เรื่องเล่าจากพี่เเจ็ค ’งานลิเกในคืนนั้น‘ I อังคารคลุมโปง X แจ็ค The Ghost Radio [ 30 ก.ค. 2567]

อังคารคลุมโปง RECAP

เรื่องเล่าจากพี่เเจ็ค ’งานลิเกในคืนนั้น‘ I อังคารคลุมโปง X แจ็ค The Ghost Radio [ 30 ก.ค. 2567]

07 ส.ค. 2024

      ตั้งแต่เด็กจนโตได้ยินมาตลอดว่าเจออะไรห้ามทักมั่วซั่วถ้าไม่อยากเจอผี แล้วเคยสงสัยไหมว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราไม่ทำตาม หรือเราทักโดยไม่ได้ตั้งใจ เรื่องราวนี้มีชื่อว่า ‘งานลิเกในคืนนั้น’ จาก ’พี่แจ็ค The Ghost’ ได้นำมาเล่าให้ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ ฟัง ในรายการ อังคารคลุมโปง X’ (30 กรกฎาคม 2567) ถ้าอยากรู้ว่าจะเจออะไร ตามไปอ่านกันเลย!

      ย้อนกลับไปช่วงประมาณปี 2554 ตอนนั้นคุณนิว (เจ้าของเรื่อง) ยังเรียนอยู่ ซึ่งครอบครัวของคุณนิวเป็นครอบครัวลิเก มีพระเอก นางเอก เป็นหัวหน้าอยู่ในคณะ ซึ่งวันนั้นหลังจากเลิกเรียน คุณนิวก็มุ่งไปโรงลิเก เพราะต้องไปเล่นที่จ.ลพบุรี ซึ่งใช้เวลาเดินทางพอสมควร จากช่วงเย็น ๆ กว่าจะไปถึงก็เกือบ 2 ทุ่ม โดยมีพี่สาวเป็นคนขับ แม่นั่งข้างคนขับ ส่วนคุณนิวนั่งดูวิวนอกหน้าต่าง

      ระหว่างเดินทางคุณนิวก็นั่งมองอะไรไปเรื่อย เห็นอะไรก็ทักตามประสาวัยรุ่น พอไปเจอสี่แยกหนึ่งซึ่งรถจอดรอไฟแดง คุณนิวเห็นผู้หญิงแต่งชุดนักศึกษายืนตรงสี่แยก ด้วยความที่เห็นสาวเขาก็พูดขึ้นมาว่า

      “ที่วัดนี้คืนนี้มีเล่นลิเก ตามมาดูซิ”

      พี่สาวหันมามองแล้วถามว่า “พูดอะไร”

      แต่คุณนิวมักจะโดนดุบ่อย ๆ ว่าอย่าทักอะไรไปเรื่อย คิดว่าเดี๋ยวโดนบ่นอีก จึงพูดไปว่า

      ”ไม่มีอะไร ซ้อมบทเล่นลิเกคืนนี้อยู่“

      ไม่นานก็มาถึงโรงลิเก ทุกคนเข้าไปแต่งหน้าที่หลังเวที โดยที่จะมีพ่อแก่อยู่หลังฉาก หันหน้ามาทางด้านหลังเวที แล้วเหล่าบรรดาลิเกที่แต่งหน้าก็จะหันหน้าไปทางพ่อแก่ ตอนที่คุณนิวแต่งหน้าก็มีกระจกบานใหญ่ ทำให้เมื่อมองด้านหลังจะเห็นแม่ยืนคุยเรื่อยเปื่อยกับพระเอกลิเก แต่หางตาดันเป็นนักศึกษาผู้หญิงเดินผ่านหลังโรงลิเกไป พอหันไปมองอีกรอบแต่ก็ไม่เห็น เห็นแค่เเม่กับพระเอกลิเกที่ยืนคุยกันอยู่ จากนั้นก็ได้เวลาออกไปเล่นลิเก ทุกคนก็ออกไปเล่นลิเกปกติ

      ในคืนนั้นคุณนิวต้องออกไปแสดงทั้งหมด 4 ซีน ซีนแรกก็รำออกไปปกติ แล้วก็มองไปที่คนดูด้านหน้าเวที พอมองเลยไปก็จะเป็นซุ้มประตูวัด แล้วคุณนิวก็เห็นผู้หญิงชุดนักศึกษาอยู่ตรงนั้น ตอนนั้นเขาไม่ได้คิดอะไร คิดแค่ว่า ‘มาได้ไงวะ’ เพราะจริง ๆ ก็ไม่รู้ว่าเป็นคนเดียวกันหรือไม่ แต่คิดว่าน่าจะใช่ แล้วก็แสดงไปจนกระทั่งจบซีนที่ 1 หลังจากนั้นซีนที่ 2-3 ที่คุณนิวออกไปแสดงก็เล่นตามปกติ จนมาถึงซีนที่ 4

      ซีนที่ 4 คุณนิวต้องแสดงเป็นโจร เป็นซีนที่จะจับนางเอกไปเป็นภรรยา แล้วนางเอกต้องตบหน้า พอจังหวะนั้นคุณนิวต้องร้อง แต่ปรากฎว่าเขาไม่ร้อง เขาค้าง เพราะผู้หญิงชุดนักศึกษาที่ยืนหน้าซุ้มประตู เขาไปยืนอยู่บนกำแพงวัด! คุณนิวก็ค้าง แล้วก็ช็อตไปเลย นางเอกลิเกจึงเอาไมค์ออกแล้วถามว่า

      ”นิวเป็นอะไร ทำไมไม่โฟกัสเล่นลิเก“

      คุณนิวใช้เวลาในการตั้งสติ แต่ก็ยังเห็นผู้หญิงคนนี้ยืนอยู่บนกำแพงวัดแล้วยิ้ม คุณนิวพยายามเล่นลิเกต่อจนเสร็จ พอกลับเข้ามาหลังเวที ตอนนั้นคุณนิวรู้สึกแปลก ๆ และนึกถึงคำพูดที่ตนพูดบนรถ คำนั้นอาจทำให้ผู้หญิงคนนี้ตามมาก็เป็นได้

      ในระหว่างนั่งพักอยู่ข้างหลังโรงลิเก ซึ่งตอนนั้นซีนของคุณนิวหมดแล้ว เหลือเวลาอีก 30 นาทีก่อนที่การแสดงจะจบลงแล้วทุกคนต้องออกมาเรียงแถวกันลาผู้ชม คุณนิวก็เกิดอาการปวดท้อง จึงถามหัวหน้าว่าจะไปเข้าห้องน้ำจะกลับมาทันก่อนจบการแสดงหรือไม่ หัวหน้าก็ดูเวลาแล้วบอกว่าทัน คุณนิวจึงถอดชุดลิเกแล้วเดินไปห้องน้ำ

