ทำความรู้จัก “Txrbo” ให้มากขึ้น ผ่านซิงเกิลล่าสุด “Can't Take It Anymore”

Chill Talk

ทำความรู้จัก “Txrbo” ให้มากขึ้น ผ่านซิงเกิลล่าสุด “Can't Take It Anymore”

“Txrbo” (เทอร์โบ) หรือ นพรัตน์ อัศวลักษณ์ศกุน ศิลปินผู้มีเสียงร้องเป็นเอกลักษณ์ จากค่าย High Cloud Entertainment กลับมาอีกครั้ง กับซิงเกิลล่าสุด “Can’t Take It Anymore” พร้อมภาพลักษณ์ที่โตขึ้น เราเลยขอชวนให้ทุกคนมาทำความรู้จัก Txrbo ในอีกมุมหนึ่งผ่านเพลงนี้กัน

 

ช่วยเล่าคอนเสปของเพลง Can't Take It Anymore ให้เราฟังหน่อย

“Can't Take It Anymore จะเกี่ยวกับสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ หรือว่าแรงขับเคลื่อนในการใช้ชีวิตในแต่ละวันของทุกคน ก็อาจจะเป็น สัตว์เลี้ยง ครอบครัว หมอนที่แม่เคยให้ตอนเด็ก ๆ ศิลปินที่ชอบ ผมจะพูดถึงจุดนั้นครับ”

แล้วแรงขับเคลื่อนของเทอร์โบคืออะไร

“ก็มีหลายอย่างฮะ ทั้งครอบครัว แล้วก็ผมมีเม่นแคระอยู่ที่บ้าน ชื่อว่าแพ็คกี้ ตอนแต่งเพลงก็คิดถึงหน้าน้องขึ้นมาตลอดเลย”

แสดงว่าสัตว์เลี้ยงเป็นแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงใช่มั้ย

“หนึ่งในแรงบันดาลใจครับผม”

จุดเริ่มต้นในการแต่งเพลงนี้เริ่มมาจากอะไร

“จริง ๆ เวลาที่ผมเขียนเพลงแต่ละเพลง มันจะเหมือนเก็บเลเวล แล้วพอมันเต็มปุ๊บ ถึงจะเริ่มเขียนออกมาครับผม เพลงนี้ก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน Can't Take It Anymore มันจะเกิดจากช่วงก่อนหน้านี้ ที่ผมทำเพลงตุนไว้ ก็จะมีหลายเรื่องมารุมเร้า ผมก็เลยเขียนเพลงนี้ออกมาครับ”

เพลงนี้แต่งไว้นานหรือยัง

“จริง ๆ ไม่นานเท่าไหร่นะครับ ยังอยู่ในปีนี้อยู่”

แล้วใช้เวลาทำนานมั้ย

“ไม่นานครับ เร็ว ยิ่งในส่วนของดนตรีก็คือเร็วมาก จะมีพี่นีโน่มาทำดนตรี เร็วมาก ประมาณ 3 ชั่วโมงเอง”

มีท่อนที่ชอบที่สุดในเพลงนี้มั้ย

“ไม่ว่าเกิดสิ่งใด ไม่เป็นไรถ้าเธออยู่ข้างกัน ต่อให้วันที่ตายไม่มีดอกไม้วางอยู่ข้างฉัน ผมชอบท่อนนี้ ผมลืมบอกไปว่า ผมเป็นคนที่รักสันโดษมาก ก็คือผมไม่จำเป็นต้องมีชีวิตอยู่เพื่อใคร ผมอยู่คนเดียวได้ เลยอยากจะมีคนที่มาคอยทำให้รู้สึกแบบ อยากมีชีวิตอยู่เพื่อเขา ใช้ชีวิตอยู่เพื่อเขา ก็เลยชอบท่อนนี้ที่สุด”

มีอะไรที่รู้สึกว่ายากกว่าเพลงก่อน ๆ มั้ย

“ถ้าในส่วนของดนตรีไม่มีนะครับ แต่จะยากตรงเอ็มวีมากกว่า ยิ่งผมเป็นคนขี้อาย ขี้เขิน แล้วมีฉากที่ต้องเต้น ก็คือจะลำบากตรงจุดนั้น”

