“ซันนี่ เกวลิน” ศิลปินลูกครึ่งไทย-จีน กับการกลับมาไทยในรอบ 3 ปี พร้อมเจาะลึก ‘ตัวตนไหนที่ใช่เธอ?’

EFM FANDOM RECAP

“ซันนี่ เกวลิน” ศิลปินลูกครึ่งไทย-จีน กับการกลับมาไทยในรอบ 3 ปี พร้อมเจาะลึก ‘ตัวตนไหนที่ใช่เธอ?’

17 มี.ค. 2023

         ในวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา รายการ EFM Fandom live ได้แขกรับเชิญสุดพิเศษที่อิมพอร์ตมาจากเมืองจีน! เป็นการกลับไทยในรอบ 3 ปีของ “ซันนี่ เกวลิน บุญศรัทธา” นักร้องชาวไทยเชื้อสายจีน มาพูดคุยกันในรายการ โดยเธอเป็นอดีตสมาชิกของเกิร์ลกรุ๊ปจีนที่ชื่อว่า “ร็อกเก็ตเกิร์ลส์ 101” หลังจากจบอันดับที่ 8 ของรอบชิงชนะเลิศในรายการ “พรอดิวซ์ 101” ต่อมาเธอได้มีเพลงเดี่ยวเพลงแรกของเธอที่ชื่อว่า "Don't Cry" อีกด้วย

     และไม่เพียงเท่านั้นที่ไทยเองก็ยังมีแฟนคลับตัวตึงที่ตั้งหน้าตั้งตารอการกลับมาของซันนี่อยู่เสมอ จะเป็นใครไปไม่ได้เลยถ้าไม่ใช่ “คุณฝ้าย” แอดมินจากเพจเฟสบุ๊ค “Sunnee fc thailand” 

         โดยคุณฝ้ายเล่าว่าชื่อด้อมของซันนี่นั้นชื่อว่า “太阳星 ไท่ หยาง ซิง” หรือ Sun Star (ไท่หยาง แปลว่า พระอาทิตย์ ซิง แปลว่า ดาว) มันเกิดจากการที่เวลาซันนี่แนะนำตัว เธอมักจะแนะนำตัวว่า ”สวัสดีค่ะฉันชื่อซันนี่เป็นพระอาทิตย์ดวงโตของทุกคน”

      ภายในด้อมแฟนคลับก็เลยโหวตกันว่า อยากให้มีชื่อด้อมคล้องกับที่ซันนี่แนะนำตัว และยังพูดคุยถึงฉายาประจำตัวของซันนี่ อย่าง บอสหยาง, น้องฉิง , น้องนี มาเริ่มกันที่ “บอสหยาง” เกิดจากการที่พี่ๆ ทีมงานชอบเรียกน้องว่าบอสหยาง จนสุดท้ายน้องก็เลยนำมาตั้งเป็นชื่อสตูดิโอที่ทำงานที่จีน

        ต่อมาคือน้องฉิง หรือ “ฉิง เอ๋อ เม่เม๋” ฉิงมาจากชื่อจีน แปลว่า มีแดดออก สดใส เอ๋อ เป็นภาษาจีนที่เติมเข้าไปเพื่อให้คำมันดูน่ารัก เม่เม๋ แปลว่า น้องสาว ส่วน ”น้องนี” คือมาจากชื่อเล่นจริงๆ ของน้อง และบริษัทเห็นว่าน้องบุคลิกสดใส เลยตั้งสเตจเนมว่า Sunny แต่เปลี่ยนข้างหลังเป็น nee แทน

        และแฟนคลับของน้องไม่ได้มีแค่ที่จีนเท่านั้น มีทั้งประเทศไทย, สิงคโปร์, ฮ่องกง, มาเลเซีย เป็นประเทศที่ใช้ภาษาจีนเป็นหลัก รวมไปถึง ตอนที่มีคอนเสิร์ตที่จีนก็มีแฟนคลับจากประเทศญี่ปุ่นด้วย แฟนคลับเยอะขนาดนี้ แน่นอนว่าผลงานของน้องก็เยอะมากๆ เช่นกัน ซึ่งน้องมีผลงานที่โดดเด่นที่สุดเลยคืออัลบั้มแรกที่วางขายในจีน เป็นอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด ชื่ออัลบั้มว่า "How's The Weather Today?" (ฮาวส์ เดอะ เวทเธอร์ ทูเดย์) ซึ่งชื่ออัลบั้มนี้มาจากแฟนเพจใน Facebook ที่ตามถ่ายรูปให้ซันนี่ ตั้งแต่สมัยที่น้องอยู่ไต้หวัน-ไทเป ซึ่งอัลบั้มนี้ขายดีมากกว่า 11,000,000 หยวน (ประมาณ 55 ล้านบาท) ซึ่งก่อนหน้านั้นมีระยะเวลาที่พรีเซลล์ซึ่งขายได้ 10,000,000 ก่อนเปิดขายจริง โดยยอดเป็นอันดับที่ 72 ของอัลบั้มที่ขายดีตลอดกาลในจีน และมีผู้ติดตามน้องใน ”เหว่ยป๋อ” 22.1 ล้านคน

     และสาเหตุที่น้องมีแฟนคลับมากมายที่คอยสนับสนุนขนาดนี่คงจะหนีไม่พ้นอุปนิสัยของน้องเวลาสื่อสารหรือเจอแฟนคลับ น้องจะชอบเป็นคนที่ขี้แกล้งขี้หยอก เสมอ โดยคุณฝ้ายได้ยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่น้องไปออกรายการจีนชื่อรายการว่า “Roast” (แปลว่า เผา) ซึ่งเป็นรายการแรกๆ เลยหลังจากที่เดบิวต์เป็นวงร็อกเก็ตเกิลส์ ไปกับเพื่อนสมาชิกอีกคนหนึ่งในวง และ concept ของรายการคือให้ดาราศิลปินมาเผากัน แหย่เล่นกันเอง ซึ่งน้องเองก็โดนแซวว่า เนี่ยอ่านภาษาจีนยังอ่านไม่ออกเลยนะ ซันนี่ก็เลยแซวกลับไปว่าฉันเป็นคนไทยนะ เธอก็ยังอ่านภาษาไทยไม่ออกเลยใช่มั้ยล่ะ โดยยกประโยคที่ว่า “ยายกินลำไยน้ำลายยายไหลย้อย” ให้เพื่อนฟัง พร้อมกับตบท้ายด้วยประโยคท้าทายว่า “คุณเข้าใจไหมล่ะ” อือหือแสบใช่ย่อยเลยล่ะ 

       และเมื่อน้องได้เข้าวงการตั้งแต่อยู่ที่ไต้หวันจนถึงปัจจุบันรวม 10 กว่าปี ตั้งแต่อายุ 15-16 พอน้องกลับมาที่ไทยแฟนคลับก็ไปรอรับที่สนามบิน ซึ่งในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา คุณฝ้ายเองก็มีการ โปรโมทหนักมากทั้งช่องทางโซเชียลมีเดีย จนน้องมีแฟนคลับเพิ่มมากขึ้น ทำให้แฟนคลับที่ไปรับที่สนามบินตอนนี้มีประมาณ 100 กว่าคนจากวันแรกที่เดบิวต์ rockets girls มีแค่ 30-40 คนเท่านั้น

ซึ่งแน่นอนว่ามีคลิปคลิปหนึ่งที่เป็นไวรัลที่สามารถตกแฟนคลับเข้าด้อมเพิ่มได้ นั่นก็คือคลิปที่น้องร้องเพลง”โต๊ะริม ของนน ธนนท์” โดยที่ไทยชาวโซเชียลก็ได้แสดงความคิดเห็นว่า ”ทำไมคนจีนคนนี้ร้องเพลงไทยเพราะจัง” และคนจีนเองก็งงว่า “คนนี้เป็นคนไทยหรอ? ทำไมร้องเพลงไทยชัดจัง” 

        และมีเรื่องน่ารักอย่างแรกของน้องเลยก็คือแฟนคลับมักจะแซวน้องในแพลตฟอร์ม TikTok ว่า “นี่แอคจริงหรือ แอคหลุม” เพราะ TikTok ของน้องเพิ่งเปิดใช้ได้ไม่นาน น้องเองก็ไม่ค่อยได้ลงรูปหรืออัพเดตอะไร ซึ่งคนติดตามใน TikTok ประมาณ 8,000 คน แต่คนติดตามในเพจเฟสบุ๊คแฟนคลับประมาณ 160,000 คน เลยถูกแซวตามประโยคข้างต้น ซึ่งสามารถไปติดตาม TikTok ของน้อง @sunnee_kewalin ให้กลายเป็นแอคจริงได้สักที

         เรื่องน่ารักต่อมาคือ แรงผลักดันที่ทำให้น้องมีความตั้งใจที่จะโด่งดังให้ได้ ส่วนหนึ่งมาจากป้าข้างบ้านเพราะสมัยที่น้องเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ชอบทักว่าทำไมถึงไม่เรียนให้จบ  น้องเองก็ไม่อยากหน้าแตกจึงเกิดเป็นพลังไฟในครั้งนั้นที่นำพาน้องจนประสบความสำเร็จ

        เรื่องน่ารักอย่างสุดท้ายคือน้องเคยมาร์คหน้าไปซื้อกาแฟ จนล่าสุดมีพนักงานที่ร้านมาคอมเม้นต์ใน TikTok ของแฟนคลับว่า “จำน้องได้ว่าน้องมาร์คหน้ามาซื้อของตลอด” ไม่เพียงแต่มาส์กหน้าออกไปซื้อของเท่านั้น เวลาน้องออกไปเที่ยว น้องก็แทบจะไม่แต่งหน้าเลย จนถึงขนาดที่ว่าแฟนคลับคิดว่าน้องไม่มีเครื่องสำอางติดที่บ้านเลย นอกจากนี้น้องยังเคยให้สัมภาษณ์ด้วยว่า “ถ้าเราพึ่งการแต่งหน้าไปแล้วครั้งหนึ่ง ละพึ่งมันไปเรื่อยๆ มันอาจจะทำให้วันนึงเราจะไม่มีความสุขกับหน้าตัวเอง” 

          และขอย้อนกลับไปถึงเรื่องกาแฟที่น้องชอบซื้อดื่มประจำนั่นก็คือ “ไอซ์ อเมริกาโน่” มักจะถือติดมือตลอด ในส่วนของอาหาร น้องก็จะไม่ค่อยกินอาหารที่ยากๆ (ทั้งยากต่อการทำและยากต่อการกิน) จะกินของง่ายง่ายเช่น ผัดกะเพรา ข้าวเหนียวหมูปิ้ง บะหมี่หมูแดง 

      และนอกจากเรื่องอาหารเครื่องดื่มที่น้องชอบแล้วแล้ว ในตอนนี้ซันนี่เองก็กำลังให้ความสนใจกับการเที่ยวชมคอนเสิร์ตที่เมืองไทย เพราะต้องการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ว่าคอนเสิร์ตในไทยเป็นอย่างไร ศิลปินท่านอื่นๆ ในไทยมีวิธีการดึงความสนใจผู้ชมแบบไหน โดยซันนี่เองก็มี “พี่เบิร์ด ธงไชย” เป็นไอดอล รวมไปถึงศิลปินชายอีกคนที่เขาชอบมากๆ เลยก็คือ “ต่อ ธนภพ” และอยากร่วมงานกับศิลปินของเมืองไทยคนอื่นๆอีกด้วย เช่น โบกี้ ไลอ้อน, พีพี กฤษฏ์ และแฟนคลับเองก็อยากเห็นน้องได้ร่วมงานกับศิลปินเหล่านี้เช่นกัน เพราะอยากให้น้องมีความสุข

         ซึ่งก่อนหน้านี้ซันนี่เองก็ได้ร่วมงานกับศิลปินไทยไปแล้วกับเกิร์ลกรุ๊ปสัญชาติไทยอย่างวง “VYRA(ไวร่า) เพลงต๊ะต่อนยอน” นั่นเอง โดยเป้าหมายต่อไปที่น้องสนใจอยากจะทำคงหนีไม่พ้นการได้มีส่วนร่วมในการทำเพลงมากขึ้น อยากจะลองร้องเพลงสไตล์ใหม่ๆ หรือมีเวทีที่น้องจะได้ร้องเพลงต่อหน้าคนหลายๆ คนที่ตั้งใจมาฟังน้องร้องเพลง

         และสุดท้ายนี้คุณฝ้ายที่เป็นตัวแทนของแฟนคลับหลายๆ คนก็อยากจะฝากถึงแฟนคลับคนอื่นๆ ว่า “ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันมาตลอด ทุกๆ คนเป็นคนสำคัญที่ทำให้เรามาถึงจุดนี้ และฝ้ายเองก็คิดว่าคนในด้อมก็มีนิสัยเหมือนกันนั่นก็คือชอบของยาก ชอบความท้าทาย เลยทำให้เราหากันเจอ

และอยากฝากถึงซันนี่ว่า “อยากให้น้องมีความมั่นใจเยอะๆ เพราะน้องมีเสน่ห์ในตัวและมีความน่ารักในตัวที่รอให้คนมาเห็น ขอให้น้องเป็นตัวของตัวเอง น่ารักกับทุกคนแบบนี้ไปนานๆ  ขอให้ประสบความสำเร็จในทุกสิ่งที่ตั้งใจ ในเรื่องของหน้าที่การงานก็ขอให้มีผู้ใหญ่เอ็นดูน้องเยอะๆ ค่ะ” คุณฝ้ายกล่าว 

และก็มาถึงช่วงที่เราจะได้เจาะลึกถึงตัวตนของซันนี่กันแล้ว จากที่คุณฝ้ายเล่าว่าน้องมีหลายคาแรกเตอร์ ซึ่งคาแรกเตอร์แรกคือ”คาแรกเตอร์ซันนี่” จะเป็นลุคที่มีความเป็นบอส เซ็กซี่ๆ ส่วน”คาแรกเตอร์เกวลิน” จะเป็นลุคน่ารักขี้เล่น ซึ่งในรายการวันนี้ คุณฝ้ายและดีเจทั้งสองคนเองก็ไม่แน่ใจว่าน้องจะพกคาแรกเตอร์แบบไหนมา ไปติดตามกันได้เลย! 

