“ซันนี่ เกวลิน” ศิลปินลูกครึ่งไทย-จีน กับการกลับมาไทยในรอบ 3 ปี พร้อมเจาะลึก ‘ตัวตนไหนที่ใช่เธอ?’

EFM FANDOM RECAP

“ซันนี่ เกวลิน” ศิลปินลูกครึ่งไทย-จีน กับการกลับมาไทยในรอบ 3 ปี พร้อมเจาะลึก ‘ตัวตนไหนที่ใช่เธอ?’

17 มี.ค. 2023

         ในวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา รายการ EFM Fandom live ได้แขกรับเชิญสุดพิเศษที่อิมพอร์ตมาจากเมืองจีน! เป็นการกลับไทยในรอบ 3 ปีของ “ซันนี่ เกวลิน บุญศรัทธา” นักร้องชาวไทยเชื้อสายจีน มาพูดคุยกันในรายการ โดยเธอเป็นอดีตสมาชิกของเกิร์ลกรุ๊ปจีนที่ชื่อว่า “ร็อกเก็ตเกิร์ลส์ 101” หลังจากจบอันดับที่ 8 ของรอบชิงชนะเลิศในรายการ “พรอดิวซ์ 101” ต่อมาเธอได้มีเพลงเดี่ยวเพลงแรกของเธอที่ชื่อว่า "Don't Cry" อีกด้วย

     และไม่เพียงเท่านั้นที่ไทยเองก็ยังมีแฟนคลับตัวตึงที่ตั้งหน้าตั้งตารอการกลับมาของซันนี่อยู่เสมอ จะเป็นใครไปไม่ได้เลยถ้าไม่ใช่ “คุณฝ้าย” แอดมินจากเพจเฟสบุ๊ค “Sunnee fc thailand” 

         โดยคุณฝ้ายเล่าว่าชื่อด้อมของซันนี่นั้นชื่อว่า “太阳星 ไท่ หยาง ซิง” หรือ Sun Star (ไท่หยาง แปลว่า พระอาทิตย์ ซิง แปลว่า ดาว) มันเกิดจากการที่เวลาซันนี่แนะนำตัว เธอมักจะแนะนำตัวว่า ”สวัสดีค่ะฉันชื่อซันนี่เป็นพระอาทิตย์ดวงโตของทุกคน”

      ภายในด้อมแฟนคลับก็เลยโหวตกันว่า อยากให้มีชื่อด้อมคล้องกับที่ซันนี่แนะนำตัว และยังพูดคุยถึงฉายาประจำตัวของซันนี่ อย่าง บอสหยาง, น้องฉิง , น้องนี มาเริ่มกันที่ “บอสหยาง” เกิดจากการที่พี่ๆ ทีมงานชอบเรียกน้องว่าบอสหยาง จนสุดท้ายน้องก็เลยนำมาตั้งเป็นชื่อสตูดิโอที่ทำงานที่จีน

        ต่อมาคือน้องฉิง หรือ “ฉิง เอ๋อ เม่เม๋” ฉิงมาจากชื่อจีน แปลว่า มีแดดออก สดใส เอ๋อ เป็นภาษาจีนที่เติมเข้าไปเพื่อให้คำมันดูน่ารัก เม่เม๋ แปลว่า น้องสาว ส่วน ”น้องนี” คือมาจากชื่อเล่นจริงๆ ของน้อง และบริษัทเห็นว่าน้องบุคลิกสดใส เลยตั้งสเตจเนมว่า Sunny แต่เปลี่ยนข้างหลังเป็น nee แทน

        และแฟนคลับของน้องไม่ได้มีแค่ที่จีนเท่านั้น มีทั้งประเทศไทย, สิงคโปร์, ฮ่องกง, มาเลเซีย เป็นประเทศที่ใช้ภาษาจีนเป็นหลัก รวมไปถึง ตอนที่มีคอนเสิร์ตที่จีนก็มีแฟนคลับจากประเทศญี่ปุ่นด้วย แฟนคลับเยอะขนาดนี้ แน่นอนว่าผลงานของน้องก็เยอะมากๆ เช่นกัน ซึ่งน้องมีผลงานที่โดดเด่นที่สุดเลยคืออัลบั้มแรกที่วางขายในจีน เป็นอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด ชื่ออัลบั้มว่า "How's The Weather Today?" (ฮาวส์ เดอะ เวทเธอร์ ทูเดย์) ซึ่งชื่ออัลบั้มนี้มาจากแฟนเพจใน Facebook ที่ตามถ่ายรูปให้ซันนี่ ตั้งแต่สมัยที่น้องอยู่ไต้หวัน-ไทเป ซึ่งอัลบั้มนี้ขายดีมากกว่า 11,000,000 หยวน (ประมาณ 55 ล้านบาท) ซึ่งก่อนหน้านั้นมีระยะเวลาที่พรีเซลล์ซึ่งขายได้ 10,000,000 ก่อนเปิดขายจริง โดยยอดเป็นอันดับที่ 72 ของอัลบั้มที่ขายดีตลอดกาลในจีน และมีผู้ติดตามน้องใน ”เหว่ยป๋อ” 22.1 ล้านคน

     และสาเหตุที่น้องมีแฟนคลับมากมายที่คอยสนับสนุนขนาดนี่คงจะหนีไม่พ้นอุปนิสัยของน้องเวลาสื่อสารหรือเจอแฟนคลับ น้องจะชอบเป็นคนที่ขี้แกล้งขี้หยอก เสมอ โดยคุณฝ้ายได้ยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่น้องไปออกรายการจีนชื่อรายการว่า “Roast” (แปลว่า เผา) ซึ่งเป็นรายการแรกๆ เลยหลังจากที่เดบิวต์เป็นวงร็อกเก็ตเกิลส์ ไปกับเพื่อนสมาชิกอีกคนหนึ่งในวง และ concept ของรายการคือให้ดาราศิลปินมาเผากัน แหย่เล่นกันเอง ซึ่งน้องเองก็โดนแซวว่า เนี่ยอ่านภาษาจีนยังอ่านไม่ออกเลยนะ ซันนี่ก็เลยแซวกลับไปว่าฉันเป็นคนไทยนะ เธอก็ยังอ่านภาษาไทยไม่ออกเลยใช่มั้ยล่ะ โดยยกประโยคที่ว่า “ยายกินลำไยน้ำลายยายไหลย้อย” ให้เพื่อนฟัง พร้อมกับตบท้ายด้วยประโยคท้าทายว่า “คุณเข้าใจไหมล่ะ” อือหือแสบใช่ย่อยเลยล่ะ 

       และเมื่อน้องได้เข้าวงการตั้งแต่อยู่ที่ไต้หวันจนถึงปัจจุบันรวม 10 กว่าปี ตั้งแต่อายุ 15-16 พอน้องกลับมาที่ไทยแฟนคลับก็ไปรอรับที่สนามบิน ซึ่งในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา คุณฝ้ายเองก็มีการ โปรโมทหนักมากทั้งช่องทางโซเชียลมีเดีย จนน้องมีแฟนคลับเพิ่มมากขึ้น ทำให้แฟนคลับที่ไปรับที่สนามบินตอนนี้มีประมาณ 100 กว่าคนจากวันแรกที่เดบิวต์ rockets girls มีแค่ 30-40 คนเท่านั้น

ซึ่งแน่นอนว่ามีคลิปคลิปหนึ่งที่เป็นไวรัลที่สามารถตกแฟนคลับเข้าด้อมเพิ่มได้ นั่นก็คือคลิปที่น้องร้องเพลง”โต๊ะริม ของนน ธนนท์” โดยที่ไทยชาวโซเชียลก็ได้แสดงความคิดเห็นว่า ”ทำไมคนจีนคนนี้ร้องเพลงไทยเพราะจัง” และคนจีนเองก็งงว่า “คนนี้เป็นคนไทยหรอ? ทำไมร้องเพลงไทยชัดจัง” 

        และมีเรื่องน่ารักอย่างแรกของน้องเลยก็คือแฟนคลับมักจะแซวน้องในแพลตฟอร์ม TikTok ว่า “นี่แอคจริงหรือ แอคหลุม” เพราะ TikTok ของน้องเพิ่งเปิดใช้ได้ไม่นาน น้องเองก็ไม่ค่อยได้ลงรูปหรืออัพเดตอะไร ซึ่งคนติดตามใน TikTok ประมาณ 8,000 คน แต่คนติดตามในเพจเฟสบุ๊คแฟนคลับประมาณ 160,000 คน เลยถูกแซวตามประโยคข้างต้น ซึ่งสามารถไปติดตาม TikTok ของน้อง @sunnee_kewalin ให้กลายเป็นแอคจริงได้สักที

         เรื่องน่ารักต่อมาคือ แรงผลักดันที่ทำให้น้องมีความตั้งใจที่จะโด่งดังให้ได้ ส่วนหนึ่งมาจากป้าข้างบ้านเพราะสมัยที่น้องเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ชอบทักว่าทำไมถึงไม่เรียนให้จบ  น้องเองก็ไม่อยากหน้าแตกจึงเกิดเป็นพลังไฟในครั้งนั้นที่นำพาน้องจนประสบความสำเร็จ

        เรื่องน่ารักอย่างสุดท้ายคือน้องเคยมาร์คหน้าไปซื้อกาแฟ จนล่าสุดมีพนักงานที่ร้านมาคอมเม้นต์ใน TikTok ของแฟนคลับว่า “จำน้องได้ว่าน้องมาร์คหน้ามาซื้อของตลอด” ไม่เพียงแต่มาส์กหน้าออกไปซื้อของเท่านั้น เวลาน้องออกไปเที่ยว น้องก็แทบจะไม่แต่งหน้าเลย จนถึงขนาดที่ว่าแฟนคลับคิดว่าน้องไม่มีเครื่องสำอางติดที่บ้านเลย นอกจากนี้น้องยังเคยให้สัมภาษณ์ด้วยว่า “ถ้าเราพึ่งการแต่งหน้าไปแล้วครั้งหนึ่ง ละพึ่งมันไปเรื่อยๆ มันอาจจะทำให้วันนึงเราจะไม่มีความสุขกับหน้าตัวเอง” 

          และขอย้อนกลับไปถึงเรื่องกาแฟที่น้องชอบซื้อดื่มประจำนั่นก็คือ “ไอซ์ อเมริกาโน่” มักจะถือติดมือตลอด ในส่วนของอาหาร น้องก็จะไม่ค่อยกินอาหารที่ยากๆ (ทั้งยากต่อการทำและยากต่อการกิน) จะกินของง่ายง่ายเช่น ผัดกะเพรา ข้าวเหนียวหมูปิ้ง บะหมี่หมูแดง 

      และนอกจากเรื่องอาหารเครื่องดื่มที่น้องชอบแล้วแล้ว ในตอนนี้ซันนี่เองก็กำลังให้ความสนใจกับการเที่ยวชมคอนเสิร์ตที่เมืองไทย เพราะต้องการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ว่าคอนเสิร์ตในไทยเป็นอย่างไร ศิลปินท่านอื่นๆ ในไทยมีวิธีการดึงความสนใจผู้ชมแบบไหน โดยซันนี่เองก็มี “พี่เบิร์ด ธงไชย” เป็นไอดอล รวมไปถึงศิลปินชายอีกคนที่เขาชอบมากๆ เลยก็คือ “ต่อ ธนภพ” และอยากร่วมงานกับศิลปินของเมืองไทยคนอื่นๆอีกด้วย เช่น โบกี้ ไลอ้อน, พีพี กฤษฏ์ และแฟนคลับเองก็อยากเห็นน้องได้ร่วมงานกับศิลปินเหล่านี้เช่นกัน เพราะอยากให้น้องมีความสุข

         ซึ่งก่อนหน้านี้ซันนี่เองก็ได้ร่วมงานกับศิลปินไทยไปแล้วกับเกิร์ลกรุ๊ปสัญชาติไทยอย่างวง “VYRA(ไวร่า) เพลงต๊ะต่อนยอน” นั่นเอง โดยเป้าหมายต่อไปที่น้องสนใจอยากจะทำคงหนีไม่พ้นการได้มีส่วนร่วมในการทำเพลงมากขึ้น อยากจะลองร้องเพลงสไตล์ใหม่ๆ หรือมีเวทีที่น้องจะได้ร้องเพลงต่อหน้าคนหลายๆ คนที่ตั้งใจมาฟังน้องร้องเพลง

         และสุดท้ายนี้คุณฝ้ายที่เป็นตัวแทนของแฟนคลับหลายๆ คนก็อยากจะฝากถึงแฟนคลับคนอื่นๆ ว่า “ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันมาตลอด ทุกๆ คนเป็นคนสำคัญที่ทำให้เรามาถึงจุดนี้ และฝ้ายเองก็คิดว่าคนในด้อมก็มีนิสัยเหมือนกันนั่นก็คือชอบของยาก ชอบความท้าทาย เลยทำให้เราหากันเจอ

และอยากฝากถึงซันนี่ว่า “อยากให้น้องมีความมั่นใจเยอะๆ เพราะน้องมีเสน่ห์ในตัวและมีความน่ารักในตัวที่รอให้คนมาเห็น ขอให้น้องเป็นตัวของตัวเอง น่ารักกับทุกคนแบบนี้ไปนานๆ  ขอให้ประสบความสำเร็จในทุกสิ่งที่ตั้งใจ ในเรื่องของหน้าที่การงานก็ขอให้มีผู้ใหญ่เอ็นดูน้องเยอะๆ ค่ะ” คุณฝ้ายกล่าว 

และก็มาถึงช่วงที่เราจะได้เจาะลึกถึงตัวตนของซันนี่กันแล้ว จากที่คุณฝ้ายเล่าว่าน้องมีหลายคาแรกเตอร์ ซึ่งคาแรกเตอร์แรกคือ”คาแรกเตอร์ซันนี่” จะเป็นลุคที่มีความเป็นบอส เซ็กซี่ๆ ส่วน”คาแรกเตอร์เกวลิน” จะเป็นลุคน่ารักขี้เล่น ซึ่งในรายการวันนี้ คุณฝ้ายและดีเจทั้งสองคนเองก็ไม่แน่ใจว่าน้องจะพกคาแรกเตอร์แบบไหนมา ไปติดตามกันได้เลย! 