MV นี้มาในภาพลักษณ์ที่ดูโตขึ้นด้วย วางสตอรี MV ไว้ยังไง

“ใช่ครับ ดูโตขึ้น สตอรีคือทางโปรดักชันเขาก็วางเนื้อเรื่องมา แล้วเราก็มาช่วยกันตีความอีกที ประมาณว่าผมเนี่ยหลุดเข้าไปในโลกต่างมิติ เหมือนมัลติเวิร์ส โลกแห่งความฝัน แล้วก็มีคนที่เรารักอยู่ที่นั่น ก็เลยอยากจะอยู่ตรงนั้นไปตลอด ซึ่งเวลาจะเข้าไปในโลกต่างมิติ ก็คือต้องเปิดแผ่นเสียงเข้าไป ส่วนตอนจบก็คือตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ออกมาอีก อยากจะอยู่กับคนที่รักไป ก็เลยเหมือนจะดึงแผ่นเสียงออก ซึ่งจริง ๆ มันก็ตีความได้หลากหลายครับ”

เทอร์โบได้มีส่วนร่วมในการเสนอไอเดียใน MV มั้ย

“ส่วนใหญ่จะเป็นทางพี่ ๆ High Cloud แล้วก็ทางทีมโปรดักชันครับ ผมจะมีแค่เล็กน้อย แค่แบบ ตรงนี้ใส่หูฟังได้มั้ยครับ ตรงนี้เป็นเนื้อเรื่องแบบนี้นิดนึงได้มั้ย”

MV นี้เรียกได้ว่าเป็นตัวตนของเราที่สุดมั้ย ในบรรดาทุก ๆ MV ที่ผ่านมา

“ผมคิดว่าจริง ๆ เป็นตัวตนของผมทุก MV แต่ว่าเป็นคนละรูปแบบมากกว่า อย่างที่บอก มีความโตขึ้น อย่างเพลงก่อนหน้านี้จะมีความเป็นวัยรุ่น แต่งตัวจัดจ้านหน่อย”

มุมมองความรักของ Txrbo เป็นยังไง

“จริง ๆ ย้อนไปคำที่ง่ายที่สุด ก็คือ รักคือการให้ครับผม กลับมาเม่นแคระ ผมก็ไม่ได้ต้องการครอบครองแพ็คกี้หรอก เพราะมันก็ไม่ได้อยากให้ผมครอบครองอยู่ละ ได้นั่งมองมัน ได้เห็นมันกินข้าว ผมก็มีความสุขเหลือเกิน เหมือนศิลปินที่เราชอบอะครับ ได้ซัพพอร์ตเขา ก็มีความสุขและ แค่นี้แหละ เป็นการให้”

มีเพลงแนวไหนที่รู้สึกว่าอยากลองทำ แต่ยังไม่ได้ทำบ้าง

“จริง ๆ ไม่ได้คิดว่าจะทำ แต่ว่าผมอยากลองทำร็อค อยากลองนะ แต่คิดว่าไม่น่าจะทำ ผมยังชอบในความ R&B Hip hop อยู่”

ฝากอะไรถึงแฟนคลับที่ติดตามกันอยู่หน่อย

“ขอบคุณแฟนคลับทุกคนนะครับ อย่างน้ำลายก็เพิ่ง 100 ล้านวิวไป ก็ขอบคุณทุกคนมากนะครับ ถ้าไม่มีทุกคนก็คงไม่มาถึงจุดนี้แน่นอน แล้วก็ Can't Take It Anymore ซิงเกิลล่าสุดของผม ก็ฝากทุกคนไปฟังกันด้วยนะครับ ทาง YouTube High Cloud Entertainment แล้วก็มิวสิคสตรีมมิงทุกแพลทฟอร์มนะครับผม ฝากกันด้วยนะครับ”

สปอยล์งานอื่น ๆ ในอนาคตได้มั้ย

“จริง ๆ ในปีนี้ก็จะมีเพลงตามมาอีกหลายเพลง ทั้งในช่องของ Txrbo เอง แล้วก็ทางช่อง High Cloud Entertainment ฝากติดตามกันด้วยนะครับ”

you may also like

album

0
0.8
1