 

‘เปิดโมเม้นท์สุดประทับใจกับการกลับมาประเทศไทยในรอบ 3 ปี’

 

อย่างที่บอกไปว่าช่วงโควิดที่ผ่านมา ซันนี่ ก็ไม่ได้กลับมาประเทศไทยนานมาก ถ้ารวมแล้วก็ระยะเวลากว่า3ปีแล้ว ดีเจดาวจึงเอ่ยแซวเรื่อง Vlog ของซันนี่ ที่ไปเห็นโมเม้นสุดน่ารักของคุณพ่อคุณแม่ไปรับและยังปลอกทุเรียนมาให้อีกด้วย

ซันนี่เองจึงตอบว่า ใช่แล้วค่ะ จริงๆ แล้วอยู่ที่จีนก็ได้ทานเหมือนกัน แต่ที่นู่นเขาจะเป็นแบบนิ่ม ส่วนเราเองจะชอบแบบกรอบมากกว่าค่ะ พอพูดถึงทุเรียนกรอบดีเจพี่แนนเลยเล่นมุขว่า แล้วแบบนี้ทำไมไม่ทานทุเรียนกรอบเอาล่ะคะ (หัวเราะ) ซันนี่จึงบอกว่า จริงๆ แล้วหนูทานได้แค่ทุเรียนจริงส่วนที่ผ่านกระบวนการอื่นหนูไม่ค่อยทานเลยค่ะ ดีเจแนนและดีเจดาวก็ต่างเซอร์ไพรส์ จึงแซวซันนี่บอกว่า ต้องลองซักครั้ง อย่างทุเรียนทอดก็ถือเป็นมรดกโลกเลยนะ ซันนี่ยิ้มขำพร้อมบอกว่า ได้เลย ไว้หนูจะลองดูค่ะ

พร้อมบอกเล่าความประทับใจที่เหล่าแฟนคลับต่างไปรอต้อนรับตนกลับไทยที่สนามบิน เพราะตนไม่คาดคิดว่าจะมีแฟนคลับที่ประเทศไทยมากขนาดนี้ จึงส่งผ่านคำขอบคุณแฟนคลับ Sunstar  太阳星 ทุกคนที่ผลักดันตนมาถึงจุดนี้และคอยซับพอร์ตเราอยู่เสมอ ทำให้ซันนี่เป็นที่รู้จักมากขึ้นอีกด้วย

 

‘ความฝันในวัยเด็ก สู่ ความสำเร็จในปัจจุบัน’

 

พอพูดมาถึงการเป็นศิลปินแล้ว ดีเจพี่ดาวก็เลยเอ่ยถามว่า เด็กหญิงซันนี่ในวัยเด็ก นอกเหนือจากความฝันหรือการเข้าสู่วงการบันเทิงแล้ว ซันนี่มีอาชีพอะไรอีกมั้ยที่อยากจะทำ ตัวซันนี่เองจึงตอบอย่างชัดเจนเลยว่า ไม่มีเลยค่ะ แต่ตอนเดบิวท์แรกๆ และเราหายไปประมาณ 3 ปี มันก็มีช่วงที่เราคิดเหมือนกันค่ะ ว่าการเป็นดารานักร้อง ก็คงไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ก็เลยเรียนการโรงแรมไว้ เผื่ออนาคตจะสามารถมีอาชีพรองรับเราไว้ด้วย

 

ซึ่งเราก็รู้กันอยู่แล้วว่าการไปเป็นศิลปินที่ต่างประเทศความยากลำบากอีกอย่างหนึ่งคือเรื่องภาษา แล้วตัวซันนี่เองพบปัญหาอะไรบ้างด้านนี้ ซันนี่จึงตอบว่าจริงๆ แล้ว ภาษาไม่ใช่อุปสรรคเท่าไหร่เลยค่ะ เพราะตอนอยู่ไทยเราเรียนภาษาจีนอยู่แล้วด้วย พอไปอยู่ได้ซักพักก็เริ่มพูดคุยได้ค่ะ แต่ตอนนี้ก็อาจจะยังไม่ถนัดการเขียนซักเท่าไหร่ ซึ่งเราก็ได้ใช้ภาษาจีนกับคุณพ่อมากขึ้นด้วยเพราะคุณพ่อเป็นคนจีนค่ะ จนหลังๆมาก็ไม่ได้ใช้ภาษาไทยกับคุณพ่อเลยค่ะ (หัวเราะ) มีใช้ภาษาไทยก็กับน้องชายเลยค่ะ เพราะเขาชอบโทรมาคุยด้วยบ่อยๆ ตอนอยู่ที่จีน แต่ว่าตอนคุยกันก็ไม่ค่อยใช้ภาษาสุภาพซักเท่าไหร่ค่ะ (หัวเราะ) ตอนกลับมาไทยก็เลยยังไม่ชิน รอบหลังเลยต้องให้น้องชายพยายามพูดภาษาสุภาพกับเรามากขึ้น ในอนาคตเผื่อเราจะต้องใช้ในการทำงาน ก็เลยจะกลัวดูไม่ดีซักเท่าไหร่ค่ะ

 

‘แพลนในอนาคตกับการกลับมาทำงานในประเทศไทย’

 

ซันนี่เองก็ได้กล่าวกับทางรายการว่า รู้สึกว่าปีนี้ถือเป็นปีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ของตนมากๆ จึงอยากที่จะไปในจุดที่ตน อาจจะยังไม่มีประสบการณ์มาก่อน ซึ่งประเทศไทยก็ถือว่าเป็นหนึ่งในนั้นที่เราสนใจ หรือในอนาคตเราก็อยากที่จะให้ทุกคนรู้จักเรามากขึ้น ก็เลยค่อยๆ ดูไป และยังคงหาโอกาสให้กับตัวเองเรื่อยๆเลยค่ะ

 

โมเมนต์สุดน่ารักของ ’ซันนี่’ กับศิลปินไทยที่ตนชื่นชอบ

 

- ตำนาน อุ้ย !! เฮ้ย !! ว๊ายย !!

เมื่อดีเจแนนเอ่ยแซวถึงดาราไทยที่ซันนี่ชื่นชอบอย่าง ‘ ต่อ ธนภพ ‘ ซันนี่ก็ถึงกับเสียอาการและตอบกลับมาว่า ถ้าตามสเปคจริงๆ ของหนูเลย ก็เป็นลุคคล้ายๆ พี่ต่อเลยค่ะ สูง ตาโต ดูสะอาดสะอ้าน จริงๆ เราชอบและชื่นชมผลงานการแสดงของเขามากกว่า เพราะเรารู้สึกว่าเขามีเสน่ห์ในแบบของเขาเวลาเล่นละครมากๆ เลยค่ะ 

ดีเจแนนจึงถามถึงล่าสุดที่ทาง ต่อ ธนภพ ได้มีการมาตอบคอมเมนท์ตนในไอจี เป็นอย่างไรบ้างกับความรู้สึกตอนนั้น ซันนี่จึงเล่าโมเมนต์นั้นให้ฟังว่า ตนพึ่งเห็นเมื่อเช้าตอนกำลังเช็คโทรศัพท์ แล้วพอเห็นปุ๊บรีแอคชั่นที่ออกมาก็อุทานเลยค่ะว่า

อุ้ย!! เฮ้ย!! ว๊ายย!! น้อย!” ซึ่งน้อยก็คือน้องเราเอง แล้วกว่าหนูจะตอบกลับเขาก็คือพิมพ์แล้วลบทิ้งหลายรอบมาก รอบแรกพิมพ์ว่า ‘ สวัสดีค่ะ หนูซันนี่นะคะ’  แล้วลบทิ้ง รอบสองก็พิมพ์ใหม่ ‘ พี่ต่อติดตามหนูหน่อยได้มั้ย’ แล้วก็ลบอีกค่ะ (หัวเราะ) แล้วก็พิมพ์อีกว่า ‘พี่ต่อ หนูซันนี่นะคะ’ จนสุดท้ายกว่าจะกดส่งก็กลายมาเป็น “ อุ้ย เฮ้ย ว๊ายย “ เนี่ยแหละค่ะ เพราะตรงกับความรู้สึกตอนนั้นเราดี (หัวเราะ) ซึ่งโมเมนต์การเล่าเรื่องของซันนี่ก็ทำให้สร้างเสียงหัวเราะให้พี่ดีเจทั้งสองไปตามๆกัน

 

- ศิลปินไทยคนไหนที่อยากร่วมงานด้วยที่สุด

เมื่อดีเจดาวถามซันนี่ถึงศิลปินที่ตนอยากร่วมงานด้วยในไทยคือใคร ตนก็ตอบกลับมาอย่างไวเลยว่า ‘พี่เบิร์ด ธงไชย’ ซึ่งคำถามนี้เวลาตนให้สัมภาษณ์ที่ไหนตนก็จะให้คำตอบเดิมเสมอ เพราะเราชื่นชอบมาก ตั้งแต่ตนเกิดมา 26 ปี ก็ยังไม่เคยเจอเลย และยังไม่มีโอกาสได้ไปคอนเสิร์ตด้วย เรารู้สึกว่าเพลงของพี่เบิร์ดหลายเพลงเวลาเราเฟล เราได้ฟังก็ทำให้รู้สึกดีไปด้วยค่ะ

พฤติกรรมแปลกที่คนอื่นไม่เคยรู้

คิดว่าพฤติกรรมของเราที่คนอื่นไม่น่าจะทำคืออะไร ซันนี่จึงตอบว่า จริงๆ ไม่รู้ว่าแปลกมั้ยนะคะ ไม่รู้คนอื่นเป็นมั้ย แต่เวลาที่เราไปพักโรงแรมสิ่งแรกที่มักจะดูก่อนก็คือ ห้องน้ำค่ะ เพราะส่วนตัวเราเป็นคนซีเรียสเรื่องห้องน้ำ เรื่องความสะอาดอะไรแบบนี้ รวมไปถึงเช็คพวกเสื้อคลุมอาบน้ำ และฝักบัวด้วยว่าสกปรกมั้ย ถ้าสกปรกก็จะเอาแอลกอฮอล์มาเช็ดเลย  ซึ่งคิดว่าแปลกตรงที่ก็ซีเรียสอยู่แค่ห้องน้ำนี่ล่ะค่ะ (หัวเราะ)  อีกอย่างเป็นพวกความรู้สึกซะมากกว่าค่ะ อย่างเวลาทำงานถ้าสตูดิโออะไรแบบนี้ ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับเรื่องลี้ลับหรือเซ้นท์มั้ย แต่ก็จะมีบางที่ที่รู้สึกอึดอันหรือเวียนหัวแต่พอทำงานเสร็จออกมาก็กลับมาปกติแบบนี้ก็มีค่ะ หรืออย่างพวกโรงแรมที่เราไปพัก ถ้าห้องไหนที่เราเข้าไปแล้วรู้สึกว่า มืด หรือหัวตื้อๆ อะไรแบบนี้ ก็จะย้ายโรงแรมเลยค่ะ

 

การ ’เปลี่ยนแปลง’ ที่ดีเพื่อ ’ความรัก’ และ ’แฟนคลับ’

หลังจากดีเจทั้งสองเอ่ยปากชมความชิล ความเป็นตัวของตัวเองของซันนี่ในรายการแล้ว ดีเจแนนก็เกิดคำถามว่า ทำไมซันนี่ถึงคิดว่าตัวเองเป็นคนไม่มั่นใจ ซันนี่จึงบอกว่า เมื่อก่อนตนเป็นคนไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองซักเท่าไหร่ ตนจึงพรีเซนท์ตัวเองในรูปแบบความสดใส และปล่อยเอเนอจี้ที่ดีออกมาให้คนที่เรารักดีกว่า และด้วยความเราอยู่และทำงานที่จีนด้วย ถ้าเรายังไม่มีความมั่นใจ หรือเซนซิทีฟกับปัญหาต่างๆ เราคิดว่า มันก็จะทำให้คนที่ชื่นชอบเราเขาก็รู้สึกดาวน์ไปด้วย หรือถ้าวันไหนเรารู้สึกสภาวะจิตใจเราไม่ค่อยดี เราก็จะบอกกับแฟนคลับตามตรงเลยค่ะ เพื่อที่จะกลับไปปรับตัวเองให้กลับมาเป็นซันนี่คนเดิมตามปกติค่ะ

 

       และนอกจากนี้น้องยังได้เปิดเผยความรู้สึกตอนที่ได้คุยกับแฟนคลับว่า “หนูรู้สึกเฟล ในเรื่องของหน้าที่การงานในปีที่แล้วมาก เพราะมีปัญหาหลายอย่าง และในปีนี้ที่กลับมาไทยคือกลับมา”ชาร์จแบต”(หมายถึง พักผ่อน เติมพลังกายพลังใจ) กลับมาหาความมั่นใจของตัวเองอีกรอบ จริงๆในใจก็รู้สึกกลัวมากที่มารายการในวันนี้ กลัวจะทำออกมาได้ไม่ดี ที่ต้องไลฟ์สดคุยกับทุกๆคน และต่อมาคือกลัวว่ายังจะมีคนชื่นชอบเราอยู่หรือเปล่า แต่พอมาเจอแฟนคลับในวันนี้ น้ำตาใหลเลย ทำให้พูดกับตัวเองว่าเราไม่ได้แย่ขนาดนั้น เรายังมีคนชื่นชอบเยอะอยู่นะ เลยอยากขอบคุณทุกคนมากๆ หนูเลยจะพยายามที่จะทำให้หนูและแฟนคลับได้เจอกันบ่อยๆ มากขึ้น”