 

‘เปิดโมเม้นท์สุดประทับใจกับการกลับมาประเทศไทยในรอบ 3 ปี’

 

อย่างที่บอกไปว่าช่วงโควิดที่ผ่านมา ซันนี่ ก็ไม่ได้กลับมาประเทศไทยนานมาก ถ้ารวมแล้วก็ระยะเวลากว่า3ปีแล้ว ดีเจดาวจึงเอ่ยแซวเรื่อง Vlog ของซันนี่ ที่ไปเห็นโมเม้นสุดน่ารักของคุณพ่อคุณแม่ไปรับและยังปลอกทุเรียนมาให้อีกด้วย

ซันนี่เองจึงตอบว่า ใช่แล้วค่ะ จริงๆ แล้วอยู่ที่จีนก็ได้ทานเหมือนกัน แต่ที่นู่นเขาจะเป็นแบบนิ่ม ส่วนเราเองจะชอบแบบกรอบมากกว่าค่ะ พอพูดถึงทุเรียนกรอบดีเจพี่แนนเลยเล่นมุขว่า แล้วแบบนี้ทำไมไม่ทานทุเรียนกรอบเอาล่ะคะ (หัวเราะ) ซันนี่จึงบอกว่า จริงๆ แล้วหนูทานได้แค่ทุเรียนจริงส่วนที่ผ่านกระบวนการอื่นหนูไม่ค่อยทานเลยค่ะ ดีเจแนนและดีเจดาวก็ต่างเซอร์ไพรส์ จึงแซวซันนี่บอกว่า ต้องลองซักครั้ง อย่างทุเรียนทอดก็ถือเป็นมรดกโลกเลยนะ ซันนี่ยิ้มขำพร้อมบอกว่า ได้เลย ไว้หนูจะลองดูค่ะ

พร้อมบอกเล่าความประทับใจที่เหล่าแฟนคลับต่างไปรอต้อนรับตนกลับไทยที่สนามบิน เพราะตนไม่คาดคิดว่าจะมีแฟนคลับที่ประเทศไทยมากขนาดนี้ จึงส่งผ่านคำขอบคุณแฟนคลับ Sunstar  太阳星 ทุกคนที่ผลักดันตนมาถึงจุดนี้และคอยซับพอร์ตเราอยู่เสมอ ทำให้ซันนี่เป็นที่รู้จักมากขึ้นอีกด้วย

 

‘ความฝันในวัยเด็ก สู่ ความสำเร็จในปัจจุบัน’

 

พอพูดมาถึงการเป็นศิลปินแล้ว ดีเจพี่ดาวก็เลยเอ่ยถามว่า เด็กหญิงซันนี่ในวัยเด็ก นอกเหนือจากความฝันหรือการเข้าสู่วงการบันเทิงแล้ว ซันนี่มีอาชีพอะไรอีกมั้ยที่อยากจะทำ ตัวซันนี่เองจึงตอบอย่างชัดเจนเลยว่า ไม่มีเลยค่ะ แต่ตอนเดบิวท์แรกๆ และเราหายไปประมาณ 3 ปี มันก็มีช่วงที่เราคิดเหมือนกันค่ะ ว่าการเป็นดารานักร้อง ก็คงไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ก็เลยเรียนการโรงแรมไว้ เผื่ออนาคตจะสามารถมีอาชีพรองรับเราไว้ด้วย

 

ซึ่งเราก็รู้กันอยู่แล้วว่าการไปเป็นศิลปินที่ต่างประเทศความยากลำบากอีกอย่างหนึ่งคือเรื่องภาษา แล้วตัวซันนี่เองพบปัญหาอะไรบ้างด้านนี้ ซันนี่จึงตอบว่าจริงๆ แล้ว ภาษาไม่ใช่อุปสรรคเท่าไหร่เลยค่ะ เพราะตอนอยู่ไทยเราเรียนภาษาจีนอยู่แล้วด้วย พอไปอยู่ได้ซักพักก็เริ่มพูดคุยได้ค่ะ แต่ตอนนี้ก็อาจจะยังไม่ถนัดการเขียนซักเท่าไหร่ ซึ่งเราก็ได้ใช้ภาษาจีนกับคุณพ่อมากขึ้นด้วยเพราะคุณพ่อเป็นคนจีนค่ะ จนหลังๆมาก็ไม่ได้ใช้ภาษาไทยกับคุณพ่อเลยค่ะ (หัวเราะ) มีใช้ภาษาไทยก็กับน้องชายเลยค่ะ เพราะเขาชอบโทรมาคุยด้วยบ่อยๆ ตอนอยู่ที่จีน แต่ว่าตอนคุยกันก็ไม่ค่อยใช้ภาษาสุภาพซักเท่าไหร่ค่ะ (หัวเราะ) ตอนกลับมาไทยก็เลยยังไม่ชิน รอบหลังเลยต้องให้น้องชายพยายามพูดภาษาสุภาพกับเรามากขึ้น ในอนาคตเผื่อเราจะต้องใช้ในการทำงาน ก็เลยจะกลัวดูไม่ดีซักเท่าไหร่ค่ะ

 

‘แพลนในอนาคตกับการกลับมาทำงานในประเทศไทย’

 

ซันนี่เองก็ได้กล่าวกับทางรายการว่า รู้สึกว่าปีนี้ถือเป็นปีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ของตนมากๆ จึงอยากที่จะไปในจุดที่ตน อาจจะยังไม่มีประสบการณ์มาก่อน ซึ่งประเทศไทยก็ถือว่าเป็นหนึ่งในนั้นที่เราสนใจ หรือในอนาคตเราก็อยากที่จะให้ทุกคนรู้จักเรามากขึ้น ก็เลยค่อยๆ ดูไป และยังคงหาโอกาสให้กับตัวเองเรื่อยๆเลยค่ะ

 

โมเมนต์สุดน่ารักของ ’ซันนี่’ กับศิลปินไทยที่ตนชื่นชอบ

 

- ตำนาน อุ้ย !! เฮ้ย !! ว๊ายย !!

เมื่อดีเจแนนเอ่ยแซวถึงดาราไทยที่ซันนี่ชื่นชอบอย่าง ‘ ต่อ ธนภพ ‘ ซันนี่ก็ถึงกับเสียอาการและตอบกลับมาว่า ถ้าตามสเปคจริงๆ ของหนูเลย ก็เป็นลุคคล้ายๆ พี่ต่อเลยค่ะ สูง ตาโต ดูสะอาดสะอ้าน จริงๆ เราชอบและชื่นชมผลงานการแสดงของเขามากกว่า เพราะเรารู้สึกว่าเขามีเสน่ห์ในแบบของเขาเวลาเล่นละครมากๆ เลยค่ะ 

ดีเจแนนจึงถามถึงล่าสุดที่ทาง ต่อ ธนภพ ได้มีการมาตอบคอมเมนท์ตนในไอจี เป็นอย่างไรบ้างกับความรู้สึกตอนนั้น ซันนี่จึงเล่าโมเมนต์นั้นให้ฟังว่า ตนพึ่งเห็นเมื่อเช้าตอนกำลังเช็คโทรศัพท์ แล้วพอเห็นปุ๊บรีแอคชั่นที่ออกมาก็อุทานเลยค่ะว่า

อุ้ย!! เฮ้ย!! ว๊ายย!! น้อย!” ซึ่งน้อยก็คือน้องเราเอง แล้วกว่าหนูจะตอบกลับเขาก็คือพิมพ์แล้วลบทิ้งหลายรอบมาก รอบแรกพิมพ์ว่า ‘ สวัสดีค่ะ หนูซันนี่นะคะ’  แล้วลบทิ้ง รอบสองก็พิมพ์ใหม่ ‘ พี่ต่อติดตามหนูหน่อยได้มั้ย’ แล้วก็ลบอีกค่ะ (หัวเราะ) แล้วก็พิมพ์อีกว่า ‘พี่ต่อ หนูซันนี่นะคะ’ จนสุดท้ายกว่าจะกดส่งก็กลายมาเป็น “ อุ้ย เฮ้ย ว๊ายย “ เนี่ยแหละค่ะ เพราะตรงกับความรู้สึกตอนนั้นเราดี (หัวเราะ) ซึ่งโมเมนต์การเล่าเรื่องของซันนี่ก็ทำให้สร้างเสียงหัวเราะให้พี่ดีเจทั้งสองไปตามๆกัน

 

- ศิลปินไทยคนไหนที่อยากร่วมงานด้วยที่สุด

เมื่อดีเจดาวถามซันนี่ถึงศิลปินที่ตนอยากร่วมงานด้วยในไทยคือใคร ตนก็ตอบกลับมาอย่างไวเลยว่า ‘พี่เบิร์ด ธงไชย’ ซึ่งคำถามนี้เวลาตนให้สัมภาษณ์ที่ไหนตนก็จะให้คำตอบเดิมเสมอ เพราะเราชื่นชอบมาก ตั้งแต่ตนเกิดมา 26 ปี ก็ยังไม่เคยเจอเลย และยังไม่มีโอกาสได้ไปคอนเสิร์ตด้วย เรารู้สึกว่าเพลงของพี่เบิร์ดหลายเพลงเวลาเราเฟล เราได้ฟังก็ทำให้รู้สึกดีไปด้วยค่ะ

พฤติกรรมแปลกที่คนอื่นไม่เคยรู้

คิดว่าพฤติกรรมของเราที่คนอื่นไม่น่าจะทำคืออะไร ซันนี่จึงตอบว่า จริงๆ ไม่รู้ว่าแปลกมั้ยนะคะ ไม่รู้คนอื่นเป็นมั้ย แต่เวลาที่เราไปพักโรงแรมสิ่งแรกที่มักจะดูก่อนก็คือ ห้องน้ำค่ะ เพราะส่วนตัวเราเป็นคนซีเรียสเรื่องห้องน้ำ เรื่องความสะอาดอะไรแบบนี้ รวมไปถึงเช็คพวกเสื้อคลุมอาบน้ำ และฝักบัวด้วยว่าสกปรกมั้ย ถ้าสกปรกก็จะเอาแอลกอฮอล์มาเช็ดเลย  ซึ่งคิดว่าแปลกตรงที่ก็ซีเรียสอยู่แค่ห้องน้ำนี่ล่ะค่ะ (หัวเราะ)  อีกอย่างเป็นพวกความรู้สึกซะมากกว่าค่ะ อย่างเวลาทำงานถ้าสตูดิโออะไรแบบนี้ ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับเรื่องลี้ลับหรือเซ้นท์มั้ย แต่ก็จะมีบางที่ที่รู้สึกอึดอันหรือเวียนหัวแต่พอทำงานเสร็จออกมาก็กลับมาปกติแบบนี้ก็มีค่ะ หรืออย่างพวกโรงแรมที่เราไปพัก ถ้าห้องไหนที่เราเข้าไปแล้วรู้สึกว่า มืด หรือหัวตื้อๆ อะไรแบบนี้ ก็จะย้ายโรงแรมเลยค่ะ

 

การ ’เปลี่ยนแปลง’ ที่ดีเพื่อ ’ความรัก’ และ ’แฟนคลับ’

หลังจากดีเจทั้งสองเอ่ยปากชมความชิล ความเป็นตัวของตัวเองของซันนี่ในรายการแล้ว ดีเจแนนก็เกิดคำถามว่า ทำไมซันนี่ถึงคิดว่าตัวเองเป็นคนไม่มั่นใจ ซันนี่จึงบอกว่า เมื่อก่อนตนเป็นคนไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองซักเท่าไหร่ ตนจึงพรีเซนท์ตัวเองในรูปแบบความสดใส และปล่อยเอเนอจี้ที่ดีออกมาให้คนที่เรารักดีกว่า และด้วยความเราอยู่และทำงานที่จีนด้วย ถ้าเรายังไม่มีความมั่นใจ หรือเซนซิทีฟกับปัญหาต่างๆ เราคิดว่า มันก็จะทำให้คนที่ชื่นชอบเราเขาก็รู้สึกดาวน์ไปด้วย หรือถ้าวันไหนเรารู้สึกสภาวะจิตใจเราไม่ค่อยดี เราก็จะบอกกับแฟนคลับตามตรงเลยค่ะ เพื่อที่จะกลับไปปรับตัวเองให้กลับมาเป็นซันนี่คนเดิมตามปกติค่ะ

 

       และนอกจากนี้น้องยังได้เปิดเผยความรู้สึกตอนที่ได้คุยกับแฟนคลับว่า “หนูรู้สึกเฟล ในเรื่องของหน้าที่การงานในปีที่แล้วมาก เพราะมีปัญหาหลายอย่าง และในปีนี้ที่กลับมาไทยคือกลับมา”ชาร์จแบต”(หมายถึง พักผ่อน เติมพลังกายพลังใจ) กลับมาหาความมั่นใจของตัวเองอีกรอบ จริงๆในใจก็รู้สึกกลัวมากที่มารายการในวันนี้ กลัวจะทำออกมาได้ไม่ดี ที่ต้องไลฟ์สดคุยกับทุกๆคน และต่อมาคือกลัวว่ายังจะมีคนชื่นชอบเราอยู่หรือเปล่า แต่พอมาเจอแฟนคลับในวันนี้ น้ำตาใหลเลย ทำให้พูดกับตัวเองว่าเราไม่ได้แย่ขนาดนั้น เรายังมีคนชื่นชอบเยอะอยู่นะ เลยอยากขอบคุณทุกคนมากๆ หนูเลยจะพยายามที่จะทำให้หนูและแฟนคลับได้เจอกันบ่อยๆ มากขึ้น”

 

และดีเจดาวก็ได้พูดเพื่อให้กำลังใจน้องด้วยว่า 

“มันเป็นเรื่องดีมากๆ เลยที่คนๆ หนึ่งสามารถเผยความรู้สึกของตัวเอง และเปิดเผยมุมที่อ่อนแอบางอย่างได้ พี่ดาวว่ามันต้องใช้ความกล้าเยอะมากๆ และพี่ก็นับถือตรงนั้นจริงๆ”

        สุดท้ายนี้ซันนี่เองก็ยังอยู่ในช่วงวางแผนการจัดแฟนมีตที่จะเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคมหากใครที่ต้องการพบปะน้องแบบพิเศษใส่ไข่ก็อย่าลืมติดตามข่าวสารจากน้องได้เลยน๊าา แล้วเจอกันสัปดาห์ถัดไปจ้า

ติดตามความน่ารักของซันนี่ย้อนหลัง

related EFM FANDOM RECAP

4 หนุ่ม DEXX มาป่วนชวนหัวเราะ! เสิร์ฟเสียงเคาะ CLANG CLANG กันใน EFM FANDOM LIVE พร้อมเม้าท์มอยสปอยซิงเกิลใหม่ ที่ทำเอา TheX ตื่นเต้น และเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ

17 ก.ย. 2025

4 หนุ่ม DEXX มาป่วนชวนหัวเราะ! เสิร์ฟเสียงเคาะ CLANG CLANG กันใน EFM FANDOM LIVE พร้อมเม้าท์มอยสปอยซิงเกิลใหม่ ที่ทำเอา TheX ตื่นเต้น และเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 11 กันยายน 2568 ] คืนนี้เขตอันตรายเปิดแล้ว! “DEXX” พร้อมพาทุกคนท่องโลกวัยเด็กซ์สุดมันส์ไปกับ 2 ดีเจคู่หู “ดีเจแนน” และ “ดีเจโซเซฟ”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 จดหมาย “EFM FANDOM LOVE LETTERS”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ ส่งความในใจที่อยากจะบอกกับศิลปินจดหมายฉบับที่ 1 ชื่อจดหมายว่า... Dexx คือพลังเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ สำหรับเรา DEXX เป็นเหมือนพลังเล็ก ๆ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ความตั้งใจของ DEXX เป็นแรงผลักดันที่ทำให้หัวใจเต็มไปด้วยกำลังใจ ถึงจะเป็นก้าวแรก แต่สิ่งที่ DEXX มอบให้คือแรงบันดาลใจและความสุขที่ยิ่งใหญ่ ขอบคุณที่ทำให้เรายิ้มได้ในทุกวัน ต่อให้เราจะเจอเรื่องแย่ ๆ แค่ได้เห็น DEXX ก็ทำให้เราแฮปปี้ไปทั้งวัน ขอบคุณที่เป็นทั้งนักแสดงและศิลปินที่มีคุณภาพมาก ๆ ได้ในเวลาเดียวกัน แกทำมันออกมาได้ดีมาก ภูมิใจที่สุดในโลกLetter #1: This letter is titled... DEXX is a small force with a big impact To us, DEXX feels like this amazing little powerhouse. DEXX's strong spirit gives us the encouragement we need. Even though it's just the beginning, what DEXX brings into our lives is a wonderful sense of inspiration and joy. We really appreciate how you make us smile every single day. No matter the challenges we face, just seeing DEXX brightens our mood all day long. Thank you for being both an incredible performer and a talented artist at the same time. You've done an outstanding job. I feel like the proudest person in the world.จดหมายฉบับที่ 2 ชื่อจดหมายว่า... หมวกของ DEXX กับด้ายวิเศษ ก่อนอื่นขอยินดีกับหมวกของบทบาทและหน้าที่อีก 1 ใบที่สร้างมาด้วยแพชชั่นของ DEXX ทุกคน ขอบคุณที่ไม่ละทิ้งความฝัน ความพยายามของตัวเอง อยากบอกว่าไม่ว่า DEXX จะเจอกับอุปสรรคอะไรมา หมวกใบนี้จะมีรอยแผลขนาดไหน ก็ยังมีกำลังใจของ TheX ที่เป็นเหมือนเข็มกับด้ายอยู่ตรงนี้ อุปกรณ์ที่ซ่อมแซมทำให้เห็นถึงคุณค่าสร้างความแข็งแกร่งใหม่ (จากรอยแผลที่เกิดขึ้น) ทำให้หมวกใบนี้มีความหมายและคุณค่ามากขึ้นกว่าเดิมLetter #2: This letter is titled... The enchanted string and cap of DEXX Firstly, congratulations on taking on another role and responsibility that reflects the dedication of everyone at DEXX. I truly appreciate your perseverance and commitment to your dreams. I want to emphasize that regardless of the challenges DEXX encounters, this role might bear its marks, but TheX's support is like a guiding thread, always present. The repaired challenges showcase their worth, transforming past scars into new strengths, making this role even more significant and treasured.จดหมายฉบับที่ 3 ชื่อจดหมายว่า... I DEXX U อยากบอกเด็ก DEXX ว่า ขอบคุณนะคะ ขอบคุณที่ตั้งใจทำตามความฝันของตัวเอง เห็นเสมอว่าทุกคนตั้งใจกับโปรเจคนี้มากๆ ขอบคุณที่พยายาม ขอบคุณที่มีความสุขกับการเป็น DEXX การที่มีโปรเจคนี้เกิดขึ้นทำให้ได้เห็นความสามารถของทุกคนและความตั้งใจของทุกคนเลย จับมือไปด้วยกันนะคะ ถึงจะมีอุปสรรคอะไรก็ขอให้ผ่านไปได้นะคะ คอยเป็นกำลังใจให้ทุกคนเสมอ รอฟังเพลงต่อไปแล้วนะคะ สุดท้าย I DEXX U นะคะLetter #3: This letter is titled... I DEXX UI just want to say a big thank you to all the DEXX kids. Your determination to chase your dreams is truly inspiring. I've watched everyone put in so much hard work on this project, and I really appreciate all your efforts. It's been wonderful to see how happy everyone is to be part of DEXX. This journey has allowed me to witness your talents and dedication firsthand. Let’s stick together and support one another, no matter the challenges we face. I’ll always be rooting for each of you, and I'm excited to hear your next song. And remember, I DEXX U.จดหมายฉบับที่ 4 ชื่อจดหมายว่า... เริ่มต้นการผจญภัยไปกับ DEXX ทุกคนเคยมีความสุขเพียงแค่การได้เห็นคนที่รักได้ทำความฝันของตัวเองสำเร็จไปอีกขั้นกันมั้ยคะ? DEXX ครับ! ยินดีและดีใจด้วยมาก ๆ เลยกับการเดบิวต์ ขอบคุณทุกคนที่ยังรักษาความฝันของตัวเองไว้อย่างดีจนทั้ง 6 คนได้มาเจอกัน การเปล่งประกายของ DEXX ทำให้คนมากมายมีแรงใช้ชีวิตในวันต่อไปนะ ดูแลสุขภาพกันด้วย ขอให้ทุกคนสนุกกับการทำงานในทุกวัน อย่าดื้อกับพวกพี่ทีมงานนะ!! วันไหนเหนื่อยก็มารับกำลังใจจาก TheX ได้เลยLetter #4: This letter is titled... Begin your journey with DEXX. Has anyone ever felt a rush of happiness just by watching their loved one reach new heights in their dreams? DEXX! I’m genuinely thrilled about your debut. A big thank you to everyone who stays committed to their dreams; it’s because of that dedication that the six of you came together. DEXX’s brilliance inspires many to keep going each day. Please remember to take care of yourselves. I hope everyone finds joy in their daily work. And don’t hesitate to lean on the team when you’re feeling worn out! Reach out for encouragement from TheX whenever you need it.จดหมายฉบับที่ 5 ชื่อจดหมายว่า... เด็กซ์วงนี้เติมมาอย่างดีเลยล่ะ ดีใจที่ได้มารู้จัก DEXX ภูมิใจกับตัวเองเยอะๆ ไม่ต้องห่วงหรือกังวลอะไรเลย ไม่ว่าทุกๆคนจะเลือกทำอะไร หรือ ต้องเจอกับวันที่อะไรไม่เป็นดั่งใจหวัง ยังมีพวกเราอยู่ตรงนี้เสมอ เต็มที่เลยนะ เดินไปให้สุดทางของความฝัน ก้าวไปให้ไกลที่สุด ความรักที่พวกเรามีให้ ไม่ได้ผูกไว้แค่วันที่พวกแกทำได้ดี แต่มันอยู่เพื่อโอบกอดในวันที่พวกแกอ่อนแอนะ รักมากๆนะLetter #5: This letter is titled... This DEXX is truly well-equipped I’m really happy to have gotten to know DEXX. Be proud of what you’ve accomplished. Don’t stress about anything. Whatever path you choose or if things don’t turn out as expected, we’ll always support you. Just put in your best effort. Chase your dreams as far as you can. Our love for you doesn’t only come from your successes; it’s there to lift you up during the tough times too. I love you deeply.Welcome to my game! เข้าสู่ช่วงที่สองของ EFM FANDOM LIVE พร้อมเปิดฉากความมันส์ต้อนรับ 4 หนุ่มพลังล้นจาก “DEXX” อย่างเป็นทางการกันค้าบบบ~ความฝันที่เป็นจริงของ DEXX เจมส์ : รู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้โชว์ครับ อย่างงานแรกวัน Showcase ตื่นเต้นมากจนนอนไม่หลับเลย พอได้ไปออกงานต่อ ๆ ไป ยิ่งเพิ่มความตื่นเต้นขึ้นอีก อยากเติมนู่นใส่นี่ในทุก Stage ที่เรามี และเชื่อว่าหลายคนน่าจะตื่นเต้นมากกว่านี้ เร็ว ๆ นี้ครับ อู๋ : เห้ย ยังไม่ให้บอกหนิ... ติวเตอร์ : เราจะมีซิงเกิล 2 รึเปล่า !? เจมส์ : ไม่ใช่ เพราะเราจะมีงานไง ติวเตอร์ : อ้าว พูดไปแล้วDEXX เท่ากับ ศูนย์รวมความดื้อ เจมส์ : เรารู้จักกันมานานมากก ก่อนจะเป็นโปรเจกซ์ DEXX ต่างคนต่างรู้วีรกรรมกัน เวลามารวมกัน ห้องซ้อมแตก กว่าจะจูนกันได้ก็สนุกดีครับ ติวเตอร์ : แต่ป๋อหลับห้องดำใกล้ “เจมส์” เจมส์ : ห้องดำคือ ห้องปรับทัศนคติครับ ใครผิดกฎ ใครดื้อ หลุด ๆ หน่อย ต้องกลับมาจูนละ อู๋ : ผมเข้าบ่อยกว่าบ้านอีก เจมส์ : ใครเข้าบ่อยสุดหรอ… เอ่อ… อู๋ : ผมกับพี่เจมส์น่าจะแชร์ ๆ กันอยู่ตั้งวงเม้าท์ “วีรกรรมสุดแปลก” เจมส์ : ผมขอเม้าท์ยิมละกัน ยิมจะเป็นคนที่ต้องเริ่มต้นงานด้วยเครื่องดื่มอะไรสักอย่าง ลึกถึงขนาดอันนี้คั่วกลาง หรือคั่วเข้ม เขาจะชอบกินคั่วอ่อน ยิม : ไม่ คือทุกวันนี้ผมกินกาแฟ 3-5 แก้ว ถ้าช่วงออกกองเช้า วิ่งหลายงาน ผมจะกินกาแฟคั่วอ่อนให้สดชื่น รู้สึกได้กินกาแฟที่ดี ยิม : แหม แต่คุณกินกาแฟส้มนะ ติวเตอร์ : เขากินมัทฉะเลมอน เจมส์ : ไม่ แต่ถ้าเป็นงานที่คนมาเยอะ ๆ เขาซื้ออะไรมา อันไหนกินได้ผมก็กิน เจมส์ : ส่วนอู๋อะ จะเป็นครูด้านความเบียว เจมส์ เตอร์ ยิมเคยเป็นนักแสดงมาก่อน ในบทบาทของนักแสดง เราจะกล้าเล่น กล้าแสดงสีหน้า แต่พอในบทบาทเวลาเราเต้นบนเวที เราจะไม่กล้าเล่น ไม่กล้าทำท่าแอ็คใส่เขา มันเขิน ๆ แต่ผมเห็นอู๋อะ โห สุดอะ ! ทำให้ผมมองความเบียว กับความแอ็คต่างกันไปเลย แบบมันต้องใช้ มันต้องทำนะ เขาไม่เขินใครเลย อู๋ : เขินอยู่ครับ ติวเตอร์ : เขาเป็นเสียงหัวเราะของวงเราด้วย เป็นคนที่ชอบแอบหัวเราะเอง มองอยู่ห่าง ๆ แล้วหัวเราะออกมา อู๋ : ผมชอบเห็นจังหวะที่ทุกคนไม่ได้เห็นกัน ซึ่งมันฮาเกิน ผมก็จะขำออกมาเลย พอสตาร์ทติดแล้ว มันเลยยาว หยุดไม่ได้ ยิม : แล้วป๋อจะเป็นคนที่เหมือนสมองเขาคิดอะไรอยู่สักอย่าง แต่ไม่พูดออกมา ต้องให้คนอื่นพูด อู๋ : ของผมน้องตี๋ละกัน อันนี้แค่ส่วนตัวของผมนะ เวลาอยู่ในห้องซ้อม เห็นหน้าอู๋ละจะขำ ติวเตอร์ : ใครดีอะ ป๋อละกัน ป๋อเป็นคนที่ตัวเล็กแต่กินเก่งมาก กินแล้วนอนได้เลย คาโต๊ะอาหาร มีคลิปนึงที่เราถ่ายเอาไว้ คลิปที่เราไปเดินสาย แล้วไปกินข้าวกัน ป๋อกินเยอะมาก ๆ กินเสร็จแล้วหลับไปเลย ทุกคนแกล้งเดินออกจากร้าน เขายังไม่ตื่นเลย เจมส์ : เขาไม่ตื่นเลย จนต้องบรีฟพี่พนักงานให้ช่วยไปปลุก‘CLANG CLANG’ ซิงเกิลเดบิวต์ ที่มาพร้อมจังหวะดนตรีสุดเก๋ และความมันส์แบบเกินต้าน เจมส์ : CLANG CLANG มันเป็นศัพท์ทางวัยรุ่นที่เขาชอบพูดกัน มันเป็นเสียงเหล็กกระทบกันครับ เป็นคำที่ฮายคิดขึ้นมาว่าอยากได้คำที่มันดูเท่ คูล ๆเลยเสนอคำว่า CLANG CLANG มา ติวเตอร์ : CLANG CLANG เป็นคำแรกที่คิดมาเลย อู๋ : ทำเสียงเป็นอีกโทนให้รู้สึกเท่ขึ้น แต่ละคนก็จะร้องในสไตล์ของตัวเอง เจมส์ : คำว่า CLANG CLANG ทุกคนจะได้พูด แล้วเขาก็จะเอาไปดราฟ เอาไปมิกซ์รวมกันเอง แต่ละคนก็จะมีคำว่า CLANG CLANG ในหัวที่ต่างกันสปอยเบา ๆ ไปกับซิงเกิลที่ 2 ยิม : เพลงที่เราไปอัดกันมา คือวนอยู่ในหัวผมทั้งคืน ทำนองเพลงทำให้นอนไม่หลับ 2 วัน เจมส์ : คือมันดีไหมเนี่ย ? ยิม : ดี! เสียงเพลงมันแมส ติดหู เจมส์ : ยังไม่ออน คุณบอกแมสแล้วหรอ !? ยิม : แค่เราฟังไงง แล้วก็ท่อนที่เราได้ร้อง มันมีท่อนที่เราชอบอยู่ เรารู้สึกว่าครั้งนี้ดูเป็นซิงเกิลที่เราร้องดูแปลกขึ้น เลยอยากให้รอฟังกัน เร็ว ๆ นี้นอกจากการพูดคุยสุดมันส์แล้ว ทางรายการ EFM FANDOM LIVEก็มีเกมมาให้ ‘DEXX’ เล่นกันด้วย ชื่อเกมว่า ‘ DEXX เอ๋ย DEXX ดี ต้องมีหน้าที่…’มาลุ้นกันว่าจะมีหน้าที่สุดป่วนอะไรกันบ้าง (เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)ส่งท้ายด้วยโมเมนต์สุดฟินให้ชาว TheXได้ให้หนุ่มๆ DEXX โทรหาแฟน ๆ เข้ามาพูดคุยกันแบบ Exclusive สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ DEXX มาก ๆ เลยที่มาร่วมพูดคุยและสร้างสีสัน ความแสบซนและเสน่ห์แบบเด็กซ์ ๆ ของพวกเขา รับรองว่าจะตกหัวใจแฟน ๆ เพิ่มขึ้นอีกแน่นอน และอย่าลืมไปฟัง “CLANG CLANG” ซิงเกิลเดบิวต์จาก DEXX ได้ทุกสตรีมมิ่งแพลตฟอร์ม พร้อมรับชม MV สุดเท่ได้ใน YouTube : DMD MUSIC แล้วเตรียมนับถอยหลังรอผลงานซิงเกิลที่ 2 ของพวกเขากันได้เร็ว ๆ นี้น้าสามารถเข้าไปรับชมความฟิน ความสนุกกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

แต่เราก็หากัน…จนเจอ “เกรท - อิน” นักแสดงจากซีรีส์ “วันดีวิทยา (Wandee GoodDay)” ความสัมพันธ์ที่กว่าจะมาบรรจบคู่กัน สมมงรางวัล “EFM FANDOM AWARDS” สาขา ‘วาสนาตึกฟ้าย่านอโศก’

19 มิ.ย. 2024

แต่เราก็หากัน…จนเจอ “เกรท - อิน” นักแสดงจากซีรีส์ “วันดีวิทยา (Wandee GoodDay)” ความสัมพันธ์ที่กว่าจะมาบรรจบคู่กัน สมมงรางวัล “EFM FANDOM AWARDS” สาขา ‘วาสนาตึกฟ้าย่านอโศก’