      จากโรงลิเกไปห้องน้ำนั้นทางเปลี่ยวและมืดมาก ตอนที่เดินไปก็จะมีไฟสลัวเป็นระยะ คุณนิวจึงร้องเพลงลูกทุ่งขึ้นมา ร้องมาได้แค่ 1 ท่อน หลังจากจบท่อนนี้ก็ได้ยินเสียงเดิน เสียงร้องไห้ สะอึกสะอื้นของผู้หญิงดังมาจากทางที่มาจากโรงลิกเก คุณนิวจึงหยุดแล้วฟังเสียง แล้วก็เห็นผู้หญิงชุดนักศึกษาร้องไห้ ด้วยความที่คุณนิวเป็นคนที่ทักอะไรไปเรื่อยจึงพูดขึ้นมาว่า

      ”เธอเป็นอะไรไหม ร้องไห้กลางค่ำกลางคืนแบบนี้เป็นอะไรไหม“

      ผู้หญิงคนนี้ก็เดินไปแล้วก็ร้องไห้ คุณนิวก็พยายามเดินตามไปถามว่า

      ”เป็นอะไรไหม”

      ระหว่างที่เดินตามผู้หญิงคนนี้ก็ถามไปเดินไปด้วย แล้วก็หันมองไปทางโรงลิเกเพราะกลัวว่าตนจะกลับไปไม่ทัน จนคุณนิวก็พูดว่า

      “ตกลงคุณเป็นอะไรไหมเนี่ย”

      ผู้หญิงคนนั้นก็หยุด คุณนิวหันไปมองทางโรงลิเก มองดูระยะทางเพราะมันก็คงใช้เวลาสักพักกว่าจะเดินไปถึง พอคุณนิวหันกลับมา ผู้หญิงคนนั้นก็หันมาก็ทำให้คุณนิวช็อคจนถึงทุกวันนี้!

      ผู้หญิงคนนั้นหันมาหน้าไม่ใช่หน้าคน แต่หน้าตาเละ ถ้าถามว่าเละแบบไหน ให้นึกถึงลูกแตงโมที่โดนรถทับแล้วเละ จังหวะนั้นคุณนิวตกใจรีบวิ่งแบบไม่คิดชีวิตกลับมาที่โรงลิเกทันที

      พอมาถึงโรงลิเก พี่พระเอกและพี่นางเอกก็ถามว่า “เป็นอะไร”

      ตัวคุณนิวก็ไม่กล้าพูดเพราะไม่รู้ว่าไปเจออะไรมา ไม่รู้ว่าผีหลอกหรืออะไร รู้แค่ว่าสิ่งที่เขาเจอเมื่อครู่มันทำให้เขามาอยู่ตรงนี้ เขาจึงนั่งพัก ตั้งสติ

      พอขึ้นลาโรงลิเก ก็ไปเล่าให้กับหัวหน้าฟังว่าเจอแบบนี้ หัวหน้าก็บอกว่า

      “ก็ว่าแล้วทำไมแปลก ๆ เห็นตั้งแต่ตอนแต่งหน้า เห็นร้องไห้อยู่หลังโรงลิเกตั้งแต่เย็นแล้ว ก็นึกว่าเป็นแฟนคลับนิว เห็นจ้องแต่นิว“

      คุณนิวก็ไปเล่าต่อให้คุณแม่ ให้กับผู้ใหญ่ฟัง และก็เดินเข้าไปหาเณรที่มาดูลิเกเพื่อสอบถามว่า

      ”ที่วัดยังมีพระองค์ไหนที่ยังไม่นอนไหม อยากให้พรมน้ำมนต์ให้หน่อย“

      เณรตอบตกลง แต่ระหว่างที่คุยกัน ก็มีหลวงตาเดินเข้ามาพูดว่า

      “เจอหรอ เจอผู้หญิงนักศึกษาใช่ไหม”

      คุณนิวถามต่อว่า “หลวงตารู้ได้ยังไง”

      หลวงตาบอกว่า “ผู้หญิงที่รถทับตายตรงสี่แยกใช่ไหมหล่ะ”

      คุณนิวจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้หลวงตาฟัง หลวงตาก็พาไปกุฏิเพื่อพรมน้ำมนต์ให้แล้วพูดว่า

      “เป็นไงหล่ะ ชอบไปทัก ไปชวนอะไรเขามั่วซั่ว เห็นอะไรก็พิจารณาให้ดีก่อนว่าใช่หรือเปล่า เบื่อกับการเรียกแฟนคลับมาดูลิเกแล้วหรือไง ถึงไปเรียกผีมา“

      สรุปคือตรงสี่แยกนั้นมีนักศึกษาโดนรถสิบล้อทับที่หัวเสียชีวิตเมื่อ 4 วันก่อนศพเพิ่งเผาไปก่อนวันที่คุณนิวมาเล่นลิเก

(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

related อังคารคลุมโปง RECAP

เรื่องเล่าจากคุณรัก ‘เรื่องเล่าบนเถียงนา’ l อังคารคลุมโปง X เจน - ลูกนัท The Ghost [ 30 มิ.ย.2569 ]

04 ก.ค. 2026

เรื่องเล่าจากคุณรัก ‘เรื่องเล่าบนเถียงนา’ l อังคารคลุมโปง X เจน - ลูกนัท The Ghost [ 30 มิ.ย.2569 ]

