายา

        และแฟนคลับของน้องภูมิก็ได้มาบอกเล่าตัวตนที่น่ารักของน้อง จนทำเอาดีเจทั้งสองประหลาดใจไปหลายเรื่องเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นความชอบส่วนตัว กับการทำอาหาร ถึงขั้นทำอาหารให้เมมเบอร์ในวงอยู่บ่อยครั้งจนกลายมาเป็นเมนูพิเศษอย่าง ผัดกระเพราหนอนไหม รวมไปถึงคาแรคเตอร์ความกวน ความสนุกสนานที่สวนทางกับความสายบุญของภูมิก็เช่นกัน เพราะภูมิถือว่าเป็นคนชอบทำบุญอย่างมาก แต่เอลิสก็แอบกระซิบมาว่า ความสามารถพิเศษอีกหนึ่งอย่างของภูมิ  

      นั่นก็คือ ความสามารถในการนั่งห้องน้ำได้เป็นเวลานานเป็นชั่วโมงนั่นเอง ! เพราะเจ้าตัวก็ได้ออกมาบอกว่า การได้ใช้ชีวิตในห้องน้ำ ถือเป็นการผ่อนคลายอย่างที่สุด ไม่ว่าเราจะสามารถเล่นโทรศัพท์ได้ หรือคิดทบทวนอะไร ห้องน้ำก็ถือว่าเป็นอีกส่วนในการที่ทำให้ผ่อนคลายได้เช่นกัน  

 

          และในช่วงที่สองของรายการก็ได้พบกับสามหนุ่ม ATLAS เจ็ท – ภูมิ – เออร์วิน ที่มาสร้างสีสันและเสียงหัวเราะกันภายในรายการ พร้อมคำถามสุดวัดใจที่ทำเอา EFM Fandom live มองสามหนุ่มเปลี่ยนไปในทันที !

 

ว่าด้วยเรื่อง…‘ แอทลาส สายบุญ ’

 

       ทำเอาดีเจดาวและดีเจแนนเซอร์ไพรส์ไปตามๆ กันกับการเดินทางสายบุญของหนุ่มๆ แอทลาส ที่ทั้ง เจ็ท ภูมิ และเออร์วิน ก็ได้ออกมาบอกกับทางรายการว่า ปกติแล้ว แอทลาสชอบไปทำบุญกันมาก และแฟนคลับ เอลิสก็ชอบไปทำบุญเช่นกัน ถึงขั้นบางทีซ้อมเสร็จ มีไปทำบุญต่อกันก็มี 

          ซึ่งเจ็ทได้เสริมขึ้นมาว่า การ อาบแสงจันทร์ หรือ ถวายระฆัง พวกเราแอทลาสก็เคยเข้าร่วมมาหมดแล้ว  เพราะแอทลาสส่วนใหญ่ก็มีความเชื่อเรื่องดวง เรื่องโชคชะตากันมาอยู่บ้าง พอเล่าเรื่องเสร็จ จึงทำให้ภูมิเอ่ยปากแซวเสริมขึ้นมาว่า จริงๆ แล้วสิ่งเหล่านี้เป็นส่วนช่วยทำให้เรามีทัศนคติดีมากขึ้นครับ เพราะหากเราเกิดผิดพลาดอะไร ก็จะได้ไม่ต้องโทษดวงอย่างเดียว เพราะแอทลาสเราทำบุญกันเยอะมากแล้ว (หัวเราะ)

 

‘เจ็ท - ภูมิ - เออร์วิน’ ใครขี้ลืมมากที่สุด ?

 

      เมื่อทางรายการถามถึงความขี้ลืมของแต่ละคน พี่เจ็ทจึงชี้ไปที่เออร์วินในทันที พร้อมบอกว่า ปกติแล้วเวลาซ้อมเต้น เจ็ทมักจะเป็นคนออกห้องซ้อมเป็นคนสุดท้าย และก็จะต้องเก็บของใช่เออร์วินได้ตลอด ไม่ว่าจะเป็น กุญแจรถ หมวก โทรศัพท์ กระเป๋าตัง ก็มักจะลืมไว้เป็นประจำ

      ทำให้เออร์วินตอบกับทางรายการว่า เพราะปกติแล้วตัวเองเป็นคนชอบคิดไปล่วงหน้าแล้วว่าเราจะทำอะไร พอเวลาคิดไปแล้วก็จะไม่ได้มาวอกแวกว่าเราลืมอะไรไว้เลย ก็เลยมักจะลืมของอยู่เป็นประจำนั่นเอง

 

ATLAS คนไหน… ตรงใจที่สุด ?

      ถ้าหากให้เลือกความเป็น ‘ Boyfriend Material ’ เมมเบอร์ใน ATLAS แต่ละคนจะเลือกใคร ?

     เออร์วินจึงตอบว่า ขอยกให้พี่เจ็ทเพราะรู้สึกว่าตัวพี่เจ็ทเองเป็นคนใส่ใจในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ถ้าให้เลือกได้ก็อยากมีคาแรคเตอร์แบบพี่เจ็ทดูบ้าง เพราะเราติดเล่นไว้เยอะแล้ว คาแรคเตอร์ความนิ่งแบบพี่เจ็ท จึงถือเป็นเสน่ห์อย่าหนึ่งที่เราอยากมี เพราะเท่มากๆ ภูมิเลยเสริมมาว่า พี่เจ็ทเป็นคนที่ใส่ใจคนอื่นก่อนเสมอ อย่างบางทีเขาขึ้นเสียงใส่ เขาก็จะโทรมาขอโทษที่ขึ้นเสียง ซึ่งบางทีเรายังไม่รู้เลยว่าเขามาเสียงดังใส่เราตอนไหน

      ส่วนภูมิเองก็ขอตอบเป็นตัวเอง เพราะรู้สึกว่าความชอบของเราแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนก็อาจจะชอบแนวแบบพี่เจ็ท อบอุ่น เทคแคร์ แต่ถ้าอย่างเราเวลาเขาไม่สบาย ภูมิก็จะเป็นฟีลอยากที่จะป่วยเป็นเพื่อน เพราะไม่อยากให้เขาอยู่คนเดียวอะไรประมาณนั้น อยากที่จะอยู่กับเขาได้อีกด้วย

      ส่วนเจ็ทเลือกภูมิ เพราะด้วยคาแรคเตอร์ของภูมิที่มีความ positive ตลก สดใส เทคแคร์ เจ็ทเลยรู้สึกว่าส่วนตัวเราเป็นคนคิดมาก ก็อยากที่จะได้คนแบบนี้ ที่บางทีเขาก็เปลี่ยนมู้ดเราไปให้อารมณ์ดีได้เข้ามาในชีวิต

‘ภูมิ - เจ็ท - เออร์วิน’ กับทัศนคติของความรัก

       ภูมิ : ภูมิรู้สึกว่าเวลาเราเจอใครหรือชอบใคร ถ้าถึงเวลาเราจะชอบเอง คิดว่าส่วนใหญ่ก็คงไม่ได้มีแฟนตรงสเปคกันเลยด้วยซ้ำ ถ้าเรารู้สึกใช่มันก็โอเคแล้ว

        เจ็ท : รู้สึกว่าเห็นด้วยกับภูมิมาก เพราะความเข้าใจในตัวตนของเจ็ทเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะถ้าใครก็ตามที่จะมาเป็นคู่ด้วยก็จะต้องรับได้ใส่สิ่งที่เราเป็น ไม่ว่าจะเป็นความเจ้าระเบียบของเรา สิ่งที่เราเป็น หรืออย่างการมีโลกส่วนตัวสูงก็ด้วย เลยคิดว่าการยอมรับในตัวตนเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

        เออร์วิน : ของเออร์วินก็คล้ายพี่เจ็ทเลย เพราะความเข้าใจเป็นสิ่งที่สำคัญมากจริงๆ ในชีวิตเราส่วนตัวเราใช้อารมณ์นำทางเป็นส่วนใหญ่ ถ้าเรารู้สึกอะไร เราก็จะทำแบบนั้นเลย ด้วยความติสนิดนึงของเรา บางทีก็ต้องการพื้นที่ส่วนตัว ดังนั้นความเข้าใจจึงเป็นสิ่งสำคัญเหมือนที่บอกไว้เลย

      สุดท้ายนี้ ก็ขอขอบคุณ ATLAS ทุกคนที่มาร่วมสนุก สร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้ฟุ้งกระจายกันไปทั้งรายการ และขอขอบคุณแฟนคลับทุกท่านที่คอยติดตามและซับพอร์ตหนุ่มๆ ATLAS จากทางรายการ EFM Fandom live ทั้งสองอีพี ก็ขอฝากซับพอร์ตทุกผลงานของ ATLAS กับซิงเกิลล่าสุด ‘แกล้งลืม(Boyfriend)’ และผลงานเพลงประกอบซีรีส์ ค่อยๆรัก Step By Step “รักเธอ ONLY YOU” กันด้วยน้า

 

         ก่อนจะจากกันไป วันนี้ทางเราจึงมีข้อความเล็กๆ จากสามหนุ่ม ATLAS ภูมิ – เจ็ท – เออร์วิน

ฝากถึงแฟนคลับทุกคนที่คอยซับพอร์ต ATLAS เสมอมา...

“ATLAS to ALIS”

 

-          Poom

ทุกวันนี้ที่เราใช้ชีวิตอยู่ มันก็เหมือนอยู่ในความฝันภูมิแล้ว แค่คนที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อนมารักเรา เราก็รู้สึกพิเศษมากแล้ว ก็อยากที่จะเป็นกำลังใจให้ทุกคนเพราะเราก็ต่างเป็น positive thinking ที่ดีต่อกัน ก็ขอให้เอลิสมีความสุขมากๆ แล้วภูมิก็จะตั้งใจทำงานมากๆ เพราะมีเอลิสเป็นกำลังใจในทุกวันเลยครับ

 

-          Erwin

ขอบคุณทุกคนมากๆ ที่รักพวกเรา เวลาเราจะทำผลงานออกมา เราจะนึกถึงเอลิสเสมอ ว่าเราจะทำผลงานออกมายังไงให้ทั้งเอลิสและก็เราฟูลฟีลด้วยกันทั้งคู่ ทุกครั้งที่เราอยากจะพัฒนาตัวเองหรืออยากทำให้โชว์ของพวกเราดีขึ้น เพราะทุกคนจะได้มีความสุข ก็ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้เรามาตลอด เราก็จะคอยเป็นกำลังใจให้เอลิสทุกคนด้วยนะครับ

 

-          Jet

ขอบคุณทุกคน ถ้าไม่มีพวกคุณ ‘เอลิส’ เราก็อาจจะไม่ได้มาถึงขนาดนี้ เรารู้สึกดีใจทุกครั้งที่ได้มาอยู่ตรงนี้ เอลิสบอกว่าโชว์ต่างๆ ของเราทำให้แต่ละวันสดใสขึ้นมาได้ นั่นก็ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งเลยที่ผมตั้งใจเอาไว้ที่จะทำแบบนั้น เราก็รู้สึกดีใจมากๆ เราจะทำให้ทุกผลงานของเราให้ดีขึ้นมาเรื่อยๆ และไม่รู้สึกเสียใจเลยที่ซับพอร์ตพวกเรา

 

‘ALIS เป็นภาษาละติน แปลว่า ปีก’

 

“ ATLAS ได้นิยาม ALIS ไว้ว่า หาก ATLAS เป็นนักสำรวจ ALIS ก็จะคอยเป็นปีกให้

และสำรวจแผนที่ไปพร้อมๆกัน คอยจับมือ และซับพอร์ตกันไปเรื่อยๆ ”

 

ชมความสนุกย้อนหลัง

 

ภาพ : EFM Fandom live

related EFM FANDOM RECAP

วิวาห์ปลอม ๆ ในวันนั้น... สู่ความรู้สึกจริงที่ชัดเจนขึ้นทุกวันนี้ EFM FANDOM LIVE ต้อนรับ แอปเปิ้ล - มิ้ม ที่มาสร้างโมเมนต์สุดหวาน ราวกับยกงานแต่งงานมาไว้ที่สตู! พร้อมมีแฟน ๆ เป็นสักขีพยานรัก

13 พ.ค. 2026

วิวาห์ปลอม ๆ ในวันนั้น... สู่ความรู้สึกจริงที่ชัดเจนขึ้นทุกวันนี้ EFM FANDOM LIVE ต้อนรับ แอปเปิ้ล - มิ้ม ที่มาสร้างโมเมนต์สุดหวาน ราวกับยกงานแต่งงานมาไว้ที่สตู! พร้อมมีแฟน ๆ เป็นสักขีพยานรัก