รายการ EFM FANDOM LIVE [6 มิถุนายน 2567] คืนนี้เปิดสตูต้อนรับความสนุกกับ 2 หนุ่มสุดฮอต “เกรท - อิน” พร้อมอัพเดตพูดคุยกับ 2 ดีเจสาวสุดสวย “ดีเจดาว และ ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการเป็นการคัดเลือกชื่อ EFM FANDOM AWARDS จากที่แฟน ๆ เสนอและเปิดให้โหวต1.ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “Right time right person couple” เกรท – อิน เป็นคู่ที่รู้จักกันมากกว่า 10 ปี ซึ่งทั้งคู่มีช่วงเวลาที่ต่างแยกย้ายกันไปเติบโต อยู่คนละสังกัด แต่สุดท้ายก็ได้กลับมาคู่กันในช่วงเวลาที่ใช่กับคนที่ใช่ เลยอยากให้รางวัลนี้กับเกรทอินค่ะ2.ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “คู่ฟิน 1 นาที ตีกัน 1 ชั่วโมง” น้องอินเป็นคนไทยพูดไปเรื่อย น้อยใจเก่ง แต่หายเอง แล้วก็ด้วยความที่ชอบพูดเวอร์ๆ ช็อตฟีลพี่เกรทบ่อยๆ พี่เกรทจากเป็นคนนิ่งๆขี้อาย แอบจะอินโทรเวิร์ตก็จะพูดเก่งขึ้น ตีกันไปมาฉ่ำ (เถียงกันกรุบ) เถียงกันไปนานสักพัก อยู่ๆก็รักกัน สกินชิปกันได้เฉย มุ้งมิ้งๆ กอดกัน จับมือกันโซสวีท และก็ตีกันต่อ555555555553.ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “วาสนาตึกฟ้าย่านอโศก” ใครจะไปรู้ว่าอยู่ๆจาก TU Sexy boy กับ CU Cute boy ยุคบุกเบิกผู้สร้างสีสันให้กับวงการงานบอลประเพณีจุฬา ธรรมศาสตร์ ผู้ที่เปิดเฟสบุ๊คก็เจอแต่หน้าพวกเขา สู่ยุคไปก่อร่างสร้างตัวในวงการบันเทิงของช่องมากสีและน้อยสี สุดท้ายใครจะรู้ว่าตัวท็อปอย่างพวกเขาจะวนมาเจอในตึกฟ้าย่านอโศก และได้มาเล่นซีรีส์คู่กัน ยิ่งวันเปิดตัวซีรีส์ถือเป็นปรากฏการณ์ขึ้นเทรน X แถมเคมีเคใจโคตรฟินเลย4.ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “แพ้เป็นพระ ชนะเถิดพี่” เสนอรางวัลบัตรกำนันพี่เกรทไม่เป็นลูเซอร์ เพราะยอมน้องอินค่ะ ถ้าพี่เกรทชนะ ต่อให้โอกาสน้อยมากพี่เกรทจะได้รางวัลเป็นบัตรกำนัน น้องอินทำตัวดีๆใส่ไม่ดื้อ ไม่งอแง ไม่ไล่ ไม่ด่า ไม่วีน ไม่เหวี่ยง ไม่เอาแต่ใจ โดยให้น้องอินป้อนอาหาร แล้วพี่เกรททำตัวเยี่ยงราชาได้อย่างสบายใจเฉิบ หลังจากที่อุดอู้เป็นลูเซอร์ขี้แพ้ใจตัวเองมาโดยตลอด ส่วนน้องอิน ถ้าน้องอินชนะ (ซึ่งโอกาสมันสูงมากๆยังไงน้องอินก็ชนะ) พี่เกรทจะต้องยอมน้อง นั่นก็คือยอมอยู่แล้ว แต่ถ้าน้องอินอยากจะใช้อินเกรท พี่เกรทก็ต้องยอมรับอย่างเต็มใจห้ามขัดประสงค์คนสวยขาเป็นเด็ดขาด ต่อให้จะไม่เคยขัดได้ แล้วจะต้องทำตามที่น้องอินบอกทุกอย่างพร้อมกับป้อนขนมหวานจากร้านน้องอิน ถ้าน้องอินอยากจะขี่หลังพี่เกรทเป็นม้า พี่เกรทก็ต้องควบกับๆให้น้องขี่ เพราะฉนั้นชนะเถิดนะพี่หนูขอ5.ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “มิตรรักไม้ช็อตยุง” เกรท – อิน ช็อตฟีลกันเก่งเกิน ตีกันเก่งเกิน หาเรื่องกันเก่งเกิน แต่น่ารักมากชอบค่ะถึงช่วงเวลาที่แฟนๆ ทุกคนรอคอย!ขอต้อนรับเข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ เราจะมาพูดคุยกับ 2 หนุ่มสุดฮอต “เกรท - อิน”รางวัล “วาสนาตึกฟ้าย่านอโศก” อิน : ได้เจอกันแล้วนะพี่~ เกรท - อิน : แต่เราก็หากันจนเจอ~ เกรท : ก็เราไม่คิดไม่ฝันเลยนะครับ ว่าเราจะเดินทางมาถึงจุดนี้ ก็ต้องขอบคุณแฟนๆ ทุกคนและเสียงตอบรับที่ให้พวกเรา ทุกคนในห้องส่งนี้ แล้วก็รวมถึงคนทางบ้านด้วยที่กำลังดู Live นี้อยู่~ อิน : จริงครับ เกรท : ไม่เป็นไรนะอิน เราเจอกันแล้ว อิน : เราเจอกันแล้ว เกรท : เป็นวาสนาของตึกฟ้า~ อิน : เป็นโชคดีของตึกอโศกอ่ะเนอะ! เกรท : ตอนแรกกำลังจะดูน่าสงสารละ~ อิน : ตอนนี้เริ่มน่าหมั่นไส้! 5555+ภาพเก่าของทั้งคู่ตั้งแต่ เกรท TU SEXY BOY อิน CU CUTE BOY เกรท : อุ้ยยยย! คุณพระคุณเจ้า! 5555+ อิน : เฮ้ยย! ใครเป็นคนหาาา~ โอ้โห้! 5555+ เกรท : โห้…เก่ามากกกก~ อิน : ปรึกษากันหน่อย! หน้าเราก็เปลี่ยนทุกปีเนอะ 5555+ เกรท : รบกวนเอาเข้า Meitu ให้หน่อยได้มั้ย? สมัยก่อนยังไม่รู้จักแอปพลิเคชั่นอะไรเลย~ อิน : เกรท สพล หนุ่มหล่อขวัญใจสาวๆ นี่ไม่ใช่พี่สักหน่อย เกรท : นี่แหล่ะพี่~ คนเราก็ต้องมีวิวัฒนาการนะครับ อิน : ฮึ้ยยย! ชื่นชมนะ 5555+ เกรท - อิน : 5555+ เกรท : พี่มีวิวัฒนาการ การเติบใหญ่~ อิน : หล่อๆจำลองการถ่ายปกนิตยสารคู่กัน TU SEXY BOY และ CU CUTE BOY 3 SHOT อิน : จริงๆ ผมอ่านในเน็ตมา เขาบอกว่ามันจะมีคาแรคเตอร์ของเด็ก TU และเด็ก CU คือ เด็ก TU จะเป็นสายแบดบอย ตัวป๋า ตัวเป้ง!! ส่วนเด็ก CU จะเป็นแบบลูกคุณ~~ เกรท : มา อิน : เขินจังเลยอ่า~ 5555+ ต้องทำไง? เกรท : เออนั่นสิ! อิน : พี่ต้องแบดๆ ส่วนหนูไม่ต้องทำไร เพราะหนูดู Luxury อยู่แล้ว~ เกรท : เออ ยากผมละทีนี้ 5555+ อิน : 5555+ความเสียง SEXSY ของเกรท อิน : เสียงเขามีความแบบทุ้มอยู่ในใจ จริงๆ เขาเป็นคนที่มี Sex appeal สูง คืออยู่เฉยๆ ก็… เกรท : ก็ดีแล้วรึเปล่า 5555+ อิน : 5555+ ใช่ ผมจะบอกว่า พี่ไม่จำเป็นต้องพูดเยอะเลย พี่ขายขายเท่ห์อ่ะ~ เกรท : งั้นพี่ต้องไม่พูดแล้วล่ะ! 5555+1 นาทีทำในสิ่งที่ทั้งคู่คิดว่า HAPPY ที่สุด อิน : ผมตอบได้เลย คำตอบนั้นคือ “นอน”!! เกรท - อิน : 55555+ เกรท : มีคำตอบนี้ในหัวผมเหมือนกัน “นอน” จะ HAPPY ที่สุด~ อิน : ให้ผมเล่ามั้ย? เกรท : เล่าอะไร? อิน : เมื่อวานเราบินไปสิงคโปร์เพื่อทำงานกัน แล้วเมื่อเช้าก็บินกลับเลย บนเครื่องผมจะไม่ค่อยได้นอนเพราะถ้านอนผมจะเวียนหัว ผมก็นั่งทำงานไป ส่วนเขาขึ้นเครื่องปุ๊ป เขาก็หลับปั๊ป สักพักแอร์โฮสเตสมาเสิร์ฟข้าว ปลุกเขาไม่ตื่น! แอร์โฮสเตสก็หันมาถามผมว่า “ให้ปลุกมั้ย” ผมก็บอกว่า “ไม่เป็นไรครับ” ขากลับมาเมื่อกี้ แอร์โฮสเตสคนใหม่ ปลุกเขายังไงก็ปลุกไม่ตื่น! เกรท : ก็เขาโผล่มาแค่หัวแล้วพูดเบาๆ อิน : ไม่ตื่นจริงๆ คือหลับลึก เกรท : ผมก็ไม่รู้ว่ามันลึกหรือไม่ลึก อิน : ผมมีรูป!! เกรท : มีรูปด้วยอ้อ? อิน : แต่ว่าไม่ได้อยู่ตรงนี้! เกรท : เอออออเรื่องที่ทำให้เราทั้งคู่ตีกันได้ 1 ชั่วโมง อิน : ไม่มีอ่ะ เกรท : ไม่มีครับ มันไม่ได้มีเรื่องที่ทำให้สามารถตีกันได้ขนาดนั้น แต่จะเป็นสัพเพเหระ อยู่ดีๆ ก็ลมเพลมพัดมา เรื่องจะเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ~~ อิน : ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของเราในตอนนั้น! เกรท : ใช่! อารมณ์ของเราทั้งคู่ว่าด้วยเรื่องอินบังคับเกรทให้ COMMENT รูป เกรท : ไม่เชิงบังคับแต่แค่บอกว่า “พี่เกรทไป Comment ให้หน่อย” อิน : บอกว่า “พี่ผมลงรูปละ Comment หน่อย” เขาต้องทำทุกอย่างตามที่เราบอกอยู่แล้ว เขาน่ารักไงใช่มั้ย? เกรท : ใช่แล้ว! ประหนึ่งหัวหน้าของผม อิน : ไม่จริง ผมดูแลพี่ยิ่งกว่า! เกรท : 5555+ทัศนคติที่ทำให้เกรทยอมอินได้ตลอด เกรท : มันจะเป็นสิ่งที่ทำให้ทุกอย่างมันราบรื่นที่สุด~ อิน : ไม่ประเด็นคือ คนอ่ะไปดูอะไรมาถึงคิดว่าพี่เกรทยอมอิน คนเข้าใจผิดไปหมดแล้ว ความจริงคือ ถ้าเป็นความรู้สึกผมเองอ่ะ ผมว่าผมยอมมากกว่านะ~ เกรท : ผมพยายามนึกอยู่ว่ามันมีช็อตไหนนะ! อินลองพูดขึ้นมาได้มั้ย? อิน : อินก็คิดไม่ออก! แต่มันเป็นความรู้สึกข้างใน ที่รู้สึกว่า “อืม…ยอม” อะไรอย่างเงี้ย เกรท : อาจจะไม่ถูกใจรึป่าว อิน : อ้อ อินไม่ถูกใจไรสักอย่าง!! เกรท - อิน : 5555+ เกรท : มันจะเป็นแบบ เออยอมๆ ก็ไม่พูดเรื่องนี้ดีกว่าอะไรประมาณนั้นตำนานเทรน GMMTV OUTING 2024 อิน : นี่ไงเป็นตัวอย่างที่ดีมากครับ อ่ะพี่เกรทพูดไป! เกรท : อันนี้เรื่องยอม ผมอ่ะต้องยอมเขา เพราะว่าปีก่อนผมนั้นอ่ะ ผมเข้ามาก่อนเขา 1 ปี แล้วผมเหงามากไม่ได้ทำอะไรเลย อิน : ผมก็เลยถามเขาว่า “อยากทำไรมั้ย” เขาคิดว่าเขาจะไม่ทำ เกรท : ตอนแรกเขาจะทำคนเดียวด้วย แต่เขาบอกว่า “ไม่ได้พี่เกรท พี่เกรทต้องทำไรสักอย่าง” เขาเลยไปคิดธีม ประชุมแบบโอ้โห้ เรียกทีมครีเอทีฟของ GMM!! มาคิดเลยว่าเราจะทำอะไรกันดี อิน : พี่อย่าบอกเขา ผมมั่นใจว่า เราน่าจะเป็นคู่เดียวนะที่เรียก ทีมครีเอทีฟของ GMM มาประชุม 5555+ เกรท : ตอนนั้นผมตกใจมาก! คือผมไปเข้าห้องน้ำ แล้วกลับมาหาน้องอินไม่เจอ หายไปไหนไม่รู้ สรุปเขาไปอยู่กับทีมครีเอทีฟประมาณ 7 - 8 คน มานั่งคิดว่า Outing ปีนี้เราจะแต่งเป็นอะไรกัน อิน : ตอนแรกพวกเราคิดเป็น จะให้เขาเป็น ทิงเกอร์เบลล์ และผมจะเป็น ปีเตอร์แพน มีไอเดียเยอะมาก มีนางเมขลา มีนู่นนี่นั่นคือเยอะมาก จนมาเจอเนี่ยแหล่ะ ก็คือชอบเลย เพราะรู้สึกว่า 1. ทุกคนดูซีรีส์อยู่แล้ว 2. เป็น FC อยู่แล้ว แล้วที่สำคัญที่สุดคือผมอ่ะ ต้องไปหาซื้อชุดที่เป็นลิขสิทธิ์แท้ด้วย! เกรท : อืมมมมม อิน : ใช่ เราจะไม่ยอมใช้ของไม่แท้ แล้วหาร้านยากมาก!! เกรท : จริงๆ แล้วเพราะว่าเขาอ่ะกลัวว่า อาจจะมีดราม่าถ้าไม่ใช่ของแท้! อิน : คือทุกคนก็จะพยายามใช้ของแท้ คือเราลงทุนไว้ผมยาวกันเลย นี่ก็พึ่งไปตัดมา~ เกรท : ครับ พึ่งตัดมา~คนที่เป็นที่สุด ของ GMMTV OUTING 2024 อิน : เราแน่นอน!! เกรท : ต้องเป็นเรา 2 คนอยู่แล้ว จะเป็นใครไปได้~~ อิน : ตอนขึ้นเวที อื้อออหื้อออออ โมโห! เกรท : แต่ว่าอันนี้ผมขอพูดก่อน อิน : โมโห~ เกรท : คือคุณน้องอินของผม เขาอ่ะไม่พอใจ อิน : ขึ้นเวทีใช่ป่ะ? เกรท : ตอนขึ้นเวที เราสองคนรู้สึกว่า เฮ้ยย เราแบบ ปรมาจารย์ลัทธิมาร นะเว้ย!! อิน : คือเราเต็มที่อ่ะ หน้าเราก็แต่งเต็ม เหมือนหมดทุกอย่าง! คือมันต้องประกวดคู่แล้วต้องเลือก 3 คู่สุดท้าย ไปชิงรางวัลที่หนึ่ง พี่เกรทก็บอกว่า “กลับห้องเถอะ ไม่ได้หรอก” เกรท : เออ อิน : เชื่ออินเถอะ! ยังไงก็ติด จนเขาเรียกเรา เราก็ขึ้นไปมี 3 กลุ่ม คือมีเรา มีกลุ่มที่แต่งเป็นโดเรม่อนแบบ… เกรท : คุณอย่าทำสีหน้าอย่างนั้น อันนั้นน้องพวกเราเอง อิน : แบบ 45 บาท นั่นกลุ่มน้องเราเอง แล้วก็มีแก๊งค์ของภูวินทร์ แต่เขาหายไปไหนไม่รู้ ก็คือชวดรางวัลไป พี่เกรทก็บอกว่า “ ไม่ได้หรอก” ผมก็แบบยังไงก็ได้ ผลประกาศออกมาได้ที่ 2 โดเรม่อนชนะ!! เกรท : 5555+ อิน : ฉันหันไปมอง แล้วจิกหน้าอย่างงี้!! 5555+ เกรท : 5555+ อิน : ค่าชุดยังไม่ได้คืนเลยทุกวันนี้ เช่ามา 7,500 เข็มขัดหายโดนไปอีก 1,000 รวมแล้ว 8,500!! เกรท : ได้รางวัลเท่าไหร่ อิน : 5,000 ออกตอนโบนัสปลายปี!! เกรท : 5555+ อิน : ตอนนั้นเงินเฟ้อเหลืออยู่ 4,000 แล้วมั้ง!! เกรท : 5555+ อิน : โกรธมาก~ความรู้สึกหนักใจที่ได้มาเล่นซีรีส์คู่กัน อิน : ผมไม่มี~ เกรท : ผมก็ไม่มีเหมือนกันครับ~ โอเคด้วยซ้ำเพราะว่า เคยเห็นหน้าค่าตามาแล้ว น้องเขาก็มีผลงานอยู่แล้วด้วยอ่ะ มีความสามารถ โอเคเลย~ อิน : อืมมม รู้สึกเหมือนกันเลย รู้สึกว่าง่ายละ ที่รู้สึกง่ายเพราะ รู้ละว่าเก่งแน่ๆ คนนี้ รู้ว่าผ่านมาเยอะ แล้วก็มีหนังด้วยเลยรู้สึกสบายใจ พอมาเล่นด้วยกันตั้งแต่ Q1 ก็รู้สึกว่าใช่เลย เพราะว่าเล่นกับพี่เขาง่ายอ่ะ ทุกอย่างมันเทคเดียวได้เลย~~สิ่งที่ต้องปรับเมื่อได้มาเล่นคู่กัน เกรท : ปรับหรอ? อิน : ไม่มีเนอะ~ เกรท : อืม ไม่มี~ อิน : ถ้าในเรื่องการแสดงไม่มี แต่ถ้าอย่างอื่นผมจะมีแบบ ใจเย็นขึ้น เพราะว่าคาแรคเตอร์ของเขาไม่ใช่คนสู้อยู่แล้ว ผมก็จะเป็นสายแบบบุ่มบ่ามฝ่าดงนิดนึง ถ้ากับพี่เกรทก็จะพยายามซอฟต์ลง~ เกรท : นี่ไงสิ่งที่เขารู้สึกว่าเขายอมผม เพราะว่าเขาจะต้องเปลี่ยนตัวเองตรงนี้ด้วย อิน : ส่วนเขาก็น่าจะพยายามพูดมากขึ้น ถ้าให้ผมเดา เกรท : ใช่ พี่พยายามพูดมากขึ้น ผมรู้ละเรื่องหนักใจของผมคืออะไร คือคนจะไม่ค่อยรู้ว่าผมอ่ะ ชอบศึกษาเกี่ยวกับเรื่อง Skincare Routine การดูแลตัวเอง แล้วพอยิ่งมาอยู่กับคุณอิน ผมยิ่งหนักกว่าเดิมอีก! อิน : เออจริง คือพี่ไม่ต้องคิดมาก เกรท : คือเวลาผมไปเข้าซีน เข้าฉากกับเขา ทุกอย่างจัดแสงมาเรียบร้อยแล้ว พอไปยืนข้างเขาปุ๊ป ผมรู้สึกว่า เหมือนสปอร์ตไลท์มันถูกสาดไปที่เขาคนเดียว เราว่าเราก็ไม่ได้เป็นคนผิวเข้มขนาดนั้น! อิน : ไม่แต่ว่ามันเป็นคนละสาย เกรท : มันคนละสายก็จริง แต่ว่ามันกลายเป็น อุ้ยย…หมอง เหมือนโดนปิดไฟ ก็คุณสว่างซะขนาดนั้นอ่ะ!!เม้าท์มอยเรื่อง Skincare ฉบับเกรท - อิน เกรท : ช่วงแรกๆ ที่ผมมา ผมจะเป็นพวกหน้าแห้ง อินก็จะถามว่า “พี่เกรท ใช้ Skincare แบบไหนอยู่” อิน : จริงอ้อ ไม่จริง เกรท : จริง ที่คอนโด อินเป็นคนบอกพี่! อิน : อินจำไม่ได้~ เกรท : แล้วบอกว่าสภาพผิวอย่างพี่ ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นออยล์ แล้วหลังจากนั้น Skincare ทุกอย่างของผมต้องมีออยล์หมดเลย เขาพูดอะไรผมเชื่อหมด คือดูเขาสิ~ อิน : เขาเรียกว่าไร “ประจักษ์”!! เกรท : ประจักษ์!! อิน : ชอบคำนี้มากเลยอ่ะ~Dialog ในซีรีส์ที่ทั้งคู่ชอบ เกรท : ที่ชอบหรอ~ อันไหนดีอ่ะ? อิน : อินจำไม่ค่อยได้~ เกรท : ที่ชอบมันยังไม่ออนแอร์น่ะสิคะ อิน : เอาที่ออนแอร์ไปแล้ว เกรท : อันที่ออนแอร์ไปแล้วหรอ อุ้ยย…เอาตัวไวรัลป่ะล่ะ อิน : ตัวไหนๆ? เกรท : รู้ยัง ทำไมเราถึงชื่อ ยอยักษ์ อิน : อ้ออออ~ อิน : ไม่ๆ ต้องอันนี้ก่อนๆ “เห้ยยย ไม่ต้องซีเรียสนะเว้ย” เกรท : เอออ อิน : “บางทีคนเราอ่ะขนาดมันก็ไม่สัมพันธ์กับร่างกาย เราโอเค ได้หมดเลย” แล้วก็พรึ่บเอามาที่เป็นไวรัลอ่ะครับ~~ เกรท : รู้ยัง ทำไมเราถึงชื่อ ยอยักษ์ อิน : ประมาณนั้น~ลองสลับกันเล่น Dialog นี้! เกรท : อินพูดว่าไรบ้างนะ “ไม่เป็นไรนะเว้ย” อิน : ทำไมต้องใช้เสียงโทนนั้นด้วยอ่ะ? เกรท : นี่เดี๋ยวผมจะต้องหันหน้าแบบนี้ให้กล้องด้วย ทุกคนจะต้องเห็นแบบ Physical บางอย่าง อิน : ผมชอบกางเกงพี่มาก~ เกรท : หยุดแป๊ปนึงอิน! เกรท - อิน : 5555+ เกรท : โอเค ต่อๆ “ไม่เป็นไรนะเว้ย บางทีคนเราอ่ะขนาดมันก็ไม่สัมพันธ์กับร่างกาย” อิน : “รู้ยังอ่ะ ว่าทำไมเราถึงชื่อ ยอยักษ์” ไม่ต้องกลืนน้ำลายค่ะ เกรท : 5555+ อิน : มันเป็นคาแรคเตอร์!! 5555+ฝากถึงคนที่ยังไม่ได้ดูเรื่องนี้ อิน : อยากชวนแล้วก็อยากบอกก่อนว่า ผมอ่ะไปคุยกับเพื่อนๆ และแฟนคลับมาเยอะมาก เขาบอกว่า ดูแล้วเขาชอบมาก แต่เขาเข้าใจผิดตอนแรก คือตอนแรกเขาบอกจะไม่ยอมดูกัน เพราะเขาคิดว่ามันแรง เป็นซีรีส์แบบหวือหวามีโป๊เยอะ แต่ความจริงๆ คือมันเป็นเหมือนกับสิ่งที่เขาตัดออกมาเป็นตัว Teaser แต่ว่าถ้าในเรื่องจริงๆ อ่ะ เป็นโรแมนติก - คอมเมดี้ ฟีลกู๊ดมากทุก EP.เลยครับ~ เกรท : จริงๆ ที่เขาตัดมามันเป็นเหมือนแค่ว่า มีกลิ่นๆ ของซีรีส์วายที่โตขึ้นมาแล้ว แล้วก็ด้วยความสัมพันธ์ในเรื่องด้วย พอโตแล้วความสัมพันธ์แบบ Friend With Benefiton บ้าง One Night Stand กันบ้างหรืออะไรแบบนี้ มันก็เลยอาจจะมีซีนพวกนั้นเข้ามา เพื่อเชื่อมอะไรบางอย่างของตัวละครในเรื่องความสัมพันธ์มากขึ้นด้วย อิน : ในรั้วมหาลัย เกรท : เออในรั้วมหาลัย มันก็อาจจะยังโฉ่งฉ่างมากไม่ได้ แต่ของเราคือมันจบกันแล้วทั้งคู่ ผมอาจจะยังเรียนอยู่แต่ว่ามันก็เป็นตัวละครที่โตขึ้นมาระดับหนึ่งแล้ว มันก็เลยเป็นแค่กลิ่นๆ ซะมากกว่า อิน : แต่สนุกมาก~ เกรท : แต่บางคนชอบเห็นซีนที่ถูกตัดออกมา ก็จะเป็นซีนแบบนั้นๆ อิน : ก็ซีรีส์ถูกใจไง! เกรท : เออ~ อิน : มัน Relate ง่ายก็จะเกี่ยวกับออฟฟิศ เกี่ยวกับชีวิตการทำงานค่อนข้างเยอะ Relate กับวัยพวกเรา เด็ก 90 ขึ้นไปเนี่ยแหล่ะ~ เกรท : แต่เด็กๆ ก็ดูเข้าใจนะ มันไม่ได้แบบน่ากลัวอะไรขนาดนั้น อิน : มันคอมเมดี้แหล่ะ สนุกๆ ขำๆ~ เกรท : ใช่~~วันนี้ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ก็มีเกมสนุกๆ มาให้ 2 หนุ่ม “เกรท - อิน” มาเล่นกันด้วยชื่อเกมว่า… “Fnke Fan แฟนปลอมๆ” (สามารถเข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)เดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย รายการได้เปิดโอกาสให้เหล่าแฟนคลับได้โทรเข้ามาพูดคุยกับ 2 หนุ่ม “เกรท - อิน” (เข้าไปชมได้ใน YouTube: ATIME)พี่เกรท ถึง น้องอิน อิน : ก็ไม่เคยคิดว่า จะได้มาร่วมงานกัน ยิ่งตอนนั้นต่างคนต่างอยู่คนละช่อง ก็คิดว่าคงไม่มีทางอ่ะ ก็ขอให้เต็มที่ แล้วก็ไม่ต้องคิดเยอะ อยู่กับอินยังไงก็สบาย~~น้องอิน ถึง พี่เกรท เกรท : ขอบคุณที่ยอมพี่ ที่ยอมใจเย็นลงให้พี่ในหลายๆ เรื่องนะครับ ก็แค่นี้แหล่ะนอกนั้นไม่มีอะไรแล้ว เพราะว่า เราก็รู้แหล่ะว่าเขาก็มีสิ่งต่างๆ ในชีวิตค่อนข้างเยอะ เราก็เป็นห่วงเขาในเรื่อง สมง…สมอง5555+ นอนเยอะๆ เพราะเขานอนน้อยจริงๆ เลยอาจจะมีเบลอๆ บ้าง ก็อยากจะให้ดูแลตัวเองเยอะๆ ดูแลสุขภาพด้วย เดี๋ยวสมองจะไปก่อนตัวนะคะ~ อิน : ยังไม่ตุยค่ะ! อยู่ด้วยกันไปนานๆ สุดท้ายนี้ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “เกรท - อิน” ที่มาร่วมพูดคุย สร้างความสุข ความสนุก ให้กับรายการ และก่อนจะจบรายการกันไป ฝากซีรีส์ “วันดีวิทยา (Wandee Goodday)” ทุกวันเสาร์ เวลา 20.30 น. สามารถรับชมผ่านช่องทาง GMM25 และรับชมย้อนหลังได้ทาง VIU เวลา 22.30 น. อยากให้วันเสาร์เป็นวันดีๆ ของทุกคนนะครับ และขอฝากเพลง “FWB (Fan With Benefit)” อย่าลืมเข้าไปปั่นยอดวิวกันด้วยนะครับ รับชมได้ทางช่องทาง YouTube: GMMTV RECORDS เป็นเพลงของเกรทเอง และที่สำคัญคือมีอีกเพลงหนึ่งที่พึ่งปล่อยไป เป็นเพลงชื่อเพลงว่า “ล้ำเส้น (Overstep)” ร้องโดย Fluke Nattanon น้องของพวกเราเอง ทั้ง 2 เพลงนี้เพราะทั้งคู่ และความหมายของก็แตกต่างกันทั้ง 2 เพลงเลย ฝากไปฟังกันด้วยนะครับสามารถเข้าไปรับชมกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