ใครจะไปคิดว่าการแวะทักทายคนรู้จักหน้าหมู่บ้าน จะกลายเป็นเรื่องราวสุดสยองที่ไม่มีใครคาดคิด! เมื่อเขาได้ฟังเรื่องเล่าเฉียดตายจาก ‘ผีแม่ม่าย’ จนจบ แต่พอเขาเดินกลับบ้านก็ได้รู้ความจริงว่าคนที่พึ่งแวะคุยมาตายไปหลายปีแล้ว แล้วคนที่เล่าเรื่องให้เขาฟังเมื่อกี้คือใครกันแน่ ?เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X เจน - ลูกนัท The Ghost [ 30 มิ.ย.2569 ]’ ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจโซเซฟ’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘เรื่องเล่าบนเถียงนา’ เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ‘คุณม้ง’ เดินทางกลับบ้านในช่วงเทศกาลปีใหม่ หลังจากที่ไม่ได้กลับบ้านมาหลายปี ทันทีที่รถบขส. ถึงที่หมาย ระหว่างทางที่กำลังเดินเข้าหมู่บ้าน คุณม้งก็บังเอิญเจอกับ ‘พี่ตั้ม’ คนรู้จักในหมู่บ้านกำลังนั่งเล่นอยู่ตรงทางเข้าหมู่บ้านพอดี ด้วยความที่ไม่ได้เจอกันนาน คุณม้งเลยแวะเข้าไปทักทาย “พี่ตั้ม สบายดีมั้ยพี่?” พี่ตั้มก็ตอบกลับมาตามปกติ ถามไถ่กลับมาว่ากลับมาเยี่ยมบ้านหรอ ก่อนที่จะชวนคุณม้งนั่งคุยด้วยกัน แล้วพี่ตั้มก็เปิดบทสนทนาขึ้นมาว่า“จำโต้งได้มั้ย? พี่มีเรื่องของโต้งมาเล่าให้ฟัง”พี่ตั้มเล่าให้ฟังว่า หลังจากที่ตัวแกเองพึ่งกลับมาจากต่างประเทศ พ่อแม่ก็ใช้ให้เขาไปนอนเฝ้านาข้าวตรงเถียงนา เพราะกลัวว่าจะมีคนมาขโมยข้าว คืนนั้นพี่ตั้มเลยได้เจอกับ ‘โต้ง’ ที่มาเฝ้านาเหมือนกัน คุยไปคุยมาจนได้รู้ว่าตอนนี้โต้งเองก็มีแฟนแล้ว แถมแฟนยังหน้าตาดีมาก เป็นชาวบ้านแถวนี้แต่ไม่รู้ว่ามาจากหมู่บ้านไหน หลังจากนั้นแฟนของโต้งก็พาเพื่อนผู้หญิงหน้าตาดีอีกหลายคนมานอนเล่นที่เถียงนาด้วยกัน และด้วยความที่ตั้มยังโสดอยู่ เลยแกล้งถามไปว่าเพื่อนของแฟนมีใครยังโสดบ้างมั้ย ซึ่งได้คำตอบกลับมาว่ายังโสดอยู่ทุกคน ตั้มเลยขอจีบในทันที คืนแรกทั้งกลุ่มก็นั่งคุยกันไปเพลิน ๆ จนตั้มเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ พอตื่นเช้ามาสาว ๆ ทั้งหมดก็หายไปหมดแล้ว ตั้มจึงคิดว่าพวกเธอทั้งหมดคงกลับเข้าบ้านกันไปตอนเช้าแล้ว พอเข้าคืนที่สอง เหล่าสาว ๆ ก็กลับมาหาที่เถียงนาอีกครั้ง แต่คราวนี้ตั้มก็เอะใจว่าเมื่อคืนตัวเองหลับไปตั้งแต่ตอนไหน คืนนี้เลยตั้งใจจะอยู่คุยกับสาว ๆ ยันเช้าไปเลย แต่คุยไปคุยมาก็เผลอหลับไปอีกจนได้ เช้าวันต่อมา ตั้มตื่นขึ้นมาแล้วหันไปเห็นโต้งนอนนิ่งสนิทอยู่บนเถียงนา ปลุก และเขย่าเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตื่น จนตั้มเริ่มใจคอไม่ดีเลยรีบวิ่งเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อตามหาคนมาช่วยดู แต่คำตอบที่ได้รับจากชาวบ้านทำเอาตั้มกลับช็อกกว่าเดิม ชาวบ้านบอกว่าโต้งตายไปหลายวันแล้วนะ !”ซึ่งตั้มก็เถียงว่าจะเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อเขาพึ่งนั่งคุยกับโต้งมาสองคืนเต็ม ๆ ชาวบ้านเลยอธิบายให้ฟังว่าโต้งพึ่งเสียชีวิตจากอาการ ‘ไหลตาย’ และเหล่าผู้หญิงที่ตั้มเห็นก็ไม่ใช่คน แต่เป็น ‘ผีแม่ม่าย’ ที่มาเอาชีวิตผู้ชายในหมู่บ้านไปหลายคนแล้ว ช่วงที่ผ่านมาในหมู่บ้านเจอดีกันหมด ตกกลางคืนไม่มีใครกล้าออกไปนอนที่เถียงนาเลย ผู้ชายทุกคนต้องเอาปลัดขิกมาแขวนไว้หน้าบ้าน และต้องแต่งหน้าทาปากให้เหมือนผู้หญิงเพื่อหลอกผีแม่ม่าย เพราะตกดึกจะมีเสียงผู้หญิงมาตะโกนเรียกหน้าบ้าน ถ้าใครเผลอขานรับ คืนนั้นจะหลับ และไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย แต่ความซวยของโต้งคือ โต้งไม่ได้อยู่บ้านจึงไม่รู้เรื่องที่ชาวบ้านเตือนกัน พอตกดึกแล้วออกไปนอนที่เถียงนาจึงโดนเรียก และตามพวกผีแม่ม่ายไป ส่วนตั้มก็รอดมาได้หวุดหวิดเพราะคืนนั้นพวกสาว ๆ ก็ชวนตั้มกลับบ้านไปด้วยกันแล้วแต่ตั้มปฏิเสธไป ไม่อย่างนั้นสภาพก็คงไม่ต่างกับโต้ง หลังจากพี่ตั้มเล่าเรื่องสุดหลอนจบ คุณม้งก็เตรียมตัวจะเดินเข้าบ้าน เลยชวนพี่ตั้มให้เดินเข้าไปด้วยกัน แต่พี่ตั้มก็ปฏิเสธพร้อมบอกว่า “ไม่เป็นไร เอ็งไปเถอะ แต่ฝากความคิดถึงให้พ่อแม่เอ็งด้วยนะ” คุณม้งก็งงว่าอยู่หมู่บ้านเดียวกันแท้ ๆ จะฝากความคิดถึงไปทำไม ทำไมไม่เข้าไปทักทายเอง แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากจึงเดินกลับเข้าบ้านเพียงคนเดียว พอถึงบ้านแม่คุณม้งก็ทักว่าทำไมมาถึงบ้านช้า ทั้ง ๆ ที่รถบขส. มาถึงตั้งนานแล้ว คุณม้งเลยเล่าให้ฟังว่า “พอดีแวะนั่งคุยกับพี่ตั้ม ลูกของยายข้างบ้านอยู่ตรงทางเข้าหมู่บ้านนี่เอง” แต่พอแม่ฟังจบก็พูดว่า“เอ็งจะบ้าหรอ ไอ้ตั้มมันตายไปหลายปีแล้ว !” ซึ่งความจริงก็คือ ตั้มไปทำงานที่ต่างประเทศ และได้เสียชีวิตลงด้วยอาการ ‘ไหลตาย’ ที่ต่างประเทศ และเพราะเสียชีวิตนอกเมืองไทย ทำให้ศพของตั้มยังไม่ได้ถูกส่งกลับมาที่ไทย เรื่องราวทั้งหมดจึงเป็นคุณม้งโดนตั้มที่เป็นผี มาเล่าเรื่องผีโต้งให้ฟัง หลอกซ้อนหลอก แต่ที่น่ากลัวที่สุดคือ คุณม้งเจอตั้ม และนั่งคุยกันตอนกลางวันได้ปกติเลย(เป็นความเชื่อส่วนบุคคลโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

เรื่องเล่าจากพี่ตั้ม ‘นางพยาบาล’ | อังคารคลุมโปง X ตั้ม The Shock [ 22 ก.ค.2568 ]