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 7 พฤษภาคม 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมพบกับ “แอปเปิ้ล - มิ้ม” ที่จะมาส่งมอบความน่ารัก น่าเลิฟให้แฟน ๆ ได้อิ่มฟินไปด้วยความสุข ไปกับ 2 ดีเจสวยหล่อ สนุกสนาน “ดีเจแนน” และ “ดีเจโซเซฟ”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกันFANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... บ้านเช่าหมายเลข 9นามปากกา : Khunfar~~ “เทียร์” สถาปนิกสาววัย 30 ผู้ยึดถือเหตุผลและหลักการย้ายจากคอนโดเพื่อหาที่สงบทำงาน ได้พบ “บ้านเลขที่ 9” บ้านเช่าที่ดีและราคาถูกผิดปกติ และเธอคือผู้เช่าคนที่ 9 ไม่นานก็เกิดเรื่องประหลาดเหนือธรรมชาติ แต่เทียร์ยังคงอธิบายทุกอย่างด้วยวิทยาศาสตร์ จนคืนหนึ่งเธอเกือบประสบอุบัติเหตุ แต่มีมือเย็นเฉียบของใครบางคนช่วยไว้ เช้าวันต่อมาเธอได้พบ “พราว”วิญญาณหญิงที่ติดอยู่ในบ้านเป็นเหตุผลที่ผู้เช่าก่อนหน้าหนีไปทั้งหมด เทียร์พยายามไล่เธอออกทุกทางจนหลวงตาเอ่ยปาก “เขาไม่ได้มีจิตอาฆาต เขาแค่ติดอยู่ที่นี่เพราะบ่วงบางอย่างอยู่ร่วมกันไปเถอะ” และยังได้รู้ว่าพราวเป็นคนที่ช่วยชีวิตเธอไว้ เทียร์จึงต้องยอมพร้อมตั้งกฎการอยู่ร่วมกันแต่การอยู่ร่วมกันไม่ได้จบแค่นั้น เพราะพราว “จำไม่ได้ว่าตัวเองตายได้ยังไง” และยังไม่สามารถไปเกิดใหม่ได้ เทียร์คนที่เชื่อว่าทุกอย่างต้องมีคำตอบจึงเริ่มตั้งคำถามกับสิ่งที่อธิบายไม่ได้ จากผู้เช่ากับวิญญาณ กลายเป็นคู่ร่วมทางที่ต้องตามหาความจริงในอดีต เพื่อไขปริศนาการตายของพราวและหาทางปลดปล่อยเธอ บางทีสิ่งที่ซับซ้อนที่สุดไม่ใช่แบบแปลนแต่คือความรู้สึกที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นระหว่าง “คนเป็น” กับ “คนที่ควรจากไป”FANFICTION #1: This FANFICTION is titled... House for rent number 9Pen Name : Khunfar~~ Tier, a 30-year-old architect with a strong sense of reason and firm principles, decides to leave her bustling condo in search of a more peaceful workspace. Her journey leads her to "House Number 9," a surprisingly charming and affordable rental, where she becomes the ninth tenant. However, this tranquil abode quickly reveals its secrets as eerie, supernatural happenings unfold. Tier, ever the rational thinker, attempts to rationalize these oddities through scientific explanations. One fateful evening, she's nearly involved in a life-threatening incident, only to be saved by an icy grasp. The following day, she encounters Praw, the spirit of a woman ensnared within the house—just the reason why all the previous occupants have fled. Determined to rid herself of this ghostly presence, Tier's efforts are thwarted by a monk who gently asserts, "She's not here to cause harm; she's simply bound by some karmic ties. You must learn to coexist." Soon, Tier discovers that Praw was the one who rescued her, compelling her to establish rules for their shared existence. Yet, their intertwined fates go beyond mere cohabitation: Praw struggles with the mystery of her own death, unable to find peace or be reborn. As Tier, who has always believed in finding answers, grapples with the unexplainable, their relationship evolves from that of tenant and spirit to that of unlikely companions. Together, they embark on a quest to unravel the tangled threads of Praw's past, uncovering the truth behind her demise and seeking a path to her liberation. Ultimately, they come to realize that perhaps the most intricate designs aren’t found in blueprints, but in the deepening emotions shared between the living and those who linger in the shadows of the past.FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... เพลงเดิมกับเราที่ไม่เหมือนเดิมนามปากกา : พระจันทร์ยิ้ม :) บางเพลงไม่ได้มีไว้ฟังให้จบ แต่มันมีไว้เพื่อพาเรากลับไปหาใครบางคน “ปุณ” เคยเชื่อว่ากาลเวลา จะพาใครบางคนเลือนหายไปจากชีวิตได้รวมถึง “เนย” คนที่เคยยืนอยู่ข้างกันในวันที่ธรรมดากลับมีความหมาย ความทรงจำของพวกเขาผูกอยู่กับคอนเสิร์ตหนึ่ง ท่ามกลางแสงไฟ เสียงเพลง และฝูงชน มีเพียงมือที่จับกันแน่น และสายตาที่ไม่ต้องการคำอธิบาย แต่สุดท้าย ความสัมพันธ์นั้นก็จบลง ไม่ใช่เพราะหมดรัก แต่จบลงเหมือนหลายๆ ความสัมพันธ์ — เงียบๆ และไม่มีคำอธิบาย เวลาผ่านไป ปุณใช้ชีวิตต่อ คิดว่าตัวเองลืมได้แล้ว จนกระทั่งเพลงเดิมดังขึ้นอีกครั้ง เพียงท่อนฮุคสั้นๆ ทุกอย่างก็ย้อนกลับมาชัดเจน เหมือนเธอไม่เคยไปไหนจากวันนั้นเลย ปุณถึงได้รู้ว่าเธอไม่เคยลืมเนยได้จริงๆ ไม่ใช่ความคิดถึงที่อยากย้อนกลับไป แต่เป็นความรู้สึกที่อยู่เงียบๆ ในทุกวัน เธอไม่เคยลบเพลงนั้นออกจากเพลย์ลิสต์ ไม่ใช่เพราะลืมไม่ได้ แต่เพราะไม่เคยอยากลบ แม้จะรู้ดีว่าเพลงจะพาเธอกลับไปได้แค่ในความทรงจำ และไม่มีวันพาใครคนนั้นกลับมา แต่เธอก็ยังเลือกฟังมันซ้ำๆ เพราะบางเพลงไม่ได้มีไว้ฟังให้จบ แต่มันมีไว้เพื่อคิดถึงใครบางคน ซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยไม่มีวันได้กลับไปหาเขาอีกเลย…FANFICTION #2: This FANFICTION is titled... The song we used to share isn't quite the same tune anymore.Pen Name : พระจันทร์ยิ้ม :) Some songs aren’t just meant to be played to the end; they’re crafted to whisk us away to someone special. Pun once thought that time could wipe some people from our lives, including Noey, a companion from a seemingly ordinary day that held profound significance. Their bond was woven into the melodies of a concert, surrounded by kaleidoscopic lights, vibrant music, and throngs of fellow fans. Only their fingers intertwined, and their eyes spoke volumes without any words. Yet, that chapter closed, not because love had diminished, but as so many relationships do – quietly, without a word. Life moved on for Pun, who believed she had put it all behind her, until that familiar tune echoed once more. Just a brief chorus, and suddenly, memories surged back like a tide, as if no time had passed at all. Pun understood then that Noey had never truly slipped from her heart. It wasn’t a yearning to reclaim the past but rather a subtle presence that lingered with her each day. She never erased that song from her playlist, not due to an inability to forget, but out of a desire to hold on. Even though she knew it could only lead her to moments gone by and would never bring her back to them, she chose to savor it again and again. Because some songs aren’t meant to be played to completion; they serve to keep the memories of someone alive, echoing in our hearts without ever bringing us back to them…FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... ลูกสาวกำนันเค้ากลัวอยู่เรื่องเดียวนามปากกา : คนคูลๆเค้าอ้อนยังไงพี่ "ขอเทปพันตอไก่หน่อยครับ" ชายหนุ่มสะกิดจนคนที่นั่งเหม่ออยู่ถึงกับสะดุ้ง แอปเปิ้ล เอ่ยขอโทษที่ไม่ได้ยินเพราะเสียงไก่ดังระงมราวกับพวกมันแข่งกันขันอยู่ข้างหูเธอ เขาหัวเราะหลังรับของแล้วเดินจากไป ชีวิตลูกสาวเจ้าของซุ้มไก่ใครว่าง่าย ทุกวันนี้แอปเปิ้ลใช้ชีวิตเหมือนจ่าฝูงไก่เข้าไปทุกที "ผ้าอาบน้ำไก่ผืนหนึ่งค่ะ" เธอเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่อีกครั้ง หญิงสาวใบหน้าหวานที่พกรอยยิ้มสวยกับตาใสแป๋วคู่นั้นช่างขัดกับมือขวาที่กระเตงอุ้มไก่ตัวโตซะเหลือเกิน "ลูกกำนันบ้านไหนมาซุ้มไก่ได้ทุกวัน" แอปเปิ้ลบ่นอุบ ตั้งแต่อุ้มไก่เป็นยัยคนสวยคนนี้ก็มาที่นี่ทุกวี่วัน "บ้านหนูนี่แหละ ไม่มีกฎข้อไหนห้ามลูกกำนันตีไก่ซะหน่อย" หน้าหวานปากแจ๋ว ฉายานี้มิ้มพิสูจน์แล้วว่าได้มันมาไม่ใช่เพราะโชคช่วย "ระวังกำนันจะตีเข้าสักวัน" "ไม่เคยกลัวหรอกนะจะบอกให้" ยังจะมายักคิ้วหลิ่วตาใส่กันอีก "เคยกลัวอะไรบ้างล่ะเราน่ะ" "ก็มีอยู่อย่างหนึ่งนะ" "อะไร?" นิ้วเล็กชี้ไปที่กลุ่มชายหนุ่มด้านใน "กลัวพวกนั้นมาจีบพี่..." ตาแป๋วที่แอปเปิ้ลชอบมองช้อนขึ้นมาสบกัน เป็นเพราะเมื่อกี้แน่... "จะกลัวทำไม ก็รู้อยู่แก่ใจว่าพี่ชอบหนูอยู่แค่คนเดียว"FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... The daughter of the village chief harbors just one fear in her heart.Pen name : คนคูลๆเค้าอ้อนยังไงพี่ “Could you grab me some tape for the chicken spurs?” the young guy asked, nudging the girl, who jumped in surprise. Apple apologized for not catching his words over the ruckus of the roosters cawing loudly around her. He chuckled, pocketed the tape, and wandered off. Being the daughter of a chicken coop owner isn’t exactly a walk in the park. Lately, it feels like Apple is stepping into the role of the flock’s leader. “I could really use a chicken bathing towel, please,” she said, glancing back at the new arrival. The girl, with her sweet face, charming smile, and sparkling eyes, created a striking image next to the hefty rooster she clutched in her right hand. “Who does the headman’s daughter think she is, showing up at the coop every single day?” Apple muttered, annoyance creeping into her words. Now that she’s learned how to handle chickens, this pretty girl has been a daily fixture. “My place, obviously. There’s no rule banning the headman’s daughter from wrestling with roosters,” came the cheeky reply, her lovely appearance perfectly matched by her sharp wit—a combo that earned her a reputation that Mim had convinced everyone was no mere coincidence. “Better watch yourself, or the headman might give you a whack someday.” “I’m not scared, you know,” she shot back with a playful wink. “What have you ever feared, then?” “Well, there is one thing,” she said, as her small finger gestured towards a group of young men loitering nearby. “I worry they’ll try and hit on you…” Apple’s big, innocent eyes, which she adored gazing into, met his. It must have been the tension from earlier that sparked this conversation. “Why fret? You know Iอ’m only into you.”FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... รอยเท้าสีขาวนำทางรักนามปากกา : DinTsuchi “มิ้ม” เดินวนรอบหมู่บ้านในยามพลบค่ำ ในมือถือแผ่นปลิวประกาศ "ตามหาแมวสีส้ม" ที่หายไปของเธอ สายฝนเริ่มโปรยปรายทำให้กระดาษในมือเริ่มเปียกปอนและเลอะเลือน มิ้มทรุดนั่งลงที่ม้านั่งในสวนสาธารณะที่มืดสลัวด้วยความท้อแท้ ทันใดนั้น มีแมวสีขาวนวลตัวหนึ่งเดินเข้ามาคลอเคลียที่ขาของเธอ มันคาบปลอกคอสีแดงที่คุ้นตามาวางไว้ตรงหน้ามิ้ม ก่อนจะเดินนำเข้าไปในพงหญ้าลึกท้ายหมู่บ้านที่ขึ้นชื่อว่ามีบ้านร้างที่ไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้าไป มิ้มเดินตามไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ จนถึงรั้วไม้เก่าที่ผุพัง แมวสีขาวตัวนั้นกระโดดข้ามรั้วเข้าไป มิ้มปีนตามเข้าไปจนพบกับหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้ที่บานสะพรั่งผิดธรรมชาติ “แอปเปิ้ล” คือหญิงสาวในชุดสีขาวที่ดูราวกับหลุดมาจากอีกยุคสมัย เธอกำลังอุ้มแมวสีส้มของมิ้มไว้ในอ้อมกอดอย่างอ่อนโยน แอปเปิ้ลเงยหน้าขึ้นสบตามิ้ม เธอไม่ได้พูดอะไร แต่เพียงแค่ส่งแมวคืนให้พร้อมกับยื่นดอกไม้สีขาวสะอาดตาให้หนึ่งดอก มิ้มรับแมวมาแนบอกด้วยความดีใจ แต่เมื่อเธอก้มลงมองดอกไม้ในมือครู่เดียวแล้วเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง แอปเปิ้ลและแมวสีขาวตัวนั้นก็หายไปท่ามกลางสายหมอกเสียแล้วทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมจางๆFANFICTION #4: This FANFICTION is titled... White footprints guide love.Pen Name : DinTsuchi As twilight draped the village in shadows, Mim wandered restlessly, clutching a flyer that pleaded for the return of her missing orange feline. Drops of rain began to fall, blurring the ink and dampening her desperate hopes. Exhausted, she sank onto a park bench shrouded in soft light, her heart heavy. Just then, a creamy white cat emerged, weaving around her legs, its familiar red collar glinting in the fading light. It nudged the