ความสัมพันธ์ของ "เพิร์ธ - ชิม่อน" บอกได้คำเดียวเลยว่า 'โคตรอันตราย!' และพร้อมทำให้หัวใจของทุกคนละลายได้ทุกนาที โดยไม่มีคำว่าตายไมค์...

17 ต.ค. 2023

ความสัมพันธ์ของ "เพิร์ธ - ชิม่อน" บอกได้คำเดียวเลยว่า 'โคตรอันตราย!' และพร้อมทำให้หัวใจของทุกคนละลายได้ทุกนาที โดยไม่มีคำว่าตายไมค์...

EFM FANDOM LIVE (5 ตุลาคม 2566) พบกับสองนักแสดงหนุ่มสุดฮอตจากซีรีส์หัวใจในสายลม “เพิร์ธ-ชิม่อน” ที่ทั้งคู่ได้โคจรมาเจอกันในฐานะนักแสดงนำด้วยกันครั้งแรก พร้อมกับ “ดีเจดาว – ดีเจแนน” จะมาร่วมเปิดไมค์พาไปรู้จักและพาไปจิ้นกับความธรรมชาติของทั้งคู่ในค่ำคืนนี้ช่วงแรกของรายการจะพาทุกคนมารู้จัก เพิร์ธ-ชิม่อน ผ่านมุมมองของตัวแทนแฟนคลับของทั้ง 2 บ้านกันก่อน ขอบอกเลยว่าทั้งสองบ้านเล่าถึงความน่ารักของทั้ง 2 คนให้เราได้รู้จักไม่พอ ยังแอบพูดความรู้สึกถึงซีรีส์เรื่องใหม่ ให้ฟังกันด้วยตัวแทนแฟนคลับเพิร์ธ พาทำความรู้จักกับชื่อด้อม #kdppe ซึ่งย่อมาจาก Kingdom ppe เป็นชื่อที่น้องเพิร์ธเป็นคนตั้งเองและยังบอกอีกว่าแฟน ๆก็เหมือนเป็นอาณาจักรของเพิร์ธ ส่วนตัวน้องเองก็จะเป็นราชาที่คอยดูแลอาณาจักร เรียกได้ว่าเป็นด้อมที่อบอุ่นมาก ๆ ต่อมาจะพามารู้จักกับเพิร์ธในมุมของแฟนคลับกันบ้าง ถึงแม้ว่าเพิร์ธจะเป็นคน Introvert แต่ว่าจริง ๆเพิร์ธน่ารักกับแฟนคลับมาก ตั้งแต่แรก ๆน้องน่ารักอย่างไงตอนนี้ก็ยังน่ารักไม่เปลี่ยน ต่อให้น้องจะเป็นคนพูดน้อย น้องก็ยังใส่ใจแฟนคลับ อย่างคำพูดติดปากของน้องคือ รักเหมือนกัน รักนะ เป็นคำพูดที่จะคอยพูดกับแฟนคลับอยู่เสมอเลย เพิร์ธเป็นคนที่คอยพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดอย่างการแสดงเพิร์ธก็จะพัฒนาไม่เคยหยุดนิ่ง เมื่อก่อนน้องเป็นคนพูดไม่เก่งเลย ตอนนี้ก็จะเห็นว่าน้องพยายามฝึกพูด หาประโยค หาลูกเล่นมาคุยกับแฟนคลับ แล้วอย่างการร้องเพลง เมื่อก่อนใครที่บอกเพิร์ธร้องเพลงได้ จะเกิดความงงและสงสัยขึ้นทันที แต่ตอนนี้น้องก็ไปฝึกฝนจนร้องได้จริง ๆและร้องออกมาได้เพราะด้วย รีวิวซีรีส์ในตอนนี้ “สายลมคะ ใจง่าย หนูรักเค้ามากเกินไปแล้วค่ะลูก แต่ก็รักมากขึ้นไปเรื่อย ๆได้เลย ถ้าเสียใจเดี๋ยวแม่จะเช็ดน้ำตาให้เอง”ตัวแทนแฟนคลับชิม่อน มาพูดถึงที่ด้อม ชิชาม่อน เป็นชื่อด้อมที่ฟังแล้วน่ารักมากก ซึ่งชื่อนี้มีที่มาจากแฟนคลับส่วนมากชอบเรียกชิม่อนว่า พี่ชิ ส่วนชามาจากที่ชิม่อนเป็นคนที่ชอบกินชาเขียวมาก เลยตั้งชื่อด้อมมาจากสิ่งที่ชิม่อนรัก ทุกคนก็ลงความเห็นว่างั้นรวมกับชื่อเลยกลายมาเป็นด้อม ชิชาม่อนนั่นเอง ส่วนในมุมของแฟนคลับมองว่าชิม่อนเป็นคน Introvert ที่น่ารักมาก ๆเลย ชิม่อนเป็นคนที่ค่อนข้างใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆน้อย ๆมากอย่างเวลาออกงานหรือมีผลงานที่เพิ่งปล่อยออกมา เขาจะเป็นคนที่คอยเก็บฟีดแบคต่าง ๆจากแฟนคลับ หรือถามคนรอบตัวว่าตัวชิม่อนเองต้องทำอย่างไง เหมือนชิม่อนจะคอยเก็บฟีดแบคเพื่อพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด หรือบางทีอาจดูว่าชิม่อนเป็นคนเงียบ ๆ แต่ใส่ใจแฟนคลับมาก ๆ ชิม่อนจะคอยเป็นตำรวจด้อม คอยส่อง บางทีไม่มีแฮทแท็กขึ้น เขาก็จะเสิร์จหาชื่อตัวเองจนเจอ แล้วก็ไปเล่นกับแฟน ๆเรียกได้ว่าเป็นอะไรที่เล็ก ๆน้อย ๆแต่แสดงออกถึงความใส่ใจที่น่ารักมาก ๆเลย รีวิวซีรีส์ในตอนนี้ “กำลังเข้าสู่จุดที่คลั่งรักสุด ๆไปเลย ลูกเรา (ชิม่อน) ก็คือคลั่งรักลูกเค้า (เพิร์ธ) สุด ๆให้ไปหยุดที่ค่าสินสอดไม่มีก็พากันหนีได้เลย (หัวเราะ)”ช่วงที่สอง “เพิร์ธ-ชิม่อน” พร้อมแล้วที่จะมาพูดคุยทำความรู้จักกันและพูดถึงการโคจรมาเจอกันครั้งแรกในซีรีส์หัวใจในสายลม Danderous Romance ผลงานซีรีส์เรื่องล่าสุดที่ทั้งคู่ได้เป็นนักแสดงนำด้วยรู้จักกัน แต่ไม่สนิทกัน ที่จริง เพิร์ธและชิม่อน รู้จักกันตั้งแต่ 4-5 ปีที่แล้ว เคยได้เล่นซีรีส์เรื่องเดียวกันแต่ไม่ซีนไหนได้เข้าด้วยกันเลย เลยเหมือนได้เจอกันแค่ผ่านๆความรู้สึกที่ได้เจอกันครั้งแรก ครั้งแรกที่เพิร์ธเจอชิม่อน เพิร์ธมองว่าชิม่อนเป็นคนเฟรนลี่ น่ารัก พี่ชายที่แสนดี คอยซัพพอร์ตกันด้วยความที่มีนิสัยคล้าย ๆกันด้วย ชวนคุย นำทางตอนที่เพิร์ธเข้ามาใหม่ ๆ เรียกได้ว่าเกาะชิม่อนเป็นลูกลิงเลย ครั้งแรกที่ชิม่อนเจอเพิร์ธ เพิร์ธหล่อ แต่ตอนแรกแอบรู้สึกว่าเพิร์ธจะเข้าถึงยาก ด้วยภายนอกที่ดูเหมือนนิ่ง ๆน่ากลัว ไม่ค่อยพูด ดูวางตัว แต่พอมารู้จักจริง ๆ ชิม่อนถึงขั้นต้องพูดว่า “โอ้โห คล้ายกับเรา” (หัวเราะ)ทำไมเพิร์ธถึงมองสีดำเป็นความรัก เพิร์ธมองว่าสีดำมีความลึกซึ้งดี ไม่มีที่สิ้นสุด บางคนก็กลัวสีดำว่ามันมืด ต่างกับเพิร์ธที่มองว่าสีดำกว้างมาก ใส่สีอะไรเข้าไปก็ได้ทั้งความรักหรือทุกอย่างในชีวิต อย่างห้องนอนเพิร์ธเองก็ยังเป็นสีดำลองนิยามมิตรภาพของทั้งคู่ เพิร์ธและชิม่อนมองตรงกันว่าเป็นเต่าที่เดินด้วยกัน เพราะเวลาที่ทั้งสองคนอยู่ด้วยกัน เป็นคนที่สโลว์ไลฟ์กันมาก เวลาที่ไม่ได้เล่นซีรีส์หรือมีอะไรมาเร่งรีบ จะเป็นเหมือน ๆกันคือค่อย ๆก้าวทีละก้าวสมมุติว่าทั้งคู่เป็นผีในห้องตัวเอง จะรีวิวตัวเองว่าอย่างไร ชิม่อน : นอนไปก่อนเวลาที่ไม่มีงาน แล้วค่อยตื่นเมื่ออยากลุกเมื่อถึงวันพักผ่อนจริง ๆ เรื่องกินก็แล้วแต่วันอย่างถ้ามีเมนูที่ดูไว้ตั้งแต่เมื่อคืน ก็จะตื่นทำเอง แต่บางวันไม่ไหวก็จะสั่งเอา เพิร์ธ : จริง ๆคล้ายกับพี่ม่อนนะ ตื่นมาก็เล่นกีต้าร์ ฟังเพลง นิดนึง แล้วก็นอนต่อวนอยู่แบบนี้ เรื่องอาหารก็ชอบทำเหมือนกัน เมนูที่ชอบเลยคือกะเพรามาพูดถึงซีรีส์หัวใจในสายลมกันบ้าง กับฟีดแบคคนพูดถึง 7 ตอนที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง ชิม่อน : ใจง่าย (ยิ้ม) ขนาดชิม่อนเล่นเองยังอดพูดไม่ได้เลยว่า “โอ้ยสายลมเอ้ยลูกเอ้ย” เพิร์ธ : ร้ายมากช่วงแรก ๆ ตึงมากในซีรีส์น่ารักธรรมชาติสุด ๆ มีเขินกันบ้างไหม อดพูดไม่ได้เลยว่าฉากกระโดดหอมกัน น่ารักมากและธรรมชาติสุด เคมีตรงกันจนเหมือนเป็นคู่กันจริง ๆแต่ทั้งคู่ก็แอบบอกว่าช่วงแรก ๆมีเขินกันบ้าง ด้วยความเป็นเพื่อนกันต้องมาเล่นซีนน่ารัก ๆก็มีเขินนิดนึงทำไมเบื้องหลัง มีแต่ชิม่อนพูดอยู่คนเดียวทั้งคลิป ชิม่อนรีบอธิบายก่อนเลยว่า “ผมพยายามแล้ว เรียก เพิร์ธ เพิร์ธ ยื่นไมค์ให้” (หัวเราะ) เพิร์ธไม่รอช้ารีบอธิบายกลับทันทีว่าตนเป็นคนที่พูดไม่ออกเวลามีกล้องมาจับที่หน้า แต่ถ้าเล่นซีรีส์จะโฟกัสตัวละครที่เล่นด้วยกันถึงทำได้ แต่พอเป็นรายการจะเขินนิดนึงเลยพูดไม่ออกวันนี้ไม่รอช้า “เพิร์ธ-ชิม่อน” จะได้มาละลายพฤติกรรมกับเกมที่มีชื่อว่า “ไม่ต้องเป็นแฟนก็ได้ ขอเป็น…ให้คุณก็พอ” (เข้าไปชมใน Youtube ทางช่อง ATIME) รับรองว่างานนี้ทั้งคู่ได้หายเขินกล้อง แต่แฟนคลับจะกลายเป็นคนเขินซะเองแน่นอน ห้ามพลาดไปตามเขินกันต่อได้เลยมาต่อกันที่รับสายจากแฟนคลับกันบ้าง และฟังความประทับใจ ความห่วงใยของแฟนคลับที่มีถึง เพิร์ธ-ชิม่อน ไปพร้อมกันสายแรกจากแฟนคลับเพิร์ธ “จะติดตามเพิร์ธไปตลอดเลย ไม่ว่าเพิร์ธจะทำอะไรก็จะเป็นกำลังใจให้เสมอ อยากให้เพิร์ธทำในสิ่งที่เพิร์ธชอบเพิร์ธรัก เรื่อย ๆเลยค่ะ”สายสองจากแฟนคลับชิม่อน “ขอพูดถึงซีรีส์ก่อนเลยว่า เอาไปให้แฟนดู แฟนไม่เคยดูซีรีส์แนวนี้เลย แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าแฟนติดมาก นั่งดูกับเราทุกตอน เลยอยากบอกว่าเก่งมากๆ ทั้งเพิร์ธและชิม่อนทั้งคู่เลยน้า ก็ขอให้เป็นเด็กที่น่ารักแบบนี้ตลอดไปเลย จะคอยติดตามผลงานและคอยสนับสนุนชิม่อน กับเพิร์ธต่อไปเท่าที่ทำได้จะอยู่ไปด้วยกันเรื่อยๆ ”สายสามจากแฟนคลับคู่ “เพิร์ธ-ชิม่อน” “อยากบอกกับพี่เพิร์ธและพี่ชิม่อนว่า พี่สองคนเก่งกันมาก ๆ เพลงประกอบซีรีส์ดีมาก ๆซีรีส์ก็ดีมาก ๆคนรอบตัวหนูยังมาชมเลยว่าซีรีส์เรื่องนี้น่าดู ถึงขนาดที่ว่ามีคนทักมาถามส่วนตัวว่า ซีรีส์เรื่องนี้ดูได้ที่ไหน ย้อนดูที่ไหนได้บ้าง”ทิ้งท้ายด้วยความรู้สึกที่ทั้งคู่มีให้กันสักหน่อย เตรียมอ่านไปยิ้มไปตาม ๆไปด้วยกันเพิร์ธ To... ชิม่อน “ดีใจมาก ๆทุกครั้งที่ได้ทำงานร่วมกับพี่ม่อน เป็นพาร์ทเนอร์ที่ดีมาก ๆ ถือว่าดีที่สุดในชีวิตตั้งแต่ทำงานมา ไม่เคยทำงานแล้วสบายใจเท่านี้มาก่อนเลย แล้วก็อยากจะให้อยู่กันไปนาน ๆ”ชิม่อน To... เพิร์ธ “ดีใจมาก ๆที่ได้มาร่วมงานกับเพิร์ธ ร่วมงานกับคนที่ตั้งใจทำงาน เพิร์ธเป็นเด็กที่มีของ การแสดงดี ร้องเพลงก็ดี การทำงานก็ดีทุกอย่างดีหมด นิสัยดีมาก ๆเทคแคร์คนรอบข้างหมดเลย ก็ดีใจมาก ๆที่ได้ร่วมงานกัน อยู่กันไปยาว ๆ”EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “เพิร์ธ-ชิม่อน” ที่มาสร้างรอยยิ้ม ความสนุกและเสียงหัวเราะให้กับทุกคน ในค่ำคืนนี้ ก่อนจบรายการลงทางเราก็ขอฝาก “ซีรีส์หัวใจในสายลม Danderous Romance ซีรีส์เรื่องล่าสุดจาก GMMTV” และเพลงประกอบซีรีส์ทั้ง 3 เพลงด้วย ทางเราขอยืนยันอีกเสียงว่าเป็นอีกหนึ่งซีรีส์คุณภาพที่สนุกมาก ๆ ห้ามพลาดเลยทุกวันศุกร์ 20.30 น. ทางช่อง GMM25 และตามฟินย้อนหลังได้ทาง Viuสามารถเข้าไปรับชมกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

ตั้งใจหลอกให้เธอรัก แต่ดันพลาดพลั้งไปหลงรักเธอซะเอง พร้อมรับแรงกระแทกความฟินกับ จูเนียร์ - มาร์ค ที่มาเผยเทคนิค HOW TO จับสแกมเมอร์ตัวจี๊ด งานนี้มีทั้งความฮา ความหวาน และมวลเคมีชวนใจสั่นกันจนล้นสตู ~

06 มี.ค. 2026

ตั้งใจหลอกให้เธอรัก แต่ดันพลาดพลั้งไปหลงรักเธอซะเอง พร้อมรับแรงกระแทกความฟินกับ จูเนียร์ - มาร์ค ที่มาเผยเทคนิค HOW TO จับสแกมเมอร์ตัวจี๊ด งานนี้มีทั้งความฮา ความหวาน และมวลเคมีชวนใจสั่นกันจนล้นสตู ~