03 ส.ค. 2025

เรื่องเล่าจากพี่ตั้ม ‘นางพยาบาล’ | อังคารคลุมโปง X ตั้ม The Shock [ 22 ก.ค.2568 ]

เรื่องเล่าสุดหลอนจาก ‘คุณตั้ม The Shock’ กับเรื่องราวที่เริ่มต้นจากอาการตาอักเสบ แต่กลับได้พบพยาบาลสาวลึกลับที่ไม่มีใครเคยเห็นเธอ เรื่องราวจะหลอนและน่าขนลุกขนาดไหน สามารถติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X’ (22 กรกฎาคม 2568) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘นางพยาบาล’ ที่จะทำให้ทุกคนขนหัวลุกซู่อย่างแน่นอน! คุณตั้มได้เล่าว่า ตนเองมีอาการตาอักเสบ จึงได้เริ่มเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หลังการวินิจฉัย คุณตั้มต้องหยอดตาทุกครึ่งชั่วโมง และได้เข้าไปนอนพักรักษาในห้องนอนรวมที่มีทั้งหมด 5 เตียง มีพยาบาลคอยดูแล 2 คน ในวันแรกที่คุณตั้มได้เข้าไปพักในห้องรวมนี้ ก็สังเกตได้ว่ามีเหรียญซื้อที่วางเรียงเป็นรถฟวางไว้ที่เตียงของตนเพียงเตียงเดียว จนถึงขั้นอุทานเสียงดังออกไปว่า “อื้อหือออออ” แต่ก็คิดในใจว่า ‘อย่างน้อยก็ไม่เป็นไรวะ’ คุณตั้มเข้ารับการรักษาต่อเนื่องผ่านไปสามวัน ระหว่างนั้นก็จะมีพยาบาลเข้ามาสลับเปลี่ยนกันดูแลผู้ป่วย โดยในช่วงกลางวัน จะเป็น ‘พยาบาล A’ หน้าตาสะสวย เสียงก้องกังวาน ส่วนช่วงกลางคืน เป็น ‘พยาบาล B’ ผู้หญิงตัวเล็กและเสียงนุ่มนวลกว่า ซึ่งทุกครั้งพยาบาล B ก็มักจะมาที่ปลายเตียงคุณตั้ม แล้วคอยดูแลเป็นต้นว่า ‘ได้เวลาหยอดตาแล้วนะคะ’ หรือ ‘ทานยาได้แล้วค่ะ’ ทุกครั้งที่พยาบาล B บอกว่าถึงเวลาหยอดตา คุณตั้มก็จะขยับไปที่กล้างเตียง เพื่อให้พยาบาล B เข้ามาหยอดตาได้สะดวก จากนั้นพยาบาล B ผู้นี้ ก็จะเดินมาอยู่ข้างเตียงและก้มหน้ามาหยอดตาให้เสมอ ทว่าช่วงที่เธอหยอดตาให้นั้น ก็มักจะมีคำพูดที่เป็นติดตัวเป็นคาแรคเตอร์ชัดเจนว่า “คนไข้หลับตานะคะ ลืมตา มองขึ้นข้างบน หลับตา มองลงล่าง หลับตา เดี๋ยวพยาบาลจะเช็ดตาให้” เธอมักจะพูดประโยคเหล่านี้ซ้ำจนจำได้ด้วยน้ำเสียงแบบนุ่มนวล เนิบนาบ เอื่อยเฉื่อย เป็นเอกลักษณ์ จนทำให้คุณตั้มได้แต่สงสัยในใจว่า ‘พยาบาลเขาพูดกันแบบนี้จริง ๆ หรอ’ นอกจากนี้ น้ำเสียงของพยาบาล B ยังทำให้รู้สึกว่าเธอน่ารักขึ้นมาก หากใครได้เป็นแฟนกับเธอคงโชคดี เพราะทุกการกระทำที่เธอทำนั้น สื่อได้ว่าเธอตั้งใจดูแล อบอุ่น และใส่ใจมาก กระทั่งเข้าวันที่ 4-5 ในช่วงนี้ คุณตั้มมีการปรับยา เปลี่ยนจากหยอดทุกครึ่งชั่วโมงเป็นทุกหนึ่งชั่วโมง และจะปรับเป็นทุก 2 ชั่วโมง นั่นทำให้คุณตั้มเริ่มสงสัยว่าพยาบาล B เธอหายไปที่ไหน จึงตัดสินใจถามพยาบาล A ว่า “เอ่อ คุณพยาบาลครับ ปกติรอบดึกจะมีน้องพยาบาลที่เขามักจะพูดแบบนิ่ม ๆ น่ารัก ๆ อะไรประมาณนี้ มีไหมครับ” พยาบาล A ตอบกลับพลางยิ้มให้กับคุณตั้มว่า “ไม่มีนะคะคนไข้” คุณตั้มคิดว่าพยาบาลคงอำ จึงไม่ได้ถามซักไซ้ต่อ และรอไปจนถึงรอบค่ำ จากนั้น ‘พยาบาล C’ พยาบาลกะกลางคืนอีกคนก็เข้ามาหยอดตาให้คุณตั้ม คุณตั้มจึงถามเธอว่า “รอบดึกเนี่ยครับ 2-3 วันแรกผมเจอเธอ เธอยังมาทำงานอยู่ไหม ผมอยากเห็นเธอ” พยาบาล C ก็ตอบกลับมาเช่นเดียวกันว่า “ไม่มีนะคะคนไข้” นั่นยิ่งทำให้คุณตั้มได้แต่สงสัย แต่ก็ทำได้เพียงตอบในใจว่าไม่เป็นไร หลังจากผ่านวันนั้นมา คุณตั้มก็ไม่ได้เจอกับพยาบาล B อีกเลย กระทั่งครบ 2 อาทิตย์ก่อนที่จะออกจากโรงพยาบาล เขาจำได้ว่าจะมีน้องพยาบาลคนหนึ่งชื่อ ‘อาร์ตี้’ ที่มักจะมาให้ความรู้เกี่ยวกับการฉีดยา