flyer gently with its nose before darting into the tall grass that fringed the village—where derelict houses loomed, shunned by locals. With a mix of hesitation and curiosity, Mim trailed behind the white cat until they reached a crumbling wooden fence. The agile feline hopped over, and Mim followed, soon discovering a woman sitting in a lavishly blooming garden that seemed to defy the seasons. Clad in white, she appeared as if she had stepped from a distant memory. “Apple,” the woman murmured, cradling Mim’s orange cat tenderly in her arms. With a warm, wordless smile, she returned the beloved pet to Mim and offered her a singular, flawless white flower. Tears of joy sparkled in Mim’s eyes as she clutched her cat, but after a moment’s pause to admire the flower, she looked up again. In an instant, Apple and the white cat dissolved into the mist, leaving only a delicate scent lingering in the air.FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... LOVE PACKAGE แพ็กเกจนี้มีรักนามปากกา : tripple.T ในปี 2039 ผู้คนเริ่มหันมาซื้อ “แพ็กเกจชีวิต” เพื่อความรวดเร็วในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง และไลฟ์สไตล์ ‘แอปเปิ้ล’ เป็น Life Prototype tester นักรีวิวชื่อดังที่ทดลองใช้แพ็กเกจชีวิตมามากมาย แต่ยิ่งทำ เธอยิ่งรู้สึกว่าชีวิตพวกนั้นถูกสร้างมาเพื่อให้ “ดูดีสำหรับคนอื่น” มากกว่าจะอยู่ได้จริง เธอสะดุดตากับแพ็กเกจของ ‘มิ้ม’ แพ็กชีวิตเรียบง่าย ลดโซเชียลมีเดีย และอยู่กับตัวเองมากขึ้น แม้จะเปิดให้ใช้ฟรี แต่กลับไม่มีใครสนใจ พอแอปเปิ้ลติดต่อไป จึงได้รู้ว่ามิ้มเป็นนักออกแบบชีวิตมือใหม่ เธอมองว่าแพ็กเกจนี้ยังไม่พร้อมลงตลาด แต่ถ้าไม่มีคนทดลอง โครงการก็จะถูกพับทั้งคู่ต้องเจอกันเป็นระยะเพื่อติดตามผล จากคุยงานสั้น ๆ กลายเป็นคุยกันได้เรื่อย ๆ โดยไม่รู้ตัว แอปเปิ้ลเริ่มชอบความเงียบสงบมากขึ้น มิ้มก็เริ่มคุ้นกับการมีใครสักคนอยู่ใกล้ ๆ เมื่อครบ 30 วัน แอปเปิ้ลส่งรีวิวขึ้นระบบแบบทุกครั้ง บรรยากาศเงียบลงหลังเสียงแจ้งเตือนว่าอัพโหลดสำเร็จดังขึ้น มิ้มละสายตาจากสมุดบันทึก “…ยังไม่กลับเหรอคะ” แม้จะรู้สึกใจหายแต่ก็ไม่อยากรั้งคนตรงหน้าไว้ แอปเปิ้ลส่ายหน้าแล้วส่งยิ้มบาง ๆ “แค่อยากลองใช้เวลาด้วยกันดูน่ะค่ะ สนใจไหมคะ”FANFICTION #5: This FANFICTION is titled… LOVE PACKAGEPen Name : tripple.T In the year 2039, a trend emerged where individuals began purchasing “life packages” aimed at achieving rapid personal and lifestyle changes. Among these seekers was Apple, a well-known tester and reviewer of Life Prototypes who had explored countless options. However, the more life packages she sampled, the more she realized they seemed crafted to impress others rather than foster genuine sustainability. Then, she stumbled upon Mim’s offering: a straightforward lifestyle that focused on cutting back on social media and embracing solitude. Surprisingly, despite no cost attached, it garnered little interest. When Apple reached out to Mim, she discovered that Mim was still a fledgling life designer. Mim felt her package wasn’t fully polished for public consumption; yet, she knew that unless someone gave it a shot, the project would be abandoned. They began to meet regularly to track the package’s development. What initially started as brief work sessions organically blossomed into deeper conversations. Apple found herself cherishing the tranquility, while Mim became more comfortable with having someone in her space. After a month, Apple uploaded her review as she typically would. The room settled into a hush as the upload notification chimed. Mim glanced up from her notes. “…Aren’t you heading home soon?” A flicker of sadness crossed her, but she didn’t want to pressure Apple. However, Apple simply shook her head and offered a faint smile. “I thought we could enjoy a little more time together. What do you say?”เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้ต้อนรับ “แอปเปิ้ล - มิ้ม”ที่จะมาสร้างช่วงเวลาสุดพิเศษด้วยเคมีสุดหวานนน จนแฟน ๆ ต้องหลงรักกก~( Ammirey สุดน่ารักของ APM ) ทั้งคู่เผยว่า เหล่าแฟนคลับ หรือ Ammirey ของพวกเธอนั้นน่ารักและเรียบร้อยมาก ๆ อย่างวันนี้ที่ทั้งคู่ได้มาออกรายการ EFM FANDOM LIVE เหล่าแฟน ๆ ที่รออยู่ด้านหน้าตึกก็ได้นั่งเข้าแถวรอเจอกับทั้งคู่กันแบบมีระเบียบสุด ๆ “แอปเปิ้ล” ยังเผยอีกว่า ขนาด “มิ้ม” ที่ปกติแล้วเป็นคน Introvert ยังต้องปรับตัวเพื่อที่จะไม่ให้เวลารวมพล หรือมีงานที่ต้องพบเจอกับแฟน ๆ จะไม่เงียบเกินไป เป็นด้อมที่น่ารักจริง ๆ( หวนนึกถึงตัวเองในอดีต.. ) “แอปเปิ้ล” เผยว่า เวลาที่ตนเห็นมิ้มนั้นจะนึกย้อนไปเหมือนเห็นตัวเองในอดีต ตอนที่เข้าวงการใหม่ ๆ พร้อมเล่าว่า ช่วงที่เข้าวงการใหม่ ๆ ทำการบ้านหนักมากในการแสดงเรื่องแรก แต่รู้สึกว่าต่อให้ทำยังไงก็ทำออกมาได้ไม่ดี แม้มีโอกาสแก้ตัวกี่รอบก็ยังไม่สามารถทำออกมาได้ดีเท่าที่ควร ทำให้โดนผู้กำกับและผู้ใหญ่ดุบ่อยมาก ๆ ตอนนี้ที่ได้อยู่กับ “มิ้ม” จึงอยากเป็นคนคอยสอน คอยชี้แนะเส้นทางต่าง ๆ ในวงการให้กับอีกฝ่าย อยากเป็นคนที่คอยอยู่ข้าง ๆ คอยซัพพอร์ตอีกฝ่าย เหมือนอย่างที่ในอดีตตนนั้นอยากได้คน ๆ นั้นมาคอยอยู่ข้าง ๆ เป็นเซฟโซนนั่นเอง พร้อมยังบอกอีกว่า ตนนั้นอยากให้ “มิ้ม” ประสบความสำเร็จในทุก ๆ ด้านที่ชอบ โดยเฉพาะด้านแฟชั่นที่อีกฝ่ายหลงใหล และให้ความสนใจมาก ๆ เพราะก่อนจะมาแสดงละครก็เคยเป็นนางแบบมาก่อนด้วย ครบทุกด้านจริง ๆ เจ้าหนูคนนี้~ อีกทั้งยังเล่าเสริมอีกว่า ทุกวันนี้ “มิ้ม” ยังช่วยตนเยอะมากในเรื่องโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เช่น การเลือกรูปให้เอาไปโพสต์ลง คุมโทนโพสต์ในไอจีต่าง ๆ จากที่ปกติตนนั้นเป็นคนที่ถ่ายอะไรก็ลงแบบนั้นเลย พอมีอีกฝ่ายมาช่วยคุมเรื่องนี้ก็ช่วยยกระดับให้ดูเป็นคนมีเทสมากขึ้น เสริมส่งกันแบบลงตัวสุด ๆ สำหรับคู่นี้( จะเป็นคนข้าง ๆ ให้เธอเสมอ ) “มิ้ม” เล่าว่า นอกจากเรื่องงานแล้ว “แอปเปิ้ล” ยังเป็นคนที่คอยซัพพอร์ต และดูแลตนในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการไปรับไปส่งอยู่เสมอ หรือแม้แต่เวลาที่ “มิ้ม” อยากจะกินอะไร “แอปเปิ้ล” ก็จะตามใจและพร้อมไปด้วยเสมอ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นสิ่งที่ “แอปเปิ้ล” จะไม่ถูกปากก็ตาม( เธอคนโปรด ตัวอย่าง..ที่น่านับถือ ) “มิ้ม” เผยว่า ตนนั้นเคารพและนับถือ “แอปเปิ้ล” มาก ๆ เพราะตนนั้นมีอีกฝ่ายเป็น แรงบันดาลใจในการสู้ชีวิต และทำงานเลี้ยงดูครอบครัว พร้อมยังนับถืออีกฝ่ายเรื่องของความกตัญญูต่อแม่มาก ๆ โดยตนนั้นรู้สึกว่าอยากจะทำตามอีกฝ่ายให้ได้ จนไปถึงวันที่แม่ไม่ต้องทำงาน หรือลุกขึ้นมาหาเลี้ยงชีพด้วยตัวเอง เพียงแค่อยู่บ้าน และใช้ชีวิตให้สุขสบายโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายใด ๆ( สัญญาณที่บ่งบอกว่าชีวิตเปลี่ยนไป..?! ) “มิ้ม” เผยว่า ตอนที่ตนนั้นเป็นนางแบบ ก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองมีชื่อเสียงในวงการบันเทิงอะไร แต่ปัจจุบันกลับเปลี่ยนไปแบบเห็นได้ชัดเลย ในปัจจุบันไม่ว่าตนจะชอบหรือสนใจอะไร ก็จะมีเหล่าแฟน ๆ คอยซัพพอร์ตอยู่เสมอ แล้วก็รู้สึกว่าการที่ได้มาเป็นนักแสดงนั้นสอนให้ตนนั้นเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น จึงทำให้ตนรู้สึกอยากพัฒนาตัวเองมากขึ้นไปอีก ในด้าน “แอปเปิ้ล” เผยว่า ตั้งแต่ซีรีส์ออนแอร์ไปคนจะเรียกว่า “พี่ดิน” แทนการเรียกชื่อจริงซะอีก และเวลาเจอกับแฟน ๆ นอกเวลางาน ก็จะเจอปฏิกิริยาแปลก ๆ เหมือนอยากจะเข้ามทักแต่ก็กล้า ๆ กลัว ๆ นอกจากนี้ยังมียอด Follow ที่เพิ่มขึ้นเยอะมาก ๆ อีกด้วย( ความดราม่าสุดท้าทาย ) “มิ้ม” เผยว่า ในตอนแรกที่ถูกจับเข้าไปถ่ายในกองคือชีวิตจริงดราม่ากว่าในซีน เพราะตนนั้นแอบเข้าไปร้องไห้ในห้องน้ำบ่อย ๆ เนื่องจากเพราะไม่สามารถแสดงออกมาได้ดีเท่าที่ควร แต่ในส่วนของซีนดราม่าในบทบาทที่ได้รับนั้น ตนรู้สึกว่านักแสดงร่วมคนอื่นช่วยส่งอินเนอร์ได้ดีมาก และผู้กำกับก็ช่วยบิ้วอารมณ์ได้ดีมากเช่นกัน จนทำให้มีฟีลในการเล่นซีนในบทดราม่านั้นได้ง่ายขึ้นมาก ๆ( First impression เหมือนรักแรกพบ! ) “แอปเปิ้ล” เผยว่า จุดเริ่มต้นคือตนนั้นเป็นคนนำเสนอ “มิ้ม” ให้ทางผู้ใหญ่ไปคัดเลือกต่อ อีกทั้ง “มิ้ม” ยังเป็นคนแรกที่ตนนั้นเลือกและส่งไป และยังโชคดีมาก ๆ ที่ “มิ้ม” ก็ตอบรับกลับมา โดยเล่าถึงเหตุการณ์ที่เจอกันในครั้งแรกว่า วันนั้นตนได้ไปช่วยเพื่อนแคสนักแสดงงานหนึ่ง แล้วได้ไปแคส “มิ้ม” และก็จำได้อีกฝ่ายได้มาโดยตลอด พร้อมเผยถึงพัฒนาการของอีกฝ่ายว่า จากตอนแรก ๆ ที่เป็นคนเงียบ ๆ นิ่ง ๆ ไม่ค่อยมีเอเนอจี้ ในกองถ่ายก็จะได้เห็นภาพที่กระโดด ดึ๋ง ๆ โยนลูกบอลเสียงดัง เป็นการโปรเจกต์เสียง และเพื่อให้ร่างกายแอคทีฟ ให้มีเอเนอจี้ที่เยอะมากขึ้นอีกด้วย “มิ้ม” เสริมว่า ก่อนเข้ากองถ่าย ตนจะโดนจับไปวิ่งตลอด เพราะวันที่ไปวิ่งจะทำให้ตนนั้นดีดขึ้น แต่หลัง ๆ จะหาทางลัดก็คือจะไม่กินข้าว เพราะรู้ว่าหากตนกินข้าวแล้วจะง่วงนอนมาก ๆ เนื่องจากปกติตนนั้นเป็นคนที่นอนกลางวันตลอด( How to เข้าหาเธอ..ยัยคนสวย ) “แอปเปิ้ล” เล่าว่า มีเวลาแค่เพียง 2 วันเท่านั้น ที่จะเข้าไปตีสนิทกับอีกฝ่าย ตนจึงได้เลือกการเล่นไพ่เผือก เพื่อที่จะเป็นสะพานในการพูดคุยกันได้แบบลึกซึ้ง และสนิทสนมกันมากขึ้น ด้านของ “มิ้ม” เล่าอีกว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน ที่เคยเจอกับอีกฝ่ายในตอนที่ตนนั้นไปแคสงาน วันนั้นมองว่าอีกฝ่ายเป็นคนที่ดูเข้าถึงได้ง่าย จนมาเจอกันอีกทีวันเซ็นสัญญา ก็ได้พูดคุยและมองเห็นอีกฝ่ายมากขึ้น พร้อมยังบอกอีกว่าในวันที่เล่นไพ่เผือกด้วยกันนั้นคือคุยกันตรง ๆ เลย ว่าถ้าเธอพร้อมเปิดใจ ชั้นก็พร้อมเปิดใจเช่นกัน( หนูอยากเห็นพี่เป็นผู้กำกับ! ) “มิ้ม” เผยว่า เร็ว ๆ นี้ “แอปเปิ้ล” ได้มีโอกาสได้เป็นผู้กำกับซีรีส์ และในอนาคตตนก็อยากเห็นภาพอีกฝ่ายในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์เช่นกัน วันนั้นอีกฝ่ายคงจะเท่มาก ๆ น่าภูมิใจไม่น้อยเลยน้าาา โดย “แอปเปิ้ล” ก็ได้เผยว่า ย้อนกลับไปตอนที่ตนนั้นได้เข้าไปใน North Star Entertainment ในฐานะผู้กำกับ และกำลังจะได้กำกับซีรีส์เรื่องหนึ่ง แต่จู่ ๆ กลับมีเหตุที่ทำให้ต้องไปร่วมโปรเจกต์กระทันหัน “แอปเปิ้ล” จึงต้องไปตามหาคู่ตัวเองด้วยตัวเอง ซึ่งสุดท้ายก็ได้ “มิ้ม” คนที่ยังติดอยู่ในความทรงจำเสมอมานั่นเอง( สิ่งที่คิดถึง..หลังซีรีส์จบ ) “แอปเปิ้ล” เผยว่า ตนนั้นอยากเห็นพัฒนาการของตัวละครหลังจากที่ทั้งสองตัวละครอยู่ด้วยกันจริง ๆ เพราะก่อนจะจบเรื่อง บทของตัวละครจะพลิกจากติ๋ม ๆ เป็นเสือแซ่บขึ้น เลยอยากเห็นพัฒนาการว่าจะเป็นยังไงต่อไป ในด้านของ “มิ้ม” ก็คิดเห็นตรงกันว่าอยากเห็นพัฒนาการของตัวละครเช่นกัน พร้อมเผยว่า จริง ๆ ในนิยายทั้งคู่จะมีลูก ชื่อ “เดย์ซี่” จึงอยากรู้ว่าในชีวิตจริงเขาพร้อมจะมีลูกกันหรือยัง แล้วก็อยากเห็นว่าพอเขามีความสุขกันตลอดเวลาเขาจะใช้ชีวิตกันยังไง เพราะกว่าจะมารักกันเหมือนจุดนี้ได้ ก็ผ่านปัญหาและอุปสรรคมามากมายเหมือนกัน พร้อมฝากให้ Ammirey ทุกคนติดตามผลงานต่อ ๆ ไปของทั้งคู่ ทั้งงาน Fan meeting ที่ใกล้เข้ามา และงานอื่น ๆ เช่นกัน ฝากแฟน ๆ ติดตามด้วยน้าาาและอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะเติมเต็มให้ไลฟ์นี้มีแต่ความสุข และรอยยิ้ม จนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษสำหรับแฟน ๆทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “แอปเปิ้ล - มิ้ม” ได้เล่นสนุกกันแบบจัดเต็มกับเกมชื่อว่า “APM Wedding วิวาห์รัก นิรันดร”ในเกมนี้ทั้งคู่ก็ได้เล่นกันอย่างสนุกสนาน แฮปปี้ พร้อมสร้างรอยยิ้ม พาแฟน ๆ โดนตกกันแบบจัดเต็ม!สามารถไปติดตามรับชมความน่ารักของทั้งคู่ได้เลยยย!(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “แอปเปิ้ล - มิ้ม”โทรกลับไปพูดคุย และสร้างรอยยิ้ม เติมกำลังใจให้กับแฟน ๆ ได้อิ่มฟินไปตาม ๆ กันนน สุดท้ายนี้ ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “แอปเปิ้ล - มิ้ม” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่นำความน่ารักของทั้งคู่มาทำให้เหล่าทีมงาน และแฟน ๆ ได้อมยิ้มไปตาม ๆ กัน ฝากทุกคนติดตามซีรีส์เรื่อง “The Earth วิวาห์ปฐพี” สามารถติดตามรับชมซีรีส์ย้อนหลังออนไลน์เวอร์ชัน UNCUT ได้ทางแอปพลิเคชัน iQIYI และเว็บไซต์เท่านั้น!!สามารถเข้าไปรับชมเติมความฟินไปกับความเคมีเคใจของทั้งคู่ได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