 

และดีเจดาวก็ได้พูดเพื่อให้กำลังใจน้องด้วยว่า 

“มันเป็นเรื่องดีมากๆ เลยที่คนๆ หนึ่งสามารถเผยความรู้สึกของตัวเอง และเปิดเผยมุมที่อ่อนแอบางอย่างได้ พี่ดาวว่ามันต้องใช้ความกล้าเยอะมากๆ และพี่ก็นับถือตรงนั้นจริงๆ”

        สุดท้ายนี้ซันนี่เองก็ยังอยู่ในช่วงวางแผนการจัดแฟนมีตที่จะเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคมหากใครที่ต้องการพบปะน้องแบบพิเศษใส่ไข่ก็อย่าลืมติดตามข่าวสารจากน้องได้เลยน๊าา แล้วเจอกันสัปดาห์ถัดไปจ้า

ติดตามความน่ารักของซันนี่ย้อนหลัง

related EFM FANDOM RECAP

PERSES 5 หนุ่ม Bodyguard สุดเก่งแห่ง T-POP บอกเลยว่าหล่อ จนคว้ารางวัล EFM FANDOM AWARDS สาขา “บอดี้การ์ดสุดหล่อ ตัวพ่อแห่งวงการ T-POP” กันเลย

25 พ.ย. 2024

PERSES 5 หนุ่ม Bodyguard สุดเก่งแห่ง T-POP บอกเลยว่าหล่อ จนคว้ารางวัล EFM FANDOM AWARDS สาขา “บอดี้การ์ดสุดหล่อ ตัวพ่อแห่งวงการ T-POP” กันเลย