เพราะคุณตั้มตรวจเจอเบาหวานด้วย จึงมีพยาบาลอาร์ตี้คอยมาให้คำแนะนำเรื่องของเบาหวานอยู่เสมอ ทั้งคู่จึงเริ่มสนิทกัน หลังจากพยาบาลอาร์ตี้ให้คำแนะนำเสร็จ จึงได้ถามไปว่า “อาร์ตี้ พี่ถามหน่อยสิ มีพยาบาลอยู่นี่จริงไหม” พยาบาลอาร์ตี้จึงได้ตอบกลับมาว่า “เดี๋ยวหนูเช็คให้ ยังไงโทรคุยกันละกัน” เวลาผ่านไปได้ไม่นาน ในช่วงกลางวันนั้น คุณตั้มนอนอยู่ที่ชั้นล่างในบ้าน ซึ่งเป็นชั้นที่ติดกับหลังบ้านและมีหน้าต่างที่สามารถมองเห็นแสงจากหลังบ้านที่ส่องผ่านเข้ามาได้ คุณตั้มนอนหงายและห่มผ้าอยู่ โดยที่ไม่แน่ใจว่าตนเองกำลังตกอยู่ในภวังค์หรืออยู่ในฝัน แต่ทว่าเขากลับได้กลิ่นคล้ายกับน้ำหอมที่เหมือนกับกลิ่นฟีโรโมนหรือเรียกอีกอย่างว่าเป็นกลิ่นเฉพาะตัวของผู้หญิง เป็นกลิ่นที่คุณตั้มรู้สึกคุ้นเคย เหมือนเคยได้กลิ่นจากที่ไหนมาสักที่ แต่เขาเองก็ไม่ได้สนใจอะไรจึงหลับตานอนต่อ ทว่าหลังจากที่ตื่นนอน เรื่องนี้ตัวคุณตั้มเองก็ไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าอยู่ในฝันหรือว่าตื่นอยู่ เพราะสิ่งที่เห็นข้างเตียงคือเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง ผมยาวเรียบร้อย ใส่ชุดกระโปรงสีขาวคล้ายกับชุดพยาบาลยืนอยู่ข้าง ๆ และค่อย ๆ เขยิบเข้ามาหาตัวคุณตั้ม โดยที่เธอใช้ยกเข่าขึ้นมานั่งที่เตียง จนทำให้คุณตั้มตกใจ แต่เมื่อพอตื่นและมองออกไปกลับไม่มีใคร จากที่นอนหงายอยู่ เขาจึงเริ่มกังวลและกลัว จึงได้เปลี่ยนไปนอนตะแคงแล้วห่มผ้าแทน ต่อมา มีอีกครั้งที่คุณตั้มลืมตาขึ้นมาและเจอกับผู้หญิงคนเดิมที่มาพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมฟีโรโมนมายืนอยู่ข้างเตียง ตอนนั้นเหมือนเธอพยายามค่อย ๆ ขยับเข้ามาและโน้มหน้าเข้ามาหาตัวคุณตั้ม พร้อมกับพูดมาว่า “จำเราได้ไหม” สิ้นประโยคนั้น คุณตั้มก็ตกใจกลัว จึงได้ร้องออกมาว่า “อะไรอะ อะไร” พร้อมกับยังคงเห็นว่าเป็นผู้หญิงที่ยืนอยู่ จากนั้นก็รีบเปลี่ยนมานอนหงายแล้วนำผ้าห่มมาคลุมโปงทันที ในใจพลางคิดไปว่า ‘เอายังไงดีวะ นี่กูตื่นหรือหลับอยู่’ แต่เขายังจำได้ว่าหากอยู่ในฝันมันจะไม่มีกลิ่น ขณะที่กำลังนอนคลุมโปงอยู่นั้น ก็รู้สึกว่าตนกำลังนอนทับเข็มขัดหรืออะไรบางอย่างอยู่ เหมือนมีหนามแหลมมาจิ้มเอว จากนั้นก็ถูกกระชากออกจากขอบเตียง ทำให้จากที่นอนหงายอยู่ก็เปลี่ยนเป็นหันตัวไปอีกข้างแทน ในตอนนั้น คุณตั้มก็ได้รู้ว่าตัวเองตื่นแล้ว เพราะมีเหงื่อไหลออกมา จากนั้นความรู้สึกเจ็บที่เอวก็เริ่มหายไป ไม่นาน คุณตั้มก็จึงตัดสินใจเอาหน้าตนเองแนบไปกับเตียง ตรงจุดที่รู้สึกว่าพยาบาล B เอาเข่าขึ้นมา ปรากฎว่ามีกลิ่นน้ำหอมฟีโรโมนที่เคยรู้สึกตอนแรกจริง ๆ ในตอนนั้น ห้องของคุณตั้มไม่มีใครอยู่เลย คุณตั้มจึงลุกขึ้น เพราะตั้งใจว่าจะไม่นอนต่อแล้ว จากนั้นก็เดินไปเอาพระจากห้องข้าง ๆ มากองรวมกันเต็มไปหมด กระทั่งถึงรุ่งเช้า คุณตั้มก็โทรหาพยาบาลอาร์ตี้ว่า “เฮ้ย อาร์ตี้ ซีเรียส พี่ถามว่ะ เช็คหรือยังพยาบาลอะ ที่เขาจะชอบพูดเสียงนุ่ม ๆ” อาร์ตี้จึงตอบกลับมาว่า “พี่ตั้ม ไม่มี จะมีสลับอยู่แค่สองคนคือเวรเช้ากับดึกแค่นั้น” นั่นยิ่งทำให้คุณตั้มได้แต่สงสัยในใจว่า ‘พยาบาลที่มาช่วยดูแลในช่วงนั้น คือใครกันแน่’ นับจากคืนนั้น คุณตั้มก็ไม่เคยเจอพยาบาล B อีกเลย รวมถึงกลิ่นน้ำหอมผสมฟีโรโมนนั้นก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย..(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเต็ม ๆ ได้ที่