จากศัตรูตัวฉกาจ สู่เจ้าของหัวใจคนโปรด แก้บนคราวนี้ เลยได้คนดีมาเป็นหวานใจ ต้อนรับ เซิร์ฟ - จาว่า ที่มาฝากซีรีส์สุดฮอต ชวนแฟน ๆ เติมเต็มหัวใจ ให้ใจฟูกันแบบ Non Stop!

24 ก.พ. 2026

จากศัตรูตัวฉกาจ สู่เจ้าของหัวใจคนโปรด แก้บนคราวนี้ เลยได้คนดีมาเป็นหวานใจ ต้อนรับ เซิร์ฟ - จาว่า ที่มาฝากซีรีส์สุดฮอต ชวนแฟน ๆ เติมเต็มหัวใจ ให้ใจฟูกันแบบ Non Stop!

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ] ค่ำคืนนี้มาอิ่มฟิน อินใจ ไปกับ “เซิร์ฟ - จาว่า” ที่จะมาสร้างเสียงหัวเราะ ฮีลใจล้า ๆ ของแฟน ๆ ให้กลับมาแฮปปี้อีกครั้ง ไปพร้อมกับ 2 ดีเจสาวสวย สดใส “ดีเจดาว” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกันFANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... ทีมฟุตแบนด์ | Foot(ball)bandนามปากกา : SunsetInMay (ซัน-เซ็ท-อิน-เม) ในปีสุดท้ายของชีวิตมหาวิทยาลัย เซิร์ฟ ผู้ฝันอยากพาวงไปคว้าชัยบนเวทีประกวดระดับประเทศ และ จาว่า นักฟุตบอลตัวแทนทีมมหาวิทยาลัยที่หวังเป็นส่วนหนึ่งของทีมชุดแชมป์ระดับชาติ ต่างกำลังเดินไปบนเส้นทางของความฝัน จนกระทั่งอุบัติเหตุของเพื่อนคนสนิท ผู้เป็นทั้งมือเบสของวงเซิร์ฟและผู้รักษาประตูของทีมจาว่า ทำให้เพื่อนต้องพักจากทุกการแข่งขัน ความฝันของทั้งวงดนตรี และทีมฟุตบอลจึงหยุดชะงัก ทางออกเดียวที่ทำให้สองเส้นทางยังคงเดินต่อได้ คือการเป็นตัวแทนให้กันและกัน จาว่ากลับมาจับเบสที่เคยวางลงเพื่อเป็นมือเบสให้วงเซิร์ฟ ขณะที่เซิร์ฟต้องยืนเฝ้าเสา จับตาลูกบอลในสนามที่ไม่คุ้นเคยเพื่อเป็นผู้รักษาประตูให้ทีมจาว่า ระหว่างเสียงนับจังหวะและเสียงเชียร์จากข้างสนาม วันธรรมดาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ทั้งสองมองเห็นโลกของกันและกันชัดขึ้น บนเส้นทางสู่ความฝัน การฝึกฝนในสิ่งที่เคยรักและสิ่งใหม่ที่ไม่คุ้นเคย กลายเป็นบทเรียนของความเข้าใจ การเติบโต และความรักที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น เพราะเมื่อปลายทางใกล้เข้ามา พวกเขาจึงได้เรียนรู้ว่า บางครั้งการไปถึงความฝัน อาจไม่สำคัญเท่าการได้พบใครบางคนที่ทำให้ระหว่างทางมีความหมายFANFICTION #1: This FANFICTION is titled... Foot(ball)bandPen Name : SunsetInMay In their last year at university, Surf, who yearns to lead his band to a glorious national triumph, and Java, an ambitious football player eyeing a championship title, are both chasing their dreams. But when their close friend—Surf's bassist and Java's goalkeeper—faces an unfortunate accident that sidelines him from all competitions, their aspirations hang in the balance. To keep their dreams alive, they decide to step in for one another. Java dusts off his bass guitar to support Surf, while Surf takes on the role of goalkeeper for Java, guarding the net in a game he’s never played before. Amid the cheers and the rhythmic clapping of the crowd, the ordinary moments of their lives begin to shift into extraordinary ones, allowing them to view each other's passions in a new light. As they navigate this unexpected journey, practicing what they love while taking on unfamiliar challenges, they discover lessons in understanding and growth—and the slow blossoming of a deeper connection. As the finish line approaches, they realize that sometimes, it’s not just about the destination, but about finding someone who adds meaning to the journey itself.FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... บันทึกรักนิรันดร์ 1990 | Eternal Note 1990นามปากกา : 90 Degrees “จาว่า” ชายหนุ่มยุคปัจจุบันได้ค้นพบสมุดบันทึกเก่าคร่ำครึที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดของห้องสมุดโบราณ ทันทีที่ปลายปากกาจรดชื่อตนลงบนแผ่นกระดาษ กาลเวลาก็บิดเบี้ยวเหวี่ยงเขาข้ามมิติกลับสู่ปี 1990 เขาได้พบกับ “เซิร์ฟ” ชายหนุ่มผู้กุมความลับในอดีต ทั้งคู่มีโอกาสพบกันได้เพียงชั่วครู่ ยามพระอาทิตย์อัสดงเมื่อแสงสีส้มพาดขอบฟ้า ประตูกาลเวลาจะเปิดออกเพียงชั่วอึดใจ ท่ามกลางบรรยากาศคลาสสิกความรักที่ละเมียดละไมได้ก่อตัวขึ้นท่ามกลางเงื่อนไขที่บีบคั้น ก่อนที่จาว่าจะถูกดึงกลับสู่ปัจจุบัน เซิร์ฟได้จารึกคำสัญญาลงในบันทึกว่า ‘ไม่ต้องกลัวนะ ต่อให้เราอยู่คนละกาลเวลา พี่ก็จะตามหาเราจนเจอ’ เมื่อกลับสู่โลกเดิม จาว่าพบรอยหมึกซีดจางระบุที่อยู่แห่งหนึ่งในบันทึก เขาออกตามหาจนพบบ้านไม้เก่าและได้เผชิญหน้ากับเซิร์ฟในวัยเจ็ดสิบปี ชายชราส่งยิ้มที่คุ้นเคยพร้อมเอ่ยน้ำเสียงสั่นพร่า ‘พี่บอกแล้วไงว่าพี่จะตามหาเราจนเจอ’ เขาใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อรักษา คำสัญญาการรอคอยตลอดสามทศวรรษสิ้นสุดลง เมื่อหัวใจสองดวงหมุนมาบรรจบ กาลเวลาอาจพรากได้เพียงร่างกายนามธรรม แต่ไม่อาจขวางกั้นจิตวิญญาณที่ผูกพันกันด้วยรอยหมึกและคำมั่นสัญญาที่แสนงดงามนี้ได้เลยFANFICTION #2: This FANFICTION is titled... Eternal Note 1990Pen Name : 90 Degrees Java, a young man from the present day, discovers an old, tattered notebook hidden in a dark corner of an ancient library. The moment his name touches the paper, time warps, hurling him back to 1990. There, he meets Surf, a young man holding a secret from the past. They have only a fleeting moment together as the sun sets, casting an orange glow across the horizon. The portal of time opens for a brief instant. Amidst the classic atmosphere, a delicate love blossoms, constrained by harsh circumstances, before Java is pulled back to the present. Surf inscribed a promise in the notebook: "Don't be afraid. Even though we are in different timelines, I will find you." Upon returning to his own world, Java finds a faded ink mark indicating an address in the notebook. He follows the trail until he finds an old wooden house and confronts Surf, now seventy years old. The old man offers a familiar smile and speaks in a trembling voice, "I told you I would find you." He has spent his entire life keeping his promise; the wait of three decades ends as two hearts finally meet. Time may only separate their physical bodies. But nothing could separate the spirits bound together by ink and a beautiful promise.FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... สเก็ตช์รักข้ามจังหวะใจ (The Muse’s Melody)นามปากกา : SketchSur กลิ่นสีน้ำมันและดินสอแกรไฟต์ที่เคยเป็นแรงบันดาลใจกลับเป็นเพียงความว่างเปล่าสำหรับจาว่า อาการ Art Blockรุนแรงจนหน้ากระดาษสเก็ตช์ขาวโพลนนับสัปดาห์ กลับมีทำนองเพลงจากกีตาร์โปร่งของเซิร์ฟ รุ่นพี่ชมรมดนตรีที่มักมานั่งเล่นกีตาร์โปร่งใต้ต้นไม้หลังคณะศิลปกรรมเป็นประจำ มักสื่อสารผ่านเสียงกีตาร์และแววตา แต่กลับดูเท่จนใจสั่น จาว่าลองหยิบดินสอขึ้นมาสเก็ตช์ภาพคนตรงหน้าในพริบตานั้น สีสันที่เคยหายไปจากโลกเขากลับซึมซาบเข้ามาในหัวใจอีกครั้ง กระดาษสเก็ตช์ที่ว่างเปล่าเริ่มเติมเต็มด้วยเส้นดินสอ โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยว่านายแบบจำเป็นคนนี้รู้ทันมาโดยตลอด กระทั่งเย็นวันหนึ่งที่ภาพวาดยังค้างคาอยู่ที่ช่วงริมฝีปาก เซิร์ฟก็ตัดสินใจลุกจากม้านั่ง เดินตรงดิ่งมาหาจาว่าที่กำลังง่วนกับยางลบ จาว่าสะดุ้งตัวรีบปิดสมุดหนี แต่ร่างสูงกลับคว้าขอบสมุดไว้ แล้วก้มลงมาสบตาในระยะใกล้จนเห็นเงาเขาในตาของอีกฝ่าย เขามองรูปที่ยังวาดไม่เสร็จนั้นด้วยรอยยิ้มบางๆ ก่อนกระซิบเสียงนุ่มนวล ‘ถ้าวาดเสร็จเมื่อไหร่ ต้องแลกกับการให้พี่เข้าไปนั่งในใจเราด้วยนะ’ คำพูดนั้นทำให้ดินสอในมือจาว่าสั่น เขาเพิ่งรู้ซึ้งว่าบางภาพวาดที่สวยอาจไม่ได้จบลงที่บนกระดาษ เเต่กำลังเริ่มวาดลงในหัวใจเขาFANFICTION #3: This FANFICTION is titled... The Muse’s MelodyPen Name : SketchSur The aroma of oil paints and the crispness of graphite once filled Java with inspiration, but now they only echoed a sense of emptiness. For weeks, his sketchbook had remained a void, haunted by a stubborn artist's block. Instead, the soothing strums of Surf's acoustic guitar floated through the air, played by a senior from the music club who frequently settled beneath the tree behind the Faculty of Fine Arts. Surf had a way of expressing himself through the gentle caress of his guitar strings and the cool glint in his eyes, creating a flutter in Java's heart. In a sudden rush of inspiration, Java grabbed a pencil and began to capture the figure before him. The vibrant colors that had slipped away from his life emerged anew, filling him with warmth. Lines began to dance across the once-blank pages of his sketchbook, oblivious to the fact that his unintended muse was keenly aware of his thoughts. But one evening, as his drawing lay unfinished, Surf stood up from the bench and strode gracefully toward Java, who was lost in the world of his eraser. Startled, Java snapped his sketchbook shut, but the tall figure reached out, catching the edge with ease and leaning down, their eyes locking in intimate proximity. Surf gazed at the incomplete drawing, a faint smile gracing his lips, before whispering softly, “When you finish this, you have to let me into your heart.” Those words sent a shiver through Java’s hand, causing the pencil to quiver. In that instant, he realized that some masterpieces aren’t merely born on paper; they begin to blossom within one's heart.FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... แผนรักนายมาเฟียนามปากกา : จ้าวดื้อ จาว่า ไม่เคยคิดว่าการใช้หนี้จะพาเขามาไกลถึงขั้นต้องแฝงตัวเข้าไปในตระกูลมาเฟียอันดับต้นๆ ของประเทศพ่วงตำแหน่งชวนปวดหัวอย่าง “คู่หมั้น (ปลอม)” ของทายาทตระกูลอย่าง เซิร์ฟ ภารกิจบอกเพียงให้สืบความเคลื่อนไหวในแก๊ง โดยมีผู้อยู่เบื้องหลังคือเพื่อนเก่าของพ่อเซิร์ฟ ผู้ซ่อนแผนหักหลังไว้ภายใต้หน้ากากผู้หวังดี ปัญหาคือสายลับจำเป็นคนนี้ ทั้งโก๊ะ พูดมาก เก็บพิรุธไม่ค่อยอยู่ วันไหนไม่หลุดถือว่าโชคดี ตั้งแต่ก้าวเข้าตระกูล เขาก็ต้องเผชิญสายตานิ่งๆของเซิร์ฟ มาเฟียหนุ่มผู้สุขุม เท่และดูอันตรายเมื่อประกอบกับความเงียบและใบหน้าเย็นชา โดยที่จาว่าไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายมองความไม่เนียนของเขาออกตั้งแต่แรก ชีวิตคู่หมั้นปลอมเต็มไปด้วยความโกลาหลตั้งแต่สืบผิดเรื่อง แอบฟังผิดคน ไปจนถึงเผลอช่วยเซิร์ฟแก้ปัญหาในแก๊งจนแผนของคนอื่น พังไม่เป็นท่า ยิ่งอยู่ใกล้ จาว่ายิ่งเห็นว่าใต้ความเย็นชาคือภาระหนักหนาที่เซิร์ฟแบกรับ ขณะเดียวกันหัวใจที่ด้านชาของเซิร์ฟเปิดรับความจริงใจที่ไม่เคยคิดจะได้รับ เช่นเดียวกับจาว่าที่ตกหลุมรักเหยื่ออย่างไร้ทางออก เขาจะจัดการเรื่องราวนี้ต่อไปอย่างไร จะเลือกหัวใจหรือหน้าที่ที่หากล้มเหลวอาจเดือดร้อนคนที่รักFANFICTION #4: This FANFICTION is titled... The Romantic Scheme of the Mafia LeaderPen Name : จ้าวดื้อ Java never expected that settling his debts would plunge him into the shadowy depths of one of the nation's most notorious mafia clans, where he'd awkwardly take on the role of the "fake fiancé" to the family's heir, Surf. His covert mission? To keep tabs on the gang's activities, all orchestrated by Surf's father's shifty old friend, a man cloaked in