รายการ EFM FANDOM LIVE [24 ตุลาคม 67] คืนนี้ต้อนรับ 5 หนุ่ม T-POP อย่าง “PERSES” พร้อมซิงเกิลใหม่ล่าสุด “Bodyguard” โดยพูดคุยกับ 2 ดีเจสาวสวย “ดีเจดาว และ ดีเจแนน”ในช่วงแรงของรายการ เป็นการคัดเลือกชื่อ“EFM FANDOM AWARDS รางวัลพิเศษ เพื่อคนพิเศษ” จากที่แฟน ๆ เสนอและเปิดโหวต1. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “บอดี้การ์ดสุดหล่อ ตัวพ่อแห่งวงการT-POP” บางคนเห็น PERSES ผ่านๆ อาจจะคิดว่าวงนี้คงมีแค่ความหล่อ แต่เดี๋ยวก่อนจ้ะคุณผู้แชม… ลองมาฟังเพลง มาดู performance ลูกๆเราก่อนจ้า แล้วคุณจะเข้าใจคำว่า “ตัวพ่อ” แห่งวงการ T-POP เพราะพี่แกเต้นโคตรเก่ง ร้องโคตรดี วาไรตี้ขำจนแทบขิต ถ้ายังไม่เชื่ออีก รบกวนไปเปิด MV เพลง Bodyguard ดูเดี๋ยวนี้เลยค่ะ!!An attractive bodyguard and the King of T-POP Some may mistakenly believe that PERSES is all about good looks at first glance. But just give their songs and performances a chance. You’ll quickly see why they’re considered the “kings” of T-POP – their dance moves are amazing, their vocals are top-notch, and their humor is so entertaining it’s impossible not to love. Still not convinced? Check out the Bodyguard music video now and see for yourself!2. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “บริกรตัวร้ายกับนายปลาตะเพียน” ที่มาจากท่อนฮุคของเพลง Bodyguard ที่ร้องว่า ‘Bodyguard Bodyguard ทราบแล้วเปลี่ยน ทราบแล้วเปลี่ยน’ แต่ด้วยทำนองเพลงที่อินเตอร์ทำให้ใครหลายๆคนฟังเพี้ยนกันไปต่างๆนาๆว่า ‘บริกร บริกร ปลาตะเพียน ปลาตะเพียน’ ทำให้ Comeback ที่แสนจะเท่จากพี่ Bodyguard กลายเป็น น้องปลาตะเพียน แล้ว PERSES ก็แมสแต่อะไรแบบนี้The villain waiter and Mr. Carp. It originates from the chorus of the tune Bodyguard that goes, “Bodyguard Bodyguard, acknowledging that, acknowledging that.” Even though the tune has a widely recognized melody, many have misunderstood the lyrics, hearing it as, “Waiter, Waiter, Carp, Carp,” leading to a fun twist from the Bodyguard to the little fish. And that’s how PERSES rose to fame!3. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “Prince of Bodyguard” อยากมอบรางวัล Prince of Bodyguard ให้กับ PERSES ค่ะ เพราะว่าเพอร์เซสเปรียบเสมือนเจ้าชายแห่งองครักษ์ค่ะ เป็นองครักษ์ที่คอยปกป้อง ดูแล ห่วงใย Pieces อยู่เสมอ การมีอยู่ของเพอร์เซสมันทำให้พีซเซสอบอุ่นใจ สบายใจ เป็นยาใจชั้นดีเลยค่ะ เพอร์เซสสำหรับเราคือเจ้าชายจริงๆค่ะ ไม่ใช่แค่เพราะว่าเขาหล่อกันมากๆนะคะ แต่พวกเขายังดีพร้อมไปด้วยทัศนคติ มุมมองทางสังคม การเป็นกระบอกเสียงในเรื่องต่างๆ ความน่ารักที่มีต่อแฟนคลับเสมอมา ถ้าเขาไม่ใช่ศิลปิน เราไม่ใช่แฟนคลับ เราจะหากันเจอได้ยังไงเจ้าชายของพีซเซสThe Prince of Bodyguard. I would like to present the PERSES with the Prince of Bodyguard award because PERSES embodies the essence of a royal bodyguard. Always watching over, caring for, and comforting Pieces, PERSES brings warmth and peace to their hearts. He is like a soothing balm for our souls, a true prince in every sense of the word. Not only is he strikingly handsome, but his demeanor, social consciousness, eloquence in various matters, and unwavering kindness towards his fans make him truly remarkable. Witho4. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “ชายแกร่งแห่งความมืดพิทักษ์ Pieces” ท่ามกลางโลกที่มีแต่ความโกลาหลนี้ ได้ถือกำเนิดเหล่าผู้พิพักษ์ความยุติธรรมบนโลกให้แก่ Pieces 5 คน 5 หนุ่ม 5 สไลต์นี้เป็นตัวแทนจากชนชั้นแรงงาน ที่แข็งแกร่ง เป็นไอ่หนุ่มนักกล้าม เป็นหัวหน้าแกงค์โจร (ถึงร้ายแต่ใจดีกับเด็ก) เป็นกระบอกเสียง เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว ต่างคนต่างที่มาแต่ทุกคนมีใจเดียวกัน คือการเรียกร้องความยุติธรรมให้กับ Pieces พวกเราเรียกคนกลุ่มนี้ว่า Bodyguard // ทราบแล้วเปลี่ยนThe powerful figure in the shadows is the guardian of Pieces. In this busy world, there are 5 justice keepers for Pieces – 5 individuals with unique styles who are the voice of the working class. These men are tough, muscular, and leaders of gangs (although they may be rough, they are kind to children), serving as advocates and protectors for her. While they come from different backgrounds, they share the same goal: seeking justice for Pieces. We affectionately refer to them as the Bodyguards // I know, I’ll change.ut his artistry, we would not have found our community of Piece’s princes.5. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “มนุษย์เหล็กเคลือบทองคำแห่งชาติ” เพลง Bodyguard นี้เป็นเพลงที่ใช้ขาเยอะมาก และมีท่าบีบอยผสมผสานอยู่ด้วย แล้วเพลงนี้เต้นทุกบีทไม่มีให้หยุดหายใจ ขาที่เห็นไม่ใช่ขาจริงแต่เป็นเหล็กที่แข็งแกร่ง องศาการแอ่น องศายกเเขน คือเป๊ะและพร้อมกันทุกทวงท่าและบาดี้ กระดูกเบอร์เดียวกันไม่เกินจริงThe National gold-Plated Iron Man The song Bodyguard features a blend of b-boy moves and intricate leg work, dancing seamlessly to the beat without missing a step. The legs may appear to be made of strong steel, perfectly bending and lifting in harmony with each pose. Every detail is authentic and precise, creating a captivating performance.ถึงเวลาที่ PIECES รอคอย! เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการเรามาพูดคุยกับหนุ่ม ๆ “PERSES” กันดีกว่า...รางวัล “บอดี้การ์ดสุดหล่อ ตัวพ่อแห่งวงการT-POP” จั๋ง : ขอบคุณสำหรับรางวัลหน้าตาดีนะครับ เน ปลั๊กกี้ : ไม่ใช่ ไม่ใช่ ปลั๊กกี้ : รางวัลชื่อบอดี้การ์ดสุดหล่อ ตัวพ่อแห่งวงการT-POP จั๋ง : ก็ขอบคุณ พีซเซส แฟนคลับทุก ๆ ท่านนะครับผม ที่ยกย่องให้พวกเราเป็นตัวพ่อแต่ว่าพวกเรายังเป็นลูกอยู่นะครับผมก็ยังเฟรชใหม่เสมอ แต่ขอบคุณสำหรับรางวัลนะครับผม PERSES : ขอบคุณครับตัวแทนบอดี้การ์ดที่จะปกป้อง PERSES ให้ปลอดภัย กฤติน : ตอบพร้อมกันไหมล่ะ จริงไม่มีใครน่าเป็นบอดี้การ์ดแล้ว มีเหรอ จั๋ง : กฤตินอยากเป็นบอดี้การ์ดใคร กฤติน : ปลั๊ก... ปลั๊กกี้ : กี้ ก็พูดมาเหอะ กฤติน : ปลั๊ก….กี้ 5555 จั๋ง : เนอยากเป็นบอดี้การ์ดใคร เน : ปาล์ม เพราะว่าเขาดูแลตัวเองได้เราจะได้ไม่ต้องทำงาน กฤติน : ไม่ เพราะปลั๊กกี้มันเป็นคนแบบว่า เป็นตัวหนูน้อยไงเป็นฟีลแบบ โดนฝนไม่ได้ แดดไม่เอา ฝุ่นไม่เอา ปลั๊กกี้ : ป่วยง่าย กฤติน : ป่วยง่าย ตื่นไม่ไหวอะไรอย่างงั้น อันนี้เรื่องจริง ไม่น้องเป็นฟีลเรียนหนักไง อย่างเมื่อคืนไปออกกองมา…. น้องก็แบบพยายามตื่นไปเรียนไรอย่างเงี้ย ออกกองรายการใช่ 5555 ปลั๊กกี้ : ใช่ครับ เน : เรียนเช้า กฤติน : เออเรียนเช้า แล้วน้องก็ต้องตื่นไป จั๋ง : ปาล์มสอบด้วย ปลั๊กกี้ : ผมรู้สึกว่า เอาจริงไม่ค่อยเหมาะกับการเป็นบอดี้การ์ด แต่ว่าถ้าจะตอบขอตอบตัวเองได้ไหมครับ จะพยายามปกป้องตัวเองถึงแม้ว่าตอนนี้ทำไม่ค่อยได้เท่าไรแต่ว่าก็จะพยายามครับ พี่จั๋งล่ะครับ จั๋ง : บอดี้การ์ดให้กฤตินครับ กฤติน : ห้ะ!!! ปลั๊กกี้ : แต่ว่าคนนี้มัน.... จั๋ง : ไม่ แต่ว่าคนนี้เขาก็แพ้ฝุ่น แพ้แดดเหมือนกันไง เขาก็ต้องการร่มเงา กฤติน : หนูก็แพ้ 5555 จั๋ง : แพ้ฝุ่น แพ้แดด ตื่นสายด้วยนะช่วยปลุกได้ กฤติน : เอาง่าย ๆ นะ อันนี้อยู่ Category เดียวกัน 5555 ปลั๊กกี้ : แดดไม่โดน ฝนไม่เอา 55555 ปาล์ม : พี่จั๋งละกัน เพราะว่าเขาดูเป็นคนที่แบบเจ็บเข่าบ่อย กฤติน : อุ๊ย! ปาล์ม : ร่างกายเขาแบบอาจจะแบบเจ็บเข่าบ่อย เราจะได้ดูแลเขาไง กฤติน : ทำไมถึงเจ็บเข่าเพราะอะไรปาล์ม จั๋ง : ทำหน้าที่เป็นบุรุษพยาบาลเหรอ 5555 ปาล์ม : คอยดูแลไง เพราะเขาเป็นคนที่แบบคอยดูแลวงอะไรอย่างงี้ จั๋ง : ฮู้ยย ตอบดีซะด้วย