โดนหมอดูทักว่ามีคนตามแต่ไม่เชื่อ ระหว่างที่อาบน้ำก็ได้ยินเสียงคนบอกให้ช่วย ตอนเล่นเกม เพื่อนก็ได้ยินอีก! ทำใจกล้าเปิดประตูเข้าไปดูก็เจอผู้หญิงหน้าไหม้ ยืนหลังโค้งติดเพดานเป็นรูปตัวแอลในห้องนอนตัวเอง!

17 พ.ย. 2023

โดนหมอดูทักว่ามีคนตามแต่ไม่เชื่อ ระหว่างที่อาบน้ำก็ได้ยินเสียงคนบอกให้ช่วย ตอนเล่นเกม เพื่อนก็ได้ยินอีก! ทำใจกล้าเปิดประตูเข้าไปดูก็เจอผู้หญิงหน้าไหม้ ยืนหลังโค้งติดเพดานเป็นรูปตัวแอลในห้องนอนตัวเอง!

โดนหมอดูทักว่ามีผู้หญิงและเด็กตามอยู่แต่ไม่เชื่อ จนไปพบเจอกับตัวเอง เริ่มด้วยการได้ยินเสียงแปลก ๆ ขอให้ช่วย ต่อมาแอพลิเคชันจับสัญญาณเสียงได้ สุดท้ายเจอเองกับตาด้วยภาพสุดหลอนที่ไม่อาจลืม ‘พี่แจ็ค The Ghost Radio’ ได้นำมาเล่าให้ ‘อังคารคลุมโปง X’ (14 พฤษจิกายน 2566) ฟังพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘ช่วย’ เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ไปอ่านกันได้เลย! พี่แจ็ค The Ghost Radio บอกว่า ‘คุณแน๊ป’ นำเรื่องนี้มาเล่าให้ฟัง เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวเขาและบ้านของเขาเอง ซึ่งในปัจจุบันเขาก็ได้ขายบ้านหลังนี้ไปแล้ว ต้องเกริ่นก่อนว่าโครงสร้างของบ้านจะมี 2 ชั้น ซึ่งชั้นล่างเป็นร้านขายของ มีคุณพ่อคุณแม่อาศัยในชั้นนั้น ส่วนชั้นที่ 2 ก็จะเป็นชั้นของคุณแน๊ปทั้งชั้น คุณพ่อคุณแม่จึงมักจะไม่ขึ้นมายุ่งที่ชั้นสอง แต่โดยปกติแล้วคุณแน๊ปไม่ได้อยู่บ้านหลังนี้ เพราะว่าทำงานต่างจังหวัด นาน ๆ ทีจะได้กลับบ้าน ซึ่งช่วงที่เกิดเรื่องเป็นช่วงวันแม่พอดี เมื่อกลับบ้านมา คุณแม่ก็พาไปทำบุญที่วัดและก็ได้ดูดวงกับหมอดูตามปกติ แต่คุณแน๊ปสังเกตเห็นว่าหมอที่ดูดวงให้คุณแม่เขาชอบหันมามองหน้าคุณแน็ปบ่อย ๆ หลังจากที่คุณแม่ดูดวงเสร็จ หมอดูก็เดินมาหาคุณแน๊ปแล้วบอกว่า “ช่วงนี้ไปทำอะไรมาหรือเปล่าเห็นเหมือนมีคนตามเป็นผู้หญิงกับเด็ก” ด้วยความที่คุณแน๊ปเป็นคนที่ไม่เชื่อเรื่องหมอดูและไม่เชื่อเรื่องผี จึงคิดว่าถ้ามีคนมาทักว่ามีผีผู้หญิงหรือว่ามีคนตามยังพอเข้าใจได้ แต่พอบอกว่ามีเด็กตามก็แสดงว่าต้องทำแท้งหนิ ซึ่งคุณแน๊ปไม่เคยทำ ไม่เคยไปเกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้ จึงคิดว่าหมอดูมั่ว หลังจากทำบุญกลับมา คุณแน๊ปก็ขึ้นไปชั้น 2 ตามปกติ ในระหว่างที่กำลังอาบน้ำ คุณแน๊ปก็ได้ยินเสียงแทรกเข้ามาว่า “ช่วย” พร้อมกับเสียงน้ำที่ออกมาจากฝักบัว แต่คุณแน๊ปก็คิดว่าตัวเองหูแว่วไปเอง คืนนั้นจึงนอนตามปกติ แต่ก็ฝันเห็นผู้หญิงคนหนึ่งมีสภาพแปลก ๆ มายืนเกาะหน้าต่าง พร้อมเด็กยืนอยู่ข้าง ๆ แล้วก็กวักมือพูดว่า “ช่วย ช่วย ช่วย” อยู่ซ้ำ ๆ คุณแน๊ปตกใจสะดุ้งตื่น และเริ่มเอะใจ เพราะทั้งหมอดูทัก ทั้งได้ยินเสียงตอนอาบน้ำ และความฝันชวนขนหัวลุกนี้ วันต่อมา คุณแน๊ปนั่งเล่นเกมอยู่กับเพื่อน โดยใช้โปรแกรมที่ชื่อว่า Discord เอาไว้คุยกันระหว่างเล่นเกม ซึ่งลักษณะพิเศษของโปรแกรมคือ เมื่อพูดตรงไมค์จะมีไฟสีเขียวขึ้น ระหว่างที่กำลังจะเริ่มเกมคุณแน๊ปยังไม่ทันได้พูดอะไร เพื่อนของคุณแน๊ปก็ตอบกลับมาว่า “ช่วยไรวะ” และพอคุณแน๊ปสังเกตตรงไมค์ก็ไม่มีไฟอะไรขึ้น จากนั้นก็เล่นเกมกันต่อไม่ได้คิดอะไร แต่ในระหว่างเล่น เพื่อนคุณแน๊ปก็พูดขึ้นมาว่าอีกว่า “เสียงอะไรวะ ที่บ้านมึงเสียงโครมครามเหมือนมีคนเคาะอะไร” คุณแน๊ปจึงลองถอดหูฟังออก ปรากฏว่าก็ไม่ได้ยินเสียงอะไร พอเล่นเกมเสร็จ เพื่อนก็ทักขึ้นมาอีกว่า “ได้ยินเสียงจริง ๆ นะ ตอนนี้ก็ได้ยินอยู่” คุณแน๊ปจึงลองมองไปที่รูปไมค์ แต่พอครั้งนี้มีไฟเขียวขึ้นเหมือนได้รับสัญญาณเสียง! คุณแน๊ปจึงถอดหูฟังออก ปรากฏว่าได้ยินเสียงคนเคาะประตู “ก๊อก ๆ” เขาจึงถามกลับไปว่า “แม่หรอ” แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ คุณแน๊ปลุกเอาหูไปแนบประตูปรากฏว่าได้ยินเสียงเป็นเสียงเด็กร้อง เสียงของตก และเสียงผู้หญิงร้องว่า “ช่วย ช่วย ช่วย….” คุณแน๊ปตัดสินใจเปิดประตู พอเปิดออกไปก็เจอแต่ความว่างเปล่า! จากนั้นจึงเดินออกมาสำรวจ พอมองไปห้องพระก็ไม่เจออะไร แต่พอเปิดประตูห้องนอนตัวเองเท่านั้นแหละ! ปรากฏว่าสิ่งที่เขาเห็นคือ ผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่บนเตียง แต่หลังของผู้หญิงคนนั้นโค้งไปตามเพดานที่อยู่ข้างบน เหมือนรูปตัวแอล ซึ่งผู้หญิงคนนั้นสูงมาก หันมามองหน้าคุณแน๊ปแล้วอ้าปาก ใบหน้าส่วนหนึ่งมีผมปิดไว้ ส่วนที่มองเห็นเต็มไปด้วยรอยไฟไหม้ คุณแน๊ปตกใจทำอะไรไม่ถูกจึงค่อย ๆ เดินถอยหลังลงบันได ทำให้คุณแน๊ปค่อย ๆ เห็นภาพทั้งห้องกว้างขึ้น ซึ่งนอกจากมีผู้หญิงแล้ว ยังเห็นเป็นเด็กอีก 3 คน นอนดิ้นทับกันอยู่ใต้เตียง ในขณะที่ผู้หญิงบนเตียงก็มองเขาอยู่ คุณแน๊ปจึงวิ่งเสียงดังลงมาข้างล่างจนพ่อกับแม่ตื่น! คุณแน๊ปรีบบอกว่าข้างบนมีผีและขอไปอยู่บ้านเพื่อน ซึ่งเพื่อนคนนี้คือคนที่เล่นเกมด้วยกันนั่นเอง เมื่อมาถึงบ้านเพื่อน เพื่อนก็ตกใจและงงเพราะว่ายังได้ยินเสียงคุณแน๊ปคุยกับใครไม่รู้ใน Discord ที่บ้าน คุณแน๊ปลองเอาหูฟังมาใส่แต่ว่าก็ไม่ได้ยิน พอตอนเช้ามาก็เล่าเรื่องนี้ให้คุณพ่อคุณแม่ฟังว่าสิ่งที่เห็นมีลักษณะอย่างไร พ่อกับแม่จึงบอกกับคุณแน๊ปว่า ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมก่อนที่คุณแน๊ปจะมา ซอยฝั่งตรงข้ามเกิดเหตุไฟไหม้บ้าน ซึ่งบ้านหลังนี้เป็นลูกค้าของบ้านคุณแน๊ปที่คุณแน๊ปรู้จักเป็นอย่างดี คนที่เสียชีวิตโดนไฟคลอก คือ คุณแม่และลูก 3 คน ซึ่งคุณแน๊ปก็สนิท ก่อนหน้านั้นไม่กี่เดือนก็ไปบ้านเขา และยังคุยกันอยู่เลยว่าจะซื้อของมาฝากลูกเขา แต่เรื่องหลอนที่คุณแน๊ปเจอนั้น ชาวบ้านแถวนั้นก็ไม่ได้เจออะไร หรืออาจเพราะเคยเกริ่นว่าจะซื้อของมาฝากทำให้มีจิตสื่อกันบางอย่างก็เป็นได้(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