an aura of benevolence while secretly plotting betrayal. The catch? This unwilling undercover agent is a walking disaster—clumsy, excessively chatty, and utterly incapable of keeping his suspicious tendencies in check; getting through a single day without a blunder feels like a stroke of luck. From the very first moment he steps into the family dynamic, he is met with Surf's calm, piercing gaze—the composed, cool-headed, and perilously enigmatic mafia head. Little does Java know, Surf sees right through his bumbling act from the very start. His life as a fake fiancé spirals into hilarity as he inevitably snoops in all the wrong places, eavesdrops on the least relevant conversations, and somehow becomes an unwitting ally in Surf’s quest to tackle mob issues, inadvertently derailing rivals' plans along the way. The more Java delves into this intricate web, the clearer it becomes that beneath Surf's icy facade lies a heavyweight of burdens. In an unexpected twist, Surf's hardened heart begins to thaw in the face of Java’s sincerity, while Java finds himself hopelessly smitten with his intended target. Now he’s left pondering how to navigate this tangled mess: will he follow his heart or uphold his mission, risking everything and potentially endangering those he cares about?FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... รักล็อกอินนามปากกา : WansukzzZ “เซิร์ฟ” และ “จาว่า” คู่แข่งแห่งคณะวิศวะ เซิร์ฟเด็กเนิร์ดใส่แว่นผู้สุขุมเก่งเกินหน้าใครกับจาว่าหนุ่มหล่อเรียนเก่งที่ไม่ยอมแพ้ใครง่าย ๆ ทั้งสองไม่ถึงกับเกลียดกัน แต่ก็ไม่เคยถูกกันสักครั้ง ทุกสนามคือการแข่งขันเงียบ ๆ ที่ไม่มีใครยอมใคร จนวันหนึ่งจาว่าล่วงรู้ความลับว่า เซิร์ฟติดเกมออนไลน์และเปย์หนักให้ผู้เล่นหญิง เขาจึงสร้างตัวละครสาวชื่อ “วาว่า” ด้วยเจตนาปั่นหัว เอาคืนขำ ๆ ทว่าแผนที่เริ่มจากความอยากเอาชนะจากบทสนทนาสั้น ๆ กลายเป็นการคุยกันทุกคืน ในโลกของเกม เซิร์ฟไม่ใช่คนสมบูรณ์แบบ เขาเป็นคนขี้เหงา แบกความคาดหวังและเจ็บปวดจากการถูกเปรียบเทียบของครอบครัว จาว่าได้เห็นมุมอ่อนแอเหล่านั้น ทั้งคู่กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ใครบางคนโดยไม่รู้ตัว เมื่อหัวใจถลำลึกเกินควบคุมจาว่ารู้สึกผิด ลบเกมและหายไปเงียบ ๆ แต่เซิร์ฟกลับจับพิรุธจากความคุ้นเคยเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ทั้งหมด เขาไม่โกรธแต่เลือกต้อนคนน่าแกล้งด้วยความใส่ใจที่เกินคำว่าเพื่อน จนจาว่าเริ่มหวั่นไหวซ้ำอีกครั้ง เกมที่เริ่มจากการหลอก อาจไม่จบด้วยผู้แพ้ หากเป็นจุดเริ่มต้นของความรักที่ล็อกอินหัวใจของทั้งคู่ไว้ด้วยกัน “อย่าหวังจะหายไปอีกล่ะ วาว่า” เซิร์ฟยกยิ้มFANFICTION #5: This FANFICTION is titled… Heartfelt AccessPen Name : WansukzzZ "Surf" and "Java," two competitive spirits from the engineering faculty, share a curious relationship. Surf is a tranquil, bespectacled nerd who outshines his peers in intelligence, while Java is a dashing, clever youth with an unyielding spirit. They don't harbor hatred for one another, but genuine camaraderie has always eluded them. Each contest between them creates an unspoken rivalry, where neither is willing to yield. One fateful day, Java stumbles upon a hidden truth about Surf: he’s caught in the thrall of online gaming, pouring his money into virtual interactions with female players. Seizing the moment, Java crafts a female avatar named "Wava," aiming to playfully tease and settle the score. What starts as a charming ploy quickly spirals into deep, late-night conversations. Within the game, Surf is not the invulnerable genius he appears to be; he grapples with loneliness and the weight of his family's expectations, feeling the sting of constant comparisons. As Java uncovers this hidden side of Surf, an unexpected bond forms between them, a sanctuary where they can both be vulnerable. As their feelings deepen, guilt tugs at Java's heart; he decides to erase the game and vanish into silence. Yet, Surf senses the subtle shifts—the hints of familiarity—and instead of anger, he playfully nudges Java with a warmth that transcends mere friendship, causing Java to second-guess his departure. What began as a game steeped in deception may very well blossom into a love story that entwines their very souls. "Don't think you can just vanish again, Java," Surf teased with a knowing grin.เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้กับ “เซิร์ฟ - จาว่า”แก้บนครั้งนี้ไม่ใช่การขอขมา แต่โชคชะตากลับพาเธอขามาให้เจอส่งมอบความน่ารัก ฟูลฟีลให้แฟน ๆ ตกหลุมรักไปพร้อม ๆ กัน!List หัวใจ กับคุณคนโปรด! “จาว่า” ได้เผยว่า จุดที่เขาชอบในตัวของ “เซิร์ฟ” คือการที่เซิร์ฟเป็นคนประเภท Introvert ไม่ค่อยออกจากบ้าน อยู่แต่ในห้อง ไม่ค่อยทำให้เป็นห่วง พร้อมบอกว่า ‘หากใครได้เป็นแฟน จะไม่มีปัญหาเรื่องการหึงหวงอย่างแน่นอน’ ด้านของ “เซิร์ฟ” ก็ได้เผยว่า ตนนั้นชอบคนที่ผิวขาว น่ารัก ซึ่งสำหรับ “เซิร์ฟ” แล้ว “จาว่า” เป็นคนที่ดูน่ารักในสายตาของเขา แม้ในสายคนอื่น หรือเจ้าตัวจะมองว่าเป็นคนเท่ ๆ คลู ๆ ก็ตามBig Guy ที่มากกว่าในจอ “จาว่า” ได้เป็นตัวแทนเผยว่า ในซีรีส์ที่ทุกคนได้ดูนั้น เป็นช่วงเวลาที่ผ่านมาประมาณหนึ่งปีแล้ว หลังจากที่ถ่ายซีรีส์จบไป ทั้งสองก็ได้มีการฟิตหุ่นขึ้นนิดหน่อย จึงทำให้ตัวจริงในปัจจุบันนั้นดูบึ้กกว่าในจอที่ทุกคนได้รับชมในซีรีส์ โดย “เซิร์ฟ” ได้พูดเสริมว่า ‘ปกติเราชอบแบ่งกล้ามแข่งกันบ่อย ๆ แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้แข่งกันแล้ว เพราะมีงานเยอะ ไม่ค่อยได้เข้ายิม ไม่ค่อยได้ดูแลตัวเองเท่าไหร่’ ดีเจสองสาวสวยจึงได้เสิร์ฟความล่ำบึ้กนี้ส่งตรงถึงสายตาแฟน ๆ ผ่านไลฟ์สด ด้วยการให้ทั้งสองหนุ่มเบ่งกล้ามโชว์แฟน ๆ เรียกว่าทำเอาแฟน ๆ ใจละลายไปตาม ๆ กันเลยทีเดียวถามไวตอบไว ไปกับ “เซิร์ฟ - จาว่า” ‘ใครขี้เหงามากกว่ากัน ?’ ซึ่งทั้งสองคนก็ได้ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็น “จาว่า” ‘ใครติดสกินชิพมากกว่ากัน ?’ ทั้งสองคนก็ยังคงตอบเป็นเสียงเดียวกันอย่างพร้อมเพียงว่ายังคงเป็น “จาว่า” โดยเจ้าตัวก็ได้พูดเสริมว่า ‘ผมเป็นคนที่ชอบรู้สึกหมั่นเขี้ยวมาก ๆ เวลาเห็นอะไรที่น่าหมั่นเขี้ยว แล้วรู้สึกว่าอยากจะจับขยี้อยู่เสมอ’ ‘ใครขี้อ้อนมากกว่ากัน ?’ ซึ่งคำตอบของทั้งคู่ก็ยังหนีไม่พ้นคนดีคนเดิมแบบ “จาว่า” อีกเช่นเคย ‘ใครขี้งอนกว่ากัน ?’ คำตอบในคถามนี้ก็ยังหนีไม่พ้น “จาว่า” คนเดิม ‘ใครเอเนอจี้เยอะกว่ากัน ?’ และคำตอบในข้อนี้ก็ยังออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่ายังคงเป็น “จาว่า” อีกเช่นเคย ‘ใครคลั่งรักมากกว่ากัน ?’ คำตอบในข้อนี้เรียกได้ว่าเป็นมติเอกฉันท์ แต่เป็นคำตอบที่ต่างจากทุกข้ออย่างสิ้นเชิง โดยทั้งคู่ได้โหวตให้คนที่เป็นยอดแห่งความคลั่งรักคือ “เซิร์ฟ” โดย “จาว่า” ได้เผยว่า “เซิร์ฟ” นั้นเป็นคนประเภทที่ชอบเข้าหา ชอบง้อ ชอบเอาใจ โดย “เซิร์ฟ” ก็ได้เสริมว่า ตนนั้นเวลาที่มีความรัก จะเป็นคนที่ชอบตามใจ ชอบสปอยคนที่รัก พร้อมบอกว่าทั้งคู่มีลักษณะนิสัยที่คล้าย ๆ กัน ต่างกันตรงที่ “เซิร์ฟ” นั้นจะเป็นคน Introvert และ “จาว่า” จะเป็นคน “Extrovert” แต่ไลฟ์สไตล์ การใช้ชีวิตของทั้งคู่จะคล้ายกันมากMuTeLuv แล้ว MuTeLu ยัง ? “เซิร์ฟ” ได้เผยว่า ส่วนตัวนั้นเป็นคนที่เชื่อในเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การมูเตลู ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ เวลาไปบน หรือไปไหว้ เจ้าตัวก็จะเชื่อว่าจะสามารถทำในสิ่งที่ขอนั้นได้ ในด้านของ “จาว่า” ได้เผยว่า การถ่ายทำซีรีส์เรื่องนี้ เจ้าตัวได้เข้าวัดบ่อยที่สุดตั้งแต่เกิดมา โดยเผยว่า ส่วนตัวเป็นคนที่ไม่เชื่อในเรื่องเหล่านี้เลย แต่ว่าหากใครชวน หรือให้ไป ก็สามารถไปได้เช่นกันสกิล Comedy ฉบับ “เซิร์ฟ - จาว่า” “จาว่า” ได้เผยว่า ส่วนตัวแล้วคิดว่าการเล่นคอมเมดี้ในเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ยากสักเท่าไหร่ ซึ่งจริง ๆ แล้วตนนั้นเป็นคนที่เล่นแนวคอมเมดี้ออกมาไม่ค่อยดี แต่เรื่องที่ตนได้เล่นไปก่อนหน้านี้ ที่เพิ่งออนแอร์จบไป ก็เป็นแนว ตลก คอมเมดี้เช่นกัน เลยคิดว่าสามารถนำสกิลจากเรื่องนั้นมาช่วยได้เยอะมาก ๆ ด้านของ “เซิร์ฟ” ได้เผยว่า ส่วนตัวนั้นชอบเล่นแนวตลก คอมเมดี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะก่อนที่จะมารับงานเล่นซีรีส์วาย ตนก็เคยผ่านการถ่ายโฆษณา ที่ต้องใช้การแสดงสีหน้า ท่าทางแบบเล่นใหญ่ เว่อร์ ๆ มาแล้ว เลยสามารถนำสกิลจากที่เคยถ่ายทำโฆษณานั้นกลับมาปรับใช้กับการถ่ายทำซีรีส์เรื่องนี้ได้9 วัดปะล่ะ! “จาว่า” ได้เผยว่า ความจริงแล้ว วัดที่เป็นสถานที่หลักในการถ่ายทำของเรื่องนี้นั้น มีจำนวนสถานที่เพียงแค่ 6 ถึง 7 วัดเพียงเท่านั้น แต่ที่ทุกคนเห็นว่าดูเหมือนมีหลายวัดนั้นคือการเปลี่ยนโลเคชั่นในสถานที่เดิม ซึ่งเจ้าตัวก็ได้เผยอีกว่า มีวัดนึงที่ชอบที่สุด เนื่องจากตอนที่ไปออกกอง ห้องแต่งหน้าที่วัดนั้นติดแอร์ ทำให้ไม่รู้สึกร้อน หรืออึดอัดตัว พร้อมเสริมว่า ตนนั้นเป็นคนที่กลัวสัตว์จำพวกที่ไม่มีขนแบบสุด ๆ ในการถ่ายทำซีรีส์เรื่องนี้ เจ้าตัวก็ต้องพบกับจิ้งจก และตุ๊กแก เป็นจำนวนมาก จนต้องมีโมเมนต์ที่ให้ทีมงานไปยืนเฝ้าเวลาทำธุระส่วนตัวกันเลยทีเดียว เรียกทั้งเสียงหัวเราะ และความน่าเอ็นดูจากสองดีเจ และแฟน ๆ ไปแบบสุด ๆ !รสชาติที่หลากหลายของการ “MuTeLuv” โดยทั้งสองก็ได้เผยว่า ในซีรีส์เรื่องนี้นั้นมีรสชาติที่หลากหลาย และครบรสมาก ๆ มีทั้งฉากบู้ ฉากโรแมนติก มีความคอมเมดี้ และแทรกความอีโรติกเล็กน้อย พร้อมยังเสริมว่า เรื่องนี้เป็นซีรีส์ที่ทั้งสองคนทุ่มแรงใจกันแบบสุด ๆ เนื่องจากเป็นเรื่องแรกของ GMMTV ที่ “เซิร์ฟ - จาว่า” ได้เล่นเป็นคู่หลักในเรื่อง และทั้งสองเชื่อว่าภาพที่จะถ่ายทอดออกมาสู่สายตาแฟน ๆ นั้นจะต้องออกมาดีอย่างแน่นอน แม้ซีรีส์เรื่องนี้ ในตอนของ “MuTeLuv ตอน 9 วัด ปะล่ะ Love Me if You Swear” จะมีเพียงแค่ 4 EP. แต่ก็นับได้ว่าเป็น 4 EP. ที่อัดแน่นครบทุกรสชาติ ถึงใจแฟน ๆ อย่างแน่นอนและอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะมอบทั้งรอยยิ้ม และความฟินให้แฟน ๆ ได้ยิ้มจนตาหยีกันแบบจัดเต็มทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดท้าทายมาให้ “เซิร์ฟ-จาว่า” เล่นกันด้วยกับเกม ‘ภารกิจรัก 9 ภารกิจวัด’ งานนี้ “เซิร์ฟ - จาว่า” จะพิชิตภารกิจวัด ได้กี่ภารกิจรักสามารถไปรับชมความเก่งฉกาจของทั้งคู่กันได้เลยย!(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบไม่มีลิมิต กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “เซิร์ฟ - จาว่า”โทรกลับ และพูดคุยกับแฟน ๆ จนยากที่จะยิ้มจนเก็บฟันกันไม่อยู่ไปตาม ๆ กัน! สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “เซิร์ฟ - จาว่า” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ รวมถึงขอบคุณที่มาสร้างรอยยิ้ม ความน่ารัก จนฟินจิกหมอนให้กับเหล่าแฟน ๆ ตลอดค่ำคืน ฝากทุกคนติดตามซีรีส์ “MuTeLuv ตอน 9 วัด ปะล่ะ Love Me if You Swear” ทั้งหมด 4 EP. สามารถรับชมได้ทุกวันจันทร์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง GMM25 และรับชมย้อนหลังได้ทางแอปพลิเคชัน TrueVisions NOW รับประกันความตลกคอมเมดี้ ควบความแซ่บ เท่ ถึงใจเหล่าแฟน ๆ กันอย่างแน่นอน!สามารถเข้าไปรับชมโมเมนต์ความฟินของทั้งคู่ได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