เอารางวัลไปเลย จั๋ง : เนไม่มีใครเป็นบอดี้การ์ดเลย กฤติน : โอ๊ยยย ไม่ต้องดูแลหรอก ปาล์ม : พี่เนเขาดูแลตัวเองได้ ปลั๊กกี้ : เขาไม่น่าจะอยากได้บอดี้การ์ดด้วย เขาแบบอินโทรเวิร์ต กฤติน : เขาอยากอยู่คนเดียว จั๋ง : เขาคงอึดอัดถ้ามีบอดี้การ์ด ปลั๊กกี้ : แล้วก็ขี้เกรงใจ อาจจะเป็นฟีลแบบพี่กลับบ้านไปเหอะครับ กฤติน : เขาคงเทคแคร์บอดี้การ์ดเองจากบอดี้การ์ดสุดเท่กลายมาเป็น “บริกร” “ปลาตะเพียน” “จาจังเมี่ยน” จั๋ง : มีเซนต์คาเบรียล 55555 กฤติน : ถูกเซนต์คาเบรียล แล้วก็ไรอีก ปลั๊กกี้ : มีเป็นขี้กาก เป็นขี้กาก กฤติน : มีอะไรอีก ปาล์มไปเรียน ปาล์มไปเรียน เน : รามเกียรติ์ 55555 ปาล์ม : เดอะเบส 5555 กฤติน : เป็นฟีลไปเรื่อยเลยคนไทยเรานะครับ ขอบคุณมากที่สร้างสรรค์Bodyguard ฝึกซ้อมมากว่ากันมากกว่าสี่หมื่นชั่วโมง!!! PERSES : อุ๊ย!! กฤติน : นอกจากสี่พันแล้วมีสี่หมื่นด้วย จั๋ง : พวกผมอายุเท่าไหร่นะครับ 555 เน : สี่หมื่นนี่กี่ปีนะครับ กฤติน : ตอนนี้คงมากกว่าสี่พันไปแล้ว ปลั๊กกี้ : ใช่ หมายถึงว่าจริง ๆ เราจะพูดกันตั้งแต่เดบิวต์เลย ว่ามันแบบการเทรนนิ่งของเรามันคือโปรแกรมเทรนแบบผ่านการเทรนมาสี่พันชั่วโมงอะไรอย่างเงี้ยครับ ใช่ไหมครับพี่จั๋ง จั๋ง : ใช่ครับ 5555 ปลั๊กกี้ : เป็นบทของพี่จั๋งในช่วงแบบเดบิวต์อะไรเงี้ย จั๋ง : ใช่ครับคือในสคริปต์ เขาจะเขียนเลยครับว่า คือเขาคำนวณมาให้แล้ว ว่าเราเทรนมาเท่าไหร่ประมาณสองปีว่าพวกเรา PERSES ฝึกกันมาเป็นเวลาสี่พันชั่วโมง พร้อมกับหลักสูตรเข้มข้นแล้วมีการตัดออกด้วยอันนี้คือตอนแรก กฤติน : ถ้าตอนนี้คงแปดพันเกินแปดพันเก้าไปแล้ว ตอนนี้เยอะกว่าตอนนั้น จั๋ง : ตอนนี้หมื่นกว่า ๆ กฤติน : ใช่เพราะตอนนี้เยอะกว่าตอนนั้น เน : แต่สำหรับเอ็มวีนี้ เราก็มีแบบเรียนพื้นฐานของบีบอยกับคอนเท็มโพรารี่แจ๊สครับผม เพื่อมาแบบมาใช้ในเอ็มวีนี้Performance หัวไหล่ตูดของเจ้าปลั๊กกี้ ปลั๊กกี้ : อ๋อออออ มันมีอันนึงเหมือนแบบว่าเขาแบบไปถามว่า ขายเสื้อกล้ามหน่อยได้ไหม ขายเสื้อกล้ามที แล้วก็มีคนไปตอบแบบด้วยความหวังดีว่า แอพส้มน่าจะมีนะคะ 55555 แล้วทีนี้ไอ่คนที่เมนต์ก็บอกว่า ขายคนค่ะไม่ใช่เสื้อกล้าม 55555 กฤติน : คือในวงการ การขายคือฟีลแบบว่าไหนบอกหน่อยสิเขาเป็นใคร ไหนบอกหน่อยเราอยากรู้จักอะไรเงี้ย จั๋ง : ดียังดีไม่มีคนมาแปะลิงค์เพิ่ม กฤติน : นั่นแหละ คนไทยไปเรื่อยไวรัลเลยนะครับผม ช่วงนี้เขามาไงช่วงนี้เขามายินดีกับการครบรอบสองปี PERSES PERSES : กันยาใช่ครับ สองปีแล้ว ปลั๊กกี้ : ก็เป็นไงบ้างครับปาล์ม ปาล์ม : ครับก็ในสองปี เหมือนแบบผ่านอะไรมาเยอะมากเลย ทำหลายอย่างมากทั้งเรียนเต้น ออกงาน ผมคิดว่าช่วงแรก ๆ เราอาจจะแบบประสบการณ์น้อยมั้งครับ แล้วอาจจะเห็นพวกเราแบบเกร็ง ๆ บ้างแต่พอแบบเราผ่านงานอีเว้นท์ งานคอนเสิร์ตเรื่อย ๆ เราก็แบบเก็บประสบการณ์มาเรื่อย ๆ จนแบบ อัลบั้มสองนี้เรารู้สึกว่าเราโตขึ้นมั้ง โตขึ้นในหลาย ๆ อย่างทั้งความคิดแล้วก็แบบการอยู่บนเวทีครับ แบบเชี่ยวชาญมากขึ้นครับขอบคุณที่ซัพพอร์ต 3 PERSES รักมัมหมี PIECES ทุกคนนะครับบบ ปาล์ม : ก็อยากบอกเหมือนเดิมนะครับบอกทุกงานนะครับ รักนะครับแล้วก็รักต่อไปนะครับคาแรคเตอร์กับประเด็นทางสังคมใน MV Bodyguard ปลั๊กกี้ : ไม่ได้มีโอกาสเลือกเลยครับ 5555 จั๋ง : เขาน่าจะดูจากคาแรคเตอร์ กฤติน : ดูจากคาแรคเตอร์ได้เลย ว่าไม่มีใครได้เลือกเลยนะครับ กฤติน : ครับผมคนเข็นผัก 5555 ปลั๊กกี้ : ใส่ที่บล็อกหลัง 55555 กฤติน : ตามคาแรคเตอร์ไง เพราะว่าคนเข็นผักปกติเขาจะต้องมีที่บล็อกหลัง แต่ว่าเราเป็นบล็อกแบบแกรมเราใส่นี่ไง คอร์เซ็ทเป็นการบล็อกแทนแล้วก็กางเกงรัด ๆ ที่เดินยาก ๆ อะไรเงี้ยไม่เป็นไร ปลั๊กกี้ : แล้วเป็นคาแรคเตอร์ไรครับ กฤติน : เป็นคนขายผักที่เป็นลูกแม่ค้าที่เป็นโจรแต่เป็นโจรแบบ โรบินฮูด เป็นโจรคนดี โจรที่ช่วยเหลือผู้คนมากมายนะครับ ผมแบบปิดทองหลังพระ เป็นฟีลนั้นเป็นคนดี ปาล์ม : ผมเป็นแบบนายช่าง อ็อกซ์เหล็ก อะไรพวกนี้ครับ ปลั๊กกี้ : ไม่ใช่อ็อกซ์เหล็ก ตีดาบตีอาวุธ ปลั๊กกี้ : ส่วนผมคนที่อาศัยอยู่ในโรงงานเย็บผ้า เป็นฟีลแบบว่าเกี่ยวกับอาจจะแบบพูดถึงเรื่องแบบแฟชั่น ในอุตสาหกรรมแฟชั่น ซึ่งกองผ้านั้นเป็นโครงม็อคอัพที่มีผ้าจริง ๆ เยอะมากสามารถนอนได้ เน : ในอาชีพแบบว่าแบล็คกราวของผมมันจะเป็นลูกนายทหาร เป็นลูกคนที่แบบมีอิทธิพล จั๋ง : ยืมม้าพ่อมา เน : ใช่ ยืมม้าพ่อมา 5555 เป็นแบบแบล็คกราวแล้วก็ตัวใน MV จริง ๆ เราเป็นแบบเหมือน The Level เป็นตัวแบบคนที่คอยลุกขึ้นมา เพื่อ Speak up เพื่อสิทธิของตัวเอง กฤติน : พี่จั๋งหาเสียง 5555 จั๋ง : ครับผม เป็นแบบว่าเป็นหัวหน้าคนใช้แรงงานครับผม แบบ Represent คนที่ทำงานหาเช้ากินค่ำแล้วก็เรียกร้องสิทธิให้ตัวเองครับ ปลั๊กกี้ : เป็นหัวหน้าแก๊งเพื่อที่ออกมาหาเสียงโลเคชั่นในการถ่าย MV Bodyguard จั๋ง : เอแบค แล้วอีกที่นึงเป็นโรงงานร้างครับ เป็นโรงงานแบบเหมือนเขาทำเรือ กฤติน : ใหญ่มากกกสำหรับเพลงนี้ PERSES ใช้เวลาถ่ายทำทั้งหมดสองวัน... ห่างกันเป็นอาทิตย์ PERSES : ถ่ายสองวันครับ กฤติน : แต่แบบห่างกันเท่าไหร่นะ จั๋ง : อาทิตย์กว่า ๆ ปลั๊กกี้ : มันพังตอนที่ห่างนี่แหละพี่ เพราะว่าเหมือนแบบตอนที่เราถ่ายเซตแรกใช่ไหม มันยังไม่พังมากแล้วพอเราซ้อมเซตสองเงี้ย พี่จั๋งก็เจ็บหนักกว่าเดิม กฤติน : เอ็นฉีกพี่จั๋งทุ่มซ้อมสุดตัวจนเจ็บหนัก จั๋ง : จริง ๆ ไม่ได้เกิดจากในกองนะครับ ก่อนแล้ว PERSES : ตอนซ้อม ๆ จั๋ง : ตอนแบบว่าตอนที่ผู้กำกับเข้ามาดูบล็อกช็อต เขามาดูมุมกล้อง วันนั้นเหมือนทำท่าบีบอยแล้วเอ็นมันฉีก เน : มันอักเสบอยู่แล้ว จั๋ง : มันอักเสบอยู่แล้วด้วย ตั้งแต่งานที่ไปเล่นที่มาเก๊า ปลั๊กกี้ : น่าจะปริอยู่แล้วป่ะ จั๋ง : ใช่ ๆ เสร็จแล้วก็ตัวก็พุงแตกเลย 55555 จั๋ง : แต่ถ่ายทันครับ คือตอนแรกมันต้องถ่าย 16 – 18 แต่ว่าพอเอ็นฉีกปุ๊ป เขาก็เลยเลื่อนให้เป็น 18 แล้วก็อีกถัดไปอีก 2 อาทิตย์ครับ แต่ตอนนี้อาการขึ้น ๆ ลง ๆ นิดหน่อย กฤติน : พึ่งจี๊ด ตอนที่ผมจับขาหน้าห้อง จะนวดขาให้ปึ้ง เอ้าจี๊ดเลยALTERLAND ซิงเกิลคัมแบคเปิดอัลบั้มที่สอง เน : ALTERLAND คือเราเหมือนเล่นคำครับว่าแบบ alter ego มันมาจากคำว่า alter ego ที่เป็นเหมือนแบบตัวตนอีกตัวตนนึงที่เราสร้างขึ้นมาเพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ แล้วเราก็เลยเอามาแบบผสมรวมกับคำว่า Land เป็น Alter Land เป็นเหมือนแบบอีกดินแดนนึงที่เราสามารถเป็นใครเป็นอะไรก็ได้ครับเตรียมตัวปล่อยอัลบั้มพร้อมกันถึง 2 เวอร์ชั่น! เน : มี 2 เวอร์ชั่นครับ กฤติน : เกินห้าเพลง ก็คือเพลงต่อไปก็คือจะฟีลแบบว่าเราก็จะไปในโรลอีกแบบโรลนึงที่คนอื่น ๆ ก็ไม่เคยเห็นอะไรเงี้ยครับเป็นแบบหลากหลายสไตล์วันนี้ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ก็มีเกมสำหรับ “PERSES” มาให้เล่นกันชื่อเกมว่า “PERSES ทราบแล้วเปลี่ยน ทราบแล้วเปลี่ยน”แล้วมาดูกันว่าเหล่าบอดี้การ์ด “PERSES” ใครจะทายถูกบ้าง (เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)เดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย รายการได้เปิดโอกาสให้เหล่าแฟนคลับได้เข้ามาพูดคุยกับ “PERSES” (เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME) สุดท้ายนี้ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “PERSES” ที่มาร่วมพูดคุย สร้างความน่ารัก ความสุขให้กับรายการ และฝากติดตามซิงเกิลใหม่ล่าสุดเพลง “Bodyguard” สามารถรับชมได้ทาง Youtube : gnest_official ฝาก Dance Challenge ใน TikTok และงาน Featival ช่วงปลายปี แล้วก็ผลงานในอนาคตที่จะปล่อยออกมาให้ได้ชมต่อจากนี้รอติดตามกันได้เลยสามารถเข้าไปรับชมกันได้ที่ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

ก๊วนรำตึง!! “BUS5” ยกขบวนมาบุก EFM FANDOM LIVE เพื่อรับรางวัล “The Best lnspiration BUS Unit” พร้อมพูดคุยถึง “แค่ไหน แค่นั้น (NO MATTER WHAT)” ซิงเกิลคลอดใหม่แบบจอสระอึ้งจึ้ง!

15 พ.ค. 2024

ก๊วนรำตึง!! “BUS5” ยกขบวนมาบุก EFM FANDOM LIVE เพื่อรับรางวัล “The Best lnspiration BUS Unit” พร้อมพูดคุยถึง “แค่ไหน แค่นั้น (NO MATTER WHAT)” ซิงเกิลคลอดใหม่แบบจอสระอึ้งจึ้ง!