แม้จะเลิกรากันด้วยดี และเธอก็เสียชีวิตไปแล้ว แต่เหมือนมีอะไรบางอย่างที่ผูกคุณน็อตกับดวงวิญญาณของแฟนเก่าไว้ด้วยกัน เธอมาหาเขาทุกคืน... แล้วนั่งทับที่หน้าอกของเขา!

30 มิ.ย. 2023

แม้จะเลิกรากันด้วยดี และเธอก็เสียชีวิตไปแล้ว แต่เหมือนมีอะไรบางอย่างที่ผูกคุณน็อตกับดวงวิญญาณของแฟนเก่าไว้ด้วยกัน เธอมาหาเขาทุกคืน... แล้วนั่งทับที่หน้าอกของเขา!

‘ดีเจเคเบิ้ล’ กับ ‘ดีโซเซฟ’ และ ‘ดีเจมดดำ’ รับหน้าที่ดำเนินรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (20 มิ.ย. 66) ในครั้งนี้ สำหรับสายแรกของเรามาจากชายหนุ่มคนหนึ่งที่ชื่อว่า ‘คุณน็อต’ ซึ่งถูกผีแฟนเก่าตามรังควานไม่เลิกด้วยเหตุผลบางอย่าง ถ้าพร้อมที่จะไป อ่าน-ท้า-ผี กันแล้ว! เชิญย่อหน้าถัดไปเลยจ้า เรื่องราวของเราเริ่มต้นขึ้นที่คุณน็อต เขามีแฟนเก่าคนนึงที่คบกันมานาน 3 - 4 ปี หลังจากที่ปลดประจำการจากทหารกองเกณฑ์เขาก็ต้องเลิกรากับเธอไป เป็นเพราะจบความสัมพันธ์ด้วยดี เขากับแฟนเก่าจึงมีการนัดเจอกันอยู่บ้างประปราย แต่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาจู่ ๆ ก็ขาดการติดต่อกับเธอไป คุณน็อตคิดว่าเธอคงไปมีคนใหม่แล้ว อาจจะไม่ได้มีเวลามาคุยกับเขาเหมือนเดิม เวลาล่วงเลยไปจนถึงช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ประมาณวันที่ 15 พฤษภาคมพอดี คุณน็อตป่วยหนักมาก ปกติเขาเป็นคนเลิกงานไม่เป็นเวลาอยู่แล้ว คืนนั้นคุณน็อตเลิกงานเกือบ 5 ทุ่ม แล้วกลับมานอนที่ห้องของตัวเอง ขณะที่หลับอยู่ คุณน็อตก็รู้สึกถึงเงาร่างใหญ่สีดำทับมาที่หน้าอกของเขา! ในใจคิดว่าคงไม่มีอะไร เพราะส่วนตัวเป็นคนไม่เชื่อเรื่องอะไรทำนองนี้อยู่แล้ว คิดว่าอาจเป็นอาการที่เกิดจากความเหนื่อยตอนทำงาน พอนอนต่อไปจนถึงเวลาประมาณตี 2-3 คุณน็อตก็รู้สึกเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมีอาการดิ้น เพราะเริ่มรู้สึกเหมือนกับว่ามีคนมาบีบคอ! ครั้งนี้คงไม่ได้เหนื่อยหรือว่าละเมอแล้ว พอคุณน็อตตื่นขึ้นในตอนเช้า เขาก็ยังคงรู้สึกถึงความเหนื่อยหอบแบบนี้เหมือนเมื่อคืน และอาการดังกล่าวก็ยังคงเกิดวนไปมาเรื่อย ๆ กระทั่งวันหยุดขณะเดินทางกลับบ้านที่นครปฐม เขาก็เห็นแฟนเก่าตัวเองปรากฎอยู่ตามข้างทางอย่างต่อเนื่อง! คุณน็อตคิดว่าตัวเองคงวิตกเรื่องอดีตแฟนคนนี้มากจนเกินไป พอกลับถึงบ้านเวลาประมาณ 1 ทุ่ม ก็มีเงาอันแสนคุ้นเคยมาทับอกของเขาขณะที่หลับอยู่เหมือนเดิม! คุณน็อตเริ่มหายใจไม่ออกและไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตนอีก เขาพยายามสวดมนต์จนผล็อยหลับไป.. เช้าวันต่อมา คุณน็อตตื่นตามปกติแล้วเดินทางกลับไปที่คอนโดของตัวเอง และอย่างที่ผู้อ่านทุกคนน่าจะพอเดาได้...มีเงาปริศนาบางอย่างมาทับตรงอกของเขาอีกครั้ง จนเขาทนไม่ไหว! เช้าวันต่อมา คุณน็อตจึงไปหาหมอ พยายามให้หมอตรวจดูว่าตนเป็นอะไรกันแน่ คุณน็อตพบว่าตัวเองมีความดันเลือดสูงมาก เหมือนกับคนที่ออกกำลังกายอยู่ตลอดเวลา หมอจึงบอกให้เขาลองนั่งพักก่อนจะตรวจวัดค่าความดันอีกรอบ แต่พอเมื่อตรวจอีกรอบ ความดันก็ยังสูงเหมือนเดิม เมื่อตรวจโควิดดูผลก็ไม่ได้เป็นอะไร สุดท้ายหมอจึงสั่งยาและให้เขากลับคอนโด ก่อนที่จะถึงห้อง คุณน็อตนัดไปกินข้าวกับเพื่อน 3 คน แต่เมื่อไปนั่งที่โต๊ะอาหาร บริกรกลับหยิบช้อนส้อมกับจานแบ่งมาให้พวกเขากับเพื่อนถึง 4 ชุด! จนคุณน็อตและเพื่อนต่างแซวกันว่า “เฮ้ย มึงพาใครมารึเปล่าวะ” เมื่อตกดึก คุณน็อตก็ยังรู้สึกเช่นเดิมว่าเหนื่อยเหมือนมีใครมาทับตัวเขา ไม่ก็ขี่คอของเขา! คุณน็อตรู้สึกทรมานมาก จนกระทั่งวันหนึ่งเขานั่งทำงานอยู่ที่ห้องเวลาใกล้เที่ยงคืน อาการแน่นอกนี้ก็กลับมาอีกครั้ง