“หยิ่น - วอร์” 2 นักแสดงนำจาก “JACK AND JOKER ทำไมต้องเป็นเธอทุกที” มาเยือน EFM FANDOM LIVE พร้อมรับรางวัลสาขา “เคมีปีศาจ สะกดทุกสายตา ทำลายทุกขีดจำกัด”

21 พ.ย. 2024

“หยิ่น - วอร์” 2 นักแสดงนำจาก “JACK AND JOKER ทำไมต้องเป็นเธอทุกที” มาเยือน EFM FANDOM LIVE พร้อมรับรางวัลสาขา “เคมีปีศาจ สะกดทุกสายตา ทำลายทุกขีดจำกัด”

รายการ EFM FANDOM LIVE [17 ตุลาคม 67] คืนนี้ เปิดสตูต้อนรับ “หยิ่น - วอร์” พูดคุยเกี่ยวกับซีรีส์ “Jack Joker ทำไมต้องเป็นเธอทุกที” พร้อมอัพเดตพูดคุยกับ 2 ดีเจ “ดีเจแนน และ ดีเจเคเบิ้ล”ในช่วงแรกของรายการ เป็นการคัดเลือกชื่อ“EFM FANDOM AWARDS รางวัลพิเศษ เพื่อคนพิเศษ” จากที่แฟน ๆ เสนอและเปิดโหวต1. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “My Sunshine for mooyoy” เพราะ หยิ่น - วอร์ คือแสงสว่างของหมูยอ ในทุกๆแนวคิด ทุกๆทัศนคติจะทำให้แฟนคลับได้ข้อคิดกลับมาใช้กับการดำเนินชีวิตของตัวเองเสมอ ไม่ว่าจะระยะสั้นเป็นวันๆ หรือการมองอนาคตไกลในระยะยาว คำพูดที่คอยกลั่นกรองความคิดของแฟนคลับ ทัศนคติที่ให้ข้อคิดดีๆต่อกัน เช่น การเรียนต้องลองมองให้ถึงอนาคตของการทำงาน การใช้ชีวิตต้องไม่เดือดร้อนผู้คนรอบข้าง หรือแม้แต่การวางแพลนในแต่ละวัน sunshine จึงเหมาะสมและคู่ควรแก่การเป็นหยิ่นวอร์ เพราะพวกเขาคือแสงสว่างนำทางในทุกก้าวเดินMy Sunshine for Mooyor Yin-War shines brightly in MooYor, offering fans valuable insights to ponder and incorporate into their own lives, whether it be for the present moment or a brighter future ahead. Their words inspire contemplation, encouraging positive behavior such as planning for tomorrow, being considerate of others, and making the most of each day. Consider YinWar as your guiding light, steering you towards a path of positivity in every aspect of life.2. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “คู่อริที่มองตาก็รู้ใจ” เป็นคู่หูที่ตีกันได้เสมอ แต่แค่มองตาก็รู้ว่าอีกคนจะพูดอะไร เป็นพื้นที่ปลอดภัยของกันและกัน ยืนข้างกันแล้วมันอุ่นใจมากกว่ายืนคนเดียวอะเนอะEnemies who know each other well by looking at each other They are like partners who share a deep understanding, able to communicate simply through looks. Being by each other’s side brings comfort and safety, making them stronger together than alone. What a beautiful connection they share, don’t you think?3. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “Unbreakable Stardust Award (คู่ผงดาวไร้เทียมทาน ที่ไม่มีวันแตกสลาย)” ที่คิดชื่อรางวัลนี้หมายถึงความสัมพันธ์ของหยิ่นวอร์และแฟนคลับหมูยอที่อยู่ด้วยกัน ส่วนความหมายของรางวัลนั้นคือ “Unbreakable Stardust Award (รางวัลคู่ผงดาวไร้เทียมทาน)” หมายถึง คู่ที่เหมือนกับ "ผงดาว" หรือเศษเสี้ยวจากดวงดาวที่ส่องสว่างในจักรวาล ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความงดงามและยิ่งใหญ่ แม้จะเล็กแต่ทรงพลัง ไม่มีอะไรสามารถทำลายความสัมพันธ์หรือความผูกพันของหยิ่นวอร์และหมูยอได้ เปรียบเสมือนคู่ที่ไม่มีวันแตกสลาย ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด ความรักและความสัมพันธ์ของหยิ่นวอร์และหมูยอคงอยู่และเจิดจ้าตลอดไปUnbreakable Stardust Award The Unbreakable Stardust Award is a special recognition that celebrates the unbreakable bond between YinWar and MooYor. This award symbolizes the couple as shining fragments from the stars, representing beauty and greatness. Their relationship is incredibly strong and resilient, nothing can tear them apart.4. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “เคมีปีศาจ สะกดทุกสายตา ทำลายทุกขีดจำกัด” รางวัลนี้ต้องยกให้ หยิ่น - วอร์ เต้าอั้น!! ที่มีฟิสิกส์ ชีวะ เคมีที่มันเดือดจนเหมือนปีศาจอ่ะ ไม่ว่าจะอยู่ด้วยกันที่ไหน ทั้งบนเวทีหรือซีรีส์ เคมีของเขาไม่ใช่แค่เข้ากันได้นะ แต่แบบระเบิดทะลุกรอบความธรรมดาไปแล้ว จนทุกโมเมนต์ของทั้งคู่ทำให้สาววายต้องร้อง “โอ๊ยยย! ฟินเป็นไก่ตาแตก เอ้ย นั้นมันจิก” เคมีของทั้งคู่มันดีแบบที่ต่อให้ อ.อุ๊ ยังต้องขอยอมยกธงขาว เพราะมันดีเกินมาก ดีแบบไม่เกรงใจเคมีสักตารางอะตอม บอกเลยว่าเคมีของคู่นี้ไม่ธรรมดา ใครดูแล้วไม่โดนตกจะงงมาก ก็ต้องถามตัวเองว่าดูอะไรอยู่!Devil chemistry which caught all attentions and break all limits. The amazing chemistry between Yin and War is truly remarkable, capturing everyone's attention and pushing all boundaries. Their presence together is like magic, igniting excitement and joy wherever they go. Their connection is so strong that even the toughest critic, Ajarn Au, can't help but surrender to their charm. Their chemistry is unparalleled, leaving you spellbound and wanting more. If you witness their bond, be prepared to be captivated and immersed in their enchanting world!5. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “สุดยอดตำรวจ ตรวจจับสาววาย” หยิ่น - วอร์ เป็นคู่ที่ไม่ขายจิ้น ในขณะที่แฟนคลับพยายามโพสต์แนะนำฟิคพวกเขาใน X หยิ่นก็มาเมนชั่นว่า “ผมไม่ได้เล่นสักเรื่องเลยนะครับ” แถมยังลงรูปใน IG ว่าจะกำจัดสาววายให้สิ้นซาก ทางด้านพี่วอร์ก็ชอบแกล้งสาววาย เวลาออกอีเว้นเวทีมีความยาวเท่าไหร่ จะพากันไปอยู่แยกคนละฝั่ง แฟนคลับซื้อเลนส์ wideขนาดไหนก็เก็บ 2 คนได้ไม่ครบ5555555Super police to arrest Y girls. An incredible police force is set to apprehend the lovely Y girls. Yin-War, a charming couple, refuses to sell an imagination. Despite fans' efforts to share their stories on X, Yin admitted, 'I haven't played any of them.' He even shared a photo on IG jokingly mentioning that he would round up all the Y girls. War, on the other hand, enjoys teasing the Y girls. During events, no matter how far apart they are on stage, they always end up on opposite sides. Even with the widest lens, fans can never seem to capture both of them in one shot lol.ถึงเวลาที่ หมูยอ รอคอย! เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ เราจะมาพูดคุยกับ “หยิ่น – วอร์”กันค่าาารางวัล “เคมีปีศาจ สะกดทุกสายตา ทำลายทุกขีดจำกัด”พวกเราสองคนอวดได้แล้วว่า...ปีนี้ได้รับรางวัลแล้ว วอร์ : ขอบคุณและเป็นเกียรติมาก แบบความพยายามของพวกเรามันบรรลุผลแล้ว ได้รางวัลแล้ว เราก็โม้ได้คือปีนี้เราได้รางวัลแล้ว หยิ่น : เป็นเกลียดมากเป็นเกลียดเกิน 555 ขอบคุณไม่สูญเปล่าครับที่ทำมา คือรางวัลนี้จะบอกว่าเป็นของเราไม่ได้ต้องเป็นของทุกคนบทบาทของ “หยิ่น - วอร์” ที่อยากแสดงด้วยกันจนทะลุขีดจำกัด! วอร์ : เรียกได้ว่าระเบิดขีดจำกัด ส่วนตัวผมตอนนี้ผมเริ่มงอแงแล้วแบบมันทะลุไปเกินขีดจำกัดแล้ว คือด้วยเนื้อเรื่องแหละในสิ่งที่เราไม่เคยทำ แล้วก็คิดว่าไกลตัว แล้วคิดว่าบทแบบพวกเราคิดว่าก่อนอ่านน่ะ ผมเครียดมากเลยว่าจะทำได้หรือเปล่าอะไรเงี้ย เสร็จแล้วก็ทำได้แต่มันก็กดดันแล้วก็เหนื่อย คิดว่าหลังจากนี้ก็อะไรก็ได้ ไม่กล้าจะพูดว่าท้าทายตัวเองเดี๋ยวไปเครียดทีหลัง เอาเป็นสบาย ๆ ดีกว่าครับ หยิ่น : จริงผมก็คิดไม่ออกเหมือนกันพี่ เพราะว่าโอ้โห คือเรื่องเนี้ยใช้ทุกความสามารถที่มีตั้งแต่เกิดมาจนเข้าวงการใช้ไปหมดแล้ว เขามีมาให้ทุกซีนเลย ตลก ดราม่า แอคชั่น คือใส่มาหมดแล้ว เหลืออะไรอ่ะเหลือหนังผีอ่ะ เออมันหมดละ ละครเวทีมันดูยากมากเลย วอร์ : ละครเวทีสมัยมหาลัยนับไหม หยิ่น : เคยแล้วนี่เคยเหรอ 55555 วอร์ : เคยแต่ว่าเป็น ๆ เขาเรียกว่าไรอะ หน้าม่านไม่ได้มีบทพูดแต่ว่าต้องไปสร้างมู้ดในซีนรางวัล “สุดยอดตำรวจ ตรวจจับสาววาย” แจ้งข้อหาจับสาววาย หยิ่น : ผมจับข้อหาแรกเลยคือ เอาชื่อผมไปหากินครับ แอบอ้างในทางไปเขียนนิยงนิยาย ผมพึ่งรู้แบบก็คือเหมือนพอแจ็คโจ๊กออกไปปุ๊ปก็น่าจะมีคนอยากรู้จักพวกเราเพิ่มอะไรเงี้ย แล้วแบบเขาก็บอกให้ขายหน่อยอะไรอย่างเงี้ย คือต้องพูดอย่างงี้คือผมอะไม่ได้ตั้งใจส่องแต่ว่ามันขึ้นมาคำว่าสำหรับคุณใน X มันเด้งมาเองอัลกอริทึมมันรันมาให้รันของแฟน ๆ อะไรเงี้ย คือผมเล่นไม่ค่อยเป็นหรอก แต่ว่ามันเด้งมาก็เลยอ่าน แล้วก็คือเขาก็ขายเนื้อเรื่องเพียบเลย โหเป็นสิบเรื่องเดี๋ยวนะทั้งชีวิตที่เข้าวงการมาผมเล่นอยู่ 3 เรื่องเอง การที่เขาขายเขาไม่ขายซีรีส์เลยนะ ครั้งหนึ่งที่รักเอย กลรักรุ่นพี่ แล้วไปขายนิยายที่แต่งขึ้นมาเอง เดี๋ยวผมจะแจ้งตำรวจจับจริง อันนี้คือ 1 ข้อหา ใช้ชื่อไปในทางอะไรไม่รู้ หยิ่น : อีกข้อหานึงคือ ไม่กลั่นกรองข้อมูลก่อนครับ เชื่อข้อมูลไปเลยแล้วก็คือ เนี่ยตอนนี้มีใส่ความผมอยู่ นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์นะเนี่ย ผมแจ้งไปหาอีลอนมัสก์นะ เขาพึ่งจะลงจอดกระสวยได้สำเร็จแต่ว่าผมจะแจ้งให้เขาแบนแอคแฟน ๆ ให้หมด มีข้อมูลเป็นเท็จ คือตอนนี้กำลังเป็นประเด็นเลยเขาบอกว่าผม อิมโพรไวซ์ เอาหัวไปจุ่มพี่วอร์ เอางี้ผมแถลงก่อน คือต่อจากเนี้ยคุณจะฟินอันนี้ยินดีครับแต่ว่าตอนนี้ผมขอแถลงความจริงก่อน คือผมไปสืบต้นเรื่องมาต้นเรื่องเขาบอกว่านักเขียนบอกว่า 3 สิ่งที่ อิมโพรไวซ์ ก็คือมี ผมเวลาเครียดก็จะชอบมองข้างบนกับตัวพี่วอร์จะแซวเรื่องหน้าม้า กับอีกอันนึงคือเอาหัวไปจุ่มซึ่งอันนี้ผมต้องแย้ง เรื่องหัวไปจุ่มไม่ใช่มันไม่ได้อิมโพรไวซ์มันคือผู้กำกับสั่งมาผมก็ทำตามอันนู้น แต่ว่าถ้าเกิดบอกตามความเป็นมืออาชีพเลยนะผมต้องบอกอยู่ 3 ข้อ คือ 3 สิ่งที่อิมโพรไวซ์ไม่ได้เลย หนึ่งคือ แอคชั่นห้าม กับสองคือ เลิฟซีน สามคือ เซ็กซีน ทั้งหมดห้ามเพราะว่าอันนี้คุณอาจจะยินดีนะเพราะว่ามันเป็นคู่หยิ่นวอร์ แต่ลองนึกภาพผมเล่นกับพี่มันอาจจะสร้างปมในใจต่อพี่ก็ได้ เพราะฉะนั้นมันต้องถูกซักซ้อมมาอันนี้แง่จริงจังแต่ถ้าเกิดแง่ขำ ๆ อันนี้ฟินต่อได้เลยครับพี่ ๆ จริง ๆมัน เซนซิทีฟ ครับเรื่องนี้มันต้องซ้อมเลยด้วยซ้ำนะ เพราะว่าตั้งแต่ workshop เลยโอโห้อาจารย์ครูที่สอนครูก็คือ พี่ออม ผีธี่หยด เขาก็สอนเราหมดเลยว่าพวกนี้จริง ๆ ต้องซ้อมทั้งหมดเลย เพราะว่ามันจะไปทำร้ายเป็นปมได้ ถึงแม้ว่าผมจะสนิทกันแต่สุดท้ายก็มีการซักซ้อมกันมาแล้วเรื่องนี้จริงจังครับเรื่องนี้จริงจัง วอร์ : ผมฟ้องเขาไม่ลงหรอกครับ หยิ่น : ไม่เป็นไรผมฟ้องเอง ผมรับเองอ่ะ วอร์ : ผมไม่เคยจะทำร้ายอะไรเขา ทำไม่ลงในใจผมมีแต่หมูยอ จริง ๆ อันนี้คือจริง ๆ เลย ขอบคุณสำหรับรางวัลนี้ด้วยนะครับ 5555 ที่ทุกคนมอบให้ผม จริง ๆ ทำไม่ลงแต่ถ้าจะฟ้องเป็นข้อหาแบบน่ารักเกินไปละกัน คุณน่ะมันทำตัวน่ารักเกิน ไอ่ต้าวหยุดน่ารักกว่านี้ได้ไหมแบบน่ารักน้อยลงหน่อยอ่ะ หยิ่น : แต่คือผมอยากให้น่ารักขึ้นอีกนะ ผมอยากให้น่ารักขึ้นอีก วอร์ : ฟ้องไม่ลง ๆ แต่ว่าก็จะมีแบบตักเตือนละกันแบบว่าอย่างที่บอกนำข้อมูลอันเป็นเท็จลงสื่อโซเชียล เพราะว่าเขาจะชอบพูดว่าเนี่ยสายตาคนเนี่ยคือเขาคิดอย่างนั้น เขาคิดไรจริงแน่ ๆ บางทีผมก็มองไปไม่ได้มองหน้าเขาด้วยซ้ำ มองคนอื่นด้วยซ้ำเขาก็ไปตีความว่าอุ๊ยมองแบบสายตาแบบซ้ำเอ้ยยิ้มอะไรให้กันหรือเปล่า หยิ่น : จินตนาการสำคัญกว่าความรู้อันนี้คือไอแซก นิวตันพูดมา คนละคนด้วย 55555 