รายการ EFM FANDOM LIVE [9 พฤษภาคม 2567] คืนนี้เปิดสตูต้อนรับ “BUS5” กับซิงเกิลใหม่ล่าสุด “แค่ไหน แค่นั้น (NO MATTER WHAT)” พร้อมอัพเดตพูดคุยกับ “ดีเจดาว และ ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ เป็นการคัดเลือกชื่อ “EFM FANDOM AWARDS รางวัลพิเศษ เพื่อคนพิเศษ”จากแฟน ๆ ที่เสนอกันเข้ามา และเปิดให้โหวต1.ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “The Best Inspiration BUS Unit” เหตุผลที่อยากให้รางวัล The Best Inspiration BUS Unit กับ BUS5 สำหรับมัมหมี คือ ประทับใจกับเพลง แค่ไหนแค่นั้น (No matter what) ในแง่ของการสร้างแรงบันดาลใจ แม้ว่าฟีลเพลง และ MV จะถ่ายทอดออกมาเศร้า แต่ทำให้เห็นอีกมุมนึงของตัวเอกและเพื่อนๆว่า เมื่อคุณฝันที่จะอยากทำอะไร คุณสามารถทำมันได้เลย แม้ว่าจะไม่ออกมาดีที่สุด แต่เราก็ได้พยายามทำอย่างเต็มที่แล้ว จะไม่มีคำว่าเสียใจภายหลัง แม้ว่าสิ่งที่หวังอาจจะยังไม่สมหวัง สุดท้ายแล้วเราจะมีความสุขหรือไม่ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราคิด บางครั้งมันไม่จำเป็นต้อง perfect แค่เราทำตามเป้าหมาย อย่าอยู่กับความกลัว มันไม่สำคัญว่าความสำเร็จสมหวังจะมาช้าหรือเร็ว ตราบใดที่เรายังไม่หมดหวัง มันก็อาจจะสำเร็จได้ในสักวัน และไม่ว่าจะ BUS5 หรือ BUS7 ในอนาคต รวมกันก็คือ BUS คือแรงใจให้กับ BEUS เพราะ BE with BUS ทำให้เราพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน relate กับตัวเอกและเพื่อนๆ หรือใครก็ตาม ล้วนแล้วแต่ก็ต้องการแรงบันดาลใจดีๆ ด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั้น No matter what ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ชอบประโยคที่น้อง JINWOOK BUS เคยพูดไว้ "BUS แข็งแรงเมื่ออยู่ด้วยกันทั้ง 12 คน" แค่ไหนแค่นั้น...แค่ BUS เท่านั้น2.ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “มั่นใจเกินร้อย หนุ่มน้อยมหัศจรรย์” มาจากแต่ละครั้งที่น้องๆวง BUS ได้ perform บนสเตจแต่ละครั้ง จะมีความแตกต่างจากคาแรคเตอร์เดิมไปโดยปริยาย ทั้งการเต้น การร้อง charisma น้องๆแสดงออกมาได้อย่างเต็มที่ 100% 200% 300% ไม่เคยทำให้เหล่าๆ BEUS ต้องผิดหวัง ทำให้พวกเราภูมิใจ และเซอร์ไพรส์ทุกครั้ง ถ้าคุณคิดว่าวันนี้ BUS เก่งแล้ว ในวันพรุ่งนี้ BUS ก็จะเก่งขึ้นอีกมากกว่าเมื่อวาน น้อง BUS คือนิยามของคำว่า "หนุ่มน้อยมหัศจรรย์" ที่แท้จริง3.ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “ลูกพี่ย้งทำถึงรำตึงแบบBUS5” ได้แรงบันดาลใจชื่อรางวัลนี้ มาจากเวลาที่น้องๆ ได้เต้นฟรีสไตล์ ท่ารำตึงจะเป็นท่าแรกๆที่เราได้เห็นน้องเต้น และยังถูกเอามาใส่เป็นท่าเต้นในเพลงฟีลลิ่งแบบว่าอู้ว รวมถึงในคอนเสิร์ตที่น้องๆไปโชว์มาด้วยค่ะ4.ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “Little star ดาวดวงน้อย” Little star ดาวดวงน้อย ที่ถึงจะเป็นดาวดวงน้อย แต่ก็มีแสงสว่างอยู่ในตัว ที่ให้รางวัลนี้กับยูนิตนี้ เพราะเรามองยูนิตนี้เป็นดาวดวงน้อยๆค่ะ ที่ทุกคนจะรู้กันดีว่าในเวลากลางคืน กลุ่มดาวที่ถึงจะเล็กแค่ไหนก็จะสว่าง เปรียบเป็นเราในเวลาที่รอบตัวมีแต่ความมืด พบเจอปัญหาร้อยแปดเหมือนจะไร้ทางออกจนเครียด แต่ BUS5 ก็เหมือนเป็นแสงสว่างของเราในตอนนั้น ทำให้เราหายเครียดและยิ้มได้ และดาวเองก็ยังอยู่ในตอนกลางวัน อยู่ตลอดเวลาเลยด้วยซ้ำ ก็เลยเป็นที่มาที่เปรียบ BUS5 เป็นกลุ่มดาวดวงน้อยค่ะ ถึงเราไม่เห็นกันแต่ก็ยังรู้ว่าเขาไม่เคยไปไหน เราคิดถึงเขาได้เสมอ ได้มองเขาจากที่ไกลๆแค่ไหนก็มีความสุขอยู่ดี BUS5 เลยเป็นกลุ่มดาวกลุ่มนึงที่เรารักมากๆ อยากให้คนมองเห็นกลุ่มดาวกลุ่มนี้เยอะๆ อยากให้ผู้คนได้รักดวงดาวกลุ่มนี้ แล้วจะได้รู้เลยค่ะว่ารักพวกเขาจะไม่เสียใจเลยสักวัน5.ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “Magic Space” เพราะมี BUS จึงมี "Magic Space" พื้นที่ต้องมนตร์ที่แสนวิเศษสำหรับคนที่แสนพิเศษอย่าง BUS ไม่ว่าจะ 5 หรือ 7 ก็ยังเป็น 12 คน ที่แสนพิเศษของชาวบีอัส คอยมอบความสุขและรอยยิ้ม เป็นพื้นที่ที่สำคัญของบีอัส แค่ไหนแค่นั้น แค่บัสมีความสุข แค่บัสมีรอยยิ้ม แค่บัสเอนจอยกับสิ่งที่ทำ นอนหลับไม่ฝันในทุก ๆ คืน ทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนกับพื้นที่ต้องมนตร์ เสียงร้องเพลง เสียงพูดคุย การเต้นและการแสดง ณ ตอนนี้เพลงแค่ไหนแค่นั้นเพลงดี ๆ ที่คู่ควรร้องดี เต้นปัง แอคติ้งฉ่ำ เป็นอีกก้าวที่เติบโตขึ้นอย่างแสนวิเศษ สิ่งที่บัสมอบให้บีอัส แฮรี่พอตเตอร์ก็เสกให้ไม่ได้นะ ~~ถึงเวลาที่เหล่า BEUS ทุกคนรอคอย!ขอต้อนรับเข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ เราจะมาพูดคุยกับ “BUS5”รางวัล “The Best lnspiration BUS Unit” จินวุค : แค่ได้รางวัลผมก็ดีใจแล้วครับ เพราะมันก็เป็นรางวัลครับ รางวัลเป็นสิ่งที่ดีสำหรับพวกเราครับ เราก็จะสู้ต่อไปเพื่อได้รางวัลมากมายไปเรื่อย ๆ ขอบคุณครับวิธีปลุกหรือสร้างเอเนอร์จี้ดี ๆ … ของ BUS5 จั๋ง : ผมว่าพี่ฮาร์ทน่าจะรู้ดี เริ่มจากพี่ฮาร์ทก่อนดีกว่า! ฮาร์ท : นี่เลย…เอเนอร์จี้ดี ๆ ที่ส่งมา 555555+ ก็คือถ้าสมมุติว่าวันนั้นเนี่ย จะต้องทำอะไรที่สำคัญหรือเป็นวันพิเศษ อย่างแรกที่ทำหลังจากตื่นนอนมาก็คือท่องกับตัวเองไว้ก่อนเลยว่า “วันนี้เป็นวันที่ดี” เป็นฟีลสะกดจิตตัวเองครับ~~ จั๋ง : มีต้องก้าวขาซ้ายขาขวาลงเตียงอะไรแบบนี้มั้ย? ฮาร์ท : ก้าวขาคู่ 555555+ มาร์ค : แล้วต้องก้าวขาไหน? จั๋ง : กระโดดขาคู่ได้มั้ย 555555+ ฮาร์ท : ถ้าเราเชื่อว่าวันนี้เป็นวันที่ดี วันนี้ก็จะเป็นวันที่ดีครับ~~ มาร์ค : ส่วนของมาร์คจะรู้สึกว่าเอเนอร์จี้….. ขึ้นอยู่กับเวลาด้วย อย่างตอนกลางคืนผมก็จะตื่นหน่อย และอย่างตอนนี้ ใช่ครับผมตื่นแล้ว แต่ว่าถ้าช่วงไหนแบบเหนื่อยมาก ๆ หรือเครียดมาก ๆ ก็จะส่อง BEUS ผมส่องอยู่ตลอดอยู่แล้ว เพราะมีแต่ Positive เอเนอร์จี้ ภูธัชชัย : ส่วนผมคือ... ผมจะชอบหา Inspiration ดู อย่างเช่น สมมุติถ้าผมจะขึ้นสเตจ ก็จะเปิดดู NCT127 ครับ ผมชอบดูอยู่แล้ว เวลาผมเลื่อนดู TikTok ก็จะมีแต่คลิปพี่ ๆ เขาขึ้นมา ผมรู้สึกว่ามันเท่ห์มาก เอาจริง ๆ ผมดูบ่อยมากดูเป็นชีวิตประจำวันเลย แล้วช่วงที่จะดูบ่อย ๆ ที่สุดคือก่อนขึ้นสเตจ เพราะเหมือนทำให้ผมมีไอเดียว่า ตอนขึ้นสเตจตัวเองจะต้องทำอะไรบ้าง และถ้าวันหนึ่งสมมุติว่าเราไปได้ไกลจริง ๆ ก็อยาก Collab สเตจกับพี่ ๆ เขาครับ BUS5 : อุ้ยยยยยย~~~ จินวุค : การปลุกใจตัวเองของผม ก็น่าจะเป็นดูคนรอบข้าง เพื่อเป็นเอามาเป็นกำลังใจให้กับตัวเองอะไรอย่างงี้มากกว่า แบบว่าเราจะคอยดูคนรอบข้าง สมมติตอนเราซ้อม ถ้าคนรอบข้างตั้งใจ และเราเห็นว่าทุกคนตั้งใจเราก็จะแบบมีใจที่แบบจะตั้งใจตาม แล้วก็เหมือนถ้ามีแบบไม่มั่นใจหรือต้องการกำลังใจก็จะขอพี่ ๆ ไม่ก็เพื่อน ๆ ขอกำลังใจตรง ๆ เลยว่า “พูดอะไรให้แบบเป็นกำลังใจให้หน่อย” เพื่อแบบปลุกใจตัวเอง มาร์ค : ผมเคยโดนครับ โดนตลอดอยู่แล้ว~~ มาร์ค : มาร์คก็จะบอกว่าสู้ ๆ อะไรอย่างงี้…จริง ๆ เขาจะพูดตามห้องซ้อม “ขอกำลังใจหน่อย” แต่เขาก็เป็นคนที่แบบปลุกกำลังใจเพื่อนเหมือนกัน จั๋ง : ใช่ ๆ เป็นคนชอบทำให้ทุกคนมีเอเนอร์จี้ ฮาร์ท : ใช่ ๆ มาร์ค : ไม่อ่อม ๆ อะไรอย่างงี้~~ BUS5 : 555555+ จั๋ง : ผมชอบกินของหวานครับ เป็นวิธีปลุกกำลังใจที่ดีครับ มันแก้เครียดด้วยนะครับ เวลาในห้องซ้อมสมมติเราเริ่มเหนื่อย ๆ เราก็ต้องสั่งน้ำหวานมา เวลาสั่งทีเราก็จะสั่งรวม ๆ กันหมดทุกคน BUS5 : ใช่ ๆ จั๋ง : แบบบูส!! ไป 1 รอบครับ บูสกำลังกาย มันก็จะดีขึ้น เคยคุยกับเอเอกับพี่อลันว่า โตไปเดี๋ยวโตจะเปิดร้านธุรกิจ “บิงซู - ไอติม” ด้วยกัน มาร์ค : เตรียม ๆ ไปอุดหนุนเลย~~เทสที่สร้างกับร่างที่เป็นของรางวัล “ลูกพี่ย้งทำถึง รำตึงแบบ BUS5” ฮาร์ท : อินเนอร์…คือเราต้องหน้าเราต้องนิ่งที่สุด!! จั๋ง : หน้าต้องนิ่งครับ! ฮาร์ท : เราต้องหน้าตึงยังไงก็ได้ให้ดูแบบกวน ๆ ที่สุด ต้องหน้านิ่งห้ามแสดงออกทางสีหน้า จั๋ง : แต่ตึงแล้วต้องกลับมายิ้มนะ~~ ทำหน้าตึง ๆ มันอยู่ที่อินเนอร์!!เคมีที่เข้ากันของทั้ง 5 คนจนได้กลายเป็น UNIT “BUS5” จินวุค : รู้สึกว่าเป็นเคมีที่แบบดูเข้ากันได้ ตอนแรกพอได้ Unit เลข 5 เราก็ แบบโอ้วว…มันก็น่าสนใจ เพราะว่ามันเป็น Unit ที่ไม่ใช่เลขคู่ เพราะที่ผ่านมาเราจะเป็น 12 คน ใช้ Blocking เลขคู่ตลอด พอเราได้เลข 5 เราก็ได้ทำเป็นเลขคี่ครั้งแรก เราก็เลยรู้สึกว่า เอ่อ…ก็เป็น Unit ที่เราแบบน่าจะได้ลองทำอะไรใหม่ ๆ ดู และ Unit นี้พวกเราก็แบบเข้ากันได้ดีอยู่แล้ว ก็เลยรู้สึกว่าไม่มีปัญหาเรื่องการทำงานครับความแตกต่างของ Blocking เลขคู่เลขคี่ จั๋ง : เอาจริง มันก็ต่างกันครับ~~ มาร์ค : พอเลขคู่ปุ๊ป! เซนเตอร์มันจะแบ่งเป็น 2 คน พอเลขคี่ Blocking มันจะมีความหลากหลาย ได้ลองอะไรใหม่ ๆ ดู เพราะว่าปกติเป็นเลขคู่มาตลอด จั๋ง : อีกอย่างหนึ่งที่ตื่นเต้นก็คือ เป็นการแยก Unit ครั้งแรกครับ! เพราะว่าเหมือนกับว่า เราไม่เคยแยกจาก 12 คน มาก่อนเลย อยู่กินนอนด้วยกันใช้ชีวิตด้วยกัน เป็นครั้งแรกที่แยกมันก็จะมีความตื่นเต้นและความกลัว แต่พอรู้ว่าเป็นเพื่อน ๆ ก็สบายใจหายห่วง~~ มาร์ค : จริง ๆ เพลงนี้ไม่มีเซ็นเตอร์ แต่ละคนมีพาร์ทของตัวเอง แล้วก็ออกมา Represents พาร์ทนั้นครับนิยาม BUS5 เป็น Unit…อะไรที่สุด จั๋ง : เป็น Unit ที่~ ฮาร์ท : คนน้อยที่สุดตอนนี้!! BUS5 : 555555+แล้วนิยาม BUS7 เป็น Unit…อะไรที่สุด จั๋ง : คนเยอะกว่า BUS5 ครับ!! BUS5 : 555555+ จินวุค : เป็น Unit ที่จึ้งมากครับ BUS7~~ความจึ้งของ BUS5 กับ BUS7 จั๋ง : BUS IS 12 ครับ~~~ มาร์ค : 12 คน จึ้งที่สุดอยู่แล้วครับ จินวุค : จึ้งที่สุดแล้วครับความเปลี่ยนแปลงหลังจากแยกเป็น Unit BUS5 กับ BUS7 จินวุค : ก็ไม่ชินครับ~ ฮาร์ท : ทุกอย่างเลยครับ! มาร์ค : คนน้อย ฮาร์ท : พอคนน้อยมันแล้ว ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมเลย หมายถึงว่าแบบเวลามู้ดในห้องซ้อมมันก็จะเปลี่ยน ห้องเราเท่าเดิมแต่คนมันน้อยลงอะไรอย่างงี้~~ จินวุค : ใช่! ภูธัชชัย : ห้องมันดูใหญ่ขึ้น ฮาร์ท : ใช่! ภูธัชชัย : ปกติเวลาอยู่กัน 12 คน เราก็จะแบบ ฮู้ยยเต็มและ ๆ ขยับนิดหน่อยก็เต็มและเพราะคนเยอะมาก แต่ว่าเหมือนแบบพอเหลือกัน 5 คน ทุกอย่างมันดูโล่ง~~ จินวุค : มันเงียบ ๆ ฮาร์ท : ถ้าอยู่กัน 12 คนก็จะมีความแบบ วุ่นวายบ้าง แต่พอมาอยู่ 5 คนแล้วกลับไปคิดถึงความวุ่นวายนั้น~~ จั๋ง : แต่พอเรากลับไป 12 เราก็จะบอกคนเยอะจัง BUS5 : 555555+กระแสตอบรับจากแฟนๆดีมาก หลังจากที่ปล่อยซิงเกิลใหม่ “แค่ไหนแค่นั้น (NO MATTER WHAT)” มาร์ค : รู้สึกดีใจที่ทุกคนชอบครับ เพราะพวกเราตั้งใจทำกันมาก แล้วเบื้องหลังก็ตั้งใจกันทำมากเช่นกัน พอได้กระแสตอบรับที่ดีก็ “แฮปปี้มาก”ครับ~~จากสถานการณ์ใน MV สู่สถานการณ์ในชีวิตจริง! มาร์ค : ผมออดิชั่นเดี่ยว~~ BUS5 : 555555+ ฮาร์ท : ผมจะไปเข้าห้องน้ำแล้วก็เปิดฝักบัวร้องเพลง “แค่ไหนแค่นั้น” มาร์ค : อ่าาาา~~ ภูธัชชัย : ถ้าเป็นผม ผมคงไม่มีเวลาไปเหล่คนที่ชอบหรอก เพราะว่ากว่าผมจะเต้นได้ก็หมดเวลาแล้ว~ ฮาร์ท : หมายถึงสถานการณ์ในนี้หรอ? ภูธัชชัย : ใช่…เพราะใน MV มันมีซีนที่เหมือนเขาต่อท่าให้ด้วย ผมว่าผมน่าจะใช้เวลากับตรงนั้นนานที่สุด ฮาร์ท : ได้แต่มองครูสอนเต้นแหล่ะ ไม่น่าได้มองคนอื่น~~ ภูธัชชัย : ใช่! ไม่น่าได้มองใคร~ มาร์ค : ถ้าเป็นมาร์คหรอครับ…มาร์คอาจจะนอนครับ BUS5 : 555555+ มาร์ค : นอนโชว์เลย หลับสู้~~~ จินวุค : ถ้าสมมุติเป็นผม ผมน่าจะต้องการที่ปรึกษาครับ ผมก็เลยจะทวิตหา BEUS ว่าต้องทำยังไงดี? ฮาร์ท : อ้อออ…ก็คือให้ BEUS ช่วยจีบซ้ะเลย ~~ จินวุค : 555555+ ก็อันนี้คือสมมุติไง จั๋ง : ผมน่าจะหนีไปกินบิงซูครับ~~ ฮาร์ท : ตัวคาแรคเตอร์ จั๋ง : เติมกำลังใจก่อนไง แล้วค่อยมีกำลังใจไปครับร่วมงานกับ 'ชาร์เลท' แบบใกล้ที่สุด...จนเขินหนัก! มาร์ค : ผมเขินหนักอยู่ครับ เขินทุกซีน เขินตั้งแต่ซ้อมแล้ว ไม่เคยทำงานกับใครใกล้ขนาดนี้~~~วันนี้ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ก็มีเกมให้หนุ่มๆเล่นกันด้วยชื่อเกมว่า... “สุดแค่ไหน BUS5ใส่แค่นั้น”(สามารถเข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME) เดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย รายการได้เปิดโอกาสให้เหล่าแฟนคลับ ได้โทรเข้ามาพูดคุยกับ “BUS5” แฟนคลับ 1 : ขอเสนอชื่อรางวัล “ขวัญใจ พี่สาวชาวออฟฟิศ” เพราะเวลาพี่สาวออฟฟิศเจอน้อง BUS ก็รู้สึกมีกำลังใจ สิ่งที่อยากจะบอกคือ ชอบเพลงมาก แต่ว่าชอบน้อง BUS มากว่า สู้ ๆ เป็นกำลังใจให้ แล้วก็ไม่ว่าจะทำอะไรก็มี BEUS คอยเป็นกำลังใจให้อยู่ตรงนี้เสมอ ถ้าน้อง BUS มีความสุขพี่ก็มีความสุข แฟนคลับ 2 : ชื่อรางวัลที่อยากเสนอ “รางวัลคนปังแห่งปี 2024 นี้มาแน่” ทุกพื้นที่มีแต่ BUS สิ่งที่อยากจะบอกเป็นพิเศษคือ ภูมิใจในตัวเองเยอะ ๆ นะ ถ้าวันไหนเหนื่อยหรือว่าอยากได้กำลังใจ ให้หันกลับมามอง BEUS ตรงนี้ ส่วนเพลงฟังแล้วบอกเลยว่า วันหนึ่งฟังเกือบ 50 - 60 รอบได้ แล้วก็อยากบอกกับน้องจินวุคว่าาาาาา ภูมิใจในตัวเองเยอะ ๆ นะ ยิ้มเยอะ ๆ แฟนคลับ 3 : อยากจะบอก BUS ทุกคน ขอบคุณที่อดทนตั้งแต่ในรายการ SURVIVAL ที่ก่อนหน้านั้นคือไม่รู้ว่าปลายทางจะได้เดบิวต์มั้ย แต่สุดท้ายก็ได้เดบิวต์มา เป็น BUS แล้วถ้า BUS เหนื่อยหรือว่าท้อ ก็ให้หันกลับมาเพราะว่ายังมี BEUS คอยสนับสนุนเรื่อย ๆ ในอนาคตไม่รู้จะเป็นยังไงต่อไป แต่ก็ยังมีพวกเราอยู่ สุดท้ายนี้อยากจะขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่จ้าง BUS เป็นพรีเซนเตอร์ สามารถเข้าได้เรื่อย ๆ พร้อมสนับสนุนBUS5 พูดถึง BEUS ขอบคุณที่คอยอยู่ข้าง ๆ เราเสมอ พวกเราจะพัฒนาตัวเองไปเรื่อย ๆ แล้วก็จะพยายามทำให้ BEUS เห็นพวกเราไปเรื่อย ๆ ขอบคุณที่เชื่อมั่นในตัวเรา หวังว่าจะอยู่ข้าง ๆ เราไปเสมอและอยู่ตลอดไป รักนะครับ บ๊ายบายย~ สุดท้ายนี้ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “BUS5” ที่มาร่วมพูดคุย สร้างความสุข ให้กับรายการ และก่อนจะจบรายการกันไป ฝากซิงเกิลล่าสุด “แค่ไหนแค่นั้น (NO MATTER WHAT)” สามารถรับชมได้ทาง YouTube : TADA LABELS และฝาก Gotcha Pop 2 Concert 2024 รวมถึงฝาก BUS7 ด้วย เพื่อนของเราอีก 7 คน ที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาทำเพลงออกมาให้ติดตามกันได้เลยสามารถเข้าไปรับชมกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