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมใจให้พร้อมไปกับเคมีสุดละมุนของ “จูเนียร์ -มาร์ค” ที่จะมาเสิร์ฟโมเมนต์หวานปนหยอก เติมดีกรีความฟินแบบไม่มีกั๊ก ไปกับ 2 ดีเจหล่อสวย อารมณ์ดี “ดีเจแนน” และ “ดีเจโซเซฟ”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกันFANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... ผมกลับบ้านนอนตอนตี 5 ส่วนเขาตื่นตี 5 เพื่อใส่บาตรนามปากกา : มนุดจากดาวโลก คนหนึ่งเจอเขาตอนตี 5 เพราะกลับบ้านไปนอน ส่วนอีกคนเจอเขาตอนตี 5 เพราะตื่นเช้าออกมาใส่บาตรทุกวัน คนหนึ่งเปิดร้านดอกไม้ 09.00-18.00 น. อีกคนเป็นบาร์เทนเดอร์ ทำงาน 19.00 - 02.00 น. เนื่องจากบาร์อยู่ใกล้บ้าน “จูเนียร์” จึงเดินกลับเวลานี้เสมอ เขาคุ้นทางดีจนแทบหลับตาเดินได้ เพียงแค่ปล่อยให้กลิ่นหอมจากร้านดอกไม้นำทาง ถ้าเดินมาแล้วได้กลิ่นหอมนี้แสดงว่าเนี่ยแหละทางกลับบ้าน วันนี้เป็นวันพระ ว่าแล้วเขาก็นึกอยากแวะใส่บาตรก่อนกลับไปนอนสักหน่อย พอถึงร้านดอกไม้เขาเดินไปหาพนักงานเพียงคนเดียวที่ควบตำแหน่งเจ้าของร้านไปด้วย ‘ขอกล้วยไม้ใส่บาตรครับ’ ‘ขอโทษครับ หมดพอดีเลย’ เขาตอบกลับ จูเนียร์พยักหน้าเตรียมเดินออกจากร้าน แต่เสียงนุ่มอบอุ่นดังขึ้นอีกครั้ง ‘มีเป็นดอกบัวน่ะครับ แต่เหลืออยู่ดอกเดียว ผมเองก็ยังไม่ได้ใส่ สนใจใส่บาตรหน้าร้านด้วยกันไหมครับ’ คำชวนเรียบง่ายนั้นทำให้หัวใจเขาวูบไหว รู้สึกเกิดอาการบางอย่างในหัวใจ เขายิ้มตอบรับคำเชิญชวนก่อนจะเอ่ยถามชื่ออีกฝ่าย “มาร์ค ครับ” ชื่อของเจ้าของร้านดอกไม้ที่เขาเห็นทุกเช้าตีห้าแต่ไม่เคยทักทาย ดูเหมือนหลังจากนี้ สงสัยต้องแวะทำบุญใส่บาตรทุกเช้าก่อนนอนซะแล้วสิFANFICTION #1: This FANFICTION is titled... I hit the hay at 5 AM, just as he was rising to give alms to the monks.Pen Name : มนุดจากดาวโลก At the break of dawn, one person spotted him at 5 AM, heading home for a much-needed rest, while another encountered him at the same hour, rising early each day to give alms. One of them runs a charming flower shop from 9 AM to 6 PM, while the other tends bar from 7 PM until the early hours, 2 AM. Living close to the bar, Junior makes the familiar walk home at this hour, navigating the path with such confidence that he could almost do it with his eyes shut, letting the delightful fragrance from the flower shop lead him home. The scent serves as a signpost, letting him know he’s on the right track. Today holds special significance as a holy day in the Buddhist calendar, which inspired him to drop by and offer alms before catching some sleep. As he arrived at the flower shop, he approached the sole employee, the shop’s owner. “I’d like to buy an orchid for alms, please,” he requested. “I’m sorry, but we’re out of stock,” came the reply. Junior nodded thoughtfully, ready to exit, when a gentle, inviting voice called out to him once more. “We do have a lotus, although it’s the last one. I haven't offered any yet. Would you be interested in sharing the alms with me right here in front of the shop?” This simple gesture made his heart skip a beat, stirring a flutter of emotions within him. A smile blossomed on his face as he accepted the offer, before inquiring about the other person's name. “Mark,” came the warm response. This was the flower shop's owner he passed by each morning, yet had never exchanged words with. He couldn’t help but think that after today… perhaps he should make it a habit to stop by every morning and offer food to the monks before heading off to dreamland.FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... Betting on Destiny เดิมพันร้าย ทำนายรักนามปากกา : Jinjerruby เมื่อความรักเลือกเวลาเกิดแต่ดันไม่เลือกคนที่จะเกิดความรักด้วย สงครามประสาทจึงเริ่มต้นขึ้น เมื่อ “พระพาย” ได้ลั่นวาจาตอนเมากลางวงเพื่อนไว้ว่า เขาจะเป็นคนแรกของกลุ่มที่มีแฟน ถ้าทำไม่ได้จะยอมจ่ายล้านหนึ่ง เคราะห์ซ้ำกรรมซัดเมื่อเพื่อนตัวดีดันอัดคลิปไว้เป็นหลักฐาน เขาจึงไม่มีทางเลือก หันไปพึ่งหมอดูให้ช่วยดูดวงเนื้อคู่ให้หน่อย แต่เหมือนโชคชะตาจะเข้าข้าง เมื่อราหูย้ายดาวคำทำนายของหมอดูบอกชัดว่า จะเจอเนื้อคู่ภายในสามวัน คนผู้นั้นมีลักษณะสูงโปร่ง ผิวขาวเหลืองหน้าตาหล่อเหลา มีเชื้อสายจีน และข้อสุดท้ายจำไว้ให้ดี คนผู้นี้คือรักแท้ที่จะเปลี่ยนชีวิตของพระพายไปตลอดกาล แต่สิ่งที่ทำให้พระพายอยากจะล้มเดิมพันนี้ไปซะเมื่อคนที่หมอดูได้ทำนายไว้มีลักษณะตรงกับ “น่าน” คนที่เป็นศัตรูคู่แค้น คนที่เขาไม่เคยคิดจะญาติดีด้วยมาตั้งแต่จำความได้ คนที่เจอกันทีไรมีแต่จะหาเรื่องทะเลาะกันทุกครั้งไป เดิมพันในครั้งนี้พระพายจะทำอย่างไร จะยอมกลืนน้ำลายตัวเองแล้วเสียเงินล้านหรือไม่ หรือเดินหน้าจีบคนที่ไม่ชอบหน้าเพื่อชัยชนะในการเดิมพัน แต่สิ่งที่ยากยิ่งกว่าคือหัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะกับคนๆ นี้เข้าอย่างจังซะแล้วFANFICTION #2: This FANFICTION is titled... Betting on DestinyPen Name : Jinjerruby When love decides to arrive at its own time but keeps the recipient a mystery, a test of patience unfolds. In a tipsy moment, Prapai, challenged by his friends, drunkenly vows to be the first in their circle to snag a boyfriend, promising to cough up a million baht if he fails. To his dismay, the whole scene was caught on camera! Left with no option, he consults a fortune teller in hopes of discovering his one true love. Miraculously, the fortune teller states that his soulmate is just three days away. This enchanting individual will be tall, fair-skinned, remarkably handsome, of Chinese heritage, and—most crucially—his destined partner who will revolutionize Prapai's life. However, the fun twist? This predicted soulmate turns out to be none other than Nan, his long-time rival and source of childhood grievances—a person he can hardly stand. So, what's Prapai to do? Should he let go of his pride and forfeit the million baht, or should he chase after the very person he's been at odds with to win the bet? To make things even more complicated, he finds himself unexpectedly drawn to this nemesis.FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... 恭喜发财 – กงสี่ฟาไฉ (เรื่องที่ 274)นามปากกา : เจ่เจ้ยูนิคอร์น 有缘千里来相会,无缘对面不相逢 (โหย่ว เหยียน เชียน หลี่ ไหล เซียง ฮุ่ย, อู๋ เหยียน ตุ้ย เมี่ยน ปู้ เซียง เฝิง) หากมีวาสนาแม้ห่างกันไกลพันลี้ยังได้พบหน้า หากไร้วาสนาแม้อยู่ตรงข้ามก็ไม่พบเจอ ประทัดดังในตอนเช้า กลิ่นธูปที่ลอยคลุ้งเต็มบ้าน โต๊ะไหว้ถูกจัดวางอย่างพิถีพิถัน และเสียงพูดคุยของบรรดาลูกหลานที่กำลังรอรับซองแดงใบเล็ก ๆ เทศกาลตรุษจีนวนกลับมาอีกครั้ง ... ย้อนกลับไป 20 ปีที่แล้ว คงนึกภาพไม่ออกที่ ลูกชายคนโตของครอบครัวคนจีน ตัดสินใจคบกับคนรักเพศเดียวกันโดยไม่สนใจเสียงรอบข้าง ต่อให้จะโดนคําวิจารณ์มามาก โดนกดดันและกีดกันจากคนในครอบครัว แต่เขาไม่เคยปล่อยมือจากผมเลยสักครั้ง ถ้าวันนั้นผมไม่ออกไปช่วยงานอาม่า และถ้าเขาไม่มาดูขบวนแห่มังกร เราคงไม่ได้เจอกัน ... ผมยังจำใบหน้าขาวตัดเสื้อสีแดงทอง ประกอบกับปากที่ขยับพูดเจื้อยแจ้ว ตื่นเต้นกับงานตรุษจีนไม่หยุด (น่าเอ็นดูเป็นที่สุด!) ต่างจากผมที่เกิดและโตที่เมืองปากน้ำโพ เขาเข้ามาทำให้ตรุษจีนที่แสนธรรมดาของผมพิเศษขึ้นกว่าครั้งไหนๆ เราเที่ยวเล่นกันสนุกสนาน หลังจากนั้นความสัมพันธ์ของเราก็พัฒนามาเรื่อยๆ และเทศกาลตรุษจีนในปีนี้ ใครจะไปคิดว่าเขาคนนั้นจะมายืนไหว้บรรพบุรุษอยู่ข้างๆผม ในฐานะภรรยา ...FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... 恭喜发财 (Story #274)Pen Name : เจ่เจ้ยูนิคอร์น 有缘千里来相会,无缘对面不相逢 When destiny favors you, even a thousand miles apart, you will cross paths. But when it doesn’t, standing just inches away means nothing. The morning bursts forth with the crackling of firecrackers, the air is rich with the fragrance of incense wafting through the house, the altar is carefully adorned, and the joyful chatter of family members waiting for their little red envelopes fills the atmosphere. Chinese New Year has graced us once more… Reflecting on two decades past, it seemed inconceivable that the eldest son of a traditional Chinese family would choose to pursue a same-sex relationship, standing firm against the whispers and judgments surrounding him. Despite the harsh criticism, family pressures, and battles from all sides, he steadfastly held on to me. If I hadn’t gone to assist my grandmother with the rituals that day, and if he hadn’t shown up to enjoy the dragon parade, our paths may never have intertwined… I can still picture him—his pale complexion standing out against his vibrant red and gold attire, his lips animatedly welcoming the New Year with joy (it was utterly charming!). While I grew up in the quiet town of Nakhon Sawan, he brought a spark to my traditional Chinese New Year celebrations that turned the ordinary into the extraordinary. We shared countless joyous moments, and our bond blossomed beautifully. And this year, who could have imagined that he would be right here by my side, honoring our ancestors as my beloved partner…FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... City run City loveนามปากกา : A little cool breeze (อะ-ลิตเติ้ล-คูล-บรีซ) เคยได้ยินไหมครับถ้าอยากมีแฟนให้ลองออกจากบ้านดู จูเนียร์ โปรแกรมเมอร์ที่เอาแต่หมกตัวอยู่ในบ้านมานานแสนนานหลังจากที่อกหักจากรักครั้งเก่า เพื่อที่จะตามหารักครั้งใหม่ที่จะมาทำให้หัวใจกระชุ่มกระชวย ก็เลยเลือกที่จะออกมา City run ตามเทรนช่วงนี้สักหน่อย แต่น่าจะเลือกกิจกรรมออกจากบ้านผิดไปหน่อย วันแรกก็ได้เรื่องเลย คนที่ไม่เคยวิ่งมาก่อนในชีวิตแล้วก่อนหน้านี้ก็อยู่แต่บ้านมาตลอด ก็เป็นลมสิครับ แต่เหมือนฟ้ายังเห็นใจ ก็เลยได้ประทาน มาร์ค คุณหมอหน้าใสที่มาวิ่งคลายเครียดเป็นประจำ มาช่วยปฐมพยาบาลให้จูเนียร์ตอนเป็นลม พอเห็นหน้าคุณหมอ จูเนียร์ก็ได้รู้เลยว่านี่สินะ รักครั้งใหม่ที่ฟ้าประทานมาให้ จึงได้ขอแลกคอนแทคเพื่อมานัดวิ่งกับคุณหมอ มาร์คที่เป็นคนขี้สงสารเป็นทุนเดิมก็แอบสงสารจูเนียร์ที่ออกมาวิ่งคนเดียวจนเป็นลม ก็เลยให้คอนแทคไป หลังจากที่ได้เจอกันอีกหลายครั้ง ทุกครั้งที่ได้วิ่งด้วยกันและได้แลกเปลี่ยนบทสนทนากัน จูเนียร์ยิ่งมั่นใจในความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อมาร์คมากขึ้นเรื่อยๆ มาร์คก็รู้สึกถูกชะตากับจูเนียร์มากขึ้นเช่นกัน จากการวิ่งชมเมืองธรรมดา ก็กลายเป็นการวิ่งชมเมืองแห่งรักได้ไงก็ไม่รู้FANFICTION #4: This FANFICTION is titled... City run City lovePen Name : A little cool breeze Ever come across the phrase, "If you're looking for a girlfriend, you might want to step outside"? Junior, a programmer who's been tucked away at home for what feels like forever after a heartbreak, decides it’s time for an adventure in the city to seek out new romance. Unfortunately, his first attempt turns into a comical catastrophe; having never been one for running and always glued to his couch, he ends up fainting! Just when things seem bleak, luck shines upon him. Enter Mark—a dashing doctor who hits the pavement regularly to clear his head. He rushes to Junior's side, and in that moment, Junior senses that the universe might be nudging him toward something special. They swap numbers, planning