เขาเกือบจะต้องไปโรงพยาบาลอีกรอบ แต่ก็มีเหมือนมีอะไรบางอย่างดลใจให้คุณน็อตเปิดหน้าเฟสบุ๊คแฟนเก่าของตัวเองขึ้นมา เมื่อเข้าไปในหน้าไทม์ไลน์ เขาถึงกับต้องตกใจ! มีข้อความเขียนแสดงความเสียใจจำนวนมากอยู่ที่หน้าไทม์ไลน์ของแฟนเก่าคนนี้! และอีกเรื่องที่แปลกใจก็คือ แฟนเก่าคนนี้ได้บล็อคคุณน็อตไปตอนเลิกกันแล้ว แล้วเขาเข้าหน้าเฟสบุ๊คของเธอได้ยังไง เวลาผ่านไปอีกสักพักใกล้ตีหนึ่ง คุณน็อตก็เริ่มแน่นที่หน้าอกตัวเองอย่างรุนแรงอีกครั้ง แล้วก็มีอะไรบางอย่างดลใจให้เขาไปเปิดหน้าเฟสบุ๊คของแฟนเก่าเขาอีกรอบ... เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า แฟนเก่าของคุณน็อตเสียชีวิตแล้ว! คุณน็อตอึ้งไปพักหนึ่งก่อนที่จะไปเห็นภาพที่โพสต์เป็นด้านหน้าโลงศพของเธอ คุณน็อตจึงพยายามหาวันและเวลาการตายของเธอ ก็ไปเจอว่าเป็นช่วงกลางเดือนพฤษภาคม วันที่ 15 ที่พึ่งผ่านมานี่เอง ซึ่งก็ตรงกับช่วงเวลาครั้งแรกที่เขาเริ่มรู้สึกปวดแน่นที่หน้าอกพอดี! ปัง! ทันใดนั้นประตูห้องของเขาก็ปิดลง คุณน็อตตกใจมากเมื่อประตูห้องคอนโดปิดลงอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เขาสะดุ้งกระโดดขึ้นเตียงนึกถึงพ่อแม่และยายก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นก็ต่อสายตรงไปหาพวกเขา พวกเขาบอกให้คุณน็อตใจเย็น ตั้งสติ สวดมนต์และพยายามข่มตาหลับให้ได้ พอถึงช่วงเช้าวันต่อมา เมื่อตื่นขึ้นมาและมีสติมากขึ้น ก็รีบไปทำบุญสังฆทานทันที หลังจากทำเสร็จแล้ว ก็เหมือนได้ยกอะไรออกจากตัว ความเจ็บปวดหรืออาการใด ๆ เหมือนครั้งที่ผ่านมาก็เลือนหายไปทันควัน ตอนนั้นเป็นช่วงเวลา 6.30 น. ของเช้าวันวิสาขบูชา คุณน็อตไปนั่งตรงเจดีย์ที่เขาและแฟนเก่าคนนั้นเคยไปนั่งเล่นด้วยกันในอดีต พอเขานั่งลงก็มีลมแรงวูบใหญ่พัดผ่านใบหน้าของเขาไปชั่วอึดใจ เมื่อคุณน็อตนอนหลับในคืนวันนั้น เขาก็ฝันเห็นเธอ... ในความฝันนั้น คุณน็อตยืนอยู่ เห็นแฟนเก่ากำลังขับรถผ่านไป คุณน็อตเรียกเท่าไหร่ เธอก็ดูเหมือนไม่มีทีท่าว่าจะหันมามอง หลังจากเขาตื่นขึ้นมา คุณน็อตก็พยายามติดต่อกับญาติของแฟนเก่าคนนี้ จนรู้ในเวลาต่อมาว่า เธอนั้นเก็บของที่เขาเคยให้ไว้ตลอดเวลาในกล่องส่วนตัวของตน เขาคิดได้ในภายหลังว่าตอนช่วงกลางเดือนพฤษภาคม เธอคงจะมาส่งข่าวเพื่อให้เขารับรู้ว่า “เธอไม่อยู่แล้ว” แต่ความรู้สึกส่วนตัวของคุณน็อต เขารู้สึกว่าเป็นการมาส่งข่าวที่แรงมาก คล้ายกับว่าจะให้เขาไปอยู่ด้วยให้ได้ คุณน็อตเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ให้แม่ฟัง แม่คุณน็อตบอกว่าเรื่องนี้ปล่อยไว้ไม่ได้ คุณน็อตจึงจำเป็นต้องไปหาโอกาสไปทำพิธีตัดกรรมจากกัน เพื่อกันไม่ให้เรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นได้อีก เขาบรรยายให้ดีเจฟังว่าเป็นช่วงเวลา 2 สัปดาห์ที่ทรมานมาก ดีเจเคเบิ้ลถามคุณน็อตว่าก่อนที่จะเกิดเรื่องราวทั้งหมดนี้ ได้รู้สึกถึงลางบอกเหตุอะไรล่วงหน้ารึเปล่า คุณน็อตตอบกลับไปว่า เขาก็มีความรู้สึกอิดโรยอย่างมากในตอนเช้าก่อนวันที่เกิดเรื่อง ถึงขั้นที่ลูกน้องกับพ่อก็ยังทักว่าเขาไปทำอะไรมา ทำไมถึงโทรมขนาดนี้ นอกจากนี้ แม่คุณน็อตยังอธิบายให้ฟังว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับเขานี้ คงเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่คนตายกำลังเดินตาม “เก็บรอยเท้า” ของตัวเองในช่วงเจ็ดวันแรกหลังจากที่เสียชีวิต เรื่องนี้ทำเอาดีเจทั้งสามคนขนลุกไปตามกัน เป็นการประเดิมค่ำคืนเขย่าขวัญของอังคารคลุมโปงที่ดีทีเดียว!(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)ฟังเรื่องหลอนแบบเต็ม ๆ ได้ที่

album
efm
-

-