GEN นี้! ต้อง ไป๊ป นิว เลออน พีเจ จาก GELBOYS สถานะกั๊กใจ มาเสิร์ฟความสนุกแบบหนุ่มเล็บเจลใน EFM FANDOM LIVE พร้อมเล่นเกมสุดฟิน~

18 มี.ค. 2025

GEN นี้! ต้อง ไป๊ป นิว เลออน พีเจ จาก GELBOYS สถานะกั๊กใจ มาเสิร์ฟความสนุกแบบหนุ่มเล็บเจลใน EFM FANDOM LIVE พร้อมเล่นเกมสุดฟิน~

รายการ EFM FANDOM LIVE [6 มีนาคม 68] คืนนี้ต้อนรับ “ไป๊ป - นิว - เลออน - พีเจ” จากซีรีส์ “GELBOYS สถานะกั๊กใจ” พร้อมพูดคุยเม้าท์มอยกับ 2 ดีเจสุดสวย “ดีเจดาว” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ๆดีเจอ่าน 5 จดหมาย “EFM FANDOM LOVE LETTERS"ที่ถูกเลือกมาจากแฟนๆ ส่งความในใจที่อยากจะบอกศิลปินเข้ามาจดหมายฉบับที่ 1 ชื่อจดหมายว่า…ความในใจที่ไม่เคยกั๊ก…ถึงพวกคุณทั้งสี่ ถึง ไป๊ป – นิว – พีเจ - เลออน ไม่รู้ว่า Gelboys จะรู้ตัวไหม… แต่ทุกความรู้สึกที่ Gelboys ถ่ายทอดออกมา ทั้งรอยยิ้ม แววตา หรือแม้แต่เสียงหัวเราะตอนไลฟ์ มันส่งมาถึงพวกเราหมดเลย Gelboys ทำให้เราอินไปกับทุกช่วงเวลา ร้องไห้ มีความสุข หัวเราะ และสอนให้รู้จัก “ความรัก” ในอีกมุมที่ไม่เคยสัมผัส ขอบคุณที่พาเราเดินทางไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะสถานะไหน หัวใจของเราก็ไม่เคย “กั๊ก” ความรักที่มีให้พวกคุณ GELBOYS เลย ซัพพอร์ตเสมอนะLetter #1: This letter is titled... I'm sharing my sincere feelings with all four of you. To Pide - New - PJ - Leon , I’m not sure if GELBOYS realize this, but every emotion they share—through their smiles, eye contact, or even their laughter during live shows—reaches us deeply. GELBOYS help us feel every moment; they make us laugh, cry, and experience love in ways we never thought possible. Thank you for bringing us along on this journey; regardless of the circumstances, our hearts have always been full of love for you, GELBOYS. We’ll always be here supporting you.จดหมายฉบับที่ 2 ชื่อจดหมายว่า…เจลอะไร ไม่เท่าเจลบอยปะ!? To : GELBOYS GANG!! ถึงเจลบอยทุกคน ทั้ง นิว ไป๊ป เลออน พีเจ ทุกคนได้ส่งตัวละครออกมาสู่สายตาคนดูได้ดีมากๆเลยนะ อยากให้ชมตัวเองกันเยอะๆเลย ก้าวไปข้างหน้ากันเรื่อยๆนะ ทุกหนึ่งก้าวที่เพิ่มขึ้น จะมีแฟนคลับคอยตามหลังอยู่เสมอ อาจจะได้ยินมาเยอะแล้ว แต่อยากจะบอกว่าทั้ง 4 คนเก่งมากๆเลยนะ โฟร์มด เชียร บัว บ้าบิ่น จะเป็นตัวละครที่หลายๆคนจำเอาไว้ในใจแน่นอน ดีใจที่ 4 ตัวละครนี้เป็นทั้ง 4 คนแสดงนะLetter #2: This letter is titled... There's nothing like GELBOYS. To : GELBOYS GANG!! To all the GELBOYS: New, Pide, Leon, and PJ. You've done an amazing job bringing your characters to life for the audience. Be sure to give yourselves a pat on the back. Keep pushing ahead! With every step you take, there's a whole bunch of fans cheering you on. While you’ve probably heard it before, I really want to emphasize that each of you is incredibly talented. Fou4Mod, Chian, Bua, and Baabin are going to be characters that a lot of people will hold dear to their hearts. I'm really happy to see all four of you embodying these roles.จดหมายฉบับที่ 3 ชื่อจดหมายว่า… เลิกกั๊กแล้ว(บอก)รัก(เจลบอย)ก่อนนะเตง ยินดีกับกระแสการตอบรับที่ดีเพิ่มขึ้นๆในทุกอีพีของซีรีส์ด้วยน้า เป็นเพราะความตั้งใจของทั้งนักแสดงและทีมงานทุกฝ่ายที่สร้างสรรค์และทำในพาร์ทตัวเองอย่างเต็มที่ ผลงานที่ออกมาเลยดีในทุกรายละเอียด โดยเฉพาะนักแสดง 4 จิ๋ว ทั้งที่เป็นเมนแคสเรื่องแรกกัน แต่ทุกคนถ่ายทอดคาแรกเตอร์ออกมาได้สุดยอดมากเลยนะ ไม่มีซักวินาทีที่ไม่เชื่อเลย เก่งกันมาก! ขอให้เรื่องนี้พาทุกคนไปได้อีกไกลๆเลยนะะ รักน้าเจ้าพวก 01020304Letter #3: This letter is titled... Don’t hesitate any longer—let GELBOYS know that I’m the one who loves you first! Great job on the fantastic feedback for each episode of the series! This success is thanks to the hard work of all the actors and staff, who bring their creativity and commitment to every role. The details are outstanding, particularly from the four young actors. Even though they're the leads, everyone brought their characters to life beautifully. I was convinced by their performances at every turn. You all have such talent! I really hope this series opens up new opportunities for everyone. Much love to you all 01020304!จดหมายฉบับที่ 4 ชื่อจดหมายว่า… สวัสดี จอยเบล เอ้ย เจลบอย หวัดดีนะพวกเด็กเจลบอย ยินดีที่ได้รู้จักนะ! เราเป็นคนที่ผ่านมาเจอซีรีส์ของทั้ง 4 คน เอาจริงๆ ทีแรกตอนดูก็รู้สึกเลยว่า เห้ย55 เราแก่ขนาดนี้แล้วหรอ นี่มันซีรีส์เจน z มากๆ งาน artwork โครตเจ๋งอะ นี่เราได้อยู่มาถึงยุคนี้แล้วหรอเนี้ย! แต่ก็ดีใจนะที่ได้มารู้จักและติดตามทุกคน ตอนนี้ก็รอฟังเพลงของทั้ง 4 คนเลยนะ ได้ฟังของนิวกับไป๊ละ โดนเส้นมาก รอติดตามจนจบเลยนะ พวกเจลบอย เขียนจบก็ขอไปทำเล็บตามละLetter #4: This letter is titled... Hello Joybell, oh GELBOYS! Hey GELBOYS! It’s great to meet you. I recently discovered the series featuring these four characters, and honestly, my first thought was, 'Wow, am I really that old? This definitely feels like a Gen Z series.' The animation is awesome! Have we really reached this point already? I'm so happy to have found and connected with all of you. Now, I'm just waiting to hear the music from these four. I’ve checked out New and Pide’s tracks, and they're really catchy. I can’t wait to support them through it all. By the way, once I’m done writing, I'm heading out to get my nails done!จดหมายฉบับที่ 5 ชื่อจดหมายว่า…ถ้าการถูกกั๊กเป็นกีฬา ผมว่าผมล้มแชมป์สวัสดีสุดหล่อแก๊ง Gelboys ที่เฝ้าคอย วันอาทิตย์ ถึงวันเสาร์ผู้ทำให้ชีวิต ฉันไม่เหงา ไม่มีเหา เพราะจับหงาย ได้พบเธอเจลบอยหนึ่ง นามว่า น้อง PJ อยากไกวเปล กล่อมนอน ในอกแม่เจลบอยสอง น้องนิว นั้นของแทร่ ยักcuteแพร่ สุดปัง ดังทั่วไทยเจลบอยสาม นิยามเด็ก Gen Z เต้นทุกที่ น้องเลออน ก็ทำได้เจลบอยสี่ ไป๊ปชิล คนสุดท้าย หน้าละม้าย ไปป์มาก่อน ลองดูเลยเขียนบทกลอน พร้อมนอน สูดน้ำมูก ไม่อยากถูก หลอกรัก โดนกั๊กใจ แต่งต่อ... 3Letter #5: This letter is titled... If holding back were a competition, I believe I would have come out on top. Hello, handsome GELBOYS gang. From Sunday to Saturday, I've been waiting. The persons who fill my life with companionship. I don't feel lonely anymore since I've met you. One of the GELBOYS is called N' PJ.I'd like to gently sway you in the cradle and drift off to sleep while being held by me. GELBOYS #2, N' New, that's the genuine one. Raising a single eyebrow is a remarkable skill that's well-known throughout Thailand. GELBOYS #3 represents the essence of Gen Z kids. N’ Leon is able to dance anywhere. GELBOYS #4 N’ Pide the final one His face resembles Pide-Magorn. Take a look! Compose a poem, get some sleep, and enjoy the scent of my nose. I don’t want to be deceived by love or feel like my heart is being restrained. To Be Continued 3ถึงเวลาที่แฟน ๆ ชาวด้อมรอคอยกันแล้วว~~เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVEเราจะมาพูดคุยกับหนุ่มๆ GELBOYS กันชีวิตที่เปลี่ยนไป ของหนุ่มๆ GELBOYS พีเจ : ของผมก็ตั้งแต่ซีรีส์ปล่อยทีเซอร์ออกไป เหมือนได้รับความสนใจจากคนเบื้องหลัง คนในวงการบันเทิงเยอะมาก แบบพี่ช่างแต่งหน้า หรือแม้แต่ฝ่ายโปรดักชั่นของที่อื่น ก็เหมือนให้ความสนใจ แล้วก็รู้จักเรามากขึ้น นิว : ของผม ผมว่าวันที่เหมือนเรารู้สึกได้ว่า ‘เฮ้ย ซีรีส์เรื่องนี้มันกำลังมา’ คือ ผู้ชายไปทำเล็บกัน มันเป็นอะไรที่ผมรู้สึกว่า ’เออ เขาดูเราเว้ย แล้วไปทำเล็บตาม’ เหมือนเรื่องนี้ค่อนข้างเปลี่ยนความคิดผู้คนได้ระดับหนึ่งเลย มันแบบ ดีเนอะที่แฟชั่นมันเหมือนเข้าถึงทุกเพศ ทุกวัยได้แล้ว ไป๊ป : มันก็คงเป็นแบบ เราไปใช้ชีวิตประจำวัน ก็เจอคนแล้วเขาก็มีหันมองบ้าง บางทีผมจะบ๊ายบาย ’แบบเขาจะเกลียดเราไหมวะ หรือเป็นแม่ใครเปล่าวะ’ อะไรอย่างเงี้ย เลออน : ช่วงนี้คือ เหมือนเพื่อนๆ ที่ขอนแก่นสังคมก็จะต่างกันนิดนึง บางทีเขาเลื่อน TikTok เขาก็เริ่มเจออะไรจากซีรีส์เรา เขาก็แคปลงสตอรี่ ‘เฮ้ย เพื่อนเราเปลี่ยนไปจังวะ’ อะไรอย่างเงี้ย แล้วผมก็ ’เฮ้ย ติดตามด้วย’ ก็เลยรู้สึกว่ามันเริ่มแบบแพร่กระจายเยอะขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็รู้สึกเปลี่ยนไปตั้งแต่ทีเซอร์ ที่ประกาศว่าจะมีซีรีส์คนก็เริ่มทำเล็บตั้งแต่ตอนนั้นเลย เลยรู้สึกว่ามันน่าจะมาวลีเด็ด สุดเฟี้ยวของวัยรุ่น GELBOYS!! นิว : ผมชอบไพลิน ‘ไพลินไม่กินสับปะรดนะคะ ไพลินชอบกินกล้วย~~’ ตอนเขาเขียนประโยคคือผมไม่เข้าใจเลย คือผมก็ต้องไปดูว่าแบบ เขาพูดยังไง แล้วก็เอามาปรับในปัจจุบันดราม่าสุดกราฟ ความยากที่ท้าทาย พีเจ : จริงๆ มันก็ท้าทายมาก เหมือนซีนที่ได้เห็นในตอนออนมันเป็นซีนรีชู้ต เพราะซีนแรกที่ถ่ายกันไป ผมเล่นไม่ได้เลย เหมือนมันกดดันมาก เป็นซีนที่มันดราม่าด้วย มันยากด้วย ถ่ายอยู่ประมาณ 4 ชั่วโมง ก็เล่นไม่ได้ จนต้องมารีชู้ตใหม่ พอรีชู้ตมันก็ดีขึ้นเหมือนช่วงที่ถ่ายจบไปพี่บอสก็เรียกเราไป workshop เพิ่มด้วย ทำให้พอมาถ่ายใหม่ก็เล่นได้สายตา Red flag จากผู้ชาย Green flag ไป๊ป : ตรงกันข้ามเลยครับ คือผม Green flag มากๆ ระหว่างที่ workshop พี่บอสเขาจะรู้สึกถึงจุดแข็งและสิ่งที่เขาชอบในพวกเราอยู่แล้ว ที่จะมาพัฒนาเป็นบท ซึ่งพี่บอสเก่งเรื่องดูความรู้สึกคนมากๆ เช่น ผมเล่นสายตาอย่างงี้ บางซีนที่ผมอาจจะยังรู้สึกไม่ถึงเป้าหมายนั้น เขาก็จะรู้เลยว่า ‘เฮ้ย อันนี้มันไม่ใช่ความรู้สึกจริงๆ’ ความจริงช่วงที่ถ่ายก็เมื่อยตาพอสมควร ด้วยตัวละครเชียร เป็นคนที่ไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยแสดงความรู้สึก มันก็เลยเห็นชัดแค่ภายในสายตามากกว่าตัวละคร ‘บัว’การกระทำตรงข้ามกับคำพูด ที่อยากให้ทุกคนเข้าใจ เลออน : จริงๆ ผมเข้าใจเลย เพราะผมมานั่งดูมันก็แบบ ‘มาพูดอะไรอย่างงี้’ ด้วยความที่ผมแสดงเป็นบัว ตอนที่ผมไปอ่านบท คือพวกเราได้อ่านบทพร้อมกันหมดเลย มันเป็นเรื่องแรกก็เลยบอกกับตัวเองว่า ’โอเค เรื่องนี้อยากเล่นให้มันสดที่สุด’ อยากให้อารมณ์มันออกมาจากสิ่งที่รู้เพียงแค่ซีนตัวเอง คือจะไม่รู้ว่าซีนคนอื่นเกินอะไรขึ้นบ้าง ตอนอ่านบทผมก็เลยอ่านแค่ซีนที่เกี่ยวกับผม ที่มีผม ผมเลยถามเขาว่า ’ในซีนที่ผมยืนอยู่ผมได้ยินเขาพูดไหม’ ถ้าไม่มี ผมก็จะปิดหู แล้วก็ไม่ฟัง กลายเป็นว่าตอนที่เป็นบัว บัวมีเหตุผลทุกอย่างในการกระทำ ซึ่งมีจริงๆ แต่พอมันอยู่ในจอ เรามานั่งดูเป็นผู้ชม มันทำให้สตอรี่บัวเป็นอีกแนว เลยเข้าใจที่ทุกคนคิดอย่างงั้นอะไรใหม่ๆ กับการใช้โทรศัพท์ถ่ายทำทั้งเรื่อง! นิว : มันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย การใช้โทรศัพท์ถ่าย มันช่วยเรื่องคล่องตัว แต่โทรศัพ์มันก็ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานด้านนี้โดยตรง มันก็จะมีเรื่องของความร้อน เรื่องเมม อะไรอย่างเงี้ย ไป๊ป : แล้วมันเป็นไอเดียของพี่ๆ เขาด้วย ที่ยุคนี้เป็นยุคโทรศัพท์คัลเจอร์อยู่แล้ว ซึ่งเด็กรุ่นนี้ทุกคนก็ใช้โทรศัพท์อยู่ข้างๆ ตลอดเวลาเพลงของบัว ที่ยังสปอยไม่ได้! เลออน : ความจริงยังสปอยไม่ได้นะ แต่ว่ามันควรมีไหม คือทุกคนมีแล้วมันก็ควรมีแหละ มีแหละครับ น่าจะมีGOTCHA POP 3 คอนเสิร์ตครั้งแรกของ GELBOYS นิว : ตอนนี้ยังไม่มีเวลาเตรียมตัวเลยครับ ไป๊ป : ยังไม่มีเวลาคิดเรื่องเตรียมตัวเลย(ฮ่าๆ) เลออน : จริงๆ มันน่าตกใจที่ซีรีส์ยังออนไม่จบเลย แต่เรามีแผนที่จะไปขึ้นคอนเสิร์ตแล้ว พีเจ : ก็ฝากพวกเราด้วยนะครับ ไปให้กำลังใจพวกเราด้วยนะครับนอกจากมาพูดคุย เม้าท์มอยกันแล้ว ทางรายการ EFM FANDOM LIVEก็มีเกมมาให้ “ไป๊ป นิว เลออน พีเจ” เล่นกัน!(เข้าไปชมได้ใน YouTube: ATIME)เดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย ทางรายการเสิร์ฟความฟิน และความฮากันแบบจุกๆให้ “ไป๊ป นิว เลออน พีเจ” ได้โทรหาแฟนคลับมาพูดคุยกัน (เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME) สุดท้ายนี้... รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “ไป๊ป นิว เลออน พีเจ” หนุ่มๆ “GELBOYS” มากๆเลยน้า ที่มาร่วมพูดคุย สร้างสีสัน ความน่ารัก ความสุขให้กับแฟนๆ และฝากซีรีส์ “GELBOYS สถานะกั๊กใจ” ทุกวันเสาร์ ดูสดพร้อมกัน เวลา 20:30 น. ทางช่องวัน 31และดูออนไลน์เวอร์ชัน UNCUT บนแอป iQIYI และเว็บ iQ.com ที่เดียวเท่านั้นสามารถเข้าไปรับชมความฟิน ความสนุกกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