ไม่มีใครแก้เลยอุตส่าห์ปั่นไปคนละคน อ๋อออใช่แล้วก็นี่ เพิ่มข้อหาเขาจะชอบบอกว่า ผมหึง 5555 วอร์ : พอแล้วเอ้ยขอร้อง ๆ อย่าทำร้ายเขาเลย 55555 หยิ่น : เขาจะชอบบอกว่าผมหึงในตัวพี่ชายผมเนี่ย ผมไม่ได้หึงอะไรเลยนะ ก็คือบอน ณดลเพื่อนผมนักร้องฉลามเนี่ยชอบมาเล่นอะไรเงี้ยแล้วผมก็เลยชอบไปตอบ X เขาอะไรเงี้ย คือล่าสุดเขาก็ปล่อยไอ่นี่ที่บอกว่าซีนในซีรีส์แบบสอนขับรถหรืออะไรเงี้ยเหมือนใน TikTok คนดูเยอะ แล้วก็บอกห้อยก็เป็นตัวละครหลักเหมือนกันนะ ผมก็เลยเข้าไปปั่นแบบว่าเฮ้ยห้อยแอนโจ๊กเกอร์มันก็ดูขลังนะซึ่งมันไม่ขลังอ่ะ นึกออกป่ะมันอาจจะแปลก ๆ แต่ว่าไปปั่น ๆ แฟนคลับบอกอ่าวหึงนิ ผมหึงอะไรผมกินข้าวหม้อเดียวกันมาเป็น 4-5 ปี กินข้าวหม้อเดียวกันผมจะไปหึงอะไร วอร์ : ไปทำอย่างงี้ผมก็คิดอ่ะ จริงเอออันนี้มันเข้าใจผิดกันได้แบบคุณไปทำให้เขาคิด คุณแบบไม่มีอิโมจิแบบว่าถ้าเกิดจะหัวเราะก็ต้องแบบใส่ หยิ่น : ผมต้องใส่ 55555 เข้าไป ผมพลาดตรงนี้ ทนายความเอาไรมาแก้ เอาแล้วมีอีก 1 เรื่อง เมื่อวานเขากินชาบูกันกับบอนกับอะไรเงี้ย มันถ่ายลง 2 คน บอกผมหึงอีก ผมไม่ได้พิมอะไรเลยนะผมแปรงฟันอยู่บ้านพร้อมนอนก่อนนอนเลยส่องซะหน่อยหึงอีกแล้ว อะไรวะ หึงอะไรเขาก็นั่งกินข้าวกันข้างกัน เรากินข้าวหม้อเดียวกัน 5555 วอร์ : ผมจะปกป้องเขาเองในกรณีนี้ หยิ่น : ปกป้องหมูยอเหรอ วอร์ : ใช่ครับ หยิ่น : โหพี่พระเอก พี่เป็นไปเลยพี่ ส่วนผมน่ะผมจะล่าให้หมดเลย วอร์ : ไม่ได้ๆๆ หยิ่น : เดี๋ยวเสร็จนี้ผมต้องไปเผชิญหน้ากับเขาเนี่ย 555555ของขวัญสุดพิเศษจากพี่วอร์ที่ให้น้องหยิ่น วอร์ : ผมให้ไปแล้ว ให้ไปแล้วครับ เป็นแจกันเซรามิกครับที่ผมปั้นเอง เขาไม่ดื่มกาแฟ แต่ว่าเขาอยากได้ประติมากรรมแบบแจกันมาเอาไว้ตกแต่งไอ่ตู้ของเขาอยู่แล้ว ผมก็เลยแบบเอ้ยงั้นปั้นให้เขาดีกว่าในวันเกิด แล้วก็เพ้นท์อะไรต่าง ๆ ลงไปเป็นรูปเสือเพราะว่าเขาเกิดปีเสือ อุ๊ยแบบเพ้นท์อย่างดีเลยเผามาแล้วแบบไม่เป็นอย่างที่คิดเลยอะ 555555 แต่เขาบอกว่า Abstract นะ หยิ่น : ก็เห็น เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่อาจจะทำให้นึกถึงได้ ถ้ามันเป๊ะเกินเราก็โอเคเราอาจจะได้ของที่ไม่สวยมา เหมือนผมก็ถามว่ามันเกิดไรขึ้น คือเขาก็เอาให้ดูมันก็ดูเป็นเสือตามภาพนั่นแหละ แต่พอเผาปุ๊ปสีมันหลุดใช่ป่ะ วอร์ : มันเกี่ยวกับเคลือบอะไรเงี้ย ต่าง ๆที่แบบ หยิ่น : เป็นตะปุ่มตำป่ำ 3D ขึ้นมา มันก็เลยเป็นอีกอันนึง วอร์ : เสือร้องไห้เลย 5555 หยิ่น : แต่ว่าเท่ไปอีกแบบ ชอบนะชอบแต่ว่าผมกังวลมากเลยตอนที่เขาส่งมอบให้ผม เขาส่งมอบให้ผมด้วยแจกันเปล่าแล้วผมกลัวมันแตกมาห ต้องแบบทะนุถนอมอยู่บนรถกว่าจะไปถึง กังวลมากแต่ก็ไปถึงจุดหมายอย่างสมบูรณ์ครับ ผู้จัดการบอกให้ถ่ายรูปลงด้วย เดี๋ยวผมก็รอถ่าย ผมกลัวนี่ไงแค่มองตาก็คิดไปไกลแล้ว ผมไม่กล้าอวดของพี่ผมตำนานหนุ่มปากแดง แดงจนสะดุ้ง หยิ่น : คือเหตุการณ์นี้ตลกมาก ผมชอบโดนทักอยู่แล้วว่าเป็นคนปากซีด แล้วไหน ๆ ก็แบบถูกอัดคลิปส่งมาให้รายการแล้วอาจจะมีคนเห็นเยอะก็เลยเริ่มจะแบบรักษาภาพลักษณ์เรามากขึ้น เราเป็นดาราอะเนอะ ผมอ่ะจริง ๆ ได้ลิปเยอะมากนะพี่ได้จากพี่วอร์แล้ว 2 อัน เขาทำให้ 2 อันแล้วก็คือมันอยู่บนรถคือผมขี้เกียจไปหยิบบนรถมาใช้ แล้วจริง ๆ ผมซื้อก็มีลิปของแบรนด์หรืออะไรก็ซื้อตามผู้จัดการ ก็คือเอามาใช้แล้วหายหมดเลย ถ้าเกิดจพนึกถึงอันนั้นน่ะก็ไม่ชัวว่าอยู่บนรถจริงไหม ก็เลยขี้เกียจลงไปเพื่อที่จะล่นเวลาก็เลยแบบเปิดกระเป๋าเผื่อมันมีเฮ้ยมีจริงมีลิปแถม เราก็ไม่ได้ดูอะไรเอ้ยเห็นมันสีได้แดง ๆ แล้วมันมืด พี่นึกออกไหมผมไม่ได้ทาส่องกระจก ผมก็ถือกล้องไว้แล้วก็ทา ๆ มาพร้อมหยิบกล้องขึ้นมาเฮ้อะไรอ่ะ 55555 แล้วไม่เต็มขอบปากด้วย วอร์ : แล้วทำไมคุณไม่อัดอันนี้ส่งไปเลย หยิ่น : มันก็อาจจะปั่นเกินไปหน่อย 555555แรงจูงใจได้ขึ้นเทรนโลกเพราะเราสองคนช่วยกัน หยิ่น : คิดไหม ผมคิดเพราะผมเป็นคนบอกให้เขาทำเขาก็เลยทำกัน ตอนแรกอะไม่คิดแต่พอปากเอ่ยไปบอกว่าช่วยปั่นกันให้ถึงเทรนโลกหน่อย ก็เลยต้องคิดละครับผมก็ผมคิดครับ แต่ว่ามันก็เกินคาดเพราะว่ามันเป็นเหมือนแรงจูงใจเฉย ๆ แหละ เพราะว่าเรามีการท้ากันเกิดขึ้นพี่ ๆ เขาก็ทำให้จริงจังมาก แบบประทับใจ พ่อผมพูดแล้วพูดอีกแบบว่า เก่งมากนะกองทัพนี้อะไรเงี้ย ผมก็แบบพ่อผมยุ่งไร 5555ลุคปลอมตัวของวอร์ที่ท้าทาย เปลี่ยนลุคจนเหน็บกิน วอร์ : มีแต่งหญิง มีพี่เจสซี่ น้าเช นักธุรกิจ นักเรียนมัธยม นายแบบ ปลอมตัวเข้าไปในการเดินแบบอะไรเงี้ย ชอบลุคไหนจริง ๆ ชอบทุกลุคเลยครับแต่ว่าที่ไกลตัวแล้วแบบยากลำบากมากคือ น้าเช กับแต่งหญิงครับ เจสซี่ครับ ก็คือมันเป็นสองลุคที่ผมต้องเปลี่ยนทั้งเสียงแล้วก็คาแรคเตอร์ หมดจดเลยอ่ะ ต้องแบบนี่แหละเนี่ยครับ เจสซี่ ผมให้เจสซี่แล้วกัน นั่งทำตัวเล็กแล้วก็ขาต้องไขวห้างตลอด เพราะว่ามันนั่งแบบผู้ชายไม่ได้ แล้วก็มีคัทนึงที่แบบผมนั่งแล้วก็เป็นซีนที่ต้องย้ายไปที่ห้องเก็บสมบัติใช่ไหมครับ ผมลุกขึ้น โหเหน็บกินเลยอะ แล้วแบบเดินไม่ได้จนต้องคัท ส่วนน้าเชยากตรงที่ติดหนวด แล้วมีคิวบู๊ด้วยวิกอะไรมันต้องแบบกลัวมันหลุด แล้วก็คือน้าเชก็ฉีกเหมือนกันครับตรงที่เป็นคาแรคเตอร์ที่ต้องปลอมเป็นเขาเลยอ่ะ เป็นเสียงของเขาเป็นเสียงหนุ่มเพื่อชีวิตแล้วก็ต้องทำตาเนี่ยต้องแข็งตลอดเวลา แล้วก็ต้องยิ้มมุมปากข้างนึงตลอดมันเกร็งมากนะ ในตัวน้าเชผมปรึกษาพี่เปิ้ล นาคร 555555 หยิ่น : เขาเป็นตำนานน้าเชอยู่แล้ว น้าเชเบอร์หนึ่ง วอร์ : สาระแนสิบล้อ แล้วก็นั้นแหละต่าง ๆ พวกลุคเพื่อชีวิต มันต้องมีซีนทำเพลงอะไรอย่างเงี้ยด้วย ตอนแรกบทมันมาก็คือเป็นเด็กแว้นแต่ว่าเขาเปลี่ยนเพราะว่าคาแรคเตอร์มันน่าจะไปต่อได้ง่ายกว่า มันก็จะเป็นเพลง TikTok เลยบทมาตอนแรกแล้วเราก็เปลี่ยนตรงนั้นเลยว่ามันต้องร้องเพลงเพื่อชีวิตอะไรเงี้ย ก็เลือกเพลงมาเพลงนึงแล้วร้องยังไงก็ได้ให้มันหลบเลี่ยงแบบว่าให้ถูกต้องที่แบบไม่สามารถร้องให้ได้เกิน 7 คำ 7 วิ นั้นแหละครับ เราก็ต้องแปลงเพลงไปอีก คือเพลงที่ผมเอามาแปลงคือเพลง จดหมายถึงพ่อ ของพี่อี๊ด วงฟุตบาท ที่มันร้องแบบ กระถินริมรั้วสูงขึ้นเลยบ่า พุ่มกระดังงาเลื้อยซุ้มประตู ทานตะวันชูคอชูช่อรออยู่ คงชะเง้อดูคอยพ่อกลับมา ผมก็เปลี่ยนทานตะวันเป็นชาลวันชูคอ พ่อไม่กลับมาเลยพ่อแบบกลัวจระเข้หยิ่นเรื่องนี้บู๊สุดๆ จัดหนักจัดเต็มทุ่มสุดตัว หยิ่น : เรฟภาพที่เราลอกคาแรคเตอร์เขามา คือ บรูซ ลี ตอนแรกคิดอยู่ว่าถ้าเกิดสู้ทั่วไปมันอาจจะไม่น่าจดจำหรืออะไรทำนองนั้น แล้วก็ยังคิดไม่ออกเลยจนวันถ่ายแล้วผู้กำกับบอกว่าแบบให้ทำเสียง อูช่าอูช่าว้าวอะไรเงี้ยแต่ว่ามันเป็นตอนเด็กครับ มันก็เลยแบบตีความว่าพอมันชอบคาแรคเตอร์นี้ไปแล้วอะไรอย่างเงี้ยหมายถึงว่าตัวในเรื่องอ่ะ อาจจะมี บรูซ ลี เป็นไอดอลแล้วแบบลอกมาแล้วอะไรเงี้ย เพราะพอตอนโตมันอาจจะแบบแอบติดนิสัยอยู่เหมือนกัน เวลาสู้ก็จะมีการแบบไม่ได้ตั้งใจทำให้ดูว่าทำแต่หมายถึงว่าแบบก็จะเป็นพฤติกรรมแบบคนทั่วไปก็จะแบบทำมืออะไรเงี้ย แต่ว่าตัวแจ็คผมตั้งใจให้เป็นแบบก่อนจะต่อสู้ก็มาแบบให้มัน บรูซ ลี เขาจะมีความแบบปาดก่อนแล้วก็เวลาการ์ดเขาจะไม่กำมือ ผมก็เลยศึกษามาว่าเออมันจะเป็นยังไงดีนะก็เลยแบบเอามาพลิกกับตัวเองก็กลายเป็นว่าเวลาตั้งการ์ดเราเงี้ย มือนึงปล่อยมือนึงกำ เอาจริง ๆ มันก็เป็นท่าแบบต่อสู้พื้นฐานที่ไม่ใช่แบบนักมวย แต่ว่าพอในซีรีส์มันไม่ได้สู้มวยมันก็เลยเป็นแบบมือนึงไว้เผื่อปัดมือ มือนึงปิดหน้าก็เลยแบบดีไซน์มาแล้วครับ เพื่อใช้เพราะว่าตอน ไพลอต มันไม่มีคาแรคเตอร์เลยทั้งคู่พลาดเจ็บตัว หนักๆกับการถ่ายทำ วอร์ : มีพลาดด้วยครับ อันนี้ยังเป็นแผลอยู่เลย แต่อันนี้มอเตอร์ไซค์ล้ม 55555 ไม่ใช่ถ่าย ๆ ขอโทษ ๆ อย่าเอารางวัลคืนนะ55555 แผลจากการทำแอคชั่นเหมือนน่าจะจับอะไรอย่างเงี้ยครับ แล้วน่าจะโดนแบบเล็บโดนไร มันเลยก็เลยได้แผลเยอะ หยิ่น : คือผมอ่ะหนักสุด แต่ถ้าเกิดโดนตัวนักแสดงด้วยกันไม่ค่อยมีไม่ค่อยพลาด แต่แบบถ้าหนัก ๆ แล้วไปโดนพี่ที่เขาเป็นสตั๊นท์แมน เป็นตัวเสริมที่มาโดนเราอัดอ่ะ ดอกเดียวที่ผมรู้สึกว่าหนัก คือ จระเข้ฟาดหาง โดนปลายคางเขาจริง ๆ คือใครจะบอกว่าซีนนั้นไม่เนียนเนี่ย คือไม่ถูกต้องคือโดนคางพี่เขาแล้วเขาหงายไป ผมแบบเฮ้ยจริงไหมวะแต่เราก็ต้องไปต่อเพราะมันยังไม่คัทแล้วคือเขาหงายแบบเป็นเส้นตรง แล้วพอคัทปุ๊ปผมรีบวิ่งขึ้นไปเขาแบบยกนิ้วเยี่ยม 5555 วอร์ : เขาบอกมาเยี่ยมกูด้วย 55555กราฟของอารมณ์ของเรื่อง JACK AND JOKER ที่บอกเลยว่าสุดๆ วอร์ : ขมกันมา 5 EP แล้วครับ ต่อไปน่าจะแบบหวาน แต่ว่าที่ปล่อยออกมาตัวอย่าง ep7 ก็มีทรงที่จะดราม่าอยู่ครับ คือรู้สึกว่ามันจะเป็นกราฟที่ความเข้มข้นน่ะ มันจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทุกอารมณ์เลยนะครับ ผมรู้สึกว่าตอจากเนี้ยมันจะแบบเข้มข้นทุกอารมณ์เลยEP สุดท้าย ห้ามพลาด! เข้มข้นจนหนืดกันเลยทีเดียว วอร์ : ผมว่า EP สุดท้ายก็อุ๊ยสปอยอีก เข้มข้นอ่ะจริง ๆ แบบหนืดอ่ะเรียกได้เข้มข้นจนหนืดเลยอะ หยิ่น : ผมเสพซีรีส์เกาหลีมาเยอะแทบทุกเรื่องเลยเขาก็จะเป็นคล้าย ๆ อย่างนี้แหละก็คือเข้มข้นไปเลยแล้วก็แบบมีให้รู้สึกดี แค่เผลอ ๆ 10 นาที ถ้าเกิดตามสไตล์ซีรีส์เกาหลีแต่ว่าคล้าย ๆ กัน ไม่สปอย ๆ แต่ว่าคือมันเข้มจริง เข้มมากๆๆงาน YINWAR 1st Fan Meeting in Bangkok เดือนธันวานี้! หยิ่น : คือเราเคยมี in ต่างประเทศ ในประเทศนี่คือครั้งแรก เพราะว่าที่ผ่านมาทำรูปแบบเป็นแฟนคอน เป็นแฟนคอนเสิร์ตก็จะเป็นแบบให้แฟน ๆ กดบัตรเข้ามาดูพวกเราร้องเพลงอะไรทำนองนั้นครับแต่ว่าทีนี้ก็เลยเปลี่ยนมาให้มันชิลขึ้น เรามาลองเล่นเกมให้เพราะว่าเขาก็เรียกร้องแหละ เวลาเราไปต่างประเทศเขาจะแบบอุ๊ย ทาไร่ประเทศอื่นนี่หวาน ๆ ไทยยืนห่างกัน 8 เมตรเลย งั้นเดี๋ยวเออเดี๋ยวก็ต้องรอดูกิจกรรมทางทีมเขาจัดมาให้นั่นแหละครับว่ามันเป็นยังไง หยิ่น : ก็ Concept คร่าว ๆ คือถ้าเทียบจากโปสเตอร์ครับ ผมวิเคราะห์จากความรู้สึกตัวเองที่ไปถ่ายมาผมรู้สึกว่า เขาอยากวางให้ไม่ต้องมาจำภาพแบบ ถ้าเกิดเป็นหยิ่นก็หยิ่นไปทำงานหรือเปล่าหรืออะไรเงี้ย อยู่บ้านจะสลับกันว่าหยิ่นเป็นแม่บ้านอะไรเงี้ย ซึ่งมันจะแปลกนิดนึงแต่ว่ามันไม่มีอะไร ผมว่าเขาอาจจะหลอกคุณอยู่ก็ได้ หยิ่น : แบบว่าชีวิตมันเป็นความฝันหรือเปล่านะ รูปแบบแบบนี้หรือเพราะงั้นมันตรง Concept เลยตัวงานที่เขาเตรียมก็ฟีลไลฟ์กับผู้ชายมีลูกได้อะไรเงี้ย คือมันเป็นฝันมันเป็นยังไง มันดรีมมันเป็นอะไรเงี้ยวันนี้ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ก็มีเกมสำหรับ “หยิ่น - วอร์”เล่นกันด้วยชื่อเกมว่า “จุ๊ ๆ อย่าบอกใครฉันไม่ใช่หยิ่น วอร์” แล้วมาดูกันว่าคู่นี้ ใครจะทายได้บ้าง? (เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME) เดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย รายการได้เปิดโอกาสให้เหล่าแฟนคลับได้เข้ามาพูดคุยกับ “หยิ่น - วอร์” (เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME) สุดท้ายนี้ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “หยิ่น - วอร์” ที่มาร่วมพูดคุย สร้างความน่ารัก ความสุขให้กับรายการ และก่อนจะจบรายการกันไป ฝากติดตาม “YINWAR 1st Fan Meeting in Bangkok” วันที่ 7 ธันวาคมนี้ และซีรีส์ “Jack Joker ทำไมต้องเป็นเธอทุกที” สามารถรับชมได้ทางช่อง 3 HD ทุกวันจันทร์ เวลา 22.30 น. และรับชมย้อนหลังแบบเต็ม ๆ สามารถดูได้ที่ IQIYI ทุกวันจันทร์เวลา 23.00 น. ไปติดตามกันได้เลยสามารถเข้าไปรับชมกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