to run together soon. With Mark’s kindhearted nature, he couldn’t help but feel sympathy for Junior's solo mishap, offering his digits as a lifeline. As they meet up more often, each jog and every chat deepens Junior’s affection for Mark, and Mark starts to feel a spark with Junior too. What began as a casual city run has somehow morphed into a charming journey toward love.FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... เรื่อยๆ…ตลอดไปนามปากกา : (J)Uranus ภีม กับ ภัทร ไม่ได้เริ่มจากคำว่ารัก มันเริ่มจากการนั่งข้างกันทุกเช้า สมุดเล่มเดียว ข้าวจานเดียว และทางกลับบ้านเส้นเดิม จนความเงียบระหว่างกันกลายเป็นความคุ้นเคย เย็นวันฝนพรำใต้ชายคาตึก ภัทรพูดเบา ‘ถ้าต้องตายจากกัน ฉันขอไปก่อนนะ อยู่แน่ๆไม่ได้ถ้าไม่มีนาย’ ภีมมองม่านฝนอยู่นาน แล้วเพียงพยักหน้า ปีที่จดทะเบียนสมรส พวกเขาไปเขตเงียบๆ มีแค่ลายเซ็นสองชื่ออยู่บนกระดาษแผ่นเดียว ชีวิตยังเหมือนเดิม รองเท้าอีกคู่ข้างประตู แก้วน้ำใบเดิม และไฟหัวเตียงที่ภัทรชอบเปิดค้าง จนวันหนึ่ง เจ้าของรองเท้าคู่นั้นไม่กลับบ้านอีกเลย ภีมยังเปิดไฟทุกคืน และไปสุสานทุกวัน เขาเล่าเรื่องรถติด เรื่องข้าวร้านเดิมเหมือนอีกคนยังนั่งฟัง วันครบรอบแต่งงาน เขาวางทะเบียนสมรสหน้าแผ่นหิน ‘จำวันที่พูดใต้ตึกได้ไหม นายขอไปก่อน…ฉันก็เลยพยักหน้า’ ปลายนิ้วแตะชื่อ “ภัทร” เบาๆ ‘ถ้าฉันไปก่อน คงไม่มีใครรู้ว่านายไม่กินผักชี ไม่มีใครเปิดไฟหัวเตียงไว้ให้ ไม่มีใครจำได้ว่าร้านข้าวมุมถนนคือร้านที่นายชอบ’ เขาหัวเราะแผ่ว ‘แต่ถ้านายไปก่อน ฉันจำได้ทั้งหมด ฉันไม่ลืมนายหรอก’ ภีมลุกขึ้นช้าๆ ‘พรุ่งนี้ฉันมาใหม่’ นี่แหละคือคำว่าเรื่อย ๆ ของภีมFANFICTION #5: This FANFICTION is titled… Little by little...for all time.Pen Name : (J)Uranus Pheem and Phat's bond wasn't born from romance. It started with their quiet companionship each morning—sharing a notebook, a single plate of rice, and their daily walk home. The silence they shared blossomed into a comfortable familiarity. One rainy evening, sheltered under a building’s awning, Phat leaned in and whispered, “If we have to leave this world, I want to go first. I can't imagine life without you.” Pheem stared at the rain for a long moment before simply nodding in agreement. The year they tied the knot, they slipped into the district office without fanfare; their marriage was sealed with just their signatures on a single document. Life carried on as usual: a pair of shoes by the door, the same glass of water waiting, and the bedside lamp Phat always left aglow. But one day, those shoes never returned home. Each night, Pheem still kept the lamp lit and visited the cemetery daily. He spoke aloud about the traffic, the same restaurant they loved, as if Phat were listening intently. On the anniversary of their wedding, he placed their marriage certificate at the base of the tombstone. “Do you remember our conversation under the building? You wanted to go first… so I nodded.” He tenderly traced the name "Phat." “If I’m the one to leave first, no one will know that you don’t like cilantro, no one will leave the lamp on for you, and no one will remember that the corner restaurant was your favorite.” A soft chuckle escaped him. “But if you go first, I’ll keep every detail alive. I won’t ever forget you.” Pheem slowly rose, affirming, “I’ll come back tomorrow.” And that’s how Pheem would say, “I’ll take it easy.”เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้เตรียมหัวใจให้พร้อมต้อนรับ “จูเนียร์ - มาร์ค” ที่จะมามอบรอยยิ้ม และความฟิน ให้โลกใบนี้มีแต่ความสุข จนกลายเป็นสีชมพู ~แฟนฟิคแบบไหน และบทบาทไหนที่โดนใจ “จูเนียร์ - มาร์ค” “จูเนียร์” ได้บอกว่า ความชอบส่วนตัวของตนเวลาที่อ่านนิยายนั้น จะชอบอ่านนิยายแนวฆาตกรรม แนวสืบสวน ถ้าในอนาคตหากได้รับเล่นบทแนวสืบสวน ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ และอยากลองทำดูมาก ๆ มาที่ด้านของ “มาร์ค” ได้บอกว่า ถ้าหากให้ตนเลือกแนวที่อยากจะเล่นในเรื่องถัดไป ก็คงต้องเลือกในแนวเนื้อเรื่องที่ “จูเนียร์” ชื่นชอบ โดยได้เสริมว่า ตอนนี้อีกฝ่ายกำลังชื่นชอบนิยายเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษ ชื่อเรื่องว่า ‘หลวงตาบอกแล้วอย่าออกแว้นตอนตีสามเปรตมันดุ’ นั่นเป็นเรื่องเกี่ยวกับเรื่องราวความรักของ เปรตกับเด็กแว๊น และส่วนตัวของ “จูเนียร์” ก็ชื่นชอบในบทตัวละครของ “เปรต” มาก “มาร์ค” จึงได้อาสาจะรับบทเป็นเด็กแว๊นให้ ผู้กำกับคนไหนผ่านมาได้ยิน อย่าลืมรับพล็อตเรื่องนี้ไปพิจารณาด่วน ๆ เลย นักแสดงพร้อมจัดเต็มกันอย่างแน่นอนนนตำนานภาษาเหนือ ของ “จูเนียร์ - มาร์ค” โดย “มาร์ค” ได้บอกว่า จริง ๆ แล้วตนนั้นพูดภาษาเหนือไม่ได้เลย แต่ที่ครั้งก่อนมาออกรายการ EFM FANDOMLIVE แล้วสามารถสอน “จูเนียร์” พูดได้นั้นเพราะว่าตนได้อ่านจากบทมา และกลับมาในครั้งนี้ พี่ๆดีเจจึงให้ “มาร์ค” ได้เลือกคำภาษาเหนือมาสอน “จูเนียร์” พูดอีกครั้ง ซึ่งมาร์คก็ได้นึกคำ ๆ นึงออก ‘อ้ายฮักตั๋วก่อ’ ที่มีความหมายในภาษากลางว่า ‘พี่รักผมไหม ?’ พร้อมหันไปหาพี่จู และฉีกยิ้มด้วยความน่ารัก พร้อมพูดประโยค ‘แว่นมานี่มา’ ชวนเอาแฟน ๆ ที่ดูไลฟ์อยู่หลังหน้าจอต้องฟินจิกหมอนไปตาม ๆ กันถามไว ตอบไว Set มีนาคม !‘จะมีนาแล้ว มีน้องมาร์คอยู่ข้าง ๆ แล้ว ดีต่อใจยังไง ?’ ซึ่ง “จูเนียร์” ก็ได้ตอบว่า การมี “มาร์ค” อยู่ข้าง ๆ นั้น รู้สึกมีความสุข และดีต่อใจสุด ๆ‘จะมีนาแล้ว มีนิสัยอะไรที่แอบปลื้ม แต่ไม่เคยได้พูดให้พี่จูฟังเลย ?’ โดย “มาร์ค” ก็ได้ตอบว่า ความจริงนั้น เขาไม่ค่อยได้พูดความในใจตรง ๆ แบบนี้กับ “จูเนียร์” สักเท่าไหร่ ซึ่งจริง ๆ ก็ชื่นชอบนิสัยทุก ๆ อย่างของพี่จูเลย ทั้งความดูแลเอาใจใส่ ความใส่ใจต่าง ๆ ที่ได้จากพี่จู น้องมาร์ครับรู้ และจำได้หมดเลยน้าาา‘จะมีนาแล้ว มีอะไรที่พี่จูอยากเห็นน้องมาร์คทำให้สำเร็จที่สุด ?’ โดย “จูเนียร์” ก็ได้ตอบว่า สิ่งที่ตัวเขานั้นอยากเห็น “มาร์ค” ทำที่สุด นั่นก็คือการได้ทำตามความฝันของคนน้อง โดยการที่จะได้ขึ้นเล่นคอนเสิร์ต ที่เวทีใหญ่อย่าง IMPACT Arena เมืองทองธานี ซึ่งคำตอบนี้ก็ได้ขโมยรอยยิ้มของน้องมาร์คไปเต็ม ๆ‘จะมีนาแล้ว เต็ม 5 คะแนน ให้โรแมนติกของพี่จูกี่คะแนน ?’ โดย “มาร์ค” ก็ได้ตอบว่า ให้คะแนนพี่จูไปเลย 4.5 เต็ม 5 คะแนน โดยให้เหตุผลว่า ที่เหลือไว้อีก 0.5 คะแนน เพราะเผื่อว่าในเทศกาลถัดไปในอนาคตอย่าง เทศกาลสงกรานต์ พี่จูจะมีอะไรเซอร์ไพรส์เพิ่มเติม นำมาเติมเต็มคะแนนให้เต็มเปี่ยม !ทิศทางต่อไปใน EP.5 ที่สุดจะเข้มข้น ! โดย “จูเนียร์” ก็ได้เป็นตัวแทนในการตอบว่า ใน EP.4 นั้น มีกระแสตอบรับจากแฟน ๆ เยอะมาก จากการทำตัวไม่ดีของตัวละคร “ทิม” ที่ไปแกล้งทำเหมือนว่าเจ็บป่วย จนทำให้ “ไป๋” นั้นรีบดำเนินการจัดงานแต่งงาน เพื่อที่จะหลอกเอาสินสอด และรีบทำเรื่องหย่า ซึ่งใน EP.5 นี้เนื้อเรื่อง และซีนอารมณ์ก็จะเข้มข้นขึ้น เพราะเป็นช่วงที่ “ทิม” นั้นต้องเริ่มตัดสินใจจริง ๆ แล้วว่า ที่จริงแล้วนั้นเขาเพียงแค่อยากจะเข้ามาเพื่อหลอกเอาทรัพย์สินของ “ไป๋” หรือว่าตัวเขานั้นตกหลุมรัก “ไป๋” เข้าแล้วจริง ๆ กันแน่ เรียกได้ว่าเป็นการสปอยที่น่าติดตามต่อสุด ๆ !วิธีฝึกฝนการเป็นลูกเศรษฐี แบบฉบับ “จูเนียร์ - มาร์ค” โดย “มาร์ค” ก็ได้เผยทริคว่า สำหรับตนนั้นวิธีที่ง่ายที่สุดในการเตรียมตัวทำการบ้าน ในการรับบทของ “ไป๋” ที่เป็นลูกเศรษฐีนั้น ก็คือการที่ตนได้ไปเปิดดูซีรีส์ต่างประเทศ ที่เป็นหนังแนว ๆ เดียวกัน แล้วดูว่าการแสดงของนักแสดงในเรื่องนั้นเขาแสดงออกมาประมาณไหนบ้าง และลองนำมาปรับใช้ดูกับบทบาทที่ตนได้รับมา นอกจากนี้ก็ยังมีการถามจากเพื่อน ๆ คนรู้จักรอบข้างบ้าง เรียกได้ว่าตั้งใจ และเต็มที่กับบทบาทที่ได้รับมาสุด ๆ !มิจฉาชีพ... หลอกให้เธอรัก “จุูเนียร์” ได้เผยว่า บทบาทที่ตนได้รับนั้นจะต้องเป็นคนที่มีนิสัยชอบหลอกลวง ใช้ชีวิตอยู่กินด้วยการหลอกลวงคนอื่นไปวัน ๆ โดยการไปหลอกให้เขารัก และเอาทรัพย์สินเขามา จากนั้นจึงค่อยทิ้งเขาไป ซึ่งในเรื่องนี้ก็ถือว่า เซอร์ไพรส์สุด ๆ ที่ตัวละครของ “ทิม” ดันไปเจอเข้ากับ “ไป๋” ที่เป็นถึงลูกเศรษฐีตระกูลใหญ่โตอันดับต้น ๆ ของประเทศ โดย “จูเนียร์” ก็ได้บอกว่า ความยากของการรับบทบาทนี้ ก็คือความแตกต่างจากบทบาทที่เคยได้รับมาทั้งหมด ซึ่งก่อนหน้านี้ตนจะได้รับแต่บทบาทตัวละครที่เป็นคนดี ใช้ชีวิตไปอย่างราบรื่น พอมาเรื่องนี้ที่ต้องใช้ความเจ้าเล่ห์มากขึ้น จึงพยายามศึกษาจากเพื่อน ๆ คนรอบข้างมากขึ้นไปอีก เพื่อถ่ายทอดผลงานการแสดงที่ดีที่สุด สู่สายตาแฟน ๆในชีวิตจริง.. หน้าที่ หรือ หัวใจ ? “จูเนียร์” ได้ตอบว่า หากเหตุการณ์ในซีรีส์เรื่องนี้ เป็นเรื่องจริง ตนก็คงเลือกทำตามหัวใจ โดยให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า สุดท้ายแล้วในชีวิตจริง เสียงหัวใจนั้นมักจะดังกว่าเสียงในหัวเสมอ ในด้านของ “มาร์ค” ก็ได้ตอบคำตอบเดียวกัน โดยให้เหตุผลว่า หากเกิดขึ้นในชีวิตจริง ถ้าเราดันไปรักใครเข้าจริง ๆ เราก็ต้องเลือกทำตามเสียงของหัวใจเป็นอันดับแรกก่อนเสมอHow to จับสแกมเมอร์ ! “จูเนียร์” ผู้ที่ได้รับบทสแกมเมอร์ตัวจี๊ดของเรานั้นก็ได้เผยทริคในการตรวจเช็กว่า ใครกันที่เข้ามาหาเราเพื่อมาหลอก!? โดยเจ้าตัวได้บอกว่า ถ้าในช่วงระยะเวลาแรก ๆ เขาเข้ามาทำตัวกับเราดีผิดปกติ พยายามทำหลาย ๆ อย่างเพื่อซื้อใจเรา อาจเป็นไปได้ว่าเขาอาจจะอยากได้อะไรจากเราก็เป็นได้ ซึ่งเจ้าตัวก็ได้พูดเสริมต่อว่า อย่างตัวละคร “ทิม” ในเรื่องนั้น ก็จะมีวิธีการเข้าหา เพื่อหลอกให้รัก จุดประสงค์ก็เพื่อจะเอาทรัพย์สิน และเมื่อ “ทิม” ได้เรียนรู้นิสัย หรือความชอบของเหยื่อ เขาก็จะทำในสิ่งที่อีกฝ่ายชอบ จนอีกฝ่ายตกหลุมพลางของเขา เรียกได้ว่า เห็นหน้าหล่อ ๆ แบบนี้ ความเจ้าเล่ห์นี่เกินลิมิต !การร่วมงานกันของทั้งคู่ กับ “โอห์ม - ปูน” โดย “มาร์ค” ก็ได้เผยว่า ส่วนตัวนั้น ชื่นชอบเรื่องราวความรัก ความสัมพันธ์ของตัวละครของ “โอห์ม - ปูน” ในเรื่องมาก ๆ เพราะเป็นความรักที่ค่อนข้างสุดโต่ง พร้อมเผยอีกว่าในช่วงกลาง ๆ เรื่องนั้น เหมือนจะมีเรื่องราวให้คนดูได้เซอร์ไพรส์อยู่ตลอดเวลา ในฝั่งของ “จูเนียร์” ได้เสริมว่า บทบาทของ “ปูน” ในเรื่องนั้น จะเล่นเป็นคนที่มีคาแรกเตอร์ที่ค่อนข้างอ่อนต่อโลก มักจะทำตามหัวใจตัวเองอยู่เสมอ โดยไม่สนว่ารอบข้างนั้นจะเป็นอย่างไร และในบทบาทของ “โอห์ม” นั้น จะเป็นสแกมเมอร์เหมือนกันกับบทบาทที่ ”จูเนียร์“ ได้รับ แต่ต่างกันที่จริง ๆ แล้วไม่ได้เต็มใจ อยากเป็นสแกมเมอร์ แต่ด้วยความที่ไม่มีทางเลือก ก็จะมีความเงอะ ๆ งะ ๆ อยู่พอสมควร ซึ่งพอตัวละครของทั้งสองมาเจอกันนั้น ก็ถือเป็นเคมีความน่ารัก และกลายเป็นเคมีที่ลงตัวสุด ๆและอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่ทำให้สตูดิโอเต็มไปด้วยกลิ่นความหวาน หอมตลบอบอวลทั่วทั้งสตู ~ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ก็มีเกมสุดพิเศษมาให้ “จูเนียร์ - มาร์ค” ได้พิชิตกันชื่อเกมว่า ‘จูเนียร์ - มาร์ค หลอกให้รัก พิทักษ์หัวใจ’งานนี้ทั้งคู่จะเสิร์ฟความฟิน ชวนกัดหมอนขาดกันขนาดไหน สามารถไปรับชมเคมีความน่ารักของทั้งคู่ได้เลยยย!(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบไม่มีกั๊ก! กับโมเมนต์สุดพิเศษด้วยการให้ “จูเนียร์ - มาร์ค” โทรกลับ และพูดคุยกับแฟน ๆ ชวนใจละลาย เขินน้วยไปตาม ๆ กันนน! สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “จูเนียร์ - มาร์ค” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ รวมถึงขอบคุณที่เข้ามาร่วมสร้างโมเมนต์ความสุข และรอยยิ้มให้กับแฟน ๆ ได้ฮีลใจตลอดค่ำคืน ฝากทุกคนติดตามซีรีส์เรื่อง “My Romance Scammer รักจริง หลังแต่ง” สามารถรับชมได้ทุกวันอาทิตย์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง GMM25 และรับชมย้อนหลังได้ที่ WeTV บอกได้คำเดียวเลยว่า รู้เขาหลอก แต่เต็มใจให้หลอกกกสามารถเข้าไปรับชมโมเมนต์ความฟินของทั้งคู่ได้ทาง...แล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

album
efm
-

-