หวนกลับคืนตำนานผมรากไทร กับ 2 หนุ่มดูโอ้ “กอล์ฟ - ไมค์” ที่มาชวนไป Bounce To The Future Concert คอนเสิร์ตที่จะทำให้ทุกคนที่เคยรู้จัก กลับมาเจอกันอีกครั้ง

13 พ.ย. 2023

หวนกลับคืนตำนานผมรากไทร กับ 2 หนุ่มดูโอ้ “กอล์ฟ - ไมค์” ที่มาชวนไป Bounce To The Future Concert คอนเสิร์ตที่จะทำให้ทุกคนที่เคยรู้จัก กลับมาเจอกันอีกครั้ง

EFM Fandom LIVE (2 พฤศจิกายน 2566) คืนนี้เรียกทุกคนที่แยกย้ายกันไปกลับมารวมตัวโดยด่วนเลย เพราะพิเศษสุดๆ สำหรับการกลับมาของ “กอล์ฟ - ไมค์” คู่หูดูโอ้ในตำนาน ซึ่ง “ดีเจแนน - ดีเจโซเซฟ” จะมาร่วมพาทุกคนย้อนไปเก็บความทรงจำดี ๆในอดีตออกมาพูดคุยกันช่วงแรกของรายการเริ่มกันด้วยเปิดไมค์รับสายแฟนคลับที่อยู่ซัพพอร์ตมานานนับสิบปีกันเลย จะมาร่วมพูดคุยถึงจุดเริ่มต้นของ “กอล์ฟ - ไมค์” ไปพร้อม ๆกันครั้งแรกที่รู้จัก “กอล์ฟ - ไมค์” “ย้อนไปตอนนั้นโรงเรียนพาไปที่ช่องโทรทัศน์ช่องหนึ่ง แล้วก็มี G-Junior มาขึ้นแสดง ตอนนั้นเราก็เห็นว่า 2 คนนี้เด่นมาก แต่ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร จนวันหนึ่งไปได้ยินเพลง BOUNCE ครั้งแรกใน HOT WAVE รู้สึกชอบเพลงนี้มาก ๆแล้วมารู้ว่าเป็น “กอล์ฟ - ไมค์” ร้องเรายิ่งชอบ ฟังวนไปวนมาฟังซ้ำ ๆ จนอยากจะไปตามเจอบ้าง แต่ตอนนั้นยังเด็กมากต้องรอให้มีงานใกล้ ๆบ้านก่อน ได้ตามครั้งแรก ก็มีครั้งสองครั้งสามจนตามมาเรื่อย ๆเลย พอได้เจอแล้วความรู้สึกมันแบบ 2 คนนี้มีเสน่ห์อะไรบางอย่างที่ทำให้เราชอบเค้า ทั้งเพลงทั้งศิลปิน ในตอนนั้นยังไม่มีอะไรแปลกใหม่ขนาดนี้ อย่างคู่ดูโอ้ที่ร้องเก่ง เต้นเก่ง หน้าตาดี เล่นบาสเก่ง มีความออร่าสูง เราก็เลยตกหลุมรักเค้าได้ไม่ยากอยู่แล้ว”ชื่อด้อม GOMI (โกมิ) บอกเลยว่าชื่อด้อมก็เพิ่งมาเลย เพราะถ้าย้อนกลับไปสมัยนั้นยังไม่มีทั้ง บง หรือแท่งไฟ ชื่อด้อมต่าง ๆ จะมีเป็นชื่อกลุ่ม ชื่อแก๊ง แยกๆกันไป พอกอล์ฟ-ไมค์ กลับมาครั้งนี้ทุก ๆคนก็ตามมารวมตัวกัน เกิดการโหวตชื่อกันในไลฟ์จนได้ชื่อ GOMI ที่ตัดมาจาก Golf และ Mike ความหมายที่รวมกันเป็นหนึ่งเดียวความในใจฝากถึงการกลับมาของ “กอล์ฟ - ไมค์” “เราเติบโตบนเส้นทางนี้มาด้วยกัน เค้าเติบโตในเส้นทางศิลปิน เราเติบโตในเส้นทางของแฟนคลับ แล้วเราบรรจบมาเจอกัน เดินมาด้วยกันยาวนานได้ขนาดนี้ ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องกังวลแล้ว เราจะเดินด้วยกันต่อไปจนสุดทาง สิ่งที่เกิดขึ้นมากกว่าความผูกพัน มากกว่าความรัก แต่คือมิตรภพ เพราะทุกวันนี้เราตามกอล์ฟ-ไมค์ เราคิดว่าทั้งคู่คือพี่ชายของพวกเรา และพร้อมจะซัพพอร์ตพี่ชายของพวกเราอยู่เสมอ คอนเสิร์ตครั้งนี้พวกเราจะทำให้มีความสุข เป็นความทรงจำที่ดีที่สุดของทั้งศิลปินและแฟนคลับ”กลับเข้าด้อมด่วนนนน!! ช่วงที่สองมาถึงแล้วกับการกลับมาของคู่หูดูโอ้ในตำนาน “กอล์ฟ - ไมค์” ฟังดูแม้จะยาวนานแต่บอกเลยทั้งความหล่อ ทะเล้น น่ารักของทั้งคู่ยังอยู่ครบจนสามารถตกแฟนคลับเข้าด้อมได้เรื่อย ๆเลยพาย้อนไปถึงความรู้สึกช่วงทำเพลงแรก ๆของ “กอล์ฟ - ไมค์” “กอล์ฟ - ไมค์” ชวนเล่าประสบการณ์ในการทำเพลงที่เรียกได้ว่าทั้งสนุกและฮาตาม ๆกันอย่างเคยฟัง Demo ที่มีแต่เสียงคนร้อง “ไม่ว่าง ไม่ว่าง ไม่ว่าง ไม่ว่างกำลังเต้น” รีแอคของทั้งคู่ตอนนั้นนั่งนิ่ง แววตาว่างเปล่า เพราะปกติ Demo ต้องมีทำนองหรือเป็นเมโลดี้มาให้ แต่ครั้งนี้มีแต่เสียงคนร้องที่แต่งออกมาโดยไม่มีเสียงทำนองเลย หรือประสบการณ์ก่อนจะมี BOUNCE เท่ ๆหล่อ ๆเรียกเสียงกรี๊ดทั่วบ้านทั่วเมือง เกือบจะได้ร้องเพลง “คนมาจากลิง จากลิง จากลิงจริง ๆนะ” ไมค์ยังเล่าอีกว่าโชคดีที่เสียงแตกหนุ่ม ด้วยบริบทของเพลงด้วยเลยถูกยุบไปก่อน (หัวเราะ)“กอล์ฟ - ไมค์” ไม่ใช่แค่ชื่อศิลปินแต่เป็นชื่อของยุคสมัย ใครทันยุค 2000 ยุคแจ้งเกิดของทั้งคู่ก็ต้องยอมรับว่า “กอล์ฟ - ไมค์” ไม่ใช่แค่ชื่อศิลปินแต่เป็นชื่อของยุคสมัย เป็นเรื่องจริงเพราะทั้งคู่ยังพูดว่าไปที่ไหน เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่เจอทรงผมรากไทร ไมค์เผยความลับในรายการเลยว่าจริง ๆแล้วผมทรงรากไทรมีที่มาจากคุณแม่เป็นคนตัดให้ เพราะพี่ไมค์เองชื่นชอบคลาวด์ สไตรฟ์ จาก final fantasy แนวญี่ปุ่น ๆหน่อยการกลับมาของทั้งคู่ในคอนเสิร์ต‘GOLF MIKE : Bounce To The Future Concert’ ที่จะเกิดขึ้น กอล์ฟอยากทำคอนเสิร์ตนี้ให้เกิดขึ้นจริง ๆเลยตามตื้อไมค์อยู่นานถึง 3-4 ปี กันเลยทีเดียว ซึ่งไมค์เองก็ยอมรับว่าอยากทำเหมือนกันแต่ด้วยจังหวะเวลาในตอนนั้น สถานการณ์โควิดด้วย เลยรอที่จะได้มาเจอกันตัวต่อตัวดีกว่า และที่สำคัญไมค์ยังแซวกอล์ฟอีกว่าที่ตกลงทำคอนเสิร์ตเพราะเวลาเหมาะสม ก่อนที่หลังและข้อเข่าของกอล์ฟจะไม่ไหวเอา (หัวเราะ)คอนเซ็ปท์ Space Time อดีต ปัจจุบัน อนาคต แฟนคลับที่ติดตามทั้งคู่มาจะรู้ว่า “กอล์ฟ - ไมค์” ทั้งคู่ชื่นชอบอวกาศมาก และใส่ความรู้สึกคิดถึงลงไปจึงกลายมาเป็น Space Time คือเป็นได้ทั้งอวกาศและช่องว่างเวลาที่หายไปของทั้งคู่กับแฟนคลับ เลยกลายมาเป็น Bounce To The Future เด้งกลับไปในอดีต เพื่อกลับไปเอาความทรงจำดีดีมาไว้ในอนาคตไม่พูดถึงไม่ได้เลยสำหรับแขกรับเชิญที่จะมาร่วมในคอนเสิร์ตนี้ พิเศษสุด ๆเพราะกอล์ฟ-ไมค์แอบกระซิบเลยว่าแขกรับเชิญที่มาครั้งนี้ อยู่ในทุกช่วงการเติบโตของทั้งคู่เช่นกัน จะเป็นใครบ้างต้องรอติดตามในเซอร์ไพรส์ที่ทั้งคู่เตรียมไว้ให้แฟน ๆในคอนเสิร์ตนี้เลยเตรียมตัวยิ้มตามๆกันเลยเพราะ “กอล์ฟ - ไมค์” มาร่วมพูดคุยกับเราทั้งที ทางเราก็ได้เตรียมเกมสนุกๆมาให้ทั้งคู่ได้ทดสอบความเป็นดูโอ้ในตำนานกับเกมที่มีชื่อว่า “วันวานยังจ๊าบอยู่…” (เข้าไปชมใน YouTube ทางช่อง ATIME)มาทิ้งท้ายความประทับใจจากความรักจริง ๆที่ซ่อนไว้ในอดีตและกำลังจะถูกค้นพบอีกครั้งจากด้อม GOMI กัน“ขอบคุณที่ให้กำลังใจภายในชีวิตประจำวัน ถ้าไม่มีพี่ ๆบางทีก็จะมีความรู้สึกเหนื่อยบ้าง ขอบคุณพี่ทั้งสองคนมาก ๆบางครั้งมีหลายเหตุการณ์เข้ามา พอเลื่อนดูในTiktok ก็รู้สึกดีจังเลยที่มีพี่ทั้งสองคนนี้อยู่บนโลกนี้เป็นกำลังใจที่ดีมาก ๆ”“พี่ยังเป็นทุกความสุข ทุกครั้งที่เจอเพื่อนเราจะคุยกันตลอดว่าแบบย้อนไปตอนนั้นมันคือความสุข อย่างที่พี่บอก Bounce To The Future คอนเสิร์ตนี้จะพาหนูและเพื่อน ๆย้อนกลับไปมีความสุขในวัยเด็ก แบบที่ได้เห็นพี่ Bounce ทุกครั้งที่คุยกันกับเพื่อนร้องเพลงด้วยกันกับเพื่อน จะมีพี่อยู่ในนั้นตลอด แล้วครั้งนี้เราจะได้ไปเห็นพี่จริง ๆแล้ว เพราะย้อนไปสมัยนั้นทุกคนเป็นเด็กต่างจังหวัดไม่เคยเจอพี่เลย หนูดีใจมาก ๆเลยที่พี่กลับมา”EFM Fandom LIVE รู้สึกขอบคุณมากและขอยืนยันอีกหนึ่งเสียงว่าดีใจกับการกลับมาของคู่หูดูโอ้ “กอล์ฟ - ไมค์” ที่ทั้งคู่เคยสร้างรอยยิ้ม ความสุข เสียงเพลงเพราะ ๆให้กับทุกคน แน่นอนว่าความสุขเหล่านั้นกำลังจะกลับมาอีกครั้ง ทางเราก็ขอฝากคอนเสิร์ต “GOLF MIKE : Bounce To The Future Concert” ที่จะจัดขึ้นวันที่ 2 ธันวาคม ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี และที่สำคัญเปิดจำหน่ายบัตรแล้วสามารถตามไปกดกันได้ที่ The Concert Applicationสามารถเข้าไปรับชมกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

album
efm
-

-