ต้อนรับ “กลัฟ คณาวุฒิ” ใน EFM FANDOM LIVE พร้อมรับรางวัล “มารยาทงามไหว้ตั้งแต่ยามไปจนถึงเจ้าของตึก” และพูดคุยถึงความยินดีในซิงเกิลใหม่ ‘Congratulations (ยินดีกับเธอ)’

27 มี.ค. 2024

ต้อนรับ “กลัฟ คณาวุฒิ” ใน EFM FANDOM LIVE พร้อมรับรางวัล “มารยาทงามไหว้ตั้งแต่ยามไปจนถึงเจ้าของตึก” และพูดคุยถึงความยินดีในซิงเกิลใหม่ ‘Congratulations (ยินดีกับเธอ)’

รายการ EFM FANDOM LIVE [21 มีนาคม 2567] คืนนี้เปิดสตูต้อนรับ “กลัฟ คณาวุฒิ” กับซิงเกิลใหม่ล่าสุด ‘Congratulations (ยินดีกับเธอ)’ พร้อมอัปเดตพูดคุยกับ 2 สาว “ดีเจแนน” และ “ดีเจดาด้า”ในช่วงแรกของรายการเป็นการคัดเลือกชื่อ FANDOM AWARDS จากที่แฟน ๆ เสนอและเปิดให้โหวต1. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “นิ่งเป็นหลับ ขยับหาที่นอน” แนวคิดที่ 1 : แนวคิดมาจากเรื่องนอนไว้ใจน้องกลัฟ เป็นคนนอนอร่อย นอนเก่ง นอนเผื่อคนอื่น เป็นคนทุ่มเทจริงจังกับการนอนเมื่อถึงเวลานอน แนวคิดที่ 2 : น้องเป็นเด็กนอนเก่ง หลับง่าย ง่วงตรงไหน มีโอกาสนอนได้นอน แต่ก็ดีแล้วเพราะช่วงนี้สิ่งที่อยากให้น้องกลัฟทำมากที่สุดตอนนี้คือนอนเยอะๆ เพราะงานน้องแน่นมากก !!! เป็นห่วงสุขภาพหนูมากๆ พักผ่อนเยอะๆน้า แนวคิดที่ 3 : แฟนคลับน้องกลัฟรู้ กลัฟรู้ ไม่ว่าบทสัมภาษณ์จะถามเวลาว่าง งานอดิเรกของกลัฟคืออะไร เวลาว่างจากทำงานกลัฟจะทำอะไร เวลาว่างจากในกองทำอะไร กิจกรรมที่ชอบทำคืออะไร กลัฟจะตอบว่า "นอน" จบ2. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “ศิลปินพลังบวก” อยากให้กลัฟได้รางวัลนี้ เพราะทุกครั้งที่เห็นกลัฟทำงาน เห็นกลัฟแสดงละคร ซีรีส์ หรือแม้กระทั้งร้องเพลง น้องจะมีความตั้งใจอย่างเห็นได้ชัด ทั้งคำบอกเล่าจากเพื่อนๆ ศิลปิน นักแสดง และผู้ใหญ่ในวงการบันเทิง ที่เคยร่วมงานกับน้อง มักจะบอกเสมอว่าน้องน่ารัก ตั้งใจ และทุ่มเทอยู่เสมอ ทุกครั้งที่กลัฟเจอพี่ๆแฟนคลับ น้องจะพยายามหาเวลาให้พวกพี่ๆ คอยหาเวลามาพบกันเสมอ โดยภาพรวมกลัฟเป็นคนที่ใส่ใจในทุกสิ่งที่กำลังทำ มองโลกในแง่ดี มองโลกในแง่บวก ลองผิดลองถูก พยายามปรับตัวเองให้ดีพร้อมอยู่ตลอดเวลา อยากให้กลัฟได้รู้ว่า ทุกครั้งที่มองกลัฟ น้องเป็นเหมือนกำลังใจของพวกพี่ๆ น้องเป็นพลังที่ดีคอยปลอบประโลมใจ ยามท้อยามเหนื่อยก็มักจะมองมาที่น้องบ่อยๆ น้องเป็นแบบอย่างของคนที่ตั้งใจ มองโลกในแง่ดี พร้อมแก้ไขปรับปรุงตัวอยู่เสมอ เป็นคนที่เสมอต้นเสมอปลาย อยากให้น้องรักษาความดีนี้ไว้ และเป็นคนดีของพี่ๆ น้องๆ แฟนคลับ หากน้องเหนื่อย ท้อใจเมื่อไหร่ ก็ยากให้รู้ว่ายังมีแฟนคลับทุกๆคน ที่คอยเป็นกำลังใจ พร้อมสู้ไปด้วยกันอยู่เสมอ สุดท้ายนี้ก็อยากมอบรางวัลให้กับกลัฟ ผู้ที่เป็นทั้งความรัก ความสดใส และเป็น"พลังบวก"ให้กับพวกเราเสมอ. รักตลอดไป GROW AS WE GO3. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “แก้วตาดวงใจของด้อม” น้องกลัฟคือแก้วตาดวงใจของทุกคนในด้อม ที่แม่ๆฟูมฟัก ดูแล เอาใจใส่ เฝ้ามองการเติบโตในทุกๆก้าวเดินของน้องในวงการบันเทิง น้องอาจจะไม่ได้เป็นคนที่เก่งที่สุดแต่น้องก็ตั้งใจในงานและโอกาสที่ผ่านเข้า4. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “มารยาทงามไหว้ตั้งแต่ยามไปจนถึงเจ้าของตึก” แนวคิดที่ 1 : จะเห็นมาตลอดสำหรับกลัฟ ความอ่อนน้อมถ่อมตน การมีสัมมาคารวะ ไม่ว่าจะไปออกงานหรือออกกองละคร น้องจะไหว้ตั้งแต่มาถึงงาน จนเลิกงานน้องไหว้ทุกคนจริงๆค่ะ รางวัลเหมาะกับน้องค่ะ แนวคิดที่ 2 : รักในความนอบน้อมของพี่กลัฟ ไม่ว่าจะไปที่ไหน ทั้งไทยและต่างประเทศ พี่กลัฟจะทักทายด้วยการสวัสดีเสมอ ทุกภาพสื่อที่ออกมา จะเห็นได้เลยว่า พี่กลัฟไหว้ทุกๆ คนด้วยความนอบน้อมเสมอ พร้อมกับรอยยิ้มที่จริงใจ การไหว้ คือวัฒนธรรมของไทยที่งดงาม แนวคิดที่ 3 : ภาพชินตาเสมอ น้องกลัฟกับความนอบน้อม ถ่อมตน การพนมมือไหว้ทุกคน ไปทุกประเทศเป็นฑูตวัฒนธรรมตัวน้อยของแม่ มารยาทงาม งามอย่างไทย เอารางวัลไปเลยค่ะ5. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “Inspirational Artist (ศิลปินสร้างแรงบันดาลใจ)” He is a determined and hardworking. He fight to cross his limit to proof the world that he can do anything with determination. He used to be criticized for not good in singing, but he has proven that he can sing beautifully and now he already released some singles. He is always willing to learn and improve. Never talk bad about other people. He accepts criticism with open mind. He is also an inspiration for his fans and all people for being respectful and humble to anyone, generous and charitable, loving his family very much. (เป็นคนมุ่งมั่นและขยัน เขาต่อสู้เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดเพื่อพิสูจน์ให้โลกรู้ว่าเขาสามารถทำทุกอย่างด้วยความมุ่งมั่น เคยโดนวิจารณ์ว่าร้องเพลงไม่เก่งแต่ได้พิสูจน์แล้วว่าร้องได้ไพเราะและตอนนี้ก็ปล่อยซิงเกิลออกมาบ้างแล้ว เขาเต็มใจที่จะเรียนรู้และพร้อมปรับปรุงอยู่เสมอ ไม่ว่าร้ายเกี่ยวกับคนอื่น เขายอมรับคำวิจารณ์ด้วยใจที่เปิดกว้าง อีกทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจให้แฟน ๆ และทุกๆคน เรื่องการเป็นที่เคารพและความถ่อมตน มีน้ำใจและรักครอบครัวของเขามาก)ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย! เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ เราจะมาพูดคุยกับ “กลัฟ คณาวุฒิ”รางวัล “มารยาทงามไหว้ตั้งแต่ยามไปจนถึงเจ้าของตึก”ความรู้สึกที่มีต่อชื่อรางวัลนี้ ขอบคุณมากครับผม เอาจริง ๆ ไม่คิดว่าการไหว้จะกลายมาเป็นรางวัลให้ตัวเอง ผมว่าการไหว้ก็เป็นสิ่งที่ทุกคนน่าจะมีติดตัวไว้ มันแสดงถึงความอ่อนน้อม มีสัมมาคารวะการไหว้มีความสำคัญกับกลัฟมาก การไหว้เป็นการแสดงถึงความมีมารยาท ความอ่อนน้อมถ่อมตน ด้วยความที่ผมยังเป็นเด็กเจอผู้ใหญ่ หรือเจอใคร ต่อให้เขาไม่ได้มีผลกับชีวิตเรา แค่เราไหว้ก็สามารถส่งต่อความใจฟู อย่างตัวผมเองถ้าสมมติเจอเด็กคนหนึ่ง อาจจะเป็นรุ่นน้อง ไม่ต้องเดินเข้ามาไหว้หรอก ขอแค่มีจิตใจแบบว่า “พี่กลัฟ สวัสดีครับ” ก็กลายเป็นเด็กน่ารักขึ้นมาทันที“แก้วตาดวงใจของด้อม” กลัฟกี่ขวบ ในสายตาของแฟน ๆ ถ้าถามตัวผมเอง คงตอบว่า 26 ปี แต่แฟนคลับก็บอก 2 ขวบ 6 เดือนบ้าง 3 ขวบบ้าง เอาจริง ๆ เป็นอะไรที่น่ารักเหมือนกัน การที่มีผู้ใหญ่เอ็นดู ขอบคุณทุกคนมาก ๆ เพราะเอาจริง ๆ ก็ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่ง ผมจะมีแม่เยอะขนาดนี้“กลัฟของขลัง” ให้เลขแล้วถูก มันฟลุ๊คมากกว่า มันฟลุ๊คและถูกบ่อย อย่างเคสล่าสุดเห็นพี่ ๆ แฟนคลับใน X แคปมา งวดล่าสุดสองตัวออก 78 เหตุการณ์คือผมมีไฟลท์บินไปเกาหลี ผมก็ถ่ายแค่หน้าจอ ซึ่งบนหน้าจอติดเลข 7809 แล้วก็ไปประจวบอีกว่าในอินสตาแกรมผม ติดตามคนทั้งหมด 780 คน และอีกอย่างคือละครที่ผมเล่นก็จะมีรถประจำตัว เลขทะเบียนรถลงท้ายด้วย 78 แล้วมันก็จะไปฟลุ๊ครอยอื่น เป็นฟิลแบบตอนรวมพล แฟนคลับก็จะตะโกนขอเลขหน่อย ขอหวยหน่อย ผมก็บังเอิญเจอเลขตามป้าย ผมก็ชี้ ๆ ไป กลายเป็นว่าถูกประมาณ 3-4 ครั้งสงกรานต์เดือนหน้าหยุดเล่นน้ำ เพราะร่างกายเราก็สำคัญมาก ๆ ในการทำงาน ในการใช้ชีวิตต่าง ๆ ถ้ามันหนักมากเกินไปมันก็อาจจะไม่แฮปปี้ ก็มีแพลนที่คุยกับเพื่อนว่าอาจจะไปต่างประเทศหลากหลายบทบาทในวงการบันเทิงของกลัฟ นักแสดง ศิลปิน นักร้อง แรปเปอร์ นายแบบ แต่ก็มีบทบาทที่เคยได้ลองทำคือ ผู้ประกาศข่าวกีฬาตอนฝึกงาน เอาจริง ๆ ผมชอบกีฬา ชอบเตะบอล และชอบติดอตามข่าวสารเกี่ยวกับฟุตบอลอยู่แล้ว พอตอนปี 4 ก็ได้มีโอกาสไปฝึก พี่ ๆ ก็ให้ลงมือทำเลยแบบจัดรายการ ก็จะมีพี่ ๆ เขาจัดประจำนั่งพูดคุยด้วย มีวิเคราะห์กีฬา อ่านข่าวกีฬาตอนเด็ก ๆ กลัฟเป็นนักฟุตบอล เคยมีโอกาสได้ไปลองเกือบจะจริงจัง ตอนนั้นเป็นฟุตบอลระดับนักเรียน ผมเข้าเรียนที่โรงเรียนสวนกุหลาบ ผมก็ลองไปคัดดูสรุปก็ได้ติดทีม ซ้อมได้ประมาณครึ่งปี ผมว่าหนักเกินไปสำหรับเรา ต้องเรียนไปด้วย เลิกเรียนก็ซ้อมจนถึง 2 ทุ่ม ซึ่งบ้านผมอยู่พระราม 2 กว่าจะกลับถึงบ้าน ผมก็เลยรู้สึกว่า เก็บฟุตบอลไว้เป็นงานอดิเรกของเรา แล้วให้คนอื่นที่เขาพร้อมลุยดีกว่าเนื้อหาเพลง “Congratulations (ยินดีกับเธอ)” มันช่างเจ็บปวด เพลงนี้เป็นหนึ่งในประสบการณ์ตรง ที่อยากจะมาแชร์ให้พี่ ๆ แฟนคลับได้ฟังกัน ผมรู้สึกว่าเพลงอกหัก ทุกคนน่าจะเคยเจอมา และทุกคนก็สามารถย่อยได้ประสบการณ์ตรง ตอนมัธยมกลัฟออกหักบ่อย ก็มีทั้งแบบชอบไม่ได้บอก โดนเทก็มี ทิ้งไปคบกับเพื่อนก็มี แรก ๆ ก็มองหน้าเพื่อนไม่ติด ด้วยความที่เราอาจจะยังเด็กด้วย ตอนนั้นก็ไม่ได้เข้าใจบริบทอะไรมาก แต่สุดท้ายก็กลายเป็นว่าเราเข้าใจ ด้วยความที่โรงเรียนสวนกุหลาบก็ถูกปลูกฝังเรื่องเพื่อน เรื่องอะไรค่อนข้างเยอะ ก็เลยรู้สึกว่าช่างเถอะ ทุกวันนี้ก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่เพลงนี้ได้ร่วมงานกับ “The Toys ” ในหลาย ๆ ท่อนพี่เขาเป็นคนดีไซน์มาแล้ว อยากให้ร้องแบบนี้ เช่น ท่อนใส่สูทผูกไท้ จะเป็นพรีฮุก อยากให้ร้องเป็นเมโลดี้แบบนี้ พี่เขาก็จะบอกให้พยายามร้องให้พี่หน่อย ก็ยาก เพราะมันเป็นลายเซ็นของพี่ The Toys ค่อนข้างชัดมาก ๆ ทั้งท่อนแรป ท่อนร้อง ถ้าพูดตรง ๆ ผมก็ไม่ได้มีศักยภาพเยอะเท่าพี่ทอย แต่ก็ดีที่พี่ทอยก็ช่วยปรับ ๆ บางส่วนของเพลงที่มันเกิน ก็ช่วยปรับให้มันเข้ากับสไตล์เรากลัฟแต่งแรปเอง ขอสัก 1 ท่อน ซิงเกิลที่ผ่านมาก็มีบางพาร์ทที่ผมเขียนเอง ก็มีในสต็อกค่อนข้างเยอะที่จดลงในโทรศัพท์ เก็บเอาไว้นะโมเม้นนั้น เรารู้สึกทัชกับประโยคนี้เราก้เอามาใส่ ตอนนั้นเป็นฟิลอกหัก ก็จะเขียนว่า ~ตอนนี้คุณ Sunlight แต่ว่าผมนั่น Sunset…นางเอก MV เป็นแวมไพร์ ผมคุยกับพี่เน็ท ที่เป็นผู้กำกับ MV ผมว่า “พี่ครับ MV อกหักมีโคตรเยอะในไทย รักกัน เลิกกัน ร้องไห้ แล้วก็จากกันไป ผมอยากได้แบบแฟนตาซีนิดหนึ่ง” ไม่เหมือนคนอื่น เหมือนช่วงนั้นพี่เน็ทเขาไปดูหนังเรื่อง The Addams Family มา ถ้าเราเล่าในมุมที่มันเป็น Monster เป็นความรักระหว่างหมอผีกับ Monster ซึ่งมันไม่มีทางจะเป็นไปได้อยู่แล้ว เหมือนจะไล่ล่ากันด้วยซ้ำ แต่กลายเป็นว่าเขาทำสตอรี่ให้เราไปตกหลุมรักผี อะไรแบบนี้ มันก็จะกลายเป็นความรักที่เป็นไปไม่ได้ระยะเวลาในการถ่ายทำ MV เพลง “Congratulations (ยินดีกับเธอ)” ถ่ายวันหนึ่ง แต่เป็นวันหนึ่งที่ถ่ายตั้งแต่ประมาณ 10 โมง ไปจนถึง ตี 3วันนี้ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ก็มีเกมสำหรับ “กลัฟ คณาวุฒิ”” เล่นกันด้วยกับเกมที่มีชื่อว่า ‘คุณกลัฟขอเลี้ยงลูก’ สนุกสนานกันแน่นอน (เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)เดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย รายการได้เปิดโอกาสให้เหล่าแฟนคลับ ได้โทรเข้ามาพูดคุยกับ “กลัฟ คณาวุฒิ” ขอบคุณที่น้องกลัฟเป็นความสุขให้ทุก ๆ คนอยู่เสมอ และทุกครั้งที่เจอกลัฟ เหมือนการชาร์จพลังความสุข มีแต่พลังบวกทุกครั้ง ช่วงนี้น้องกลัฟทำงานหนัก ก็รู้ว่าเหนื่อย บางงานก็อาจจะไม่ได้เป็นสิ่งที่หวัง อาจจะมีท้อบ้าง เหนื่อยบ้าง แต่ก็อยากให้กลัฟหันมารับพลังจากพวกเรา ซึ่งพวกเราได้รับพลังบวกจากกลัฟเสมอ พวกเราก็อยากให้กลัฟมารับพลังบวกจากพวกเราไป แล้วพวกเราก็ก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยกัน ไปให้ไกลที่สุด ให้พี่กลัฟสู้ ๆ ตั้งใจทำงาน หนูค่อยเป็นกำลังให้ งานบอลหนูก็จะไปกรี๊ดให้สุดเสียง ไปเป็นกำลังใจให้พี่กลัฟ อยากให้กำลังในน้องกลัฟ เรื่องละคร ละออจันทร์ น้องดีไซน์ตัวละครของ หม่อมหลวงภูธเนศ จุฑาเทพได้แบบดีมาก ๆ เลย ตามฉบับของตัวน้องกลัฟเอง พอดูแล้วก็รู้สึกว่าเขาหลุดออกมาจากในนิยาย การแสดงของน้องกลัฟแบบดี ขอบคุณน้องกลัฟด้วยที่ไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเองเลย น้อมรับทุกความติชม ก็อยากเป็นกำลังให้น้องในส่วนนี้ “กลัฟ คณาวุฒิ” ขอบคุณสำหรับรางวัล “มารยาทงามไหว้ตั้งแต่ยามไปจนถึงเจ้าของตึก” เป็นเกียรติมากสำหรับ รางวัล “มารยาทงามไหว้ตั้งแต่ยามไปจนถึงเจ้าของตึก” รู้สึกว่ารางวัลนี้เป็นรางวัลที่ผมไฝ่ฝันมานาน รู้สึกว่ามันคอมพรีสแล้ว ชีวตินี้ผมไม่ต้องทำอะไรแล้ว ผมสามารถตายตายหลับได้เลย 555 สุดท้ายนี้ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “กลัฟ คณาวุฒิ” ที่มาร่วมพูดคุย สร้างความน่ารัก ความสุขให้กับรายการ และก่อนจะจบรายการกันไป ฝากติดตามเพลง “Congratulations (ยินดีกับเธอ)” สามารถรับชมได้ทาง YouTube : gulfkanawut หรือสตรีมมิ่งทุกแพลตฟอร์ม ไปติดตามกันได้เลยสามารถเข้าไปรับชมกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

album
efm
-

-